June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

72. มีใจ​ให้​แน่นอน​ 100% (เนียร์​กร)

ชื่อตอน : 72. มีใจ​ให้​แน่นอน​ 100% (เนียร์​กร)

คำค้น : เนียร์​กร​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.9k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 12:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,200
× 0
× 0
แชร์ :
72. มีใจ​ให้​แน่นอน​ 100% (เนียร์​กร)
แบบอักษร

กร  Part

กว่าจะถึงรีสอร์ต​ก็มืดพอดีจากนั้นพี่เนียร์ก็เอาขนมที่ซื้อมาจากในเมืองไปให้นนท์นัทส่วนผมก็กลับเข้าบ้านพักเพื่ออาบน้ำและชินก็โทรมาบอกว่า

เก่งกับเสกกลับมาเเล้วตอนนี้อยู่ที่บ้านพักเวลาเกือบทุ่มครึ่งพี่เนียร์ก็เปิดประตูเข้ามาเห็นผมกำลังใส่กางเกงพอดีและผมนั้นใส่แค่กางเกงในตัวเดียว พี่เนียร์มองผมแวบหนึ่งและหันหน้าหนี

ทำเป็นไม่สนใจเดินไปนั่งลงที่ปลายเตียงคงเป็นเรื่องปกติสำหรับพี่เนียร์ที่เห็นผู้ชายเปลือย แต่สำหรับผมรู้สึกหน้าร้อนๆอายนิดๆแฮะความรู้สึกมันคงต่างกันจริงๆผมจึงรีบใส่เสื้อผ้ามือไม้สั่น

" จะไปไหนหรอ​ "

พี่เนียร์ถามน้ำเสียงปกติเมื่อผมใส่เสื้อเรียบร้อยแล้ว

" เยี่ยมเก่งกับเสกครับ "

" แต่มันมืดแล้วนะอีกอย่างถนนแถวนี้มันเปลี่ยว "

พี่เนียร์บอก

ห่วงผมหรอครับ?ผมได้แค่คิดไม่พูดออกมาขืนพูดออกมาทำนองชู้สาวหวานแหววล่ะก็มีหวังเมินบึ้งตึงใส่ผมเป็นเดือนๆแน่

" ผมไปที่บ้านพักนี่เองครับ พวกเค้ากลับมาเเล้ว "

ผมตอบยิ้มให้กับพี่เนียร์

" อ้าว​ แล้วก็ไม่บอกตั้งแต่เเรกงั้นพี่ไปด้วย​ "

" พี่เนียร์พักเถอะครับ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีกอย่างพวกมันก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก "

ผมตอบพี่เนียร์ไม่พูดอะไรลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อเเจ็คเก็ตแขนยาวมาสวมและหยิบเสื้อแขนยาวของตัวเองที่เเขวนอยู่อีกตัวโยนมาให้ผม

"  ข้างนอกอากาศมันหนาว "

แล้วพี่เนียร์ก็เปิดประตูออกไปคงเห็นว่าผมไม่ได้เตรียมเสื้อหนาวมาแต่ก็รู้สึกดีสุดๆที่ได้ใส่เสื้อพี่เนียร์แถมยังได้กลิ่นน้ำหอมจางๆจากเสื้ออีก

พลางคิดย้อนไปเมื่อบ่าย

หลังจากที่พี่เนียร์เดินออกมาเพื่อนพี่เนียร์บอกว่าชอบผมนั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมอึ้งหรือตกใจอะไร

เพราะผมเจอผู้ชายที่มาสารภาพแบบนี้หลายคนแต่ผมก็ปฏิเสธแบบสุภาพออกไปว่าผมเป็นแบบไหนชอบใคร

" ขอโทษครับ... ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว... "

" คนที่เพิ่งเดินออกไปรึเปล่า "  พี่สุรศักดิ์ถาม

" ครับผมชอบพี่เค้า " ผมตอบโดยไม่อาย แล้วพี่สุรศักดิ์ก็หัวเราะดังออกมาพร้อมกับพูดว่า

"  ลำบากหน่อยล่ะ หมอนั่นมันพวกหัวเเเข็งซะด้วยสิ "

พี่สุรศักดิ์พูดแล้วก็ยิ้มออกมา

" ผมจะหลอมให้​อ่อน​เองครับ "

ผมตอบและยิ้มออกมาเล็กน้อย แล้วพี่สุรศักดิ์ก็หัวเราะออกมา

การรักใครสักคนนี้มันง่ายนะ .. แต่จะทำยังไงให้อีกฝ่ายนั้นรักตอบนี่สิ .. มันยากจริงๆผมคิดเพลิน

เมื่อเห็นพี่เนียร์เดินไปไกลผมจึงรีบวิ่งตามไปเก็บกลั้นอาการดีใจไว้กระชับเสื้อแขนยาวแน่นๆ

" เสื้ออุ่นดีนะครับ "

ผมบอกและยิ้มออกมาเล็กน้อย

"  หนวกหูน่า "

พี่เนียร์พูดเสียงดังและรีบเดินนำหน้าผมไปอีกครั้ง  กลบเกลื่อน?ความอาย?รึเปล่านะ..

เมื่อไปถึงบ้านพักของเก่งพี่เนียร์เคาะประตูสองครั้งพร้อมกับเปิดประตูเปิดออกพี่เนียร์ยืนอึ้งๆอยู่หน้าประตูไม่ขยับตัว

" กิ่ง มาได้ไง "

พี่เนียร์ถามทำน้ำเสียงตกใจผมมองหน้า

ผู้หญิงคนนั้นนิดนึงพร้อมกับยิ้มทักทายและเดินเบียดพี่เนียร์ไปนั่งลงปลายเตียงที่มีมีไอ้นนกับเป็นต่อนั่งคนละฝั่ง  ตรงกลางเตียงมีเเค่ ไอ้เก่งนอนอยู่แล้วพี่เนียร์ก็บอกทุกคนว่าขอตัวเดินไปส่งกิ่งที่บ้านพักแล้วจะกลับมาใหม่

ผมฟังจากไอ้นนจับใจความได้ว่า  ผู้หญิงคนนั้นมางานแต่งไอ้นนคงเป็นเพราะเป็นหุ้นส่วนกันมั่งผมพยายามไม่คิดอะไรมาก  กับผู้หญิงที่เคยเป็นคู่ดูตัวของพี่เนียร์   ผมมองตามแผ่นหลังของผู้หญิงคนนั้นที่เดินนำหน้าพี่เนียร์ แล้วพี่เนียร์ก็หันมามองหน้าผมนิดนึงแล้วเดินออกไปปิดประตูลง ผมหันกลับมาสายตาเกือบทุกคู่ในห้องกำลังจ้องมาที่ผมคนเดียว

ทำนองจะบอกว่า ...  ไม่มีอะไรหรอกมั่ง...

" ไม่มีอะไรหรอกมั่ง "

ผมพูดขึ้นแล้วก็ยิ้มปรับสีหน้าท่าทางแล้วเพื่อนๆก็หัวเราะออกมาเพราะว่าในกลุ่มเพื่อนๆจะออกแนวแค่มองตาก็รู้ใจเห็นยันลำไส้เล็กทำนองนั้น

แล้วก็รีบเปลี่ยนเรื่องคุย

" ไหงไปกินของแบบนั้นได้ "

ผมถามไอ้เสกที่ทำหน้าเจื่อนคงเพราะพิษของอาหารยังไม่หมด

" ก็แค่อยากลอง​ "

ไอ้เสกตอบเสียงแผ่วๆเหมือนเจ็บหนักอ้อนเป็นต่อที่นั่งอยู่ข้างๆผมส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา แล้วหันไปทางไอ้เก่ง

" ก็เห็นไอ้เสกมันกิน คนอื่นๆก็กิน และพอกูกินกูเกือบจะไม่ได้เห็นหน้าลูก "

ไอ้เก่งตอบ สรุปคือคุณชายทั้งสองกินส้มตำปูมาเลยท้องเสียรู้มาว่าเป็นต่อกับนัทก็กินแต่ไม่เป็นอะไรเลย

" ท้องไส้คนเราเหมือนกันที่ไหนล่ะ "

ผมบ่นๆเกือบจะทำงานแต่งไอ้นนพังเเล้วมั้ยนั่นเพื่อนเจ้าบ่าวทั้งนั้น ผมคิด

" ไอ้เสกแค่อยากลอง ส่วนไอ้เก่งก็กลัวเสียฟอร์ม "

ไอ้นนพูดแล้วส่ายหน้าพร้อมกันกับผม

แล้วชินก็เดินเข้ามาพร้อมกับเบียร์กระป๋องและน้ำอัดลมแล้วเครื่องดื่มก็ถูกแจกจ่ายตามกำลังมีผมกับชินที่กินเบียร์ส่วนไอ้นนน้ำอัดลมคนป่วยก็น้ำเปล่าพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระทั่วไป

" พวกพี่นี่เหมือนกับเทอร์โบเรนเจอร์นะครับ "

ชินพูดหลังจากที่พวกผมเงียบไปพักหนึ่ง

" มันคืออะไรวะ "  ไอ้เก่งถาม

" การ์ตูนญี่ปุ่นไงนักรบที่ใช่ชุดสีๆอะ "

ชินอธิบายทุกคนเลยพยักหน้ารับรู้เว้นแต่ไอ้เสกที่ยังเอ๋ออยู่จนต่อต้องกระซิบอธิบายเพิ่มเติม

" พี่นนเป็นสีแดงแข็งแกร่งหล่อเท่ห์และใจร้อนวู่วาม ทำอะไรไม่ค่อยคิดแต่หนักแน่นในเรื่องความรัก "

ชินพูดแล้วมองไปที่ไอ้นนยิ้มๆยังไงก็ยังเป็นไอ้นน  คนเฟอร์เฟคสินะ ที่ชินเคยคลั่งไคล้ตอนแรกๆ

" พี่เสกเป็นสีเหลืองสว่างไสว หล่อแต่ไม่ค่อยเฉลียวร่าเริงสดใสชอบทำให้คนอื่นมีความสุข "

ชินพูดจบไอ้เสกยกมือขึ้นทำท่าจะตีชินแต่เป็นต่อดึงข้อมือไว้ ผมและคนอื่นๆอดหัวเราะไม่ได้

" ส่วนพี่เก่ง สีฟ้าหล่อแต่ไม่ฉลาดแถมไม่เข้มแข็งอีกต้องอาศัยเพื่อนๆคอยช่วยเหลือตลอดแต่เป็นคนรักเดียวใจเดียว มองโลกในแง่ดีจนเกินไปภายนอกดูสุขุมแต่จริงๆแล้วอ่อนไหวง่าย "

ชินบอกและมองไอ้เก่งตาขวาง

" พี่นัทเป็นสีชมพูสดใสสวยหวานอ่อนโยน อบอุ่น มีเสน่ห์ ฉลาด เป็นคนโนเเมนติก กล้าเปิดเผยและจริงใจกับคนรักจะเอาใจใส่เทคแคร์คนรักเป็นอย่างดีที่สุด "

ชินบอกทำท่าเคลิ้มส่วนไอ้นนนั่งยิ้มเหมือนกับชินชมตัวเองอยู่

" และพี่กรคือสีดำ สุขุมเยือกเย็น ฉลาดแกมโกง ลึกลับซ่อนเร้นเดาความรู้สึกยาก "

ชินบอกและหันมายิ้มกริ่มให้ผมถึงจะเหมือนคำชมแต่ผมก็ตะหงิดๆกับคำว่าฉลาดแกมโกงนั่นอยู่

" กูรู้สึกนะว่าไอ้คนพูดมันเทคะแนนพิศวาสไปให้สีแดงมากๆส่วนสีฟ้าไม่มีอะไรดีเล้ย "

ไอ้เก่งโวยขึ้นจ้องเขม็งมาที่ชิน ทุกคนเริ่มจริงจังกับนิทานหลอกผู้ใหญ่ของชิน

" แค่มึงยอมรับให้ได้ว่ามึงอ่ะ ดีแต่หน้าปัญญาไม่ดีก็เพียงพอแล้ว​ "

ไอ้เสกเอ่ยเหน็บไอ้เก่งผมกับไอ้นนหัวเราะออกมา ส่วนเป็นต่อนั่งเงียบยิ้มอย่างเดียว

" ก็ธรรมดาสีแดงเป็นพระเอกนี่ "

ไอ้นนตอบยิ้มๆตามน้ำ

" มึงรู้ได้ไง " ไอ้เสกถาม

" ก็คนสีเเดงยืนอยู่กลางแถมตัวใหญ่กว่าเพื่อน "

ไอ้นนตอบและยื่นมือถือให้ไอ้เสกดูเดาว่ามันคงค้นจากGoogle แล้ว  ผมนั่งอมยิ้มอยู่

และประตูก็ถูกเปิดออกไอ้นัทนั่นเอง และคนที่เดินตามมาข้างหลังไอ้นัทคือพี่เนียร์   ผมหันไปมองพี่เนียร์ยิ้มแห้งๆ ให้ผมนิดนึง อะไรรอยยิ้มแบบนั้นสื่อถึงอะไร?

" นัทมึงชอบสีอะไรระหว่างสีแดงกับสีดำ "

ไอ้เสกเริ่มถามไอ้นัททันทีทุกคนนิ่งๆเหมือนกำลังเดินตามเกมของไอ้เสก

"  สีดำ "

ไอ้นัทตอบเเละนั่งลงข้างไอ้นน ส่วนไอ้เสกกับไอ้เก่งหัวเราะดังออกมาแล้วพี่เนียร์ก็มานั่งลงข้างๆผม

" ส้มตำปูทำพิษจนบ้ารึไง​ "

ไอ้นนพูดกับคนบ้าทั้งสองส่วนผมได้แค่นั่งอมยิ้มอยู่มองไอ้นัทที่ทำหน้างงๆ ไอ้เสกมองหน้าผมเเวบหนึ่งยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

อย่านะ!  มึง อย่านะ ส่งความคิดไปห้าม

" พี่เนียร์ครับ พี่เนียร์ชอบสีอะไรครับ​ "

ไอ้เสกถามขึ้นทันทีไม่สนใจกับสายตาดุที่ผมส่งไป

"  สีดำ "

พี่เนียร์ตอบแล้วเสียงไอแค่กๆของไอ้เสกดังขึ้นเหมือนสำลักและไอ้เก่งก็ยิ้มออกมารวมทั้งไอ้นนกับเป็นต่อนั่งอมยิ้มอยู่ ส่วนพี่เนียร์นั้นผมไม่ได้มองเพราะว่านั่งข้างๆผม

" ทำไมถึงชอบ หรือครับ​ "  ไอ้เก่งถามพี่เนียร์

" คงเพราะสีดำเปลี่ยนให้เป็นสีอื่นยากมั่งเลยทำให้ดูมั่นคงแข็งแกร่ง "

พี่เนียร์ตอบทำให้ผมยิ้มออกมารู้สึกใจเต้นแรงไปกับคำตอบนั่นและรู้สึกว่าไอ้เสกพูดถามมีสาระก็วันนี้

แล้วพี่เนียร์ก็เอ่ยถามว่าคุยเรื่องอะไรกันอยู่ ชินก็ตอบอธิบายเสียงใสว่า เปรียบเทียบสีกับบุคคลในห้องนี้แล้วชินก็สาธยายว่าใครสีอะไรมั่ง ผมเหลือบมองสีหน้าพี่เนียร์นิดนึงตอนที่รู้ว่า ผมถูกเปรียบให้เป็นสีดำ   ทำหน้าเฉยๆแฮะ  น่าจะคิดลึกนิดนึงก็ยังดี...  คาดหวังอีกแล้วผม

" แล้วถ้าพี่ล่ะจะเปรียบเหมือนสีอะไร "

พี่เนียร์ถามชิน​ทุกคนมองหน้าพี่เนียร์อย่างอึ้งๆ ชินทำท่าคิดนิดนึงก็ตอบออกมา

"  สีขาวครับเรียบร้อยอ่อนโยนและสดใสแต่ก็ดูมั่นคง "

ชินตอบพี่เนียร์พยักหน้ารับรู้อืมๆ

ขาวกับดำ สินะ ผมกับพี่เนียร์

แล้วไอ้นนก็เปลี่ยนเรื่องคุยกำหนดการของงานพรุ่งนี้อีกครั้ง เพื่อหยุดเรื่องสีดำสีขาวไว้คงกลัวพี่เนียร์จะรู้ มากไปกว่านี้ เพราะ ผมบอกเพื่อนๆทุกอย่างว่าผมรู้สึกยังไงกับพี่เนียร์  แต่เพราะว่ามันเป็นความรักข้างเดียวผมไม่แน่ใจว่า พี่เนียร์จะรับมันได้แค่ไหนกับเรื่องหยอกล้อ หรือแซวเล่นในหมู่เพื่อนฝูง

ต่อจากนั้นพี่เนียร์กับไอ้นัทกลับไปพักผ่อน และพี่เนียร์ก็หันมาเอ่ยเตือนก่อนกลับว่า

" อย่าดื่มเยอะเดี๋ยวจะเมาพรุ่งนี้มีงานสำคัญ "

พวกผมก็พยักหน้ารับคำสั่ง

" พี่เค้าว่ามึง "

ไอ้เสกหันมาบอกเมื่อผมยกเบียร์ขึ้นดื่ม

" ไม่เกี่ยว​ "

ผมตอบถึงจะพยายามไม่คิดอะไรมาก เพราะว่ามีผมคนเดียวในนี้ที่ดื่มน้ำเมา

"  อ้อเหรอ พี่เนียร์คงกลัวกูกับไอ้เสกเมาน้ำเปล่าล่ะมั้ง "

ไอ้เก่งตอบทำท่ายียวนใส่ผม

" เหมือนจะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นรึเปล่า​ "

ไอ้นนหันมาถามผม เมื่อในห้องมีแค่ผมกับไอ้นนและไอ้เสกไอ้เก่ง

" แค่คุยกันมากกว่าเดิม "  ผมตอบยิ้มๆ

" หือ ตอนนี้แค่ไหน " ไอ้นนถาม

" ก็น่าจะ15% แล้ว "

ผมตอบพร้อมกับเสียงถอนหายใจของไอ้เสก

" กว่าจะถึง100 % มึงไหวนะกร "

ไอ้เสกพูดอ่อยๆเหมือนกำลังปลอบใจผมอยู่ ผมฟังแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย

" กูไม่เคยคาดหวังให้ถึง100 %หรอกนะ ความรักความสุขที่มันเต็ม100กูว่ามันน่ากลัวเกินไปแค่ได้อยู่ใกล้พูดคุยกันบ้างก็พอแค่นี้ก็สุขใจแล้วว่ะ "

ผมตอบไอ้เสกส่วนไอ้นนนั้นนั่งนิ่ง

" ก็จริงบางทีการที่มีความสุขมากๆมันก็ทำให้เกิดความกลัวขึ้นมามึงไม่คิดแบบนั้นหรือวะนน "

ไอ้เสกพูดยาวหันไปถามไอ้นนตอนท้าย

เพราะว่าตอนนี้มีเเค่ไอ้นนกับไอ้เสกที่ความรักกำลังหวานชื่นจนน่าอิจฉา ส่วนไอ้กิจกับไอ้ต้นนั้นอยู่ในช่วงระหองระแหงกันตามปกติของชีวิตคู่

" คิดสิ " ไอ้นนตอบ

" เห้ๆๆหยุดคิดเรื่องแบบนั้นน่า พรุ่งนี้งานแต่งไอ้นนนะพวกเราก็ไม่ควรมาคุยเรื่องเครียดๆ "

ไอ้เก่งบอก

" เออ สีฟ้านี่ก็ฉลาดเฉลียวนี่หว่า "

ไอ้เสกเเซวไอ้เก่งเรื่องสีขึ้นมาอีก

" ตวยครับ​..."  ไอ้เก่งพูดพร้อมกับถีบที่ขาไอ้เสกอย่างแรง จนไอ้เสกร้องเสียงหลงออกมา ผมกับไอ้นนได้แต่นั่งมองผู้ชายตัวสูง2คนเล่นกันเหมือนกับเด็ก4ขวบ

เกือบตี1หลังจากเเยกกับไอ้นน ผมก็เดินกลับมามองเข้าไปในบ้านพักไม่มีแสงไฟแสดงว่าคนในห้องพักคงหลับไปแล้ว

ผมค่อยๆเปิดประตูเข้าไป ค่อยเดินไปแล้วทรุดตัวนั่งลงข้างเตียงมองเสี้ยวหน้าพี่เนียร์ที่นอนหลับอยู่เสียงหายใจเข้าออกแผ่วเบา

นานเท่าไหร่แล้วนะที่ผมเฝ้ามองใบหน้านี้มาตลอด

จำได้แค่ว่าช่วงมัธยมวัยรุ่นด้วยที่ผมเรียนโรงเรียนชายล้วนมาเหล่าเพื่อนๆต่างพากันเล่าถึงสเป็คสาวที่ชอบสาวอวบอึ๋มเนื้อนมไข่หนังเอวี

แต่ผมกลับนึกถึงแต่หน้าพี่ชายของเพื่อนสนิทนึกถึงรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นร่างกายที่แข็งแรงหน้าตาที่หล่อ

และนั่นทำให้ผมรู้ว่า ผมชอบผู้ชาย ผมชอบพี่เนียร์และต่อจากนั้นผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่พี่เนียร์ผมก็ไม่มองอีกเลย

" บอกหน่อยสิครับ.. ต้องทำยังไงถึงจะเข้าถึงความ รู้สึกของพี่ได้  "

ผมพูดเสียงแผ่วเบาเหมือนกับกระซิบแล้วก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำ

งานเเต่งงาน

เช้าวันใหม่และแล้วก็มาถึงวันที่นนท์นัทรอคอย ภาพของแขกที่มาร่วมงานต่างแต่งชุดสีขาวเพราะเป็นสีที่เจ้าบ่าวชอบ ผมมองไอ้นัทที่ยิ้มสดใสกับญาติผู้พี่อยู่ก็คือคุณหมอปิติ ส่วนไอ้นนนั้นคุยยิ้มๆอยู่กับหลินสาวสวยที่ยังไงก็เกลียดกล้วยหอม พ่อกับแม่ของไอ้นนกำลังพูดคุยอยู่กับลุงป้าของไอ้นัทอย่างถูกคอ ทุกคนที่ถูกเชิญมาล้วนยินดีกับคนทั้งคู่และเปิดใจรับการแต่งงานของผู้ชายกับผู้ชาย

สมัยนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ชายสองคนแต่งงานกัน แต่ก็ใช่จะเปิดเผยแบบแบบโจ่งแจ้งทางสังคมได้ผมถึงได้เข้าใจไอ้นนที่เลือกจัดเงียบๆ เลือกแขกเฉพาะคนกันเอง คงหลีกเลี่ยงคำพูดดูถูกของคนอื่นก่อนวันที่จะมาที่นี้ผมและนนท์นัทได้ไปเยี่ยมหลุมศพของฟ้าใสผู้หญิงที่เปรียบเหมือนน้องสาวของไอ้นน  เพื่อเป็นการบอกกล่าวว่าพวกเค้าทั้งสองจะแต่งงานกันและขอให้ฟ้าใสยินดีกับเค้าทั้งสองด้วย..

" ไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับใดๆ ที่จะห้ามไม่ให้พวกเค้าทั้งสองรักกันได้ พวกเค้าทั้งสองไม่จำเป็นต้องมารับบทบาทว่าใคร จะเป็นผู้นำหรือใครจะเป็นผู้ตามแบบตายตัวในชีวิตคู่ และการแต่งงานครั้งนี้เป็นแค่การเริ่มต้นความรักที่สดใสของพวกเค้าและมันจะมั่นคงต่อไปเพียงแค่พวกเค้าทั้งสองรักกัน...."

สิ้นคำกล่าวของพี่เนียร์ทุกคนก็ปรบมือเสียงดัง แล้วก็ตามด้วยภาพความหวานชื่นของคู่บ่าวสาว ผมมองตามร่างสูงของพี่เนียร์ที่เดินไปยืนข้างๆ

ผู้หญิงคนนั้นวันนี้พี่เนียร์ดูหล่อและเนี้ยบมาก

หลังจากที่นนท์นัทกล่าวคำขอบคุณเสร็จพวกแขกผู้ใหญ่ก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เหลือแต่กลุ่มเพื่อนๆที่นั่งพูดคุยกันอยู่  รวมทั้งพี่เนียร์และผู้หญิงที่ชื่อกิ่งก็อยู่ร่วมวงสนทนาด้วย

" แหวนแต่งงาน​ นี่​ปู่มากอะ "

ไอ้ต้นพูดแซวไอ้นนทำให้ผมมองไปที่แหวนแต่งงานของไอ้นนที่วงหนาๆใหญ่ๆเหมือนกับแหวนที่รุ่นลุงๆชอบใส่

" ก็ไอ้นัทมันเลือก "

ไอ้นนที่ยังอยู่ในชุดเจ้าบ่าวพูดและจับแหวนที่นิ้วนางหมุนไปมา

" แบบนี้ล่ะสาวๆที่มามองจะได้ลดลง "

ไอ้นัทตอบยิ้มๆ เกี่ยวกันรึเปล่านะ? ผมไม่แน่ใจแต่ที่แน่ใจคือไอ้นัทหวงหึงไอ้นนมากๆ

" ฆ่ากูเถอะ ให้กูใส่แหวนปู่แบบนี้ "

ไอ้เสกพูดบ่นๆแล้วไอ้เก่งก็ทำท่ากระซิบกระซาบกับไอ้เสกว่า

" ลองมันไม่ใส่ดูสิไอ้นัทนั่นแหละจะฆ่ามันเอง หุหุ.... ไอ้นนมันกลัวเมียนะโว๊ย.. "

ไอ้เก่งพูดจบแล้วทำท่าทางจนพวกผมอดขำไม่ได้

แต่เท่าที่ดูไอ้นนก็ดูเหมือนจะแคร์เกรงใจไอ้นัทมากๆหลายครั้งที่เหมือนจะเถียงไม่ออก

ผมเคยเจอไอ้นัทแว้ดๆใส่บางครั้งผมยังต้องหลบเลย คือน่ากลัวมากตอนนี้ผมถึงเข้าใจความรู้สึกไอ้นนมากกว่าใคร

" มึงกลัวเมียจริงๆหรือวะนน " ไอ้เสกถามล้อๆ

" ไม่รู้สิเถียงไม่ทันก็ยอมๆไปอีกอย่างกลัวอดว่ะ "

ไอ้นนตอบยิ้มๆท่าทีไม่ได้ซีเรียสอะไรไอ้นนก็ยังเป็นไอ้นนคนเดิมไม่ตอบรับและก็ไม่ปฏิเสธ

" ร้านอาหารเยอะแยะยังกลัวอด เงินก็มี "

ไอ้เก่งว่าไอ้นน

" โง่ โอลิมปิคอีกแล้ว "

ไอ้เสกว่าไอ้เก่งทันทีแล้วเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นไปทั่วทิศ

และแล้วงานเลี้ยงก็มีวันเลิกลาช่วงเย็นก็ถึงเวลาเตรียมตัวกลับกรุงเทพ ไอ้เสกกับต่อไปเครื่องบินเพราะว่ามีงานเช้า ส่วนเพื่อนคนอื่นกลับรถตู้ เหลือแต่ผมที่ยังคงเก็บกระเป๋าอยู่ก่อนไอ้นนกลับมันเดินมาบอกผมว่าฝากให้ผมนั่งรถกลับไปเป็นเพื่อนพี่เนียร์เพราะพี่เนียร์ขับรถกลับกรุงเทพฯคนเดียวไอ้นนมันห่วงเพราะพี่เนียร์ไม่ค่อยชินกับเส้นทาง

" ทำไมยังไม่กลับ​ " พี่เนียร์ถามเมื่อยังเห็นผมนั่งอยู่

" รอไปพร้อมพี่ครับ​ "

ผมตอบและก้มหน้าเก็บเสื้อผ้าให้เสร็จแปลกๆทำไมถึงไม่พูดอะไรเลยล่ะปกตินี้มีข้อโต้แย้งตลอด ถ้าจะต้องไปไหนทำอะไรด้วยกันกับผม พี่เนียร์เปิดใจให้ผมเข้าไปใกล้ๆได้แล้วงั้นหรือเป็นคำถามที่ ยังหาคำตอบในตอนนี้ไม่ได้จากนั้นผมกับพี่เนียร์ก็ออกเดินทาง

พี่เนียร์ขับรถมาเกือบ5 ชั่วโมงและไม่ยอมให้ผมขับเปลี่ยนดูจากสีหน้าคงเพลียสุดๆและคงง่วงด้วยผมจึงชวนพี่เนียร์แวะพักโรงแรมข้างทางกว่าพี่เนียร์จะยอม  ก็เกือบชั่วโมงคนอะไรจะดื้อขนาดนั้น

และผมเลือกโรงเเรมที่ดีหน่อยจองแค่ห้องเดียว พี่เนียร์ทำท่าโวยแต่ผมก็บอกว่าว่างห้องเดียวแถมยังประหยัดดีนอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงเองพี่เนียร์ถึงได้ยอม

ผมอาบน้ำ​เสร็จ แต่งตัวในห้องน้ำเสร็จเดินออกมาเห็นพี่เนียร์คุยมือถืออยู่ได้ยินเสียงครับๆน่าจะคุยกับผู้หญิง  มีคนที่คุยที่คบอยู่จริงๆงั้นหรือ?

จะถามดีมั้ยนะ ผมคิดลังเลและผมก็ได้แค่คิด

ตราบใดที่คุณยังรักข้างเดียวอยู่ยังไงอีกข้างก็ต้องมีอีกคน

เห้อ...  เหมือนตัวสำรองอะไรแบบนั้นรึเปล่านะ

ผมหยุดคิดเยอะและล้มตัวลงนอนตะแคงข้างหันหลังให้พี่เนียร์  ซึ่งนั่งอยู่อีกฝั่งของเตียง

นอนเตียงเดียวกันใจเต้นแปลกๆแฮะ รู้สึกตื่นเต้นนานแค่ไหนแล้วนะที่ได้นอนเตียงเดียวกับพี่เนียร์14หรือ15ปี ที่แล้วมั่ง

แล้วพี่เนียร์ก็ปิดไฟล้มตัวลงนอนข้อศอกของเราสองคนห่างกันไม่ถึง5เซนติเมตรทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ มีแค่เสียงฮึ่มๆของเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานอยู่

" วันนั้นนายคุยอะไรกับสุรศักดิ์​ "

พี่เนียร์ถาม ผมควรบอกความจริงรึเปล่า

" พี่เค้าบอกว่าชอบผมแต่ผมก็ปฏิเสธไปว่าผมชอบพี่ "

ผมตอบสุดท้ายก็เลือกบอกความจริงออกไป

" บอกแบบนั้นจะดีหรือ.. ไม่ลองคบคุยดูล่ะ "

พี่เนียร์พูดเสียงเบาๆ คำว่าลองคบ ที่ออกมาจากปากพี่เนียร์มันเหมือนกับน้ำเย็นที่สาดใส่ใจผมจนรู้สึกชาในใจ

" ลองคบงั้นหรอ พี่จะดูถูกความรู้สึกของผมมากเกินไปแล้วนะครับ..ผมบอกไปแล้วว่าผมชอบพี่​  "

ผมตอบเสียงราบเรียบ

" ถ้าวันหนึ่งความต้องการของนายมันเพิ่มขึ้นมาล่ะนายจะทำยังไง.. ถ้าพี่ให้ความรู้สึกนายไม่ได้ "

และความอดทนผมก็หมดลง ผมพลิกตัวกลับอย่างรวดเร็วคร่อมทับร่างพี่เนียร์ไว้สองมือหนาผมจับล็อคข้อมือเรียวของพี่เนียร์ไว้แน่นถึงจะดิ้นยังไงคนใต้ร่างผมก็ไม่มีทางสู้เเรงผมได้เลย ด้วยรูปร่างที่ได้เปรียบพี่เนียร์มองตาผมตาเบิกกว้างทำท่าตกใจ

" จะทำอะไรวะ ปล่อย "

พี่เนียร์ดิ้นยิ่งดิ้นผมยิ่งเพิ่มแรงกดที่ข้อมือจนพี่เนียร์ทำหน้าเหยเกคงเพราะเจ็บ

" หยุดมาสั่งให้ผมไปรักคนนั้นคนนี้ซะที "

ผมพูดน้ำเสียงเรียบเย็นผมกำลังโกรธ

" คือพี่... พี่.. พี่..  "

พี่เนียร์พูดตะกุกตะกักเสียงเบาๆพยายามเบี่ยงหน้าหลบจมูกผม แล้วผมก็ซุกหน้าลงไปที่ซอกคอขาวนั้นกดไล่จุมพิตไปทั่วบริเวณซอกคอและซีกแก้ม พี่เนียร์ดิ้นสุดกำลังเบนหน้าหลบจูบผมที่เริ่มลามขึ้นมาและมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากบางสีซีดที่เผยอออกมาหน่อยๆ แล้วผมก็ประกบปากลงที่ริมฝีปากสีซีดนั่นจูบไล้ไปทั่วปากและรับรู้ถึงความผิดปกติคือพี่เนียร์หยุดดิ้นตัวแข็งทื่อ  ผมจึงถอนปากออกฟุบลงที่ซอกคอขาว

" ขอโทษ.... ผมขอโทษ.. เพราะชอบมากเกินไป "

กระซิบบอกที่ข้างหูแล้วผมก็ขยับตัวลุกขึ้น ทันทีที่มือเรียวพี่เนียร์เป็นอิสระก็ชกที่ใต้คางผมอย่างแรง

พลั่ก!!

" ไปทำให้หัวนายเย็นลงซะ "

พี่เนียร์พูดเสียงดังใบหน้าเหมือนกำลังโกรธสุดๆแล้วผมก็ลุกขึ้นเดินไปหยิบเสื้อแขนยาวและกุญแจรถและเดินออกจากห้องไป

บ้าเอ้ย!!  ผมทำอะไรลงไปคงเพราะผมเร่งเร้าจนเกินไป หรือเพราะคาดหวังมากไปเป็นครั้งแรกที่รู้สึกหดหู่ขนาดนี้ อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ

เอาหน้าซบลงกับพวงมาลัยรถมองลงที่ส่วนล่างของตัวเองที่นูนขึ้นมาเป็นรูปร่างจนชัดเจน...

นี่ก็ความรู้สึกเร็วเกินไปมั้ย .. แค่สัมผัสนิดเดียว

เนียร์  Part

ตี5วันใหม่หลังจากที่ผมทะเลาะกับกร กรก็ไม่กลับเข้ามาในห้องพักอีกเลยผมรีบอาบน้ำแต่งตัวหลังจากที่นอนไปแค่ 3ชั่วโมง

เรื่องที่เกิดขึ้นสิ่งที่ทำให้หงุดหงิดคือเพื่อนผมโทรมาบอกว่า ชอบกร และชอบแบบจริงจังถ้าผมโลเลหรือไม่จริงใจก็ให้ถอยออกมา มันรู้ว่ากรชอบผมและมันรู้ว่าผมยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรกับกร นั่นทำให้มันกล้าขอกรกับผมและให้ผมหลีกทางให้มัน ...

ที่ผมหงุดหงิดใจเพราะ ในใจผมมันเริ่มไม่สงบ ตั้งแต่วันที่ผมจูบกรตอนปีใหม่และล่าสุดคืนนั้นที่กรสัมผัสผม ผมไม่ได้รังเกียจเลยผมกำลังซึมซับความสุขจากคนรอบข้าง กิจต้น เสกต่อ นนท์นัท

สิ่งที่พวกเขาเป็นความรักที่พวกเขามีให้กันที่พวกเขาปฏิบัติต่อกันมันทำให้ผมอิจฉาลึกๆ

และหลุมดำในใจผมเริ่มจะกว้างขึ้นสิ่งที่ผมหลีกเลี่ยงมาตลอดกำลังจะชัดเจนและคนที่ทำให้มันชัดเจนคือ  กร  ผู้ชายคนนึงที่มาเติมเต็มชีวิตแห้งๆของผมให้ชุ่มชื่น

ผมจำสายตาตอนที่กร มองผมก่อนออกจากห้องไปได้ดี สายตานั้นสื่อออกมาว่าขอโทษ แต่สายตานั้นมันดูแย่ๆมากๆ ผมเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกผมเดินออกจากห้องพักมาก็เจอกับกรที่ลานจอดรถ

" ขอโทษด้วยนะครับเรื่องเมื่อคืน "

กรพูดแล้วหยิบกระเป๋าผมไปขึ้นรถและเข้าไปนั่งฝั่งคนขับทันทีผมไม่พูดอะไรออกมา เดินไปขึ้นรถแล้วกรก็ขับรถออกไปและต่างคนก็ต่างเงียบ

เพราะว่าอยากใช้เวลาในการคิดเรื่องที่มันค้างคาใจ

2 อาทิตย์ผ่านไปหลังจากที่กลับมาจากงานแต่งนนท์นัท ผมก็ไม่ได้คุยกับกรอีกเลยด้วยงานที่ยุ่งเกินจะมีเวลาเพราะว่าตอนนี้งานที่รีสอร์ทมีปัญหาส่วนงานที่กรุงเทพ ผมก็ฝากนนให้ดูแลเเทนในขณะที่เรื่องที่ผมกำลังสับสนเริ่มชัดเจน

แต่ กรกลับหายเงียบถ้าเหตุการณ์ปกติคือกรจะโทรหาผมอาทิตย์ละครั้งสองครั้ง และมีเจอกันบ้างที่ร้านนนท์นัทแต่นี้เหมือนกรจะหลบหน้าผม หรือเพราะเรื่องที่กรขอโทษผม และผมไม่ตอบ

ผมมองมือถือหยิบแล้ววางหยิบแล้ววางอยู่แบบนั้นเป็นชั่วโมงแล้ว  ในที่สุดก็ตัดสินใจกดพิมพ์ข้อความส่งออกไป​

เย็นนี้เจอกัน3โมงเย็นห้างz ร้านอาหารxxxมีเรื่องจะคุยด้วย

ผมกดส่งไป5นาทีผ่านไปกรก็ส่งข้อความกลับมา

6โมงครึ่งได้มั้ยครับ เพราะตอนนี้ผมอยู่ภูเก็ตกำลังจะขึ้นเครื่องรอนะครับ ♡

อะไรวะรูปหัวใจ ที่อยู่ด้านหลังนั่นขนลุกว่ะ ผมคิด แต่ก็คลี่ยิ้มออกมา

เป็นการนัดที่น่าขายหน้ามากนัดแบบส่วนตัวแต่กลับไม่ถามอีกฝ่ายว่าว่างมั้ย  ชลนทีเอ้ย...

นายกลายเป็นคนรีบร้อนตั้งแต่เมื่อไหร่  ความสุขุมเยือกเย็นดั่งสายน้ำ ของนายมันหายไปไหนหมดนะ

-----------------------------------------------------------------------------มาเเล้วๆ ตอนนี้ก็เอื่อยๆแบบเรียนรู้ไปอีกแบบมิตรภาพโมเม้นท์จะเยอะหน่อยอย่าเพิ่งเบื่อกันนะ  ตอนหน้ามาตามดูความเฉิ่มของพี่เนียร์กับกรกับโมเม้นท์valentineday  ♥  แบบฉบับรักอ้ำอึ้งกันดีกว่าใครจะหลุดมั่นก่อนกันอิอิ

แอบแปะรูปพี่เนียร์อีกแล้วดีต่อใจ ใส่สูทเนี้ยบมาก  อิอิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น