June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

67. ไม่ชอบ​ขัดใจ​ (เสกต่อ)

ชื่อตอน : 67. ไม่ชอบ​ขัดใจ​ (เสกต่อ)

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.3k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2562 18:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
67. ไม่ชอบ​ขัดใจ​ (เสกต่อ)
แบบอักษร

ต่อ Part

ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนที่เข้ามาชม​  การเเสดงผมพยายามมองหาแผ่นหลังของร่างสูงที่คุ้นเคยเผื่อว่าจะยังอยู่แถวๆนี้ ไม่มี ไม่เห็น ไอ้พี่เสกไปแล้ว ผมรีบเดินลงเวทีไปไล่สายตามองหา

" พี่ต่อๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน​ " 

เกดยื่นหน้ามากระซิบบอกดึงแขนผมไว้

"  เกด เมื่อ... เมื่อกี้... คุณเสกอยู่ที่นี่  "  

ผมบอกเกดด้วยความตื่นเต้นปนตกใจ แล้วเกดไล่สายตามองหาก็เลยหยิบมือถือกดโทรหาไอ้พี่เสกทันที  สักพักก็ส่ายหน้าแล้วบอกว่าไอ้พี่เสกปิดเครื่องทำไงดีไอ้พี่เสกต้องโกรธแน่ๆผมทำท่ากระวนกระวายใจ

" เกดคิดว่าพี่เสกน่าจะอยู่ที่โรงเเรม " เกดบอก

"  งั้นเดี๋ยวพี่ไปที่หาโรงแรม​  "  

ผมบอกอย่างรีบร้อนเดินไปหยิบกระเป๋าเป้ในห้องแต่งตัวจนลืมไปว่าตัวเองยังไม่ได้ เปลี่ยนชุด เพราะตอนนี้ผมแต่งชุดผู้หญิงอยู่

"  งั้นพี่ต่อเอานี่ไป​  จำเป็นต้องใช้  "  

เกดโยนกุญแจมาให้  ผมทำหน้างง แล้วเกดก็อธิบายว่ามันเป็นกุญแจสำหรับใช้ปลดล็อค​ลิฟต์ที่ขึ้นไปชั้นบนสุดซึ่งมีแต่ คนในครอบครัวเท่านั้นที่มีผมรับกุญแจมาและรีบเดินฝ่าผู้คนออกมา

รีบโบกแท็กซี่และบอกจุดหมายปลายทางทันที

โรงเเรม Q

ผมลงจากรถแท็กซี่ด้วยอาการทุลักทุเลเพราะว่ารู้สึกเจ็บที่เท้ารองเท้าส้นสูงทำพิษ

แต่ก็ยังเดินกะเผลกๆไปที่ด้านหลังของโรงแรม ใช้กุญแจปลดล็อค​ลิฟต์ส่วนตัวแล้วกดที่ตัวเลขที่บอกว่า ชั้นบนสุดทันทีประตูลิฟต์เปิดออก​   ผมรีบเดินกะเผลกไป หยุดอยู่ที่หน้าห้องสูทหรูห้องพักส่วนตัวไอ้พี่เสกที่ผมเคยมาค้างที่นี่เเล้วคืนนึง รวบรวมความกล้ากดกริ่งไป2ครั้งผ่านไปสักพักก็ไม่มีคนมาเปิด

ไม่อยู่? หรือว่าอยู่ที่ห้องทำงานที่อยู่ประตูถัดไป

ผมกำลังจะหมุนตัวกลับเสียงประตูก็เปิดออกมา

ผมรีบหันไปผมได้แต่ยืนช็อคกับบุคคลที่ยืนอยู่หน้าห้องรู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงในร่างกายมลายหายไปหมดสิ้น

ผู้ชายร่างเล็กผิวขาวใสใส่แค่ชุดคลุมอาบน้ำยืนอยู่ตรงหน้าผมมองผมด้วยท่าทีตกใจปนสงสัย

ผู้ชายคนนี้เป็นใคร?  ทำไมถึงอยู่ในห้องนี้ห้องที่ไอ้พี่เสกบอกว่าเป็นส่วนตัวนักหนา

" เธอมาหาใคร​ ​ถ้าเป็นเจ้าของห้องละ​ก็อาบน้ำอยู่ "  

ผู้ชายคนนั้นบอกเสียงหวานพลางมองสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้า คำว่าเธอทำให้ผมก้มลงสำรวจตัวเอง ผมลืมเปลี่ยนชุด?  ตอนนี้ผมยังอยู่ในชุดกระโปรงยาวลูกไม้สีขาวอยู่เลย

" เอ่อ... คือ......"   ผมอ้ำอึ้ง

" ไม่ต้องห่วงเธอไม่ได้มาขัดจังหวะหรอกเพราะว่า .. "  

ผู้ชายคนนั้นพูดค้างไว้แล้วก็เอามือจับสาบเสื้อคลุมตัวเองออกมาเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้..

"  ใครมาหรอ?  เจ​ "  

เสียงทุ้มของเจ้าของห้องดังขึ้นมาจากทางห้องน้ำ​เสียง

ไอ้พี่เสก?

ผมส่ายหน้าเป็นไปมาเป็นคำตอบแล้วหมุนตัวกลับกึ่งเดินกึ่งวิ่ง ด้วยท่าทาง​ทุลักทุเลจนมาถึงหน้าลิฟต์รู้สึกเจ็บที่ส้นเท้า รองเท้าส้นสูงเจ้าปัญหาถูกถอดออกทันทีในขณะที่ผมอยู่ในลิฟต์

ผมจำไม่ได้ว่าออกจากลิฟต์นั่นตอนไหนผมเหมือนคนจิตใจล่องลอยพอตั้งสติได้ก็รู้ว่าตัวเองมาหยุดที่สวนสาธารณะด้านข้างของโรงแรม

ผมทรุดลงนั่งที่ม้านั่งตัวยาวในสวนพร้อมกับเกิดคำถามขึ้นในใจมากมาย 

ผู้ชายที่อยู่ในห้องนั้นเป็นใคร? รึว่าไอ้พี่เสกมีคนใหม่ 

คิดแล้วก็รู้สึกปวดหน่วงในใจ​ 

แล้วผมล่ะ?  ผมถูกเบื่อแล้วงั้นหรือ?

ความรู้สึกมวนปั่นป่วนในท้องเหมือนจะอ้วกออกมา ความว่างเปล่าในหัวใจนี่มันคืออะไรกันนะ?

แล้วก็ร้องไห้เงียบออกมา เจ็บ!  รู้สึกเจ็บปวด

มองแผลเล็กที่ส้นเท้าตอนนี้มีเลือดซิบจางๆอยู่

อ่อนแอเกินไปนายมันไม่เข้มแข็งเอาเสียเลย

แค่ โดนรองเท้ากัดจะร้องไห้ทำไม!  ฮือๆๆ

เอามือปิดหน้าตัวเองร้องไห้ออกมาโดยไม่สนใจสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา...

เสก Part

อาทิตย์ที่ผ่านมาผมพยายามทำงานให้เสร็จก่อนกำหนดเพราะว่าผมคิดถึงเป็นต่อ อยากกลับไปเจอเร็วๆ และเสียงของเป็นต่อที่พูดเอื่อยๆมาตามสาย เวลาที่ผมโทรหานั้นทำให้ผมคิดถึงมากๆแต่เรื่องเข้าใจผิดก็เกิดขึ้น ผมยอมรับว่าลืมบอกเป็นต่อเรื่องที่ผมบอกครอบครัวว่า ผมกับเป็นต่อนั้นคบกันผมลืมจริงๆ มันอาจจะเหมือนกับการแก้ตัว

วันนั้นเป็นต่อโกรธผม​ และพูดตัดพ้อออกมา ทำนองว่าผมกำลังทำให้เค้าลำบากใจ และผมเองก็รู้สึกน้อยใจเป็นต่อเหมือนกัน

และวันต่อมามือถือที่ผมใช้อยู่ก็ตกน้ำแล้วที่ผมหงุดหงิดคือผมเช็คตำแหน่งที่อยู่ของเป็นต่อไม่ได้เพราะว่าระบบติดตามถูกผูกไว้กับมือถือและกว่าจะใช้งานได้ก็หลายวัน และผมอาศัยช่วงที่เป็นต่อโกรธผมเร่งทำงานให้เสร็จจบ

เช้าวันเสาร์ขณะที่ผมเตรียมตัวกลับกรุงเทพ หลังจากที่เคลียร์งานเสร็จแล้วลูกน้องคนสนิทผมก็โทรมารายงานว่า เป็นต่อไปมหาลัยที่เกดเรียนอยู่ และรู้ว่าเป็นต่อไปเล่นละครเวทีของมหาลัยเกด

นั่นก็ทำให้ผมโล่งใจรอก่อนนะเป็นต่อเดี๋ยวจะง้อให้หายงอนเลย

ผมลงเครื่องเวลาบ่ายโมงกว่าผมจึงกดมือถือโทรหาเป็นต่อทันทีแต่กลายเป็นว่าเป็นต่อปิดเครื่องและเเล้วผมก็โทรหาเกด คาดคั้นเอาความจริงกับเกดเรื่องละครและขอคุยกับเป็นต่อ

หลังจากที่คุยกับเป็นต่อผมยังไม่ทันได้บอกว่าผมกลับมาเเล้วเป็นต่อก็วางสายไปทำให้ผมเปลี่ยนเป้าหมายจากโรงแรมที่พัก เป็นมหาลัยของเกดแทน

ภาพผู้หญิงที่แต่งหน้าทาปากแดงที่ยืนเด่นอยู่บนเวทีนั้นทำให้ผมรู้สึกเหมือนปวดหัวเหมือนมีอะไรแข็งๆมาทุบ  

เป็นต่อ เล่นละครและเล่นเป็นผู้หญิงแถมยังจับจูงมือกับผู้ชายหน้าหล่อ

ผมรู้ว่าเป็นต่อเห็นผม ผมไม่ได้โกรธที่เป็นต่อปิดบังเรื่องเล่นละคร​  แต่ผมโกรธที่เด็กหนุ่มหน้าหล่อนั่นจับมือเป็นต่อไม่ปล่อยเลย แถมสายตายังสื่อๆชัดเจนว่าชอบเป็นต่อ แถมกลุ่มผู้ชายวัยรุ่นที่ยืนอยู่ข้างๆผมทำท่าคลั่งไคล้พร่ำเพ้อถึงนางเอกที่อยู่บนเวทีว่า

เธอเป็นใคร?  อยากได้เบอร์ติดต่อแถมยังบอกว่าจะไปขอถ่ายรูปหลังเวทีอีก

ผมได้ยินทุกประโยค  ผมกำมือแน่นด้วยอารมณ์เริ่มคุกรุ่นจากที่คิดว่าจะไม่โกรธแต่ก็ควบคุมตัวเองไม่ได้พลางคิดถึงใบหน้าเรียวที่ถูกแต่งแต้ม ให้สวยนั้นส่งยิ้มให้กับผู้ชายที่อยู่ด้านล่าง ผมยิ่งแทบบ้า

ผมหวง ผมหึง  อาการแบบนี้เกิดขึ้นกับผมครั้งแรก

ผมหึงผู้ชายด้วยกัน แถมอยากจะชกปากผู้ชายคนข้างๆด้วยซ้ำที่มันบอกว่า อยากได้เป็นแฟนว่ะ!

แล้วมือถือที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงนั่นก็ทำให้ผมหยุดความคิดบ้าคลั่งของตัวเองและผมก็ออกไปจากหอประชุมนั่นทันที.....

โรงเเรมQ

ผมกลับมาที่โรงเเรมหลังจากที่พี่พิมโทรมาบอกว่า

มีแขกคนสำคัญมานั่นคือ เจ เด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกันกับเกดซึ่งหนีครอบครัวมาเที่ยวที่ไทย

ครอบครัวเจเป็นหุ้นส่วนสำคัญของโรงแรมนั่นทำให้ผมเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้อนรับและเจเองก็เรื่องมาก มากความจนทำให้ผมรู้สึกปวดหัว

หลังจากที่ผมพาเจมาเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้องพักผม

" ใครมาหรอเจ? "  

ผมถามขึ้นเพราะผมได้ยินเสียงกริ่งหน้าห้องดังแต่ไม่มีเสียงตอบรับจากเจผมจึงเดินออกจากห้องน้ำ

"  ผู้หญิงครับท่าทางแปลกๆ  " 

เจตอบยิ้ม ใครกันผู้หญิงผมจำได้ว่าไม่เคยให้ผู้หญิงขึ้นมาพื้นที่ส่วนตัวผมนอกจากพนักงานโรงแรม ผู้หญิงหรือคนนอกก็ไม่น่าจะหลงเข้ามา

"  ผมคิดว่าพี่เสกนัดสาวๆไว้ซะอีก ไหนเกดบอกว่าพี่เสกเดินเข้าป่าไปแล้วที่แท้ก็วนกลับออกมา " 

เจบอกท่าทีผิดหวังเพราะว่าเจเองก็เป็นเกย์ คงรู้สึกแย่เพราะว่าก่อนหน้านี้เจถูกแฟนหนุ่มนอกใจเลยหนีมาที่ไทย

"  บ้า รึไง!ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น  " 

 แล้วมือถือผมก็สั่นเกด  โทรนั่นเองที่โทร​เข้ามา

"  พี่เสกเจอกันกับพี่ต่อยัง​  " เกดถามมาตามสาย

" ยัง​  มีอะไร  " ผมถามกลับไปจะเจอได้ยังไงก็เป็นต่ออยู่ที่มหาลัยผมคิด

"  อ้าวก็พี่ต่อไปหาพี่ที่โรงแรมอะ​ นี่ก็จะ2ชั่วโมงแล้วนะยังไปไม่ถึงอีกเหรอ? "

 เกดพูดมาตามสายแต่ผมได้ยินแว่วๆ มาผมที่นี่

ผู้หญิง? ที่เจบอกว่ามากดกริ่ง นั่นใช่เป็นต่อรึป่าว 

ผมรีบวางสายจากเกดและถามเจว่าผู้หญิงคนนั้นใส่ชุดแบบไหนแล้วเจก็บอกรายละเอียดมาใช่เป็นต่อจริงๆด้วย

ตายล่ะ!  ไม่ใช่เข้าใจผมผิดแล้วหรอ เรื่องเจที่อยู่ในห้องผม

"  นายพูดอะไรกับผู้หญิงคนนั้นมั่ง​  " 

 ผมถามเจด้วยท่าทีร้อนรน

" ผมก็แค่บอกว่าเค้ามาไม่ได้มาขัดจังหวะหรอกเพราะว่า... ผมกับพี่... เพิ่งจะ..  "   

เจหยุดคำพูดค้างไว้เป็นใครก็คิดว่าก่อนหน้านั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้น

"  บ้า!  เอ้ย พูดแบบนั้นได้ไงวะ "  

ผมหลุดคำพูดเเรงออกมา

" ก็พี่มีแฟนแล้วนี่​  ผู้หญิงคนนั้นก็ควรได้รู้แฟนพี่จะคิดยังไงถ้ารู้ว่าพี่นัดผู้หญิงมาเจอแบบนี้ "  

เจพูดออกมาเหมือนกับว่าเป็นแฟนผมซะเอง คงไปจี้จุดเดิมที่โดนนอกใจนั่นก็ทำให้ผมโกรธเจไม่ลงแล้วผมก็รีบออกมากดโทรหาเป็นต่อทันทีแต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้   

บ้าซิป จะไปตามที่ไหนวะ

ผมยืนหันรีหันขวางอยู่ด้านหน้าของโรงแรมแล้วก็ฉุกคิดได้ว่ากำไลนั่น...แล้วหยิบมือถือมากดเช็คตำแหน่งทันที

ผมรีบวิ่งกระหืดกระหอบมาที่สวนสาธารณะมองร่างเพรียวที่นั่งก้มหน้านิ่งมองเท้าตัวเองอยู่เสื้อผ้ายังอยู่ในชุดผู้หญิง รู้สึกโล่งอกขึ้นมาทันที 

แล้วเดินก้าวเท้าเบาๆเหมือนกับย่องเบาแล้ว ไปคุกเข่าลงข้างเดียวต่อหน้าเป็นต่อ

" ไอ้พี่เสก​ มึง  "  

เป็นต่อเงยหน้ามองผมทันทีที่รู้ว่ามีคนมานั่งอยู่ตรงหน้า​  ทำท่าทางตกใจดวงตาเรียวนั้นยังมีคราบน้ำตาเปื้อนอยู่ ทำให้หัวใจผมหล่นวูบด้วยความรู้สึกผิดลืมเรื่องที่เคืองก่อนหน้านี้ไปเลย

" เจ็บมากมั้ย  "  

ผมเอื้อมมือไปที่แผลเล็กที่ส้นเท้าของเป็นต่ออย่างไม่รังเกียจเป็นต่อถดเท้าหนีมือผมทันที

" ไม่ต้องทำมาเป็นห่วงผม  " 

เสียงเข้มพูดตัดพ้อออกมาคงน้อยใจและโกรธผมอยู่หันเหหน้าไปมองทางอื่นโดยไม่สบตาผม

" ต่อ เป็นอะไร " 

ผมพยายามพูดถามให้น้ำเสียงปกติยื่นมือออกไปหมายจะจับมือเรียวนั้นไว้แต่ก็ถูกปัดออกอีกครั้ง

" สนุกมากใช่มั้ยที่หลอกผมได้น่ะ "  

เป็นต่อพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆแต่เเววตาเเสดงออกมาถึงความเจ็บปวด ลำตัวสั่นเทิ้ม แล้วผมก็ถอดเสื้อสูทคลุมที่ไหล่เนียนเพราะว่าอากาศเริ่มเย็นลง

" เรื่อง​อะไร​ ถ้าเป็นเรื่องที่ปิดบังก็ขอโทษแล้วไง "  

ผมบอกอย่างใจเย็น

"  ผู้ชายคนนั้น " 

เป็นต่อตอบออกมาทำให้ผมรู้ว่าเป็นต่อคงเคืองผมเรื่องนี้สุดๆ

" ถ้าเป็นเรื่องของเด็กนั่นนายกำลังเข้าใจผิดต่อ​ "

ผมบอกด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนแต่ดูเหมือนเป็นต่อนั้นไม่เชื่อผมหรอก

" มันเจ็บใจรู้มั้ยที่รู้ว่าคนใหม่ของคุณเป็นผู้ชาย " 

เป็นต่อพูดออกมาน้ำเสียงสั่นๆเข้าใจผิดกันไปใหญ่เเล้ว​   

มีคนใหม่ที่ไหนกันวะ

" กูกับเด็กนั่นไม่ได้มีอะไรกันพูดฟังกันบ้างสิวะ​ "  

ผมตอบออกมาเสียงดังเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่

" ไป ไป ยืนยันด้วยกันว่าเด็กนั่นเป็นใคร " 

ผมยื่นมือออกไปแต่ก็ถูกปัดมือออก

" ไม่ไป " 

เป็นต่อตอบเสียงห้วนนั่นทำให้ผมหมดความอดทนขืนพูดไปตอนนี้คงทะเลาะกันยาวแน่ๆ

ใจเย็นๆผมบอกตัวเอง​ แล้วหมุนตัวกลับเดินห่างออกไป

แล้วก็รู้สึกถึงบางอย่างถูกเหวี่ยงมากระทบที่แผ่นหลัง ผมหันกลับมาก้มลงมอง เป็นเสื้อผ้าสูทของผมนั่นเอง​  

ใจเย็นไว้ๆเสกสรรผมบอกตัวเอง

" อย่างี่เง่าต่อมึงกำลังทำให้กูโมโห "  

ผมเอ่ยออกมาเสียงนิ่งๆพยายาม ข่มอารมณ์ของตัวเองสุดๆ

" ใช่สิ ผมมันงี่เง่า​  ผมมันน่าเบื่อไม่ขาวใส​  เหมือนเด็กคนนั้นนี่ " 

เป็นต่อพูดด้วยเสียงสั่นอารมณ์น้อยใจตัดพ้อ แถมยังประชดประชันอีกเป็นชุดๆ  เห้อ!​ กรรม​

 ผมยืนนิ่งชะงักงันกับคำพูดประชดประชันพวกนั้น

" สุดท้ายคุณเองก็ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่น " 

เป็นต่อยังคร่ำครวญต่อว่าผมไม่หยุด

" แล้วจะให้กูทำยังไงถึงจะเชื่อ " 

ผมถามเสียงเข้มแล้วเป็นต่อก็ลุกขึ้นยืนเดินกะเผลกเท้าเปล่ามาหาผม

" กอดผม จูบผม สัมผัสผมสิตอนนี้ " 

เป็นต่อพูดออกมาก้มหน้าลงมองพื้นแล้วเอามือดึงแขนผมไว้

นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ  ตรงนี้นี่นะ  มึงบ้าไปแล้วรึไงต่อ 

" ตอนนี้ตะตรงนี้ นี่นะ  "  

ผมถามเสียงตะกุกตะกักถึงแม้จะอยากจะจูบสัมผัสมากแค่ไหนแต่ดูสถานที่แล้ว 

ที่นี่มันสวนสาธารณะของโรงแรมถึงจะลับตาคนก็ช่างเถอะ แล้วก็นึกถึงคำเตือนของแม่ผมเรื่องซุบซิบนินทานั้น

" กูทำแน่แต่ไม่ใช่ที่นี่  "  

ผมปฏิเสธออกไปเป็นต่อปล่อยมือผมทันทีเงยหน้าขึ้นมองดวงตาเศร้าทั้งสองข้างมีน้ำ​ใสๆคลอขึ้นมาอีกหลังจากที่แห้งไปเมื่อไม่นาน

" งั้นก็ช่างเถอะ "  

เป็นต่อพูดและยิ้มแห้งๆออกมาทั้งที่ดวงตาทั้งสองยังเปื้อนคราบน้ำตาอยู่​  เดินกะเผลกๆกลับไปนั่งที่เก้าอี้เปิดกระเป๋าเป้หยิบรองเท้าผ้าใบออกมาผมจึงเดินตามไปนั่งลงข้างๆเอามือหนาวางที่ไหล่เนียน

" ต่อ​ ขอโทษ​  " 

ผมพูดขอโทษออกไปไม่รู้ว่าจะพูดคำไหนออกมาดี

รู้แต่ว่าอดทนๆ ใจเย็น ๆผมไม่อยากจะทะเลาะรุนแรงด้วยเรื่องเล็กน้อย  ผมกับเป็นต่อก็เหมือนไฟกับน้ำ​มัน

" คุณยังมีเรื่องอะไรที่ยังไม่ได้บอกผมอีกมั้ย? " 

เป็นต่อถามเหมือนจะใจเย็นลงนัยน์ตาเศร้าจ้องมองผมนิ่งผมพยักหน้ารับ

" มี​ แล้วนายยังอยากจะฟังอยู่มั้ย​  หืม ? "  

ผมถามเสียงอ่อนลงพลางเอานิ้วโป้งเกลี่ยคราบน้ำตาที่หางตาที่ตอนนี้เริ่มแดงขึ้นมาอีกครั้ง

" อยากฟัง ผมอยากฟังคำแก้ตัวของคุณ "

เป็นต่อตอบมองผมด้วยสายตาเรียบเย็น  เหมือนถูกหลอกด่าเลยว่ะ 

แต่ก็ต้องยอมรับเพราะว่าผมเองที่ผิดที่ปิดบังเรื่องที่ผมทำทั้งเรื่องบ้านเรื่องของเจ้าหนี้นาทีที่ผมเห็นเป็นต่อร้องไห้ผมกลัวผมเสียเป็นต่อไป ผมกลัวนะ

" 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาผมคิดถึงแต่เรื่องคุณตลอดเวลาผมว้าวุ่นมาก​ ผมเคืองที่คุณปิดบังผม น้อยใจที่คุณไม่โทรหา ผมโกรธที่เห็นผู้ชายคนนั้นในห้อง  ผม... ผมเกลียดตัวเองที่มีความรู้สึกพวกนี้  และผมก็กลัวว่าผมจะถูกเบื่อ  ผมกลัว! มันไม่สมเหตุสมผลถ้าผมถูกทิ้งตอนนี้ " 

เป็นต่อสารภาพความในใจออกมาสองมือกำแน่น ทำให้ผมอึ้ง

"  ทำไมถึงไม่สมเหตุสมผลล่ะ " 

ผมแกล้งถามออกไปทั้งที่ตอนนี้หัวใจพองโตแทบจะระเบิดออกมาด้วยความดีใจ ปกติเป็นต่อไม่ค่อยแสดงออกเรื่องความรู้สึกตัวเองเท่าไหร่  มีแต่ผมที่รุกก่อนทุกเรื่อง ขอหลอกล่ออีกนิดเถอะ..

" ก็ ก็ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมซื่อสัตย์ผมไม่ได้มีใครและคุณเองก็บอกว่ารักผมยังไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ​ มันไม่สมเหตุสมผลเลย​มันไม่แฟร์ถ้าผมจะถูกทิ้งตอนนี้เพียงแค่ที่เรื่องเข้าใจผิดเล็กน้อยนี่  ผมไม่ยอม​ ไม่มีทางยอมแน่ๆ " 

เป็นต่อพูดพร้อมส่ายหน้าวิกผมยาวสลวยสบัดไปมาริมฝีปากสีแดงสดขบเม้มเหมือนเกดน้องสาวผมตอนที่โดนขัดใจ​ จะรู้ตัวเองมั้ยนั่นว่าตอนนี้ ทำหน้าแบบไหน ทำให้ผมเกือบหลุดยิ้มออกมา

" เด็กโง่ไม่ต้องหาเหตุผลอะไรแล้วสิ่งที่นายคิดมันจะไม่เกิดขึ้นหรอก " 

ผมพูดจบแล้วก็โน้มตัวลงกดริมฝีปากหนาลงไปที่ริมฝีปากสีแดงสดนั่นเบาๆ แล้วจูบเลื่อนไปมารอบริมฝีปากบางได้กลิ่นสตอเบอรี่จางๆจากลิปสติกที่เป็นต่อทาลิ้นร้อนๆ ของผมสอดเข้าไปควานหาความหวานผมไล้เลียไปทุกซอกทุกมุมภายในนั้นปลายลิ้นนุ่มของเป็นต่อ ที่คอยจะหยอกเย้าลิ้นร้อนของผม  มือหนาผมเริ่มไล้วนตามไหล่เนียนเปลือยเปล่า

" อื้อ... อืม... " 

เสียงครางหวานของเป็นต่อหลุดออกมายิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบแล้วสติผมก็กลับมาเมื่อมือเล็กมาจับที่ไหล่ผม 

ผมผละออกจากร่างเพรียวทันทีเงยหน้ามองเจ้าของมือเล็ก

" เกด " 

เสียงผมกับเป็นต่ออุทานออกมาพร้อมกันแล้วเป็นต่อก็ก้มหน้างุดลงซบที่ไหล่ผม คงอาย

ส่วนเกดยืนหน้าบึ้งตึงมองผมสลับกับเป็นต่อไม่มีท่าทีเขินอายอะไรเลยที่เห็นผมกับเป็นต่อจูบกัน

" ใจคอจะจูบ​จนจบเสร็จกันตรงนี้รึไง " 

เกดถามหน้าตาเฉยๆ

" มีอะไร " 

ผมถามน้องสาวพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าส่งให้เป็นต่อเช็ดที่มุมปาก

" ก็ ไอ้เจเด็กใจแตกอะมันโวยวายหิวข้าวโทรหาพี่ไม่ติดมันก็เลยโทรหาเกดแล้วอีกอย่างเกดห่วงพี่ต่อกลัวพี่เสกทำร้ายพี่ต่อ " 

เกดตอบและนั่งลงข้างๆเป็นต่อ

" เห็นพี่ตัวเองเป็นยักษ์เป็นมารรึไง " ผมบอก

" ก็ไม่แน่ " เกดตอบย่นหน้าใส่ผมทันที

แล้วผมก็สั่งให้เกดไปสั่งข้าวรอเพราะว่าผมเองก็หิวข้าวเมื่อเกดเดินไปแล้ว

" ต่อไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนมั้ย "  ผมถามเป็นต่อนั่งนิ่งอยู่

" เรื่องเมื่อกี้ เอ่อ.. ผมอยากรู้​  "  เป็นต่ออ้ำอึ้งเหมือนจะพูดอะไรออกมาอะไรอีกนะ รึว่า..

" ไม่ทิ้ง ไม่เบื่อรักมากกว่าเดิมอีกเข้าใจมั้ย หืม? " 

ผมบอกยันเสียงนุ่มๆยังไงดูแล้วก็อยากจะฟังให้ได้สินะดูหน้าตา งอนๆแบบนั้น​  

เป็นต่อพยักหน้ารับรู้และคลี่ยิ้มออกมา ถ้าพูดแบบนี้แล้วได้รับรอยยิ้มแบบนี้จะพูดเช้าเย็นเลยผมคิด

" งั้นไป ไปกินข้าว "  

ผมบอกและลุกขึ้นยืนเป็นต่อยื่นมือมาดึงเเขนเสื้อผมไว้

" เอ่อ ผมใส่ชุดนี้เป็นยังไงบ้าง " 

ผมหลุดยิ้มออกมานึกว่าจะไม่อยากรู้ซะอีก 

เห้อ!  จะตอบแบบไหนดีนะ

" ยิ้มอะไรห้ามโกหกนะ " เป็นต่อบอกทำหน้างอนๆ

" ต้องการคำตอบแบบไหนล่ะ​ "  ผมถามกลับยิ้มกริ่ม

" ตอบแบบไหนก็ได้ผมจะหายโกรธงอนหรือไม่ขึ้นอยู่กับคำตอบคุณ "

" เห้อ!  กดดันแฮะ​  โกหกไม่ได้ด้วยสิ เอาไงดี " 

ผมทำท่าคิดหนัก

" ไอ้พี่เสก! " เป็นต่อเรียกชื่อผมเสียงดัง

" สวยแบบแปลกๆน่ารักนิดๆแต่หน้าอกแบนไปหน่อย "

ผมตอบออกมาทำท่ายิ้มๆแน่นอนว่าผมโกหกเพื่อความอยู่รอด

" แล้วชอบมั้ย​ " 

เป็นต่อถามทำท่าเอียงอาย อย่าบอกนะเชื่อที่ผมพูดออกมา ทีพูดความจริงกลับต้องอธิบายยาวเหยียด

" ไม่ชอบว่ะ ชอบที่นายไม่ใส่อะไรมากกว่า " 

ผมตอบยิ้มเจ้าเล่ห์

" แล้วชอบอะไรที่สุดในตัวผม​  " 

เป็นต่อ​ นี่จะเล่นเกมถามตอบกันใช่มั้ย!  ผมคิด

" หู ตา จมูก ปาก ชอบทุกอย่าง "  

ผมตอบเป็นต่อทำตาโตเหมือนกำลังอึ้งกับคำตอบผม

" แล้วอะไรที่คุณไม่ชอบที่สุด " ผมทำท่าคิดนาน

คำถามนี้ตอบยาก จัง.. ไม่ชอบอะไรหรอ 

อะไรนะที่ผมไม่ชอบ​  ผม​ทำท่า​คิดนาน​

" เร็วๆดิ ไอ้พี่เสก " 

เป็นต่อเอามือมาเขย่าเเขนผมเร่งเอาคำตอบ

" ไม่ชอบขัดใจมั่ง " 

ผมตอบยิ้มกริ่มๆแถมด้วยจุมพิตหนักๆลงที่แก้มเนียน ที่ตอนนี้แดงๆเรื่อขึ้นมาอีกครั้ง

" งั้นพี่ก็ไม่ต้องขัดใจผม​  ถ้าผมจะใส่ชุดนี้ไปกินข้าว " 

เป็นต่อพูดแล้วเดินกะเผลกนำหน้าผมไป 

พี่งั้นหรอ เมื่อกี้เป็นต่อเรียกผมว่า พี่!

ถ้าคนทั่วไปมองก็จะเห็นภาพผู้หญิงสวยมากคนหนึ่ง ที่ใช่ชุดกระโปรงยาวกับรองเท้าผ้าใบ  ซึ่งมองแล้วอาจจะดูเหมือนเธอแต่งตัวแปลกๆ

และผมก็ยิ้มออกมา เห้อ ...  หายงอนหายโกรธแล้วสินะ

และตอนนี้ผมเพิ่งได้เรียนรู้ว่าเมื่อผมมีความรักเรื่องของการงอนกับง้อนั้นสำคัญมาก

ผมเชื่อว่าการงอนของใครคนหนึ่งทำให้ใครคนหนึ่งรู้สึกว่าหากยังรักยังแคร์ยังสนใจใครคนนั้นก็ต้องง้อเสียหน่อย ถ้าไม่อยากเสียใครคนหนึ่งไป

แม้ว่าผู้ชายจะไม่ขี้งอนเท่าผู้หญิงแต่ทุกครั้งที่งอน ก็อยากถูกง้อบ้างเหมือนกันแหละ

อย่างเช่น เจ้าหญิงของผม ที่ยืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างหน้าผมตอนนี้​ แล้วตะโกนดังออกมาว่า

" ไอ้พี่เสกจะกินวันนี้นะข้าว "

 แล้วเดินกระฟัดกระเฟียดไปท่าทางทะมัดทะแมงนั่นไม่ได้เข้ากับชุดสวยเล้ย  ผมส่ายหัวไปมาแล้วผมก็รีบวิ่งตามไปกลัวงอนขึ้นมาอีก........

ต่อ Part

ผมนั่งอยู่ร้านอาหารหรูของโรงแรมพนักงานหลายคนมองผมด้วยสายตาแปลกๆเพราะว่าตั้งแต่ผมเดินเข้ามานั่งในร้าน กับไอ้พี่เสกหรือเพราะคุ้นๆหน้าผมรึเปล่าไม่แน่ใจดีที่ผมยังไม่ได้เปลี่ยนชุดไม่งั้นผมคงไม่กล้าเดินเข้ามาแน่ๆ

ข้างๆมีไอ้พี่เสกที่นั่งคุยโทรศัพท์อยู่กับลูกค้าอยู่ส่วนตรงข้ามผมนั้นเป็นเกดและเด็กหนุ่มที่ผมเจอบนห้องไอ้พี่เสก

หลังจากที่แนะนำทักทายกันแล้วผมเข้าใจผิดและเจเองก็เข้าใจผมผิด

" ไม่เห็นสวยเลยแฟนพี่เสก " 

เจพูดขึ้นหลังจากที่ไอ้พี่เสกวางมือถือลงคำพูดตรงๆนั้นทำให้ผมหน้าตึงขึ้นมาทันที

" ฉันชอบแบบนี้ " 

ไอ้พี่เสกตอบเสียงนิ่งๆแต่กลับทำให้หัวใจผมไม่อยู่นิ่งเลยเต้นเเรงมากๆ

" สเปค​พี่ยังแย่เหมือนเดิม " 

เจพูดแล้วเบะปากอะไรกันเด็กคนนี้ท่าทางเหมือนคนเอาแต่ใจ ผมคิด

" เคารพเค้าหน่อ​ย​ หมอนี่ยังไงก็จะต้องมาเป็นพี่สะใภ้นาย " 

ไอ้พี่เสกบอกทำให้เจนิ่งไปผมรู้ว่าครอบครัวของไอ้พี่เสก และครอบครัวเจสนิทกันทำธุรกิจร่วมกันมานาน

แล้วเกดก็ยิ้มขำออกมาและเจเองก็เถียงกับเกดเหมือนกับเด็ก4ขวบ ทำให้ผมอดยิ้มตามไม่ได้แล้วเจก็ขอตัวไปคุยโทรศัพท์ด้านนอกร้าน

" อ้าว เสก​ " 

เสียงผู้หญิงดังขึ้นทำให้พวกผมทุกคนเงยหน้าขึ้นมองผู้หญิงสวยตรงหน้าผมฉีกยิ้มหวานออกมาไล่สายตามองทุกคนและมาหยุดอยู่ที่ผม 

เธอเป็นใคร?  ดูแล้วรู้จักกับทุกคนยกเว้นผม

" ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร " 

เธอถามแล้วจ้องผมเขม็งด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเลย

" พี่สะใภ้เกด " 

เกดชิงตอบเร็วเสียงเรียบๆทำท่าทีไม่พอใจผู้หญิงคนนั้นผมได้แต่ก้มหน้าไม่กล้าสบตาใครเพราะว่ายังอยู่ในชุดผู้หญิงและเครื่องสำอางค์ที่เเต่งสวยตอนบ่ายคงเริ่มหลุดออกแล้ว

" แฟนใหม่คุณหรือคะเสก​ " 

ผู้หญิงคนนั้นนั่งลงข้างไอ้พี่เสกแถมยังเอามือมาลูบที่เสื้อสูทไอ้พี่เสกไปมา

แฟนเก่าไอ้พี่เสกงั้นหรอ?​ 

" ครับ " ไอ้พี่เสกตอบ

" งั้นฝ้ายขอนั่งทานข้าวด้วยคนนะคะ​ นานๆเจอเพื่อนเก่าทั้งที " 

ผู้หญิงคนนั้นตอบแล้วแสยะ​ยิ้มเย็นมาทางผมอะไรของผู้หญิงคนนี้ แล้วผมก็รู้สึกถึงเท้าเล็กๆที่เขี่ยเท้าผมที่ใต้โต๊ะ  เกดนั่นเองเธอขยิบตาให้ผมอะไร 

อะไร​ มันหมายถึงอะไรสู้ๆเกดขยับปากบอกผมแล้วผมก็หยิกที่ต้นขาไอ้พี่เสกจนไอ้พี่เสกสะดุ้งแต่ไม่ร้องออกมา

" ไม่ได้หรอก ฝ้ายแฟนผมเค้าต้องการความเป็นส่วนตัว " 

ไอ้พี่เสกตอบออกไป

" หวงหรือคะ​  แหมๆแบ่งๆกันกินใช้ก็ได้นี่ของเคยๆ " 

เธอพูดและส่งสายตายิ้มเยาะมาที่ผมและยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมไปง่าย ๆ

อะไรกัน ผมไม่โอเคเลยกับผู้หญิงแบบนี้ รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายมีแฟนแล้ว หึ ...... 

" อ้าวแล้วก็ไม่บอกตั้งแต่แรกว่าแร้นแค้นขาดเหลือ จนต้องมาขอคนอื่นเค้าแบบนี้ ถ้ารู้ผมตั้งแต่แรกก็จะยอมใจดีแบ่งให้หรอกนะ " 

ผมหลุดพูดออกมาทุกคนหันมามองผมตาค้างรวมทั้งผู้หญิงคนนั้นด้วย

" นี่ ปะเป็นผู้ชายหรอ เสกนี่คุณเป็นเกย์? แถมยังมีรสนิยมชอบแบบเอ่อแต่งผู้หญิงอีก​ "

 ผู้หญิงคนนั้นถามเสียงตะกุกตะกักตาค้างกับเสียงของผม

" ครับ​ " ไอ้พี่เสกตอบเสียงนิ่งๆ

" โง่ โง่ โง่ สุดๆวิปริตน่าขยะแขยง " 

ผู้หญิงคนนั้นเอ่ยคำด่าออกมาแล้วเธอก็หมุนตัวกลับเดินเร็วยิ่งกว่าพายุ  ผมมอง2พี่น้องที่นั่งขำหัวเราะคิกคักอยู่ ด้วยความไม่แน่ใจว่าพวกเค้าหัวเราะผมด้วยรึเปล่า

" มีอะไรน่าขำนักหนาไอ้พี่เสก " 

ผมถามเสียงเข้มไอ้พี่เสกหุบยิ้มลงทันทีและหันมาเอามือจับที่แก้มผมแล้วบีบเบาๆ

" ก็เพราะแบบนี้ไง​  ถึงไม่กล้าขัดใจรักหลงหนักจนจะเป็นสระอาอยู่แล้ว "  

ไอ้พี่เสกตอบเปลี่ยน​เรื่องแล้วหันหน้าหนีทันที

สระอา คืออะไรวะ ?  ผมมองเกดที่นั่งทำหน้ายิ้มแหยๆออกมาเพื่อขอคำตอบ แต่เกดส่ายหน้าไปมาแล้วผมก็ไม่เซ้าซี้เอาคำตอบ  ดีกันแล้ว ไอ้พี่เสกง้อแล้วและการงอนแค่พองามของผมครั้งนี้มันคุ้มค่าเหนื่อยมากๆ

เดี๋ยวคืนนี้ผมจะง้อไอ้พี่เสก คืนบ้าง ....... และผมจะหาคำตอบด้วยตัวเอง

--------------------------------------------------------------------------------------------------

----------------------------------------------------------------------------------------------

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

❤️   ขอบคุณคร้า  ❤️

#

แอบแปะ อิมเมจไอ้พี่เสกมองน้องต่อ ดูสายตายิ้มเจ้าเล่ห์ ของไอ้พี่เสก ตายค่ะ ตายแบบสงบเลย ถ้าไรท์เจอรอยยิ้มแบบนี้  ❤️   มโนล้วนๆอิอิ

❤️❤️

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}