Finland (ช้อย)

อัพทุกวันตอนเช้า ๆ เหมือนเดิมจ้า.....!!! กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ ^^

Chapter 34 : ถึงเวลาที่ต้องบอกกับแม่ ดิว-เปรม

ชื่อตอน : Chapter 34 : ถึงเวลาที่ต้องบอกกับแม่ ดิว-เปรม

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 41k

ความคิดเห็น : 158

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ก.พ. 2560 07:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 34 : ถึงเวลาที่ต้องบอกกับแม่ ดิว-เปรม
แบบอักษร

 

ดิว.....................

 

“เปรมเมื่อไหร่มึงจะบอกแม่เรื่องกูซักทีอ่ะ กูอยากเข้าไปกราบแม่มึงจริง ๆ นะเว้ย”  ผมอ้อนเอาหน้าถูไหล่บอกกับไอ้เปรมไป

 

“ไว้ก่อน ช่วงนี้ที่บ้านกูเพิ่งผ่านเรื่องร้าย ๆ มา”   มันมักจะผัดวันประกันพรุ่งแบบนี้ผมอยู่เสมอ

 

“กูอยากเข้าออกบ้านมึงได้สนิทใจมากกว่านี้นะเปรม”  ผมบอกกับมันไป มันหันมามองเหมือนมีเรื่องกังวล

 

“มึงมีอะไรหรือเปล่าวะ..?”  ผมตัดสินใจถามมันไป

 

“ไม่มีอะไรนี่ มึงก็คิดมาก”  มันยิ้มให้กับผม

 

“กูรักมึงจริง ๆ นะเปรม”  ผมจูบเข้าที่ปากมันเบา ๆ

 

“อืม”  มันคลี่ยิ้มบอกกับผม แล้วก็เดินลงจากรถไป วันนี้ผมมาส่งมันที่บ้านเหมือนอย่างเคย

 

.......................................................

 

เปรม..........................

 

“เมื่อไหร่มึงจะบอกแม่เรื่องกูซักที กูอยากเข้าออกบ้านมึงให้สนิทใจมากกว่านี้”  ไอ้ดิวมันอ้อนบอกกับผม มันอ้อนแบบนี้เป็นประจำ ผมก็ได้แต่บอกปัดมันไปตลอด ผมลำบากใจเพราะผมยังไม่ได้คุยกับแม่เรื่องมันเลย

 

“กูรักมึงนะเปรม”  แล้วมันก็บอกกับผม 

 

“อืม” 

 

ผมเดินเข้าบ้านมาเห็นแม่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเก็บข้าวของในร้าน ตอนนี้วันจันทร์ถึงศุกร์ผมก็อยู่กับแม่สองคน เสาร์อาทิตย์ไอ้ปลื้มกับน้อง ๆ ถึงจะได้กลับมานอนค้างที่บ้าน

 

“แม่เดี๋ยวผมช่วย”  ผมวางกระเป๋านักเรียนไว้บนโต๊ะแล้วเข้าไปช่วยแม่จัดของ

 

“ของเพิ่งเอามาส่งตอนเช้าแม่ก็มัวแต่ยุ่งขายของ เลยไม่ได้จัดเข้าชั้นวางซักที”  แม่บอกกับผมพร้อมกับเก็บข้าวของใส่ชั้นวาง

 

“เอ่อ.. คือ.. คือว่า”  ผมอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ

 

“มีอะไรเหรอเปรม...?”  แม่หันมาถามกับผม ผมเห็นหน้าแม่แล้วไม่กล้าพูดออกมา

 

“ไม่มี แม่เหนื่อยหรือเปล่า...?”  ผมเลี่ยงถามคำถามอื่นแม่ไป

 

“ไม่เหนื่อย แต่ก่อนเข็นผักในตลาดเหนื่อยกว่านี้หลายเท่า”  แม่ยิ้มบอกกับผม

 

“นี่ถ้าไม่ได้ปลื้มมันช่วยป่านนี้ครอบครัวเราจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ น้องอีกสองคนก็พลอยมีอนาคตไปด้วยแม่ก็หมดห่วง”

 

“เหลือแต่แกนี่แหล่ะเปรม แม่หวังกับแกไว้มากนะเรียนจบแต่งงานแต่งการมีครอบครัวมีหลานให้แม่อุ้มคงจะดีไม่น้อย”  แม่ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา แต่สำหรับผมแทบสะอึก

 

“ผมยังเรียนไม่จบม.6เลยนะแม่ อย่าเพิ่งพูดตอนนี้เลย”  ผมเลี่ยงบอกกับแม่ไป

 

“เอาน่า แกก็ใช่หน้าตาจะขี้ริ้วขี้เหร่คงมีสาว ๆ ที่ชอบบ้างหล่ะแม่ว่านะ”  แม่แซวผม

 

เฮ้ออออออออ  ผมจะเครียดทุกครั้งเมื่อแม่พูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ไอ้ปลื้มมันก็มีแฟนเป็นผู้ชายไปแล้วคนนึงถึงแม้ว่าแม่จะไม่ได้ว่าอะไรก็ตาม แต่จะให้ลูกชายทั้งสองมีแฟนเป็นผู้ชายหมดแม่ก็คงจะเกินรับไหว ผมจะทำยังไงดี...?

 

หลายวันต่อมา ผมเลิกเรียนกลับมาบ้านแต่ไม่ได้มาคนเดียวผมพาเพื่อนผู้หญิงในห้องมาด้วยหนึ่งคน ย้ำว่าเพื่อนเพราะผมไม่ได้คิดอะไรกับเค้าเลยจริง ๆ เพียงแต่สนิทกันเท่านั้น ตอนเข้าเรียนใหม่ ๆ ผมไม่ค่อยมีเพื่อนคุยมีแต่นุชที่เข้ามาทักผมก่อน เข้ามาชวนคุยปรึกษาเรื่องเรียนนานเข้าก็เลยสนิทกัน ดิวมันก็รู้ผมเคยบอกไปหลายครั้งว่าเป็นแค่เพื่อนกัน

 

“นุชนี่แม่เราเอง”  ผมแนะนำนุชให้แม่ได้รู้จัก

 

“สวัสดีค่ะ”  นุชยิ้มกล่าวทักทายและยกมือไหว้แม่ ผมเห็นแม่แอบยิ้มส่งสายตาให้ผม ผมรู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ 

 

“สวัสดีจ้ะ นั่งก่อน เปรมหาน้ำหาท่าให้เพื่อนหน่อยสิ”  แม่รีบบอกกับผม ผมเดินไปเปิดตู้แช่หยิบเอาโค้กแล้วยื่นให้นุช

 

“ขอบใจนะ”  นุชรับโค้กไป

 

“เดี๋ยวเราขึ้นไปเอารายงานมาให้นะ”  นุชมาที่บ้านผมเพราะเราทำงานกลุ่มด้วยกันผมเป็นคนหาข้อมูลส่วนนุชเป็นคนทำรูปเล่ม ผมนั่งคุยเรื่องรายงานกับนุชอยู่ซักพักนุชก็ขอตัวกลับ

 

“หนูกลับก่อนนะคะคุณป้า”  นุชกล่าวลาพร้อมกับยกมือไหว้แม่

 

“มาเที่ยวบ่อย ๆ นะจ๊ะหนู ที่บ้านยินดีต้อนรับ”  แม่ยิ้มบอกกับนุชไป  ผมเดินออกมาส่งนุชที่หน้าปากซอย

 

“ตอนที่นายขึ้นไปข้างบนแม่นายถามว่าเราเป็นแฟนนายหรือเปล่า...?”  แล้วนุชก็พูดขึ้น ผมใจหายวาบ

 

“แล้วนุชตอบว่ายังไง...?”  ผมรีบถาม

 

“บอกว่าเป็นแค่เพื่อน แม่นายคงเข้าใจผิด”  นุชยิ้มบอกกับผม  เฮ้อออออ ผมถึงกับโล่ง ผมไม่อยากให้แม่ต้องมานั่งเข้าผิด รวมถึงไอ้ดิวด้วยมันยิ่งไม่เหมือนคนอื่นอยู่...... แต่แล้ว

 

“ไอ้เปรม....!!”  เสียงของไอ้ดิวก็ดังขึ้น ผมรีบเงยหน้าขึ้นมอง

 

“ชิบหายแล้ว”  ผมตกใจเมื่อเห็นมันยืนจ้องผมตาแทบไม่กระพริบ

 

“เอ่อคือ มาได้ไงเนี่ย..?”  ผมถามไป มันไม่ตอบได้แต่มองผมด้วยสายตาที่ผิดหวัง ผมรู้ว่ามันโกรธผมแน่

 

“ดิวมาหาเปรมเหรอ...? เปรมเรากลับก่อนนะแล้วเจอกัน”  นุชบอกกับผมแล้วก็เดินไปที่ป้ายรถเมล์

 

“มึงทำไมทำแบบนี้วะ...? ทีกูไม่เคยคิดจะพาเข้าบ้านแต่พอเป็นนุชมึงกลับพาเค้าเข้าไปพบแม่ มึงคิดอะไรอยู่ห๊ะเปรม...!!”  ไอ้ดิวมันใส่ผมก่อนเลย

 

“มึงเข้าใจผิดนะเว้ย มึงฟังกูก่อนดิ”  ผมรีบบอกกับมันไป

 

“กูไม่ฟังอะไรทั้งนั้น มึงแม่งโกหกมึงไม่เคยรักกูเลยซักนิด”  มันตาแดงน้ำตาคลอบอกกับผม

 

“มึงเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว นุชเค้ามาเอา....”  ผมยังไม่ทันได้บอกอะไร มันก็รีบหันหลังแล้วเดินจ้ำอ้าวจากไป

 

“เดี๋ยวไอ้ดิว อย่าเพิ่งไป”  ผมรีบวิ่งตามปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่

 

หมับ...!! ผมรีบคว้าแขนมันเอาไว้

 

“กูรู้แล้วว่าทำไมมึงถึงไม่อยากให้กูเข้าไปพบกับแม่มึง มึงโกหกกูมาตลอด”  ผมเห็นมันปาดน้ำตาออก ผมเห็นถึงกับสะอึก

 

“นุชเค้ามาเอารายงาน กูไม่ได้มีอะไรกับเค้านะเว้ย มึงฟังกูก่อนดิ”  ผมรีบบอกกับมันไป มันหันมามองผม

 

“จริงเหรอวะ...?”  มันถามผม

 

“กูเคยบอกหลายครั้งแล้วว่ารักมึงคนเดียว”  ผมย้ำบอกกับมันไป มันคลี่ยิ้มบางให้กับผม

 

“กูขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องมึงกับแม่ซักที เป็นเพราะ.......”   ผมได้แต่ก้มหน้านิ่ง

 

“เพราะอะไร...?”  มันรีบถาม      ผมหายใจเข้าเฮือกใหญ่

 

“พี่กูมีแฟนเป็นผู้ชายไปแล้วคนนึง ถ้าแม่รู้ว่ากูมีแฟนเป็นผู้ชายอีกคนกูกลัวว่าแม่จะรับไม่ได้ว่ะ”  ผมตัดสินใจบอกกับมันไป

 

“แต่กูจริงใจกับมึงจริง ๆนะเว้ย จะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้”  มันบอกกับผม

 

“กูรู้ แต่ว่าแม่กูอยากให้กูแต่งงานมีครอบครัวมีลูกหลานไว้สืบสกุล”  ผมก้มหน้าบอกกับมันไปเบา ๆ

 

“กูขอโทษ กูมันขี้ขลาด”  ผมรู้สึกผิดกับมันจริง ๆ ที่ไม่เคยเด็ดขาดบอกกับแม่ไปว่ากำลังคบกับมันอยู่

 

“กูขอโทษนะเปรม กูมันไม่ดีเองคอยแต่รบเร้ามึงอยู่เรื่อย มึงคงเครียดไม่น้อย”  แล้วมันก็พูดขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมอง มันยิ้มให้กับผม

 

“กูจริงใจกับมึง ยังไงกูก็ไม่ปล่อยมึงไปหรอก”  หมับ...!! มันคว้าแขนผมเอาไว้แน่น

 

“กูจะไปบอกกับแม่มึงเอง กูก็ลูกผู้ชายพอกูไม่เคยกลัวที่จะพูดความจริง กูไม่ยอมปล่อยมึงไปแน่”  มันยิ้มจริงใจบอกกับผมแล้วก็พาผมเดินกลับบ้าน

 

“ดะเดี๋ยวไอ้ดิวอย่าเพิ่ง เอาไว้กูจะบอกแม่เอง เดี๋ยว”  ผมรีบห้ามมันเอาไว้ แต่มันก็ไม่ยอมฟัง ยังคงลากผมให้เดินตามมันไป

 

“ไอ้ดิวมึงอย่าทำอะไรบ้า ๆ นะเว้ย”  ผมรู้นิสัยมันดีว่ามันเป็นคนยังไง มันไม่ยอมฟังอะไรผมได้แต่หันมายิ้มให้ พอมาถึงหน้าบ้าน มันรีบพาผมเข้าไปในร้านทันที

 

“เดี๋ยวไอ้ดิว กูขอล่ะ นะนะ”  ผมบอกมันไปอีกครั้ง

 

“อ้าว ดิวก็มาเหรอลูก หนูนุชก็เพิ่งจะกลับไปก่อนหน้านี่เอง” แม่เอ่ยทักกับมัน 

 

“สวัสดีครับแม่”  แล้วมันก็ยกมือไหว้กล่าวทักทาย ผมใจเต้นตุ้ม ๆ ต่อม ๆ คอยแต่กระตุกเสื้อห้ามมันไม่ให้ทำอะไรบ้า ๆ ลงไป

 

“แม่ครับผมมีเรื่องจะบอกกับแม่ครับ”  แล้วมันก็พูดขึ้นมาจริง ๆ เสียงดังฟังชัดทำหน้าจริงจัง ผมใจหายวาบ

 

“มีอะไรลูก...?”  แม่เงยหน้ามองมัน

 

“ก่อนอื่นผมต้องขอโทษแม่แทนเปรมด้วยนะครับ”   มันบอกกับแม่ แม่ได้แต่ทำหน้างง

 

“ผมกับเปรมรักกันครับแม่ ผมรักมันด้วยความบริสุทธิ์ใจ รักมันมานานแล้วชาตินี้ผมไม่คิดว่าจะรักใครได้อีก ผมรักเปรมจริง ๆ ครับแม่”  แม่ได้ยินถึงกับอึ้งนิ่งเงียบไป

 

“แม่ไม่ต้องไปโกรธหรือด่าเปรมมันนะครับ ผมเป็นคนเข้าไปหามันก่อนเข้าไปตอแยกับมัน เพราะผมชอบมัน ถ้าแม่จะโกรธขอให้แม่โกรธผมแทนนะครับ”

 

“เปรมมันคิดถึงจิตใจแม่มาตลอดมันไม่ยอมบอกเรื่องผมให้แม่ได้รู้ เพราะมันกลัวแม่จะผิดหวัง กลัวว่าแม่จะเสียใจที่มันเป็นลูกไม่เอาไหน”  ผมได้แต่ยืนก้มหน้าเงียบ ฟังที่มันบอกกับแม่

 

“ผมขอล่ะครับแม่ โปรดเห็นใจผมขอให้ผมได้คบกับเปรมด้วยนะครับ แม่โปรดเข้าใจผมด้วยนะครับ ผมรักมันจริง ๆ รักมันมากๆด้วย ทางครอบครัวผมก็รู้จักมันแล้วและก็รับรู้เรื่องของเรา ป๊ากับม๊าผมก็ไม่ได้ว่าหรือห้ามอะไร ผมอยากดูแลมันให้ได้เต็มที่โดยที่ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่แบบนี้” 

 

ไอ้ดิวมันพูดเป็นจริงเป็นจังมาก  ผมไม่คิดว่ามันจะกล้าพูดถึงขนาดนี้แม่ได้แต่นิ่งเงียบไม่ยอมพูดอะไร ผมใจหายวาบมือเย็นเฉียบยิ่งแม่เงียบก็เหมือนกับแม่กำลังเสียใจอยู่ ผมช่างเป็นลูกที่ไม่เอาไหนจริง ๆ

 

“ผมขอโทษครับแม่ ถ้าแม่จะให้ผมเลิกคบกับมัน ผมก็จะเลิก”  ผมบอกกับแม่ไป ผมไม่อยากให้แม่ต้องมาเสียใจกับผม แม่หวังกับผมเอาไว้มาก

 

“เปรมกูไม่ยอมนะเว้ย”  ไอ้ดิวมันบอกกับผมเบา ๆ

 

“ดูร้านให้แม่ด้วย แม่จะขึ้นข้างบน”  แม่บอกกับผมเสียงสั่นเครือ แล้วก็เดินขึ้นไปข้างบนห้องผมรู้ว่าแม่คงจะเสียใจและผิดหวังกับผมมาก

 

“กูขอโทษนะดิว เราคงต้องเลิกกันว่ะ”  ผมหันไปบอกกับมันในใจเจ็บแปลบเหมือนมีใครเอามีดมากรีด ไอ้ดิวมันหน้าเสียน้ำตาคลอ

 

“กูไม่ยอมนะเว้ยไอ้เปรม กูไม่ยอมเด็ดขาด กูจะไปคุยกับแม่มึงให้รู้เรื่องอีกที”  มันจะขึ้นไปหาแม่ผมที่ข้างบนห้อง ผมรีบคว้าแขนมันเอาไว้

 

“มึงจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากขึ้นอีกทำไมวะ...? มึงกลับไปซะเถอะ”  ผมบอกมันไป

 

“นะ มึงกลับไปเถอะ อย่าให้กูลำบากใจไปมากกว่านี้เลย”  ผมพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมา

 

“เปรม กูรักมึงนะ กูไม่ปล่อยมึงไปแน่”  มันหันมาบอกกับผมแล้วน้ำตามันก็ไหลอาบแก้ม ผมเห็นแล้วเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก มันรีบปาดน้ำตาออก แล้วมันก็เดินออกจากร้านไป

 

“กูขอโทษ”  ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบอกกับมันได้ แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา ผมนั่งซึมอยู่ข้างล่างคนเดียว แม่ก็ยังไม่ยอมลงมาผมรู้ว่าแม่คงเสียใจมากไม่นานนัก

 

“เป็นอะไรไปวะ.....?”  ไอ้ปลื้มก็เดินเข้ามาในร้านแล้วถามกับผม ผมเงยหน้าขึ้นมอง

 

“มึงเป็นอะไร...?”  มันถามผมอีกครั้ง

 

“แม่รู้เรื่องกูกับไอ้ดิวแล้วว่ะ”  ผมปาดน้ำตาแล้วบอกกับมันไป

 

“แล้วแม่อ่ะ..?”  มันถามหาแม่

 

“แม่ขึ้นข้างบนไปตั้งนานยังไม่ลงมา แม่คงโกรธกูมากเลยว่ะ”  ผมบอกมันไป

 

หมับ...!! “มึงตามกูมานี่” ไอ้ปลื้มมันเข้ามาฉุดแขนผมให้เดินตามมันไป มันพาผมมาที่หน้าห้องแม่

 

“แม่ ผมเข้าไปนะ”  ไอ้ปลื้มมันตะโกนบอกแม่แล้วก็เปิดประตูเข้าไป ผมเห็นแม่นั่งซึมอยู่บนเตียงน้ำตาคลอ แม่คงจะคิดเรื่องผมอยู่แน่ ๆ 

 

“แม่ ผมเป็นพี่มันถ้าแม่จะโกรธแม่ก็โกรธผมเถอะ น้องมันไม่ผิดอะไร ผมมันไม่เอาไหนเองทำตามที่แม่หวังไม่ได้ ผมรู้เรื่องน้องมานานแล้ว ผมอยากบอกกับแม่แต่มันไม่ยอม มันกลัวแม่เสียใจ”

 

“ทุกวันนี้ผมเห็นมันเครียดไหนจะเรื่องเรียน ไหนจะเรื่องส่วนตัว ผมสงสารน้อง แม่อย่าโกรธมันเลยนะ”  ไอ้ปลื้มมันบอกแม่ แม่เงยหน้าขึ้นมองพวกผม

 

“ผมรู้ว่าแม่มีลูกชายสองคนก็หวังจะเป็นที่พึ่ง ผมทำให้แม่ได้ทุกอย่างแต่เรื่องเดียวที่ทำให้ไม่ได้ก็คือเรื่องนี้ ผมขอโทษนะแม่”  ไอ้ปลื้มมันบอกกับแม่ไป

 

“ปล่อยน้องให้มันมีความสุขของมันเถอะนะแม่ ผมขอล่ะ”  ไอ้ปลื้มมันขอกับแม่

 

“ผมขอโทษ”  ผมบอกกับแม่เสียงสั่นเครือ

 

“มันก็จริงอย่างที่แกพูดนะปลื้ม แม่มีลูกชายสองคนก็หวังจะเห็นลูกมีครอบครัวที่สมบูรณ์ พอแกไปแล้วคนนึงแม่ก็หวังกับน้องเอาไว้มาก แต่จะทำยังไงได้ถ้ามันไม่เป็นอย่างที่หวัง ชีวิตคนเราไม่ได้สมหวังไปหมดทุกอย่างหรอก ทุกวันนี้เห็นพวกแกเป็นเด็กดีแค่นี้แม่ก็หมดห่วง เรื่องอื่นแม่ไม่คิดมันแล้วอยู่อย่างนี้ก็มีความสุขดี ต่อไปแม่ก็จะได้เลิกหวังซักที หวังอย่างเดียวอยากเห็นพวกแกมีความสุขแค่นี้ก็พอแล้ว”  แม่ยิ้มทั้งน้ำตาบอกกับพวกผม

 

“แม่ ผมขอโทษ”  ผมน้ำตานองหน้าบอกกับแม่ไป ผมรู้ว่าแม่ต้องทำใจมากขนาดไหนถึงยอมรับกับเรื่องแบบนี้ได้ถึงสองครั้งสองครา

 

“ดิวมันดูจริงใจดีนะ แม่ก็ไม่คิดว่ามันจะกล้ามาบอกกับแม่ขนาดนั้น ฟังแล้วก็อึ้งไปเหมือนกัน”  แล้วแม่ก็บอกกับผม

 

“ถ้าเรื่องไหนทำให้ลูกมีความสุข คนเป็นแม่ย่อมสุขตามไปด้วย แม่ไม่โกรธพวกแกหรอก” 

 

“ขอบคุณครับแม่”  ผมกับไอ้ปลื้มยกมือก้มลงกราบที่ตักแม่แม่เอามือมาลูบหัวผมกับไอ้ปลื้มเบา ๆ

 

ผมกับไอ้ปลื้มเดินลงมาข้างล่าง

 

“ขอบใจนะเว้ยที่พูดกับแม่ให้”  ผมหันไปบอกกับมัน

 

“ไม่เป็นไร ไอ้นั่นมันเจ๋งว่ะแม่งมาบอกกับแม่ถึงบ้าน กูเชื่อมันเลยจริง ๆ”  ไอ้ปลื้มมันพูดถึงไอ้ดิว

 

“เออ กูก็หัวใจจะวายตายซะให้ได้”  ผมบอกกับมันไป

 

“ต่อไปก็ไม่ต้องเครียดอีกแล้วนะ ตั้งใจอ่านหนังสือสอบ”  มันตบไหล่เบา ๆ บอกกับผม

 

ถ้าไอ้ดิวมันรู้ว่าแม่ผมไม่ได้โกรธ มันคงดีใจไม่น้อย คิดไปคิดมาผมก็เห็นความจริงใจของมัน ครั้งแรกก็ตอนประกาศที่หน้าห้องเรียน พอมาครั้งนี้ก็มาบอกกับแม่ผมด้วยตัวเอง มันทำเพื่อผมขนาดนี้แล้วผมจะไม่รักมันได้ยังไง

 

ผมรีบโทรศัพท์ไปบอกให้มันรู้ มันดีใจกระโดดโลดเต้นใหญ่

 

“มึงรอกูอยู่ที่บ้านก่อนนะ เดี๋ยวกูไปหา”  มันดีใจจนปากสั่นพูดแทบไม่เป็นคำบอกกับผม

 

“กูรักมึงนะเปรม”   แล้วมันก็บอกกับผม

 

“กูก็รักมึง”  

 

 

......................................................................

To be continue..................

......................................................................

 

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}