junepopo

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

CHAPTER45:เงาอดีต (50%)

ชื่อตอน : CHAPTER45:เงาอดีต (50%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.8k

ความคิดเห็น : 96

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2561 13:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER45:เงาอดีต (50%)
แบบอักษร

#

เจ้าดอกไม้ตอนนี้เธอไปอยู่ไหน ถ้าเธอจะให้ใครแล้วฉันจะอยู่อย่างไร

ถ้าขอพรจากฟ้าข้อนึงได้ จะขอเธอกลับมาอย่าให้ไปรักใคร

-หน้าหนาวที่แล้ว-

CHAPTER45:เงาอดีต (50%) ก่อนอ่านย้อนไปอ่านบทที่15และ20ก่อนจะดีมากจะได้ไม่งง

หลายปีก่อน

เมลเบิร์น

เสียงดนตรีรีมิกซ์จังหวะเร่งเร้าจากดีเจสุดฮอตเปิดดังกระหึ่ม นักท่องราตรีทั้งชาวถิ่นและชาวต่างชาติต่างพากันมารวมตัวกันในบาร์ที่เป็นที่นิยมสูงสุดในเมลเบิร์น เบียร์จากก๊อกมากกว่าสิบชนิดถูกกดออกแจกจ่าย ผู้คนมากมายทำความรู้จักกันผ่านเครื่องดื่มและเสียงเพลง

“เน็ท ทำไมแกต้องลากฉันมาด้วยเนี่ย”

สาวนักเรียนไทยยื้อข้อมือเพื่อนสาวรูมเมทไว้แน่น ไม่ยอมให้ถูกลากเข้าไปในบาร์โดยง่าย ใบหน้าหวานบึ้งตึงแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังน่ารักมากกว่าจะน่ากลัว

“โถ่ ฮันนี่ มาบลายเดทแบบนี้ก็ต้องลากเพื่อนติดมือมาสักคนสองคนสิจ้ะ”สาวไทยนามว่าเน็ท หรือเนตรนภัส ทำเสียงออดอ้อน แววตาเป็นประกาย เธอนัดบอร์ดกับหนุ่มรุ่นพี่ปีสามในมหาวิทยาลัยที่เกิดคลิ้กกันในปาร์ตี้แฮงเอ้าท์เมื่อสุดสัปดาห์ หลังจากโทรคุยกันมาสองสามวันจึงนัดเจอกันวันนี้

“เจอกันครั้งเดียว คุยกันแค่วันสองวันก็นัดเจอกันแล้ว”เพื่อนสาวทำเสียงดุหน้างอจนต้องกลั้นขำ

“ก็ยังดีที่ไม่นอนกันเลย มีเวลาให้ทำความรู้จักกันนิดหน่อย”

“เน็ท!”

“ฮ่าๆๆๆๆ”เนตรนภัสหัวเราะร่วนกับท่าทีจริงจังของเพื่อนรัก หลังจากกล่อมอยู่ครู่หนึ่ง รูมเมทจึงยอมเข้าไปในบาร์แต่โดยดี

“เฮ้ เค้าอยู่ตรงนั้นไง”เนตรนภัสชี้ให้รูมเมทดูหนุ่มออสซี่หุ่นนักกีฬา ในชุดเสื้อยืดสีฟ้ากางเกงยีนส์ที่กำลังจับกลุ่มคุยกับเพื่อนสองสามคนตรงบาร์ เขายกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มด้วยท่วงท่าสุดเซ็กซี่ นั่นทำให้เนตรนภัสถึงกับกรีดร้องในใจ หญิงสาวดึงกระโปรงตัวจิ๋วของตัวเองให้สูงขึ้นอีก ดึงถุงน่องสีดำและสางผมยาวเป็นลอน เรียกความมั่นใจ

“ฉันดูเป็นไงบ้าง”หญิงสาวหันไปถามเพื่อนรัก

“เธอดูเหมือนพวกคลั่งผู้ชายโง่ๆ ที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาจะหลอกฟันแต่ก็ยังยินยอม”

“โอเค้ เพอร์เฟค!”เนตรนภัสดีดนิ้ว ก่อนจะคว้าข้อมือเพื่อนสาวแล้วลากเธอให้เข้าไปยังกลุ่มเป้าหมาย เมื่อใกล้พอที่จะมองเห็น เธอส่งเสียงร้องทักทายบรรดาหนุ่มๆ พวกเขาเองก็ทำเช่นเดียวกัน ดูเหมือนว่าคู่นัดบอร์ดของเนตรนภัสจะดีใจไม่น้อยที่เธอมาตามนัด

“ไฮ้ หนุ่มๆ”

“ไฮ้ เน็ท นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว”หนึ่งในนั้นเอ่ยทักทาย คนที่เหลือยกมือขึ้นทักทายร่วมด้วย

“ขอโทษด้วยที่เลท”

“ไม่เป็นไร แค่มาก็ดีใจแล้ว ว่าแต่พาใครมาด้วย ผมยังไม่เคยเจอเลย”ชายหนุ่มคู่นัดบอร์ดของเนตรนภัสพยักเพยิดไปทางหญิงสาวตัวเล็กที่ยืนอยู่ด้านหลัง หญิงสาวดึงเพื่อนออกมายืนข้างกันก่อนจะแนะนำให้ทุกคนรู้จัก

“ทุกคนนี่เฌอร์ รูมเมทฉันเอง เธอเป็นคนไทยเหมือนกัน เรียนปีหนึ่งการจัดการโรงแรม”เนตรนภัสแนะนำเพื่อนสนิทให้ทุกคนรู้จัก ทุกคนกล่าวทักทายซึ่งเฌอร์มาลเองก็ทักตอบตามมารยาท

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมลูคัส นี่เควิน นี่ลุคส์แล้วก็…”ลูคัสหันไปหาเพื่อนอีกคนที่มาด้วย เพื่อจะแนะนำให้รู้จัก

“เฮ้ ชาล นี่น้องในเมเจอร์แกนี่ แกไม่รู้จักเหรอว่ะ คนไทยด้วย”ลูคัสตะโกนร้องถามชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนหันหลังถัดออกไป เขาวางแก้วเบียร์ลงก่อนจะหันไปตามเสียง

“มีอะไร”

ชายหนุ่มเอเชียเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มเอ่ยถาม หน้าตารูปร่างของเขาออกไปทางฝั่งจีนหรือเกาหลีมากกว่าจะเป็นคนไทย แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูดีไม่น้อยไปกว่าใครในกลุ่ม

“มารู้จักน้องในเมเจอร์แกหน่อยสิ หรือว่ารู้จักกันแล้ว”ลูคัสชี้ไปทางเฌอร์มาล วินาทีที่ชายหนุ่มจ้องมองหญิงสาว เขารู้สึกเหมือนเวลาถูกหน่วงช้าลง เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มพลันเงียบสงัด และรอบตัวมืดสนิท มีเพียงสปอร์ตไลฟ์ที่ฉายส่องมายังเธอเท่านั้น หญิงสาวตัวเล็ก ผิวขาวบอบบางน่าทะนุถนอม เส้นผมยาวสลวยเป็นลอนที่สวมหมวกไหมพรมสีแดงสดเฉกเช่นเดียวกับริมฝีปาก ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ มันจับต้องหัวใจเขาเสียจนตกอยู่ในภวังค์

“เฮ้ แกจ้องเธอนานเกินไปแล้ว”เพื่อนที่อยู่ข้างกันกระทุ้งแขนใส่คนที่กำลังตกอยู่ในห้วงภวังค์ เหมือนเขาจะได้สติ รีบยื่นมืออกไปทักทายทันที

“สวัสดีครับ ผมชื่อชานนท์ เพื่อนๆที่นี่เรียกว่าชาล แต่คนไทยด้วยกันจะเรียกว่านนท์ คุณอยากจะเรียกว่าอะไรก็ได้ ตามสบาย”ชานนท์ยื่นมือไปตรงหน้าเฌอร์มาลที่ยืนอึ้งน้อยๆ จนเนตรนภัสต้องยื่นมือออกไปจับเสียเอง

“คนไทยเหรอค่ะ เน็ทค่ะส่วนนี่เฌอร์มาล แต่เพื่อนๆที่นี่เรียกเฌอรีน เรียกยังไงก็ได้ก็ได้ค่ะ ว่าแต่เรียนคณะเดียวกัน ไม่รู้จักกันเหรอค่ะ”เนตรนภัสชี้สลับไปมาระหว่างเพื่อนสาวและรุ่นพี่ ส่วนเธอนั้นเรียนการตลาดคนละสาขากัน

“ไม่เคยเจอกันเลย หลังๆไม่ค่อยได้ไปมีทติ้งนักเรียนไทยในเมลเบิร์นด้วย สงสัยว่าต้องไปให้บ่อยกว่านี้ซะแล้ว”ชานนท์ยิ้มกริ่ม เฌอร์มาลรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นที่สนใจของคนตรงหน้า หญิงสาวยิ้มบางๆออกอาการเขินเล็กน้อย

“บางทีอาจเดินสวนกันแล้วก็ได้ แค่ไม่รู้จักกัน”

“งั้นคราวหลัง ถ้าเจอกันไม่ว่าจะบังเอิญหรือตั้งใจก็ต้องทักกันน่ะ”ชานนท์เจาะจงพูดกับเฌอร์มาล นั่นทำให้คนที่เหลือเหลือบมองตากัน ดูเหมือนว่ารุ่นพี่ปีสามจะปิ๊งน้องปีหนึ่งเข้าให้แล้ว

แล้วก็เป็นอย่างที่ว่า หลังจากทำความรู้จักกันในบาร์คืนนั้น รุ่งเช้าขึ้นมา เมื่อเฌอร์มาลไปเรียนก็พบกับรุ่นพี่ที่ดักรออยู่ด้านหน้าห้อง ซึ่งเป็นคลาสเฉพาะของปีหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นชานนท์จึงเป็นจุดสนใจของรุ่นน้องที่เดินผ่านไปมา รวมถึงเฌอร์มาลเองก็ด้วย

“อะอ้าว พี่ชาร์ล เอ่อพี่นนท์ คือ เรียกอะไรดีค่ะ”เฌอร์มาลเอ่ยทักชานนท์ เธอไม่รู้ว่าตัวเองควรเรียกชื่อไหนของเขาดี ชายหนุ่มยิ้มอย่างอบอุ่น นักศึกษาปีสามอย่างเขาแทบไม่มีคลาสเช้า ที่อุตส่าห์ตื่นเช้าแล้วมายืนด๋อด๋าอยู่หน้าคลาสน้องปีหนึ่งก็นับว่าแปลกพอสมควร

“เรียกนนท์ดีกว่าดูสนิทดี”ชานนท์ตอบ เฌอร์มาลพยักหน้ารับรู้

“แล้ว พี่นนท์มาทำอะไรแถวนี้ค่ะ นี่มันคลาสเด็กปีหนึ่งน่ะ”

“ก็ อยากมาดูให้แน่ใจว่าเฌอร์อยู่เมเจอร์เดียวกันจริงๆรึเปล่า”

“อ้าว ทำไมล่ะค่ะ”เฌอร์มาลถามอย่างงุนงง แต่ชานนท์ยักไหล่เบาๆ ไม่ได้ตอบอะไร

เอาเป็นว่า เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันจริงๆ ทีงี้ก็รู้แล้วว่าถ้าอยากเจอจะหาตัวได้จากที่ไหน

นับตั้งแต่วันนั้น เฌอร์มาลก็มีโอกาสได้พบกับชานนท์อยู่เป็นประจำ หนุ่มรุ่นพี่เทียวรับส่งไปมา ดูแลเทคแคร์ และพาเข้ากลุ่มเพื่อนๆ ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องค่อยๆพัฒนาและความรู้สึกบางอย่างเติบโตขึ้นภายในใจ เฌอร์มาลไม่เคยมีแฟนมาก่อนและชานนท์เป็นผู้ชายสุภาพ อ่อนหวานช่างเอาใจ เขามักทำให้เธอรู้สึกพิเศษอยู่เสมอ หลังจากนั้นสี่เดือนชานนท์ขอเธอเป็นแฟน และแน่นอนว่าเฌอร์มาลตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

“เฮ้ เฌอร์ เค้าดาวที่ซิดนีส์เตรียมตัวพร้อมรึยัง”เนตรนภัสถลาลงไปบนที่นอนของรูมเมท เฌอร์มาลกำลังจัดเสื้อผ้าสองสามชุดใส่กระเป๋า

“ก็เตรียมอยู่นี่ไง”

“ไม่ใช่เตรียมแบบนี้ หมายถึง เตรียมสละเวอจิ้นรึยัง”

“ยัยบ้า!”เฌอร์มาลฟาดเสื้อในมือใส่แขนเพื่อนรัก ใบหน้าขึ้นสีแดงจัดด้วยความเขินอาย

“อะไร ทำไมต้องเขิน แกคบกับพี่นนท์มาตั้งสี่ห้าเดือนแล้ว จูบก็เคยแล้ว แล้วนี่เค้าพาแกไปเค้าดาวสองต่อสอง จองโรงแรมไว้แล้วด้วย แกคิดว่าพี่เค้าจะแค่คิสไนท์แล้วรอแฮปปี้นิวเยียร์แกอย่างเดียวเหรอ”ที่เนตรนภัสพูดมาก็ไม่ได้ผิดไปจากที่คิดนัก เฌอร์มาลเองก็รู้ว่าการไปเที่ยวกันสองต่อสองในครั้งนี้ ชานนท์คงจะหวังเรื่องอย่างว่าไว้มากพอสมควร ที่ผ่านมาเขาก็อดทนในระดับหนึ่ง หากคบหากับสาวฝรั่ง ป่านนี้ความสัมพันธ์คงขยับรวดเร็วแบบก้าวกระโดด

“ฉันยังไม่พร้อมเลยอ่ะเน็ท แกไม่คิดว่ามันเร็วไปเหรอ”เฌอร์มาลถามอย่างเป็นกังวล

“แกถามฉันเหรอ ฉันเดทกับผู้ชายแค่ครั้งสองครั้งก็นอนด้วยแล้ว แกคิดว่าไงล่ะ”เนตรนภัสยักไหล่

“มันไม่เหมือนกันนี่นา”

“ก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่หรอกน่า ถ้าคราวนี้แกปฏิเสธพี่นนท์ ครั้งต่อไปถ้าเค้าขอแกจะทำไง ก็คบกันแล้ว จะตอนไหนมันคงไม่ต่างกันนักหรอก”เนตรนภัสออกความเห็น เธอรู้ดีว่าเฌอร์มาลเป็นพวกรักนวลสงวนตัวพอสมควร อีกทั้งยังมีทัศนคติแบบผู้หญิงไทยหัวโบราณ หากแต่สภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตแนวคิดยามอยู่ต่างบ้านต่างเมืองก็ทำให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติอยู่ไม่น้อย

“ไม่ต้องกังวลหรอกน่า ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ถึงอย่างนั้นแกก็ต้องเตรียมตัวไว้บ้าง ไอ้บราสีหวานๆคิขุๆเนี่ย ไม่ต้องเอาไปเลยย่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดบราลูกไม้ซีทรูให้แกเอาไปเผด็จศึกแล้วกัน”

“ยัยบ้า!”เฌอร์มาล่ายหัวให้กับความเจ้ากี้เจ้าการของเพื่อนรัก ก่อนจะหันไปจัดกระเป๋าตัวเองต่อ แม้จะพยายามบอกกับตัวเองว่าความสัมพันธ์ในแบบแนบชิดเป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่คบหากันเป็นแฟน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกังวลใจไม่น้อย

วันสุดท้ายของปีมาถึงเร็วกว่าที่คิด แม้จะรอคอยที่จะได้พักผ่อนกับแฟนหนุ่ม แต่อีกใจก็เป็นกังวล ชานนท์พาเฌอร์มาลมายังซิดนีย์ฮาร์เบอร์อันเป็นสถานที่นัดรวมพลเค้าดาวของผู้คนในมหานครซิดนีย์ พลุจำนวนมากมายถูกจุดขึ้นฟ้าทันทีที่ก้าวเข้าสู่วินาทีแรกของปีใหม่ เหนือสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์สว่างสไวสวยงามตระการไปด้วยพลุ เป็นที่น่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง

“แฮปปี้นิวเยียร์ครับ”

“แฮปปี้นิวเยียร์ค่ะ”

จูบละมุนละไม ราวกับเทพนิยายเกิดขึ้นหลังจากนั้น เฌอร์มาลรู้สึกว่าเธอคือเจ้าหญิงที่ค้นพบเจ้าชายของตัวเองแล้วในตอนนี้ จุมพิตอ่อนหวานไม่ได้ทำให้ฟื้นตื่นจากการหลับไหล หากแต่ชักจูงให้เธอยินยอมมอบทุกอย่างให้แก่เขา ชานนท์เป็นเจ้าของเธอทุกอย่างโดยสมบูรณ์ ทั้งร่างกายและหัวใจ

1****เดือนต่อมา

การสอบไฟนอลใกล้เข้ามา นักศึกษาทุกคนรู้ดีว่าอยู่ในช่วงเวลามืดมนและวิกฤติที่สุด รวมถึงเฌอร์มาลเองก็ต้องมีสมาธิกับการสอบ เธอตกลงกับแฟนหนุ่มว่าจะนัดเจอกันกลังสอบเสร็จ ซึ่งเขาเองก็เห็นด้วย ทว่าสองอาทิตย์ที่ผ่านมาชานนท์เงียบหายไปจนผิดสังเกต ปกติเขาจะแวะมาหาเธอที่คณะบ้าง หรือไม่ก็แชทคุยกัน แต่ตอนนี้กลับติดต่อไม่ได้ราวกับว่าเขาหายสาปสูญไป

“เฌอร์ แกยังติดต่อพี่นนท์ไม่ได้อีกเหรอ”เนตรนภัสถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง คืนก่อนหญิงสาวมีโอกาสได้ไปดื่มกับเพื่อนๆของชานนท์ เมื่อเธอถามถึงเขา ทุกคนต่างพากันเงียบ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เกินความสามารถของเนตรนภัส เธอสืบจนรู้ว่าชานนท์บินกลับไปประเทศไทยเมื่อสองสัปดาห์ก่อน โดยที่เพื่อนรักของเธอไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ

“ยังเลย ฉันชักเป็นห่วงแล้วสิ”เฌอร์มาลไม่มีสมาธิในการอ่านหนังสือเอาเสียเลย เธอไม่อยากทำตัวเป็นแฟนสาวจุ้นจ้านวุ่นวายเที่ยวไล่ตามถามบรรดาเพื่อนๆของเขา หากแต่เลือกจะรอคอยให้เขาติดต่อกลับมาเอง

“ลองติดต่อทางบ้านพี่เค้าดูมั้ย”

เฌอร์มาลถอนหายใจ เธอคบหากับชานนท์มาครึ่งปี แต่ยังไม่เคยติดต่อกับครอบครัวเขาสักครั้ง รู้เพียงแต่ชานนท์เป็นลูกชายคนเดียวและทางบ้านมีกิจการโรงแรมก็แค่นั้น ชานนท์ไม่ได้เอ่ยถึงครอบครัวเขามากนัก

“ฉันไม่รู้จะติดต่อทางบ้านพี่นนท์ยังไง”เฌอร์มาลตอบเสียงเบา

“แกไม่คิดเหรอว่ามันแปลกๆ”

“นี่แกกำลังจะบอกว่า พี่นนท์เค้ากำลังจะทิ้งฉันเหรอ”เฌอร์มาลเอ่ยถามด้วยสีหน้าหวั่นวิตกอย่างที่สุด เนตรนภัสยื่นมือไปกอบกุมเพื่อนของเธอไว้

“พี่นนท์คงไม่ใช่คนแบบนั้นหรอก แต่แกฟังฉันน่ะเฌอร์ ฉันสืบรู้มาว่าพี่นนท์บินกลับไทยตั้งแต่สองสัปดาห์ก่อน บินกลับแบบด่วนมาก บางทีอาจมีเรื่องเกิดขึ้นกับครอบครัวเขา”เนตรนภัสบอกในสิ่งที่ตัวเองรู้มา เฌอร์มาลรู้สึกทุกอย่างแปลกและผิดปกติไปหมด หญิงสาววิตกกังวลอย่างจริงจังกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเขาหรือคนในครอบครัวเขา

“ฉันจะไปซิดนีย์ พี่นนท์มีญาติห่างๆเปิดร้านอาหารไทยอยู่ที่นั่น เขาเคยพาฉันไปกินตอนปีใหม่ ฉันจะไปหาเพื่อลองถามดู”เฌอร์มาลลุกพรวดขึ้น พร้อมกับเก็บข้าวของตัวเองยัดใส่เป้ เธอจะเดินทางไปซิดนีย์ทันทีที่ได้ตั๋ว

ร้านอาหารไทย**@**ซิดนีย์

เฌอร์มาลมาถึงร้านอาหารไทย เธอรออยู่ด้านหน้าเพื่อขอพบกับเจ้าของร้านซึ่งเป็นญาติของชานนท์ เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ทำให้บรรยากาศร้านเต็มไปด้วยความวุ่นวายด้วยลูกค้าที่เข้ามารับบริการ ล่วงเลยไปสี่ชั่วโมงภายใต้อุณหภูมิหนาวเย็น

“ใช่ คุณเฌอร์รึเปล่า”ชายวัยกลางคน ในชุดเชฟเปิดประตูออกมาถาม เฌอร์มาลพยักหน้ารัวเร็ว เธอจำได้ว่าเขาคือญาติของชานนท์

“ใช่ค่ะ”

“เชิญเข้าข้างในดีกว่า”

ควันบางเบาลอยสูงขึ้นเหนือแก้วกาแฟ เจ้าของร้านอาหารไทยจ้องมองแฟนสาวของญาติห่างๆ เขารู้ว่าเธอมาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไร หากแต่คำตอบนั้น จะไม่ใช่สิ่งที่เธออยากได้ยินนัก

“ขอโทษน่ะค่ะที่มารบกวนในวันยุ่งๆแบบนี้”

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ ที่ให้คุณรออยู่ข้างนอกนั่นตั้งนาน อากาศหนาวมากด้วย ดื่มกาแฟก่อนสิจะได้อุ่นขึ้น”เฌอร์มาลหยิบกาแฟตรงหน้าขึ้นมาจิบ

“บินมาจากเมลเบิร์นแบบนี้ คุณคงมีธุระสำคัญ”

“หนูต้องขอโทษที่มาแบบกะทันหัน คือว่า หนูติดต่อพี่ชานนท์ไม่ได้มาสองอาทิตย์แล้วค่ะ หนูรู้มาว่าพี่ชานนท์กลับไทย แต่ว่าไม่แน่ใจว่าจริงรึเปล่า”เฌอร์มาลเริ่มเข้าประเด็น

“อืมใช่ ชานนท์กลับไทยจริงๆ ตอนนี้เขาอยู่ที่บ้าน”คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวเป่าปากอย่างโล่งอก แค่รู้ว่าชานนท์ปลอดภัยดีก็พอแล้ว

“พี่ชานนท์ไม่ได้มีปัญหาอะไรใช่มั้ยค่ะ เขาไม่เคยหายไปและขาดการติดต่อนานขนาดนี้”

“นี่คุณไม่รู้อะไรเลยใช่มั้ย”

“คะ?”

โลกในลานสายตาของเฌอร์มาลพร่าเลือนเหมือนลืมตาในน้ำเย็นจัด ร่างบางเดินออกจากร้านอาหารด้วยสภาพช็อกและไม่อาจทำใจเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน

*“*ชานนท์กลับไปไทยเพื่อเข้าพิธีหมั้นกับลูกสาวเจ้าของกิจการโรงแรม และเมื่อเรียนจบพวกเขาจะแต่งงานกันทันที

ร่างบางทรุดลงริมถนน สิ้นไร้เรี่ยวแรงจะก้าวต่อ ความจริงที่เพิ่งรับรู้ไม่ต่างอะไรจากพายุหิมะที่ซัดโถมเข้ามาในยามนี้

หนาวเหน็บ เจ็บปวด

เฌอร์มาลพาตัวเองกลับมายังเมลเบิร์นด้วยสภาพหัวใจแตกสลาย ไม่คิดมาก่อนว่าชานนท์จะทำกันได้ถึงเพียงนี้ ตลอดเวลาที่คบกันเธอไม่คยระแคะระคายเรื่องนี้มาก่อน ไม่แม้แต่จะเอะใจใดๆสักนิด เมื่อพายุลูกแรกถ่าโถมเข้ามาในชีวิต ดูเหมือนนั่นเป็นแค่การเริ่มต้น เมื่หลังจากนั้นเพียงสามวันเฌอร์มาลได้รับข่าวร้ายที่สุดในชีวิต

พี่เฌอร์ พ่อกับแม่ไม่อยู่กับเราแล้ว

เสียงสะอื้นขาดห้วงของน้องสาวตัวเล็กส่งผ่านมายังโทรศัพท์ทางไกล เฌอร์มาลได้รับข่าวร้าย พ่อและแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต นั่นทำให้เฌอร์มาลต้องบินกลับประเทศไทยด่วนทันที เธอทิ้งการสอบไว้กลางคัน รวมถึงความสัมพันธ์กับชานนท์ที่ยังคงคาราคาซังอยู่

ชานนท์กลับมายังเมลเบิร์นสามวันหลังจากที่เฌอร์มาลเดินทางกลับประเทสไทย ทันทีที่มาถึง เขาพุ่งตรงไปหาเธอที่อะพาทเม้นแต่ก็พบเพียงแค่เนตรนภัสเท่านั้น

เพี้ยะ!

ฝ่ามือฟาดเข้าตรงใบหน้าคร้ามคม แรงตบทำให้หน้าหันและชาวาบ ชานนท์เพิ่วรู้จากญาติของตัวเองว่าเฌอร์มาลไปหา และเขาบอกเรื่องทุกอย่างกับเธอ นั่นทำให้เขาร้อนรนอย่างที่สุด

“สาระเลว ไปให้พ้นเลย”

“พี่อยากเจอเฌอร์ เน็ทบอกหน่อยว่าเฌอร์อยู่ไหน ที่มหาลัยเฌอร์ก็ไม่ไปสอบ”ชานนท์ไม่โกรธสักนิดที่เนตรนภัสทำแบบนี้กับเขา มันสมควรแล้ว

“ยังมีหน้าจะมาเจอเพื่อนฉันอีกเหรอ ผู้ชายอย่างพี่นี่มันทุเรศที่สุด”เนตรนภัสรู้สึกขยะแขยงเหลือเกิน เธอผ่านผู้ชายมามากแต่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนหลอกลวงและตีสองหน้าได้เท่ากับชานนท์

“พี่กลับมาเพื่ออธิบายทุกอย่างให้เฌอร์เข้าใจ พี่ไม่ได้หลอกเค้า”

“ไม่หลอกแต่ไม่บอก พี่ยังเป็นผู้ชายอยู่รึเปล่า”

“พี่รู้ว่าเน็ทโกรธแทนเพื่อน แต่ตอนนี้ช่วยบอกกับพี่หน่อยได้มั้ยว่าเฌอร์อยุ่ไหน”

เนตรนภัสนิ่งไม่ตอบอะไร นั่นเพราะเฌอร์มาลสั่งห้ามไม่ให้เธอบอกอะไรกับเขา ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นยังไง เธอก็ไม่อยากฟังคำแก้ตัวใดๆทั้งนั้น

“เน็ท ได้โปรด”ชานนท์อ้อนวอน

“เฌอร์ไม่ได้อยู่ที่นึ่แล้ว และฉันก็ไม่รู้ว่าเฌอร์อยู่ที่ไหน ไม่ต้องมาถามหาเธออีก”

โครม!

เนตรนภัสปิดประตูใส่หน้า ทิ้งชานนท์ไว้กับความเคว้งคว้าง เมื่อล้มเหลวจากการถามข้อมูลจากเพื่อนสนิท ชานนท์เฝ้ารอคอยหวังว่าเฌอร์มาลจะปรากฏตัวในเร็ววัน หากแต่ไร้ร่องรอย จนกระทั่งเขาเข้าไปสอบถามข้อมูลกับทางคณะ ถึงได้รู้ว่าเฌอร์มาลส่งเรื่องลาออกจากมหาวิทยาลัยเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาคิดว่าเธอน่าจะเดินทางกลับประเทศไทย เขารู้แค่เพียงครอบครัวของเธอมีกิจการร้านดอกไม้ แต่ไม่รู้ชื่อร้านและไม่รู้แม่กระทั่งว่าตั้งอยู่ที่ไหน มีคนในครอบครัวเพียงคนเดียวที่เฌอร์มาลมักเอ่ยให้เขาฟังเสมอ

ฉันมีน้องสาวคนนึง อายุห่างกันหกปี เธอหน้าตาเหมือนฉันเปี้ยบเลย ถ้าเธอโตเป็นสาวคุณอาจจะแยกฉันกับน้องสาวฉันไม่ออกก็ได้

ผ่านไปเกือบสองเดือน ชานนท์ต้องจัดการกับการสอบโปรเจคให้เสร็จ เขากำลังจะขึ้นปีสี่ หลังจากเคลียทุกอย่างเรียบร้อย เขาเก็บกระเป๋าเดินทางกลับประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อจะตามหาเฌอร์มาล จากการสืบหาที่อยู่พอจะรู้ว่าร้านดอกไม้ของครอบครัวตั้งอยู่ที่ใด

ประเทศไทย

-ปิดกิจการ-

ชานนท์ยืนอยู่หน้าอาคารซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นร้านขายดอกไม้ แต่ตอนนี้ประตูบานกระจกมีกระดาษพร้อมข้อความแปะไว้ บ่งบอกว่าร้านขายดอกไม้ได้ปิดกิจการไปแล้ว ชายหนุ่มพยายามมองหาเบอร์โทรศัพท์หรือที่อยู่ที่สามารถติดต่อหาเฌอร์มาลได้ แต่กลับไม่พบข้อมูลใดๆ

“ป้าครับ ขอโทษน่ะครับ ผมขอถามอะไรหน่อย”ชานนท์ร้องเรียกพนักงานกวาดขยะที่กำลังทำความสะอาดอยู่ริมฟุตบาทบริเวณหน้าร้าน

“มีอะไรเหรอคุณ”

“ผมอยากรู้ว่าร้านดอกไม้นี้ ทำไมถึงเลิกกิจการ”

“อ้อ เจ้าของร้านดอกไม้นี่ เสียชีวิตไปเมื่อสองเดือนก่อน อุบัติเหตุรถชนน่ะคุณ เสียทั้งผัวทั้งเมีย น่าสงสารมาก”พนักงานกวาดขยะทำสีหน้าเศร้าสลด ชานนท์ตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน เพราะเหตุนี้นี่เองเฌอร์มาลถึงได้กลับไทยอย่างกะทันหันและลาออกจากมหาวิทยาลัย เธอบอกเขาว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน มีเพียงแค่พ่อแม่และน้องสาว

“เสียชีวิตเหรอครับ แล้ว คนอื่นละครับ ผมหมายถึงญาติของพวกเค้า”

“เหมือนว่าเค้าจะมีลูกสาวอยุ่น่ะ คนนึงป้าเห็นบ่อยยังเรียนอยู่มอต้นละมั้ง อีกคนไม่เคยเห็นน่ะ รู้แต่ว่าอยู่เมืองนอก เรียนอยู่ พ่อแม่เสียอย่างนี้ก็คงจะกลับมาจัดการงานศพมั้ง”

ชานนท์พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขามั่นใจว่าต้องเป็นเฌอร์มาลแน่นอน

“แล้วป้าพอจะรู้มั้ยครับ ว่าบ้านของเจ้าของร้านอยู่ที่ไหน หรือว่าย้ายกิจการไปเปิดที่ไหน”ชานนท์ถามต่อ

“ไม่รู้เลยคุณ พอเจ้าของร้านเสีย ร้านนี้ก็ปิดตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็มีป้ายปิดกิจการมาแขวนไว้สักเดือนนึงได้ละมั้ง อาจเซ้งต่อไปแล้ว ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”

ชานนท์กล่าวขอบคุณพนักงานกวาดขยะ เขาเดินออกมาจากหน้าร้านพลางคิดวิธีสืบหาที่อยู่ของเฌอร์มาล ตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ชานนท์เอาแต่ตามหาเฌอร์มาล เป็นเพราะว่าเธอไม่มีญาติที่ไหนและข้อมูลการติดต่อจากลูกค้าของร้านดอกไม้เดิมก็ไม่มีใครรู้ว่า ลูกสาวเจ้าของร้านพากันไปอยู่ที่ไหน จนกระทั่งเรื่องเข้าหูบิดาของชานนท์ เมื่อเขารู้ว่าลูกชายเพียงคนเดียวซึ่งเป็นความหวังของตระกูลกำลังตามหาหญิงสาวที่คบหากันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้อาจไปถึงหูคู่หมั้นซึ่งในอนาคตจะดองกันและพันธมิตรทางธุรกิจ จึงไม่นิ่งนอนใจ ต้องจัดการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

“ชานนท์ แกยังไม่เลิกตามหาเด็กคนนั้นอีกเหรอ”บิดาเอ่ยขึ้น เมื่อชานนท์เข้ามาในบ้าน สองเท้าหยุดกึกก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับบิดา

“ผมจะเลิกตามหาก็ต่อเมื่อเจอเธอ”ชานนท์เอ่ยเสียงเรียบ

“แกรู้ใช่มั้ยว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แกลืมไปแล้วรึไงว่าแกมีคู่หมั้นแล้ว”บิดาทำหน้าที่ย้ำเตือนความทรงจำ บุตรชายขบกรามข่มอารมณ์

“คู่หมั้นที่พ่อพยายามยัดเยียดให้ผมน่ะเหรอ ถ้าพ่อไม่หลอกผมว่าป่วยหนักจนผมกลับมาไทย ก็ไม่ต้องถูกจับหมั้นอย่างนี้ และแฟนของผมเธอก็คงไม่หนีผมไปหรอก”ชานนท์เอ่ยอย่างขมขื่น เขาถูกคนเป็นพ่อจัดฉากหลอกว่าตัวเองป่วย เมื่อเขากลับมาถึงไทยพบว่าทางบ้านได้เตรียมงานหมั้นไว้พร้อมโดยอ้างเหตุผลทางธุรกิจเพื่อให้เขายินยอม

“ที่ฉันทำอย่างนี้ก็เพื่อแกเอง กิจการโรงแรมของเรากำลังย่ำแย่ ถ้าเราไม่หาพันธมิตรทางธุรกิจ เราก็เสี่ยงจะล่มจม มีแค่การหมั้นกับหนูอลิสเท่านั้นที่จะช่วยกอบกู้สถานการณ์ตอนนี้ได้”บิดาเผยเหตุผลที่แท้จริง การแต่งงานของเขาและลูกสาวเจ้าของกิจการโรงแรมจะสามารถช่วยพยุงสถานการณ์ทางฝั่งเขาได้

“พ่อไม่เชื่อใจผมเหรอ ผมจะกลับมาทำให้กิจการของเราเข้มแข็งอีกครั้ง โดยไม่ต้องยืมมือใคร”

“มันไม่มีอะไรแน่นอน และฉันจะไม่ยอมเสี่ยง ฉันยืนยันว่าฉันทำทุกอย่างเพื่อแกเพื่อครอบครัวของเรา ถ้าแกยังไม่เลิกตามหาเด็กนั่น แกก็เตรียมตัวจัดงานศพพ่อแกได้เลย”บิดาชานนท์แผดเสียงดังลั่น ร่างท้วมทรุดลงไปนั่งบนเก้าอี้ เขารีบเข้าไปดูอาการคนเป็นพ่อ

“พ่ออย่าทำอย่างนี้สิ ผมเป็นห่วงน่ะ”

“แกนั่นแหละที่อย่าทำแบบนี้ สัญญากับพ่อสิว่าแกจะรักษาโรงแรมของเราไว้ แกรนด์คริสตัลจะไม่มีวันล่มสลาย แกจะไม่ให้อะไรมาเป็นอุปสรรคในชีวิตแก สัญญากับพ่อ”บิดาเอ่ยขอคำมั่นสัญญา ชานนท์รู้ดีว่าเขาเกิดมาเพื่อรับผิดชอบกิจการครอบครัว หัวใจของเขามันจะสำคัญอะไร

ถ้าเขาเลือกจะรักษาบางอย่างไว้ มันหมายถึงว่าเขาต้องยอมทิ้งบางสิ่ง

และเขาเลือก  ครอบครัว

1ปีต่อมา

โรงพยาบาลปรีชาเวชย์

“ฉัตร ดอกไม้ในตระกร้าหายไปไหนหมด”คนเป็นพี่เอ่ยถามน้องสาวที่หิ้วตระกร้าว่างเปล่าไว้ในมือ เด็กสาวหันไปดูตระกร้าของตัวเอง ซึ่งเมื่อครู่มันยังเต็มไปด้วยดอกไม้แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า

“อ้าว ดอกไม้หายไปไหนหมดล่ะเนี่ย”เด็กสาวเขย่าตระกร้าตัวเอง เมื่อเห็นว่าก้นตระกร้าเป็นรูโบ๋ จึงได้รู้ว่าดอกไม้คงจะร่วงหล่นตลอดทาง

“ตระกร้าเป็นรูโบ๋เลยเฌอร์ สงสัยร่วงเกลื่อนแน่ หนูไปตามเก็บก่อนน่ะ”คนเป็นน้องทำท่าจะวิ่งออกไปจากลิฟต์ แต่คนเป็นพี่คว้าแขนเล็กไว้

“ไม่ต้อง พี่ไปเอง ขืนให้เราไป มัวแต่เถลไถลอีก ลงไปรอพี่ที่รถก่อน พี่จะตามไปเก็บเอง”เด็กสาวพยักหน้ารับทราบ คนเป็นพี่ออกจากลิฟท์ไป ส่วยเธอเองลงลิฟท์ไปรออยุ่ด้านล่าง ไม่ถึงสิบห้านาที เฌอร์มาลกลับมายังรถขอตัวเองที่จอดไว้ด้านหน้าโรงพยาบาลโดยหอบดอกไม้มาเต็มมือ

“เก็บไวจัง”ณฉัตรรับดอกไม้จากมือพี่สาวแล้วใส่คืนตระกร้าวางไว้ท้ายกระบะรถ

“มีคนช่วยพี่เก็บน่ะสิ รู้รึเปล่าว่าทำดอกไม้ร่วงเกลื่อนทั้งทางเดินเลย”เฌอร์มาลทำเสียงดุ แต่ใบหน้าหวานนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนเป็นน้องกลัวสักนิด

“ใครช่วยเก็บอ่ะ ใจดีจัง”ณฉัตรถาม เฌอร์มาลยิ้มบางๆ แก้มสีขาวขึ้นสีแดงเรื่อ เมื่อนึกถึงศัลยแพทย์หนุ่มที่ช่วยเธอเก็บดอกไม้พวกนี้

“ก็ น่าจะเป็นหมอโรงบาลนี้มั้ง พี่ก็ไม่ได้ถามชื่อ”

“เดี๋ยวๆ ทำไมพี่ต้องหน้าแดงตอนพูดด้วยอ่ะ หมอหล่อมากเหรอพี่”

โป้ก!

เฌอร์มาลประเคนมะเหงกใส่หน้าผากน้องสาว ณฉัตรลูบหน้าผากตัวเองทำตาปรอย

“ขึ้นรถเลย ยังต้องไปส่งดอกไม้อีกสองที่ เสียเวลามามากแล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทันกันพอดี”คนเป็นพี่เปิดประตูรถขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย ฝ่ายน้องสาวกระโดดขึ้นไปนั่งข้างกัน รถกระบะคันกลางเก่ากลางใหม่เคลื่อนออกจากโรงพยาบาล มุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไป

หลังจากอุบัติเหตุพรากทั้งพ่อและแม่ของคนทั้งสองจากไป เฌอร์มาลลาออกจากมหาวิทยาลัยในเมลเบิร์นและตัดสินใจกลับมาอยู่ประเทศไทยอย่างถาวร เธอต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักให้กับน้องสาวที่อายุน้อยกว่าหกปี เพราะเหลือกันเพียงแค่สองคน ไม่มีญาติที่ไหนให้พึ่งพา เฌอร์มาลจำใจต้องขายกิจการร้านดอกไม้ของพ่อแม่ทิ้ง แล้วนำเงินที่ได้รวมถึงเงินประกันจากอุบัติเหตุของพ่อกับแม่มาลงทุนเปิดร้านดอกไม้ใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่มีขนาดเล็กกว่าร้านเก่า เธอทำทุกอย่างด้วยตัวเองโดยมีน้องสาวที่เพิ่งขึ้นมอปลายช่วยเหลือ ตลอดปีครึ่งที่ผ่านมาเฌอร์มาลต้องฟันฝ่าอุปสรรคทุกอย่าง เธอตัดใจจากชานนท์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีเวลาให้สำหรับความรักและคนทรยศหักหลัง แม้ช่วงแรกๆจะลำบากด้วยความที่อายุยังน้อยและอ่อนประสบการณ์ แต่เพราะยึดหลักการค้าขายตามแบบที่พ่อกับแม่ทำกันมาโดยตลอด นั่นคือซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและสร้างความประทับใจให้พวกเขาเสมอ ไม่นานร้านดอกไม้นามว่า ดอเตอร์ฟลาวเวอร์ ก็สามารถประคองตัวอยู่ได้ด้วยแรงสนับสนุนของลูกค้า ชีวิตมีความสุขในแบบเรียบง่ายตามประสาพี่น้อง

“เฌอร์ มีออเดอร์จากลูกค้าให้ไปส่งที่โรงพยาบาลปรีชาเวชย์อีกแล้วอ่ะ สองสามอาทิตย์นี้มีออเดอร์ให้ไปส่งดอกไม้ที่นั่นทุกวันเลย”ณฉัตรจดออเดอร์ลูกค้าที่โทรมาสั่งดอกไม้ทางโทรศัพท์ เพราะณฉัตรเป็นเด็กนักเรียนโรงเรียนประจำ ทำให้สามารถมาช่วยงานที่ร้านได้เพียงวันศุกร์เย็นและเสาอาทิตย์แค่นั้น

“เอาออเดอร์มานี่”เฌอร์มาลหยิบกระดาษจดออเดอร์ออกจากมือน้องสาว ใบหน้าหวานยิ้มกับกระดาษในมือก่อนจะเดินไปจัดดอกไม้อย่างสบายอารมณ์ คนเป็นน้องหรี่ตาอย่างสงสัย พอจะจับพฤติกรรมของพี่สาวได้ ใครกันเป็นสาเหตุให้พี่สาวของเธออารมณ์ดีได้ขนาดนี้

“เอ้ ทำไมพี่สาวเราอารมณ์ดีจังเลยน้า พอออเดอร์จากโรงพยาบาลมาก็หน้าบานเป็นดอกทานตะวัน”ณฉัตรทำเสียงจับผิด เฌอร์มาลทำเป็นไม่สนใจ วันนี้ออเดอร์ให้จัดดอกทานตะวันช่อใหญ่ หญิงสาวเลือกดอกทานตะวันขนาดดอกเท่าๆกันมาจัดเป็นช่อ พลางฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ ใช้เวลาไม่นานก็จัดเสร็จ

“พี่จะเอาดอกไม้ไปส่ง เราเฝ้าร้านด้วยล่ะ”

“เอามานี่”ณฉัตรแย่งช่อดอกไม้ไปจากมือพี่สาวมาถือไว้เอง เฌอร์มาลทำตาโต

“ทำอะไร เอามาพี่จะเอาของไปส่งลูกค้า”

“หนูจะไปส่งเอง โรงพยาบาลอยู่ใกล้แค่นี้ หนูเอามอเตอร์ไซค์ไปก็ได้ ไปล่ะ”ณฉัตรคว้ากระดาษจดออเดอร์ที่เขียนชื่อลูกค้าและสถานที่ส่งจากเคาเตอร์หยิบใส่กระเป๋า ก่อนจะวิ่งออกไปจากร้านพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ เฌอร์มาลส่ายหัวให้กับความแสบของน้องสาวตัวน้อย นี่คงอยากจะรู้ว่าใครกันที่เป็นคนสั่งดอกไม้พวกนี้

ห้องทำงานของหัวหน้าแผนกศัลยกรรมโรงพยาบาลปรีชาเวชย์สาขาใหญ่ ดูคล้ายกับร้านขายดอกไม้ขนาดย่อม นั่นเพราะภายในห้องมีดอกไม้หลากชนิดวางเบียดเสียดกันอยู่ กลิ่นหอมตลบอบอวลที่แยกไม่ได้ว่ามาจากดอกไม้ชนิดไหนตีกันให้วุ่น ใครก็ตามที่เปิดประตูห้องเข้ามาต่างก็ต้องผงะและแปลกใจไปกับสภาพห้องที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด

“แอล นี่ใครส่งดอกไม้พวกนี้ให้แกเนี่ย”อานนท์นั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโต้ะทำงานของอลัน พี่ชายต่างมารดาประหลาดใจกับดอกไม้จำนวนมากที่อยู่ภายในห้อง ปกติอลันไม่ใช่คนที่พิศมัยกับของสวยๆงามๆอย่างเช่นดอกไม้ ถ้าเป็นผู้หญิงสวยๆก็ว่าไปอย่าง

“ผมสั่งมาเองพี่”อลันทำเป็นสนใจกับแล็ปทอปตรงหน้า เขาไม่อยากให้อานนท์ซักไซร้มาก แต่ถึงอย่างนั้นพี่ชายของเขาก็พอจะรู้ทัน

“จีบแม่ค้าขายดอกไม้อยู่เหรอ”

“ทำไมพี่คิดงั้นล่ะ”อลันเลื่อนสายตาจากหน้าจอขึ้นมองพี่ชาย อานนท์เอนหลังไปพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์พร้อมทั้งกวาดตาดูดอกไม้พวกนั้น

“ก็ไม่มีใครส่งให้แก แล้วแกก็ไม่ได้สั่งให้ใครด้วย ดอกไม้พวกนี้มันถึงอยู่เต็มห้อง แกไม่ได้ชอบดอกไม้ เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่แกต้องสั่งมาให้รกห้อง นอกเสียจากว่า แกกำลังจีบเจ้าของร้านขายดอกไม้พวกนี้อยู่ ก็เลยสั่งเพื่อจะเอาใจเธอ หรือไม่ก็เพราะอยากเจอเธอ”อานนท์วิเคราะห์ได้ถูกต้องและแม่นยำ อลันเกาหัวตัวเองพร้อมกับอมยิ้ม รู้สึกเขินนิดหน่อยที่ถูกจับได้

“บางทีพี่ควรจะแกล้งทำเป็นไม่รู้บ้างน่ะ ผมก็เขินเป็น”

“ฉันดีใจที่แกสนใจเรื่องอื่นบ้างนอกจากเรื่องผ่าตัด ไม่เคยเห็นแกทำอะไรแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นนี่ แกเอาใจผู้หญิงไม่เป็น ไม่สนใจรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ พอใจคนไหนก็หิ้วเค้าไปนอน”อานนท์ออกความเห็นตามประสาคนที่รู้จักนิสัยน้องชายตัวเองดี

“คนนี้พิเศษกว่าทุกคนรึเปล่า”

“ก็ ไม่รู้สิพี่ ผมเพิ่งจีบ แต่ถ้าเธอสนใจผมเหมือนที่ผมสนใจเธอ มันคงดีมาก”

“นั่นไง! จะมีน้องสะไภ้ก็คราวนี้ล่ะ”อานนท์ดีดนิ้วตัวเอง อลันหัวเราะเบาๆ

“จีบให้ติด แล้วก็แต่งงานซะ พี่เอาใจช่วย”อานนท์ยื่นมือไปตบไหล่น้องชายอย่างให้กำลังใจ เขาอยากเห็นอลันมีชีวิตครอบครัวที่สมบูรณ์แบบเหมือนกับคนอื่นเขา

“ขอหุ้นเพิ่มอีกสักสิบเปอร์เซ็นต์สิ ผมจะเอาผลกำไรไปเหมาดอกไม้ร้านเธอ”

เกิดเสียงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน เสียงโทรศัพท์ดังแทรกกลางขึ้น อลันยกหูโทรศัพท์ขึ้น

“ผมจะเป็นเดี๋ยวนี้”

“มีเคสด่วนเหรอ”อานนท์ถามน้องชายเมื่อเขาวางสาย

“อุบัติเหตุครับ เคสทรอมา คนเจ็บสี่ราย ผมลงไปอีอาร์ก่อนน่ะพี่”

“เอาเลย ฉันก็มีประชุมต่อเหมือนกัน”

วี้วอ วี้วอ วี้วอ

เจ้าหน้าที่ลำเลียงร่างผู้ได้รับบาดเจ็บลงมาจากรถพยาบาลก่อนจะเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน แพทย์และพยาบาลต่างเข้าช่วยคนเจ็บที่อาการวิกฤติ อุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆถุกเข็นมาพร้อมกับเรียกทีมเสริม อลันเป็นศัลยแพทย์คนแรกที่ลงมาช่วยเสริมทีม

“รายงานสถานการณ์ครับ”เขาเอ่ยกับพยาบาลหัวหน้าเวร เธอรับคำสั่งโดยการายงานสถานการณ์อย่างละเอียด

“น้องครับ ตรงนี้จอดมอเตอร์ไซค์ไม่ได้น่ะครับ ต้องเลี้ยวไปจอดตรงด้านหลัง”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเอ่ยกับเด็กสาวที่จอดรถมอร์เตอร์ไซค์ในที่ห้ามจอด

“หนูเอาของมาส่งแป้บเดียว จอดแค่แป้บเดียวจริงๆค่ะ จะกลับมาอย่างไวเลย”ณฉัตรต่อรอง ทำสีหน้าอ้อนวอน

“น่ะค้า ไม่ได้เกะกะอะไรเลย เดี๋ยวหนูมา”

“เร็วๆล่ะ ไม่งั้นพวกพี่โดนว่าแน่”ต้องใจอ่อนให้กับเด็กสาวหน้าตาน่ารักบ้องแบ๊ว ณฉัตรฉีกยิ้มกว้างยกมือขอบคุณก่อนจะหอบช่อดอกไม้วิ่งเข้าไปภายในโรงพยาบาล

“ขอโทษน่ะค่ะ หนูมาส่งดอกไม้ให้กับลูกค้าค่ะ”ณฉัตรเอ่ยกับประชาสัมพันธ์พร้อมทั้งยื่นชื่อให้เจ้าหน้าที่สาวสวยดู

“อ๋อ คุณหมออลัน วันนี้เปลี่ยนคนมาส่งเหรอค่ะ ทุกทีจะเป็นอีกคนนึง”เจ้าหน้าที่สาวถามอย่างสงสัย ตลอดสองสามอาทิตย์ที่ผ่านมา จะมีหญิงสาวคนหนึ่งมาส่งดอกไม้ให้กัยบนายแพทย์ใหญ่ทุกวัน ซึ่งเขาจะมารับด้วยตัวเอง

“พี่สาวหนูไม่ว่างค่ะ หนูเลยมาส่งแทน แล้วหนูจะเอาดอกไม้ไปส่งลูกค้าได้ที่ไหนค่ะ”

“ทุกทีคุณหมออลันจะมารับด้วยตัวเอง แต่ว่าตอนนี้ท่านติดคนไข้อยู่ที่แผนกฉุกเฉิน คงไม่สะดวกมารับแน่ น้องจะฝากไว้ก็ได้น่ะ”

“อย่างนั้นเหรอค่ะ งั้นไม่เป็นไรค่ะหนูรอได้ เดี๋ยวหนูไปรอด้านหน้าห้องฉุกเฉินแล้วกัน”ณฉัตรบอกแค่นั้นก่อนจะวิ่งไปยังห้องฉุกเฉิน อันที่จริงเธอจะฝากดอกไม้ไว้ก็ได้ ถ้าไม่ติดอยากรู้ว่าใครกันที่สั่งดอกไม้กับพี่สาวทุกวัน แล้วพี่สาวของเธอดูจะออกอาการดีอกดีใจเมื่อได้รับออเดอร์จากเขา คนแบบไหนกันที่ทำให้เฌอร์มาลยิ้มอย่างมีความสุขเพียงแค่นึกถึง

ณฉัตรหอบดอกทานตะวันช่อโตไว้ในมือ ด้านหน้าห้องฉุกเฉินดูวุ่นวายไม่น้อยไม่คนวิ่งเข้าออกตลอดเวลา เด็กสาวคิดว่าตัวเองควรจะนั่งรอให้เหตุการณ์สงบเสียก่อน ถึงค่อยเข้าไป เพราะยังไงตอนนี้เจ้าหน้าที่ก็ไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปอยู่ดี คนตัวเล็กเดินมานั่งลงเก้าอี้ด้านหน้า เธอนั่งลงข้างๆหญิงชราที่ร้องห่มร้องไห้จนตัวสั่น ในขณะที่คนอื่นๆเดินวนไปมาอย่างร้อนรน ณฉัตรพอจะเดาได้ว่าคงมีญาติของคนเหล่านี้อยู่ในห้องนั้นแน่นอน เธอเข้าใจความรู้สึกแห่งการรอคอยที่แสนทรมาน ความวิตกกังวล ร้อนรน ห่วงใยและความกลัวการสูญเสีย เธอผ่านสิ่งเหล่านี้มาแล้ว

“ญาติคุณนุชรี สำทับ อยู่มั้ยค่ะ”พยาบาลเปิดประตูห้องฉุกเฉินแล้วร้องเรียกญาติของคนเจ็บ หญิงชราที่นั่งอยู่ข้างณฉัตรลุกขึ้นด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา เพราะความชราทำให้เธอเคลื่อนไหวเชื่องช้าและขาเธอก็ไม่ค่อยดี

“ฉันเองจ้ะ ฉันเป็นแม่”หญิงชราเอ่ยเสียงสั่น

“เชิญด้านในค่ะ คุณหมอต้องการพบ”พยาบาลบอกกับหญิงชรา เธอพยักหน้ารับรู้ ร่างกายชราภาพก้าวเดินไปอย่างยากลำบาก ณฉัตรรีบเข้าไปประคองเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะล้ม

“หนูช่วยค่ะ ให้หนูพยุงคุณยายเข้าไปด้านในนะคะ”เด็กสาวเสนอตัว หญิงชราพยักหน้าตอบรับ เอ่ยขอบคุณเสียงเบา คนหนุ่มประคองคนแก่เข้าไปด้านใน บรรยากาศภายในห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยความวุ่นวาย แพทย์และพยาบาลรวมถึงเจ้าหน้าที่เดินกันขวักไขว่ด้วยท่าทางเร่งรีบ พยาบาลนำทางท้งสองคนไปยังเตียงซึ่งม่านถูกรูดปิดสนิท ก่อนจะมีใครบางคนแหวกม่านเดินออกมา

“อาจารย์หมอค่ะ นี่ญาติคนไข้ค่ะ”พยาบาลเอ่ยแก่ศัลยแพทย์ซึ่งอยู่ในยูนิฟอร์มชุดสีเขียวสวมทับเสื้อกาวน์ที่มีตัวอักษรตรงหน้าอกปักชื่อสีเขียวสดสะท้อนนามว่า อลัน ปรีชาไวยกิจ ใบหน้าคร้ามคมปิดไว้ด้วยหน้ากากอนามัยที่เปื้อนไปด้วยหยดเลือด ณฉัตรจำชื่อนั้นได้ทันที เขาคือลูกค้าที่สังดอกไม้จากพี่สาวเธอ

“หมอค่ะ ลูกสาวฉันเป็นยังไงบ้าง”

“ญาติของคุณนุชรีใช่มั้ยครับ”เสียงทุ้มเอ่ยถาม หญิงชราพยักหน้าตอบรับ นายแพทย์ใหญ่เลื่อนสายตาไปยังเด็กสาวที่ประคองหญิงชรามาด้วย

“ลูกของคุณยายประสบอุบัติเหตุ ซี่โครงหักไปทิ่มปอดและเส้นเลือดใหญ่ ทำให้เสียเลือดมาก อวัยวะภายในเสียหาย เกิดภาวะช็อกจากการเสียเลือด ตอนมาถึงโรงพยาบาลเธอก็ช็อกและหยุดหายใจ ทีมช่วยกันอย่างสุดความสามารถ แต่ว่าปั้มหัวใจเธอไม่ขึ้น หมอต้องแสดงความเสียใจด้วยครับ เธอเสียชิวิตด้วยภาวะช็อกจากการเสียเลือดเวลาสิบสามนาฬิกาสิบนาที”นายแพทย์ใหญ่บอกด้วยเสียงเรียบง่าย หญิงชราทรุดลงไปกองบนพื้นทันที

“คุณยายค่ะ คุณยาย”พยาบาลเข้าไปช่วยดูคนเป็นลม

“คุณเป็นญาติอีกคนใช่มั้ย นั้นก็ประสานงานขอรับศพญาติกับเจ้าหน้าที่ได้เลย”อลันเอ่ยกับเด็กสาว สีหน้าเขาเรียบเฉยไม่ได้แสดงความรู้สึกกับเหตุการณ์ตรงหน้า การเป็นหมอทำให้เขาชาชินกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น ความโศกเศร้าทำหน้าที่ได้อย่างซื่อตรงต่อการพลัดพราก โดยเฉพาะการจากลาที่ไม่มีวันจะได้พบเจอกันอีก ไม่มีแม้แต่คำบอกลาให้เตรียมใจ

“อะ เอ่อ คือว่า”ณฉัตรเอ่ยตะกุกตะกัก นั่นเพราะเธอไม่ได้เป็นญาติของคนตาย

“คือหนูไม่ได้เป็นญาติของคนตายค่ะ หนูแค่…”

“ไม่ได้เป็นญาติแล้วใครอนุญาตเข้ามาในนี้ นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น พยาบาลเชิญคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องออกไปด้วย”อลันตวาดดังลั่นจนณฉัตรสะดุ้งโหยง เด็กสาวเบิกตากลมโตจ้องมองร่างสูงอย่างตื่นกลัว

“น้องค่ะ คนไม่เกี่ยวข้องเชิญออกไปก่อนนะคะ”พยาบาลบอกกับณฉัตร เด็กสาวพยักหน้ารัวเร็ว ทำท่าจะหันหลังก้าวเดินไปแต่ก็ชะงัก หันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงอีกครั้ง

“คุณคือหมออลันใช่มั้ยค่ะ”ณฉัตรเอ่ยถาม เธอจ้องมองไปที่หน้าอกซึ่งมีชื่อหราอยู่

“ใช่ ทำไม”เอ่ยถามเสียงห้วน

“ดอกไม้ของคุณค่ะ คุณลูกค้า”ณฉัตรกระแทกน้ำเสียงก่อนจะยัดดอกไม้ใส่มือนายแพทย์ใหญ่ จ้องมองคนตัวโตด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะหันหลังแล้ววิ่งออกไปจากห้องฉุกเฉิน อลันมองช่อดอกทานตะวันในมืออย่างงุนงง

โครม!

ณฉัตรกระแทกปิดประตู เฌอร์มาลที่นั่งอยู่หลังเคาเตอร์ ทำตาดุใส่น้องสาวทันที

“เป็นอะไรฉัตร กระแทกปิดประตูซะดังไม่น่ารักเลยน่ะ”เฌอร์มาลดุน้อง ณฉัตรตวัดสายตาไปมองพี่สาว

“หงุดหงิด”

“หงุดหงิดอะไรของเรา แล้วอารมณ์เสียมากจากไหน ไปส่งดอกไม้มานี่”

“คนแบบนั้นเหรอที่ทำให้พี่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เพียงแค่นึกถึง”ณฉัตรกอดอก ทำหน้างอ

“คนแบบไหน พูดอะไรของเราพี่งง”

“ก็คนแบบนายแพทย์อลันไง หมอบ้าอะไรดุชะมัด แถมยังไร้ความรู้สึก แจ้งข่าวคนตายกับญาติยังทำหน้าเฉยสุดๆ ชีวิตเคยเจ็บปวดกับอะไรบ้างมั้ยเนี่ย”ณฉัตรเอ่ยอย่างมีอารมณ์ เฌอร์มาลย่นคิ้วทันที

“นี่เราเจอหมออลันแล้วเหรอ”

“เจอแล้ว เต็มๆ แต่ปิดแมสไม่ได้เห็นหน้าชัดๆ”

“ไม่ได้ไปป่วนหรือพูดอะไรไม่ดีกับเค้าใช่มั้ย”เฌอร์มาลถามอย่างเป็นกังวล กลัวว่าณฉัตรจะไปวุ่นวาย

“เปล่า หนูจะไปป่วนอะไรเค้าล่ะ”

“ถ้าไม่ไปป่วน แล้วมาหงุดหงิดกับเค้าทำไม”เฌอร์มาลถามอย่างจับผิด

“ช่างเถอะ หนูไม่อยากพูดถึงแล้ว บอกไว้ก่อนเลยหนูไม่เอาคนดุๆแบบนั้นเป็นพี่เขยหรอก ชิ!”บอกแค่นั้นก่อนจะสะบัดตัวเดินหายไป เฌอร์มาลมองตามน้องสาวด้วยความงุนงง สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

ดูเหมือนว่าความต้องการของณฉัตรที่บอกว่าจะไม่เอาคนดุๆเป็นพี่เขยจะไม่ได้รับการตอบสนอง เพราะความสัมพันธ์ระหว่างพี่สาวกับนายแพทย์อลันเติบโตและผลิดอกออกผลงดงาม ทั้งคู่ค่อยๆเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก่อนจะคบหากันอย่างเปิดเผย แม้เฌอร์มาลจะเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาไม่ได้ร่ำรวยหรืออยู่ในชนชั้นสูงแต่ถึงอย่างนั้นนายแพทย์มหาเศรษฐีอย่างอลันก็ให้เกียรติและทะนุถนอมเธอเป็นอย่างดี เขาปฏิบัติกับหญิงสาวแตกต่างจากผู้หญิงที่เคยคบหา เวลาเพียงหนึ่งปี ความรักก็สุกงอม อลันขอเฌอร์มาลแต่งงาน เธอตอบตกลงกับเขาทันที

*‘ให้เกียรติผมได้ดูแล และรักษาคุณไว้ในชีวิตตลอดไปจะได้มั้ย”*นายแพทย์หนุ่มสวมมงกุฏดอกเดซี่ให้กับหญิงสาว ก่อนจะยื่นแหวนเพชรเม็ดงามขึ้นตรงหน้าเธอแล้วเอ่ยคำขอแต่งงาน

*“แอล”*เฌอร์มาลเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา น้ำตาซึมด้วยความรู้สึกตื้นตัน

แต่งงานกับผมนะเฌอร์

เฌอร์มาลพยักหน้าตอบรับ ทั้งสองคนสวมกอดกัน เป็นสุขล้นยามที่ความรักเดินทางมาถึงจุดหมาย

“ฉัตร พี่มีเรื่องจะบอก”เฌอร์มาลเอ่ยขึ้นกับน้องสาว ที่กำลังจัดดอกลิลลี่สีขาวเป็นช่อ ณฉัตรวางมือจากงานที่ทำอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นมองพี่สาว

“พี่จะแต่งงานกับคุณอลันเหรอ”ณฉัตรเอ่ยถาม เฌอร์มาลแปลกใจที่น้องสาวรู้

“ฉัตรรู้ได้ยังไง”

“ก็พี่สวมแหวนเพชรเม็ดเบ้อเร่ออยู่บนนิ้วนาง”น้องสาวบอกพร้อมกับยื่นมือไปดึงแขนพี่สาวขึ้น ก่อนจะชูแหวน

“ใช่ คุณอลันขอพี่แต่งงาน แล้วพี่ก็ตอบตกลงไปแล้ว ขอโทษน่ะที่ไม่ได้บอกฉัตรก่อน”เฌอร์มาลเอ่ยกับน้องสาว เธอรู้ว่าที่ผ่านมาณฉัตรไม่ค่อยชอบอลันสักเท่าไหร่ จะด้วยเหตุผลใดก็ไม่สามารถล่วงรู้ น้องสาวที่น่ารักมักหลบหน้าแฟนหนุ่มของเธอเสมอ เจอกันทีไรคนหนึ่งจะทำหน้าบึ้งอีกคนก็จะทำหน้าเรียบเฉย ยกมือไหว้สวัสดีทักทายกันก็แค่นั้น ไม่เคยได้พูดคุยหรือทำความสนิทสนมเหมือนคนทั่วไป แต่ถึงอย่างนั้นณฉัตรก็ไม่เคยคัดค้านหรือแสดงความไม่พอใจในการคบหาของเธอกับอลัน

“ไม่ต้องขอโทษหรอก หนูรู้ว่าสักวันพี่ก็ต้องไปเป็นเจ้าสาวของเค้า”ณฉัตรเอ่ยเสียงเบา แม้จะรู้สึกยินดีที่สาวกำลังจะแต่งงานแต่ภายในใจก็เบาโหวง เมื่อคนเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตกำลังจะมีครอบครัวเป็นของตัวเอง เฌอร์มาลจับความรู้สึกของน้องสาวได้ หญิงสาวยื่นมือไปประคองแก้มนวลของน้องสาวเบาๆ แล้วจ้องมองเธอด้วยสายตาละมุนละไม

“ไม่ว่าพี่จะเป็นเจ้าสาวของใคร แต่พี่ก็ยังเป็นพี่สาวที่รักน้องสาวคนนี้มากที่สุดในโลก ฉัตรคือสิ่งมีค่าเพียงสิ่งเดียวในชีวิตพี่ พี่จะดูแลฉัตร จะรักฉัตรแทนพ่อกับแม่ จะไม่มีใครหรืออะไรมาทดแทนน้องสาวพี่ได้”เฌอร์มาลเอ่ยกับน้องสาว หยดน้ำใสไหลอาบแก้ม ณฉัตรยกมือขึ้นมากอบกุมมือพี่สาวแน่น

“หนูก็รักเฌอร์ที่สุดในโลก หนูอยากให้เฌอร์มีความสุขมากกว่าใครๆ ยินดีด้วยนะคะพี่สาว พี่จะได้เป็นเจ้าสาวแล้ว”

สองพี่น้องกอดกันแน่น ความอบอุ่นถูกส่งผ่านสายใยแห่งความรัก ต่างคนต่างเป็นสิ่งที่มีค่าสำหรับอีกคน

ในที่สุดพิธีแต่งงานระหว่างเฌอร์มาลกับอลันก็เกิดขึ้นหลังจากนั้นเพียงหนึ่งเดือน ทั้งสองคนจัดงานแต่งในโบสถ์ด้วยพิธีเรียบง่าย มีเพียงคนในครอบครับเท่านั้นที่ร่วมเป็นสักขีพยาน เจ้าสาวปรากฏตัวขึ้น เธอสวมใส่ชุดแต่งงานสีขาวแสนเรียบ พร้อมกับช่อดอกเดซี่ในมือ อานนท์ทำหน้าที่เป็นคนส่งมอบเจ้าสาวให้กับเจ้าบ่าว นั่นเพราะเฌอร์มาลไม่มีพ่อคอยทำหน้าที่นั้น ณฉัตรเดินตามหลังพี่สาว ใจเต้นแรงยามได้เห็นคนที่รักที่สุดอยู่ในช่วงสำคัญของชีวิต

“ เป็นเพราะเป็นความประสงค์ของพวกเธอที่จะแต่งงาน ให้ประสานมือขวา และประกาศความยินยอมของพวกเธอต่อหน้าพระองค์ และศาสนิกชนของพระองค์”บาทหลวงเอ่ยกับเจ้าบ่าวและเจ้าสาว

*“*ผม อลัน ขอรับคุณเฌอร์มาลเป็นภรรยาของผม ผมสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและ ยามยาก ในยามไข้และสบายดี ผมจะรักคุณและให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของผม

ดิฉัน เฌอร์มาล ขอรับคุณ อลัน เป็นสามีของดิฉัน ดิฉันสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อคุณทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี ดิฉันจะรักคุณและให้เกียรติคุณตลอดชั่วชีวิตของดิฉัน

คำกล่าวสาบานรักในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ แหวนสองวงที่ต่างสวมให้กันและกัน และจุมพิตแรกเพื่อยืนยันการรวมเป็นหนึ่ง เฌอร์มาลและอลันกลายเป็นสามีและภรรยาอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วงเวลานั้นราวกับเทพนิยายในฝัน เจ้าหญิงครองคู่กับเจ้าชาย อยู่ด้วยกันตลอดไปนิจนิรันดร์ งานนี้ไม่มีการโยนช่อดอกไม้ของเจ้าสาว หากแต่เฌอร์มาลเลือกจะมอบช่อดอกเดซี่นั้นให้กับน้องสาวของเธอ

พี่จะให้ช่อดอกไม้นี้กับเธอ เธอจะเป็นคนต่อไปที่จะได้กลายเป็นเจ้าสาวที่สวยและมีความสุขที่สุดในโลก

……………………………………………………….

ร่างสูงโปร่งในชุดสูทหรูก้าวลงจากรถ พนักงานโรงแรมจำนวนหลายสิบชีวิตยืนเรียงแถวเพื่อรอต้อนรับการกลับมาของทายาทเพียงหนึ่งเดียวของโรงแรมแกรนด์คริสตัล หลังจากชานนท์จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี เขาต่อโทบริหารทันทีใช้เวลาเพียงปีครึ่งก็จบ ระหว่างที่อยู่ออสเตรเลียก็ทำงานหาประสบการณ์ไปด้วย และในตอนนี้เขากลับมายังประเทศไทยเพื่อช่วยฟื้นฟูกิจการของทางครอบครัวที่กำลังซบเซา อีกเหตุผลหนึ่งคือการที่ครอบครัวบีบให้เขากลับมาเพื่อแต่งงานกับคู่หมั้นที่เพิ่งเรียนจบ การหมั้นหมายนั้นเป็นไปเพื่อเหตุผลทางธุรกิจไม่มีเกี่ยวข้องกับความรัก นั่นทำให้เขาต้องตัดใจทิ้งผู้หญิงที่รักมากที่สุดเพื่อให้โอกาสธุรกิจครอบครัวของตัวเองมีทางรอด เขาไม่เหยียบย่างกลับมาประเทศไทยเลยตั้งแต่การกลับมาตามหาเฌอร์มาลครั้งนั้น แม้เวลาจะผ่านไปเกือบสามปี แต่เขาไม่เคยลบเลือนเธอไปจากความทรงจำ

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะพี่ชานนท์”หญิงสาวหน้าตาสวยจัดผิวพรรณผู้ดี ยื่นช่อดอกไม้ให้กับชานนท์เพื่อแสดงการต้อนรับ ชายหนุ่มรับดอกไม้นั้นไว้ก่อนจะส่งต่อให้พนักงานโรงแรมทันที ท่าทีเฉยชาและใบหน้าเรียบเฉยนั้น ทำให้คู่หมั้นสาวต้องหุบยิ้มแทบจะในทันที

“คุณลุงกับคุณพ่อรออยู่ด้านใน อลิสพาพี่ชานนท์ไปนะคะ”หญิงสาวทำใจดีสู้เสือ ยื่นมือไปเกาะแขนชานนท์พร้อมกับส่งยิ้มหวาน การหมั้นหมายระหว่างกันอาจเป็นเรื่องความเห็นชอบเหมาะสมของพวกผู้ใหญ่ แต่เธอเองก็พอใจในตัวชานนท์ไม่น้อย ระหว่างการหมั้นหมายก็บินไปหาชายหนุ่มที่ออสเตรเลียบ่อยๆ แม้ฝ่ายชายจะไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ก็เถอะ และในตอนนี้เมื่อเขากลับมาไทยและเธอเรียนจบ ก็ถึงเวลาอันสมควรที่จะจัดงานแต่งงาน

ชานนท์นั่งร่วมโต้ะอาหารกับครอบครัวรวมถึงคู่หมั้นและครอบครัวของเธอ ทั้งสองครอบครัวต่างปรึกษาหารือการถึงเรื่องการรวมหุ้นธุรกิจ และการแต่งงานถูกดึงเข้ามาเป็นหัวข้อหลัก

“ป้าหาฤกษ์ไว้ให้แล้ว เดือนมิถุนาที่จะถึงนี้ ฤกษ์ดีที่สุด เหมาะที่จะจัดงานแต่ง”แม่ของชานนท์เอ่ยขึ้นกลางโต้ะอาหาร ทุกคนพยักหน้าอย่างพอใจ

“เดือนมิถุนา นั้นก็อีกสามเดือนน่ะสิ”

“ใช่แล้วค่ะ”

“ไม่คิดว่ามันเร็วไปเหรอครับ”ชานนท์เอ่ยแทรกขึ้น ทุกคนหันไปจ้องมองเขารวมถึงอลิสาคู่หมั้น

“ไม่เร็วไปหรอกลูก น้องก็เรียนจบแล้ว มีอะไรต้องรออีก”คนเป็นแม่เอ่ยขึ้น

“ผมอยากขอเลื่อนไปอีกสักพัก ตอนนี้ธุรกิจโรงแรมกำลังมีปัญหา ผมอยากให้เวลากับตรงนี้ก่อนสักระยะ หลังจากนั้นถึงจะคิดเรื่องแต่งงาน”

บิดาของชานนท์ขยับตัวอย่างไม่เป็นสุขมากนัก เพราะยิ่งยืดเวลางานแต่งออกไปก็มีจะมีแต่ผลเสีย

“ชานนท์ไม่อยากแต่งงานกับลูกสาวอาเหรอ”บิดาของคู่หมั้นเอ่ยถาม ทั้งโต้ะเงียบกริบ

“เปล่าครับ ถ้าผมไม่อยากแต่งงานกับอลิส ผมคงไม่หมั้นกับเธอ ผมแค่อยากขอเวลาอีกสักปี ให้ อลิสได้เตรียมตัวด้วย น้องเพิ่งจะเรียนจบ ให้โอกาสเธอได้ใช้ชีวิตโสดอีกสักระยะคงจะดี อลิสเห็นด้วยกับพี่มั้ย”ชานนท์หันไปทางอลิสา เขายิ้มอย่างอ่อนโยน เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเสแสร้ง อลิสาฉลาดพอที่จะทำทีเป็นเห็นด้วยกับเขา ถ้าเธอแสดงอาการออกนอกหน้าเร่งรัดเขาเกินไป ชานนท์อาจแข็งข้อ ไม่ยอมแต่งขึ้นมาเสียดื้อๆ

“จริงด้วยค่ะ อลิสว่ารออีกสักระยะนึง ค่อยแต่งก็ได้ ตอนนี้อยากเรียนรู้งานกับพี่นนท์มากกว่า เราจะได้ใช้เวลานี้ศึกษาทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ดีมั้ยค่ะ”อลิสาได้ที ขอเข้ามาเรียนรู้งานกับชานนท์ นั่นหมายถึงตัวเธอจะติดกับเขาได้ตลอดเวลา ผู้ใหญ่ดูจะพึงพอใจกับข้อตกลงนี้

“เอาอย่างนั้นก็ได้ งั้นเลื่อนไปก่อน ให้เด็กๆเค้าได้เรียนรู้กันสักหน่อย”

เป็นอันว่าชานนท์สามารถยื้อเวลาแต่งงานออกไปได้ ถึงแม้จะต้องแลกกับการที่มีอลิสาผูกติดอยู่กับเขาระหว่างนั้น แต่ก็ยังดีเสียกว่าเปลี่ยนสถานะปุบปับ

“พี่นนท์ค่ะ พี่นนท์”อลิสาวิ่งตามชานนท์ที่เดินออกมาเพื่อจะเข้าห้องน้ำ ร่างสูงหยุดกึก

“มีอะไร”ชานนท์ถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“พรุ่งนี้ อลิสจะเลี้ยงต้อนรับพี่นนท์ค่ะ มีปาร์ตี้เล็กๆ พี่นนท์ไปกับอลิสน่ะ”อลิสาเกาะแขน ร้องขอ

“ผมไม่ว่าง ผมจะต้องไปร่วมงานแต่งเพื่อนสนิท”ชานน์ตอบ

“เหรอค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ งั้น พี่นนท์ให้อลิสไปด้วยนะคะ อลิสจะได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนของพี่นนท์ด้วย”

“คงไม่ได้หรอก ผมว่าคุณเอาเวลาไปเรียนรู้ธุรกิจในครอบครัวดีกว่า ขอตัว”ชานนท์ปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย พร้อมกับสลัดมืออลิสาจนหลุด ทิ้งให้หญิงสาวยืนกระทืบเท้ากรีดร้องอยู่ในใจ

งานแต่ง

เฌอร์มาลขนดอกไม้ที่ทางออร์แกไนซ์สั่งให้มาส่งลงจากรถจนหมด เธอเดินกลับมารอ ณฉัตรที่รถเพราะน้องสาวขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที เด็กสาวในชุดนักเรียนคอนแวนวิ่งกระหืดกระหอบผมเผ้าหลุดลุ่ยตรงมายังรถ

“อ้าว ทำไมถึงวิ่งหอบมาอย่างนั้น แล้วดูสิ เปียหลุดลุ่ยไปหมด มีเศษหญ้าบนผมด้วย ไปทำอะไรมา ไหนว่าจะไปห้องน้ำ”เฌอร์มาลดึงเศษหญ้าออกจากผมของน้องสาว คนตัวเล็กแก้มสีแดงจัดจากการออกแรงวิ่ง

“กะ ก็”

“ไม่ได้ไปห้องน้ำมาใช่มั้ย ไปไหนมา”เฌอร์มาลกอดอกตั้งท่าซัก ณฉัตรทำหน้าจ๋อย เธอบอกพี่สาวว่าไปห้องน้ำ ทั้งที่ในความเป็นจริงแอบไปแย่งช่อดอกไม้ของเจ้าสาวมา

“หนูไปแย่งช่อดอกไม้เจ้าสาวมา”ณฉัตรยิ้มแหย เฌอร์มาลพ่นลมหายใจออกทางจมูก น้องสาวเธอเป็นเด็กเพ้อฝัน ชื่นชอบงานแต่งงานและชอบที่สุดคงจะเป็นการได้แย่งช่อดอกไม้จากเจ้าสาวเพราะเชื่อว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะได้เป็นคนโยนดอกไม้กับเขาบ้าง

“อีกแล้วเหรอ ก็ว่าทำไมหายไปนาน แล้วนี่ไปแย่งมายังไงถึงได้มอมแมมอย่างงี้เนี่ย”เฌอร์มาลทำเสียงดุ ณฉัตรโตเป็นสาวสวยสะพรั่งแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีกิริยาเป็นเด็ก ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตนเองมักจะถูกเพศตรงข้ามให้ความสนใจอยู่เสมอ

“ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย ตอนที่หนูวิ่งจะไปรับช่อดอกไม้ ก็ชนกับผู้ชายคนนึงเข้าอย่างจัง หนูล้มทับพี่เค้าด้วยแหละ คงจะเจ็บน่าดู แถมผมยังไปเกี่ยวเสื้อพี่เค้าอีกด้วย คนมุงดูเต็มเลย อายจังเฌอร์”ณฉัตรทำหน้าสลด ยังคงรู้สึกอับอายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเป็นคนซุ่มซ่ามจึงมักทำเรื่องขายหน้าแบบนี้เสมอ มิหนำซ้ำคนที่เธอวิ่งเข้าไปชน ยังเป็นหนุ่มหล่อที่ชวนให้ใจสั่น แต่ผู้ชายที่ไหนจะสนใจเด็กจอมซุ่มซ่ามกันล่ะ

“ตายจริง ซุ่มซ่ามจนทำคนอื่นเจ็บตัว ได้ขอโทษพี่เค้ารึยัง”เฌอร์มาลทำเสียงตกใจ ห่างสายตาแป้บเดียวก็ก่อเรื่องจนได้

“ขอโทษแล้ว ขอโทษเสร็จก็วิ่งจู้ดมาเลย  อายจะแย่ แหะๆ”

“โตเป็นสาวแล้วน่ะ ยังกระโดกกระเดกแบบนี้อีก ย้ายไปอยู่บ้านคุณอลัน ต้องทำตัวให้เรียบร้อยกว่านี้รู้มั้ย”เฌอร์มาลอบรมน้องสาว ทั้งเธอและณฉัตรต้องย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสถ์ของเขา

“เฌอร์คนเดียวต่างหากที่ต้องย้ายเข้าไปอยู่ หนูยังอยู่หอเหมือนเดิม”

“เสาร์ อาทิตย์ก็ต้องกลับมาอยู่บ้านจ้า เพราะฉะนั้นต้องเป็นเด็กเรียบร้อยแล้วก็น่ารักกว่านี้รู้ตัวมั้ย”คนเป็นพี่ยื่นมือออกไปหยิกแก้มน้องสาวอย่างหมั่นเขี้ยว ณฉัตรหัวเราะคิกคัก

“โอ้ยๆ พอแล้ว แก้มหนูย้วยหมด”ณฉัตรดึงหน้าตัวเองออกห่าง ลูบแก้มตัวเองเบาๆ

“ไป ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวต้องไปเคลียออเดอร์ต่ออีก”

“เจ้าค่า นายแม่”

พี่สาวส่ายหัวให้กับความทะเล้นของน้องสาว ทั้งสองคนขึ้นรถ ขับออกไปจากงานแต่ง

หลังจากแต่งงาน เฌอร์มาลยังคงเปิดกิจการร้านดอกไม้ต่อไป แม้จะมีสามีที่ร่ำรวยล้นฟ้า แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอใช้ชีวิตที่แตกต่างออกไป ร้านดอกไม้คือความภาคภูมิใจของเธอและมันจะถูกส่งต่อให้กับณฉัตรเมื่อเธอโตมากพอที่จะจัดการทุกอย่างได้

“เดี๋ยววันนี้ปิดรับออเดอร์แค่นี้ เคลียร์งานที่ค้างอยู่ให้เสร็จก่อนแล้วกัน”เฌอร์มาลสั่งลูกน้อง หลังแต่งงานอลันต้องการพาเธอไปฮีนนีมูนต่างประเทศเป็นเวลาสิบวัน จึงต้องรีบเคลียร์ออเดอร์ให้เสร็จ

“เฌอร์จ๋า เค้ามาแล้ววววว”เสียงเปิดประตูร้านดังขึ้นพร้อมกับเสียงเอ่ยทักทายสดใสเจื้อยแจ้วของคนเป็นน้อง ร่างเล็กอ้าแขนทำท่าจะสวมกอดคนเป็นพี่ แต่เฌอร์มาลโบกมือให้ถอยไปห่างๆ

“ถอยไปเลย ไม่ต้องมากอดพี่ ถือตุ้กตาเน่ามาขนาดนี้กลิ่นติดมาแน่นอน”พี่สาวชี้ไปยังตุ้กตาพิกเลทตัวมอมแมม ณฉัตรติดเจ้าตุ้กตาเน่าตัวนี้มากที่สุด กลับมาจากโรงเรียนประจำแต่ละทีก็หอบเอาติดตัวมาด้วย

“อะไรกันทำไมต้องรังเกียจน้องหนูด้วย”

“พอเลยยัยเด้กคนนี้ ไปอาบน้ำได้แล้วไป ตัวจะได้หอมๆ”

“เฌอร์จ๋า เค้าหิวจังเลย มีไรให้กินก่อนข้าวเย็นม่ะ”เกาะแขนทำเสียงออดอ้อนพี่สาว

“มีคุ้กกี้กับนม เดี๋ยวพี่ไปหยิบมาให้”

“ขอบคุณค้า”ณฉัตรยิ้มกว้าง เฌอร์มาลเดินไปหลังร้านเพื่อเตรียมขนมให้กับน้องสาว

ตรู้ด ตรู้ด ตรู้ด

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ณฉัตรรีบยกหูรับสายทันที

“สวัสดีค่ะ ร้านดอเตอร์ ฟลาวเวอร์ค่ะ”

“นั่นร้าน ขายดอกไม้รึเปล่าครับ”เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยถาม

“ใช่ค่ะ คุณลูกค้ารับดอกอะไรดีค่ะ”

“เอ่อ มีบริการส่งมั้ยครับ”

“มีค่ะ บริการส่งในกรุงเทพและเขตปริมณทล ค่าจัดส่งหนึ่งร้อยบาทค่ะ”ณฉัตรตอบ

“อ่อ งั้น ผมขอสั่งเดย์อายช่อนึงครับ”

“เดย์อาย ช่อนึงนะคะ…”ณฉัตรคว้ากระดาษจดออเดอร์ แต่เมื่อได้ยินลุกค้าเรียกชื่อดอกเดซี่ว่าดอกเดย์อายก็ประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพราะมีเพียงไม่กี่คนที่รู้จักอีกชื่อของดอกไม้ชนิดนี้

“เอ่อ เดย์อายเหรอคะ”ณฉัตรถามย้ำ

“อ้อ ผมหมายถึงดอกเดซี่น่ะครับ พอดีติดเรียกเหมือนคนๆนึง”ปลายสายรีบแก้ พร้อมกับหัวเราะเบาๆ

“ไม่เป็นไรค่ะ พี่สาวฉันก็เรียกดอกเดซี่ว่าเดย์อายเหมือนกัน แปลกจังค่ะ ไม่ค่อยมีใครเรียกชื่อนี้เท่าไหร่”

“บังเอิญจังน่ะครับ”

“นั่นสิค่ะ บังเอิญจัง”

เกิดความเงียบขึ้นระหว่างบทสนทนา จู่ๆก็เกิดความรู้สึกแปลกๆ

“อะ เอ่อ คุณลูกค้าจะให้ส่งให้ที่ไหนค่ะ”เป็นณฉัตรที่ดึงสติตัวเองกลับมา คนปลายสายบอกชื่อและที่อยู่สำหรับจัดส่ง ณฉัตรจดใส่กระดาษออเดอร์อย่างละเอียด

“ขอบคุณที่ใช้บริการของทางร้าน ดอกไม้จะจัดส่งถึงมือคุณลูกค้าตามเวลาที่แจ้งไว้นะคะ สวัสดีค่ะ”ณฉัตรวางสายประจวบเหมาะกับที่เฌอร์มาลเดินออกมาจากทางหลังร้านพอดี

“ลูกค้าโทรมาเหรอ ฉัตร ไม่ต้องรับออเดอร์เพิ่มแล้วน่ะ พี่ให้ดาวเคลียร์ออเดอร์หมดแล้ว”

“อ้าว งั้นเหรอ ตะกี้หนูเพิ่งรับออเดอร์จากลูกค้ามารายนึง คอนเฟิร์มแล้วด้วย เพิ่มอีกรายได้มั้ย”

“อืม ก็น่าจะได้น่ะ ลุกค้าสั่งดอกอะไร”

“เดซี่เพียวๆช่อนึง แต่รู้อะไรมั้ยเฌอร์ แปลกมากเลย ลูกค้าเรียกดอกเดซี่ว่าเดย์อายด้วยล่ะ ไม่นึกว่าจะมีคนเรียกเหมือนเฌอร์”ณฉัตรบอกอย่างตื่นเต้น

“เหรอ นั่นน่ะสิ มีคนไม่กี่คนที่พี่รู้จักที่เรียกเดซี่ว่าเดย์อาย”เฌอร์มาลนึกย้อนไปถึงคนๆนึง ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยบอกกับเขาว่าเธอชอบดอกไม้ดอกเล็กๆสีขาวนั่นมากขนาดไหน และยังสอนให้เขาเรียกมันว่าเดย์อาย หากแต่ตอนนี้ คนๆนั้นได้ตายไปจากความรู้สึกของเธอแล้ว

“เฌอร์ คิดไรอยู่ ทำไมนิ่งไป”ณฉัตรสะกิดพี่สาว เมื่อเห็นว่าจู่ๆเธอมีท่าทีเหม่อลอย

“เปล่า นึกไรเพลินๆ เอ้า นี่ขนม กินแล้วก็ไปอาบน้ำซะ จะได้มาช่วยพี่ดาวเคลียร์งาน”

ณฉัตรรับจานขนมและและแก้วนมจากพี่สาว ถือไปยังโซฟานั่งเล่น เฌอร์มาลจ้องมองไปยังดอกเดซี่ที่ถูกจัดวางอยู่ในแจกัน ภาพอดีตที่ชานนท์เคยมอบดอกไม้ให้เธอลอยวาบขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะหายไป

ดอกไม้ถูกลำเลียงขึ้นรถสำหรับจัดส่ง ตอนนี้ร้านมีลูกน้องคนขับรถกับคนจัดส่งเพิ่มอีกสองคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไปส่งดอกไม้ด้วยตัวเองบ้าง และช่วงสุดสัปดาห์ ณฉัตรก็จะมาช่วยอีกแรง

“แน่ใจน่ะว่าจะส่งคนเดียวทั้งหมด”เฌอร์มาลถามน้องสาว ที่กระโดดขึ้นไปนั่งบนรถ

“สบายมากน่า ไปกับพี่ติ้มไม่มีอะไรต้องห่วง เนอะ”ณฉัตรหันไปยิ้มกับพนักงานขับรถผู้หญิง

วัยยี่สิบแปด

“ไม่ต้องห่วงค่าคุณเฌอร์ เดี๋ยวติ้มดูน้องฉัตรเอง”

“ฝากด้วยค่ะพี่ติ้ม”

ดอกไม้ถูกจัดส่งตามออเดอร์ แม้จะต้องวิ่งขึ้นลงรถ เข้าออกตึกโน่นนี่ ณฉัตรก็ไม่มีบ่น จนกระทั่งถึงออเดอร์สุดท้าย รถจอดด้านหน้าโรงแรมแกรนด์คริสตัล ณฉัตรคว้าช่อดอกเดซี่ไว้ในมือ ก่อนจะลงจากรถไป

“ขอโทษนะคะ หนูมาส่งดอกไม้ให้กับลูกค้าท่านนี้ค่ะ”ณฉัตรยื่นกระดาษออเดอร์ให้ประชาสัมพันธ์

“อ้อ คุณชานนท์ ห้องทำงานท่านอยู่บนชั้นยี่สิบเก้าค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ”

ณฉัตรบอกกับคุณก่อนจะเดินไปกดลิฟท์ เมื่อลิฟท์เลื่อนขึ้นถึงชั้นยี่สิบ ประตูก็เปิดออก พร้อมกับใครบางคนที่ก้าวเข้ามา คนตัวเล็กหอบดอกไม้ช่อโตบดบังใบหน้า ชานนท์เข้ามาภายในลิฟท์ เขาสะดุดกับดอกเดซี่ช่อโต ผู้หญิงตัวเล็กหอบดอกไม้ช่อใหญ่ขนาดนี้คงจะหนักน่าดู

“คุณครับ ผมช่วยถือมั้ยครับ”เขาเสนอให้ความช่วยเหลือตามประสาสุภาพบุรุษ

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูถือไหว”เสียงเล็กตอบ ชานนท์พยักหน้ารับรู้ เขาทำท่าจะกดไปยังชั้นยี่สิบเก้า แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อพบว่ามีคนกดก่อนหน้า ซึ่งชั้นดังกล่าวมีเพียงห้องทำงานของเขาเท่านั้น

ตึ้ง!

จู่ๆลิฟท์ก็หยุดที่ชั้นยี่สิบสามกระทันหัน ไฟในลิฟท์ดับๆติดๆ

“เกิดอะไรขึ้นค่ะ”เสียงเล็กเอ่ยถามอย่างตกใจ

“ลิฟท์ค้างนะครับ”

“ห๊ะ!”ณฉัตรทำเสียงตกใจ ชานนท์กดปุ่มขอความช่วยเหลือทันที

“มีคนสองคนติดอยู่ในลิฟท์ชั้นยี่สิบสามครับ ขอความช่วยเหลือด้วย”รอเพียงชั่วครู่ก็มีเสียงตอบรับกลับมา

“รอสักครู่นะคะ ทางโรงแรมกำลังส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปแก้ไขค่ะ”

“เร็วๆหน่อยนะครับ ไม่งั้นผมจะไล่พนักงานดูแลซ่อมบำรุงลิฟท์ทุกคนออกให้หมด”ชานนท์เอ่ยเสียงเฉียบขาด

“คุณชานนท์เหรอค่ะ”

“ใช่ผมเอง”

“เจ้าหน้าที่กำลังขึ้นไปอย่างด่วนที่สุดเลยค่ะ”

ณฉัตรยืนตัวลีบติดอยู่ตรงมุม รู้สึกว่าผู้ชายตัวโตออกจะดุหน่อยๆ ร่างเล็กค่อยๆทรุดนั่งลงตรงมุม ชานนท์นึกว่าจะเป็นลมจึงรีบเข้าไปดู

“เป็นอะไรรึเปล่า จะเป็นลมเหรอครับ”เขาย่อตัวลงแล้วเอ่ยถาม

“เปล่าค่ะ แค่เมื่อยเฉยๆ”

“เอาดอกไม้มานี่ครับ ผมถือให้ดีกว่า”ชานนท์ดึงดอกไม้ช่อโตออกมาจากมือณฉัตร เมื่อไม่มีอะไรปกปิดใบหน้า ชานนท์จดจำเด็กสาวได้ทันที เธอคือคนที่เขาเจอในงานแต่งของเพื่อนสนิท และเขาเองนั่นแหละที่เป็นคนสั่งดอกไม้ช่อนี้ เพราะหวังว่าจะได้พบกับเธออีกครั้ง ทั้งสองคนจ้องมองกันนิ่งนาน จนณฉัตรเริ่มหน้าแดง

“เอ่อ คุณ...”ณฉัตรคุ้นหน้าชายหนุ่มมาก เหมือนเคยเจอกันมาก่อน ในขณะที่ชานนท์ส่งยิ้มอย่างอบอุ่นให้

“เราเคยเจอกันแล้วที่งานแต่งงาน เมื่อหลายวันก่อน ตอนรับช่อดอกไม้ไง จำไม่ได้เหรอ”ชานนท์รื้อฟื้นความทรงจำ ณฉัตรทำตาโตเมื่อนึกได้

“คุณนั่นเอง บังเอิญจังค่ะ”ณฉัตรคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญ หากแต่ไม่ใช่สำหรับชานนท์ เขาสนใจในตัวเด็กสาวที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเฌอร์มาลเสียเหลือเกินโดยเฉพาะดวงตาและรอยยิ้ม เขารู้ว่าเธอเป็นเด็กส่งดอกไม้จากการตามสืบในงาน และเมื่อได้นามบัตรร้านดอกไม้มา จึงลองโทรสั่งดูเผื่อว่าจะเจอเธอ แล้วเขาก็เจอจริงๆ

“นั่นสิบังเอิญจังเลย แล้วคุณมาทำอะไรเหรอ”ชานนท์แกล้งถาม ทั้งที่รู้ว่าเด็กสาวมาทำอะไร

“หนูเอาดอกไม้มาส่งค่ะ”

“ช่อนี้น่ะเหรอ”ณฉัตรพยักหน้าตอบรับ

“ถึงเวลานัดส่งแล้วด้วย ลูกค้าต้องบ่นหนูแหงๆ”เด็กสาวทำหน้าเครียด ชานนท์แอบยิ้ม

“มันเป็นเหตุสุดวิสัย ไว้ค่อยอธิบายให้เขาฟังสิ เขาคงเข้าใจ”

“เจ้าหน้าที่กำลังแก้ไขอยู่นะครับ คนที่อยู่ข้างในปลอดภัยดีน่ะครับ”เสียงเจ้าหน้าที่ดังขึ้น ชานนท์รีบลุกขึ้นก่อนจะตอบ

“ปลอดภัยดี แต่รีบหน่อยแล้วกัน”

“ครับผม”

“มีคนมาช่วยแล้ว ไม่ต้องกลัวน่ะ”ชานนท์เอ่ยกับณฉัตร เด็กสาวพยักหน้าตอบรับ

“แล้ว มาส่งดอกไม้เองทุกวันเลยรึเปล่า”ชานนท์ทำทีเป็นชวนคุย

“ปกติมาส่งแค่ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ค่ะ เพราะว่าวันธรรมดาหนูต้องไปเรียน หนูเป็นนักเรียนประจำ กินนอนที่นั่น สุดสัปดาห์ก็จะกลับมาบ้าน มาช่วยพี่สาวทำงานที่ร้านดอกไม้”ณฉัตรตอบคำถาม ชานนท์พยักหน้ารับรู้ หมายความว่าถ้าเขาอยากเจอเด็กคนนี้ ก็ต้องสั่งดอกไม้ช่วงสุดสัปดาห์

“แต่ว่าตอนนี้ปิดเทอมกลางภาคอาทิตย์นึง ก็ส่งทุกวันเลยค่ะ พี่สาวไม่อยู่ด้วย คงต้องช่วยอีกแรง”

“หมายความว่าทั้งอาทิตย์นี้ จะเป็นคนส่งดอกไม้เองใช่มั้ย”

“ใช่ค่ะ”ณฉัตรตอบพลางฉีกยิ้มกว้าง ประจวบเหมาะกับที่ประตูลิฟท์เปิดออกพอดี เจ้าหน้าทำการแก้ไขซ่อมลิฟท์ได้อย่างรวดเร็ว

“อุ้ย ลิฟท์ทำงานแล้วค่ะ ดีใจจัง”

“เป็นยังไงบ้างครับ ปลอดภัยดีน่ะครับ”ช่างซ่อมบำรุงถาม ชานนท์พยักหน้าช้าๆ

“รบกวนตอนนี้ใช้ลิฟท์ตัวอื่นก่อนน่ะครับ ทางโรงแรมขอตรวจสอบความปลอดภัยให้พร้อมสำหรับใช้งานอีกครั้ง”

ชานนท์และณฉัตรก้าวออกมาจากลิฟท์ ช่างเข้าไปตรวจสอบการทำงานต่อทันที

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยถือ”ณฉัตรยื่นมือไปรับช่อดอกไม้ ชานนท์ส่งคืน

“แล้วนี่จะไปส่งให้ใครครับ”

“ลูกค้าสั่งไว้ค่ะ อยู่ชั้นยี่สิบเก้าแหนะ”

“ผมก็จะไปชั้นนั้นพอดี มาด้วยกันสิ”ชานนท์กดเรียกลิฟท์อีกตัว ณฉัตรลังเลเล็กน้อยเพราะกลัวว่าจะติดอยู่ในลิฟท์อีก

“คงไม่โชคร้าย ติดอยู่ในลิฟท์เป็นครั้งที่สองแล้วละครับ”ชานนท์บอกกับเด็กสาว ณฉัตรหัวเราะเสียงสดใส

“นั่นสิค่ะ”

ทั้งสองคนเข้าไปในลิฟท์พร้อมกัน เมื่อมาถึงชั้นยี่สิบเก้า ทั้งสองคนออกจากลิฟท์พร้อมกัน

“เอ้ แล้วต้องไปทางไหนเนี่ย”ณฉัตรพึมพำกับตัวเอง หันรีหันขวาง

“ผมว่าไปทางนั้นน่ะ ผมก็จะไปทางนั้นเหมือนกัน มาด้วยกันสิ”ชานนท์เอ่ยชวน ณฉัตรตัดสินใจเดินตามเขาไป ทั้งชั้นยี่สิบเก้าค่อนข้างเงียบ ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน

“ผมว่าน่าจะเป็นห้องนั่นน่ะ”ชานนท์ชี้ไปยังห้องทำงานของตัวเอง ที่มีผู้ช่วยนั่งอยู่ด้านหน้า

“ขอบคุณมากค่ะ”ณฉัตรเอ่ยขอบคุณ รีบเข้าไปสอบถามทันที

“ขอโทษนะคะ หนูมาส่งดอกไม้ให้กับคนชื่อนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าเขาอยู่ที่นี่รึเปล่า”ณฉัตรยื่นให้ผู้ช่วยสาวดูรายชื่อ

“คุณชานนท์ ใช่ค่ะท่านอยู่ที่นี่ แต่เอ้ะ นั่นไงค่ะคุณ...”ผู้ช่วยสาวมองข้ามไหล่เด็กสาวไป ชานนท์ยืนอยู่ด้านหลัง เขาส่งสัญญาณไม่ให้ผู้ช่วยบอกว่าเป็นเขาที่สั่งดอกไม้

“มีอะไรเหรอค่ะ”

“อะ อ่อ เปล่าค่ะ ฝากไว้ที่ดิฉันนี่ละค่ะ ดิฉันเป็นผู้ช่วยของท่าน เดี๋ยวจะนำไปให้ท่านเอง”

“งั้นช่วยเซ็นต์รับด้วยค่ะ”

“ขอบคุณมากค่ะ”ณฉัตรโค้งลาก่อนจะเดินออกมา ชานนท์ยังยืนรออยู่ไม่ไปไหน

“เรียบร้อยนะครับ”

“เรียบร้อยค่ะ ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยบอกทาง คุณทำงานอยู่ที่นี่เหรอค่ะ”ณฉัตรเป็นฝ่ายเอ่ยถามบ้าง

“ครับ ผมทำงานที่นี่”

“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นหนูไม่รบกวนแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”ณฉัตรโค้งลา ทำท่าจะเดินจากไป แต่ถูกชานนท์ร้องเรียกไว้

“เอ่อ เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งไป”

“มีอะไรรึเปล่าคะ”

“คุยกันตั้งนานยังไม่รู้จักชื่อเลย”

“หนูชื่อณฉัตรค่ะ เรียกฉัตรเฉยๆก็ได้ อ้อ แล้วก็นี่นามบัตรของร้านค่ะ ถ้าอยากใช้บริการ โทรมาได้เลยนะคะ หนูจะมาส่งดอกไม้ให้”ณฉัตรยื่นนามบัตรให้กับชานนท์ เด็กสาวยิ้มอย่างสดใส พร้อมกับเอ่ยคำลาอีกครั้ง ร่างเล็กวิ่งหายลับตาไป ชานนท์มองตามพร้อมกับรอยยิ้ม

หลังจากวันนั้น ณฉัตรก็ได้รับออเดอร์จากลูกค้าที่ชื่อชานนท์ติดต่อกันทุกวัน เขาสั่งเพียงดอกเดซี่สีขาว และให้ไปส่งในเวลาเดิมทุกๆวัน ที่น่าแปลกกว่านั้นคือทุกครั้งที่ณฉัตรไปส่งดอกไม้ก็จะเจอกับชายหนุ่มนามว่า นนท์ ทุกครั้ง จนไม่อาจเรียกว่าความบังเอิญ

“เจอกันอีกแล้วค่ะ นี่มันครั้งที่สามติดกันแล้วนะคะ”ณฉัตรเอ่ยทักทายกับชานนท์ วันนี้ลูกค้าสั่งให้เธอมาส่งดอกไม้ที่ห้องจัดเลี้ยงห้องหนึ่งในโรงแรม

“นั่นนะสิ บังเอิญจังเลย”

“แล้ววันนี้คุณมาทำอะไรที่ห้องจัดเลี้ยงนี่ค่ะ มะรืนก็อยู่ชั้นยี่สิบเก้า เมื่อวานอยู่ที่ฟิตเนส พอวันนี้ก็อยู่ที่ห้องจัดเลี้ยงอีก ตกลงว่ามีหน้าที่อะไรในโรงแรมนี้กันแน่”ณฉัตรเอ่ยถามอย่างสงสัย ชานนท์หัวเราะเบาๆ

“ก็ ดูแลความเรียบร้อยทั่วๆไปครับ”ชานนท์ตอบ เขายังไม่เปิดเผยตัวเองกับณฉัตร

“นึกว่าเป็นเจ้าของโรงแรมซะอีก อยู่ไปทุกที่เลย”

“แล้ววันนี้มาส่งดอกไม้ให้ใครเหรอ”ชานนท์แกล้งถาม

“ให้ลุกค้าคนเดิมค่ะ เขาสั่งดอกเดซี่เหมือนๆกันทุกวัน สั่งให้มาส่งทั้งอาทิตย์เลยด้วย นั่นไงผู้ช่วยเขามารับแล้ว”

ผู้ช่วยชานนท์เดินเข้ามาเพื่อทำหน้าที่รับช่อดอกไม้ ชานนท์สบตากับผู้ช่วยสาว เขาสั่งห้ามไม่ให้เธอบอกกับณฉัตรว่าเขาเป็นใคร

“พรุ่งนี้ไปส่งที่ร้านอาหารชั้นสิบแปดน่ะจ้ะ ฉันจะไปรอรับที่นั่น”ผู้ช่วยบอกกับณฉัตร ก่อนจะหันไปเหลือบมองเจ้านายอย่างรู้กัน

“ได้ค่ะ หนูจะไปส่งตามเวลาเดิม”ณฉัตรตอบรับ ผู้ช่วยสาวเดินจากไป เธอจึงหันมาพูดคุยกับชานนท์ต่อ

“คุณนนท์กำลังทำอะไรอยู่ค่ะ”

“ผมกำลังจะชิมขนมพวกนี้ แต่มันเยอะมากเลย คุณณฉัตรช่วยผมชิมหน่อยสิ พอดีว่าทางโรงแรมกำลังเลือกเมนูของหวานใหม่อยู่ พวกเชฟเลยทำมาให้ลองชิม ช่วยผมชิมหน่อยสิ”ชานนท์ผายมือไปยัง ขนมนานาชนิดที่วางเรียงกันบนโต๊ะตัวยาว ณฉัตรทำตาโต แอบกลืนน้ำลายลงคอ หน้าตาของขนมพวกนั้นยั่วน้ำลายเสียเหลือเกิน

“โอ้โห เยอะจังเลยค่ะ”

“นั่นสิ เยอะไปหมด ช่วยผมชิมหน่อยน่ะ ไม่งั้นผมเป็นเบาหวานตายแน่”ชานนท์พูดติดตลก ณฉัตรหัวเราะร่วน

“ได้ค่ะ งั้น ชิมเลยนะคะ”

ชานนท์มองเด็กสาวในขณะที่เธอกำลังสนุกสนานกับการลองชิมของหวาน ยามที่เธอหัวเราะ เขาก็จะยิ้มตามไปด้วย น่าแปลกที่การอยู่ใกล้ณฉัตรทำให้เขาคิดถึงเฌอร์มาลจับใจ ทั้งสองคนเหมือนกันไม่มีผิด ต่างกันแค่ณฉัตรสดใสและไร้เดียงสามากกว่า

หากเฌอร์มาลคือ อากาศยามเช้าอันแสนบริสุทธิ์

ณฉัตรก็คงจะเป็นแสงแดดอ่อนๆในยามสาย สดใสและอบอุ่น

ตลอดหนึ่งอาทิตย์ การเจอกันของคนทั้งสองได้สร้างความสัมพันธ์ให้ก่อเกิดขึ้น ณฉัตรสนิทกับชานนท์อย่างรวดเร็ว นั่นเพราะเขาแสนจะสุภาพ ใจดี และทุกครั้งที่เจอกันก็มักจะได้ทำอะไรสนุกๆร่วมกัน ชานนท์เฝ้ารอคอยช่วงเวลาที่จะได้เจอกับณฉัตร ในขณะที่ณฉัตรเองก็ไม่ต่างกัน เด็กสาวค้นพบว่าตัวเองเริ่มใจสั่นและหวั่นไหวไปกับทุกการกระทำ ทุกอิริยาบทของเขา บ่อยครั้งที่มักจะลอบมองแล้วก็กลับมายิ้มเขินคนเดียว ยามนึกถึงเขา เวลาหนึ่งอาทิตย์ช่างผ่านไปรวดเร็ว เฌอร์มาล กลับมาจากฮันนีมูน ในขณะที่ณฉัตรต้องกลับไปยังโรงเรียนประจำ แต่ถึงอย่างนั้นในทุกๆสุดสัปดาห์ ก็จะมีออเดอร์สั่งดอกเดซี่สีขาวเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ และณฉัตรขออาสาไปส่งด้วยตัวเองทุกครั้ง นั่นเพราะรู้ดีว่าเธอจะเจอกับใครบางคน

“แอล ช่วงนี้เฌอร์รู้สึกว่าฉัตรแปลกๆไป”เฌอร์มาลเอ่ยกับสามี ในขณะที่เธอและเขากำลังช่วยกันย้ายต้นกุหลาบแคระลงดิน อลันลงทุนสร้างเรือนกระจกเป็นของขวัญแต่งงานให้กับภรรยา หญิงสาวจะได้มีพื้นที่ในการปลูกดอกไม้เป็นของตัวเอง

“แปลกๆยังไง”อลันเอ่ยถามอย่างสงสัย แม้จะย้ายมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน แต่เขาไม่ได้เจอณฉัตรมากนัก หรืออีกนัยนึง ณฉัตรไม่อยากเจอหน้าเขามากกว่า เวลากลับมาบ้านในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ก็เอาแต่ขลุกอยู่ร้านดอกไม้

“ก็ น้องดูโตเป็นสาวขึ้น พูดน้อยลง แล้วก็เหมือนกำลังมีความลับอะไรสักอย่าง”เฌอร์มาลตั้งข้อสังเกต ตั้งแต่เธอกลับมาจากฮันนีมูนเป็นเวลาเกือบสองเดือน ณฉัตรเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ตอนนั้น

“เด็กวัยรุ่นก็อย่างนี้แหละ พอโตขึ้นก็จะมีโลกส่วนตัวมากขึ้น ผมว่าเฌอร์กังวลมากไปแล้ว”อลันบอกให้สบายใจ

“ไม่อยากให้น้องโตเลยอ่ะ อยากให้เป็นน้องสาวตัวเล็กๆที่น่ารักตลอดไป”เฌอร์มาลทำหน้าเศร้า อลันหัวเราะเบาๆให้กับท่าทางน่ารักนั้น

“ถ้าน้องสาวโตแล้ว งั้นก็มาทำลูกสาวตัวเล็กๆกันบ้างดีกว่ามั้ย”อลันกระซิบใส่หูภรรยา เฌอร์มาลตีแขนสามีเบาๆด้วยความเขินอาย

“แอลก็”

“ทำไมละ ไม่อยากมีลูกกับผมเหรอ”

“อยากมีสิค่ะ ถามมาได้”เฌอร์มาลตอบทั้งที่ใบหน้าแดงจัด

“อยากมี งั้นก็รีบไปทำให้มีดีกว่า”อลันพูดจบก็ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นอุ้ม

“ว้ายแอล นี่มันกลางวันอยู่เลยน่ะ”

“ก็ทำมันทั้งวันทั้งคืนนี่แหละ”อลันบอกก่อนจะอุ้มพาภรรยาเดินออกไปจากเรือนกระจก บรรยากาศหวานฉ่ำ โดยที่ไม่รู้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังคืบคลานเข้ามาในชีวิตของพวกเขา

โรงเรียนคอนแวน

นักเรียนประจำทะยอยเดินออกจากโรงเรียน ทุกวันศุกร์จะมีผู้ปกครองมายืนรอรับบุตรหลานกลับบ้าน หรือบางส่วนนักเรียนในระดับชั้นมัธยมปลายสามารถเดินทางกลับเองได้โดยไม่ต้องมีผู้ปกครองมารอรับ ณฉัตรกับเพื่อนสนิทอีกสองคนแบกกระเป๋าเป้ เตรียมพร้อมสำหรับกลับบ้านในช่วงวันหยุดสัปดาห์เหมือนกับเด็กคนอื่นๆ

“ยัยฉัตร ผู้ปกครองของแกมายืนรอรับแล้วโน่น”เพื่อนสาวคนสนิทชี้ให้ดูชายหนุ่มสวมแว่นดำในชุดสูทสุดเท่ที่ยืนรออยู่ด้านหน้าโรงเรียน บรรดานักเรียนวัยรุ่นสาวที่เดินผ่านต่างจ้องมองเขาคนนั้นแล้วกระซิบกระซาบกันด้วยความสนอกสนใจ สำหรับโรงเรียนประจำหญิงล้วน การได้เห็นผู้ชายตัวเป็นๆ มิหนำซ้ำยังหล่อเหลาดูดี นับว่าเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ

“เดี๋ยวนี้มารับเอง ทุกอาทิตย์เลยน้า”เพื่อนอีกคนออกปากแซว จนณฉัตรหน้าแดง ช่วงเดือนที่ผ่านมาในทุกสุดสัปดาห์ ชานนท์จะมารับเธอไปกินข้าว ดูหนัง ช้อปปิ้ง ก่อนจะส่งที่หน้าร้านดอกไม้

“ว่าแต่แก ได้บอกพี่เฌอร์ เรื่องแฟนแกรึยัง พี่เค้าว่าไงบ้าง”คำถามนั้นทำให้ณฉัตรถอนหายใจออกมาอย่างเป็นกังวล นั่นเพราะการคบหากันระหว่างเธอและชานนท์ยังอยู่ในช่วงไม่บ่งบอกสถานะและไม่อาจเปิดเผยได้ เฌอร์มาลคงไม่ยอมให้เธอมีแฟนตอนนี้อย่างแน่นอน ยิ่งเป็นชายหนุ่มที่อายุห่างกันหลายปี ยิ่งแล้วใหญ่

“แฟนอะไร ยังไม่ได้เป็นสักหน่อย แค่คุยๆกันเฉยๆ”

“บ้าน่า คุยกันมาตั้งครึ่งปีแล้ว เลื่อนสถานะได้แล้วย่ะ”

“หรือไม่ก็ข้ามจากสถานะแฟน ไปเป็นเมียทีเดียวเลย”

“บ้าน่าพวกแก!”ณฉัตรทำเสียงดุใส่เพื่อน สองสาวหัวเราะคิกคักที่ได้แซวเพื่อนสนิท

“ถ้าเฌอร์รู้ว่าแอบคบกับผู้ชาย โดนดุแน่”ณฉัตรบ่น

“ไม่หรอกน่า พี่สาวแกออกจะใจดี”

“แต่ก็หวงน้องสาวมาก”

“เออจริง อันนี้เห็นด้วย”

“พอๆ ไม่ต้องพูดแล้ว ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ฉันกลับบ้านดีกว่า ไปละน่ะ เจอกันวันจันทร์”ณฉัตรตัดบท พร้อมกับร่ำลาเพื่อนๆ ก่อนจะวิ่งไปหาชานนท์

“ว่าไงค่ะ คุยอะไรกับเพื่อนๆท่าทางหน้าเครียดเชียว”ชานนท์ยื่นมือไปดึงเป้มาถือไว้เอง ก่อนจะลูบหัวทักทายเด็กสาวด้วยความเอ็นดู

“เรื่องของผู้หญิงค่ะ”

“อ้อ แปลว่าเป็นความลับ บอกไม่ได้”

ณฉัตรพยักหน้า ชานนท์หัวเราะเบาๆ

“งั้นขึ้นรถดีกว่า จะพาไปทานของอร่อยจะได้อารมณ์ดี”

ชานนท์พาณฉัตรขับออกไปยังร้านอาหารแถบชานเมือง บรรยากาศและการตกแต่งของร้านอบอุ่น สบายตา ลูกค้าเข้าออกไม่ขาดสาย เป็นหนึ่งในร้านโปรดของเขา และเป็นครั้งแรกที่เขาพาณฉัตรมาที่นี่ ทั้งสองคนสั่งอาหารรับประทาน ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน

“ทางร้านมีโปรสำหรับคู่รักด้วยนะคะ ถ้าสั่งเซ็ตคัพเพิลเลิฟเวอร์ จะได้รับไอศกรีมเพิ่มอีกหนึ่งชุด คุณลูกค้าจะรับมั้ยคะ”พนักงานเสิร์ฟเสนอแนะ ด้วยเห็นว่าคนทั้งสองน่าจะเป็นคู่รักต่างวัยที่ดูเหมาะสมกันดี

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่ฮันนี่โทสช็อกแลตก็พอ”ณฉัตรสั่งเมนูสำหรับตัวเอง ชานนท์เหลือบมองคนตรงหน้าที่มีสีหน้าเจื่อนไป เขาสั่งชามะนาวร้อนกับทรัฟเฟิลให้ตัวเอง พนักงานเสิร์ฟรับออเดอร์แล้วเดินจากไป เมื่ออยู่กันตามลำพังชานนท์จึงเอ่ยถามขึ้น

“ทำไมไม่สั่งเป็นเซ็ตล่ะ ได้ไอศกรีมเพิ่มอีกเซ็ตด้วยนะ ฉัตรชอบนี่”

“ก็มันเป็นเซ็ตสำหรับคู่รักนี่ค่ะ”

“ก็แล้วทำไมล่ะ”

“ก็เราไม่ได้เป็นคู่รักกันนี่”คำตอบนั้นเสียงเบาในท้ายประโยค เด็กสาวก้มหน้านิ่ง ชานนท์เดาถูกว่าณฉัตรกำลังรู้สึกยังไง

“อ้อ อืม เข้าใจแล้ว”คนอายุมากกว่าเอ่ยเหมือนเข้าใจทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องพูด ทั้งสองคนทานของหวานกันเงียบๆ เงียบกันจนกระทั่งชานนท์จอดรถตรงหัวมุมเพื่อส่งณฉัตรที่ร้านดอกไม้

“ก็ไม่ใช่แฟนนี่เนอะ ก็เลยส่งได้แค่ตรงนี้”ชานนท์เอ่ยขึ้น เขาลอบยิ้มยามมองใบหน้าหวานกระเง้ากระงอด

“ฉัตรไปก่อนนะคะพี่นนท์”ณฉัตรเอื้อมไปหยิบเป้ที่วางอยู่ตรงเบาะหลังของรถ ชานนท์ดึงแขนคนตัวเล็กให้หันมาหาเขา สองคนจ้องมองกันนิ่ง แล้วก็เป็นชานนท์ที่โน้มตัวลงไปมอบจุมพิตแสนหวานกับเด็กสาว ช่วงเวลานั้นณฉัตรรู้สึกราวกับโลกหยุดหมุน และเธอไม่อาจรูว่าหัวใจยังเต้นอยู่หรือเปล่า สัมผัสบางเบา พร้อมกับรสชาติหวานละมุนเหมือนการหลอกล่อเด็กน้อยด้วยอมยิ้มแสนหวานรสโปรด โดยไม่รู้ว่าความหวานนั้นอาจเคลือบไว้ด้วยพิษร้ายแรง

“อืม”

ชานนท์ถอนจูบออก พลางจ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัด คนตัวโตยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“นี่ก็ไม่รู้ว่าถ้าไม่ใช่แฟน จะทำแบบนี้ได้รึเปล่า”ชายหนุ่มช้อนตามองเด็กสาว สายตาแบบนั้นแทบทำให้ณฉัตรระเหยกลายเป็นไอ ณฉัตรรีบหยิบเป้ของตัวเองเอามากอดไว้ รู้สึกอยากหายตัวไปจากตรงนี้เต็มที

“ฉัตรไปก่อนนะคะพี่นนท์ สวัสดีค่ะ”ยกมือไหว้แล้วก็เปิดประตูหนีไปทันที ชานนท์เคาะหัวตัวเอง เขาเผลอทำให้เธอตกใจไปเสียได้ นั่นคงจะเป็นจูบแรกของเธอ

ร่างอรชรก้าวฉับๆเข้าไปภายในโรงแรม อลิสาพุ่งตรงไปยังห้องทำงานของชานนท์ เธอมาเรียนรู้งานกับทางโรงแรมได้สามเดือน ทว่าแทบจะไม่ได้เจอหน้าเขาด้วยซ้ำ มีเพียงผู้จัดการโรงแรมที่คอยสอนงาน ซึ่งในความเป็นจริง เธอไม่จำเป็นต้องเรียนรู้งานพวกนี้ด้วยซ้ำ มันก็แค่เพียงข้ออ้างที่จะได้ใกล้ชิดกับคู่หมั้น ทว่าเขาก็เพียรหลบลี้หนีหน้าเธอเหลือเกิน จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ คนที่อลิสาใว้ใจไหว้วานให้คอยสอดส่องและจับตาดูพฤติกรรมของชานนท์ รายงานว่าเขากำลังติดพันเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ นั่นทำให้อลิสาไม่อาจอยู่นิ่งได้

“พี่นนท์อยู่ที่ไหน”เอ่ยถามผู้ช่วยที่นั่งอยู่ด้านหน้าห้องทำงาน

“คุณชานนท์ไม่อยู่ค่ะ ออกไปข้างนอก”

“ออกไปไหน ได้บอกไว้รึเปล่า”

“ไม่ได้บอกไว้ค่ะ คุณอลิสามีอะไรรึเปล่าค่ะ”

อลิสาไม่ตอบ แต่เดินสะบัดก้นออกไปจากตรงนั้น พร้อมกับกดโทรศัพท์หาชานนท์ทันที ทว่าโทรไปเป็นร้อยรอบเขาก็ไม่รับสาย

“จะเล่นแบบนี้กันใช่มั้ยพี่นนท์ ได้!”อลิสากดโทรออกอีกเบอร์

ฮัลโหล นี่ฉันอลิสน่ะ ช่วยสืบอะไรให้สักอย่างสิ

ชานนท์นั่งอยู่ในห้องสวีทหรูส่วนตัวของเขาภายในโรงแรม ดวงตาคู่คมกวาดมองไปยังห้องที่เต็มไปด้วยดอกเดซี่ บ้างยังบานสวยสดงดงาม บ้างกลีบดอกเป็นสีน้ำตาลและเริ่มร่วงโรย ดอกไม้พวกนี้คือทั้งหมดที่เขาสั่งมาจากร้าน ทุกครั้งที่ณฉัตรมาส่ง เขาก็จะเก็บดอกไม้เหล่านั้นไว้ในห้องนอนนี้ ช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา เขาได้ผูกตัวเองไว้กับความสัมพันธ์ในฉันท์หนุ่มสาวอีกครั้ง นับตั้งแต่การเลิกรากับเฌอร์มาล เขาไม่เคยเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหนอีก นั่นเป็นเพราะว่าเขาไม่อาจทำใจให้ลืมรักครั้งแรกของตัวเองได้ และการเลิกราระหว่างกันนั้นยังคงค้างคาอยู่ในใจจนถึงตอนนี้ เฌอร์มาล จากเขาไปทั้งๆที่ยังคิดว่าเขาทอดทิ้งและหักหลังเธอ สิ่งนั้นมันยังคงติดอยู่ในใจเขา และการนึกถึงเธออยู่เสมอ มันเหมือนกับว่ามีเงาของเฌอร์มาลผูกติดอยู่กับเขาตลอดเวลา จนกระทั่งเมื่อเจอกับณฉัตร เด็กสาวช่างเหมือนกับเฌอร์มาลราวกับเป็นคนๆเดียวกัน การเห็นณฉัตรเหมือนทำให้ได้เจอเฌอร์มาลอีกครั้ง และเด็กคนนั้นช่างสดใสเสียเหลือเกิน เพราะฉะนั้นเขาจึงตกหลุมให้กับความสัมพันธ์นั้นอย่างง่ายดาย บางทีเขาก็อดคิดไม่ได้ ว่าเขาใช้ณฉัตรเป็นตัวตายตัวแทนของเฌอร์มาลหรือเปล่า แต่มันจะต่างกันตรงไหน ในเมื่อเขาจะไม่มีวันได้เจอเฌอร์มาลอีกแล้ว การได้เริ่มต้นกับผู้หญิงที่ทำให้รู้สึกได้เหมือนที่รู้สึกกับเฌอร์มาล นั่นนับว่าวิเศษที่สุด ชานนท์ตัดสินใจว่าจะเปิดเผยตัวเองต่อณฉัตร เขาจะบอกกับเธอว่าเขาคือชานนท์ ชายเจ้าของโรงแรมที่สั่งดอกเดซี่พวกนี้ จากนั้นจะขอคบเป็นแฟนอย่างจริงจัง

“สวัสดีครับ ผมขอสั่งดอกไม้หน่อยครับ”ชานนท์เอ่ยผ่านโทรศัพท์

“รับดอกอะไรดีค่ะ”

เดย์อายครับ ผมขอสั่งเดย์อาย

“ฮัดชิ่ว!”

ณฉัตรดึงกระดาษทิชชู่ออกมาจากม้วน ก่อนจะซับน้ำมูกของตัวเอง เพราะเมื่อคืนมัวแต่คิดมากเรื่องชานนท์ ทำให้นอนดึก มิหนำซ้ำยังหลับคาโต้ะอ่านหนังสือ ตื่นเช้าขึ้นมาจึงรู้สึกตัวรุมๆเหมือนมีไข้ อีกทั้งยังเจ็บคออีกด้วย

“เป็นหวัดหรือฉัตร”เฌอร์มาลถามน้องสาวที่นั่งอยู่หลังเคาเตอร์ พร้อมกับยื่นมือไปสัมผัสหน้าผากณฉัตร

“ตัวร้อนด้วย นี่ไม่สบายนี่ กินยารึยัง”ถามด้วยความเป็นห่วง ณฉัตรส่ายหน้าช้าๆ ก่อนออกมาจากคฤหาสถ์ก็ไม่ได้หยิบยาออกมาด้วย

“น่าตีจริงๆเลย ป่วยก็ไม่ยอมบอก ยาก็ไม่กิน”เฌอร์มาลทำเสียงดุ แต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวเดินไปหลังร้าน หยิบยาแก้ไข้ พร้อมกับน้ำอุ่นมาให้น้องสาว

“ทานยาแล้วก็พักซะ วันนี้ไม่ต้องออกไปส่งดอกไม้ เดี๋ยวให้พี่ติ้มไปส่งแทน พี่จะช่วยส่งด้วย”

“ไม่เป็นไร หนูทานยาก็หายแล้ว”

“อย่าดื้อ นอนพักที่ร้านนี่แหละ เฝ้าร้านให้พี่ แค่รับโทรศัพท์ก็พอ เดี๋ยวพี่จะแยกกันไปส่งกับพี่ติ้ม แป้บเดียวก็เสร็จ”เฌอร์มาลสั่งน้องสาว

เฌอร์มาลออกไปส่งดอกไม้ตามออเดอร์จนครบ เหลือเพียงออเดอร์สุดท้ายซึ่งเป็นออเดอร์ประจำ ซึ่งลูกค้าจะสั่งให้มาส่งที่โรแรมแกรนด์คริสตัลตอนบ่ายโมงตรง หญิงสาวมองชื่อคนสั่งซึ่งเป็นชื่อ

ชานนท์ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้น

“สวัสดีค่ะ ฉันเอาดอกไม้มาส่งคุณชานนท์ค่ะ”เฌอร์มาลบอกกับพนักงานโรงแรม

“มาแล้วเหรอค่ะ อะ อ้าว ไม่ใช่น้องฉัตรนี่”พนักงานสาวเอ่ยถามอย่างแปลกใจ นั่นเพราะหลายเดือนที่ผ่านมา คนที่มาส่งดอกไม้ที่โรงแรมมีเพียงณฉัตร

“อ่อ วันนี้น้องสาวฉันไม่สบายค่ะ ฉันเลยมาส่งแทน”

“อ้อ อย่างงี้นี่เอง วันนี้คุณชานนท์สั่งให้ขึ้นไปส่งที่ห้องพักบนชั้นสามสิบเอ็ดค่ะ ห้องV3101ขึ้นลิฟท์ไปทางนั้นได้เลยค่ะ”พนักงานสาวตอบ พร้อมกับบอกทาง

“ขอบคุณมากค่ะ”

เฌอร์มาลหอบช่อดอกไม้ พร้อมกับกดลิฟท์ไปยังชั้นสามสิบเอ็ด ทันทีที่ไปถึงหน้าห้องดังกล่าว พบว่ามีพนักงานโรงแรมยืนรออยู่ตรงนั้น

“ดิฉันมาส่งดอกไม้ให้คุณชานนท์ค่ะ”เฌอร์มาลบอกกับพนักงาน

“เชิญข้างในเลยค่ะ ท่านรออยู่”พนักงานสาวเชื้อเชิญ เฌอร์มาลแปลกใจเล็กน้อย

“ต้องเข้าไปด้วยเหรอค่ะ”

“ใช่คะ เชิญค่ะ ท่านรออยู่”

เฌอร์มาลลังเล ปกติเธอจะไม่เข้าไปส่งดอกไม้ในห้องหรือสถานที่ลับตาอันก่อให้เกิดความเสี่ยง ทว่านี่เป็นลูกค้าประจำที่สั่งดอกไม้กับทางร้าน และไม่เคยเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับณฉัตร ฉะนั้นไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวล หญิงสาวพยักหน้ารับทราบ ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพักทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็ต้องชะงัก ภายในห้องเต็มไปดอกเดซี่สีขาว มองไปทางไหนก็มีเพียงแต่ดอกเดซี่ ร่างบางก้าวเข้าไปกลางห้องอย่างช้าๆ ตกตะลึงกับดอกไม้สีขาวที่บานสะพรั่งจนเต็มห้อง โดยไม่รู้ตัวว่ามีใครบางคนปรากฏตัวขึ้นทางด้านหลัง

“รู้มั้ย ทำไมผมถึงเรียกดอกเดซี่พวกนี้ว่าเดย์อาย”

เสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นด้านหลัง ช่างคุ้นเคย มันช่างเหมือนน้ำเสียงของใครคนหนึ่ง ซึ่งคนๆนั้นได้ตายไปจากความทรงจำของเธอไปแล้ว นานแสนนาน เฌอร์มาลค่อยๆหันร่างตัวเองไปตามเสียง และในวินาทีที่คนทั้งสองเผชิญหน้ากันนั้น…

บางครั้งการก้าวเดินไปข้างหน้า มันหมายถึงการทิ้งบางอย่างไว้ข้างหลัง

บางสิ่งในอดีตที่ติดตามตัวราวกับเงา ไม่ต่างอะไรจากมือที่มองไม่เห็น

มันคอยฉุดดึง โอบรัด ล้อมรอบเราไว้ และบางทีก็บีบหัวใจเราช้าๆ

ฆ่าเราให้ตายด้วยความทรงจำที่ไม่มีวันลบล้างออกจากสมอง จากหัวใจ

และในวันที่เราพร้อมจะสละซึ่งทุกสิ่ง หันหลังให้กับอดีตและความรู้สึกทุกอย่าง

กลายเป็นว่า สิ่งที่โหยหา สิ่งที่ไม่คิดว่าจะหวนคืนมา กลับยืนอยู่ตรงหน้า และไม่อาจหลีกหนีได้อีก

“ชานนท์”

“เฌอร์มาล”

…………………………………………………………………………………………………

Writer talk: บอกแล้วตอนนี้ยาวมากต้องแบ่งเป็น2ตอน มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาด้วยเล็กน้อยในบทแรกๆก่อนหน้านี้ในส่วนที่กล่าวถึงอดีต นั่นเพราะแต่งทิ้งช่วงครึ่งแรกทำให้ไม่ประติดประต่อ หากใครอ่านแล้วงง ว่าเฌอร์มาลกับอลันเจอกันยังไง ให้ย้อนไปอ่านบทที่15(เด็กเลวของหมอ)

และณฉัตรเจอกับชานนท์ในงานแต่งครั้งแรกยังไง ให้ย้อนไปอ่านบทที่20(nothing on you)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น