June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

73. มีแฟน​เป็น​ผู้ชาย​... (เนียร์​กร)

ชื่อตอน : 73. มีแฟน​เป็น​ผู้ชาย​... (เนียร์​กร)

คำค้น : เนียร์​กร​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.8k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2562 17:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,400
× 0
× 0
แชร์ :
73. มีแฟน​เป็น​ผู้ชาย​... (เนียร์​กร)
แบบอักษร

เนียร์  Part

ห้างZ

18.25 น.

ผมมองผู้ชายตัวสูงที่ยืนเด่นอยู่หน้าร้านอาหารชื่อดัง กรอยู่ในชุดกางเกงยีนส์สีเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีดำลายทางสีขาว​ผู้ชายแบบกรไม่ว่าจะยืนที่ไหนก็จะดูเด่นสะดุดตา ผมยืนมองสาวๆที่เดินผ่านไปมาต่างยิ้มแย้มให้กรและอีกฝ่ายก็ยิ้มรับเหมือนกับเป็นพนักงานหน้าร้านซะเองแล้วกรก็หันมาเห็น ผมจึงทำทีเดินเข้าไปหาเหมือนกับว่าเพิ่งมาถึง

" มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ  " กรถามทันทีที่ผมเดินมาถึงกรเองก็คงแปลกใจเหมือนกันผมไม่เคยนัดกับกรเป็นการส่วนตัวเลยที่ผ่านมา

" ดื่มกันมั้ยรึจะกินข้าว "  ผมถามเฉเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อย

"  ทั้งคู่ก็ได้ครับ " กรตอบแล้วผมก็เดินนำหน้ากรไปร้านของเพื่อนผมสักพักผมก็พากรเดินเข้าไปในร้านที่ข้างในเป็นสวนสีเขียวเลือกมุมสงบๆและนั่งลง จัดแจงสั่งอาหารและเครื่องดื่ม

" พาสาวๆมาบ่อยหรือครับ " กรถามพร้อมกับมองไปรอบๆร้าน ซึ่งบรรยากาศเหมาะสำหรับคู่รัก

" อื้ม ช่วงหนึ่ง " ผมตอบเหลือบมองคนนั่งตรงข้ามแวบหนึ่งก่อนดึงสายตากลับและคลี่ยิ้มบางๆ

ดูทำหน้าตาหม่น ๆ เห้อ .... แล้วจะถามทำไมวะ?

" กินข้าวเถอะครับ หิวเเล้ว " กรบอกเปลี่ยนเรื่องเมื่ออาหารมาเสิร์ฟ​ ผมนั่งกินข้าวพลางแอบมองผู้ชายตรงหน้าใบหน้าขาวใสออกตี๋ๆ คงเพราะมีเชื้อสายจีนมีลักยิ้มเล็กๆที่แก้มซ้ายจมูกโด่งสวยนิ้วมือยาวเรียวกล้ามเนื้อหัวไหล่แน่นตึงบ่งบอกว่าออกกำลังกายบ่อยๆต่างจากผมที่ช่วงนี้งานเยอะเลยไม่มีเวลา กรไม่ใช่ผู้ชายที่หล่อเหมือนพวกนายแบบดังหรือหล่อเหมือนชานนน้องชายผมแต่กรจะดูมีเสน่ห์และจะมากขึ้นเมื่อกรยิ้ม

ทำไมกรถึงชอบผมนะ ?ทำไมถึงไม่เป็นผู้ชายคนอื่น

" ไม่หิวหรือครับ " กรถามมองผมด้วยสายตาแปลกๆรู้ว่าผมแอบมองแต่ก็ไม่ถามว่ามองทำไมเป็นคนแบบไหนกันนะ

" อะ.. อืม.. เพิ่งกินมาเมื่อบ่าย " ผมตอบเลี่ยงออกไป เผลอมองจนโดนจับได้  ดีที่กรไม่ใช่คนที่จะพูดเล่นพูดแซวกับผมมากทำให้ผมไม่รู้สึกอายเท่าไหร่  นิสัยดีจริงๆด้วย

" กร " เสียงผู้หญิงเอ่ยชื่อกรขึ้น ผมจึงเงยหน้าหันไปมองพร้อมกับกร สองสาวยิ้มหวานออกมาโปรยสเน่หาเต็มที่ผมยิ้มตอบตามประสาชายหนุ่มโสด มารยาทดีส่วนกรยังทำหน้านิ่งๆอยู่

" อ้าว สวัสดี " กรทักทายสาวหมวยทั้งสองเย็นชาไปมั้ยกร? แค่สวัสดีน่ะผมคิด

มองเห็นหน้าสาวหมวยคนนั้นทำหน้าเจื่อนๆนิดนึงแต่ก็หันมายิ้มหวานให้ผมเมื่อเห็นผมมองอยู่

" แล้วอีกคน " สาวหมวยผมสั้นถามกรแต่หันมาส่งยิ้มหวานมาให้ผม

" เจ้านายน่ะ " กรตอบเสียงเรียบเหมือนไม่อยากจะคุยด้วยส่วนผมก็ส่งยิ้มแห้งๆไปให้ทั้งสองสาวแล้วกรก็พูดคุยกันทักทายนิดหน่อย สองสาวก็เดินกลับไปที่โต๊ะตัวเองเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยนี่เอง แต่เหมือนไม่อยากจะคุยด้วย?  

ปกติก็มารยาทดีนี่หว่า  ผมคิด?

" ทำไมทำท่าทางแปลกๆ " ผมถาม กรเงยหน้ามองผมด้วยสายตาตั้งคำถามทำนองว่า  ถามทำไม?

" ก็อยากรู้อะไรที่มันเกี่ยวกับนายบ้าง "

ผมตอบและยิ้มออกมาเล็กน้อยจนคนตรงหน้าอึ้ง เหวอและขึ้นใบหน้าขึ้นสีเรื่อๆจะเป็นเพราะผิวขาวจนสามารถมองเห็นความรู้สึกผ่านสีหน้าได้ แล้วปกติกรไม่ค่อยแสดงอารมณ์แต่พอแสดงขึ้นมาก็ทำให้สังเกตได้อย่างง่ายดายเราสองคนสบตากัน นิ่งพักหนึ่งผมเองก็รู้สึกแปลกๆจนหน้าร้อนเหมือนกัน

แล้วกรก็เล่าให้ฟังว่าผู้หญิง1ในนั้นที่มาทักกรเมื่อกี้เคยบอกว่าชอบกร และตามตื้อกรอยู่พักหนึ่งและกรก็บอกออกไปว่าไม่ชอบผู้หญิง

" ไม่แมนเลยนะครับ ที่พูดแบบนั้นกับผู้หญิง "  กรบอก

" ไม่หรอกยังดีกว่านายคบไปแล้วเค้ามารู้ตัวตนนายทีหลังแบบนั้นมากกว่าที่ไม่แมน "  ผมตอบเพราะสังคมทุกวันนี้มีมากมายที่ยังปิดบังตัวเองเพราะสังคม

" เหมือนที่พี่บอกว่าไม่ชอบผู้ชาย​ " กรถามทำให้ผมนิ่งไปเรื่องคืนนั้นยังคาราคาซังอยู่ กรขอโทษผมแต่ผมไม่ได้ตอบหรือว่ายังเคืองผมอยู่นะ  แต่วันนั้นผมไม่ได้ทำอะไรผิดต้องขอโทษด้วยหรอ

เอาล่ะวะ ..  มันพูดไม่ยากหรอกคำขอโทษ

" เรื่องคืนนั้นขอโทษที่พูดแรงไป " กรทำหน้าเหมือนกับตกใจที่ได้ยิน

" ผมผิดเองครับที่เร่งเร้าพี่อยู่ฝ่ายเดียว " กรตอบทำหน้าเศร้าๆ

" เอ่อ.... แล้วมีอีกเรื่อง.."

" เรื่องอะไรครับ? " กรถามกลับ

" เรื่องที่ว่าจะตื้อน่ะรึว่าเปลี่ยนใจแล้ว​ " ผมถามกรตรงๆเรื่องที่ผมนัดมาวันนี้เพื่อคลายความกังวลความว้าวุ่นของตัวเอง  สำหรับกรแล้วผมควรพูดตรงไปตรงมาดีกว่า กรยังทำหน้านิ่งๆมองไปรอบๆไม่ยอมสบตาผมเดาอารมณ์ไม่ถูกเลยสีหน้าแบบนั้น

" ผมเปลี่ยนใจแล้วเราสองคนคงเป็นได้แค่พี่น้องจริงๆ​ " กรตอบ​คำว่า​เปลี่ยน​ใจ​ทำให้​ผม​รู้สึก​ใจ​หวิว​ๆยังไง​ไม่รู้​

" ทำไมล่ะ​​ " ผมถามเสียงเบา​ 

" ก็เพราะพี่ไม่ได้ชอบผม " กรก็ตอบเสียงเบากลับ

" ไม่ใช่นะ มันไม่ใช่แบบนั้น " ผมรีบปฏิเสธทันที

" อย่าทำให้ผมสับสนสิครับแค่พี่พูดออกมาว่าชอบหรือไม่ชอบ ผมใช่หรือไม่ใช่ " กรพูดแล้วหันหน้าหนีมองไปทางอื่นเหมือนกำลังข่มอารมณ์โกรธอยู่

" นั่นแหละที่มันพูดออกมาไม่ได้ "  ผมพูดเสียงดัง ดีที่นั่งอยู่มุมสุดของร้านจะให้ยอมรับโต้งๆว่าใช่ว่าชอบใครจะกล้ายอมรับ​ ก็เเค่รู้สึกดี

" ห๋า ว่าไงนะครับ " กรทำหน้าตกใจเหมือนไม่ได้ยินที่ผมพูด

" ที่ผ่านมาพี่ไม่เข้าใจตัวเองทำไมถึงได้ยอมให้นายสัมผัสขนาดนั้นทั้งที่ไม่ชอบแต่ก็ไม่ปฏิเสธ "

" และไม่เข้าใจว่าทำไมนายถึงมาชอบคนแบบพี่ไม่เข้าใจว่านายพูดคำว่ารักว่าชอบออกมาง่ายได้ไง ทั้งที่เป็นผู้ชายด้วยกัน "

" ความเป็นตัวเองมันพังลงหมดแล้วเพราะนายๆ " ผมพูดเสียงสั่นๆ ก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่

" พี่เนียร์มองแค่ความรู้สึกของพี่ก็พอ แล้วพี่จะเข้าใจ " กรบอกเสียงเรียบ

" แล้วความรู้สึกนายล่ะ "

" ผมยังเหมือนเดิม " กรตอบน้ำเสียงจริงจัง

" งั้น เราสองคนมาลองคบคุยกันมั้ย " กรทำหน้าตกใจเล็กน้อยแต่ก็รีบปรับสีหน้าให้นิ่งทันที

" ลองคบแบบไหนครับ " กรมองผมด้วยสายตาตัดพ้อผิดหวังและเศร้าใจแต่ก็ยังทำหน้านิ่งๆ

" ก็ แบบว่าคุยกันมากขึ้นไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้นแบบนั้นมั่ง " ผมบอกเหมือนคนอธิบายอะไรไม่เก่ง

" เหมือนแฟนหรือครับ " กรถาม  ฟะ  แฟน หรอ

" ไม่ใช่ๆไม่รู้ " ผมส่ายหน้าปฏิเสธทันที

" หรือแบบพี่น้อง ถ้าแบบพี่น้องผมว่าเราก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว " กรตอบเมินหน้าไปทางอื่น

" ฉันไม่แน่ใจแต่ถ้าเราสองคนเอ่อ....ลอง.. " ผมบอก ตามที่ตัวเองรู้สึกปกติผมก็เป็นคนแสดงออกไม่เก่งอยู่แล้วมันประหม่าไปหมด

" พอเถอะครับ​ " กรเบรคคำพูดผมไว้ในขณะที่ผมกำลังจะพูดต่อ

" เรื่องนี้หรือครับที่นัดมา " กรถามเสียงเรียบเย็น

" อืม " ผมพยักหน้าจริงๆก็มีหลายเรื่องที่อยากคุยอยากเคลียร์ กรพยักหน้ารับ

" พี่เนียร์กำลังสับสนกลับไปคิดดีๆครับ " กรบอกแล้วลุกขึ้นวางเงินลงบนโต๊ะ

" ขอโทษที่เสียมารยาทครับ " กรพูดจบแล้วโค้งตัวลงเล็กน้อยแล้วเดินออกไป

" เดี๋ยว กร " ผมร้องตามหลังร่างสูงของกร โกรธจนได้​ 

โธ่เอ๊ย!  ทำไงดีล่ะทีนี้

1 อาทิตย์ผ่านไปหลังจากที่กรเดินหนีผมวันนั้น ผมก็ไม่ได้โทรหาหรือเจอกับกร อีกเลยเพราะว่างานที่รีสอร์ต​มีปัญหา เลยลืมเรื่องของกรไปพักหนึ่ง

หลังจากเคลียร์งานที่รีสอร์ต​เสร็จเย็นนี้ผมตั้งใจจะกลับเข้ากรุงเทพฯเพื่อเคลียร์ไอ้ความรู้สึกที่มันว้าวุ่นอยู่ให้กระจ่าง

" นายสนทำไมสั่งกุหลาบมาเยอะเลย " ผมถามคนสวนเมื่อผมเดินออกจากรีสอร์ต​เห็นคนสวนหลายคนกำลังขนช่อกุหลาบ สีแดงสดเกือบ20ช่อ

" พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์ครับผู้จัดการสั่งให้มาเเจกลูกค้า " 

วาเลนไทน์วันแห่งความรักงั้นหรอทำไมผมถึงไม่รู้ล่ะ ลืมงั้นหรอความทรงจำเกี่ยวกับวาเลนไทน์ล่าสุดเมื่อไหร่นะ

เมื่อ4ปีที่เเล้วมั่งฟ้าใสซื้อดอกไม้ให้ผม และหลังจากนั้นก็ไม่ได้รับดอกไม้จากใครเลยไม่มีเดทไม่มี ข้อความหวานๆส่งมา ซึ่งผมเองก็ไม่ได้คิดมากอะไรคงเพราะอายุที่มากขึ้นความรักที่ผ่านมามันเป็นเเค่ความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราว

ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ไม่ผูกมัด ไม่ยึดติด

แต่ตอนนี้ผมใช้ชีวิตแห้งเหี่ยวอย่างที่เพื่อนๆผมว่าจริงๆด้วยชีวิตมีแต่งานๆบางครั้งผมก็รู้สึกเหงาใจนะครับ  อายุมากขึ้นเพื่อนคุยกันได้ทุกเรื่องก็น้อยลง   แต่ก็มีกรที่คอยโทรหาอาทิตย์ละ 3ครั้ง เหมือนกับตั้งแจ้งเตือนไว้โทรมาก็ถามไถ่ปกติ กินข้าวยัง อยู่ไหนครับ และมีบ้างบางช่วงที่กรเมินผม เค้าก็จะหายไปพักหนึ่งและก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม

" คุณเนียร์เอากลับกรุงเทพสักช่อมั้ยครับผมคัดมาสวยๆทั้งนั้นจากสวนเลยครับ " นายสนถามและยกช่อกุหลาบสีแดงช่อใหญ่ขึ้น

" ผมไม่รู้จะเอาไปทำไม " ผมตอบและยิ้มออกมา

" ให้แฟนไงครับวันวาเลนไทน์  "  นายสนตอบ แบบซื่อๆ แฟนหรอตอนนี้มีที่ไหนกันเล่าผมคิด แต่ก็ยื่นมือออกไปรับกุหลาบช่องนั้นมา ขอบคุณลุงสนเสียงเบาและเอ่ยลาทุกคนแล้วเดินไปที่รถ

ได้ยินเสียงคนงานคุยกันแว่วๆว่า

เห็นมั้ย กูบอกแล้วว่าคุณเนียร์ไม่ได้โสด  คนอายุป่านนี้ เเล้วหน้าตาก็ดีรวยก็รวยโสดก็แปลกแล้ว

แปลกตรงไหนอายุ37ปียังไม่แต่งงาน.. ยังโสด

แถมโสดสนิทด้วยผมคิดแล้วมองกุหลาบในมือจะเอาไปให้ใครดีวะ!!

2N Cafe

5โมงเย็น

ผมจอดรถนิ่งอยู่ห่างร้านกาแฟนนท์นัทเกือบ500เมตรผมรู้ว่ากรยังไม่กลับเพราะว่าไม่เห็นรถของกรจอดอยู่ในร้าน

เอาไงดีกับความรู้สึกกระอักกระอ่วนนี้ดีวันนั้นที่บอกความรู้สึกออกไป​และการที่พูดไม่คิดทำให้ ทุกอย่างยังคาราคาซังอยู่

ซึ่งตามนิสัยผมแล้ว ผมเป็นคนที่อะไรที่ไม่ใช่ไม่ชัดเจนผมจะไม่อยู่นิ่งจะต้องเคลียร์และตอนนี้ก็เช่นกัน

ผมหยิบมือถือขึ้นมาไล่หาเบอร์เพื่อนสนิทที่ยังครองโสดอยู่กดโทรออกในเมื่อแก้ปัญหาเองไม่ได้ ก็ต้องอาศัยคนอื่นช่วยแก้ช่วยให้คำปรึกษา

หลังจากที่เพื่อนผมรับสาย​ผมก็เล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง ทุกอย่างแค่สมมุติว่ากรเป็นผู้หญิง

" มึงขอคบกับเค้าแต่ไม่บอกว่าชอบเค้าเนี้ยะนะ ผู้หญิงที่ไหนเค้าจะตกลงวะไม่ให้ฝ่ามือเป็นรางวัล​สมนาคุณมึงก็บุญแล้ว  "

" คำว่าลองน่ะ มันดูเห็นแก่ตัวเกินไปถ้าวันหนึ่งเค้าไม่ใช่ ขึ้นมาล่ะมึงลองเล่นๆ แต่คนนั้นน่ะจะเจ็บจริงๆคิดเองละ​กันว่าสมควรมั้ยที่เค้าจะโกรธ"

เพื่อนผมสั่งสอนผมอยู่นานผมจึงวางสาย

ก็จริงๆอย่างที่มันพูด ผมเองที่ลืมคิดหน้าคิดหลัง ยึดที่ความรู้สึกของตัวเองจนลืมนึกถึงความรู้สึกของกรที่รักชอบผมมาเกือบ20ปี

ให้ตายเถอะผมกลายเป็นคนผิดได้ไงวะ

ผมพลาดตรงไหนตรงที่ไม่ได้บอกว่าชอบงั้นหรอ?

ทำไมมันดูยุ่งยากจังกับผู้หญิงไม่เห็นต้องมาลังเลคิดอะไรแบบนั้นแบบนี้ให้ยุ่งใจ

แล้วจะทำไงต่อ

จะเฉยๆห่างไปเลย ดีมั้ย เลิกยุ่งกับกร

ไม่ได้หรอก แล้วความรู้สึกดีพวกนั้นล่ะ

แต่ถ้ากรตัดใจจริงๆกรมีคนใหม่แล้วมองผู้ชายคนใหม่ด้วยๆสายตาแบบที่มองผมล่ะ

ไม่ได้ ผมไม่มีทางยอม

แต่กรเป็นผู้ชายนะ ถ้านายบอกว่าชอบนายก็เป็น กะ เกย์ สิครอบครัวนายล่ะสังคมนายล่ะ

แต่ชอบไปแล้วและมั่นใจว่าชอบมากขึ้นเรื่อยๆ ยังไงก็จะทำตามใจตัวเองก่อนครอบครัวคงเข้าใจ

เสียงพูดคุยในหัวของผมกำลังโต้เถียงกันไปมา เรื่องของผมกับกร

ก็อกๆ เสียงเคาะกระจกรถทำให้ผมสะดุ้งตกใจขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆเห็นเงาตะคุ่มๆผมเลยเลื่อนกระจกรถลง

" เห้!  กะ กร ! "  ผมร้องดังตกใจที่เห็นกรยืนอยู่ตอนนี้กรใส่เเค่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นรองเท้าแตะสบายๆชุดอยู่บ้านงั้นหรอแต่หน้าตาซีดๆแปลกๆ

" มาดักรอผมหรือครับ " กรถาม

บ้าเอ้ย ถามตรงซิป  แต่เรื่องอะไรผมจะตอบตรงๆ

" เปล่า! นะ " ผมรีบตอบทันที

" ผมไม่เชื่อหรอกพี่โกหกไม่เก่งอยู่แล้ว "

กรบอกแล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูรถผมเข้ามานั่งข้างๆ ผมมองกรที่ทำท่าทีสบายๆ ไม่โกรธเรื่องวันนั้นแล้วมั่งพูดคุยปกติดีนี่

" พูดมาสิครับ " กรบอกเหมือนเดาใจผมออก 

เกลียดจริงๆการรู้ทันคนอื่นแบบนี้​ชาตินี้ผมจะมีความลับอะไรได้มั่งมั้ย​กับผู้ชายตรงหน้าผมเนี่ย....

" ยังโกรธเรื่องวันนั้นอยู่ใช่มั้ย " ผมถามเปิดเรื่อง

" ครับ " กรตอบ ยังโกรธอยู่จริงๆด้วยผมนิ่งอึ้งไปกำลังใช้ความคิดทำไงดี

"  พี่คิดว่าพี่ชอบกร "

"...................."

เฉย เงียบไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธ

" ที่เคยบอกว่าลองคบน่ะขอโทษที่พูดไปไม่ทันคิด "  กรก็ยังนิ่งอยู่ทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวในขณะที่ผมร้อนใจกระวนกระวายมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา

" ครับ แล้วไงต่อ " กรถามตายังมองไปด้านหน้า ไม่ยอมสบตาผมเลย

" ก็บอกว่าชอบไงเป็นแฟนกันมั้ย  " ผมพูดเสียงดังจนกรหันมาเราสองคนสบตากันชั่วขณะหนึ่งแล้วผมก็ต้องหลบตา

พูดออกไปแล้ว โล่งว่ะ ว่าแต่.. ทะ ทำไม

ตึก ตัก ตึกๆๆ

หัวใจผมเต้นเเรงอีกแล้วมันเต้นเร็วกว่าปกติ ผมเป็นอะไรเนี่ยครั้งแรกที่รู้สึกแบบนี้คงเพราะทำเรื่องที่มันตื่นเต้นมั่งผมคิด

" พี่เนียร์แน่ใจนะครับว่าพี่ไม่ได้สับสน "  ผมส่ายหน้า สับสนบ้าอะไรวะพูดชัดถ้อยชัดคำขนาดนั้น ผมคิดเคืองๆ

" พี่เนียร์จะมีแฟนเป็นผู้ชายนะครับ " ผมก็พยักหน้าอืมๆ แต่ยังไม่ได้มองหน้ากรแล้วมืออุ่นของกรก็เอื้อมมาจับกุมมือผมไว้

"  งั้นก็ขอพิสูจน์อะไรหน่อยครับ  " กรบอกยิ้มกริ่มออกมา

" อะไร" ผมถามทำหน้างง

" ตื่นเต้นมั้ยครับ​ " กรยกมืออุ่นๆ ไล้ที่แก้มผม

" อื้ม " ผมตอบแล้วก็หลบสายตาคมของกร

บ้า... เอ้ย.. เขินแปลกๆว่ะ

" งั้นพี่เนียร์ให้โอกาสผมอีกครั้งนะครับลืมศีลธรรมสังคมในใจพี่ให้หมด​ "

" ถ้าไม่ชอบจะต่อย จะชกผมยังไงก็ได้  "  กรบอกแล้วก้มลงจูบอีกครั้งหัวผมมันตื้อไปหมดเรี่ยวแรงจะขัดขืนก็ไม่มีผมนั่งนิ่งให้กรจูบสัมผัสอยู่นาน

ผมคงเป็นผู้ชายใจง่ายไปแล้วมั่ง

" ดีใจมั้ยครับที่มีแฟนซะที " กรถามยิ้มกริ่มอะไรวะ คำพูดแบบนั้น

" อะไรคำพูดแบบนั้นดูถูกกันเกินไปแล้ว " ผมบอกพลางหันหน้าหนีสายตา​ กรุ้มกริ่มของกร

" 7ปีมานี่พี่เนียร์โสดสนิทนี่ครับที่มีเข้ามาก็แค่ one night stand  " กรตอบยิ้มๆ  

จะยิ้มไปไหนวะผมเริ่มหงุดหงิด

" ทำเป็นรู้ดี  " เพราะบอกมานั่นถูกทุกอย่างแต่เรื่องเวลาผมไม่เเน่ใจ

" ก็ผมมองพี่มาตลอด " กรบอกเสียงเรียบแต่คำตอบนั้นทำให้ผมใจชื้นขึ้นมารู้สึกดีใจกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาหรือนั่นเพราะว่าผมเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน  น่ารักดีนะแบบนี้หลุดยิ้มออกมา

"  เอ๋.. แล้วเราต้องทำไงต่อ "  ผมถามหลังจากที่นิ่งไป นาน

" หิวข้าวมั้ยครับ " กรถามผมพยักหน้ารับเพราะว่าผมเองก็เริ่มหิวเหมือนกัน

"  งั้นไปกันผมรู้จักที่ดีๆ " กรบอกแล้วเปิดประตูรถลงจากรถไปยืนรอผมที่หน้ารถ

แล้วเราสองคนก็เดินคู่กันไปในซอยเล็กๆ ที่มีบ้านและร้านอาหารเรียงรายอยู่​ 

ต่างคนต่างนิ่งอยู่กับความคิดตัวเองและอาจจะเป็นเรื่อง สถานะใหม่ของผมกับกรแน่ๆ

ความรู้สึกโล่งใจ อุ่นใจ สุขใจ อย่างประหลาดที่เกิดขึ้นตอนนี้คงเป็นเพราะผมชอบกรจริงๆสินะ

" จับมือได้มั้ยครับ " กรหันมาถามคลี่ยิ้มออกมา เล็กน้อยแต่ทำให้หน้าหล่อนั่นดูมีเสน่ห์มากกว่าเดิม อีก

" ฝันไปเถอะกรเกย์ฟ้าแจ้งขนาดนี้ " ผมผลักไหล่กรจนร่างสูงเซไปด้านหน้า

" ไม่เห็นน่าอายเลยนะครับคนเป็นแฟนกัน " กรบ่นพึมพำแล้วส่ายหน้าไปมาเดินนำหน้าผมไป แล้วผมก็รีบเดินตามไป เอามือโอบไหล่กรแล้วเอียงหน้าไปกระซิบ

" ไม่ได้อาย แต่ว่าเขินต่างหากล่ะ "  ผมพูดจบก็เอามือบีบแก้มของกรไปมา อย่าถามว่าการกระทำแบบนี้ใครจะหลุดอาการเขินออกมา

แน่นอนว่าต้องเป็นผม.... บ้าเฮ้ย.. เล่นเองเขินเอง..

ส่วนแฟนผู้ชายป้ายแดงของผมยังทำหน้านิ่งยิ้มแห้งๆออกมา

หลังจากอิ่มมือเย็นผมกับกรก็เดินพูดคุยกันจนมาถึงรถแล้วกรก็เดินอ้อมไปเปิดประตูรถด้านหลัง

หยิบกุหลาบช่อโตออกมาแล้วพูดว่า

" ขอบคุณนะครับสำหรับนี่  " กรบอกพร้อมกับชูช่อดอกกุหลาบขึ้น

" ใครให้นายกัน "  ผมถามกลับผมเองก็เกือบลืมกุหลาบช่อใหญ่ในรถ

" ผมเป็นแฟนพี่ ถ้าพี่ไม่ให้ผมแล้วจะเอาไปให้ใครที่ไหนหรือครับ "กรบอกแล้วทำท่าจะวางช่อกุหลาบลง

" รึว่าชู้รัก "  กรถามเสียงเข้ม

"  ชะ ชู้รักบ้าอะไรวะ!  "

" เออ​เอาไปๆ " ผมบอกตัดความรำคาญ และกรก็ยิ้มออกมา​ แล้วเดินมาหอมแก้มผมเบา

" ขอบคุณครับแล้วผมจะเป็นแฟนที่ดี  " แล้วกรก็เดินผิวปาก ไปอย่างคนอารมณ์ดี

เด็กบ้า! อะไรวะ ทำไมเดี๋ยวนี้ร้ายกาจทั้งที่เมื่อก่อนเคยน่ารักแท้ ๆ ผมบ่นอุบเอามือลูบแก้มตัวเองไปมา รู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าวแถมใจเต้นเเรงอีก

มีแฟนนี่ก็ไม่เลวเหมือนกันวันพรุ่งนี้จะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นมั้ยนะ ....

2 อาทิตย์ผ่านไป

หลังจากที่ผมกับกรตกลงเป็นแฟนกันแต่ทุกอย่างกลับเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไม่มีอะไรคืบหน้าคือต่างคน ต่างทำงาน มี โทรคุย หรือ ส่งข้อความหากันไปบ้างและส่วนมากจะเป็นกรที่โทรหาแต่มันก็ยังไม่ใช่ อะ

หรือว่าผู้ชายเป็นแฟนกันคบกันเค้าเป็นแบบนี้

จะให้สวีทหวานเหมือนชายหญิงก็คงไม่ใช่แนวมั่ง

และผมก็ไม่ได้เจอกับกรก็7วันแล้ว

เพราะว่าอาทิตย์นี้ผมทำงานที่รีสอร์ต​ทั้งอาทิตย์

ไม่ได้เข้ากรุงเทพเลยถ้าปกติผมจะทำงานที่กรุงเทพ 4วันที่รีสอร์ต​3วัน เหนื่อยครับแต่ก็สนุกดี เพราะว่าทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้างานลูกค้าก็เริ่มเยอะขึ้น

ผมหยิบมือถือขึ้นมาและวางลงผมทำอย่างนี้ มาเกือบ3 ชั่วโมงแล้วว่าจะชวนก่อนดีมั้ยเพราะพรุ่งนี้วันหยุด แต่วันนี้กรยังทำงานอยู่ได้ข่าวว่ารับงานใหม่มาเลยนั่งเขียนขีดทั้งคืนแล้วก็ตัดสินใจ

หยิบมือถือขึ้นมากำลังจะพิมพ์ข้อความแต่ก็มีข้อความแจ้งเตือนเข้ามาก่อน

คิดถึงจังครับพรุ่งนี้อยากเจอ  เจอกันมั้ยครับ?

ผมอ่านแล้วยิ้มออกมาด้วยความดีใจ นี่ผมจะตามหลังเด็กนี่ตลอดเลยหรอทั้งที่ตั้งใจจะส่งข้อความไปหา แล้วผมก็กดโทรออกหาเจ้าของข้อความทันที

" ครับ "  กรรับสายเสียงเนือยๆเหมือนกำลังเหนื่อยสุดๆแต่แค่ได้ยินเสียง ใจก็เหมือนจะเต็นเร็วขึ้น

" เจอกันที่ไหน  "  ผมถามพยายามกลั้นเก็บอาการดีใจไว้

" ร้านนนท์นัทดีมั้ยครับตอนนี้ผมอยู่ข้างนอกแล้วเจอกันครับ " กรพูดเเล้วก็รีบวางสายทันทีเหมือนกำลังรีบเร่งไปไหน....

เย็นชาว่ะ  แทนที่จะบอกว่าคิดถึงเป็นคำพูดหน่อยก็ไม่ได้ แต่จะว่าไปผมก็ไม่ได้บอกกับกรเหมือนกันว่าคิดถึง .... เสมอกันงั้นอ่ะ

แล้วผมก็นั่งทำงานต่อสักพักเสียงแจ้งเตือนข้อความก็ดังขึ้นผมรีบหยิบมือถือขึ้นมากดอ่าน

.. ขอโทษที่รีบวางสายครับตอนนี้ผมอยู่กับเสก

เสกกับเป็นต่อเลิกกันแล้ว ไว้ผมจะเล่าให้ฟัง..

ข้อความประโยคท้ายๆนั่นทำให้ผมแทบรอถึงพรุ่งนี้ไม่ไหวลุกขึ้นไปอาบน้ำ​แต่งตัวรีบขับรถเข้ากรุงเทพทันที.......

_____________________________________________________

มาเเล้ว ตอนนี้ก็เหมือนเดิม พี่เนียร์เปิดใจกับกรแล้วแถมยังขอเป็นแฟนอีก  แต่จะเอื่อยไม่หวือหวาเหมือนคู่รักคู่อื่น ด้วยความที่อายุมากกว่าเนาะ เข้าใจนิดนึง มุมมองของความรักความคิดการพูดมันจะต่างกัน

อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ 🙏🙏  ส่วนตอนหน้า  เสกต่อ comeback แล้ว มาย้อนหลังรอยร้าวของเสกต่อกัน ติดตามนะ

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

❤️   ขอบคุณคร้า  ❤️

แอบแปะอิมเมจกร ตอนยิ้มนิดนึง  ไรท์คลั่งไคล้มากๆ  แน่นอนว่ามโนอีกแล้ว...

#

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}