ทิกันตา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 19 เศษหินและเพชรพลอย

ชื่อตอน : ตอนที่ 19 เศษหินและเพชรพลอย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2560 02:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 19 เศษหินและเพชรพลอย
แบบอักษร

 ตอนที่ 19

เศษหินและเพชรพลอย

 

    

 

      ‘ไม่พบเจอกับผีน่ะสิ!!!’ เสียงในใจของนางแบบสาวร่างระหงต้องสบถออกมาด้วยคำไม่คาดฝันอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะตอนนี้สถานที่ซึ่งเธอกำลังยืนตระหง่านอยู่มันคือที่ที่ทำให้หัวใจเธอเต้นแรงทุกครั้งที่ได้มาเหยียบ

โรงแรมจักรภัทรโรงแรมของผู้ชายร้ายกาจคนนั้นที่ทำร้ายจิตใจเธอแทบไม่เหลือชิ้นดี เธอคิดว่าจะไม่ต้องพบเจอกับผู้ชายร้ายกาจคนนั้นอีก แต่ที่ไหนได้เป็นเธออีกแล้วที่มาหาเขาถึงที่ ทุกทีเลย! เป็นอย่างนี้ทุกที!!

โห้ยยย!! รอบที่เท่าไหร่แล้วเนี่ยรัน!!’

“มาที่นี่รอบสองแล้วนะเนี่ย” พี่ตรีผู้จัดการคนงามหันหน้ามาพูดกับเธอ

“เอ่อ..เอ่อ..ค่ะ” ดารารายสะดุ้งเล็กน้อย แล้วตอบอย่างกระอักกระอ่วนใจ เพราะมันไม่ใช่รอบสองน่ะสิที่เธอมาเหยียบที่นี่

“อ้าว คุณดาราราย! เจอกันอีกแล้วนะคะ” พนักงานต้อนรับคนเดิมกล่าวทักทายเธออย่างคุ้นเคยทันทีที่เธอย่างก้าวเข้ามาในเขตของล็อบบี้โรงแรม

“เหอๆ ค่ะ” เธอตอบพลางหลบสายตาของพนักงานต้อนรับคนนั้น

“มาพบคุณคณิ..”

“ฉะ..ฉันมาเดินแบบค่ะ!!” เธอตอบสวนไปทันควัน มือไม้ก็โบกไหวๆอย่างต้องการจะห้ามไม่ให้พูดต่อ ด้วยหวั่นเกรงว่าเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอจะแพร่งพรายถึงหูของพี่ตรีที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังตอนนี้

“อ๋อหรอคะ วันนี้คุณคณิ..”

“เอ่อ ฉันขอตัวก่อนนะคะ!!” เธอไม่รอให้พนักงานพูดจบ รีบดึงแขนพี่ตรีให้เดินตามมาอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวสิคะคุณดาราราย! คุณดารารายคะ!!” พนักงานสาวพยายามตะโกนเรียกชื่ออยู่อย่างนั้น แต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะหญิงสาวเจ้าของชื่อกับผู้จัดการของเธอได้กระโดดเข้ามายืนในลิฟต์เป็นที่เรียบร้อย มือเล็กก็รีบกดขึ้นไปชั้นเจ็ดซึ่งเป็นสถานที่จัดงานทันที

“โอ้ย! นี่หล่อนจะรีบฉุดฉันไปไหนเนี่ย!! ฉันบอบบางนะย่ะ ทะนุถนอมกันบ้างสิ” พี่ตรีโอดครวญขณะที่ถูกกระชากให้เข้ามาในลิฟต์

“โหพี่ตรีแค่นี้เอง ทำเป็นเหนื่อยไปได้ สงสัยต้องพาไปออกกำลังเยอะๆแล้วละม้างงงง!” หญิงสาวพูดตลกกลบเกลื่อน แต่ในใจมันอยากจะชิ่งหนีไปให้ไกลจากตรงนี้ ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นงานเดินแบบเครื่องเพชรที่รับปากคุณธวัชชัยเอาไว้ดิบดีหลายครั้งหลายคราล่ะก็ อย่าได้หวังเลยว่าจะเห็นเธอย่างกรายเข้ามาที่นี่อีก

“ฉันไม่ใช่หญิงสาววัยแรกแย้มเหมือนหล่อนนะ ที่จะได้ไปไหนมาไหนได้ปานท่องเที่ยวอยู่ในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ฉันน่ะมันใกล้แย้มฝาโลงเข้าไปทุกทีแล้วย่ะ”

“พี่ตรีอ่า! อย่าพูดอย่างนั้นสิคะ แล้วใครจะดูแลรันกันล่ะ”

“หล่อนก็หาผัวมาดูแลหล่อนสิย่ะ!

ดารารายถึงกับหน้าซีดเผือดนิ่งเงียบขึ้นมาในทันที ลมหายใจก็เริ่มขาดห้วงด้วยไปต่อไม่ถูก เมื่อเจอประโยคจี้ใจดำ

“รันไม่อยากมี..ถ้ามีแล้วทำให้ใจมันเจ็บยิ่งกว่าเก่า..ก็อย่ามีซะยังดีกว่า..”

“หล่อนโอเครึเปล่าย่ะเนี่ย” พี่ตรีเลยเอ่ยถามออกมาด้วยงงในคำพูดของเธอ

“รันโอเคค่ะ! โอเคสุดๆ! รันไม่เคยโอเคขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ! รันกำลังทำอะไรที่เหมือนว่าไม่โอเคอยู่หรอคะ!” ดารารายตอบ พร้อมกับทำตาโตฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงสวยแทบครบทุกซี่ แต่ในใจกลับไม่เป็นสุข มันกำลังกระสับกระส่ายร้อนรนราวกับมีใครมาสุมไฟไว้ในอก ทำไมคุณธวัชชัยถึงต้องมาประมูลที่นี่ด้วยนะ!

นี่มันโอเคจริงมั้ยเนี่ย ผู้จัดการคนงามยิ้มแหยๆออกมาเมื่อฟังคำตอบจากน้องสาวตัวแสบ

ขณะที่กำลังเดินเข้าไปยังส่วนของห้องโถงขนาดใหญ่ที่จัดแสดงเครื่องเพชรอันเลอค่าหลากหลายชิ้น นางแบบสาวก็ใจเต้นตึกตักอย่างห้ามไม่ไหว ไม่ใช่เพราะความสวยงามตระกาลตาของเพชรเม็ดโตที่จัดแสดงอยู่รายล้อม แต่เพราะเธอกำลังกลัวว่าจะเจอคนที่ไม่อยากเจอเข้าน่ะสิ!

“แหม แอบคิดถึงคุณคินเข้าเหมือนกันนะย่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนานละ”

“จะไปคิดถึงเขาทำไมคะ!” ดารารายเริ่มโมโหกระฟัดกระเฟียด เมื่อนึกถึงหน้าคนใจร้ายคนนั้น

“เอ้า! ยัยนี่! ฉันจะคิดถึงใครมันก็เรื่องของฉันย่ะ!” พี่ตรีเอ็ดน้องสาวตัวแสบเสียงสูง “แต่ว่าเขาจะรู้มั้ยน้าว่าเราสองคนมาที่นี่”

เขารู้แน่! เขาต้องรู้แน่ๆ!! ก็เขาเป็นเจ้าของโรงแรมนิ!’ นางแบบสาวคิดในใจ สถานการณ์ตอนนี้ช่างเป็นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดสุดๆ

“ห้องแต่งตัวเชิญทางนี้เลยค่ะคุณดาราราย” สตาฟที่จัดงาน เอ่ยชี้นำไปทางด้านหลังเวที

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” ร่างบางรีบก้าวยาวดึงพี่ตรีไปที่ห้องแต่งตัวหลังเวทีทันที จนผู้จัดการสาวฉงนใจอย่างรุนแรงว่าทำไมวันนี้เธอถึงได้รีบอะไรกันขนาดนี้

อีกฟากหนึ่งของห้องโถงใหญ่ก็ปรากฏร่างของเจ้าของโรงแรมหนุ่มกำลังยืนคุยกับคุณหญิงคุณนายรุ่นใหญ่ที่ต่างผลัดกันเข้ามาทักทายอย่างสนิทชิดเชื้อ ด้วยหลงในเสน่ห์และคารมที่คมคาย จนพากันอ่อนระทวยลืมอายุกันไปจนหมดสิ้น ในตอนแรกเขาก็คุยกับพวกเธอพอเป็นพิธี แต่ทันใดนั้นสายตาคมก็ตวัดไปเห็นหญิงสาวที่คุ้นตากำลังกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปที่หลังเวทีอย่างรีบเร่ง พาให้สติสะตังของเขาเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ลืมบุคคลที่กำลังสนทนาด้วยในทันที

“รัน!” ชายหนุ่มเผลอเรียกชื่อเธอด้วยใจเรียกหา เธอคงกำลังหนีเขาอยู่สินะ ถึงได้รีบเข้าหลังเวทีขนาดนั้น

ร่างสูงเกิดอาการน้อยใจขึ้นมากะทันหัน ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเฝ้าคิดถึงเจ้าร่างบางของเขามากเสียจนต้องนอนกอดหมอนแทนตัวเธอทุกคืน ครั้นจะไปตามหาก็ไม่รู้ว่าบ้านเธออยู่ไหน แถมงานที่โรงแรมก็ดันมาวุ่นวายอะไรกันอาทิตย์นี้ก็ไม่รู้ จนเวลาที่จะไปตามหาเธอก็ไม่เหลือแม้สักนิด

แต่ก็นับว่าโชคยังพอเข้าข้างอยู่บ้าง ที่เธอต้องมาเดินฟินาเล่เครื่องเพชรที่โรงแรมเขาพอดิบพอดี หัวใจแกร่งก็เต้นสั่นไหวทันทีที่รู้เรื่องนี้ ชายหนุ่มถึงกับไม่เป็นอันกินอันนอน คอยนับวันรอวันที่เธอจะมาหาเขา วันที่เขาจะได้กอดเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้อีก

ร่างสูงเตรียมจะก้าวยาวตามไปหลังเวที แต่ก็ดันถูกขัดจังหวะด้วยคนสำคัญของงานในวันนี้จนได้

“คุณคณินทร์”

“คุ..คุณธวัชชัย เอ่อ..สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกล่าวสวัสดี แต่ดวงตากลับไม่มองคู่สนทนาเลยสักนิด เพราะสายตาคมของเขากำลังจดจ้องไปที่หลังเวทีนั่นตามที่หัวใจเพรียกหา

“คุณมองหาใครอยู่หรอ”

“เอ่อ ไม่มีอะไรครับ แค่ตรวจความเรียบร้อยของงานเฉยๆ” เขาอ้าง พร้อมหันสายตากลับมาที่คู่สนทนาซึ่งเป็นโต้โผใหญ่ของงาน พาให้คุณหญิงคุณนายที่คุยด้วยกันก่อนหน้านี้ เริ่มรู้สึกว่ากำลังขัดขวางการสนทนาของบุคคลทั้งสอง จึงพากันหลีกหนีถอยห่างไปเอง

“ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยนะ”

“ครับ ตั้งแต่งานศพของคุณพ่อผม”

“เสียใจด้วยนะเรื่องพ่อของคุณ ผมรู้จักเขามานาน น่าเสียดายคนฝีมือดีอย่างท่าน”

“ครับ ผมเองก็ไม่คาดคิดเหมือนกันว่าต้องมารับช่วงต่อเร็วขนาดนี้” เขาบอกไปตามตรง

คุณจักรกฤษณ์คุณพ่อของเขากับคุณธวัชชัยรู้จักกันมานานหลายสิบปี เพราะก่อนที่คุณธวัชชัยจะเบนเข็มไปทางด้านออกแบบเครื่องเพชร ท่านก็เคยเป็นสถาปนิกออกแบบภายในมาก่อน ห้องต่างๆภายในโรงแรมก็ได้ท่านนี่แหละเป็นคนวางให้แทบทั้งหมด พลอยให้เขาได้รู้จักและสนิทสนมไปด้วย แม้จะไม่ค่อยได้พบกันบ่อยนัก แต่ก็รู้สึกเป็นกันเองทุกครั้งเมื่อได้คุยกับหนุ่มใหญ่ผู้นี้

“ขนาดแค่ระยะเวลาอันสั้นที่คุณเข้ามาบริหาร ก็ทำให้โรงแรมก้าวไกลไปได้ขนาดนี้ก็ถือว่าเก่งมากทีเดียวนะ” คุณธวัชชัยเอ่ยชื่นชมจากใจจริง

“ฮึ ฮึ ผมยังห่างชั้นกับคุณพ่ออยู่มากครับ คงต้องเรียนรู้ไปอีกเรื่อยๆ”

“หาเวลาพักผ่อนหาความสุขให้ตัวเองบ้างนะ เดี๋ยวร่างกายมันจะไม่ไหวเอา”

“ผมก็พยายามหาอยู่ครับ แต่..แต่เธอหนีผมไปตลอดเลย” เขาสารภาพเสียงแผ่ว เมื่อนึกถึงยัยตัวแสบจอมดื้อดึง

“หืม..เธองั้นหรอ?” คุณธวัชชัยถามอย่างสงสัย แต่แล้วก็ถึงบางอ้อในทันที “ฮ่า ฮ่า คงจะไปตกหลุมรักสาวที่ไหนอยู่ใช่มั้ยเนี่ย” คุณธวัชชัยยิ้มออกมาเบาๆอย่างรู้ทันชายหนุ่มรุ่นลูก

“ฮึ ฮึ ครับ” ชายหนุ่มเว้นวรรคไปนิดหนึ่งพลางกระตุกยิ้มมุมปาก “ตกหลุมเข้าอย่างจังเลยละ”

“แล้วเธอล่ะ รู้สึกยังไงกับคุณ”

“ผมเองก็ยังไม่แน่ใจเลยครับว่าเธอชอบผมรึเปล่า” คณินทร์เริ่มใจแป้วขึ้นมาทันที เมื่อคุณธวัชชัยถามถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเขา

“คำแนะนำจากผู้ชายด้วยกันก็คงบอกได้แค่ว่า..ตื้อเท่านั้นที่ครองโลก ฮ่า ฮ่า”

“ฮึ ฮึ ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นละครับ เพราะผมจะไม่ปล่อยเธอไปแน่” น้ำเสียงจริงจังกับสายตาแน่วแน่ พาให้หนุ่มใหญ่คู่สนทนาพยักหน้าให้เบาๆเป็นการสนับสนุนเขาอีกแรง

“ผมขอเอาใจช่วยให้คุณสมหวังด้วยละกันนะ”

“ขอบคุณมากครับคุณธวัชชัย”

“เดี๋ยวผมขอตัวไปดูข้างหลังเวทีก่อนนะว่านางแบบพร้อมกันรึยัง งานใกล้จะเริ่มแล้ว”

ดวงตาคมของชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคุณธวัชชัยบอกว่าจะขอตัวไปไหน

“เอ่อ เอ่อ คือ..” ชายหนุ่มเริ่มพูดติดๆขัดๆ

“หืม?

“เอ่อ ไม่มีอะไรครับ” ใจจริงอยากจะเอ่ยขอเข้าไปด้วยใจจะขาด แต่คงไม่เป็นการดีนักที่จะไปก้าวก่ายงานของเขา

“งั้นผมขอตัวก่อนนะ” คุณธวัชชัยกล่าวขอตัว แต่ขณะที่กำลังจะเดินไปก็นึกอะไรได้บางอย่าง

“อ่อ เดี๋ยวผมคงต้องขอรบกวนคุณคณินทร์จองห้องอาหารวีไอพีให้ด้วยนะ พอดีราคาเริ่มต้นเครื่องเพชรฟินาเล่ชุดสุดท้ายมันค่อนข้างสูงทีเดียวก็เลยอย่างเลี้ยงตอบแทนผู้ประมูลได้เสียหน่อย ผมขอเชิญคุณไปร่วมรับประทานด้วยนะ”

“ยินดีครับ” คณินทร์ก้มหัวให้เป็นการตอบรับคำเชิญชวน

“ถ้าคุณอยากประมูลเครื่องเพชรไปให้สาวคนนั้นก็เชิญได้เลยนะ ผมแอบบอกไว้ก่อนว่าฟินาเล่ของงาน นอกจากมรกตที่งดงามแล้ว นางแบบที่สวมมันก็งดงามไม่แพ้กัน”

“ครับ อันนั้นผมรู้ดี” ใช่ เขารู้ดียิ่งกว่าใครว่านางแบบที่สวมเครื่องประดับชุดนั้นงดงามตราตรึงใจมากเพียงใด

“สวัสดีครับท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน กระผมขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานประมูลเครื่องประดับจากอัญมณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ที่นอกจากจะมีการจัดแสดงเครื่องประดับสุดล้ำค่าแล้ว ก็ยังมีการจัดประมูลเพื่อนำเงินส่วนหนึ่งไปบริจาคให้กับมูลนิธิเด็กยากไร้ในหลายๆพื้นที่ของประเทศไทยอีกด้วย และในขณะนี้ก็ถึงเวลาอันสมควรแล้ว กระผมขอเรียนเชิญคุณธวัชชัย วิวัฒน์กุล ผู้มีส่วนสำคัญในการออกแบบเครื่องประดับทุกชิ้นที่นำมาประมูลภายในค่ำคืนนี้ ขอเรียนเชิญครับ” เสียงพิธีกรรูปหล่อเอ่ยเรียนเชิญคุณธวัชชัยขึ้นไปกล่าวเปิดงานในค่ำคืนนี้

“สวัสดีครับทุกท่าน เป็นความน่ายินดีอย่างยิ่งที่ผมได้มีโอกาสต้อนรับทุกๆท่านที่ให้เกียรติมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานประมูลเครื่องประดับจากอัญมณีในวันนี้ งานในค่ำคืนนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้รับเกียรติจากทุกๆท่านที่สละเวลามาเพื่อช่วยเด็กยากไร้ในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทย” คุณธวัชชัยเว้นวรรคไปนิดหนึ่ง แล้วกวาดสายตาไปรอบๆเวที ก่อนจะพูดต่อ

“ในวันนี้มีอัญมณีหลายรูปแบบให้ทุกท่านได้เลือกชมกันมากมายเลยนะครับ จากประสบการณ์การที่ผมได้เป็นนักออกแบบเครื่องประดับมา สังเกตเห็นได้บ่อยเลยครับว่าผู้เลือกซื้อหรือเลือกใส่แต่ละคนนั้นจะชอบอัญมณีแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน บางคนอาจชอบเพชรมากกว่ามรกต แต่บางคนอาจชอบมรกตมากกว่าเพชร ความสวยงามของอัญมณีแต่ละประเภทจึงมีความแตกต่างกันไปตามความนิยมชมชอบของแต่ละคน ซึ่งในบางครั้งเราอาจจะลืมไปว่าอัญมณีที่สูงค่าและสวยงามที่สุดนั้นมีอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน ถึงแม้ว่ามันอาจจะเป็นแค่เศษหินชิ้นเล็กๆ แต่การประเมินค่าของมันก็อยู่ที่ตัวเราว่าจะเลือกมองอย่างไร จะมองแต่ภายนอกให้มันเป็นเพียงแค่ก้อนหินก้อนหนึ่งที่ไม่มีใครต้องการ หรือมองให้ลึกไปถึงคุณค่าที่อยู่ภายในให้มันเป็นเป็นอัญมณีแสนงดงามที่ไม่สามารถประเมินค่าใดใดได้ ขอบพระคุณครับ”

ร่างสูงของคณินทร์ที่ยืนหลบมุมอยู่ในบริเวณหนึ่งของห้องโถงใหญ่ ถึงกับสะอึกไปกับคำพูดของนั่น ทั้งคำพูดจากมารดาที่เคยบอกและคำพูดจากคุณธวัชชัยกำลังทำให้เขาเหมือนกับถูกกระแทกเข้าที่หัวใจอย่างจังให้ย้อนนึกถึงเรื่องคืนนั้นที่ความเห็นแก่ตัวเข้าครอบงำจนทำลายคุณค่าของผู้หญิงคนหนึ่งไปจนหมดสิ้น นี่เขากำลังประเมินค่าเธอเป็นเพียงแค่ก้อนหินก้อนหนึ่งที่ไม่มีชีวิตจิตใจอยู่ใช่มั้ย

ทางด้านของดารารายที่แอบมายืนอยู่หลังเวทีเพื่อจะกวาดตามองหาผู้ชายจอมเจ้าเล่ห์ แต่กลับได้ยินคำพูดนั้นแทนก็ให้ได้สติขึ้นมาเช่นกัน ต่อจากนี้เธอคงจะต้องรักตัวเองให้มาก อย่าทำตัวเองให้ต้องเจ็บไปมากกว่านี้ เพราะไม่ใช่แค่ร่างกายที่เจ็บ แต่หัวใจของเธออาจจะบอบช้ำจนไม่สามารถต้านทานต่อเรื่องราวต่างๆได้อีก

“อ้าว คุณดารารายมาทำอะไรตรงนี้” คุณธวัชชัยเอ่ยถามหญิงสาวขณะเดินลงมาหลังเวที

“รันอยากมาฟังคุณธวัชชัยกล่าวเปิดงานน่ะค่ะ” เธอตอบเสียงใส

“ฮึ ฮึ อย่างนั้นหรอ”

“คำพูดคุณพูดสุดยอดๆมากเลยค่ะ รันถึงกับได้สติขึ้นมาเลยละ”

“ดีแล้วละ คุณดาราราย”

“โถ คุณธวัชชัยเรียกรันว่ารันเฉยๆเถอะนะคะ เราจะได้เป็นกันเองมากขึ้นอย่างที่คุณบอก” เธอบอกเขาไปตามตรง

“คุณรัน”

“รันเฉยๆสิคะ ไม่ต้องมีคุณ” เธอทำเสียงวอนขอเหมือนกับเด็กหญิงที่กำลังออดอ้อนบิดา

“ฮึ ฮึ รัน..” คุณธวัชชัยกระตุกยิ้มเบาๆให้กับหญิงสาวรุ่นลูก พลางเอามือลูบหัวอย่างเอ็นดู ดารารายเองก็ฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ารัก สัมผัสที่กำลังลูบหัวเธออยู่ตอนนี้ช่างอบอุ่นเหมือนกับพ่อของเธอเหลือเกิน

“เราไปกันเถอะ เดี๋ยวผมจะไปดูความเรียบร้อยของเครื่องประดับด้วย” ว่าพลางยื่นแขนมาให้เธอเกี่ยว

“ไปกันค่ะ” เรียวปากงามยังคงฉีกยิ้มกว้างอยู่อย่างนั้น พร้อมกับเดินควงแขนคุณธวัชชัยเดินกลับไปที่ห้องแต่งตัว

สถานการณ์แสนอบอุ่นนั่นไม่สามารถรอดพ้นจากสายตาคมของเจ้าของโรงแรมหนุ่มที่กำลังจะเดินมาคุยกับคุณธวัชชัย แต่ดันบังเอิญมาเห็นภาพบาดตาบาดใจ สายตาคมจึงแปรเปลี่ยนเป็นจ้องเขม็ง เลือดในกายก็เต้นเร่าๆอย่างห้ามไม่อยู่ ด้วยเหตุการณ์ตรงหน้าที่ยัยตัวแสบกระทำอยู่ ไอ้การฉีกยิ้มกว้างแบบนั้นเขายังไม่เคยได้รับสักนิด แต่กับคุณธวัชชัยทำไมเธอถึงได้เผยอีกด้านหนึ่งที่เขาไม่เคยรับรู้ให้ท่านได้เห็น มันน่าน้อยใจนักเชียว!

            ไม่ได้การละ! ขืนเป็นอย่างนี้เธอต้องไปจากเขาจริงๆแน่ ร่างสูงยืนครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดวางแผนให้สมกับการกลั่นกรองออกมาจากสมองของจอมเจ้าเล่ห์อย่างเขาหน่อย

 

            ผมไม่มีวันยอมยกคุณให้ใครหรอกนะรัน! ไม่มีวัน!!’

 

    ปล.คุณคินก็ยังคงเป็นคุณคิน จะวางแผนอะไรกันอีกเนี่ยยย เอาใจช่วยยัยหนูด้วยน้าาา 55555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น