I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

[9] : บ้านหลังใหม่ [HOT NC+]

ชื่อตอน : [9] : บ้านหลังใหม่ [HOT NC+]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.2k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 17:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[9] : บ้านหลังใหม่ [HOT NC+]
แบบอักษร

 

[9] 

'I-RIS RED' 

 

“ฟางซินเป็นอะไรหรือเปล่า?” 

อี้หลานถามขึ้นหลังจากที่เขาตกลงเจรจาซื้อตัวฟางซินและพาเด็กสาวออกมาจากหอนางโลม ฟางซินก็เอาแต่เงียบมาตลอดทางราวกับกังวลอะไรอยู่อย่างงั้นแหละ จนเขาอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เพราะไม่ชอบที่ฟางซินมีสีหน้าที่เศร้าสลดแบบนี้เลย “เจ้าไม่เต็มใจจะออกมากับข้าหรือ?” 

“…ปะ…เปล่าเจ้าค่ะ” ฟางซินรีบพูดขึ้นในทันทีเพราะกลัวว่าอี้หลานจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอไม่อยากมากับเขาทั้งที่ความจริงเธอเต็มใจมากับเขา 

“แล้วเจ้าเป็นอะไร?” อี้หลานเอื้อมมือไปลูบที่แก้มของฟางซินเบาๆ 

“ข้าแค่กังวลกลัวว่ามันจะดูไม่ดี” ฟางซินบอกออกไปตรงๆ เพราะถึงเธอจะไม่ใช่นางโลมที่ผ่านมือชายมามากหน้าหลายตาก็เถอะแต่ยังไงเธอก็อยู่ในหอนางโลมก็ถูกเหมารวมว่าเป็นนางโลมอยู่ดี เธอไม่มีอะไรคู่ควรกับอี้หลานเลยการที่เขาซื้อตัวเธอออกมาแบบนี้มันทำให้เธอกังวลว่าเขาจะถูกมองในทางเสื่อมเสียนะสิ “ท่านจะถูกมองไปในทางเสื่อมเสียนะสิ ข้าไม่อยากให้ท่านถูกนินทา” 

“ไม่มีมนุษย์ใดในโลกไม่ถูกนินทาหรอก ข้าไม่กลัวเรื่องนั้นสักนิด” อี้หลานยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ ฟางซินก่อนจะกดจูบลงบนหน้าผากของเด็กสาวเบาๆ อย่างอ่อนโยน “และเจ้าก็ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ข้าไม่มีวันยอมให้ใครมานินทาเจ้าด้วย” 

อี้หลานดึงฟางซินเข้ามาสวมกอดก่อนจะลูบหัวของเด็กสาวเพื่อปลอบประโลมให้เด็กสาวหายกังวลเพราะถ้าเขาอยู่ตรงนี้เขาจะไม่มีวันยอมให้ใครมานินทาฟางซินหรอก เขาจะปกป้องเด็กคนนี้ให้ดีที่สุด “นับจากนี้ข้าจะดูแลเจ้าเอง” 

ฟางซินยกยิ้มออกมาเล็กน้อยอ้อมกอดของอี้หลานอบอุ่นเสมอ เธอรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่ในอ้อมแขนของเขาและเธออยากจะอยู่แบบนี้ตลอดไป 

@บ้านพักของอี้หลาน 

อี้หลานพาฟางซินเข้ามาในบ้านพักของตัวเองที่สร้างไว้ใกล้ๆ กับประตูเมืองเวลาเขามาราชการแล้วต้องกลับดึกดื่นก็จะนอนค้างที่บ้านพักแห่งนี้เพราะจวนของเขากับวังหลวงค่อนข้างใกล้กันอยู่พอสมควร “ขอโทษนะที่ข้าพาเจ้ากลับไปที่จวนตอนนี้ไม่ได้” อี้หลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่เศร้าลงเล็กน้อยเพราะเขาไม่สามารถพาฟางซินไปจวนได้จริงๆ เพราะท่านแม่และท่านพ่อของเขายังไม่ทราบเรื่องนี้ถ้าพาเข้าไปแบบไม่ทันตั้งตัวมีหวังท่านแม่ของเขาคงไล่ตะเพิดฟางซินเป็นแน่ 

“ข้าเข้าใจเจ้าค่ะ” ฟางซินส่งยิ้มให้อี้หลานบางๆ เพราะเธอเข้าใจเหตุผลของอี้หลานดีทุกอย่างนั่นแหละ 

“เลิกพูดคำว่าเจ้าคะเจ้าค่ะกับข้าได้แล้ว ต่อจากนี้เจ้าเป็นภรรยาของข้าเพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องพูดราวกับข้าเป็นใหญ่เป็นโตขนาดนั้นหรอก ไหนลองเรียกข้าว่าท่านพี่สิ” อี้หลานเชยคางฟางซินให้เงยขึ้นสบตากับเขา 

“…ทะ…ท่านพี่” ฟางซินพูดออกไปด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ด้วยความเขินอายก่อนจะเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความอายของตัวเอง 

“ดีมาก ต่อจากนี้ไปเจ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่นะ” 

“ค่ะท่านพี่” 

อี้หลานยกยิ้มออกมาเล็กน้อยกับท่าทางที่แสนน่ารักน่าหยิกของฟางซิน ยิ่งหน้าที่แดงระเรื่อแบบนั้นมันยิ่งน่าหมั้นเขี้ยวจนอยากจะหยิกให้แก้มแตก อี้หลานเชยคางฟางซินให้หันมาสบตากับเขาก่อนจะก้มหน้าลงไปกดจูบบนริมฝีปากบางของเด็กสาวอย่างดูดดื่ม 

“อื้ออออ…” ฟางซินส่งเสียงครางออกมาเบาๆ ก่อนจะยกมือขึ้นโอบกอดคอของอี้หลานเอาไว้เพราะเธอรู้สึกเหมือนกำลังจะหมดเรี่ยวแรงยังไงก็ไม่รู้ จูบของอี้หลานมันทำให้เธออ่อนระทวยเอาเสียง่ายๆ เลย 

“เจ้าน่ารักมากรู้ตัวไหม?” 

อี้หลานผละปากออกมาก่อนจะจ้องมองฟางซินด้วยรอยยิ้มหวาน มือหนาลูบไปตามร่างกายของฟางซินอย่างหลงใหล ใช่เขากำลังหลงใหลเด็กคนนี้มากขึ้นทุกวันถึงขนาดซื้อตัวเด็กคนนี้มาไว้ในครอบครองขนาดนี้ 

ฟางซินสีหน้าแดงระเรื่อด้วยความเขินอายในทันที เด็กสาวไม่รู้จะตอบว่ายังไงดีจึงยื่นใบหน้าขึ้นไปกดจูบกับริมฝีปากของอี้หลานอีกครั้งเพราะไม่รู้จะแก้เขินยังไงดี เด็กสาวจูบฟางซินอย่างไม่ค่อยชำนาญนักแต่ก็ทำให้อี้หลานยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ 

ตุบ! 

“อ๊ะ!” 

ฟางซินร้องอุทานออกมาอย่างตกใจเล็กน้อยเมื่อถูกผลักให้ลงมานอนบนโต๊ะ เด็กสาวจ้องมองอี้หลานด้วยสีหน้าที่ยังคงมีความแดงก่ำอยู่เพราะเธอยังคงอายอยู่ดีนั่นแหละ “…ทะ…ท่านพี่จะทำที่นี้จริงๆ หรือ?” 

“ทำไมล่ะเจ้าอายหรือ?” อี้หลานเอื้อมมือไปปลดเสื้อผ้าของฟางซินออกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะก้มลงไปซุกไซร้ซอกคอขาวๆ ของเด็กสาวอย่างหลงใหล 

“มันแปลกสถานที่ข้ารู้สึกอาย” ฟางซินพูดขึ้นเพราะเธอรู้สึกแปลกๆ จริงๆ นินา ปกติเคยทำแต่ในหอนางโลมแต่ตอนนี้ต้องมาทำข้างนอกมันทำให้เธอรู้สึกไม่ค่อยชินนักและมันทำให้เธอเขินอายยิ่งกว่าเดิมเสียอีก 

“เดี๋ยวเจ้าก็ชิน” อี้หลานยังคงหยอกล้ออยู่ที่ลำคอและหน้าอกของฟางซินอย่างหลงใหลมือหนาลูบบไปทั่วร่างกายที่ไร้อาภรณ์ใดๆ ปกปิดอย่างจาบจ้วง 

“อ๊า!” 

เด็กสาวซินส่งเสียงครางออกมาเบาๆ พร้อมทั้งจิกลงบนแผ่นหลังของอี้หลานด้วยความเสียวซ่านเมื่อถูกอี้หลานกดจูบดูดเม้มไปทั่วร่างกายของเธอแบบนี้ ความรู้สึกของเธอตอนนี้มันร้อนรุ่มไปหมดราวกับมีไฟกำลังแผดเผาเธอจากข้างในอย่างงั้นแหละ 

ชายหนุ่มยกขาฟางซินขึ้นก่อนจะจับแก่นกายของตัวเองสอดใส่เข้าไปในช่องทางรักของอีกฝ่ายอย่างช้าๆ มือหนาจับที่เอวสอบของเด็กสาวเอาไว้จนแน่นด้วยความเสียวซ่านไม่น้อยยามช่องทางนั้นบีบรัดตัวตนของเขา 

“เจ้าควรผ่อนคลายหน่อยนะ” อี้หลานพูดขึ้นเพราะมันทำให้เขาเข้ายากและมันจะทำให้ฟางซินเจ็บ 

ฟางซินพยายามผ่อนคลายตัวเองลง มือบางจิกลงบนโต๊ะด้วยความเสียวซ่านและแสร้งเสมองไปทางอื่นด้วยความเขินอายเพราะไม่กล้าจะสบตากับอี้หลาน 

“อ๊า!” ฟางซินหลุดเสียงครางออกมาเมื่อแก่นกายของอี้หลานกระแทกเข้ามาในตัวของเธอจนเจ็บและจุกไปหมด เด็กสาวหันไปมองอี้หลานด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอาย 

“…อ๊ะ...จะ…จุก เบาๆ หน่อย…” 

“ข้าขอโทษนะแต่หยุดไม่ไหวจริงๆ” อี้หลานก้มลงไปกดจูบกับฟางซินอย่างดูดดื่มเพื่อบ่ายเบี่ยงความสนใจของเด็กสาวและกระแทกแก่นกายเข้ามาในจังหวะที่หนักหน่วงเพราะตอนนี้ร่างกายของเขากำลังต้องการฟางซินอย่างมากจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ดีจริงๆ 

เสียงครางหวานดังปะปนไปกับเสียงโต๊ะไม้ที่ขยับเขยือนเสียดสีกันตามแรงกระแทกในจังหวะที่บทรักอันเร่าร้อน ค่ำคืนอันแสนหอมหวานยังคงคืบคลานต่อไปท่ามกลางความสุขสมของสองร่างกายที่กำลังบรรเลงบทรักใส่กัน 

@เช้าวันต่อมา 

“ท่านพี่ทานอาหารเช้าเลยไหม?” ฟางซินเปิดฉากกั้นเตียงออกเผื่อให้แสงแดดสาดส่องเข้าไปในเตียงที่อี้หลานกำลังนอนหลับพริ้มอยู่เพื่อบังคับให้คนที่ตื่นตั้งนานแล้วแต่ยังคงนอนหมกอยู่บนเตียงอย่างขี้เกียจให้ลุกเสียที 

หมับ! 

“อ๊ะ!” ฟางซินร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อถูกอี้หลานกระชากจนล้มลงไปทับบนตัวของเขา 

“กินเจ้าทานได้ไหม?” อี้หลานยกยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ 

“บ้าหรอเมื่อคืนก็กินไปตั้งหลายรอบ” ฟางซินตีลงบนอกของอี้หลานด้วยสีหน้ามุ้ยก่อนจะดันตัวขึ้นยืนเต็มตัวแล้วกอดอกจ้องมองชายหนุ่มด้วยสีหน้าดุๆ “ข้าว่าท่านพี่ควรลุกได้แล้วนะ ท่านมีงานการต้องไปทำไม่ใช่หรือ?” 

“นี่เจ้ากำลังจะยึดอำนาจข้าหรือเปล่าเนี้ย?” 

อี้หลานลุกขึ้นนั่งก่อนจะจ้องมองฟางซินที่กำลังมองเขาด้วยสายตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาเหมือนแม่คนที่สองไม่มีผิด ให้ตายสินี่ระบบอำนาจของเขากำลังจะสั่นคลอนหรือเปล่า เขากำลังจะถูกเมียยึดอำนาจให้อยู่ใต้ระบอบการปกครองที่มีเมียเป็นใหญ่หรือเปล่าเนี้ย 

“ทำไมท่านพี่ถึงคิดเช่นนั้นล่ะ” ฟางซินมีสีหน้าที่เสียลงในทันทีเมื่ออี้หลานถามออกมาแบบนั้นก่อนจะรีบก้มหัวลงเพราะคิดว่าตัวเองทำผิดอยู่เพราะภรรยาที่ดีไม่ควรตีตนเสมอสามีต้องคอยอยู่ต่ำกว่าเสมอ “ถ้าข้าทำให้ท่านพี่ไม่พอใจข้าขอโทษ” 

ชายหนุ่มลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยอย่างเหนื่อยใจเพราะเขาก็เพียงแค่แหย่ฟางซินเท่านั้นเองแต่เด็กสาวกลับคิดจริงจังไปได้มีเมียเด็กมันก็แบบเนี้ยแหละนะ ต้องคอยเอาใจใส่ไม่งั้นก็คิดเองเออเองแบบเนี้ย 

หมับ! 

“อ๊ะ!” ฟางซินร้องอุทานออกมาเล็กน้อยเมื่อถูกอี้หลานดึงเข้าไปสวมกอด 

อี้หลานยกมือขึ้นลูบหัวของฟางซินเบาๆ ก่อนจะกดจูบลงบนผมหอมๆ ของเด็กสาวอย่างเอ็นดู “ข้าไม่ได้ว่าเจ้าสักหน่อย ข้าแค่หยอกล้อเจ้าเท่านั้นเอง เจ้านี่ก็คิดจริงจังไปได้” 

“ก็ข้ากลัวว่าท่านพี่จะไม่พอใจข้านิ” ฟางซินซบหน้าลงบนอกแกร่งของอี้หลานอย่างออดอ้อน 

“ข้าพอใจเจ้าทุกอย่างนั่นแหละ ไม่มีอะไรเลยที่ข้าไม่รู้สึกพอใจเจ้า” อี้หลานลูบมือไปตามร่างบางของฟางซินอย่างจาบจ้วงด้วยความหลงใหลเพราะเวลาเขาได้สัมผัสฟางซินทีไรมันอดใจไม่ได้ทุกที 

“ข้าว่าท่านพี่ควรไปทำงานได้แล้ว” ฟางซินผละตัวออกมาจากอี้หลานเพราะรู้สึกว่ามือของเขาชักจะเริ่มซุกซนอีกแล้วถ้าเธอไม่รีบถอนตัวคงได้เกินเลยไปมากกว่านี้แน่ๆ เธอไม่อยากให้อี้หลานถูกตำหนิว่าติดเธอจนไม่ได้ทำงานทำการหรอกนะ 

“เจ้าใจร้าย” อี้หลานชักสีหน้ามุ้ยออกมาเล็กน้อยอย่างเคืองๆ ที่ถูกเด็กสาวขัดอารมณ์แบบนี้ 

“ข้าจะร้ายมากกว่านี้อีกถ้าท่านไม่ยอมไปทำงาน” ฟางซินส่งยิ้มหวานให้อี้หลานก่อนจะลุกขึ้นยืนตัวตรงแล้วเปิดผ้าม่านเตียงออกให้หมดเพื่อให้แสงสว่างไปทั่วเตียงแล้วหันมาส่งยิ้มให้อี้หล่นอีกครั้ง 

“ข้าจะออกไปเตรียมอาหารเช้าให้ ท่านพี่ก็รีบอาบน้ำแต่งตัวล่ะอย่าช้าเดี๋ยวอาหารจะเย็นหมด” ฟางซินพูดจบก็หันตัวเดินออกไปในทันทีด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าที่ได้เห็นท่าทางที่ขุ่นเคืองของอี้หลานที่โดนเธอขัดอารมณ์แบบนั้นก็ดีแล้วเธอต้องดัดนิสัยอี้หลานซะบ้างไม่งั้นเขาก็คงกับเธอแค่เรื่องแบบนั้นทั้งวันแน่ๆ 

“นี่สินะที่เขาบอกว่ามีเมียก็เหมือนมีแม่คนที่สอง” อี้หลานบ่นพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะส่ายหัวอย่างขบขันกับความเจ้าระเบียบของฟางซินที่ดูเหมือนจะน่ารำคาญแต่สำหรับเขามันน่ารักดีออกการมีคนมาคอยจัดระเบียบชีวิตแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะเพราะปกติชีวิตเขาก็ไร้ระเบียบสุดๆ 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น