-[TAKE]-

รักเทค ก็อย่าทิ้งกันน้าาา อยู่กับเทคนานๆ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้ววว

ราตรีที่ 4 แก้ไขคำผิด

ชื่อตอน : ราตรีที่ 4 แก้ไขคำผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.6k

ความคิดเห็น : 57

ปรับปรุงล่าสุด : 28 เม.ย. 2560 22:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ราตรีที่ 4 แก้ไขคำผิด
แบบอักษร

 4

วันรุ่ง...ต้าฉีถูกโค่นอำนาจอย่างสิ้นเชิง

เหล่าเสนาอัมมาตย์ ขันที รวมถึงเชื้อพระวงศ์ถูกจับขัง เป็นดั่งนักโทษประหารที่รอวันตาย เจ้าแผ่นดินแคว้นได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงมีชีวิตอยู่ หกราตรีที่จัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะ มันเป็นเพียงแค่ภาพความฝันที่รอวันตื่นมาพบกับความโหดร้ายทารุณ

จักรพรรดิวิปลาสยังคงเสวยสุขอยู่บนชัยชนะ

ซ่งจินเหลียงที่เพิ่งมีของเล่นใหม่ ของเล่นผู้นี้มันเป็นเพียงแค่นายทหารนายหนึ่ง แต่กลับทำให้ผู้ที่อยู่เหนือผู้อื่นเช่นเขาต้องไปตามจับตัวมา เพื่อเป็นการสั่งสอนให้รู้สำนึก จึงได้ผูกจับล่ามโซ่ให้ไร้ซึ่งอิสรภาพ ต่อให้มีปีกก็บินหนีไม่พ้น จะต้องถูกกักกันจนกว่าจะเบื่อ

อัปลักษณ์...

ซ่งจินเหลียงที่ได้มองดวงหน้าอีกฝ่ายเต็มๆ ยังต้องคิดคำนี้ออกมา รอยแดงบดบังใบหน้าซีกซ้ายไปเกือบครึ่ง ไหนจะตามลำคอนั่นอีก ไม่มีคำไหนที่จะสามารถพูดได้ว่าสวยงามได้เลยสักนิด

คนผู้นี้คือชายที่มอบหมั่นโถวให้

คนผู้นี้มีจิตใจประเสริฐมากกว่าทุกคนที่พบเห็น

รัก?

ไม่ใช่...

ซ่งจินเหลียงไม่ได้นึกพิศวาสเสน่หา หนิงลี่เป็นเพียงแค่คนแปลกที่เขาต้องการเก็บเอาไว้ข้างตัวก็เท่านั้น ดวงตารียาวทอดมองไปยังร่างที่นั่งอยู่กับพื้น พลางชื่นชมที่อีกฝ่ายช่างใจเด็ด ไม่มีเสียงร้องโวยวายหรือร้องขอให้ปล่อยให้รำคาญหู จดจ้องแค่ชั่วครู่ก่อนสะบัดชายผ้าสีขาวเดินหันหลังกลับ

ซ่งจินเหลียงยังคงแคลงใจในตัวเองยิ่งนัก ทำไมถึงได้สนใจชายอัปลักษณ์ผู้นี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น ด้วยภารกิจบ้านเมืองที่ล้นมือ เขาจึงเลือกที่จะไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกนั้น เก็บมันและเขวี่ยงทิ้งอย่างไม่ใยดี เขามีสิ่งที่จะต้องทำอยู่มาก ให้มานั่งวุ่นวายเพราะผู้ชายเพียงคนเดียวก็คงใช่เรื่อง

ลับหลังคนงามเดินจากไปแล้ว คนถูกมัดถอดหายใจโล่งอก หนิงลี่ไม่ได้การดูแลอย่างดีเหมือนเฉกเช่นอย่างที่เป็น เขาเป็นเพียงทหารของต้าฉี ไร้ยศ ไร้ตำแหน่ง เป็นแค่ทหารชั้นปลายแถวที่ถูกรังเกียจเดียดฉันท์จากคนรอบข้าง หนิงลี่ได้รู้ข่าวจากเพื่อนทหารอีกคนหนึ่งซึ่งเป็นคนเล่าให้ฟังว่าซ่งจินเหลียงประกาศกร้าวว่าต้องการตัว มันเป็นเหตุผลหนึ่งที่หนิงลี่ยังคงแคลงใจนัก

ทำไมถึงต้องเป็นเขา?

ชายอัปลักษณ์ไร้ซึ่งคำตอบที่จะมาขัดข้อกังขานี้ จึงเปลี่ยนเบนสายตามองโซ่ที่ข้อเท้าด้านขวา มันถูกจับมัดถ่วงอย่างดิบดีด้วยตุ้มเหล็กใหญ่ ถ้าจะหนีก็คงต้องปลดโซ่ หากทำเช่นนั้นได้ตนนั้นก็จะได้รับอิสระ

ต้องหาหนทาง...

แล้วช่วยองค์ฮ่องเต้...

“ฝ่าบาท”

‘หวางมู่’ แม่ทัพคู่ใจซ่งจินเหลียงยกมือคารวะ

หวางมู่ติดตามซ่งจินเหลียงตั้งแต่ขึ้นครองราชย์ครั้งแรก เขาหลงใหลให้กับความเหี้ยมโหดของชายผู้นี้ เดิมทีหวางมู่ติดตามรับใช้องค์ฮ่องเต้ซึ่งเป็นบิดาของซ่งจินเหลียง มีนามว่า ‘ซ่งเหว่ยหนาน’

ซ่งเหว่ยหนานที่ว่าเก่งกล้าสามารถ ทว่าซ่งจินเหลียงผู้เป็นองค์ชายกลับเก่งกล้ากว่า เมื่อฮ่องเต้องค์ก่อนสิ้นป่วยเป็นโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาได้หาย ผู้เป็นหวงไท่จือ**[6]** จึงได้ขึ้นครองบัลลังก์

หวงไท่จืนนั้นกลับเป็นองค์ชายที่ไร้ความสามารถ ไม่อาจบริหารบ้านเมืองได้เป็นปึกแผ่น ถึงคราวแคว้นฉินจะพินาศก็คงคราวนี้ ในขณะที่บ้านเมืองระส่ำระสาย ก่อนที่หวงไท่จือจะขึ้นครองราชย์เพียงแค่เจ็ดราตรี ตระกูลซ่งก็ถูกทำลายด้วยน้ำมือขององค์ชายอันดับที่สิบ หวางมู่ยังคงจำได้ถึงราตรีที่โหดร้าย ซ่งจินเหลียงเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ทว่ากลับดูงดงามจนไม่อาจละสายตาเบือนหนี

ความงดงามที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

ผ้าแพรชั้นดีสีขาวชโลมไปด้วยหยาดโลหิต งดงามแทบหลงลืมหายใจ

นับตั้งแต่วันนั้นหวางมู่จึงน้อมรับคำบัญชา อยู่ภายใต้คำสั่งองค์ฮ่องเต้ เป็นข้ารับใช้แผ่นดินด้วยความจงรักภักดี

ทว่าไม่ใช่แค่ผู้อื่นที่แคลงใจต่อความคิดจักรพรรดิ หวางมู่ก็ยังคงเป็นอีกบุคคลหนึ่งเช่นกัน บุรุษ สตรี หรือแม่ทัพซูลี่คนงามก็มีตั้งมากมายก่ายกอง ใยซ่งจินเหลียงจึงได้เลือกชายอัปลักษณ์ที่สุดในแคว้นฉีเป็นตัวประกัน แถมยังเป็นทหารที่ไร้ค่า ไม่ได้เก่งกล้าสามารถ

“ฝ่าบาท ท่านทรงคิดอะไรกันแน่”

ซ่งจินเหลียงทำเพียงยิ้มแผ่ว

ในยามที่สิ้นสุดสงครามก็ยังคงสวยงามประดุจเซียนไม่เสื่อมคลาย มือขวาถือใบพัดพริ้มโบกอ่อนๆ ไม่มีการตอบคำถาม ให้เหลือเพียงความสงสัยในยามที่สายลมอ่อนพัดโบก

“ฝ่าบาท”

หวางมู่เอ่ยเรียกอีกครา

“เตรียมตัวเดินทางกลับเสียนหยาง”

หวางมู่ยกมือคารวะน้อมรับคำสั่ง

“พ่ะย่ะค่ะ”

ซ่งจินเหลียงแหงนมองท้องนภาด้านบน แสงสีฟ้าอ่อนทอดยาวจนสุดลูกหูลูกตา รอยยิ้มแผ่วยังคงประดับบนใบหน้า สีหน้าที่ไร้ซึ่งความกังวล

ศึกสงครามได้จบลงไปแล้ว ต้าฉีอยู่ภายใต้อาณัติของแคว้นฉิน ไม่มีสิ่งใดในใต้หล้าที่ไม่อยู่ในกำมือ ในเมื่อต้องการอำนาจก็ต้องแย่งชิง ผู้ที่อ่อนแอย่อมต้องถูกกำจัด

คำตอบที่ไม่สามารถหาให้ได้กับแม่ทัพ แม้แต่ซ่งจินเหลียงก็ไม่อาจที่จะหาคำตอบได้ในครานี้ ก็คงต้องรอให้เวลาเป็นผู้ตัดสิน

วันหนึ่ง...ซ่งจินเหลียงคงได้คำตอบนั้นในเร็ววัน

การเดินทางกลับเสียนหยางถูกจัดการอย่างเร่งรีบแต่ทว่าก็กินเวลาไปหลายวันพอสมควร เนื่องจากต้องเตรียมความพร้อมหลายๆ อย่าง คนของแคว้นต้าฉีบางส่วนถูกเกณฑ์ไปยังดินแดนฉินเพื่อเป็นตัวประกัน ไหนจะเรื่องการปกครองบ้านเมืองที่ต้องจัดระบอบใหม่ทั้งหมด ยังโชคดีที่ต้าฉีเห็นการเรียนหนังสือ การอ่านออกเขียนได้ของประชาชนสำคัญพอๆ กับกองกำลังทางทหาร ในส่วนนี้ซ่งจินเหลียงจึงไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากนัก ยกเว้นเสียแต่การทหารที่ต้องตัดกำลังลง

เกาอีเฟยมีความสามารถ...แต่มันยังไม่พอ

รถม้าและขบวนเกวียนใหญ่เดินทางกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนหลังจบศึกสงคราม เหล่าทหารที่ยังคงมีชีวิตอยู่ต่างพากันโห่ร้องด้วยความปรีดี

หนิงลี่เป็นหนึ่งในตัวประกันที่อยู่ในขบวน หลายวันมานี้เขาแทบไม่มีเวลาเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ ซ่งจินเหลียงแม้จะไม่เคยย่างกรายเข้ามาหา ทว่ากลับให้ทหารเฝ้ายามไว้ อีกเพียงแค่ไม่กี่ลี้**[7]**ก็จะออกไปสู่ตัวเมืองจี้หนาน ถ้าหากว่าพ้นเขตแดนประตูใหญ่การหลบหนีก็คงเป็นเรื่องยาก

หนิงลี่เป็นคนฉลาด...ฉลาดเพราะชอบอ่านหนังสือ สองขาที่ก้าวเดินไปยังเบื้องหน้า ระมัดระวังความคิดและสีหน้าไม่ให้เป็นที่สงสัยจนเกินควร

ด้านหน้าคือซ่งจินเหลียงที่นั่งอยู่บนหลังอาชาสีทะมึนตัวใหญ่ นำกองทัพกลับสู่เมืองหลวง ด้านข้างเป็นคนจากแคว้นฉี และด้านหลังเป็นทหารแคว้นฉิน หนทางที่จะหนีช่างยากเย็นนัก พลันสายตามองไปยังล้อเข็นรถเข็นเสบียงหลังหนึ่ง ล้อของมันส่ายไปมาเพียงเล็กน้อย เห็นผ้าผืนเก่าถูกวางไว้ด้านบนเพื่อกันลมและฝน กับกระสอบข้าวชั้นล่างสุดมีรอยขาด แต่นั่นมันก็เพียงพอที่จะทำให้หนิงลี่คิดแผนการบางอย่าง

สองขาก้าวเดินช้าลง แอบลอบเข้าไปใกล้กับเสบียงที่ดูเหมือนจะเสียการทรงตัว ก้มหน้าต่ำมองพื้นเพื่อกันไม่ให้รอบข้างสังเกตเห็นการกระทำที่ผิดแปลก สองมือถูกมัดด้วยเชือกด้านหน้าแสร้งทำเป็นปาดเหงื่อที่หน้าผาก แสร้งทำเป็นร่างกายอ่อนแอจนเซเข้าชนเกวียนเสบียง หนิงลี่ดึงผ้าคลุมใส่ล้อรถเข็นก่อนหยิบบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ

มีดสั้นขนาดเล็กที่หนิงลี่แอบขโมยมาได้จากนายทหารคนหนึ่งตอนกำลังเผลอก่อนออกมาจากคุก เขาเก็บซ่อนมันไว้ภายใต้แขนเสื้อ รอโอกาสอันดีที่จะได้ใช้มัน แล้วเวลานั้นก็มาถึง...ปลายมีดแหลมกรีดเป็นทางยาว มันเป็นเพียงแค่แผลเล็กน้อยแต่ก็มากพอที่จะทำให้ข้าวทั้งหมดไหลทะลักออกจากกระสอบ

ไม่นานนักสิ่งที่รอคอยก็มาถึง เมื่อรถม้าเสียการทรงตัว ทุกอย่างเริ่มโกลาหล เหล่าทหารที่อยู่รอบด้านเริ่มกรูกันเข้ามาเพื่อกันไม่ให้เสบียงที่ขนเสียหายไปมากกว่านี้

มันเป็นโอกาสเพียงหนึ่งเดียว!

หนิงลี่ใช้เวลานี้ก้าวเดินถอยหลัง ใช้ช่วงจังหวะที่ทุกคนสนใจเสบียงลอบหนีไปอีกทาง ถึงจะบอกว่าซ่งจินเหลียงต้องการตัว ความคิดของหนิงลี่มันก็คงเป็นแค่การเล่นสนุกของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครหลงชอบคนอัปลักษณ์ บางทีพอถึงเสียนหยางแล้วซ่งจินเหลียงอาจลืมไปด้วยซ้ำว่าครั้งหนึ่งเคยคิดจับคนอัปลักษณ์ที่ไม่ต้องตา

“ถ้าจะคิดหนี อยู่เฉยๆ ดีกว่า”

กระบี่ด้ามยามคาดไปยังคนคิดหนี คนกระทำคือหวางมู่

มันเป็นความบังเอิญที่หวางมู่มาอยู่ตรงนี้ เดิมทีเขาต้องคอยอารักขาซ่งจินเหลียงอยู่ทางด้านหน้า ความอยากรู้ว่าใยจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ถึงได้สนใจชายอัปลักษณ์คนนี้นักจึงได้แอบลอบตาม ด้วยคิดว่าชายผู้นี้อาจเล่นไม่ซื่อทำยาเสน่ห์หรือวางยาซ่งจินเหลียงเพื่อให้หลงใหลตัวเอง

แม่ทัพใหญ่นึกขันนัก ไม่คิดว่าจะได้มาเห็นการแสดงที่ไม่น่าพิสมัย เจ้าคิด เจ้าแผนการ เจ้าวางแผนเสียจริง นัยน์ตาเหยี่ยวยังคงจับจ้องทุกอิริยาบท

หนิงลี่กลืนน้ำลาย รสขมฝาดกล้ำกลืนความผิดหวัง อีกแค่นิดเดียวก็จะหนีได้แล้ว ไม่คิดเลยว่าจะถูกจับได้...นายทหารชั้นผู้น้อยนึกโทษในความไม่รอบคอบของตัวเองเสียจริง

สุดท้ายแล้วหนิงลี่ก็ไม่อาจหลีกหนีได้สำเร็จ ขบวนทหารก็เริ่มขับเคลื่อนพลต่อ การเดินทางผ่านป่า ผ่านภูเขาเป็นไปอย่างทรหด ผู้คนต่างเหนื่อยยากกับการเดินทางหลายพันลี้...หนิงลี่ก็ยังคงถูกแม่ทัพหวางมู่จับตาอยู่ตั้งแต่ต้น สายตาของแม่ทัพหนุ่มเต็มไปด้วยความแคลงใจและสงสัย

ชายผู้นี้อันตราย...หนิงลี่สัมผัสได้

เมื่อเดินทางมาถึงเมืองหลวง เหล่าพสกนิกรต่างออกมาต้อนรับและแห่ฉลองชัยชนะให้กับแคว้นเป็นการใหญ่ มันเป็นครั้งแรกที่หนิงลี่เดินทางมาสู่อีกแคว้น ดวงตากลมโตมองไปยังรอบด้าน

หนึ่งเพื่อความชื่นชมในความสวยงามวิจิตรศิลป์

หนึ่งคือคิดหาหนทางหนีอีกครา

“เจ้า...มากับข้า”

“โอ๊ย!”

เส้นผมมวยถูกดึงจากทางด้านหลัง ความเจ็บแปลบไม่ทันได้ตั้งตัวจึงร้องโอดคราญ...เป็นซ่งจินเหลียงที่เป็นคนกระทำอย่างไม่น่าให้อภัย

ชายหนุ่มต่างแดนถูกพามายังแปลกที่ วังหลวงของแคว้นฉินโอ่อ่าสวยงามไม่แพ้ต้าฉีสักนิด ทว่าเจ้าของดินแดนกลับกระทำชั่วร้ายสมกับชื่อ กระทั่งตอนนี้หนิงลี่ก็ยังคงไม่เข้าใจกับการกระทำของซ่งจินเหลียง หลังจากที่ถูกจับตัวแยกออกจากจิ่นสือก็ไม่เคยสนใจใยดี บัดนี้กลับมาฉุดกระชากออกคำสั่ง

หรือคนผู้นี้จะเป็นโรคประหลาด?

คิดได้เพียงชั่วครู่

หนิงลี่ก็ถูกแรงกระชากให้เดินตามเข้าวังหลวง เขาเห็นถึงสายตาของเหล่าเสนาบดี ขันที รวมถึงสาวใช้ สายตานั่นมองอย่างน่าสังเวชปนแคลงใจ

ถูกมายังที่หนึ่ง มันสวยงามยิ่งกว่าภายนอกที่เห็น รอบด้านถูกประดับประดาไปด้วยผ้าแพร จัดแต่งแต่งได้อย่างสวยงามประณีต

“พวกเจ้า”

“ฝ่าบาท”

เหล่านางกำนัลที่ถูกเรียกถวายการรับใช้

“จัดการผู้นี้ให้เป็นผู้เป็นคน”

“เพคะฝ่าบาท”

หนิงลี่ได้เป็นอิสระ มวยผมถูกปลดปล่อย เขารู้สึกคลายหนังศีรษะพอประมาณ ซ่งจินเหลียงผู้นี้ใช่ว่าจะแรงน้อยที่ไหนกัน หนังหัวเขาไม่หลุดติดมือด้วยก็ดีมากแล้ว

ทหารหนุ่มถูกจับต้อนจากหญิงรับในวัง นายทหารหนุ่มผู้แทบไม่เคยอาบน้ำถึงกับสะดุ้งตัวโหยง ไหนจะต้องถูกหญิงสาวแตะเนื้อต้องตัว ชายหนุ่มวัยกลัดมันอย่างเขาที่ไม่เคยผ่านหญิงสาวมาก่อนในชีวิตย่อมตื่นตระหนก กว่าจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรก็ตอนที่ตนเองนั้นถูกจับแก้ผ้าเสียแล้ว

TAKE

ทำความเข้าใจนิดนึงเน้อ

ชายซ่งไม่ได้รักหนิงลี่ตั้งแต่ต้น ชายซ่งเห็นเพียงแค่ว่า เออ คนนี้แปลกดี? ก็เท่านั้น ด้วยเนื่องจากว่ารอบตัวชายซ่งมีแต่พวกชิงดีชิงเด่น หนิงลี่จึงเป็นเหมือนของแปลกที่อยากเอาไว้ข้างตัว เหมือนของแปลกหายากอ่ะ ประมาณนี้

แต่ว่าความรู้สึกของชายซ่งจะค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับอดีตของชายซ่ง ว่าทำไมถึงได้ล้างบางครอบครัวตัวเอง

ถ้าตอนนี้เทคแต่งติดๆ ขัดๆ หรือขัดใจตรงไหนต้องขอโทษด้วยนะคะ จะพยายามศึกษานิยายจีนเยอะๆ

ปล.หนิงลี่เป็นคนฉลาดนะจ๊ะ

**[6]** หวงไท่จือ หมายถึง ผู้เป็นองค์ชายที่จะครองราชย์บัลลังก์เป็นจักรพรรดิต่อไป

Cr. https://writer.dek-d.com/Karry_WJK/writer/viewlongc.php?id=1535683&chapter=4

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น