Finland (ช้อย)

อัพทุกวันตอนเช้า ๆ เหมือนเดิมจ้า.....!!! กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ ^^

Chapter 32 : เรื่องดี ๆ กำลังจะเกิดขึ้น....!!

ชื่อตอน : Chapter 32 : เรื่องดี ๆ กำลังจะเกิดขึ้น....!!

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 45.2k

ความคิดเห็น : 225

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2560 07:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 32 : เรื่องดี ๆ กำลังจะเกิดขึ้น....!!
แบบอักษร

 

ปลื้ม.....................................

 

หลังจากปานกับปูนได้มาอยู่ที่คอนโดกับผมแล้ว ไอ้บ้าติณมันก็ไม่ค่อยเครียดเรื่องแพรวาเหมือนกับตอนแรก ๆ แต่ผมรู้ว่ายังไงมันก็ยังคิดถึงลูกอยู่ ก็พ่อลูกกันอ่ะนะ แต่อย่างน้อยตอนมันเลิกงานกลับมาที่ห้องก็ยังมีปานกับปูนวิ่งเข้าไปออเซาะฉอเลาะมัน ทำให้มันคลายเศร้าลงไปได้บ้าง อีกไม่นานก็จะเปิดเทอมแล้ว ปานกับปูนตื่นเต้นที่จะได้ไปโรงเรียน ปานเรียนอนุบาล แต่ปูนยังอยู่ชั้นก่อนวัยเรียน แต่เรียนที่เดียวกันเป็นโรงเรียนเอกชนค่าเทอมแพงมหาโหด ถ้าไม่มีไอ้บ้าติณน้องผมคงไม่มีทางได้เฉียดเข้าไปเรียนแน่

 

“พ่อติณกลับมาแล้ว”  ปูนรีบเข้าไปกอดแข้งกอดขาขณะที่มันเพิ่งเลิกงานเข้าห้องมา มันรีบอุ้มปูนขึ้นทันที

 

“ปานล่ะลูก...?” มันหันไปถามกับปูน

 

“พี่ปานอาบน้ำอยู่ค่ะ”  ปูนตอบกับมันไป แล้วมันก็อุ้มปูนเดินเข้ามาหาผม

 

“กลับมาแล้ว” มันยิ้มบอกกับผม

 

“อืม”  ผมยิ้มตอบกลับมันไป

 

“มึงทำอะไรอยู่วะ...?”  มันคงเห็นผมกำลังง่วนอยู่ในครัว

 

“ทำไข่เจียวให้เด็ก ๆ”  ผมบอกกับมันไป

 

“ห๊ะ...!! มึงเนี่ยนะทำไข่เจียว...?”  มันคงแปลกใจที่เห็นผมเข้าครัว

 

“เออ ตอนอยู่สลัมกูทำให้น้องกินบ่อย ๆ”  ผมบอกกับมันไป เพราะปกติอยู่ที่นี่ผมไม่ค่อยได้เข้าครัวเพราะมันจะสั่งขึ้นมาทานซะมากกว่า

 

“ทำไมไม่สั่งห้องอาหารข้างล่างขึ้นมาล่ะปลื้ม...?”  ผมคิดเอาไว้แล้วว่ามันต้องพูดแบบนี้

 

“อะไรที่ช่วยประหยัดได้ก็ต้องช่วยกัน น้องมันกินง่ายอยู่ง่าย ไข่เจียวมันก็กินกันได้”  ผมบอกกับมันไป มันไม่ตอบได้ยิ้มให้ผม

 

“พี่ปลื้มทำไข่เจียวอร่อย”  แล้วปูนก็บอกกับมัน

 

“จริงเหรอลูก...?”  มันหอมแก้มปูนถามกลับไป

 

“พ่อติณสวัสดีค่า”  ปานรีบวิ่งเข้ามาไหว้กล่าวทักทายมัน

 

“อาบน้ำอยู่เหรอปาน...?”   มันถามกับปาน

 

“ค่า หนูเพิ่งอาบน้ำเสร็จ”  ปานยิ้มแป้นตอบกับมันไป

 

“งั้นทำเผื่อกูด้วยละกัน เดี๋ยวสั่งที่ห้องอาหารมาอีกซักสองสามอย่าง”  แล้วมันก็บอกกับผม ผมได้แต่พยักหน้ารับ

 

หลังจากทานข้าวเสร็จ ทุกคืนไอ้บ้าติณมันจะเข้าไปอ่านนิทานให้กับปานกับปูนฟังก่อนนอนเสมอ ชีวิตของปานกับปูนไม่เคยมีใครอ่านนิทานให้ฟังก่อนนอนมาก่อน น้องผมจะมีความสุขทุกครั้งตั้งใจฟังนิทาน ผมเห็นก็พลอยตื้นตันใจไปด้วย ไม่แปลกที่ปานกับปูนรักมันมาก พอส่งน้อง ๆ เข้านอนเสร็จมันก็กลับเข้ามาในห้อง

 

“ลูกหลับกันหมดแล้วว่ะ”  มันเดินเข้ามาหาผมขณะที่ผมนั่งดูทีวีอยู่ แล้วโน้มตัวผมเอาไปกอด

 

“ถ้ามีแพรวาอยู่ด้วยอีกคน ชีวิตนี้กูก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”  มันบอกกับผมเบาๆ  แล้วกอดผมเอาไว้แน่น

 

“กูมีความรู้สึกว่าอีกไม่นานแพรวาจะกลับมา” ผมเงยหน้าบอกกับมันไป

 

“กูก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”  มันยิ้มให้กับผม

 

“อีกไม่กี่วันโรงเรียนลูกก็จะเปิดเทอมแล้ว มึงก็เหลืออีกปีเดียวก็จะจบแล้วนะปลื้ม”  มันบอกกับผม

 

“กูคงไปส่งน้องไม่ทัน โรงเรียนกูอยู่ไกล”  ผมบอกกับมันไป ผมยังเป็นกังวลเรื่องนี้อยู่

 

“มึงไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตอนเช้ากูจะไปส่งลูกเอง กูไม่อยากให้คนขับรถไปส่ง”  มันบอกกับผม

 

“อีกแค่ปีเดียวกูก็จะเข้ามหาลัยแล้ว พอเข้ามหาลัยกูก็ไปส่งน้องได้”  ผมอยากแบ่งเบาภาระมันบ้าง

 

“ป่ะ เข้านอนกันเหอะ ดึกแล้ว”  แล้วมันก็พาผมไปนอนที่เตียง

 

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปานกับปูนได้มาอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันกับผมได้หนึ่งปีเต็ม และแพรวาก็ไปอยู่อังกฤษได้หนึ่งปีแล้วเหมือนกัน ผมก็เรียนจบ ม.6 ซักที ปานก็อายุได้ 5 ขวบ ส่วนปูนก็ 3 ขวบตามลำดับ แพรวาก็คงจะอายุสามขวบกว่าแล้วเหมือนกันเพราะแก่กว่าปูนนิดหน่อยผมจะเข้าเรียนมหาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ไอ้บ้าติณมันอยากให้ผมเรียนที่นี่ ผมก็เลยตามใจมัน ผมยังไงก็ได้ เพราะมันเป็นคนออกตังค์ให้ทั้งหมด อิอิอิ และที่สำคัญผมไม่ได้เรียนเก่งอะไรไปสอบแข่งขันกับคนอื่นก็คงไม่ไหว

 

“มึงโตขึ้นมากเลยนะปลื้ม อ่ะ.. อ๊ะ.. อ๊า”  มันกำลังกระแทกท่อนลำใส่ช่องทางผมไม่ยั้ง

 

“อย่าเพิ่งพูดอะไรได้มั้ยวะ...? กูเสียวจะตายอยู่แล้ว อึก.. อื้อ.. อืมมมม”   ผมจิกผ้าปูเอาไว้แน่น

 

“มึงนี่เอ็กซ์ยังไงก็ไม่เคยเปลี่ยน โตขึ้นยิ่งน่าเย็ดหนักเข้าไปอีก งั้นกูไม่เกรงใจล่ะนะ”

 

อัก.. อัก.. อัก..!!  มันโถมตัวกระแทกท่อนลำใส่ช่องทางผมอย่างเมามัน

 

“เสียวชิบหาย อย่างนั้นแหล่ะ แรง ๆ อูยยยย.. อู้ววว.. โอ้วววว”  ยิ่งผมครวญครางมากเท่าไหร่มันก็กระหน่ำกระเด้าท่อนลำใส่ช่องทางผมไม่ยั้ง

 

“กูรักมึงนะปลื้ม ซี๊ดดดดด อะ.. อ่ะ.. อ๊ะ.. อึก.. อื้อ”               

 

“ไม่ไหว แรง ๆ จะแตกแล้ว แรง ๆ”  ผมหน้าบิดเบี้ยวเหยเกเพราะเสียวเต็มที

 

“โอ้ย...!!”  ผมกระตุกสองสามครั้งแล้วน้ำกามก็พุ่งรดใส่หน้าท้องตัวเอง พร้อมกับที่มันแตกข้างในตัวผมเหมือนอย่างเคย

 

แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก “สุดยอด กูไม่เคยเบื่อที่มีอะไรกับมึงเลยว่ะ”  แล้วมันก็บอกกับผม

 

“เอาออกไปก่อน กูเหนื่อย”  ผมบอกกับมันไป

 

หลังจากที่เราทั้งคู่ไปอาบน้ำชำระคราบอะไรต่อมิอะไรจนสะอาดหมดจดแล้ว มันก็พาผมกลับมานอนที่เตียงเหมือนเดิม

 

“มึงหล่อขึ้นมากเลยนะปลื้ม เข้ามหาลัยแล้วห้ามจีบสาวนะเว้ย”  มันกอดแล้วเอามือลูบหัวผมเบา ๆ

 

“สัส...!! อยู่กันมาตั้งนานยังไม่ไว้ใจอีก”  ผมว่าให้มันไป

 

“ไม่รู้ล่ะ เมียกูหล่อนี่หว่า กูหวง” มันกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

 

“ถ้าไม่ใช่มึงกูก็ไม่เอาหรอก พอใจยัง”  ผมบอกกับมันไป

 

“มึงแม่งน่ารักจริง ๆ เลยว่ะ กูรักมึงจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วนะเนี่ย”  มันหอมเข้าที่หน้าผากผมเบา ๆ

 

“มึงแม่งปากดี”  ผมยิ้มอาย ๆ บอกกับมันไป

 

ไอ้บ้าติณมันบ้าพลังมาตั้งแต่ผมรู้จักกับมันใหม่ ๆ แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ทั้งเรื่องงาน เรื่องออกกำลังกาย รวมถึงเรื่องอย่างว่าด้วย

 

“ต่อไปกูจะเป็นคนส่งน้องไปโรงเรียนเอง มึงจะได้ไม่ต้องลำบาก”  ผมบอกมันไป

 

“ลำบากอะไร..? นั่นลูกกูเหมือนกันนะเว้ย”  มันทำหน้าไม่พอใจบอกกับผม

 

“กูขอโทษ กูก็แค่อยากแบ่งเบาภาระมึงก็เท่านั้น” ผมรีบบอกกับมันไป

 

“เมียกูน่ารักเสมอ”  จุ๊บ..... แล้วมันก็เข้ามาจูบปากผมเบา ๆ

 

“ปลื้ม กูรักมึงมากขนาดนี้ ชีวิตกูขาดมึงไม่ได้นะเว้ย ตอนนี้กูเหลือแค่มึงกับลูกเท่านั้น กูทำงานทุกวันนี้ก็เพื่อลูกเพื่อเมียนะ”  มันทำหน้าจริงบอกกับผม

 

“ขอบคุณนะ กูก็รักมึง รักมากกกกกกกกกกกกกกกด้วย”  ผมลากเสียงยาว พอมันได้ยินก็ได้แต่ยิ้มกริ่ม

 

เข้านอนเหอะกูง่วงแล้ว ผมบอกกับมันไปเบา ๆ แล้วขยับซุกตัวเข้าซบที่อกมัน

 

คืนนั้นผมก็นอนหลับอยู่ภายใต้อ้อมกอดมันเหมือนกับทุกคืนที่ผ่านมา

 

ทุกวันเสาร์อาทิตย์ผมกับน้องจะกลับมานอนที่บ้านแม่ตามที่ได้เคยบอกกับแม่เอาไว้ ไอ้บ้าติณมันก็มาค้างกับผมด้วย เช้านี้มันก็มาส่งผมกับน้องที่บ้านก่อนจะออกไปทำงาน

 

“กูไปทำงานก่อนนะ เย็นจะกลับมาทานข้าวด้วย”  มันบอกกับผม

 

“ปานปูนมาให้พ่อหอมก่อนไปทำงานก่อน”  แล้วมันก็หันไปบอกกับปานปูน พอหอมแก้มลูกเสร็จมันก็ขับรถออกไป

 

“แม่จ๋าหนูมาแล้ว”  ปานกับปูนรีบวิ่งเข้าไปในร้าน ผมก็เดินตามน้องเข้าไป ปานชอบช่วยแม่ขายของมาตั้งแต่แรกแล้ว พอลงรถปุ๊บก็ช่วยแม่ขายของปั๊บ ส่วนปูนก็พุ่งเข้าไปห้องครัวเหมือนอย่างเคย

 

“แล้วไอ้เปรมล่ะแม่...?”  ผมไม่เห็นมันอยู่ข้างล่าง

 

“อยู่บนห้อง แม่เห็นหมู่นี้เหมือนกับเครียด ๆ จะขึ้น ม.6 แล้วคงจะเรียนหนัก”  แล้วแม่ก็บอกกับผม ผมเลยเดินขึ้นชั้นบนไปหามันที่ห้อง

 

“ไอ้เปรม กูเอง”  ผมตะโกนบอกกับมันไป ไม่นานมันก็เปิดประตูให้กับผม ผมเลยเดินเข้าไปนั่งที่เตียงมัน

 

“เป็นอะไรวะ สีหน้าไม่ค่อยดี..?”  ผมถามมันไป มันก็ได้แต่เงียบไม่ยอมตอบ

 

“เรียนหนักเหรอวะ...?” ผมถามมันไปอีกครั้ง มันก็ยังเอาแต่เงียบผมรู้ว่ามันต้องมีปัญหาอะไรซักอย่างแน่... ซักพัก

 

“เรื่องเรียนกูไม่ค่อยเท่าไหร่หรอก แต่เรื่อง.....”  มันไม่ยอมพูดต่อ

 

“เรื่องไรวะ....?”  ผมถามมันไป

 

“ก็เรื่องกูกับไอ้ดิวอ่ะดิ คบกันมาตั้งนานกูยังไม่ได้บอกแม่ซักที ไอ้ดิวมันก็ถามกูอยู่บ่อย ๆ เมื่อไหร่จะพามันมาแนะนำให้แม่ได้รู้จัก มันหาว่ากูไม่จริงใจกับมันไม่ยอมบอกอะไรกับแม่”  แล้วไอ้เปรมก็บอกกับผม

 

 

“แล้วทำไมมึงไม่บอกกับแม่ไปล่ะ...?”  ผมถามมันไป

 

“สัส....!! แม่บอกเหลือกูที่ยังเป็นความหวังมีลูกมีหลานไว้สืบสกุล”   มันเงยหน้าเศร้าบอกกับผม

 

“ขอโทษนะเว้ยที่กูมันไม่เอาไหน”  ผมรู้สึกผิดขึ้นมาเหมือนกับผมเอาตัวรอดอยู่คนเดียว ปล่อยให้น้องมันเป็นทุกข์

 

“เฮ้ย ไม่เกี่ยวกับมึง ทุกวันนี้แม่กับพวกกูมีที่อยู่ที่กินก็เพราะมึงนะเว้ย มันเป็นเรื่องของกูเอง”  มันรีบบอกกับผม

 

“แล้วมึงจะเอายังไงต่อ...?”  ผมถามมันไป

 

“เดี๋ยวก็คิดออกเองแหล่ะ มึงไม่ต้องเป็นห่วง” มันพูดเลี่ยงเพื่อให้ผมสบายใจขึ้น ผมเดินเข้าไปตบไหล่มันเบา ๆ

 

RRRRRRRRRRRRRRRRR  แล้วเสียงโทรศัพท์ผมก็ดังขึ้น ไอ้ขวัญมันโทรมันบอกจะมาหาผมที่บ้าน เพราะมันรู้ว่าเสาร์อาทิตย์ผมจะกลับมานอนค้างที่บ้าน  ไม่นานนักมันก็มาหาผม ผมเลยลงไปหามันข้างล่าง

 

“มึงแม่งโชคดีชะมัดได้เข้ามหาลัยดี ๆ ได้ผัวรวยก็เงี๊ยะ”  มันเอ่ยทักทายผมก่อน

 

“แล้วมึงอ่ะ...?” ผมถามมันกลับ

 

“ยังไม่รู้เลยว่ะจะให้กูไปเข้าที่เดียวกับมึง กูไม่มีปัญญาหรอก”  มันบอกกับผมน้ำเสียงเศร้า ๆ

 

“เอ๊า... ไอ้ดำมันก็รวยนี่หว่าไม่บอกให้มันส่งมึงเรียนล่ะ...?”  ผมถามมันไป

 

“สัส...!! มันจะจริงจังกับกูแค่ไหนก็ยังไม่รู้ แม่งเจ้าชู้กะล่อนออกปานนั้น”  มันบอกกับผมเหมือนกับยังไม่ไว้ใจไอ้ดำ

 

“หึงมันว่างั้นเหอะ...?”  ผมแกล้งแย็บถามมันไป

 

“สัส...!! ใครหึงไม่มี๊”  แม่งเสียงสูงซะ

 

“วัน ๆ มีแต่ผู้หญิงมาตอม เห็นแล้วอยากกระทืบ”  มันเบะปากพูดสีหน้าค่อยไม่พอใจ

 

“กระทืบมันหรือกระทืบผู้หญิงวะ...?”  ผมยังแหย่มันไปไม่เลิก

 

“กระทืบแม่งหมดนั่นแหล่ะ”  มันทำหน้าจริงจัง

 

“สัส...!! มึงนี่น๊าแม่งโคตรปากแข็ง”  หึหึหึ ผมได้แต่หัวเราะอยู่ในลำคอ

 

คุยกับมันได้ซักพักก็มีสายโทรเข้ามาหามัน ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นใคร

 

“เออ จะไปเดี๋ยวนี้แหล่ะ...!!”  มันพูดกระแทกเสียงเหมือนกับไม่พอใจ

 

“กูไปก่อนนะเว้ย ไอ้เหี้ยดำมันเรียกกูอีกแล้วว่ะ”  มันบอกกับผม แล้วก็เดินออกจากร้านไป

 

เท่าที่ผมรู้จักกับไอ้ดำเห็นมันชอบควงสาว ๆ ร่อนไปร่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว บ้านมันรวยเลยมีสาวเข้ามาให้มันเลือกไม่ซ้ำหน้า ถ้าไอ้ขวัญอยากปราบมันให้อยู่หมัด ไอ้ขวัญต้องจัดการมันขั้นเด็ดขาด ผมไม่อยากจะคิดว่าต่อไปพวกมันสองคนจะเป็นยังไง คงจะสนุกน่าดู อิอิอิ

 

พอตกเย็น แม่กับน้อง ๆ ก็ทานข้าวกันก่อน ส่วนผมรอทานกับไอ้บ้าติณ ร้านแม่จะปิดตอนสามทุ่มตอนเย็นคนยิ่งคึกคัก ยิ่งพรุ่งนี้วันพระด้วยแล้วดอกไม้พวงมาลัยจะขายดี ผมเลยก็เข้าไปช่วยแม่ขายของ  ไม่นานนักผมก็เห็นรถไอ้บ้าติณมันขับมาจอดที่หน้าร้าน ปานกับปูนอยู่ข้างบนห้องยังไม่รู้ว่าพ่อมันกลับมาแล้ว พอมันปิดประตูรถเสร็จมันก็รีบตรงดิ่งเข้ามาหาผมในร้านทำหน้าตาตื่น

 

หมับ....!! “ปลื้ม กูดีใจมากเลยว่ะ”  แล้วมันก็เข้ามากอดผมเอาไว้แน่น

 

“ไอ้เหี้ย คนเต็มร้านปล่อยก่อน”  ผมรีบผลักอกมันออกจะดีใจอะไรปานนั้นวะ

 

“ก็กูดีใจนี่หว่า”  มันยิ้มแป้นหน้าบานบอกกับผม คงมีเรื่องอะไรดีแน่ ๆ มันถึงหน้าตาดูมีความสุขขนาดนี้

 

“มีเรื่องอะไรวะ ถูกหวยรึไง...?”  ผมแกล้งถามมันไป

 

 

“สัส..!! ยิ่งกว่าถูกหวยซะอีก ป่ะขึ้นไปคุยกันข้างบน”  แล้วมันก็รีบฉุดแขนผมพาเดินขึ้นไปข้างบนห้อง

 

.................................................................

 

.................................................................

To be continue.............

.................................................................

 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า

 

finland (ช้อย)

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}