Finland (ช้อย)

อัพทุกวันตอนเช้า ๆ เหมือนเดิมจ้า.....!!! กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ ^^

Chapter 44 : ยากที่จะหนีพ้น...!! กร-อรรณพ

ชื่อตอน : Chapter 44 : ยากที่จะหนีพ้น...!! กร-อรรณพ

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 34.8k

ความคิดเห็น : 218

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2560 05:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 900
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 44 : ยากที่จะหนีพ้น...!! กร-อรรณพ
แบบอักษร

 

อรรณพ......................

 

ผมกำลังจะเปิดประตูเข้าบ้าน ก็มีรถเข้ามาจอดใกล้ ๆ  แล้วคนในรถก็เดินตรงมาหาผม

 

“บ้านอยู่ที่นี่เอง”  คุณกรยักคิ้วบอกกับผม ผมตกใจถึงกับตาค้าง

 

“คุณมาที่นี่ทำไม...?”  ผมถามไป

 

“เอ๊า...ก็มาหาคุณอ่ะดิ อยู่ที่ทำงานตามตัวยากอ้างโน้นอ้างนี่ ก็มาหาที่บ้านซะเลย”  คุณกรยังมีหน้ามาเล่นลิ้นกับผมอีก

 

“นี่คุณ คุณเป็นบ้าอะไรห๊ะ...!! ตามกวนประสาทผมตั้งแต่บริษัทไม่พอ ยังตามมาถึงที่บ้านผมอีก”   ผมเหลืออดจริง ๆ

 

“ยังน้อยกว่าที่คุณกวนประสาทผมซะอีก”  คุณกรยังต่อปากต่อคำผมไม่เลิก

 

“กลับไปเลย ผมจะเข้าบ้าน”   ผมบอกไปอย่างไม่สนใจใยดี

 

“คุณนี่หน้าตาก็ดี มีแขกมาเยี่ยมถึงเรือนถึงบ้านไม่ชวนเข้าบ้านซ้ำยังมาไล่อีก ติดนิสัยมาจากนายของคุณรึไงห๊ะ..?”  คุณกรโยงไปหานายผมจนได้

 

“ถ้าผมเป็นคุณติณผมไม่แค่ไล่หรอก ผมจะจับคุณโยนออกไปนอกประตูโน่น วุ่นวายอะไรกับชีวิตครอบครัวเขานักหนา”  ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน ในขณะที่ผมโต้วิวาทะกับคุณกรอยู่นั้น

 

“อ้าวตาณพทำไมไม่เข้าบ้านล่ะลูก...? แม่เห็นจอดรถอยู่ตั้งนาน”  แม่เดินออกมาหาผม

 

“เอ่อคือ.....”  ผมยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรกับแม่ไป

 

“สวัสดีครับคุณป้า”  คุณกรก็รีบกล่าวทักทายแม่ผมซะก่อน

 

“สวัสดีค่ะคุณ คุณเป็น.......?”  แม่ผมกำลังจะถามคุณกร

 

“เขาเป็นเจ้านายผมเองครับแม่”  ผมรีบโพล่งออกไปก่อน ก่อนที่คุณกรจะพูดอะไรบ้า ๆ ออกมา ผมรู้นิสัยชั่ว ๆ ของเขาดี 

 

“ตาณพนี่ก็กระไร เจ้านายมาเยี่ยมถึงบ้านปล่อยให้ยืนอยู่ที่หน้าบ้านได้ยังไง เสียมารยาทเจ้าลูกคนนี้นี่ เชิญเข้าไปข้างในบ้านก่อนค่ะคุณ”  แม่เอ็ดผมซะยกใหญ่ แล้วหันไปยิ้มบอกกับคุณกร

 

“โธ่แม่”    ผมได้แต่ยืนทำหน้าเหนื่อยใจ คุณกรหันมายักคิ้วยิ้มเยาะเย้ยผมแล้วก็เดินตามแม่เข้าบ้านไป 

 

ผมรู้ว่าที่เขามาที่นี่ต้องมีแผนอะไรซักอย่างแน่ คนอย่างเขาเจ้าเล่ห์จะตายแม่พาคุณกรเดินเข้าไปนั่งที่ศาลาริมน้ำใต้ต้นไม้ใหญ่ ตอนเย็น ๆ แบบนี้อากาศดีผมกับครอบครัวมักจะมานั่งทานข้าวที่นี่เป็นประจำ ผมก็ได้แต่เดินตามไปต้อย ๆ

 

“ณพไปหาน้ำหาท่ามาให้เจ้านายสิ เดี๋ยวแม่จะไปบอกพ่อก่อน”  แม่บอกกับผมแล้วก็เดินเข้าสวนไปหาพ่อ

 

“บ้านร่มรื่นดีนี่”  คุณกรเอ่ยขึ้นพร้อมกับมองสำรวจไปรอบ ๆ บ้าน

 

“คุณมาที่นี่มีจุดประสงค์อะไรกันแน่...?”  ผมยังคาใจอยู่

 

“มาหาคุณไง”

 

“รู้แล้วว่ามาหาผม แต่มีธุระอะไร....?”  ผมย้ำถามกลับไปอีกครั้ง

 

“ธุระไม่มี แค่อยากจะมาเฉย ๆ ”  คุณกรก็ยังกวนประสาทผมไม่เลิก

 

“กลับไปได้แล้ว และไม่ต้องมาที่นี่อีก”  ผมยอมเสียมารยาทกับคนพรรค์นี้ ปล่อยให้อยู่นานไม่ได้เดี๋ยวเป็นเรื่อง

 

“อะไร..? ผมยังไม่ได้กินน้ำซักอึกเลยนะคุณจะไล่กันซะละ แม่คุณเป็นคนชวนผมเข้ามาเองนะ”  เล่นเอาแม่มาอ้างแบบนี้ ผมก็ได้แต่โกรธกัดฟันกรอด ๆ

 

“สวัสดีครับคุณลุง”   แล้วคุณกรก็รีบกล่าวทักทายเมื่อเห็นว่าพ่อผมกำลังเดินเข้ามาหา

 

“สวัสดีพ่อหนุ่ม ไหว้พระเถอะ เห็นป้าบอกเป็นเจ้านายของเจ้าณพมันเร๊อะ...?”  คุณพ่อถามกับคุณกรไป

 

“ยิ่งกว่าเจ้านายอีกครับ”  คุณกรพูดขึ้นมาเบา ๆ   ห๊ะ...!! ผมเบิกตากว้างอ้าปากค้างเมื่อได้ยินนั่นไงว่าแล้ว ไอ้ CEO นี่มันบ้า

 

“คุณว่าอะไรนะผมไม่ค่อยได้ยิน คนแก่หูตาฝ้าฟาง”  แล้วพ่อก็ถามกลับอีกครั้ง

 

“ครับผมเป็นเจ้านายณพครับ”  คุณกรยิ้มตอบกับพ่อไป

 

“ถ้าไม่รังเกียจเชิญรับประทานอาหารที่บ้านด้วยกันซิคะ วันนี้ป้าทำปูหลนของโปรดของตาณพด้วย”  แล้วแม่ก็เอ่ยขึ้น  โอยยยยยยยย แม่จะไปชวนเขาทำม้ายยยยยย....?  ผมได้แต่เซ็ง ๆ เอามือเกาหัวตัวเองแกรก ๆ

 

“ยินดีเลยครับ ณพเคยพูดให้ผมฟังบ่อย ๆ ว่าคุณป้าทำกับข้าวอร่อย”   แล้วไอ้บ้าจอมเผด็จการก็บอกกับแม่ผม  แม่งเอ้ยไอ้ตอแหล.....กูไปบอกมึงตั้งแต่เมื่อไหร่วะ...? ผมได้แต่ด่าในใจ ถ้าฆ่าทิ้งได้ผมฆ่าทิ้งไปนานตั้งนานแล้ว สุดท้ายคุณกรก็หน้าระรื่นนั่งทานข้าวที่ศาลาริมน้ำกับครอบครัวผม

 

“ผมขออนุญาตเรียกแม่ตามณพจะได้มั้ยครับ...?”  คุณกรบอกกับแม่

 

“ยินดีเลยค่ะคุณ”  แม่ยิ้มตอบกลับไป

 

“ตาณพอยู่ที่ทำงานเป็นยังไงบ้างคะคุณ...?”  แล้วแม่ก็เอ่ยถามขึ้น

 

“ดื้อ ไม่ค่อยเชื่อฟัง หัวรั้นครับแม่”  คุณกรบอกกับแม่พร้อมกับเหล่ตามาทางผม เข้าทางเขาพอดี

 

“คุณก็อย่าไปถือสาตาณพเลยนะ มีอะไรก็สั่นสอนตักเตือนได้เลย แม่ขอฝากลูกแม่ด้วยนะคะคุณ”   คุณกรยิ้มแฉ่งเมื่อได้ยิน

 

“ผมจะดูแลอย่างดีเลยครับแม่”   น่าน......เข้าทางอีกจนได้ เฮ้อออออออ ผมได้แต่ถอนหายใจยาว  เมื่อไหร่จะกลับซักทีวะ....?  ผมได้แต่ภาวนา

 

“แม่ทำกับข้าวอร่อยมากเลยนะครับ วันหลังผมต้องขอรบกวนมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ แล้วล่ะ”  แล้วคุณกรก็บอกกับแม่ ผมรีบหันขวับไปมอง

 

“ยินดีค่ะคุณ”  แม่ยิ้มแก้มปริตอบกลับไป   

 

พอทานข้าวเสร็จ แม่ก็นำขนมนมเนยที่ทำไว้เอามาบริการอีก พ่อกับแม่ผมคุยกับคุณกรอย่างออกรสออกชาติ คุยกันถูกคอ ผมก็ได้แต่นั่งเงียบเป็นหมาหัวเน่าอยู่คนเดียว ผมยกแขนขึ้นดูนาฬิกาข้อมือตอนนี้ก็สามทุ่มกว่าแล้ว ไม่คิดจะกลับบ้านกลับช่องบ้างเลยหรือไงวะ...? ผมต้องทำอะไรซักอย่าง

 

“แม่ครับตอนนี้ก็ดึกแล้ว คุณกรคงอยากจะกลับเพราะกลัวที่บ้านเป็นห่วง เราชวนเขาคุยอยู่ตั้งนาน”   ผมพูดอ้อม ๆ บอกกับแม่ไป บอกตรงๆ ไม่ได้เดี๋ยวโดนแม่เอ็ดอีก

 

“จริงด้วยแม่ก็ลืมไป ต้องขอโทษด้วยนะคะคุณชวนคุยซะเพลินจนลืมเวล่ำเวลา”  แล้วแม่ก็บอกกับคุณกรไป  ผมได้แต่ยิ้มกระหยิ่มในใจ อีกไม่นานคุณกรก็คงจะกลับ

 

“ผมอยู่กับลูกสองคน ตอนเย็นผมให้คนขับรถพาไปส่งที่บ้านคุณย่าแล้วล่ะครับ ผมกลับคอนโดไปก็อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีเพื่อนคุยเหงาจะแย่ ได้คุยกับพ่อกับแม่ผมสบายใจขึ้นมากเลยนะครับ”   คุณกรบอกกับแม่ไป  แม่งปากดีชะมัด ผีเจาะปากมาพูดรึไงวะ...?  ผมได้แต่เหล่ตามองคุณกรอย่างน่าหมั่นไส้

 

“พ่อกับแม่ก็เหมือนกัน ถ้าตาณพยังไม่กลับจากที่ทำงานก็อยู่กันสองคนตายายไม่ค่อยได้คุยกับใครหรอก มีคุณเข้ามาคุยด้วยแบบนี้คนแก่ก็หายเหงาได้บ้าง”   แล้วแม่ก็บอกกับคุณกรไป  โอ้ยน่อ...!! เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยจริง ๆเล้ย ผมจะทำยังไงดี อยากจะบ้าตาย...!!

 

“ที่นี่อากาศดีนะครับ ต้นไม้ร่มรื่นตอนกลางคืนคงจะนอนหลับสบาย”  แล้วคุณกรก็พูดขึ้น

 

“นี่ก็ดึกมากแล้ว ถ้าไม่รังเกียจนอนค้างที่บ้านซักคืนมั้ยล่ะคะคุณ...?”  แม่ถามคุณกรไป

 

ห๊ะ...!! แม่ว่าอะไรนะ....? เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางหัว

 

“เอ่อคือ แม่ครับเจ้านายผมนอนที่แบบนี้ไม่ได้หรอกครับ”  ผมต้องรีบตัดไฟซะก่อนต้นลม ไม่อย่างนั้นผมแย่แน่

 

“ขอบคุณครับ ผมนอนที่ไหนก็ได้ แม่อย่าไปฟังณพพูดเลยนะครับ” แล้วคุณกรก็รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที   

 

“ตาณพนี่ ชอบพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย”  แม่หันมาเอ็ดผมอีกตามเคย  เฮ้อออออออออ เซ็ง

 

“ห้องว่างที่บ้านเรามีก็จริง แต่แม่ไม่ได้ใช้งานมานานกลัวจะมีกลิ่นอับ ถ้ายังไงพักกับตาณพได้มั้ยคะ...?”  แม่ถามขึ้น

 

“สบายเลยครับแม่”  คุณกรยิ้มแป้นบอกกับแม่ไป

 

โอ้ยยยยยยย อะไรกันเนี่ย ตาย งานนี้ ตาย...!!   ผมได้แต่น้ำท่วมปากพูดอะไรมากก็ไม่ได้แม่จ้องเล่นงานผมอยู่หาว่าผมเสียมารยาทกับเจ้านายตัวเอง พอตกปากรับคำแม่เสร็จคุณกรก็เหล่ตามองผมแล้วยักคิ้วกวนตีนให้  คุณกรเลยนั่งคุยกับพ่อแม่ผมต่ออีกซักพักใหญ่ ๆ ผมแอบชำเลืองมองคุณกรอยู่บ่อย ๆ นึกแปลกใจไม่น้อยว่าทำไมคนอย่างคุณกร คนที่เอาแต่ใจ คนที่ทะนงตัวเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่แบบนั้นจะมานั่งพูดคุยกับคนแก่ได้ตั้งนานสองนาน ไม่พอยังรู้จักพูดจาเข้าหาผู้หลักผู้ใหญ่อีก

 

“มีอะไร แอบมองผมอยู่บ่อย ๆ ผมหล่ออ่ะดี๊....?”  คุณกรยักคิ้วกวนประสาทกระซิบถามกับผม

 

“หล่อตายแหล่ะ”  ผมตอบพร้อมกับเบะปากใส่

 

“ณพพาคุณเข้าไปอาบน้ำอาบท่าสิดึกแล้ว คุณเขาจะได้พักผ่อน”  แล้วพ่อก็บอกกับผม

 

“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” คุณกรยิ้มบอกกับพ่อแม่ไป  ผมเลยพาคุณกรเข้ามาในบ้านขึ้นบันไดไปชั้นบน ตรงไปยังห้องนอนของผม พอเข้ามาในห้อง

 

“ผมมันก็แค่พนักงานธรรมดา ห้องหับไม่ได้หรูหราเหมือนกับห้องคุณหรอกนะ”  ผมบอกไป คุณกรไม่ยอมตอบอะไรเอาแต่หันรีหันขวางมองสำรวจไปทั่วห้อง

 

“สมกับเป็นห้องคุณจริงๆ”  แล้วคุณกรก็พูดขึ้น ผมได้แต่ทำหน้างง

 

“จัดห้องได้น่าอยู่จัง ถ้าต่อเติมอีกซักนิด แล้วก็เอาพวกเฟอร์นิเจอร์ไม้เข้ามาแต่งอีกซักหน่อย จะน่าอยู่ขึ้นอีกเป็นกอง อยู่สองคนมันจะแคบไป”  คุณกรหันมาบอกกับผม

 

“พูดบ้าอะไรของคุณ...?”  ผมยิ่งงงหนักขึ้นไปอีก ช่างเหอะจะพล่ามอะไรก็แล้วแต่เลย ผมเบื่อแล้ว ผมเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่พับอยู่ในตู้แล้วยื่นส่งให้

 

“ห้องน้ำอยู่นั่น คุณเข้าไปอาบน้ำก่อนดิ”  ผมบอกไป คุณกรรับเผ้าเช็ดตัวแล้วก็เอาไปพาดบ่าไว้ แต่ก็ยังมองสำรวจรอบ ๆห้องผมอยู่ตลอดเหมือนว่ากำลังคิดอะไรอยู่  ผมไม่สนใจหยิบหมอนกับผ้าห่มในตู้หอบไว้แนบอก

 

“นั่นคุณจะไปไหน...?”  คุณกรรีบถามกับผม

 

“ผมจะลงไปนอนที่โซฟาชั้นล่าง”  ผมบอกแล้วทำท่าจะเดินออกจากห้อง

 

หมับ..!! คุณกรรีบคว้าแขนผมเอาไว้ “ผมนอนคนเดียวไม่ได้ แปลกที่ด้วยนอนด้วยกันนี่แหล่ะ”  แล้วคุณกรก็บอกกับผม

 

“ไม่เอา ผมไม่เคยนอนร่วมเตียงกับใคร มันไม่ชิน คุณก็เป็นถึงผู้บริหารด้วย”  ผมบอกไป

 

“นอนที่ห้องนี่แหล่ะ อย่าเรื่องมาก” ว่าแล้วคุณกรก็รีบเข้ามาหอบหมอนกับผ้าห่มไปจากผม แล้วเอาไปโยนลงบนเตียง

 

“ไปอาบน้ำได้แล้ว จะได้สบายตัว”  แล้วเขาก็เดินเข้ามาจับแขนผมเอาไว้

 

“ดะเดี๋ยว จะทำบ้าอะไร...?”  ผมรีบห้าม

 

“อาบน้ำไง อาบด้วยกันนี่แหล่ะ ประหยัดน้ำดี”  ดูพูดเข้า

 

“ไม่ต้องทำมาเป็นอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ผมไม่อาบกับคุณหรอก ผมรู้นะว่าคุณคิดอะไรอยู่ อย่าแม้แต่จะคิด”  ผมรีบแกะมือที่จับแน่นเป็นหนวดปลาหมึกของคุณกรออก

 

“ถ้างั้นก็ดี ไม่ต้องพูดอะไรกันมาก”  เฮ้ย...!! ผมยังไม่ทันได้ตั้งตัว คุณกรก็เข้ามาอุ้มผมแล้วก็เดินไปยังห้องน้ำ

 

“ปล่อยนะโว้ย ทำอะไรของคุณเนี่ย...?”  ผมดิ้นไปมา จนกระทั่งเข้ามาในห้องน้ำคุณกรก็ปล่อยผมลง แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาแกะกระดุมเสื้อผมออก

 

หมับ...!! ผมรีบจับมือคุณกรห้ามเอาไว้

 

“อย่าทำอะไรบ้า ๆ นะบอกก่อน ผมกับคุณไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่งั้นผมไม่เกรงใจจริง  ๆ ด้วย”    ผมเตือนไปอีกครั้ง

 

“อ้าววววว พูดงี้ก็สวยดิ ไม่ได้เป็นอะไรกัน....? ผมเข้าไปอยู่ในตัวคุณตั้งนานไม่พอ แถมยังปล่อยลูก ๆ เป็นล้าน ๆ ตัวเข้าไปอยู่ในตัวคุณอีก แบบนี้ยังจะเรียกว่าไม่เป็นอะไรกันอีกเหรอ..?”   ดูเขาพูด แม่งเอ้ยไม่สมกับเป็นประธานกรรมการบริหารเลยจริง ๆ เล่นซะผมไปไม่เป็น

 

“ผมไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี ปากดีแบบนี้เอาไว้ใช้กับคนอื่นหรือคู่ขาของคุณเหอะ”  ผมตอบกลับไปบ้าง ชักทนไม่ไหว

 

“ต้องเป็นคนที่ชื่อไอ้ธนานั่นก่อนใช่มั้ย...? คุณถึงจะยอม”  แล้วคุณกรก็พูดถึงธนาขึ้นมา

 

“แล้วไปเกี่ยวอะไรกับธนา...?”  ผมงงจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยจริง ๆ

 

“อย่าคิดนะว่าผมไม่รู้คุณกับไอ้เหี้ยนั่นเป็นอะไรกัน”  คุณกรเริ่มไม่พอใจขึ้นมา

 

“คุณนี่แม่งความคิดจะสกปรกไปถึงไหนห๊ะ...? ผมกับธนาเป็นแค่เพื่อนร่วมงานไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่คุณคิด”  

 

“ว่าแต่ถึงแม้ว่าผมกับธนาจะเป็นอะไรกัน แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ...?”  ผมยักคิ้วถามกลับไป  คุณกรจ้องผมตาเขม็งสีหน้าไม่พอใจ

 

“คุณนี่แม่ง...!!”  คุณกรชี้หน้าผมโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง แล้วทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วยวะ...?

 

“แม่งอะไรห๊ะ...? แม่งอะไร...?”  ผมได้ทีเลยยียวนกวนประสาทกลับไปบ้าง หึหึหึ ผมเห็นหน้าคุณกรโกรธจนพูดไม่ออกแล้วอยากจะหัวเราะออกมาดัง ๆ

 

“คุณก็อาบน้ำได้แล้ว อย่ามาทำตัวงี่เง่า ผมเหนื่อยอยากจะพักผ่อน”  ผมผลักอกคุณกรออกแล้วเบี่ยงตัวจะเดินหนีไป

 

ปึก...!! คุณกรผลักตัวผมติดกับผนังห้องน้ำแล้วเข้ามาประชิดตัวผมเอาไว้ จับแขนทั้งสองข้างผมกดไม่ให้ขยับไปไหน

 

“อยากพักผ่อนอย่างนั้นเหรอ...? ฝันไปเหอะ” คุณกรแสยะยิ้มบอกกับผม ผมใจหายวาบขึ้นมาเมื่อได้ยิน  แล้วภาพในวันนั้นมันก็กลับเข้ามาในหัวผมอีกครั้ง

 

 

 

..................................................................................

To be continue..............................

.................................................................................

 

วันนี้มาเช้ากว่าปกติเพราะช้อยต้องไปทำงานต่างจังหวัด

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังเป็นอย่างดี

ขอบพระคุณค่า

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}