-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ราตรีที่ 5 แก้ไขคำผิด

ชื่อตอน : ราตรีที่ 5 แก้ไขคำผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.1k

ความคิดเห็น : 56

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2560 22:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 5 แก้ไขคำผิด
แบบอักษร

5

ภายในพระราชวังซ่งจินเหลียงนั่งอยู่บนแท่นบัลลังก์ทอง สุรามีชื่อถูกเทลงจอกแก้วแล้วแก้วเล่า ท้องพระโรงที่เงียบเหงาไร้ซึ่งเสียงดนตรีบรรเลง เป็นเวลาหลายปีที่เขาได้ครองราชย์ ซ่งจินเหลียงไม่เคยลืม ความเจ็บช้ำทั้งหมดหล่อหลอมให้เป็นความแค้น เข่นฆ่าศัตรู กลายเป็นปีศาจร้ายที่คร่าชีวิตพี่น้อง ช่วงชีวิตที่เติบใหญ่ไม่เคยได้รู้จักคำว่าสงบสุข มีแต่ความเกลียดชังที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด

ความโกรธเกรี้ยวถูกระบายผ่านมือสู่แก้วที่อยู่ในมือจนมันละเอียดเป็นผุยผง ซ่งจินเหลียงปล่อยเศษแก้วลงพื้นอย่างไม่ไยดี ดวงตาเรียวแน่นิ่งไร้ความรู้สึกยามที่มองหยาดเลือดสีแดง

เศษแก้วมันทิ่มแทง ไม่อาจเหมือนใจที่ถูกทำร้าย

ยามเมื่อนึกถึงพวกเดรัจฉานพวกนั้นความโกรธเกรี้ยวมีมากขึ้นเป็นทวี มันแผดเผาใจให้ร้อนรุ่ม พวกมันทุกคนสมควรแล้วที่จะไร้ซึ่งชีวิต ไร้สิ้นลมหายใจ

ภาพอดีตถูกหวนคืน ความทรงจำเมื่อครั้งยังคงวัยเยาว์ ซ่งจินเหลียงยังคงเป็นเพียงแค่องค์ชายตัวน้อยลำดับที่สี่ มีบรรดาพวกพี่ๆ นางกำนัลคอยเป็นเพื่อนเล่น มีพระมารดา มีตำหนักที่สง่างามราวกับตำหนักของเซียน ทุกวันช่างเต็มไปด้วยความสุข มันช่างน่าขันให้กับความทรงจำเหล่านั้นยิ่งนัก ทว่าใครล่าจะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นกลับมีเบื้องหลังที่ไม่อาจให้อภัย

ซ่งจินเหลียงไม่เคยลืมและไม่มีวันลืม

“ฝ่าบาท”

เป็นหวางมู่ที่ได้ยินเสียงเหมือนแก้วแตก ความเป็นห่วงต่อองค์จักรพรรดิจึงรีบรุดเข้ามาดู หวางมู่มองไปยังฝ่ามือที่อาบด้วยเลือด มันเป็นแผลไม่ได้ใหญ่จนถึงอันตรายต่อชีวิต ถ้าเป็นระดับฝีมือของซ่งจินเหลียงแล้ว แผลแค่นั้นแค่ใช้กำลังภายในก็สามารถหยุดเลือดได้ในเวลาไม่นาน แต่ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเจตนารมณ์ของเจ้าตัวเสียมากกว่า

“ฝ่าบาท หนิงลี่ผู้นั้นข้าเกรงว่าจะเป็นภัย”

ครั้นพอสบโอกาส หวางมู่จึงคิดโน้มน้าวให้ซ่งจินเหลียงฆ่าทหารอัปลักษณ์ผู้นั้นซะ

ซ่งจินเหลียงเหลือบมององครักษ์

“เมื่อครั้งที่กำลังเดินทางกลับเสียนหยาง เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ขบวนทหารตั้งหยุดชะงัก ผู้ที่เป็นหนิงลี่ ฝ่าบาท...ในภายภาคหน้าหนิงลี่อาจสร้างความเดือดร้อนให้ท่านอีกก็ได้”

หวางมู่จงรักภักดีเสมอ ข้อนี้ซ่งจินเหลียงรู้ดี รายงานที่หวางมู่เอ่ยขึ้นเมื่อสักครู่ มันกลับทำให้เขาขบขับด้วยความชอบใจพอสมควร ไม่คิดเลยว่าแค่ทหารไร้ชื่อกลับเฉลียวฉลาดเกินคาด หนิงลี่สร้างความแปลกใจให้หลายครั้ง ครั้งแรกคือความมีน้ำใจ ครั้งที่สองคือการหาทางหนี มันช่างน่าสนุกดีจริง

“เรียกเหล่าเสนาบดีมาประชุม”

ลุกขึ้นยืนสะบัดชายผ้า เส้นผมสีดำปรกกลางหลังพลิ้วไหว

“ข้าจะแต่งตั้งหนิงลี่เป็นพระสนม”

!!

เสียงโจษจันดังกระหึ่มไปทั่วหล้า คำประกาศศักดาถูกต้องห้ามด้วยเหล่าขุนนางที่ไม่เห็นด้วย ฮ่องเต้แห่งแคว้นฉินรูปงามประดุจเซียนบนฟ้า เป็นโอรสสวรรค์ที่ถูกเลือกให้มีตำแหน่งสูงใหญ่อยู่เหนือผู้คน ย่อมมีหญิงงามและบุรุษงามอยู่มากมายที่เหมาะสมเคียงคู่ เหตุไฉนเลยถึงได้เลือกชายอัปลักษณ์มาเป็นพระสนม ไม่มีใครรู้คำตอบที่แน่ชัด ทุกคำถามล้วนถูกปิดปากเงียบเมื่อเสนาบดีผู้หนึ่งคัดค้านเต็มกำลังถึงความไม่เหมาะสมทั้งหน้าตาและฐานะ บุคคลผู้นั้นมันเป็นเพียงแค่เชลยศึก ไม่อาจรับเข้ามาอยู่ในวังเป็นพระสนมได้

คำสั่งของซ่งจินเหลียงถือเป็นเด็ดขาด เขาได้จัดการให้เสนาบดีผู้นั้นโดยการลงโทษให้ทหารเฆี่ยนตีเพื่อให้หลายจำ หนักสุดคือการเอาไปประหารด้วยข้อหาขัดราชโองการ

ความโหดเหี้ยมของฮ่องเต้กลายเป็นข่าวลืออีกระลอกในช่วงสิบวันที่ผ่านมา ผู้คนในเมืองต่างซุบซิบเป็นว่าเล่นถึงองค์ฮ่องเต้ที่วิปลาส เอาคนอัปลักษณ์มาเป็นพระสนม ซ่งจินเหลียงถึงจะเหี้ยมโหดกับคนพระราชสำนัก แต่ก็ถูกหักล้างไปด้วยการทำให้บ้านเมืองเป็นปึกแผ่นมั่นคง ที่เหลือมันคือความแคลงใจเสียมากกว่าถึงการกระทำที่คาดเดาไม่ได้

หนิงลี่ที่ได้ข่าวมาจากพวกในวังถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม การจับเปลี่ยนแปลงรูปโฉมด้วยนางกำนัลถูกทำตั้งแต่ครั้งแรกที่พาเข้าวังมาแล้ว แต่คนอัปลักษณ์ก็ยังคงเป็นคนอัปลักษณ์ ไม่มีทางที่หนิงลี่จะเปลี่ยนแปลกรูปกายที่มีมาตั้งแต่เด็กได้ จะมีก็แต่ผิวพรรณที่สะอาดขึ้น ไร้ฝุ่นดินเปื้อนไปทั้งตัว

ในคราแรกหนิงลี่คิดว่าซ่งจินเหลียงจะไม่คิดสนใจใยดี จากนั้นก็จะหาโอกาสหนีไปจากที่นี่ ใครเล่าจะคิดว่าแท้จริงแล้วซ่งจินเหลียงมีแผนการเอาไว้อยู่ในใจ

ครั้งแรกก็จับตัว ครั้งที่สองก็พามายังเสียนหยาง

จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่อาจหาคำตอบ มันไม่น่ามีเหตุผลเพียงพอแค่ว่าถูกใจ

หนิงลี่เป็นคนฉลาด...ฉลาดจากการอ่านหนังสือ ทุกสิ่งอย่างล้วนกลั่นกรองมาจากความคิด แต่บัดนี้ความรู้จากการอ่านหนังสือไม่อาจพาหนีไปจากสถานการณ์ที่เลวร้าย

ความเครียดที่มาจากภายในอก ไม่อาจเท่าความเครียดที่มาจากผู้คนรอบข้าง คำติฉินนินทามีสารพัดอย่าง ทั้งจากหญิงรับใช้และนางสนมที่ถูกทอดทิ้ง มีวันหนึ่งในขณะที่หนิงลี่เดินไปในสวนเพื่อหาช่องทางหนีกลับถูกเหล่านางสนมผลักจนล้มเลือดตกยางออก ไหนจะกล่าวต่อว่าเรื่องรูปโฉมที่ไม่น่าพิสมัย

“ข้าจะทำยังไงดีนะ”

นายทหารหนุ่มเดินวนไปมาท่ามกลางความสับสน อีกไม่กี่วันจะถูกแต่งตั้งเป็นหนึ่งในพระสนมของซ่งจินเหลียง เท่ากับว่าชั่วชีวิตนี้จะถูกตัดขาดจากอิสระ

แต่ก็ใช่ว่าจะแน่เสมอไป...

ชายผู้นี้ขึ้นชื่อลือชาว่าชอบทำอะไรไม่เหมือนกับจักรพรรดิ ไม่แน่เสมอไปว่ามันอาจเป็นเพียงแค่การเล่นสนุกตามประสา อีกเพียงไม่กี่วันก็คงจะลืม

ในขณะที่กำลังอยู่ในห้วงความคิด หนิงลี่รู้สึกราวกับว่ากำลังถูกจดจ้อง ผู้ที่กำลังคิดถึงก้าวเข้ามาในห้องอย่างไม่ได้รับอนุญาต อาอาภรณ์สีสะอาดทำจากผ้าไหมอย่างดีพลิ้วไหวโอนอ่อน ริมฝีปากสีอ่อนเผยยิ้มบางดุจราวกับเทพเซียนชั้นสูงที่แปลงกายมาอยู่ในโลกมนุษย์ บุรุษผู้นี้ช่างงดงามจนไม่อาจละสายตาหลีกหนี

ซ่งจินเหลียง...

หนิงลี่ไม่รู้...ไม่รู้ว่าสมควรทำตัวเยี่ยงไรต่อหน้าเจ้าแผ่นดินผู้นี้ เขาเป็นแค่ทหารแคว้นฉีต่ำต้อย เป็นลูกของชาวนา ไร้ยศ ไร้ตำแหน่ง ไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าสูงศักดิ์ ถึงจะเป็นทหารแต่เรื่องในวังกลับไม่ได้แวะข้องเกี่ยว พอมาอยู่ต่อหน้าซ่งจินเหลียงเช่นนี้จึงได้ทำตัวไม่ถูก

สองขาผอมก้าวเท้าเดินถอยหลัง บุรุษตรงหน้ารูปโฉมไม่ได้ด้อยไปกว่าแม่ทัพซูลี่ หรืออาจจะงดงามมากกว่าด้วยซ้ำ ครู่หนึ่งนึกเทียบกับใบหน้าตัวเอง หากความคิดนั้นถูกขจัดไปในชั่วพริบตา

สองกายอยู่ในห้องขนาดพอประมาณ ไม่กว้างไม่แคบ ตำหนักของหนิงลี่อยู่ร้างห่างไกลผู้คนจากสนมคนอื่น รอบด้านจึงได้เงียบเชียบ ไร้เสียงจอแจ...คนอัปลักษณ์ก้มหน้าต่ำมองพื้น หลังค่อม ไร้ท่าทีสง่างามโดยสิ้นเชิง ซ่งจินเหลียงทอดมองผู้จะแต่งตั้งเป็นพระสนมที่ไร้เสน่ห์

คนผู้นี้คือนายทหารที่มอบความช่วยเหลือให้ผู้อื่น

คนผู้นี้คือนายทหารอัปลักษณ์ แต่จิตใจกลับสวยกว่าใคร

คนผู้นี้ที่เขาอยากให้อยู่ข้างกายมากกว่านางสนมที่สวยหยาดฟ้า

"ท่าน...มีเรื่องอันใด จะ...จะให้ข้ารับใช้"

เป็นหนิงลี่ที่เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน เขาทนความอึดอัดที่ท่วมท้นไม่ไหว พยายามเก็บอาการตื่นกลัว หนิงลี่เป็นทหาร ถูกฝึกให้อดทนต่อทุกสถานการณ์ แม้ไม่มีวรยุทธิ์เหมือนคนอื่นที่ถูกฝึกปรือฝีมือเป็นอย่างดี แต่ความอดทนของหนิงลี่ก็ใช่ย่อยเช่นกัน

"ได้ข่าวว่าเจ้าพยายามคิดหนี"

คนถูกถามเงยหน้าขึ้นมอง เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายจะพูด นึกถึงแม่ทัพหนุ่มผู้นั้นคงจะกล่าวรายงานเป็นแน่ ครั้นพอคิดถึงความตายก็มาเยือนตรงหน้า หนิงลี่กลืนน้ำลายลงคออย่างอยากลำบาก ชื่อเสียงเรียงนามของซ่งจินเหลียงก็ใช่ว่าจะดีเสียเมื่อไหร่ ขี้คร้านคงได้กลายเป็นศพกลับไปบ้านเกิดเป็นแน่

"ข้า ไม่มีข้อแก้ตัว"

ในเมื่อทำความผิดย่อมต้องรับผิด ใช่ว่าจะรักตัวกลัวตาย เพียงแต่หนิงลี่คิดถึงคนในครอบครัวมากกว่าที่ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นเช่นไร

"เอาเถอะ ข้าเองก็ใช่ว่าจะใจร้าย" เดินสาวเท้าเข้าใกล้ "ในเมื่อมันเป็นความผิดครั้งแรกข้าจะไม่ถือเอาความที่ทำให้กองทัพข้าปั่นป่วน กล้าเล่นตุกติกกับข้า"

สองมือไขว้หลังลอบสังเกตทุกอิริยาบถ ซ่งจินเหลียงรับรู้ด้วยแววตา หนิงลี่ดูไม่ใช่คนโง่ มิหนำซ้ำยังดูฉลาดเกินกว่าทหารยศเดียวกันเสียอีก ตอนที่เจอกันครั้งแรกหนิงลี่ก็รับรู้ถึงคำโป้ปด ถ้าไม่เอะใจเฉลียวก็คงติดกับดักได้ง่าย ไหนจะยังเรื่องที่หวางมู่เล่าให้ฟังถึงวีรกรรมของเจ้าตัว ถ้าหากว่าหวางมู่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นด้วยหนิงลี่ก็คงจะหนีไปได้ไกลพอสมควร

ด้วยนิสัยของซ่งจินเหลียงที่เป็นคนค่อนข้างไม่ชอบทำอะไรยุ่งยาก ขายาวที่ถูกคลุมด้วยผ้าไหมเดินวนรอบอย่างเสมือนกำลังใช้ความคิดหนึ่ง มือขวาถือพัดฟาดไปกับฝ่ามือด้านซ้าย ทว่ามันกลับทำให้คนยืนมองรู้สึกอึดอัดเป็นเท่าตัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจหรือขยับกาย ราวกับวิญญาณถูกสูบออกจากร่าง แค่เพียงสายตาคู่นั้นก็ไม่อาจทำให้หนิงลี่ขยับกายได้อย่างใจคิด

"เจ้า" หยุดเท้าลงตัวหน้า ใช้ปลายพัดจับใต้คางให้เงยหน้าขึ้นสบตา "ถ้าเจ้าคิดหนีข้า ข้าจะสั่งคนเฆี่ยนขาเจ้าจนหัก แต่ถ้าเจ้ายังคิดดื้อดึงหนีอีก ครั้งต่อไปถ้าหากข้าจับได้ข้าจะควักลูกตาทั้งสองข้างของเจ้า"

สุรเสียงเข้มกล่าว ซ่งจินเหลียงมิได้ข่มขู่ จักรพรรดิหนุ่มเอ่ยความจริงทุกประการ พระเนตรเรียวยังคงจับจ้องทุกอิริยาบถ สายตาของหนิงลี่สั่นไหวคล้ายคนคิดมาก เดิมทีคนที่เขาพามาด้วยก็อัปลักษณ์อยู่แล้ว จะมีร่างกายที่พิการเพิ่มอีกสักหน่อยจะเป็นไรไป และการแต่งตั้งให้หนิงลี่เป็นพระสนมก็ใช่ว่าจะเสน่หา เขาเพียงแค่คิดว่าชายคนนี้ช่างน่าสนุก เก็บเอาไว้ใกล้ตัวก็ไม่ได้แปลก

อยากรู้นักว่าจะฉลาดแค่ไหนกัน!

“ท่านต้องการจะทำอะไรกันแน่”

มันเป็นคำถามที่อยากรู้คำตอบ หนิงลี่ไม่เข้าใจสักอย่าง การกระทำที่ไร้ซึ่งเหตุผล เลือกทหารอัปลักษณ์ไร้ชื่อมาเป็นพระสนม มันเป็นสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้

สองสายตาสบประสาน นัยน์ตาหนิงลี่ทอแววสั่นระริกระคนซ่อนความหวาดกลัวเอาไว้ภายใน ยามที่ได้สบตากันตรงๆ ซ่งจินเหลียงก็ยังคงคิดว่าหนิงลี่ไร้เสน่ห์โดยสิ้นดี แต่ใบหน้านี่แหละที่เขาเห็นเมื่อครั้งตอนที่ปลอมตัวเป็นขอทาน ซ่งจินเหลียงทำเพียงแค่ยิ้มแผ่ว ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับเยือกเย็น

“ถ้าข้าต้องการ ไม่ว่าอะไรก็ต้องมาอยู่ในมือข้า ไม่เว้นแม้แต่คนต่ำเตี้ยเรี่ยดินอย่างเจ้า”

ทหารหนุ่มตัวสั่นระริก เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่รุนแรงมาจากกายาที่สวมอาภรณ์ชั้นเลิศ ไร้เสียงตอบรับหรือพูดคุย ซ่งจินเหลียงหันหลังเดินออกจากห้องทำทีราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ภายในห้อง เหลือเพียงคนอัปลักษณ์ที่ยังคิดไม่ตก ถูกขู่เอาไว้แบบนี้แล้วเขาจะทำอย่างไรเล่า หนิงลี่ทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างคนหมดแรง ถึงอย่างไรก็ไม่อาจหนีคนๆ นี้ได้

การแต่งตั้งพระสนมเกิดหลังจากนั้นอีกสามวัน พิธีแต่งตั้งเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่ได้หรูหราโอ่อ่า ถึงจะถูกเรียกว่าพระสนมอย่างเต็มปากแต่การกระทำของซ่งจินเหลียงใช่ว่าจะแปลกไปจากเดิมเสียเมื่อไหร่ หนิงลี่กลายเป็นพระสนมที่ถูกลืมเลือนได้สร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบด้านที่กล่าวหาว่าไม่เจียมสังขาร คำนินทามีให้ได้ยินต่อเนื่อง ความเป็นคนมองโลกในแง่ดีและเคยถูกต่อว่าเรื่องพวกนี้มาก่อนอยู่แล้ว หนิงลี่จึงเลือกที่จะไม่ใส่ใจ นึกเสียว่าอีกสักเดี๋ยวเรื่องมันก็คงจะเงียบ

ซ่งจินเหลียงได้มอบสาวใช้ผู้หนึ่งในวังให้มาเป็นคนข้างกายคอยดูแลหนิงลี่ นางมีชื่อว่า ‘เซียวถิงเย่’ นางเป็นคนหน้าตาสะสวยไม่ได้แพ้สาวใช้ในวังคนอื่นๆ สักนิด แต่ถึงอย่างนั้นกลับอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและไม่เคยรังเกียจรอยแดงที่ประดับอยู่ตรงหน้าพระสนมอัปลักษณ์ เซียวถึงเย่รับรู้ถึงความไม่เต็มใจของหนิงลี่ที่ต้องเข้ามาอยู่ในวังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว จึงได้เห็นใจและสงสารมากกว่าที่จะดูถูก

ทว่าเซียวถิงเย่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็นคนของแคว้นฉิน หนิงลี่ที่คิดแผนการหนีอย่างเงียบๆ จึงได้ไม่ปริปากพูด ในวังมีการคุ้มกันมากมาย ถ้าจะหนีอีกครั้งก็คงต้องคิดให้รอบคอบ

นอกจากซ่งจินเหลียงจะให้มีสาวใช้ข้างกายแล้วก็ยังคงให้เรียนรู้เรื่องขนมทำเนียมในวังหลวง ในทุกวันจะมีอาจารย์จากราชสำนักมาสอนเรื่องมารยาท นับเป็นครั้งแรกที่หนิงลี่ได้เรียนรู้เรื่องพวกนี้ ทั้งวันหนิงลี่ใช้ชีวิตอยู่กับพวกนี้มากกว่าหาหนทางหนีซะอีก สำหรับชาวบ้านธรรมดาที่ไม่เคยเจอกลับมองว่ามันช่างเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก หนิงลี่ไม่ชอบแต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่งได้

“พระสนม ท่านจะเข้าไปที่หอหนังสืออีกหรือเจ้าคะ”

เซียวถิงเย่ทำตัวอ่อนน้อม ท่าทีของนางดูนุ่มละไมจนคนมองถึงกับอมยิ้มให้กับความน่ารัก

“ใช่”

“ข้าไม่เข้าใจพระสนมจริงๆ แทนที่จะเอาเวลาไปแต่งตัวสวยๆ รอรับเสด็จฮ่องเต้เหมือนพระสนมคนอื่นๆ แต่ท่านกลับเอาแต่ใช้เวลาว่างไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด พระสนมลี่...ให้ข้าแต่งตัวให้ท่านดีไหมเจ้าคะ”

หนิงลี่ถอนหายใจแผ่ว “ถิงเย่ นับตั้งแต่ข้าได้แต่งตั้งเป็นพระสนมนี่ก็ปาไปเกือบเดือนแล้ว เจ้าเห็นแม้เงาของฮ่องเต้ไหมล่ะ”

เซียวถิงเย่ส่ายหน้า “ไม่เจ้าค่ะ”

“ข้าไม่สนของพวกนั้น ไม่สนของสวยงาม หน้าตาอย่างข้าแต่งอย่างไรก็ไม่อาจสวยไปมากกว่านี้”

“ท่านเป็นคนจิตใจดี ข้าเชื่อว่าฮ่องเต้จะรักท่านที่จิตใจใช่หน้าตา”

“เอาล่ะๆ ข้าไม่เถียงเจ้าแล้ว”

หนิงลี่ปัดเรื่องที่จะกล่าว สะบัดชายผ้าเดินหันไปอีกทิศทางที่คุ้นเคย

เรื่องของซ่งจินเหลียงมันช่างเป็นอะไรที่รกสมองยิ่งนัก การที่เขาลืมเลือนสนมอัปลักษณ์มันเป็นการดีเสียอีก อีกอย่างไม่มีใครไม่ชอบหญิงงาม ทุกคนในโลกชอบของสวยงามกันทั้งนั้น คงไม่พ้นซ่งจินเหลียงด้วยเช่นกัน คนอัปลักษณ์เยี่ยงเขาจะมีผู้ใดมาสนใจกัน ขอเพียงแค่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอย่างนี้ต่อไป รอให้เรื่องเงียบเสียก่อน ครั้นพอถึงเวลาเหมาะเจาะค่อยหาโอกาสหนี

TAKE

ช่วงนี้เทคอาจจะมาช้าหน่อยนะคะ เนื่องจากว่าต้องไปเคลียร์งานส่ง สนพ แอบเอาปกมาให้ดู อิอิ งดงามมาก

หัวโจกตัวร้ายกับนายหน้านิ่ง เป็นนิยายที่เทคแต่งร่วมกับ บีเลิฟ และ กูกาก ในชื่อเซ็ต วาเลนไทน์ กำลังจะเปิดพีออเดอร์เร็วๆ นี้ ขอฝากเรื่องนี้และเก็บไว้ในอ้อมใจด้วยนะค้าาา

ปล.ขอบคุณคะสำหรับคำผิด ติได้ติเลย อยากให้ติเยอะๆ เทคจะได้ทราบข้อบกพร่องของตัวเอง ><

#

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น