ลูกตุ้มเงิน

สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านทั้งเรื่อง แนะนำว่าไปสอยอีบุ๊คมาอ่าน จะถูกกว่านะคะ ^^ *อีบุ๊ค จิ้มลิ้งค์หน้าแรกได้เลยค่ะ*

เบื้องหลังของชายผู้หนึ่ง 100%

ชื่อตอน : เบื้องหลังของชายผู้หนึ่ง 100%

คำค้น : ทัณฑ์รักพิพากษา, คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว, หนูน้อยน่ารัก, บริษัทกฎหมาย, นิยายรัก, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2560 09:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เบื้องหลังของชายผู้หนึ่ง 100%
แบบอักษร

             “แมรี่ยังไม่เห็นจะถามหาพ่อเลย แล้วทำไมฉันถึงต้องหาให้ด้วยล่ะ อยู่อย่างนี้ก็สบายดีแล้ว จะหาเรื่องมาใส่ตัวทำไมกัน” เยเลน่าตอบกลับด้วยสิ่งที่เธอคิด

            “โหยยยย..พูดอย่างนี้ เสียดายความสวยความแซ่บของบอสจังเลยค่ะ ทำไมเบรินไม่สวยแซบเว่อร์อย่างบอสบ้างนะ รับรองว่าจะไม่ปล่อยให้เสียของเลยคอยดู”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า...พอ ๆ เลิกเพ้อเจ้อ ทำงานได้แล้วจ้ะ ไหน..อาทิตย์หน้ามีโปรเจคอะไรบ้าง ไปเอาคิวงานมาดูกันหน่อยสิ แล้วบ่ายนี้มีประชุมกับทีมเอาท์ดอร์ (Outdoor) ด้วยใช่ไหม?”

            “ใช่ค่ะบอส” ลิเบรินตอบกลับฉะฉาน พร้อมกับลุกขึ้นไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะของตนเองมาให้เจ้านายสาว

            เวลาของการทำงานในช่วงบ่ายเริ่มขึ้นสำหรับเยเลน่า เช่นเดียวกับชายหนุ่มอีกหนึ่งคนที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟ ซึ่งตอนนี้ได้ยึดพื้นที่เล็ก ๆ ในร้านเป็นออฟฟิศของตนเองไปแล้ว อุปกรณ์สำนักงานคือแท็บเล็ตหนึ่งเครื่อง แค่มีเครื่องมือสื่อสารสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ริซโซก็สามารถทำงานของเขาได้หมดทุกที่ ครึ่งวันบ่ายแห่งการรอคอยไม่ได้น่าเบื่อนัก เมื่อได้ใช้มันไปกับการเคลียร์งานของตนเองไปด้วย ซึ่งงานที่เลขาฯ คนเก่งส่งมาให้ก็เยอะพอที่จะทำให้ชายหนุ่มลืมเวลาไปเลย จนมารู้ตัวอีกทีก็เมื่อพนักงานของร้านเดินมาถามว่าต้องการรับอาหารอะไรเพิ่มอีกหรือไม่ เพราะในส่วนของครัวนั้นจะปิดแล้วเหลือแต่เพียงเคาน์เตอร์เครื่องดื่มเท่านั้นที่ยังเปิดอยู่

            ริซโซดูเวลาที่ข้อมือของตนเองจึงได้รู้ว่าหมดเวลาทำงานของมนุษย์ออฟฟิศกันแล้ว ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปยังที่หน้าตึกฝั่งตรงข้าม ก็พบว่ามีผู้คนเดินกันหนาตามากขึ้น รถราก็เริ่มมากขึ้นตามไปด้วย ชายหนุ่มจับจ้องสายตาอยู่ที่นั่นแทบจะไม่กระพริบ ก่อนที่จะพบว่าเป้าหมายของเขากำลังเดินออกมาจากตึกตรงมาที่รถสปอร์ตสีแดงมันวาว ซึ่งมีคนขับมาจอดให้ที่หน้าตึก ภาพที่เห็นทำให้ชายหนุ่มต้องรีบหยิบเงินออกมาวางไว้บนโต๊ะสำหรับเป็นค่าอาหารและเครื่องดื่ม ก่อนจะรีบเดินออกไปขึ้นรถของตนเอง แล้วขับตามหญิงสาวออกไป

            เยเลน่าไม่ได้ตรงกลับบ้าน หากแต่ว่าจอดแวะระหว่างทางเป็นระยะ ๆ ที่แรกคือร้านเค้ก ที่ที่สองคือร้านเสื้อผ้าเด็ก ที่ที่สามคือซุปเปอร์มาร์เก็ต ริซโซที่ขับรถตามมาห่าง ๆ ถือโอกาสมองสำรวจและจดจำในทุกสถานที่ที่หญิงสาวได้จอดแวะ ชีวิตประจำวันของหญิงสาวที่เป็นทั้งผู้หญิงทำงานและเป็นทั้งคุณแม่ทำให้เธอต้องใส่ใจในทุกสถานที่และสิ่งของที่จะเลือกใช้ ในที่สุดหญิงสาวก็ขับรถมาถึงบ้านสวยริมทะเล ประตูบ้านบานใหญ่เปิดออกด้วยแรงขับเคลื่อนจากพลังงานไฟฟ้า ก่อนที่รถสปอร์ตคันงามจะเคลื่อนเข้าไปภายในและประตูก็ปิดลงอีกครั้ง

            ชายหนุ่มรีบหยิบกระดาษจากกระเป๋าเสื้อของตนเองออกมาดูอีกครั้งเพื่อตรวจเช็คที่อยู่ ซึ่งปรากฏว่าบ้านเลขที่ในกระดาษและที่ติดอยู่ที่หน้าบ้านนั้นตรงกัน

            “ที่นี่เอง ใช่จริง ๆ” ริซโซพูดกับตัวเองเบา ๆ พยักหน้าไปพลาง ก่อนจะมองหาจุดหลบสายตาจากคนในบ้านเพื่อนำรถเข้าไปจอด โดยชายหนุ่มก็เลือกใช้บริการที่จอดรถของสวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามบ้านของเยเลน่านั่นเอง

            ชายหนุ่มลงเดินสำรวจรอบ ๆ บ้านหลังใหญ่ที่แค่เพียงมองจากภายนอกลอดช่องเล็ก ๆ ของกำแพงเข้าไปก็รับรู้ได้ว่าด้านในมีการตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม เรียบหรู ร่มรื่นด้วยต้นไม้เล็กใหญ่สลับกัน ที่ด้านหลังบ้านเป็นชายหาด ทรายขาว น้ำใส นับว่าเป็นทำเลที่ดีสำหรับการพักผ่อน ริซโซเริ่มมองหาจุดที่อยู่มุมสูง ซึ่งจะทำให้เขาสามารถมองผ่านกำแพงเข้าไปภายในบ้านได้ ด้วยกล้องส่องทางไกลขนาดเล็กแต่ประสิทธิภาพสวนทางกับขนาดที่ถือติดมือออกมาจากในรถ หากได้อยู่บนจุดที่สูงอีกสักหน่อย ชายหนุ่มก็จะสามารถเห็นความเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ในบ้านหลังนั้นได้ ริซโซตัดสินใจเดินกลับขึ้นมาที่สวนสาธารณะอีกครั้ง เนื่องจากเขาเห็นแวบ ๆ ในตอนที่เอารถไปจอดว่ามีหอสูงอยู่ที่นั่นด้วย ซึ่งความจำของชายหนุ่มก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวัง เมื่อเขาพบว่าหอนั้นมีอยู่จริง ไม่รอช้าริซโซรีบขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุด และเริ่มส่องกล้องดูความเคลื่อนไหวของคนในบ้านหลังใหญ่ที่เป็นเป้าหมายนั้น

            ภาพที่เห็นตอนนี้คือ เยเลน่าในชุดกางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม สวมรองเท้าผ้าใบ ดูเป็นชุดออกกำลังกายที่ผู้ชายเห็นแล้วคงต้องเช็ดน้ำลายไปตาม ๆ กัน  ชุดที่โชว์ผิวเนื้อเนียน เรียวขาขาวสวย ทำให้ริซโซเห็นแล้วหัวใจกระตุกขึ้นมาทันที แต่ต้องขมใจเอาไว้ก่อน เพราะสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการจะเห็นนั้นเดินคู่กันมากับหญิงสาวด้วยอีกคน หนูน้อยในชุดกระโปรงขาวลายจุดสีแดงมีโบว์สีแดงคาดที่เอวสวมหมวกปีกกว้างใบสวยเข้ากับชุดเดินจูงมือเยเลน่าออกมาด้วย ทั้งคู่กำลังเดินออกจากบ้านข้ามถนนมายังสวนสาธารณะที่ชายหนุ่มอยู่นั่นเอง ริซโซพยายามจะปรับเลนส์ของกล้องให้สามารถมองเห็นหน้าเด็กได้ แต่ว่าก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากปีกหมวกที่หนูน้อยใส่อยู่นั้นกลายเป็นอุปสรรคสำหรับการมองของเขา

            เยเลน่าพาหนูน้อยแมรี่มาออกกำลังกายด้วยกันที่สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นประจำ วันนี้ก็เช่นกันที่หญิงสาวตั้งใจพาลูกสาวตัวน้อยมาเดินเล่นออกกำลังกายเบา ๆ เนื่องจากว่ามนุษย์ตัวน้อยเพิ่งหายไข้ การเดินเล่นสูดอากาศบริสุทธิ์จะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงได้เร็วขึ้น และเพื่อให้เด็กน้อยสนใจการเดินโดยไม่วอกแวกไปกับสิ่งเร้าข้างทางเสียก่อน ผู้เป็นแม่จึงได้นำตุ๊กตาแมวไขลานตัวโปรดของเธอมาด้วยอีกหนึ่งตัว เพื่อใช้ให้มันเดินนำหนูน้อยแมรี่ ซึ่งนับว่าได้ผลดีทีเดียวเมื่อหนูน้อยสนุกสนานกับการตามจับตุ๊กตาของเธอ ส่วนผู้เป็นแม่ก็จ๊อกกิ้งอยู่ข้าง ๆ กัน และบางทีก็เป็นคนจับตุ๊กตาให้เดินหนีหนูน้อยเองด้วยซ้ำ

            ทางด้านชายหนุ่มที่อยู่บนหอสูงนั้นยังคงใช้ความพยายามในการจะใช้กล้องส่องทางไกลจับใบหน้าของหนูน้อย แต่ก็ยังคงไม่สำเร็จเพราะนอกจากปีกหมวกแล้ว ตอนนี้ต้นไม้ในสวนสาธารณะเองก็เริ่มมาเป็นอุปสรรคเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง จนทำให้ริซโซตัดสินใจลงจากหอสูงแล้วมาอยู่บนพื้นราบเพื่อหาโอกาสเข้าใกล้เด็กน้อย ในตอนนี้ชายหนุ่มยังไม่อยากเสี่ยงที่จะแสดงตัวต่อหน้าเยเลน่า เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากหญิงสาวรู้ว่าเขารู้แล้วว่าเธออยู่ที่ไหน จากการทำตัวสูญหายจากเขาไปสามปีกว่าทำให้ชายหนุ่มไม่อยากเสี่ยงกับอะไรทั้งสิ้น และโดยเฉพาะเมื่อยังไม่ได้พิสูจน์ว่า หนูน้อยที่กำลังเดินตามจับตุ๊กตาอยู่นั้นเกี่ยวข้องกับเขาหรือไม่

 

            จากท่านประธานหนุ่มแห่งบริษัทกฎหมาย ตอนนี้กลายมาเป็นนักสืบไปโดยปริยาย แต่ในเมื่อมันไม่ใช่อาชีพของชายหนุ่มโดยตรง จึงมีความขลุกขลักอยู่บ้าง จากหอสูงกลายมาเป็นหลังต้นไม้ใหญ่ที่ชายหนุ่มยึดไว้เป็นฐานอำนวยการแทน กล้องส่องทางไกลยังคงมีประโยชน์อย่างมาก หากแต่ว่าวันนี้คงไม่ใช่วันของเขา เนื่องจากสามารถจับได้แต่ภาพทางด้านหลังของมนุษย์ตัวน้อย หรือที่ชัดเจนที่สุดก็คงเป็นด้านข้าง ได้เห็นเสี้ยวหนึ่งของใบหน้า แต่เพียงแค่นั้นชายหนุ่มก็รู้สึกว่าใจเต้นแรงผิดจังหวะเสียแล้ว ความพยายามในการติดตามโดยไม่ให้หญิงสาวรู้ตัวนั้นยังมีต่อไป ตราบใดที่หนูน้อยยังอยู่นอกบ้าน วันนี้โอกาสก็ยังคงเป็นของเขาอยู่ 

 

----------------------------------------------

โอยยยย...ลุ้นจนลืมหายใจแล้ว ตกลงว่าคุณริซของเราจะได้เห็นหน้าหนูน้อยมั้ยน๊า...อิอิ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/940275056.gif

 

 

 

ต่อ

 

 

 

             หากทว่าโอกาสของริซโซมีอยู่ต่อไปอีกไม่นาน เมื่อแม่ลูกทั้งสองคนได้เดินจนครบรอบของสวนสาธารณะแล้ว จึงได้กลับเข้าบ้านไป วันนี้เยเลน่าพาหนูน้อยแมรี่เข้าบ้านเร็วกว่าปกติ เนื่องจากไม่สบายใจด้วยรู้สึกว่าเหมือนมีสายตาของใครบางคนคอยตามดูเธออยู่ ความรู้สึกไม่ปลอดภัยทำให้ผู้เป็นแม่แสดงสัญชาตญาณในการปกป้องลูกน้อย ด้วยการพากลับไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยเป็นอันดับแรก

            “อ้าว! คุณเลน่าทำไมกลับเข้าบ้านเร็วจังเลยล่ะคะ ปกติเห็นไปสวนทีหนึ่ง ใช้เวลาเป็นชั่วโมง ๆ นี่คะ” เสียงของอะควา แม่บ้านอาวุโสเอ่ยถามเยเลน่า เมื่อเห็นว่าทั้งสาวน้อยสาวใหญ่กลับเข้าบ้านกันมาเร็วกว่าปกติ

            “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ฉันแค่กลัวว่าแมรี่จะไข้กลับน่ะ” เยเลน่าตอบเลี่ยงไป ไม่อยากให้ผู้อาวุโสต้องเป็นกังวลตามไปด้วย “เอ่อ..หมู่นี้แถวบ้านเรามีคนแปลกหน้ามาป้วนเปี้ยนบ้างหรือเปล่าจ๊ะ”

            “เอ...ก็ไม่มีนี่คะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า คุณเลน่าไปเจอใครเข้าเหรอคะ?” คุณแม่บ้านถามกลับด้วยความสงสัยทันที

            “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ฉันแค่รู้สึกแปลก ๆ แต่คงจะคิดมากไปเอง ยังไงตอนที่ฉันไม่อยู่ อะควาก็อย่าพาแมรี่ออกไปไหนล่ะ หรือถ้าจำเป็นก็อย่าปล่อยให้อยู่คนเดียวเป็นอันขาดเชียวนะ” เยเลน่าถือโอกาสกำชับแม่บ้านอาวุโส อย่างคนที่ไม่ประมาทอีกด้วย

            “ได้ค่ะ คุณเลน่า” คำตอบของอะควาทำให้ผู้เป็นแม่ยิ้มออกอย่างพอใจ ก่อนจะหันมาพูดกับหนูน้อยแมรี่บ้าง        

            “ไปค่ะ! ลูกสาวคนเก่งของแม่ เราไปอาบน้ำกันดีกว่าค่ะ”

 

            การปฏิบัติภารกิจของคุณแม่ในวันนี้จบลงที่การพาหนูน้อยแมรี่เข้านอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เวลาที่เหลือนั่นคือเวลาสำหรับให้หญิงสาวได้ทำภารกิจของตัวเองบ้าง เยเลน่านอนแช่น้ำอุ่นอยู่ในอ่างหรูเพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย แต่แล้วสมองของเธอก็กับไม่ยอมพักผ่อนตาม เมื่อความสงสัยยังไม่จางหาย หญิงสาวนึกถึงสิ่งที่เห็นในยามเย็นเมื่อเธอออกไปวิ่งที่สวนสาธารณะฝั่งตรงข้ามบ้าน ภาพเบื้องหลังของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินหลบเข้าไปด้านหลังต้นไม้ใหญ่ แม้จะเป็นแค่เพียงเสี้ยววินาทีและเธอจะเห็นแต่เพียงด้านหลังของผู้ชายคนนั้นก็ตาม แต่ทว่าก็ได้สร้างความแปลกใจให้กับหญิงสาวได้มากทีเดียว

            “ทำไมถึงได้เหมือนจังเลยนะ แต่เป็นไปไม่ได้สิ คงไม่ใช่หรอก คุณจะมาอยู่ในสวนแบบนี้ได้ยังไงกัน” เยเลน่าพูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะส่งเสียงดังออกมายุติความคิดฟุ้งซ่านของตัวเอง “โอ๊ยยย..หยุดฟุ้งซ่านได้แล้ว เยเลน่า”

            หญิงสาวส่ายศีรษะสลัดความคิดทั้งหมดออกไป แล้วขยับตัวลงนอนแช่น้ำในอ่างให้สบายยิ่งขึ้น หัวหนุนกับขอบอ่าง ตั้งใจหลับตานอนพักให้ร่างกายและสมองได้พักผ่อนจริง ๆ สักห้านาที

            แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่เธอตั้งใจ เมื่อจู่ ๆ ภาพในอดีตกลับปรากฏขึ้นในหัวของเธออีกครั้งราวกับความฝัน

            “เอ้า! คุณตื่นได้แล้ว มื้อค่ำมาเสิร์ฟแล้ว นี่ผมยังไม่เคยบริการใครมากขนาดนี้เลยนะ คุณควรจะดีใจนะเนี่ย” เสียงของริซโซดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวอีกครั้งในห้องนอนสี่เหลี่ยม ชายหนุ่มถือถาดอาหารเข้ามาวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียง ก่อนที่ตัวของเขาจะนั่งลงบนเตียงข้างร่างที่สมส่วนของเยเลน่า ซึ่งถูกเชือกผูกยึดข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้กับหัวเตียง

          “คุณคิดว่าสภาพที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้ จะดีใจได้จริง ๆ อย่างนั้นเหรอ” หญิงสาวพูดพร้อมกับยกข้อมือทั้งสองข้างให้ชายหนุ่มดู พร้อมกับหน้าตาที่ไม่ได้บอกว่าจะยินดีได้อย่างที่ชายหนุ่มพูด ซึ่งต่างกับริซโซ ที่ยังอารมณ์ดี และไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับสิ่งที่หญิงสาวพูดแม้แต่น้อย

          “ก็ใช่สิครับ เพราะนอกจากจะบริการเสิร์ฟแล้ว ผมยังจะบริการป้อนให้อีกด้วยนะ”

          “ไม่ต้อง!! ฉันไม่หิว ถ้าคุณไม่ได้เข้ามาเพื่อแก้มัดให้ฉัน ก็ช่วยออกไปด้วย ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ”

          “หึหึ ต่างกับผมเลยนะ ผมนี่กลับอยากเห็นแต่หน้าสวย ๆ ของคุณ” สำเนียงการพูดพร้อมกับหน้าตากวน ๆ ของชายหนุ่ม กลับไม่ได้ดูน่าเชื่อถือเอาเสียเลย ในความคิดของหญิงสาวเหมือนเขาตั้งใจจะกวนเธอเสียมากกว่า เยเลน่าหันหน้าเมินใส่ชายหนุ่มด้วยความไม่พอใจ ไม่อยากจะเห็นหน้าและไม่อยากจะเสวนากับเขาด้วย

          “จะหันหนีไปไหนล่ะ นี่มันถึงเวลาของมื้อค่ำแล้วนะครับคุณผู้หญิง หันมากินดี ๆ จะดีกว่านะ อย่าทำตัวขี้งอนเป็นเด็ก ๆ เลย ผมไม่มีเวลาจะมานั่งง้อคุณอยู่ได้นานนักหรอกนะ” คำพูดของชายหนุ่มยิ่งสร้างความเจ็บใจให้กับหญิงสาว แต่ในตอนนี้เธอไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากการเมินเฉยที่ทำอยู่ตอนนี้ เพื่อแสดงให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าเธอไม่ได้พอใจในสิ่งที่เขาทำ

          การที่หญิงสาวไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใด ๆ กับคำพูดของเขา ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจจัดการเข้าไปจัดท่าให้กับเยเลน่าใหม่ให้เป็นท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหมอนที่อิงอยู่กับหัวเตียงอีกที ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ให้ความร่วมมือแต่ทว่าหญิงสาวตัวเล็ก ๆ ก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังของคนตัวใหญ่ได้อยู่ดี

          “เอ้า! ได้เวลาทานแล้วครับ” ชายหนุ่มที่ในมือซ้ายถือจานอาหาร มือขวาถือช้อนที่ตักอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว พูดพร้อมกับยื่นช้อนไปจ่ออยู่ที่ปากของหญิงสาว หากแต่ว่าปากบางไม่ได้อ้าขึ้นอย่างที่ชายหนุ่มต้องการให้เป็นนี่สิ

          “อย่าดื้อดีกว่าเลน่า มันเสียเวลาด้วยกันทั้งคู่” คำพูดของชายหนุ่มยังคงไม่สามารถทำให้เยเลน่าอ้าปากทานอาหารได้ ซึ่งนั่นทำให้ริซโซตัดสินใจใช้วิธีของเขาอีกครั้ง

          ชายหนุ่มวางจานลงเพื่อทำมือให้ว่าง แล้วใช้มันในการบีบจมูกของหญิงสาวแทน บังคับให้เธอเปิดปาก ก่อนจะใส่ช้อนที่มีอาหารเข้าไป

 

 

            เยเลน่าถึงกับนอนสบัดศีรษะไปมาทุรนทุรายก่อนจะสะดุ้งตื่น เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นเต็มใบหน้าสวย ก่อนที่หญิงสาวจะรีบยกข้อมือทั้งสองข้างของเธอดูแล้วปรากฏว่าไม่ได้มีเชือกหรือเครื่องพันธนาการใด เยเลน่าตัดสินใจพาร่างของเธอ ขึ้นจากน้ำแต่งตัวแล้วไปนั่งทำงาน แทนที่จะไปนอนตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก เนื่องจากไม่อยากจะต้องสานต่อภาพที่อยู่ในหัวของเธอจากเมื่อสักครู่นี้อีก

------------------------------------

บริการดี ๆ ส่งทางนี้ก็ได้ค่ะคุณริซขา เลน่าไม่รับไรท์รับเองคร๊าาาา 555+ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/940275056.gif

 

 

 

ความคิดเห็น