Finland (ช้อย)

อัพทุกวันตอนเช้า ๆ เหมือนเดิมจ้า.....!!! กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ ^^

Chapter 43 : ยังตามไม่เลิก...!!! กร-อรรณพ

ชื่อตอน : Chapter 43 : ยังตามไม่เลิก...!!! กร-อรรณพ

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 36.7k

ความคิดเห็น : 220

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.พ. 2560 07:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 43 : ยังตามไม่เลิก...!!! กร-อรรณพ
แบบอักษร

 

อรรณพ..........................

 

เมื่อวานผมถึงกับลางานหนึ่งวันเพราะลุกไม่ไหว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ผมไม่อยากจะพูดถึงมันอีก ผมได้แต่โทษตัวเองที่หลายวันมานี้ปล่อยให้คุณกร CEO บริษัทดังปั่นหัวผมเล่นมาตลอด เรื่องที่เกิดขึ้นผมถือว่าผมพลาดเองไม่อยากไปโทษคนอื่น และผมจะไม่มีวันให้มันเกิดขึ้นอีก  และที่สำคัญผมกับคุณกรไม่ได้เป็นอะไรกัน  เขาก็แค่อยากจะแกล้งเอาคืนผมที่ผมคอยกันคุณปลื้มออกห่างเท่านั้น

 

เช้านี้ผมขับรถมาทำงานตามปกติ พอเข้ามาที่ล็อบบี้บริษัท

 

“คุณอรรณพคะ เมื่อวานมีประธานกรรมบริหารบริษัทxxxมาพบค่ะ แต่ดิฉันบอกไปว่าคุณอรรณพลาหยุด”  พนักงานต้อนรับที่หน้าเค้าเตอร์บอกกับผมพร้อมกับยื่นนามบัตรให้

 

“ขอบคุณครับ”  ผมบอกพร้อมกับหยิบนามบัตรมาแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกง ไม่อยากดูด้วยซ้ำ 

 

“จะอะไรนักหนาวะ เบื่อชิบหาย”  ผมได้แต่สบทออกมาเบา ๆ พร้อมกับเดินตรงไปยังลิฟท์

 

“ณพ”   แล้วก็มีเสียงเรียกผมดังขึ้น ผมหันไปมอง

 

“ธนา”   ผมยิ้มตอบแล้วก็รอธนาเพื่อขึ้นลิฟท์ไปด้วยกัน

 

ธนาเป็นเพื่อนร่วมงานของผมเราเข้ามาทำงานที่นี่เกือบพร้อมกัน อายุรุ่นราวคราวเดียวกันเลยคุยกันได้ง่าย ผมกับธนาจะอยู่คนละสายงาน ผมเป็นเลขา ส่วนธนาจะอยู่ฝ่ายจัดซื้อ เราจะไม่ค่อยได้เจอกัน ยกเว้นพักเที่ยงหรือไม่ก็ตอนเลิกงาน

 

“เมื่อวานเห็นว่าลางานไม่สบายหายดีรึยัง...?”  ธนาเดินเข้ามาหาผม

 

“หายแล้ว” ผมยิ้มบอกไป

 

“พักเที่ยงออกไปทานข้าวข้างนอกกันมั้ย...? เราไม่ได้ออกไปทานด้วยกันนานแล้วนะ” แล้วธนาก็เอ่ยชวนผม

 

“ได้”  ผมตอบตกลงไป

 

ถ้ามีเวลาผมกับธนามักออกไปทานข้าวข้างนอกด้วยกันบ่อย ๆ แต่ช่วงนี้ทั้งผมทั้งธนาก็ยุ่งด้วยกันทั้งคู่ เราเลยไม่ค่อยจะได้เจอกันเท่าไหร่  คุยกันได้ซักพักเราก็แยกย้ายกันไปทำงานตามหน้าที่ของตัวเอง พอเลิกพักกลางวัน ผมก็มารอธนาอยู่ที่ล็อบบี้ ไม่นานนักผมก็เห็นเขาเดินตรงมาหา

 

“โทษทีรอนานมั้ย...? พอดีติดงานนิดหน่อย” ธนารีบบอกกับผม

 

“ไม่นาน ผมก็เพิ่งมาถึงเหมือนกัน”  ผมบอกไป

 

“ถ้างั้นเราไปกันเถอะ”   ธนาพาผมขับมาทานข้าวที่ร้านอาหารไม่ไกลจากบริษัทมากนักเรานั่งทานกันได้ซักพักรู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องผมอยู่ ผมเหลือบไปมองเห็นคุณกร CEO ตัวปัญหานั่งทานข้าวกับผู้หญิงสาวสวยคนหนึ่ง แวบแรกที่เห็นทำไมผมรู้สึกแปลก ๆ ..?  ผมพยายามทำเป็นไม่สนใจแต่ตาเจ้ากรรมก็คอยแต่เหลือบไปมองตลอด

 

“งานเป็นไงบ้างณพ ยุ่งหรือเปล่า...?” แล้วธนาก็เรียกสติผมกลับ

 

“นิดหน่อย แล้วธนาล่ะ...?”  ผมถามกลับไปบ้าง

 

“ยุ่งมากโดยเฉพาะโปรเจคงานล่าสุด เจ้าของโครงการเรื่องมากอันนี้ก็ไม่เอา อันนี้ก็ใช้ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ถูกใจ ผมปวดหัวไปหมด”  ธนาทำท่าทางเซ็ง ๆ

 

“บริษัทอะไร...?”  ผมถามไป

 

“ก็บริษัทxxxอ่ะดิ”  ธนาบอกกับผม

 

“CEO เจ้าของบริษัทนั่งทานข้าวอยู่โต๊ะข้างหลังคุณโน่น โลกกลมชะมัด”  ผมกระซิบบอกกับธนาไป ธนาค่อย ๆ หันไปมอง

 

“หน้าอย่างนี้เองหน่ะเหรอ แม่งโคตรเรื่องมาก”  แล้วธนาก็พูดขึ้น

 

“ชู่ว์ คุณอย่าดังไป นั่นแหล่ะตัวปัญหาของจริง”  ผมบอกธนาให้เงียบเสียงลง แล้วเราก็นั่งทานข้าวกันต่อ

 

ได้ยินมาว่าเรื่องมากไม่พอ ยังทำตัวกร่างเอาแต่ใจอีก ผมไม่อยากจะคิดว่าลูกน้องจะโดนอะไรกันบ้าง  ธนาบอกกับผมเบา ๆ  เรื่องพวกนี้ผมรู้ดี แต่ผมไม่อยากจะพูดถึงมัน คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย

 

พอทานข้าวเสร็จก็เรียกเช็คบิล ผมจะจ่ายแต่ธนาไม่ยอม บอกว่าวันนี้จะเลี้ยงผมเอง

 

“ขอบคุณนะ ป่ะกลับกันเถอะจะบ่ายโมงแล้ว”  ผมบอกกับธนาไป

 

“วันหยุดไปดูหนังกันเปล่า...?”  ธนาหันมาชวนผมขณะที่กำลังเดินผ่านโต๊ะของคุณกร

 

“เอาดิ ผมก็ไม่ได้ดูหนังมานานแล้วเหมือนกัน”  ผมยิ้มบอกไป

 

“น้องเช็คบิล....!!”  แล้วเสียงคุณกรก็ดังขึ้น ผมหันไปมองเห็นเขากำลังจ้องผมตาเขม็ง ผมก็ไม่ได้สนใจอะไร เดินของผมต่อไปที่ลานจอดรถ

 

“เป็นถึง CEO ทำตัวกร่างอย่างกับกุ๊ยไปทั่ว แค่เช็คบิลจะตะคอกทำไม....?”  แล้วธนาก็พูดขึ้น ผมก็ได้แต่พยักหน้ารับ นิสัยเถื่อน ๆ แบบนี้เขาล่ะ กวนตีนไม่มีใครเกิน

 

ผมกับธนากลับมาถึงบริษัทก่อนที่ผมจะแยกย้ายไปทำงาน

 

“วันเสาร์นี้อย่าลืมนะ ผมจะไปรับ”  ธนาย้ำบอกกับผมอีกครั้ง  ผมได้แต่พยักหน้าแล้วก็ขึ้นลิทฟ์ไปห้องทำงาน  ผมนั่งทำงานได้ซักพัก

 

“ณพเข้ามาหาผมหน่อย”  นายโทรเรียกตามผม ผมรีบเข้าไปหานายในห้อง

 

“นายมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ...?”  ผมถามกับนายไป

 

“ไม่สบายเป็นอะไรมากหรือเปล่า...?”   นายถามกับผม

 

“เอ่อคือ เป็นไข้นิดหน่อยครับ”  ผมตอบกับนายไป

 

“วันก่อนไปทานข้าวกับไอ้กร มันทำอะไรคุณบ้าง...?”   แล้วนายก็ถามกับผม ผมตกใจเบิกตากว้างทำไมนายถึงรู้...?

 

“เอ่อ คือ ปะเปล่าครับนาย เขาก็แค่ยั่วโมโหให้ผมปวดหัวเล่นแค่นั้นครับ”  ผมรีบบอกกับนายไป

 

“ดีแล้วล่ะ อยู่ห่าง ๆ มันไว้บ้างก็ดี ไอ้นี่มันร้าย”  นายบอกกับผม

 

“คะครับ”  ผมตอบนายไปเฮ้อออออออ คิดว่านายจะรู้เรื่องเข้าซะอีก โล่งอก

 

วันนี้ผมเลิกงานค่ำหน่อยเพราะเคลียร์งานเพิ่งเสร็จ นายกลับไปตั้งนานแล้วเพราะต้องไปรับคุณปลื้มที่มหาลัย ผมเก็บแฟ้มเอกสารเข้าชั้นเสร็จก็คว้ากระเป๋าสะพายลงลิฟท์ไปที่ชั้นล่าง พอมาถึงล็อบบี้

 

“คุณอรรณพคะ มีแขกมารอพบค่ะ”   พนักงานรีบบอกกับผมก่อนที่ผมจะเดินออกจากล็อบบี้  ผมหันไปมองห้องรับรองก็ไม่เห็นมีใครอยู่

 

อยู่ข้างนอกค่ะ”  แล้วพนักงานก็ยิ้มบอกกับผม ผมหันไปมองเห็นคุณกรยืนพิงรถหรูหน้าบอกบุญไม่รับกำลังจ้องผมตาเขม็ง

 

“มาทำไมวะ...?”  ผมบ่นขึ้นมาเบา ๆ แล้วก็เดินออกไปหาอย่างเซ็ง ๆ 

 

“มีอะไรครับ...?”   ผมถามไป

 

“ขึ้นรถ”  คุณกรบอกกับผมเสียงห้วน ๆ ท่าทางกวน ๆ

 

“ผมจะกลับบ้าน ผมไม่ใช่ลูกน้องคุณนะ”  ผมบอกไป

 

“บอกให้ขึ้นรถ พูดไม่รู้เรื่องหรือไงห๊ะ..!!”  คุณกรขึ้นเสียงกับผม มองผมด้วยสายตาเย็นเฉียบ ไปโมโหใครมาเนี่ย...?

 

“รถผมมีทำไมต้องไปกับคุณด้วย..?”  ผมถามกลับไป

 

“ผมจะไปส่ง”  แล้วเขาก็โพล่งออกมา

 

“ไม่ต้องผมกลับเองได้”  ผมบอกไปอีกครั้ง  เขาชักสีหน้าไม่พอใจใส่ผมทันที ผมไม่สนใจเดินไปที่ลานจอดรถต่อ

 

หมับ...!! คุณกรรีบเข้ามาคว้าแขนผมเอาไว้แน่น ผมหันไปมอง

 

“เป็นบ้าอะไรของคุณห๊ะ...!! ปล่อยนะโว้ย”  ผมเหลืออดเต็มที นี่ก็นอกเวลางานแล้วผมจะไม่เกรงใจเขาอีก

 

“ยังไม่รู้อีกใช่มั้ยว่าเป็นอะไร...?”  เขาแสยะยิ้มใส่ผม ผมได้ยินถึงกับสะอึก

 

“เป็นอะไร ก็แค่คนรู้จัก อย่ามาทำกร่างที่นี่”  ผมยักคิ้วบอกไป คุณกรโกรธหน้าดำหน้าแดง บีบแขนผมซะเต็มแรง

 

“จะบีบอะไรนักหนาเนี่ย ผมเจ็บ...!!”  ผมพยายามสะบัดแขนออก

 

“ณพ มีอะไรรึเปล่า...?”  ผมหันไปมองเห็นธนารีบเดินตรงเข้ามาหา พอคุณกรเผลอผมก็สะบัดแขนออก

 

“ไม่มีอะไรก็แค่หมาบ้า”  ผมบอกกับธนาไป

 

“ไปกันเถอะ”  แล้วผมก็ชวนธนาเดินไปที่ลานจอดรถ ปล่อยให้คุณกรโกรธหน้าดำหน้าแดงยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างหลัง

 

“เขาทำอะไรคุณรึเปล่า...? แม่งเป็นถึงผู้บริหารไม่ใช่เจ้านายเราซักหน่อยวางกร่างวางมาดไปทั่ว”  ธนาบ่นออกมาเบา ๆ

 

“เปล่า ผมคงไปเหยียบใส่ตีนเขาเข้าเลยไม่พอใจขึ้นมา”  ผมยิ้มบอกกับธนาไป

 

ถ้าไม่ใช่ลูกค้าของบริษัทเราผมซัดไปแล้วจริง ๆ  แล้วธนาก็พูดขึ้น

 

ช่างเถอะผมไม่ได้เป็นอะไรมาก ผมไม่อยากให้บริษัทเสียหายเสียชื่อเพราะผม เราอย่าไปยุ่งกับเขาเลย   ผมบอกกับธนาไป ที่ผมอดทนอดกลั้นยอมมาตลอดเพราะผมไม่อยากให้บริษัทต้องเสียหาย เสียชื่อเพราะผม บริษัทผมรับงานโปรเจคใหญ่จากบริษัทเขาวงเงินเกือบร้อยล้าน 

 

วันต่อมา ขณะที่ผมกำลังนั่งเคลียร์งานอยู่ โทรศัพท์ที่โต๊ะก็ดังขึ้น

 

“สวัสดีครับผมอรรณพครับ”   ผมกล่าวทักทายไปตามปกติ

 

“ลงมาหาผมเดี๋ยวนี้เลยนะ”  เสียงนี้อีกแล้ว เสียงที่ผมไม่อยากจะได้ยิน พอได้ยินแล้วมันเจ็บจี๊ดที่ขมับขึ้นมาทันที ปวดกะโหลก จะมาวุ่นวายอะไรกับผมนักหนาเนี่ย

 

“ผมต้องทำงาน ไม่มีเวลาไปเสวนากับคุณหรอกครับ แค่นี้นะครับ”  พูดเสร็จผมก็วางสายใส่ หึหึหึ สมน้ำหน้า แล้วเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

 

“สวัสดีครับ”  ผมรับสายไป

 

“อย่ามากวนตีนให้มาก จะลงหรือไม่ลง...?”  คุณกรยังคงตอแยผมไม่เลิก

 

“ผมไม่ลง”  แล้วผมก็วางสายใส่อีกครั้ง  ไม่นานนักผมเห็นคุณกรเดินจ้ำอ้าวหน้าบึ้งตรงเข้ามาหาผม

 

“ที่นี่เป็นที่ทำงานของผม ไม่ใช่บริษัทคุณอย่ามาเอาแต่ใจ ถ้าจะคุยเรื่องงานเดี๋ยวผมโทรตามพนักงานที่เกี่ยวข้องมาให้ แต่ถ้ามาหาเรื่องผมจะโทรบอกให้ รปภ.จับคุณโยนออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้แหล่ะ”  ผมบอกไป

 

“คุณ...!!”  คุณกรชี้หน้าผมกัดฟันกรอด ๆ โกรธหน้าดำหน้าแดง

 

“ถ้าอยากมากินกาแฟ เชิญห้องรับรองข้างล่างผมจะให้แม่บ้านเอาไปให้”  ผมยักคิ้วบอกไปอีกครั้ง  และทำท่าจะกดโทรศัพท์หา รปภ.

 

“ฝากเอาไว้ก่อนเหอะ”  คุณกรจ้องผมตาเขม็งเหมือนกับเด็กที่ถูกใจขัดก็ไม่ปาน ผมได้แต่ยิ้มกริ่มสะใจ แล้วคุณกรก็เดินจากไป 

 

หลายวันมานี้ผมไม่เห็นคุณกรมาวุ่นวายอะไรกับผมอีก ผมก็โล่งใจไม่มีใครมากวนตีนใส่ ผมก็ทำงานของผมได้เต็มที่หน่อย 

 

และวันนี้ก็เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ มนุษย์เงินเดือนอย่างพวกผมก็ดี๊ด๊าขยันทำงานเป็นพิเศษเพราะพรุ่งนี้ก็จะได้หยุดพักผ่อนกันแล้ว ยิ่งตอนพักเที่ยงที่แคนทีนเสียงจะดังอื้ออึ้งมากกว่าวันปกติเพราะบรรดาพนักงานต่างก็ชวนกันไปย่ำราตรีหรือไม่ก็ไปเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ต่าง ๆ

 

“พรุ่งนี้อย่าลืมนัดนะ ผมจะไปรับ”  ธนาบอกกับผมอีกครั้ง ในขณะที่เรานั่งทานข้าวด้วยกัน

 

“ไม่ลืมหรอก”  ผมยิ้มบอกไป พรุ่งนี้ผมจะไปดูหนังกับธนา อยากพักผ่อนสมองบ้างหลังจากที่ต้องทำงานหนักมาทั้งอาทิตย์

 

พอตกเย็นผมเลิกงานก็ขับรถกลับบ้านตามปกติ ครอบครัวผมมีสมาชิกสามคนพ่อแม่ลูก พ่อผมเป็นข้าราชบำนาญ ส่วนแม่ผมเป็นพยาบาลจะปลดเกษียณอีกสองสามปีข้างหน้า ผมบอกให้แม่ปลดเกษียณก่อนกำหนดหรือเออรี่รีไทร์ ผมอยากให้แม่ได้พักผ่อน แต่แม่บอกยังมีไฟอยู่  ผมเห็นแม่มีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปทำงาน ผมเลยไม่อยากจะขัดใจแม่  บ้านผมก็ไม่ได้ใหญ่โตหรูหราอะไรเป็นบ้านสองชั้น ที่แปลกตากว่าบ้านหลังอื่นก็ตรงที่พ่อผมเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ บ้านผมเลยดูร่มรื่น มีทั้งไม้ดอกและไม้ผล พ่ออยู่บ้านเฉย ๆ  ไม่มีอะไรทำก็จะสรรหาต้นไม้มาปลูก คนแก่ถ้าได้อยู่กับต้นไม้ดอกไม้ก็จะทำให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส

 

ผมขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน กำลังจะลงไปเปิดประตู ก็มีรถขับตามมาจอดใกล้ ๆ  แล้วคนที่อยู่ในรถก็เปิดประตูเดินตรงเข้ามาหาผม ผมได้แต่ตกใจตาค้าง มาได้ไงวะเนี่ย...?

 

“บ้านอยู่ที่นี่เอง” คุณกรแสยะยิ้มยักคิ้วบอกกับผม

 

 

 

............................................................................

To be continue.........................

...........................................................................

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจเป็นอย่างดี

ขอบพระคุณค่า

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}