vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 ♥ [UPDATE]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.6k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2562 23:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 ♥ [UPDATE]
แบบอักษร

ตอนที่ 25

                [PART: ฮันนี่**]**

+ 9 เดือน ต่อมา +

                วันเวลาอาจดูเหมือนหมุนผ่านไปเร็วซะเหลือเกิน...

                แต่ว่ากว่าคนเราจะตั้งท้องได้ถึง 9 เดือน มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่ต้องเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ยิ่งการที่ผมเป็นผู้ชายแล้วท้องได้ เพราะคนรักของผมมีสายเลือดผู้ใช้เวทมนตร์ที่มีคุณสมบัติพิเศษทำให้ผมสามารถให้กำเนิดบุตร     แม้อาจลำบากบ้าง แต่ผมผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้อย่างราบรื่น เพราะมีเขาอยู่ข้างกาย และยังมีพ่อแม่ของร่างสูง ป้าของผม รวมถึงทุกคนในอาณาจักรด้วย       

                ผมคลอด ‘ลูกชาย’ คนแรก โดยมีฟอเรสอยู่เคียงข้างไม่ห่าง ผมให้กำเนิดเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักน่าจิ้มลิ้ม ผิวขาว แววตาคมเข้มเหมือนฟอเรส สีผมของลูกสีดำสนิท แต่นัยน์ตาของเขามีสีเดียวกันกับผม

                ผมกลับมารักษาตัวพักฟื้นอยู่ที่อาณาจักรเวทมนตร์ เนื่องจากช่วงที่คลอดลูกอยู่ในช่วงพวกเราปิดเทอมพอดี และฟอเรสก็กำลังปรึกษากับทุกคนอยู่ว่า ควรจะกลับไปเรียนต่อที่โลกมนุษย์ต่อดีไหม เพราะเขาอยากให้ผมหยุดเลี้ยงลูกอยู่ที่อาณาจักรมากกว่า...

                สวนดอกไม้

                “แอะ ๆ” เสียงเล็กปลุกผมให้ตื่นจากภวังค์เหม่อ มือนุ่มเล็กจิ๋วทำให้ผมก้มมองลูกชายตัวน้อยในอ้อมกอดของผม ดูสิครับ ตัวเล็กนิดเดียวเอง

                “ไงครับ” ผมเอามือไปจัดแจงเสื้อลูกให้เข้าที่เข้าทางกลัวเขาโดนลมมากเกินไป

                “ราชินีคะ รับของหวานเพิ่มไหมคะ ดิฉันจะให้คนไปนำมาให้ค่ะ” เสียงสาวใช้ประจำตัวถามอย่างนอบน้อม

                “ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่หิว ตัวเล็กล่ะหิวรึยัง?” ผมก้มดูลูกกระพริบตาปริบ ๆ ผมยิ้ม

                “คุณฟอเรสยังประชุมไม่เสร็จอีกเหรอครับ” ผมเงยหน้าขึ้นถามองครักษ์ที่ยืนเฝ้าอยู่ในสวน

                “ขอรับ ฝ่าบาทกำลังประชุมงานอยู่ ราชินีมีรับสั่งอะไรเร่งด่วนหรือเปล่าครับ”

                “เปล่าหรอกครับ” ผมส่ายหน้า

                “งั้นเอาน้ำส้มคั้นมาให้ผมสักแก้วก็ได้ครับ” ผมหันไปบอกสาวใช้ที่รอฟังคำตอบ เธอพยักหน้าและลุกขึ้นเดินออกไปจากสวนดอกไม้

                ผมนั่งเล่นอยู่กับลูกสองคน คุยกันไปเรื่อย ผมชี้ให้ลูกดูผีเสื้อและดอกไม้ต่าง ๆ จนไมรู้ว่าฟอเรสเดินมาหยุดยืนดูอยู่ด้านหลัง ผมอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมกอด ลูกพยายามกำนิ้วชี้ผมไว้ไม่ยอมปล่อยออก ผมยิ้มด้วยความเอ็นดูก่อนแววตากลมดวงเล็กจะมีปฏิกิริยารับรู้เมื่อเห็นร่างสูงข้างหลังทำให้ผมหันไปมอง ผมยิ้มกว้าง

                “ไง องค์ชายของป๊า มาให้อุ้มหน่อยเร็ว” ฟอเรสนั่งยอง ๆ ลงข้างผม เขารับลูกไปอุ้มแล้วโน้มแก้มมาทางผม

                “อะไรหรือครับ” ผมแสร้งถามกะจะแกล้ง ทว่า...

                ฟอด!

                “อ๊ะ คุณฟอเรส...” เขาก้มมาหอมแก้มอย่างรวดเร็ว ผมรีบเอามือปิดแก้มกับการจู่โจมจากเขา

                “ไม่หอม ฉันหอมเองก็ได้”  

                “คุณขี้แกล้ง!” ผมทำแก้มป่อง เรียกเสียงหัวเราะน้อย ๆ จาก ‘เฟธ’ ลูกชายของผมทันที

                ชื่อลูกชายผมก็คือ ‘เฟธ’ ครับ ชื่อนี้ท่านปู่และทุกคนเห็นพ้องว่าเหมาะกับการตั้งเป็นชื่อลูกชาย พวกเราเลยตกลงกันว่าจะเอาชื่อนี้

                “ลูกชอบใจใหญ่เลย แสดงว่าชอบให้ป๊ากับม๊าหอมกันใช่ไหม” ฟอเรสถามลูกที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย

                “หยุดกวนเลยนะครับ ลูกไม่ได้พูดซะหน่อย” ผมดันหน้าเขาออก

                “ฉันไม่ได้กวนสักนิด เขาเรียกว่าแสดงความรักต่างหากล่ะ ฮันนี่ที่รัก” เขาหยอด

                “ไม่ต้องมาหยอดคำหวานใส่เลยครับ เออ...คุณฟอเรสครับ” ผมถามอย่างนึกขึ้นได้ เขาเลิกคิ้วรอฟัง

                “แอเรียเป็นยังไงบ้างครับ...”

                อันที่จริง พวกเราทั้งสามคนตั้งท้องไล่เลี่ยกันเลยครับ ทุกคนน่าจะรู้ดี ทั้งผม แอเรีย ท้องฟ้า...

                ผมมีกำหนดคลอดก่อนเพื่อน ส่วนแอเรียคลอดลูกสองวันถัดมาต่อจากผม แต่แอเรียร่างกายไม่แข็งแรงมากนัก พอคลอดลูก เขามีอาการอ่อนเพลียทำให้นัมเบอร์ต้องคอยดูแลใกล้ชิด และแอเรียต้องออกไปพักฟื้นร่างกายในที่ ที่มีอากาศบริสุทธิ์ ท่านปูเลยแนะนำให้พวกเขาไปพักผ่อนอยู่หุบเขาน้ำตกสีชมพูสักพักก่อน ไปเลี้ยงลูกอยู่ที่นั้นด้วย นี่พวกเข้าก็ไปกันได้ 1 อาทิตย์เต็มแล้ว ไม่รู้เป็นยังไงบ้าง...

                “ไม่ต้องเป็นห่วง แอเรียมีสามีอย่างนัมเบอร์ดูแลดี ไม่มีขาดตกบกพร่อง ทั้งเลี้ยงลูก ดูแลภรรยา แอเรียพอได้รับอากาศบริสุทธิ์ ร่างกายก็ได้รับการฟื้นฟูเร็วขึ้นมากกว่าเดิม” ฟอเรสพูดแล้วเว้นวรรคเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อเหมือนรู้ว่าผมอยากถาม

                “ส่วนคาร์ลกับท้องฟ้า...รายนั้นติดเมียมากอย่างไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้ ๆ กัน แค่ท้องฟ้าเดินห่างหนึ่งก้าวยังไม่ให้ห่างเลย ลูกชายของพวกเขา เดี๋ยวเราค่อยไปเยี่ยมพร้อมกันดีไหม ถ้าฮันนี่อยากไปตอนไหนก็บอกฉันได้เลย”

                “คุณฟอเรสจะไปเป็นเพื่อนผมด้วยใช่ไหม”

                “ถ้าไม่ติดประชุมราชการอะไร...” เขาทำท่าคิด

                “ถ้าผมบังคับคุณให้ไปด้วยล่ะครับ” ผมถามเสียงเข้มเท่าที่ตัวเองทำได้ เขายิ้ม

                “ฉันไม่มีสิทธิ์ขัดใจฮันนี่ซะด้วยสิ หากบังคับก็ตามใจทุกอย่างอยู่แล้ว” เสียงเข้มกระซิบข้างหูแล้วหลุดหัวเราะ เมื่อเฟธลูกชายตัวน้อยเอามือเล็กยกขึ้นกั้นหน้าของร่างสูงที่กำลังจะก้มลงมาจูบผม

                “เฟธ ป๊าขอจูบม๊าหน่อย ทำไมเอามือมาขวางล่ะ หือ...”

“ลูกบอกว่าอย่ารังแกผมครับ”

                “ใครรังแก ฉันยังไม่ได้รังแกสักนิด ถ้ารังแกมันต้องอีกแบบ...” เสียงเข้มพูดกวน ผมยิ้มเขินและอุ้มเฟธไว้

                “ผมเริ่มหิวแล้ว เราไปทานข้าวพร้อมกันได้ไหมครับ”

                “ได้สิ” เขาพยักหน้ารับ “ไปบอกแม่บ้านจัดอาหารไว้รอที” ฟอเรสหันไปสั่งองครักษ์

                ผมอุ้มลูกที่ดูดนมขวดเล็กจ๊วบไม่สนใจสิ่งรอบข้างเมื่อเจอของกินของตัวอง ผมอุ้มเข้าไปในห้องนอนและให้ป้านมคนสนิทที่เคยเลี้ยงดูฟอเรสมาตั้งแต่เด็กช่วยดูแลเฟธไว้ก่อน

                “ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้ฮันนี่ ฉันว่าจะพาออกไปข้างนอก” เสียงเข้มบอก ผมเลิกคิ้ว

                “ไปไหนครับ เราลงไปกินข้าวข้างล่างไม่ใช่เหรอ”

                “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว อยากพาฮันนี่ออกไปเดทข้างนอก”

                เอ๊ะ...เขาพูดว่าไปเดทเหรอครับ?

                “ไปเร็ว อย่าให้ฉันรอนานนะ” เขาเร่ง ผมเลยไม่ได้ปฏิเสธอะไร

                “ก็ได้ครับ คุณรอแปปนึงนะ ผมไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” ผมเข้าไปเปลี่ยนใส่ชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว กางเกงขายาวสีดำ ผมเดินออกมาจากห้องเจอเขากำลังคุยกับเสนาที่ช่วยจัดการดูแลผังภายในเมือง

                “ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับ” ผมบอก เขาเซ็นเอกสารราชการเสร็จก่อนจะหันมายิ้มให้

                “ไม่เป็นไร ฉันคุยงานเสร็จพอดี ไปกันเลยไหม...เรื่องงานเอาตามที่ตกลงกันไว้ ฝากเสนาช่วยจัดการดูแลด้วยนะ” เขาสั่งความไว้แล้วเดินเข้ามาใกล้ผม

                “มีร้านโปรดที่อยากไปทานไหม” เขาถามระหว่างทางเดินไปหน้าประตูใหญ่

                ผมมองแปลกใจ เพราะเราออกมาโดยไม่มีองครักษ์ติดตามเลยสักคน ปกติถ้าอย่างต่ำต้องมีถึงห้าคนที่ติดตามออกมาด้วย

                “ทำไมไม่มีองครักษ์ตามคุ้มกันล่ะครับ”  

                “ฉันอยากอยู่กับฮันนี่แค่สองคน...” คำตอบจากเขาทำเอาผมหลุดยิ้ม

                “เราจะเดินไปกันเหรอครับ” เขาเลื่อนมือมากุมมือผม

                “ใช่...วันนี้ฉันตามใจทุกอย่าง อยากไปไหนบอกได้เลย”

                “ปกติคุณตามใจผมอยู่ทุกวันนี่นา...” ผมพึมพำ

                “อยากไปไหนล่ะ?” เขาถามอ่อนโยน

                “แน่ใจเหรอครับว่าตามใจผม”

                “ใช่” เขาพยักหน้าอนุญาต ผมทำท่าคิด

                “ผมอยากพาคุณไปร้านอาหารร้านหนึ่งที่ติดกับแม่น้ำ แต่คุณจะทานได้หรือเปล่าครับ มันอยู่ข้างทาง ไม่หรูหรามาก...” ผมถามเขาเพื่อความแน่ใจ เขาเป็นถึงราชาจะให้นั่งทานร้านข้างทาง ผมกลัวเขาลำบาก ฟอเรสหัวเราะเล็กน้อย

                “ประชาชนของเมืองนี้ ยังไงก็ถือเป็นคนของเรา ทำไมฉันถึงจะนั่งทานข้างทางไม่ได้ล่ะ บอกแล้วใช่ไหมว่าที่ฉันสนใจน่ะ คือ ฮันนี่ ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน ฉันก็พร้อมไปด้วยเสมอ” ประโยคที่ออกมาจากใจทำให้ผมยิ้มกว้าง

                “คิดว่าผมเขินไหมครับ ที่คุณพูดออกมาแบบนี้”

                “จุดประสงค์ก็อยากให้เขิน เพราะเวลาเขิน ฮันนี่น่า...” เขาเว้นวรรคคำพูดไว้ ผมเลยหันไปมองเขาก่อนจะตาโตเมื่อเขาโน้มตัวลงมาจูบ...

                “อื้อ คุณฟอเรส...” ผมทุบไหล่เขาเบา ๆ แก้เขิน

                “ทำไมมาจูบข้างนอกล่ะครับ” เขาไม่ตอบแต่กลับก้มลงมาหอมแก้มผมแทน

                “อ๊ะ! วันนี้คุณเป็นอะไรครับ เอาแต่หอมเอาแต่จูบผมอยู่นั่นแหละ” ผมเขินจนจะม้วนตัวได้อยู่แล้ว...

                **“**เก็บกด” เขาตอบสั้น ๆ เรียกหัวเราะผมได้ทันที

                “ผมเชื่อ”

                “ฉันยังระบายไม่หมดเลยนะ คืนนี้ลูกจะให้ป้านมเป็นคนดูแลไปก่อน...” เขาบอก

ผมเลยหันขวับไปมองเขาทำหน้าเจ้าเล่ห์

                “คุณฟอเรสทำหน้าเหมือนมีแผนอะไรเลยนะครับ”

                “ไม่มี๊...” เขายิ้มกรุ่มกริ่ม

                “เสียงสูงเชียวนะครับ...ไปทานข้าวกันเถอะ ผมหิวแล้ว” ผมชวนเมื่อรู้สึกว่าท้องมันเริ่มร้อง

                “เดินนำเลย ให้ฮันนี่เป็นเจ้ามือ” เขาบอก

                “พร้อมเลี้ยงครับ ร้านนี้ผมเคยให้คนซื้อเข้าไปในวังด้วยนะ อร่อยมาก” ผมอวด เขายิ้มพร้อมกับขยี้ผมของผม

                “ไหนดูสิว่าร้านที่เมียแนะนำจะอร่อยขนาดไหน” เราสองคนเดินจับมือกันเดินตรงไปร้านที่ผมแนะนำทันที

                พวกผมนั่งทานอาหารแสนอร่อยอยู่สักพักพออิ่มแล้ว พากันเดินออกมาจากร้าน ตรงจุดใกล้กันมีจุดชมวิวด้วยเห็นแม่น้ำสีสวย ท้องฟ้ามีดาวเต็มไปหมด

                “ทำไมถึงรู้ว่ามีร้านอาหารตรงนี้ กับดาวบนท้องฟ้าสวย ๆ” เขายืนอยู่ข้างผมพลางมองดาวบนฟ้า

                “แอเรียแนะนำมาครับ”

                “ฮันนี่...ชอบที่จะอยู่ที่อาณาจักรเวทมนตร์หรือเปล่า” จู่ ๆ ร่างสูงข้างกายก็ถามขึ้น ผมเอามือไปวางลงตรงมือเขาที่วางไว้ขอบสะพาน

                “ถ้าผมอยู่คนเดียว ผมก็ไม่ชอบที่นี่หรอกครับ แต่ถ้ามีคุณอยู่ ผมก็รักที่นี่ เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ขอแค่มีคุณฟอเรสอยู่ด้วย ผมพร้อมที่จะอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม” ผมพูดจากใจ เขายิ้มออกมาพร้อมกับดึงผมเข้าไปสวมกอดไว้

                หมับ

                “อย่าพูดอะไรที่มันเหมือนเชิญชวนฉันแบบนั้นสิ...”

                “ผมพูดความจริงต่างหาก” ผมว่า

                “ขอบคุณที่อยากอยู่กับฉัน ฉันเองก็อยากอยู่กับฮันนี่ตลอดไปเหมือนกัน” ผมดันตัวเองออกจากเขาเล็กน้อยและจ้องแววตาที่สบตากับผม

                “งั้นเรามาอยู่ด้วยกันตลอดไปนะครับ” ผมยิ้มอ้อน

                “เรื่องแบบนั้นมันของแน่นอนอยู่แล้ว...” ผมมองเขาก่อนจะนึกขึ้นได้

                “อ้อ คุณฟอเรสครับ”

                “หือ?”

                “จะเป็นอะไรรึเปล่า ถ้าผมขอถามคุณว่า ผมไม่เคยเห็นคุณใช้เวทมนตร์เลย...” ผมถามสิ่งที่ตัวเองสงสัย แต่ไม่เคยถามเขาสักที

                “ถามได้...จำไว้นะ ฮันนี่ถามฉันได้หมดทุกเรื่อง...เวทมนตร์ของฉันเป็นเวทมนตร์ที่มีพลังมหาศาลเลยใช้พร่ำเพรื่อไม่ได้ เพราะมันต้องใช้สำหรับการปกครองอาณาจักร” เขาอธิบายให้ผมฟัง และผมก็หน้าร้อนวูบกับประโยคต่อมา

                “แต่หากแค่เวทมนตร์พื้นฐานที่ใช้ได้ก็จะเป็นประมาณนี้” เขาบอก

                “ประมาณไหนครับ!!?” ผมตาโตและตกใจเมื่อจู่ ๆ เขาใช้นิ้วชี้มาทางผม กระดุมเสื้อเชิ้ตของผมถูกปลดออกไปสองเม็ด จนเห็นคอเนียนขาวปรากฏต่อสายตาคมเข้มของคนตรงหน้า

                “อ๊ะ คุณฟอเรส!!” ผมมองเขาที่ทำหน้ากวน

                “อะไรเหรอ?” เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

                “คุณปลดกระดุมผมใช่ไหมครับ ด้วยเวทมนตร์”

                “ใช่แล้ว ก็ฮันนี่บอกอยากดูเวทมนตร์ของฉันนี่น่า” เขากระตุกยิ้มขำ ผมทำแก้มป่องพลางติดกระดุมคืน

                “ไม่ต้องมาทำหน้าหื่นเลยนะครับ อ๊ะ...” ผมบอกแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อโดนคนขี้แกล้งดึงเข้าไปใกล้จนอยู่ในระยะประชิด

                “ใครหื่น”

                “คุณ”

                “ให้โอกาสพูดใหม่” เขาก้มหน้าลงมาใกล้อีก

                “พอเลย ฮะ ๆ อย่าแกล้งผม โอเค ๆ ผมยอมแล้ว” ผมหัวเราะพร้อมกับดันหน้าเขาออก ฟอเรสยิ้มมองหน้าผมอย่างไม่รู้สึกเบื่อสักนิดมีแต่อยากอยู่ใกล้มากกว่าเดิมไม่อยากห่างเลยด้วยซ้ำ

                “คุณฟอเรสครับ คุณเห็นรอยปานรูปครึ่งหัวใจสีชมพูที่อยู่ตรงหน้าหน้าอกลูกชายเราไหม” ผมถามขึ้น

ในขณะที่เรากำลังจะเดินกลับไปด้วยกัน ร่างสูงพยักหน้ารับ

                “มันคือสัญลักษณ์ว่า ลูกเรามีโชคชะตาผูกพันกับใครบางคน” เขาบอก ผมเลยมองอย่างสนใจ

                “ลูกเป็นคนของอาณาจักรเวทมนตร์ แสดงว่า คู่ของเขาคือมนุษย์” ผมพูด ฟอเรสยิ้ม

                “ใช่ คู่ของลูกคือมนุษย์  และลูกของเราก็คงได้เมียกลับมา หากถึงเวลาเลือกคู่” เสียงเข้มตอบแต่ประโยคหลังเขาพูดเบาจนผมไม่ได้ยิน

                “คุณว่าอะไรนะครับข้างหลัง” ผมถามแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเขาก้มลงมาหอมแก้มผม

                “เปล่า เมื่อถึงเวลาฮันนี่ก็จะรู้เอง” เขาตอบและพูดต่อ

                “แต่ตอนนี้ กลับวังดีกว่า ฉันกินอาหารคาวแล้วอยากกินฮันนี่เป็นของหวานบ้าง” เสียงเข้มพูดกรุ่มกริ่ม

ผมตีมือเขาที่เลื่อนลงมาจับก้นผม

                “หยุดเลยนะครับ เปลี่ยนเรื่องทำไมเล่า” ผมว่าด้วยความเขิน ก่อนเราจะหัวเราะพร้อมกันและเดินจับมือกันกลับไปที่วังทันที


.............................................................................................

ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดี ๆ จากคนอ่านที่น่ารัก ^^

รักคนอ่านน๊าาาาา มากอดดดดดดดดดดด ♥

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}