Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๐๔

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๐๔

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.4k

ความคิดเห็น : 91

ปรับปรุงล่าสุด : 19 เม.ย. 2561 18:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๐๔
แบบอักษร

image

image

บัวหลงจันทร์ ๐๔

แลเย็นวันนั้นองค์จันทร์ก็เสด็จไปรับเจ้าน้อยถึงตำหนักรับรองหลังจากที่เสวยมื้อเย็นแล้ว เจ้าน้อยบัวงามหรือก็มิใคร่อยากจักไปกับองค์จันทร์นัก เนื่องด้วยมิกล้าสู้หน้า รสจูบร้อนเร่ายังติดตรึงอยู่บนพระโอษฐ์ แต่จักปฏิเสธก็จักมิดีเท่าใด

เจ้าน้อยบัวงามเสด็จออกจากตำหนักก็พบว่าองค์จันทร์ท่านทรงรออยู่แล้ว เมื่อเงยหน้าสบพระเนตรก็แทบจักเอาผ้าคลุมไหล่พันหน้าพันตาจักได้มิต้องเขินอายเช่นนี้ มือน้อยกำผ้าคลุมไหล่ตนแน่นระบายความตื่นเขิน

“ขะ ขอประทานอภัยพระเจ้าค่ะ หม่อมฉันชักช้านัก”ตรัสเสียงสั่น

“มิเป็นไรดอก ไปกันเถิดประเดี๋ยวจักค่ำ แลแมลงจักเยอะ”

“พระเจ้าค่ะ”ยืนก้มหน้านิ่ง

“พระเจ้าค่ะก็ไปสิเจ้าน้อย”ตรัสพลางคว้ามือเล็กมาจับจูง

“อ๊ะ..”ตกพระทัยเล็กน้อย หากแต่ก็ยอมเดินตามแรงจูงขององค์จันทร์ ขาเล็กเดินตามพระวรกายสูงใหญ่ไปเรื่อยๆ ก่อนจักหยุดชะงักเมื่อพระสุระเสียงทุ้มดังขึ้น

“ถึงแล้ว”

“.....”นัยน์ตากวางกวาดมองสวนพฤกษาที่มีต้นไม้ ดอกไม้นานาพันธุ์อย่างตกตะลึง ภาพตรงหน้างดงามเสียจนเจ้าบัวงามหลงลืมความเขินอายเมื่อครู่ไปสิ้น

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าน้อย สวนพฤกษาของศศิมณฑลงามสู้สวนพฤกษาของภุมริกาได้หรือไม่”ตรัสถามพลางกระชับพระหัตถ์ที่กอบกุมมือเล็กไว้

“งามเหลือเกินพระเจ้าค่ะ”ดึงมืออกจากการเกาะกุมขององค์จันทร์ก่อนจักเดินไปข้างหน้าชื่นชมดอกไม้งามทั้งหลาย กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้นานาชนิดโชยมาตามสายลมให้เจ้าบัวสูดกลิ่น พระโอษฐ์บางแย้มยิ้มอย่างพึงใจ นิ้วเล็กไล้เบาๆบนกลีบดอกไม้นุ่ม ก่อนจะหันมายิ้มเต็มดวงหน้าให้องค์จันทร์

“.....”องค์จันทร์ทรงถึงกับพระเนตรพร่าเมื่อเจ้าน้อยทรงยิ้มเต็มดวงหน้าให้ ยิ้มเสียจนนัยน์ตากวางปิด พระทัยเต้นรัวอย่างมิเคยเป็นมาก่อน

“หม่อมฉันขอประทานนุญาติไปชมดอกปีบตรงนั้นหนาพระเจ้าค่ะ”ตรัสแล้วก็วิ่งไปข้างหน้า

“เจ้าน้อยอย่าวิ่งหนาเพคะ”พระพี่เลี้ยงส่งเสียงดุ ทำเอาเจ้าน้อยคนงามหยุดชะงัก หัวเราะน้อยๆก่อนจักค่อยๆก้าวเดินไปอย่างสำรวม

“หึหึหึ...เจ้าเหม”พระสรวลน้อยๆเมื่อได้ทอดพระเนตรเจ้าน้อยคนงามในแบบที่ไม่เคยได้รู้จักมาก่อน

“พะย่ะค่ะ”

“ไปหาดอกบัวมาให้ข้าที...เอาดอกที่งามที่สุดหนา”รับสั่งทั้งๆที่ไม่ละสายพระเนตรจากร่างอรชร

“พะย่ะค่ะ”องครักษ์คนสนิทรับคำสั่งก่อนจักออกไปหาดอกบัวที่งามที่สุดในศศิมณฑลมาถวายนายเหนือหัว

องค์จันทร์เสด็จไปประทับยืนอยู่ด้านหลังเจ้าน้อย ทรงยื่นพระพักตร์กระซิบข้างพระกรรณเล็กเบาๆ

“ชอบหรือไม่”

“อ๊ะ...”ร่างน้อยสะดุ้งหันขวับมา ทำให้ปลายพระนาสิกโด่งรั้นเฉียดพระปรางขาวขององค์จันทร์ไป

“ข้าถามว่าชอบสวนพฤกษาของศศิมณฑลหรือไม่”

“พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันชอบ ที่นี่งดงามนัก”ตรัสเบาๆ พลางขืนตัวออกห่างพระวรกายกำยำ

“หึหึหึ ข้าดีใจหนาที่เจ้าชอบ”ตรัสก่อนจักจับจูงน้องน้อยให้ชมความงามของดอกไม้

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ ที่ทรงพาหม่อมฉันชมสวนพฤกษา”

“...ข้าให้เจ้า เจ้าน้อย”ตรัสก่อนจักเด็ดดอกมณฑาเหน็บพระกรรณให้เจ้าบัว ดอกมณฑาสีเหลืองอมส้มตัดกับดวงหน้าขาวผ่องน่ามองเสียจนองค์จันทร์มิอาจละสายตา

“ขะ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”ก้มหน้าซ่อนริ้วแดง

“ทูลฝ่าบาท...หม่อมฉันนำดอกบัวมาถวายพะย่ะค่ะ”องครักษ์คนสนิททูลความขัดขึ้น เจ้าบัวจึงถอยหลังเว้นช่องว่างระหว่างตน แลเจ้าหลวงหนุ่ม

“ขอบใจ”รับบัวสัตตบงกช ดอกตูมสีชมพูงามมาจากองครักษ์คนสนิท ก่อนจักยื่นให้น้องน้อยคนงาม

“ฝ่าบาท”มองพระพักตร์งามอย่างลังเลมิกล้ารับ

“รับไว้เถิด ข้าให้เจ้า”ประคองมือเล็กให้หงายแบบรรจงวางบัวงามดอกโตบนมือบาง

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ...วันนี้ทรงให้หม่อมฉันมากเหลือเกิน”

“หึหึหึ”ลูบผมนุ่มอย่างเอ็นดู

.

.

.

หลังกลับจากสวนพฤกษา องค์จันทร์ก็ทรงมาส่งเจ้าน้อยถึงห้องบรรทม

“ฝันดีหนาเจ้าน้อย”

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ...ฝ่าบาทก็ฝันดีเช่นกันหนาพระเจ้าค่ะ”

“ขอบใจหนา ข้าไปก่อนล่ะ”ตรัสก่อนจักเสด็จออกไป ทิ้งให้เจ้าน้อยอยู่ตามลำพังกับแมวยี่หุบ

หลังลับพระวรกายกำยำไปแล้ว มือน้อยก็บรรจงประคองบัวสัตตบงกชดอกโตขึ้นจรดพระโอษฐ์บาง จุมพิตเบาๆบนกลีบบัวนุ่ม

“หม่อมฉันจักทำอย่างไรดีพระเจ้าค่ะ...จึงจักไม่รู้สึกกระไรกับพระองค์ไปมากกว่านี้”แนบพระปรางขาวกับบัวงาม นัยน์ตากวางหลับพริ้ม เกิดมามิเคยได้รู้จักความรักฉันชู้สาวจึงมิสันทัดเมื่อเกิดความรู้สึกหน่วงในพระทัย วางบัวงามแทนใจไว้ข้างพระเขนยก่อนจักเอนพระวรกายตะแคงข้าง ทอดพระเนตรสัตตบงกชเนิ่นนานเสียจนเข้าสู่ห้วงนิทรา

.

.

.

เจ้านายทั้งสี่แห่งภุมริกาทรงประทับอยู่ที่ศศิมณฑลเป็นเพลาหลายวัน จนถึงวันพิธีอภิเษกสมรสขององค์จันทร์ แลเจ้าน้อยบัวงาม

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าน้อย ตื่นเต้นหรือไม่”อรุณนี้พระมารดาศศิธรเสด็จมาหาว่าที่สุณิสาถึงตำหนักรับรอง ทอดพระเนตรร่างอรชรในอาภรณ์งดงามตรงหน้าแล้วลอบพยักพระพักตร์แย้มพระโอษฐ์องค์เดียว เจ้าน้อยช่างงามนัก ดวงหน้าหวานรับกับนัยน์ตากวางกลมโตที่ถอดแบบมาจากพระชายาชมนาดทุกกระเบียดนิ้ว

“พระเจ้าค่ะ หม่อมฉันกังวลนัก”พระพักตร์งามติดกังวลอย่างที่ทรงตรัส

“อย่าได้กังวลไปไม่ว่าจักเรื่องใด ประเดี๋ยวจักประชวรไปเสียก่อน”ตรัสพลางลูบผมนุ่มปลอบ

“พระเจ้าค่ะ”แย้มพระโอษฐ์ให้พระมารดาศศิธร จนน่าเอ็นดู

“หากสบายพระทัยแล้วก็ไปกันเถิด ประเดี๋ยวจักได้ฤกษ์พิธีศาสน์แล้ว”ตรัส

“พระเจ้าค่ะ”

.

.

.

พิธีศาสน์ผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น เหล่าราชวงศ์ต่างแคว้นเข้าร่วมยินดีแน่นขนัดท้องพระโรง รวมไปถึงการเวกที่มาร่วมพิธีเพียงองค์รัชทายาทเท่านั้น

“ยินดีด้วยหนาจ๊ะน้องบัวงาม”ตรัสพลางแย้มพระโอษฐ์ แต่สายพระเนตรกลับจับจ้องร่างงามตรงหน้าอย่างจาบจ้วง วันนี้เจ้าน้อยแห่งภุมริกางดงามเสียจนเหล่าเจ้าชายต่างแคว้นจับจ้องไม่วางตา หากแต่มิอาจเอื้อม คงจักมีเพียงองค์รัชทายาทการเวกกระมังที่กล้าใช้สายพระเนตรหยาบคายเช่นนั้น

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”พนมมือไหว้

“น่าเสียดายนักที่น้องมิเลือกพี่ ก็อย่างว่าล่ะหนา เจ้าผิดผีกับองค์จันทร์ท่านจึงต้องดองกันเยี่ยงนี้”พระสุระเสียงมิใช่เบาเรียกสายพระเนตรจากอาคันตุกะแคว้นอื่น

“.....”เจ้าบัวงามพระพักตร์เจื่อน

“จริงหรือเพคะ ที่เจ้าน้อยบัวงามผิดผีกับองค์จันทร์จึงต้องดองกัน”สนมเอกขององค์รัชทายาทการเวกเอ่ยขึ้นเสียงมิได้ดังน้อยไปกว่าพระภัสดาแลดูท่าจักดังกว่าด้วยซ้ำ

“ก็จริงหนาสิ ทั้งๆที่กำหนดวันเลือกคู่ไว้แล้ว เจ้าน้อยยังไปผิดผีกับองค์จันทร์”ตรัสจบเสียงฮือฮาเบาๆก็ดังขึ้น องค์รัชทายาทการเวกลอบยิ้มอย่างสาแก่ใจ

“.....”ผิดกับเจ้าบัวงามที่แทบจักร้องไห้อยู่รอมร่อ

“หากแต่ก็ยังมีการเลือกคู่อยู่ตามเดิม”

“มากไปหรือไม่องค์รัชทายาทการเวก”องค์จันทร์ที่สังเกตได้ถึงความผิดปกติภายในท้องพระโรงจึงกวาดพระเนตรหาว่าที่ชายาตน แลก็ได้เห็นว่าเจ้าน้อยคนงามถูกรุมโดยรัชทายาทการเวก แลสนมชั้นต่ำ พระวรกายกำยำรุดเข้าหาร่างบางอย่างเร่งรีบ พระหัตถ์รวบเอวน้อยเข้าหาตัวพลิกกายน้องให้หันซบพระอุระ ก่อนจักตรัสด้วยพระสุระเสียงเรียบนิ่ง

“หม่อมฉันพูดความจริงพะย่ะค่ะ มิได้ใส่สีตีไข่แต่อย่างใด”

“ฝ่าบาท”เจ้าบัวงามร้องเรียกเสียงสั่น พระหัตถ์ใหญ่ลูบแผ่นหลังบางปลอบเบาๆ

“นั่นก็เป็นเพราะท่านมิยอมให้ล้มเลิกพิธีเลือกคู่มิใช่หรือ เจ้าน้อยจึงต้องเสื่อมเกียรติเยี่ยงนี้”

“เจ้าน้อยเสื่อมเกียรติเพราะใจง่ายผิดผีต่างหาก หาได้เกี่ยวกับข้าไม่”

“ฮึก...”เจ้าบัวงามสะอื้น หยาดน้ำพระเนตรไหลอาบแก้มขาว นั่นทำให้องค์จันทร์กระชับพระกรแน่นกว่าเดิม

“ข้ากับเจ้าน้อยมิได้ผิดผี ข้ามิเคยล่วงเกินเจ้าน้อย แลเจ้าน้อยก็เลือกข้าเป็นคู่หากใช่ท่านไม่ แพ้แล้วพาลหาใช่วิสัยกษัตริย์ไม่”

“องค์จันทร์!!!”

“ข้าจักไม่เอาความท่าน แต่จงกลับไปเสียเถิด อย่าให้มีเรื่องหมางใจกันเลยหนา ท่านคงทราบดีว่าหากศศิมณฑลดองกับภุมริกาแล้ว การเวกคงไร้ทางสู้”

“หึ้ย!!!”ฟึดฟัดออกจากท้องพระโรง โดยมีนางสนมรีบสาวเท้าตามพระภัสดา

“เจ้าน้อย”ก้มพระพักตร์ตรัสกับร่างน้อยในอ้อมพระกร

“ฮึก..หมะ หม่อมฉัน อึก”

“มิเป็นไรหนา ไปพักก่อนเถิด”ประคองร่างน้อยออกจากท้องพระโรง

.

.

.

หลังจากปลอบเจ้าบัวงาม แลส่งร่างบางให้ผู้ใหญ่ปลอบต่อ องค์จันทร์จึงปลีกพระวรกายออกมาจัดการเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น แม้นแคว้นอื่นจักมิกล้าพูดเรื่องที่เกิดเพราะเกรงกลัวอำนาจบารมีของศศิมณฑล แลภุมริกา หากแต่ตัวต้นเรื่องอย่างองค์รัชทายาทการเวกที่คับแค้นใจตั้งแต่พิธีเลือกคู่ของเจ้าน้อย

“อุ้ย...ขอประทานอภัยเพคะ”ร่างระหงปะทะกับพระวรกายกำยำแรงจนองค์จันทร์ต้องประคองหญิงสาว

“มิเป็นไร”ปล่อยร่างบางก่อนจักถอยพระวรกายออกห่าง ทรงจำได้ว่าหญิงผู้นี้ก็คือสนมขององค์รัชทายาทการเวก

“เอ่อ...หม่อมฉันต้องขออภัยแทนองค์สินด้วยหนาเพคะที่เสียมารยาทกับพระองค์”ก้าวนวดนาดเข้ากราบแนบพระอุระกว้าง

“.....”มิตรัสแต่เบี่ยงพระวรกายหลบ

“..หากทรงกริ้ว จักให้หม่อมฉันทำกระไรไถ่โทษก็ได้ทุกอย่างหนาเพคะ หม่อมฉันยินดี”ชะงักไปก่อนจักรีบเปลี่ยนสีหน้า ฉีกยิ้มยั่วยวนที่ใช้ได้ผลกับองค์รัชทายาทการเวก หากแต่ใช้มิได้ผลกับองค์จันทร์ มือบางแสร้งปัดผ้าคลุมไหล่ตนเผยให้เห็นลาดไหล่เนียน แลเนินอกอวบที่มีผ้าแถบคาดอยู่หมิ่นเหม่เสียจนกลัวว่าจักหลุดเสียก่อน

“มิเป็นไรข้ามิได้กริ้วกระไรทั้งนั้น แลมิต้องไถ่โทษดอก”

“มิได้เพคะ หม่อมฉันใคร่อยากให้พระองค์ลงโทษหม่อมฉัน...แรงๆเพคะ”ช้อนตาอย่างยั่วยวน อกอวบใหญ่บดเบียดพระกรแกร่งไปมา

“เยี่ยงนั้นหรือ...”ก้มพระพักตร์มองดวงหน้างาม พระดัชนีเชยคางแหลมขึ้น

“เพคะ..แรงๆเพคะ”

“ได้...”เหยียดพระโอษฐ์ก่อนจักตรัสรับคำขอของนางสนมชั้นต่ำ พระองคุลีไล้เบาที่แก้มนวล อยากให้พระองค์ลงโทษแรงๆ พระองค์ก็จักมิขัดศรัทธาดอก

.

.

.

“ทูลฝ่าบาท องค์รัชทายาทการเวกขอเข้าเฝ้าพะย่ะค่ะ”เหมกราบทูลนายเหนือหัวที่ประทับตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มแต่งแต้มที่พระโอษฐ์ วันพรุ่งจักมีพิธีแต่งตั้งพระชายาในองค์จันทร์ เจ้าหลวงศศิมณฑล เมื่อครู่ก่อนเสด็จกลับตำหนักหลวงทรงเสด็จไปหาเจ้าน้อยที่ตำหนักรับรอง โชคดีที่เสด็จแม่ องค์ภุมริน แลพระชายาชมนาดทรงช่วยกันปลอบจนเจ้าน้อยสบายพระทัยยิ้มออก องค์จันทร์จึงได้เบาพระทัย

“มาแล้วหรือ ไวดีแท้ เชิญ”

“กราบเชิญองค์รัชทายาทการเวกพะย่ะค่ะ”

ปัง

“องค์จันทร์!! ทรงทำเช่นนี้กับสนมของหม่อมฉันได้อย่างไรพะย่ะค่ะ”

“ก็สนมของเจ้าร้องขอโทษทัณฑ์จากข้า ข้าก็สนองให้ไงเล่า”

“.....”กัดพระทนต์แน่นอย่างคับแค้นใจ สนมเอกที่ทรงโปรดมากที่สุดในบรรดาสนมหลายสิบคนถูกตบปากเสียจนแทบเสียโฉม

“หากนางผู้นั้นหายดี ก็ไปไถ่ถามกันเอาเองเถิดว่านางร้องขอโทษทัณฑ์จากข้าเพราะต้องการไถ่โทษแทนเจ้า..แรงๆจริงหรือไม่ หากแต่ข้าเป็นกษัตริย์ย่อมมิพูดโป้ปดเกินจริง”

“.....ฝากเอาไว้ก่อนเถิด อย่าให้ถึงทีข้าก็แล้วกันหนา”

“หึ...ข้าจักนับวันรอให้ถึงทีของเจ้าไวๆหนา เชิญกลับไปพักผ่อนตามอัธยาศัยเถิด”

“หึ้ย!!”ฟึดฟัดกระแทกพระบาทตึงตังออกไป

เป็นถึงองค์รัชทายาทแต่กลับทำองค์ราวกับเด็ก จักสงสารก็แต่ประชาชนชาวการเวกที่คงตกที่นั่งลำบากหากสิ้นเจ้าหลวงองค์ปัจจุบัน องค์รัชทายาทการเวกเป็นโอรสเพียงองค์เดียวที่เกิดกับพระชายา หากแต่เจ้าหลวงการเวกก็ยังมีโอรสอีกองค์ที่เกิดจากนางสนม โอรสที่เป็นเฉกเช่นเจ้าน้อยบัวงามหาได้สามารถจักสืบบัลลังก์ได้ไม่

.

.

.

เสียงดนตรีจากวงมโหรีดังก้องท้องพระโรงศศิมณฑล องค์จันทร์ประทับบนบัลลังก์อย่างสง่างาม เจ้าบ่าววันนี้รูปงามเสียจนมิอาจละสายตา พระพักตร์งามเรียบนิ่งหากแต่เจือแววอ่อนโยน ทรงรอเจ้าน้อยเจ้าสาวของวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ อีกมินานก็ใกล้จักถึงฤกษ์แล้ว บรรดาอาคันตุกะที่มาร่วมพิธีต่างประทับบนตั่งที่ขนาบสองข้างทางเดินรวมถึงองค์รัชทายาทการเวกที่ประทับองค์เดียวไร้เงาสนมคนงาม ถัดไปจึงเป็นเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ที่นั่งพับเพียบที่พื้น

“เจ้าน้อยเสด็จพะย่ะค่ะ”สิ้นเสียงข้าหลวงนายทวาร ร่างบางอรชรก็ค่อยๆก้าวย่างเข้ามาอย่างสำรวม วันนี้เจ้าบัวงามสวมเสื้อแขนกระบอกคอตั้งสีขาวกระบังคาดสไบสีหงส์ดินขลิบด้ายทอง ที่เอวบางคาดด้วยรัดพระองค์ทองคำฝังพลอยสีแดงน้ำงาม ตัดกับโจงกระเบนสีเดียวกับสไบ พระพักตร์งามขาวผ่อง คิ้วบางพาดเหนือนัยน์ตากวางกลมโต ริมฝีปากบางแดงระเรื่อด้วยชาด งดงามราวนางอัปสรบนสรวงสวรรค์

“ถวายพระพรพระเจ้าค่ะฝ่าบาท”หมอบกราบแทบพระบาทองค์จันทร์

“.....”มิตรัสตอบหากแต่แย้มพระโอษฐ์น้อยๆให้

“.....”เจ้าบัวงามพระพักตร์แดงซ่าน หลุบนัยน์ตากวางหลบสายพระเนตรคมขององค์จันทร์

“...บัดนี้ได้ฤกษ์งามยามดี ข้าจึงขอสถาปนาเจ้าบัวงาม เจ้าน้อยแห่งภุมริกาขึ้นเป็นชายาของข้า เจ้าหลวงแห่งศศิมณฑล”ตรัสจบจึงเปิดกรวยบายศรีสู่ขวัญ นั่นเท่ากับว่า ณ เพลานี้เจ้าบัวงามได้เป็นชายาขององค์จันทร์อย่างเป็นทางการแล้ว

“ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”ตรัสเสียงแผ่ว

“อืม”ขานรับในพระศอก่อนจักเลื่อนพระหัตถ์กุมมือน้อยของชายาไว้แน่นดึงร่างน้อยขึ้นประทับข้างพระวรกาย

“.....”

“ธำมรงค์นี้เป็นของเสด็จแม่ศศิธร เป็นของพระชายาศศิมณฑล”ตรัสพลางประคองมือเล็กไว้บนพระหัตถ์อุ่น

“.....”เจ้าบัวทอดพระเนตรธำมรงค์วงงาม ธำมรงค์ทองคำฝังพลอยสีแดงใสวาวต้องแสงที่ถูสวมเข้ามาบนพระอนามิกาข้างซ้ายของตน

“แลบัดนี้มันเป็นของเจ้า”

“...ขะ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”พนมพระหัตถ์กราบแนบพระอุระ**พระภัสดา**

“มิต้องขอบใจดอกมันเป็นของเจ้า...ของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว”ลูบพระเกศานุ่มลื่นเบาๆ

“.....”

“แลอย่าถอดห่างตัวล่ะ”

“พระเจ้าค่ะ”ในพระทัยเจ้าน้อยทรงดำริไปเองว่าองค์จันทร์อาจจักกลัวตนทำหายจึงรับสั่งมิให้ถอด แต่สำหรับเจ้าหลวงศศิมณฑลเพราะมิใคร่อยากให้น้องน้อยถอดจึงรับสั่ง หาได้กลัวหายไม่

.

.

.

หลังจากวันพิธีสถาปนาเจ้าน้อยบัวงามขึ้นเป็นชายา องค์จันทร์ก็ทรงมีรับสั่งให้สำนักโหรหลวงกำหนดฤกษ์ร่วมหอขึ้น นั่นก็คืออีกห้าวันที่จักถึงนี้ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๙ เวลายามสอง เมื่อมีกำหนดการออกมาชัดเจนเยี่ยงนี้ก็ทำเอา**พระชายาบัวงาม**กังวลพระทัยยิ่ง แต่ที่ดูจักกังวลมากกว่านั้นคงมิพ้นองค์ภุมรินผู้เป็นพ่อที่ดูจักร้อนพระทัยยิ่งนัก

“เสด็จพี่พระเจ้าค่ะ อย่าทรงกังวลไปเลยอย่างไรเสียลูกเราก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียเขาแล้ว”

“โถ่ เจ้าชมนาดเมียรัก กระนั้นก็เถิด พี่ก็อดกังวลใจมิได้อยู่ดีหนาเจ้า เจ้าบัวงาม เราหรือเลี้ยงมาดั่งแก้วตาดวงใจ ยุงมิให้ไต่ไรมิให้ตอม จู่จักต้องให้ชายอื่นเชยชม พี่ทำใจลำบากนัก”

“ชายอื่นที่ว่าก็พระภัสดาของลูกหนาพระเจ้าค่ะ”

“.....”

“มิอยากอุ้มหลานหรือพระเจ้าค่ะ”

“...ก็อยากอยู่ดอกเจ้า”

“หากอยากอุ้มหลานก็ทรงปล่อยวางพระทัยเถิดพระเจ้าค่ะ”

“ต้องเอาลูกไปแลกหลานสิหนา”

“.....”ดวงหน้าหวานส่ายเบาๆให้กับความหวงลูกของพระภัสดา

.

.

.

หลังจากมีกำหนดการแจ้งมาที่พระชายาเรื่องฤกษ์ยามของพิธีร่วมหอ เจ้าบัวงามก็แทบมิกล้ามองพระพักตร์พระภัสดา หากแต่ก็ละเลยหน้าที่ปรนนิบัติสวามีมิได้ แม้จักได้เป็นพระชายาแล้วแต่หาได้ร่วมบรรทมตำหนักเดียวกับองค์จันทร์ไม่ เจ้าบัวงามจักต้องเข้าพิธีร่วมหอเสียก่อนจึงจักเข้าอยู่ตำหนักหลวง

“เป็นกระไรไปหรือเจ้าบัว มิสบายตรงไหนหรือไม่”

“มะ มิได้พระเจ้าค่ะ”

“แลเหตุใดจึงมิมองหน้าข้าเสียเลย ข้าทำการอันใดให้เจ้าโกรธเคืองหรือเจ้าบัว”

“หะ หามิได้พระเจ้าค่ะ พระองค์มิได้ทำการใดให้หม่อมฉันโกรธเคือง แลหม่อมฉันก็มิได้เป็นกระไรพระเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงมีท่าทีแปลกไปเช่นนี้ ตั้งแต่กำหนดการร่วมหอออกมาเจ้าก็.....”

“.....”

“หรือเจ้ากังวลเรื่องพิธีร่วมหอของเราหรือ”

“.....”สิ้นพระสุระเสียงของพระภัสดา พระพักตร์งามก็เห่อร้อนแดงซ่านไปถึงพระกรรณเล็ก เจ้าบัวงามก้มหน้าจนพระหนุชิดพระอุระบาง

“เจ้าบัว..”เชยคางมนขึ้น องค์จันทร์ทรงทอดพระเนตรดวงหน้าหวานแดงระเรื่อของเมียด้วยความเอ็นดู

“พะ พระเจ้าค่ะ”

“หึหึหึ...พวกเจ้าออกไปก่อนข้าใคร่อยู่ตามลำพังกับเจ้าบัว”รับสั่งข้าหลวงที่คอยรับใช้

“เพคะ”หมอบกราบแลทยอยกันออกไปจนเหลือเพียงนายเหนือหัวสองพระองค์

เมื่อข้าหลวงที่คอยถวายงานรับใช้ออกไปจนสิ้น ก็ทรงอุ้มร่างแน่งน้อยขึ้นนั่งบนพระเพลา

“อ๊ะ ฝ่าบาท”เจ้าบัวงามผวากอดรอบพระศอแกร่ง

“ไหนบอก**พี่**สิเจ้าว่ากังวลเรื่องใด หืม”ตรัสถามพลางใช้ข้อพระองคุลีเกลี่ยปรางขาว

“ฝ่าบาท...หม่อมฉัน...”

“.....”ตั้งพระทัยรอฟังในสิ่งที่เมียพูด

“.....”แต่แล้วก็กลับเงียบทั้งสองพระองค์

“เอาเถิดๆ เจ้าบัวอย่ากังวลไป พี่มิทำเจ้าเจ็บดอก”

“.....”ก้มพระพักตร์งุด มิกล้าสู้หน้า

“...ตั้งแต่ได้เป็นชายาพี่ก็ยังมิมีคนสนิทที่ไว้ใจได้นอกเสียจากพี่เลี้ยงที่มาจากภุมริกาเลยใช่หรือไม่”ทรงเปลี่ยนเรื่องตรัสเพื่อมิให้เมียกังวลใจไปมากกว่านี้

“พระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้นให้สายหยุดมารับใช้เจ้าดีไหม”

“พี่สายหยุดหรือพระเจ้าค่ะ”เงยพระพักตร์ขึ้นถาม

“ใช่ ข้าไว้ใจสายหยุดว่าจักดูแลเจ้าได้ดีที่สุด”

“.....”

“ว่าอย่างไร ขัดข้องกระไรหรือไม่”

“มิได้พระเจ้าค่ะ”

“เยี่ยงนั้น ข้าจักให้เจ้าเหมไปแจ้งสายหยุดให้เข้าวัง”

“พระเจ้าค่ะ”

“เอาละ อย่าไปคิดมากเลยหนา มาปรนนิบัติพี่ต่อเถิด”

“พระเจ้าค่ะ...ทรงปล่อยหม่อมฉันก่อนเถิดพระเจ้าค่ะ”ขืนกายน้อยๆ

“มิต้องดอก นั่งแบบนี้แล”

“แต่หม่อมฉันจักปรนนิบัติพระองค์ได้มิถนัดหนาพระเจ้าค่ะ”

“นั่งเยี่ยงนี้แล”รับสั่งมาเช่นนี้เจ้าบัวจักปฏิเสธได้อย่างไร

ฟอด

“อ๊ะ”สะดุ้งเฮือกยกพระหัตถ์จับพระปรางตน

“หอม”ตรัสสั่นๆแต่ทำเอาเจ้าบัวแทบจักแทรกแผ่นดินหนี แลเช่นนี้จักมิให้กังวลเรื่องพิธีร่วมหอได้อย่างไรกัน พระนาสิกโด่งเป็นสันคลอเคลียปรางนวลมิห่าง พาให้ใจคนงามสั่นไหวชวนให้ลมจับ

ความคิดเห็น