June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

66. ไม่​ง้อ​ ผม​ก็​จะ​งอน​ต่อไป​ (เสกต่อ)

ชื่อตอน : 66. ไม่​ง้อ​ ผม​ก็​จะ​งอน​ต่อไป​ (เสกต่อ)

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.5k

ความคิดเห็น : 48

ปรับปรุงล่าสุด : 14 มี.ค. 2562 17:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
66. ไม่​ง้อ​ ผม​ก็​จะ​งอน​ต่อไป​ (เสกต่อ)
แบบอักษร

ต่อ Part

ผมรักพี่ ผมรักไอ้พี่เสก

คำนี้ลอยวนในหัวผมอยู่ตอนนี้ หลังจากที่ผมบอกรักไอ้พี่เสกต่อหน้าพี่ๆทุกคนแถมยังจูบกันต่อหน้าทุกคนอีก ถึงจะรู้สึกอายมากแต่ก็คุ้มที่ได้พูดออกไป มันเหมือนทำให้ผมได้ปลดปล่อยตัวเองและที่สำคัญไอ้พี่เสกบอกว่ารักผมต่อหน้าเพื่อนๆ ผมไม่รู้ว่าเพื่อนของไอ้พี่เสกคนอื่นๆรู้เรื่องของผมกับไอ้พี่เสกแค่ไหน​  แต่ที่เมื่อวานผมมาเจอพี่นัท พี่นัทเล่าว่า พี่คาดคั้นเอาความจริงทั้งหมดจากพี่กร

และพี่นัทพี่นนไม่ได้ห้ามอะไรถ้าจะคบกัน แต่ก็เตือนๆผมไว้เรื่องความกะล่อนของไอ้พี่เสก ส่วนเหตุการณ์ละครฉากเมื่อกี้ ผมไม่ได้รู้เห็นเป็นใจด้วยเลย

" เเน่ใจนะว่านายไม่ได้รู้เห็นกับไอ้พวกเพื่อนพี่ "

ไอ้พี่เสกก้มลงกระซิบถามผม

" ผมไม่รู้อะไรเลย "

ผมตอบและช้อนสายตาเงยหน้าขึ้นมองไอ้พี่เสก

" ทะ ทำไมต้องช้อนทำสายตาแบบๆนั้นด้วยวะ​ "

ไอ้พี่เสกถามพลางเอามือถูท้ายทอยตัวเองไปมา

เขิน... สินะ   ผมรู้

ต้องขอบคุณชินที่แนะนำเทคนิคมาให้

ชินบอกว่า  ถ้าเค้าบอกรักแล้วขั้นตอนต่อไปคือ มัดใจให้แน่น เวลาที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ ก็ต้องใช้เทคนิคนี้ รับรองได้ผล

" ทำไม หรือ "  ผมถามหน้าตาซื่อๆ

"  น่ารักแปลกๆ "

ไอ้พี่เสกตอบยิ้มอย่าถามว่าตอนนี้หัวใจผมพองโตแค่ไหนมันแทบจะระเบิดออกมา

แล้วเสียงของพี่เก่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะของพวกผมสองคนผมลืมไปว่าผมกับไอ้พี่เสกคุยกันอยู่ท่ามกลางสักขีพยาน หนุ่มหล่อ5คน

" เห้ย... จะยืนจีบกันอยู่ตรงนั้นจนได้เสียกันเลยรึไง​ "

แล้วไอ้พี่เสกก็ดึงแขนผมให้เดินตามไป แล้วกดให้ผมนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆพี่กร​ ทุกคนมองที่ผมกับไอ้พี่เสกไม่วางตา ส่วนไอ้พี่เสกก็นั่งลงบนพนักเก้าอี้เอามือมาคล้องโอบรอบไหล่ผมไว้เหมือนกับกอดหลวมๆ

" ใคร เป็นคนไหนที่คิดแผนเมื่อกี้ "

ไอ้พี่เสกเอ่ยขึ้นเสียงดังจนผมต้องดึงแขนเสื้อห้ามไว้ กลัวจะเคืองกันผมมองพี่ๆทุกคนหันหน้าหนีเหมือนไม่อยากจะโดนจับผิด

" มึง ไอ้ต้น.. มึงรู้คนแรกอ่านข้อความคนแรก.. "

ไอ้พี่เสกคาดคั้นพี่ต้น

" เห้ย กูเปล่า​ "

พี่ต้นหันไปมองพี่เก่งแล้วพี่เก่งก็ส่ายหน้าไปมาอย่างช้าๆ

" ไม่ใช่กูนะ​  "

พี่เก่งตอบส่วนพี่นนก็ส่ายหน้าพร้อมกับพี่นัทเป็นการปฏิเสธ

"  รึว่ามึง ไอ้กร​ "

ไอ้พี่เสกหันไปมาพี่กร พี่กรก็ยิ้มออกมา

" เมื่อกี้กูเกือบจะร้องไห้ออกมา​ กูเสียใจที่พวกมึงไม่เห็นด้วยไอ้กรมึงทำได้ไง.... ทั้งที่กูไว้ใจมึงมากกว่าใคร​  "  

ไอ้พี่เสกโวยวายพี่กร ส่วนพี่กรนิ่งเฉยไม่มีท่าทีรู้สึกผิดอะไร

" ก็เเค่งัด ความจริงใจจริงจังของมึงออกมาให้ต่อเข้าใจ กูผิด  "

พี่กรตอบเสียงเรียบส่วนพี่นนนั่งอมยิ้มอยู่

" ยังไงก็ไม่น่าจะทำ.. ทั้งที่มึงเหมือนโกดังเก็บความลับสุดยอดของกู "

ไอ้พี่เสกยังต่อว่าพี่กร

" ความลับสุดยอดอะไร " พี่กรเอ่ยงงๆ

" อ๋อ ความลับที่กล้วยหอมมึงพ่นนำ้ไม่ตรงอะนะ "  

พี่กิจเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มแปลกๆมาที่ผม

" เป็นต่อก็รู้แล้วสิ หุหุ "

พี่กิจถามผม กล้วยหอมพ่นน้ำ ผมคิดตามพอรู้ว่าเป็นอะไร หน้าก็ร้อนผ่าวขึ้นมา

" มะ ไม่รู้ "

ผมส่ายหน้าผมก็ก้มหน้าลงทันทีเพราะว่าสายตาหลายคู่กำลังจดจ้องมาที่ผม

" เห้ย มึงรู้ได้ไงไอ้กิจ กูเล่าให้ไอ้กรฟังคนเดียวนะ รึว่าไอ้กรบอก "

ไอ้พี่เสกถามพี่กิจแต่หันมาโวยพี่กร

" ก็มึงเล่าเองตอนม.4 แล้ววันนั้นกูก็ใส่เสื้อไอ้กร "

พี่กิจตอบเฉลยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วพี่กิจกับพี่ต้นก็หัวเราะออกมาเสียงดัง

ส่วนไอ้พี่เสกอ้าปากค้างอยู่  ผมเข้าใจเเล้วว่า ไอ้พี่เสกเป็นคนไม่ค่อยสังเกตอะไร เดาว่าคงอ่านเวลาพูดคุยอะไรกับคนที่หน้าตาเหมือนกัน ก็จะดูที่ป้ายชื่อที่เสื้ออย่างเดียว ก็เลยแยกพี่กิจพี่กรไม่ออก

เหตุการณ์แบบนี้คงเป็นมาตั้งแต่สมัยเรียนแน่ๆ

คนเรานี่ มองแต่ภายนอกไม่ได้เลยจริงๆดูผู้ชายที่เพรียบพร้อมทุกอย่างแบบไอ้พี่เสก ส่งข้อความผิดคนอยู่บ่อยๆ แบบนี้เค้าเรียกว่าอะไรนะหล่อแต่  ทึ่ม รึป่าวนะ​   แล้วผมก็ยิ้มออกมา และก็ต้องรีบหุบยิ้มลงทันทีเมื่อไอ้พี่เสกมองมา

" มึงยังเป็นคนเดียวที่แยกแฝดกรกิจไม่ออก "

พี่เก่งพูดแล้วหัวเราะออกมาแล้วไอ้พี่เสกก็ชูนิ้วกลางไปให้พร้อมกับ ยื่นขาไปเตะพี่เก่งจนพี่เก่งร้องเสียงหลง

" พอๆ ยังไงพวกกูก็ยินดีกับมึงน่า "

พี่นนเอ่ยขึ้นเบรคอารมณ์ไอ้พี่เสก

" ถึงกูจะห่วงเป็นต่อเรื่องความกะล่อนของมึงแต่กูก็ดีใจเห็นมึงมีความสุข "  

พี่นัทเอ่ยและมองมาที่ผมเมื่อวานผมไม่ได้เล่าอะไรให้พี่นัทฟังมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับไอ้พี่เสก พี่นัทแค่ถามว่า รัก รึเปล่า พอผมตอบว่ารักพี่นัทก็บอกว่า

งั้นก็เดินต่อไปในเมื่ออีกฝ่ายก็มีความรู้สึกเดียวกัน

" ไหนๆวันนี้มึงก็ Grand opening ทั้งทีเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีพวกกูขอถามมึงกับเป็นต่อสักข้อสองข้อ "

พี่กิจเอ่ยยิ้มกริ่มๆ

" ใช่... ตอนที่กูบอกเรื่องคบกันมึงเล่นกูไว้เยอะ​ "

พี่ต้นพูดเสริมพี่กิจ

" เห้... ไม่ดีมั่ง "  ไอ้พี่เสกรีบปฏิเสธทันที

" แหม ทีตอนกูกับไอ้กิจเปิดตัวมึงเล่นถามเหมือนมานอนใต้เตียงกูอะ "

พี่ต้นเเย้งไอ้พี่เสกส่งสายตาขอร้องไปที่เพื่อนๆ แต่ทุกคนก็ส่ายหน้าไปมา

"  งั้นก็ได้แต่กูมีข้อเเม้ห้ามถามคำถามอะไรที่ทำร้ายจิตใจเป็นต่อ "

ไอ้พี่เสกบอกและหันมามองผม  ผมรู้ว่าพี่ๆทุกคน พยายามเลี่ยงไม่ถามถึงเหตุการณ์ที่ไอ้พี่เสกขืนใจผมเพราะว่ากลัวผมคิดมาก  

ขอบคุณนะครับที่ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนั้นอีก

" แต่ทำร้ายจิตใจมึงได้ใช่มั้ย​ " พี่เก่งถามยิ้มๆ

" เออๆ  ว่ามากูเสกสรรซะอย่างกลัวอะไรที่ไหน "

ไอ้พี่เสกบอกด้วยท่าทีมั่นใจเต็มที่จนผมรู้สึกหมั่นไส้

" ทำไมถึงชอบเป็นต่อทั้งที่เป็นผู้ชายด้วยกัน  "  

พี่ต้นถามไอ้พี่เสกเริ่มคำถามแรกพร้อมชี้มือมาที่ผมแต่คำถามนั้น ทำให้ผมกับไอ้พี่เสกมองหน้ากันทันที

คำถามมันหินมากเหมือนเอาไว้ถามนางงามตอนที่สัมภาษณ์รอบสุดท้าย แต่ก็แอบดีใจที่พี่ต้นถามคำถามที่ผมอยากรู้ ไอ้พี่เสกทำท่าคิด

" ใครจะไปรู้วะ " ไอ้พี่เสกตอบทันที

" อ้าวๆเลี่ยงๆตุกติกๆ "  

พี่ต้นพูดส่วนพี่กรกับพี่นนยังนั่งยิ้มอยู่

" เพราะว่าเป็นต่อชอบผู้ชายห่วยและกูมีคุณสมบัตินั่นพอดี "  

ไอ้พี่เสกตอบอีกครั้ง ผมหลุดยิ้มออกมาอะไรคำตอบแบบนั้น ทั้งที่อุตส่าห์ลุ้นว่าจะ พูดสวยหรูกว่านี้ซะอีก

" เออยังดียอมรับตัวเองว่าห่วย "

พี่กิจพูดทำท่าทียี้ๆใส่ไอ้พี่เสก

" ถึงเรื่องอื่นกูจะห่วยแต่เรื่องอย่างว่ากูท็อปเท็นนะโว้ย "

ไอ้พี่เสกพูดพร้อมกับยักคิ้วให้พี่กิจ

ส่วนผมนั้นนั่งก้มหน้าก้มตาด้วยความอาย ไอ้พี่เสกบ้า ไม่อายเพื่อนรึไง พูดแสดงความหื่นของตัวเองออกมาขนาดนั้น

" ใช่เรื่องที่จะมาคุยอวดมั้ยนั่น "  พี่ต้นบ่นไอ้พี่เสก

" อดล่ะสิมึงช่วงนี้ได้ข่าวมา "

ไอ้พี่เสกถามพี่ต้นและมองไปที่พี่กิจ

" เออ 5วันแล้วตอนนี้กูอยู่ในช่วงสังเกตพฤติกรรม​ "

พี่ต้นบอกเสียงแผ่วๆน่าสงสาร

" เห้ยเรื่องจริง​ "

ไอ้พี่เสกกับพี่เก่งพูดขึ้นพร้อมกันท่าทีตกใจ

" จริง มันนอกใจกู "

พี่กิจตอบแทนพี่ต้นทุกคนหันไปมองพี่กิจ และพี่กิจก็เล่าว่าผู้หญิงคนนั้นทำงานที่ร้านบอกว่าพี่ต้นไปล่วงเกินและเรียกร้องให้พี่ต้นรับผิดชอบ   พี่กิจโมโหเลยทะเลาะกันรุนแรงพี่กิจหนีออกจากบ้านมาอยู่ร้านพี่นัทแล้วพี่ต้นก็มาง้อคืนดีเมื่อเช้านี้เอง

ผมเองก็ไม่ชอบและไม่เข้าใจผู้หญิงเลยรู้ทั้งรู้ว่าผู้ชายมีแฟนแล้วยังจะเข้าหา เห้อ... น่ากลัวจริงๆ ขนาดพี่กิจกับพี่ต้นรักกันมาก จนใครๆก็อิจฉายังทะเลาะกันเลย แล้วถ้าเกิดขึ้นกับผมและไอ้พี่เสก

ความรักที่เพิ่งเริ่มคงพังลงได้ง่ายๆเเน่ๆ ไม่อยากจะคิดล่วงหน้าเลย

" หนีทั้งทีทำไมมาที่ร้านไอ้นัทวะที่อื่นเยอะแยะ "

พี่เก่งพูดขึ้น

" กูเคยหนีไปที่อื่นแต่ไอ้ซื่อบื้อต้นมันตามไม่เจอ "  

พี่กิจพูดเสียงห้วนตามองที่พี่ต้นเขม็งเลยน่ากลัวอะผมคิด

"  ฮ่า​ฮ่า​ หนีเพื่อให้มันง้อนี่นะ เนียนว่ะ "

ไอ้พี่เสกพูดหัวเราะออกมาพี่นนส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเพื่อน

" ทำเหมือนร้านกูเป็นโรงแรม "  

พี่นนบ่นแล้วพี่นัทก็เอามือตีที่แขนพี่นนเหมือนห้ามไม่ให้พูด

" 5วันมานี่คงไม่ใช่แค่ไอ้ต้นล่ะมั้งที่อด ฮ่าๆ "

ไอ้พี่เสกพูดแถมยังหัวเราะไม่หยุดอารมณ์ดีเกินไปมั้ย จนผมรู้สึกหมั่นไส้

" หัวเราะเยาะๆเรื่องแบบนี้ไม่เข้าใครออกใครพอเจอเข้าตัวจะหัวเราะไม่ออก "  

พี่ต้นพูดด้วยท่าทีหงุดหงิดใส่ไอ้พี่เสก

" อย่าหงุดหงิดน่าเย็นนี้ก็จัดหนักซะ "

ไอ้พี่เสกบอกพี่ต้น

" เออ หนักแน่ล่ะ3วัน3คืน  "

พี่ต้นพูดแล้วทุกคนก็หัวเราะออกมา

" ซื้อกำไลเหมือนของเป็นต่อให้กูดิ กูจะยอมมึง 3วัน3คืนแถมอยู่บนด้วย "

พี่กิจยื่นข้อเสนอกับพี่ต้นและพาดพิงถึงกำไลที่ข้อมือผมอีก ทำให้ผมรีบดึงข้อมือหลบสายตาพวกพี่ๆที่มองมา

"  กำไลสวยดี "

พี่นนบอกยิ้มๆส่วนไอ้พี่เสกทำหน้าเหมือนตัวเองได้รับรางวัลใหญ่ ชิ น่าหมั่นไส้ผมคิด

" กูจะซื้อให้ทั้งโรงงานเลยถ้ามึงหายโกรธกู "

พี่ต้นพูดและส่งสายตาอ้อนวอนไปที่พี่กิจและเสียงหัวเราะก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

ผมรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้มาอยู่ในกลุ่มเพื่อนของไอ้พี่เสก พวกพี่เค้าดูรักกันดี ถ้าเพียงวันนั้นผมเดินหันหลังให้ไอ้พี่เสก คงจะไม่ได้มานั่งอยู่ตรงนี้

" เห็นใจกูที่แต่งงานแล้วแถมเมียยังท้องอยู่ด้วยเถอะเรื่องxxอย่าเอ่ยออกมาเลย กูอิจฉาว่ะ "

พี่เก่งพูดเสียงอ่อยๆ ผมรู้จากพี่นัทว่าเมียพี่เก่งตั้งท้องได้3เดือนแล้ว ชีวิตปกติของผู้ชายทั่วไป คือแต่งงาน มีลูก   แล้วไอ้พี่เสกล่ะยังต้องการชีวิตปกติแบบนั้นหรือเปล่า

" เราสองคนก็มาพยายามด้วยกันนะเผื่อนู๋ต่อจะได้ท้องมั่ง "  

ไอ้พี่เสกก้มหน้าลงกระซิบข้างหูผม ผมเดาว่าพี่กรคงได้ยิน

"  บ้า "

ผมเลยผลักอกไอ้พี่เสกอย่างเเรงจนพี่กรและพี่นนหันมามอง

" แล้วมึงไปอยู่ ภูเก็ตนานแค่ไหน​  " พี่นนถามเปลี่ยนเรื่อง

" 2 อาทิตย์  " ไอ้พี่เสกตอบแล้วมองมาที่ผม

" ห่างไกลกันแบบนี้เหงาแย่กำลังข้าวใหม่ปลามันซะด้วยนะ​ "

พี่กิจพูดลอยๆ

" ไม่ห่างหรอกมือถือก็มีอินเตอร์เน็ตก็มีเนาะ  "

ไอ้พี่เสกพูดและหันมาเนาะกับผม  ผมก็ยิ้มแหยๆออกมา  ผมพยายามจะไม่คิดอะไรมากสำหรับตอนนี้

" ยังไงมึงก็ต้องมางานแต่งกูกับไอ้นัท "

พี่นนบอกเรื่องกำหนดงานแต่งงานในอีก2 อาทิตย์ข้างหน้าสถานที่อยู่แถวๆภาคเหนือ ด้วยความที่พี่นัทรักธรรมชาติพี่นนก็เลยยอมตามใจจัดงานเเต่งเล็กๆ ที่มีแค่คนรู้จักไม่กี่คน

แล้วไอ้พี่เสกก็บอกลาเพื่อนๆเพราะว่าต้องไปเตรียมตัวเดินทางก่อนผมเดินออกจากร้านชินก็เรียกผมไว้ผมถึงบอกไอ้พี่เสกไปรอที่รถ

" ยินดีด้วยนะพี่ต่อกับความรักที่สมหวังของพี่ "

ชินพูดหลังๆมาผมกับชินสนิทกันเราคุยกันแลกความลับกันนั่นก็ทำให้ผมรู้ความลับของชิน

" ขอบใจชินด้วยที่ให้คำแนะนำดีๆ "

ผมพูดแล้วขยิบตาให้ชิน ชินยิ้มออกมาและผลักให้เดินหน้าไป

" นาย ก. พี่ทำหน้ายุ่งล่ะพี่ต่อไปเถอะ "  

แล้วชินก็เดินกลับไปเข้าไปในร้าน อะไรวะ นาย ก.งง​ ทำไมทุกคนมีแต่คำพูดแปลกๆ

" คุยอะไรกับชิน "

ไอ้พี่เสกถามทันทีที่ผมเดินไปถึงรถ

" ความลับครับ "

ผมตอบ ไอ้พี่เสกกำลังจะอ้าปากพูดบ่นผมจึงส่งยิ้มหวานให้ทันทีทำให้ไอ้พี่เสกหน้าเหวอไปเลย จากที่กำลังจะบ่นๆผมกลายเป็นหลบตาแล้วเดินไปขึ้นรถทันที

" ขึ้นรถสิ​  จะยืนเป็นอนุสาวรีย์อยู่ทำไม "

น้ำเสียงห้วนๆส่งออกมาจากในรถได้ผลดีเกินคาดผมยิ้มออกมาคอยดูเถอะ ไอ้พี่เสกผมจะทำให้พี่รักผมจริงๆให้ได้

สนามบินสุวรรณภูมิ

7.10 น.

เช้าวันใหม่หลักจากที่กลับจากที่ร้านพี่นัทไอ้พี่เสกก็กลับไปเตรียมตัวเคลียร์งานสอนงานส่วนที่เหลือให้ผมแล้วไอ้พี่เสกก็กลับไปนอนที่บ้านตัวเอง

แล้วเช้าก็ขับรถมารับผมที่หอพักเพื่อให้มาส่งตัวเองที่สนามบินและขากลับให้ผมขับรถไอ้พี่เสกกลับไปจอดไว้ที่หอ  สรุปคือไอ้พี่เสกเอารถไว้ให้ผมใช้ใครจะกล้าขับรถหรูขนาดนั้น

" นี่เป็นต่อนายดูหน้าไอ้พี่เสกของนายให้ดีนะอีก2 อาทิตย์นายจะได้ไม่ลืมไง "  

ไอ้พี่เสกบอกผมเอาสองมือหนาจับหน้าผมบีบเข้าหากันบังคับให้ผมมองหน้าตัวเองไว้ ไอ้พี่เสกมองผมแทบจะทะลุเข้าไปในดวงตาผม สีหน้าดูจริงจัง

" คงคิดถึงมากเเน่เลยแต่ทำไงได้ "

ไอ้พี่เสกพึมพำเบาๆเอามือเกลี่ยที่แก้มผมจนผมรู้หน้าร้อนผ่าวขึ้นมา

" นี่มันสนามบินนะคนมองใหญ่เเล้ว "

ผมพยายามแกะมือหนาออกจากแก้ม

" ต้องสนใจคนรอบข้างด้วยรึไง ต่อให้ใครถามฉันก็จะบอกว่านายเป็นแฟนแล้วคนเป็นแฟนกันจะล่ำลากันมันผิดตรงไหน "  

นั่นไงพาลจนได้ ผมจึงไม่พูดอะไรออกมา นิ่งให้ไอ้พี่เสกจับใบหน้าตัวเองยอมอายดีกว่าทะเลาะกันก่อนจาก

" ยังมีเวลา​ "  

ไอ้พี่เสกพูดแล้วลากผมเดินไปเข้าห้องน้ำแล้วปิดล็อคประตูลงดันผมชิดกำแพงผนังห้องน้ำผมเบิกตากว้างกำลังจะถาม

" แค่จูบ "

ไอ้พี่เสกบอกแล้วแล้วเอาปากแตะที่หน้าผากผมแล้วเลื่อนปากลงมาทาบทับที่ริมฝีปากบางของผมส่งจูบที่วาบหวาม ดูดดื่ม  อ้อยอิ่งอยู่นาน

" อย่าให้ใครมาแตะต้องพื้นที่ของฉัน ตรงนี้ ตรงนี้ และก็ตรงนี้ "

ไอ้พี่เสกบอกพร้อมกับเอามือชี้ที่ปากที่หน้าอกและที่ส่วนกลางช่วงล่างของผม

" ใครจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้​  "  

ผมบอกอายๆแล้วรีบเปิดประตูห้องน้ำออกมา ยังดีที่ไม่มีใครในนั้น...

โรงเเรมQ

ผมเริ่มงานตำแหน่งใหม่ได้5วันแล้วตั้งแต่ไอ้พี่เสกไปทำงานที่ภูเก็ตและเริ่มคุ้นเคยกับงานท่านประธานใจดีและเหมือนว่างานที่มี ก็ยังเป็นพี่พิมหัวหน้าเลขาที่ทำอยู่ ผมเองก็ยังคงงงอยู่ หรือว่าเพราะผมยังไม่คุ้นเคยเลยยังไม่ปล่อยงานให้ผม

ส่วนท่านรองอาทิตย์นี้ผมยังไม่ได้เจอท่านเลย แล้ว​ไอ้พี่เสกก็โทรมาทุกๆวันทุกๆ3 ชั่วโมงเหมือนกับตั้งเวลาไว้ และก็จะถามทุกครั้งว่าอยู่กับใคร   ส่วนชีวิตประจำวันของผมก็เช้าทำงานเย็นก็ไปซ้อมบทละครที่ผมเคยรับปากเกดไว้ ส่วนที่ซ้อมก็ค่อนข้างจะเป็นส่วนตัวเพราะว่าในกลุ่มของเพื่อนเกดมีแต่ลูกคนรวยๆตอนเเรกที่ทุกคนเห็นผมก็ตกใจแต่ด้วยเกดก็อธิบายยาวนานจนเพื่อนเข้าใจและยอมว่าให้ปิดเป็นความลับเรื่องของผมส่วนบทนั้นง่ายมากแค่เเสดงท่าทางตอบรับกับคำพูดพระเอก ซึ่งพระเอกนั้นหล่อมากๆหน้าตาออกไปทางเกาหลีใสๆ ขนาดผมมองผมยังชอบเลย แต่แค่ชอบเพราะว่าผมมีคนที่ผมเลือกแล้วถึงไอ้พี่เสกจะไม่หล่อเวอร์เหมือนกับพระเอกละครแต่ก็มีมุมน่ารักๆ ที่ผมชอบ

" ต่อจ๊ะโทรศัพท์สายนอกจ้า "  

เสียงพี่พิมเรียกใครกันนะโทรมาผมไม่เคยให้เบอร์ที่ทำงานกับใคร รึว่า ไอ้พี่เสก

" สวัสดีครับ "  ผมรับสาย

" คิดถึงมั้ย " เสียงนี้เป็นไอ้พี่เสกจริงๆด้วย

คิดถึงสิแต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ใครจะไม่คิดถึง สัมผัสทุกสัมผัสผมจำได้แม่น ริมฝีปากที่ร้อนแรงนั่นเสียงทุ้มห้วนๆที่คอยบ่นผมและ ร่างสูงที่นอนเหยียดยาวบนที่นอนผม  ผมจำได้หมด

" คิดถึงใครหรือครับ  "

ผมแกล้งถามออกไปพลางเคืองที่ไม่โทรเข้าเบอร์มือถือทำไมถึงโทรเบอร์ที่ทำงานผมต้องมารับสายท่ามกลางสายตาความอยากรู้อยากเห็นของพี่พิมและเพื่อนร่วมงาน

" ก็ไอ้พี่เสกของน้องต่อไงครับ "

น้ำเสียงอารมณ์ดีพูดมาตามสาย

"  นี่มันที่ทำงานนะ​ " ผมบอกเสียงเบา

" ไม่ต้องห่วงน่า ท่านประธานไม่ว่าอะไรเพราะว่าท่านรู้แล้วว่าเราสองคนคบกัน "

สิ้นเสียงไอ้พี่เสกผมวางสายทันที นิ่งงันเลยเหมือนกำลังซ็อค

ท่านรู้งั้นหรอทำไมไอ้พี่เสกถึงไม่บอกผมเลย

แล้วมือถือผมก็สั่นขึ้นไอ้พี่เสกโทรมาผมรับสายทันที เพราะอยากฟังคำอธิบาย

" ต่อ โกรธรึเปล่า อย่าโกรธนะขอโทษที่ไม่ได้บอกคือมันรีบๆหลายอย่าง​ "

ไอ้พี่เสกรีบพูดออกมา

รีบ ๆ งั้นหรอ หึ... ถามว่าผมโกรธมั้ยก็โกรธนะ

เรื่องคบกันเรื่องใหญ่ขนาดนั้นแต่ไม่บอกผม และผมจะสู้หน้าท่านประธานได้ยังไงถึงผมจะรู้ว่าท่านประธานเอ็นดูผมก็เถอะ ไหนจะเกดทำไมเรื่องใหญ่ขนาดนี้ถึงไม่บอกผมถ้าเพียงผมไม่ได้ทำงานที่นี่ผมจะไม่โกรธอะไรเลย แต่นี่ผมต้องเจอท่านประธานทุกวัน

" คุณไม่ควรบอกแบบนั้นคุณกำลังทำให้ผมลำบากใจ "

ผมบอกเสียงนิ่ง ตอนนี้ผมเดาอารมณ์ตัวเองไม่ถูกอาจจะเผลอพูดอะไรออกไปที่ไม่ทันคิด

" ถ้าหากว่าการที่กูจริงจังโดยบอกครอบครัวเรื่องคบกัน​  มันทำให้มึงลำบากใจกูก็ขอโทษล่ะกัน​ เดี๋ยวกูจะบอกท่านเองว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด!  "

ไอ้พี่เสกพูดเหมือนกำลังโมโหแล้วก็กดวางสายไปยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร

โกรธงั้นหรอ?  ใครกันแน่ที่ควรจะโกรธ

3วันผ่านไป

ผมพยายามทำชีวิตประจำวันให้เป็นปกติ และไอ้พี่เสกก็ไม่โทรมาอีกเลยข้อความก็ไม่มี ส่วนผมก็เองไม่ได้โทรไป ผมคิดว่าไอ้พี่เสกเองก็คงโกรธผมมากเหมือนกัน เห้อ!  ความรู้สึกตอนนี้มันแย่สุดๆ ส่วนงานผมก็พยายามทำตัวให้ปกติทุกครั้งที่เจอกับท่านประธาน

" ท่านเรียกผมมีอะไรรึเปล่าครับ "

ผมถามหลังจากที่พี่พิมบอกผมว่าท่านเรียกให้ผมไปพบท่านประธานมองหน้าแล้วยิ้มให้กับผม

" เรื่องของเจ้าเสก "  

ท่านประธานบอกและสั่งให้ผมนั่งลง ผมนิ่งเงียบไป

" ฉันอยากให้นาย คลายความอึดอัดคุยกับฉันบอกฉันตรงๆเรื่องนายกับเจ้าเสกและคุยในฐานะญาติผู้ใหญ่ไม่ใช่เจ้านายกับลูกน้อง  "

ท่านประธานพูดยิ้มออกมาเหมือนผู้ใหญ่ใจดีผมคุยกับท่านประธานเกือบ2ชั่วโมงหลังจากที่คุยกับท่านประธานเสร็จ ท่านก็ให้ผมเลิกงาน เลยเพราะว่าเกดโทรมาขออนุญาติให้ผมไปซ้อมละครเวทีเพราะว่าอีก 2วันก็ถึงวันแสดงแล้ว

แค่ทำให้หน้าที่ให้ดีที่สุดผมบอกตัวเอง

ห้างz

3 ชั่วโมงต่อมาหลังจากที่ซ้อมละครเสร็จแล้วเกดชวนผมมาเป็นเพื่อนซื้อของเพื่อใช้ในการแสดงและช่วงที่นั่งรอเกดซื้อของผมออกมาโทรหาชิน เพื่อปรึกษาเรื่องไอ้พี่เสก

หลังจากที่คุยกับท่านประธานเรื่องไอ้พี่เสกท่านบอกว่ารู้เรื่องราวทุกอย่างเกี่ยวกับผมและท่านก็ขอโทษแทนลูกชายด้วยที่เคยล่วงเกินผม  นั่นทำให้ผมน้ำตาซึมออกมาและท่านจะไม่ยุ่งเรื่องความสัมพันธ์จะไม่คัดค้านด้วยส่วนเรื่องงานท่านบอกว่าผมทำดีเเล้ว

" เรื่องบางเรื่องถ้ายังไม่ชัดเจน เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์แต่สำหรับบางเรื่องเวลาก็ไม่ช่วยอะไรเลย​ "

ซึ่งท่านเองก็บอกไอ้พี่เสกเหมือนกันแถมยังบอกอีกว่าไอ้พี่เสกเป็นคนเอาแต่ใจใจร้อนทำอะไรไม่ค่อยคิดไม่ค่อยสังเกตแต่ข้อดีคือเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว ซึ่งผมก็พยักหน้าครับอย่างเดียว

ใจจริงผมก็อยากจะโทรหาแต่ก็ยังขัดแย้งอยู่ในใจอยู่ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด

" พี่ต่อกินข้าวกัน "

เกดเดินมาและเอามือคล้องที่แขนผมและพาผมเดินเข้าไปร้านอาหารจีนชื่อดัง 1 อาทิตย์มานี่ผมสนิทกับเกดมากขึ้นทำให้พูดคุยกันได้ทุกเรื่องระหว่างที่นั่งรอเกดไปสั่งอาหารผมนั่งมองมือถือตัวเองพลางชั่งใจว่าจะโทร หรือส่งข้อความแล้วก็ตัดสินใจลดทิฐิลง กดโทรออก

หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้

ปิดเครื่อง?  ปกติแล้วระดับผู้บริหาร ไม่น่าจะปิดสัญญาณหรือปิดเครื่อง แล้วทำไมถึงปิดเครื่องล่ะ  รึว่า ไม่อยากคุยกับผมเพราะยังโกรธอยู่  ผมคิดหนัก

" พี่ต่อเหม่อลอยอะไรมีเรื่องอะไรรึเปล่า​ "

เกดเดินเอาอาหารมาวางตรงหน้าผมแล้วถามขึ้นคงเห็นผมนั่งมองมือถือตัวเองอยู่

" ทะเลาะกับพี่เสก "  

เกดถามอีกครั้งผมทำหน้าตกใจทันที แล้วพยักหน้า

" แล้วพี่เสกโทรมามั้ย "  เกดถามผมส่ายหน้าไปมา

" พี่เอ๋ค่ะนี่เกดนะคะ​ ขอคุยกับพี่เสกหน่อยค่ะ​ "

เสียงเกดคุยมือถือกับใครอีกคนดูเหมือนจะเป็นเลขาส่วนตัวจากนั้นเกดก็พยักหน้ารับค่ะๆแล้ววางมือถือลง แล้วเกดก็บอกว่า​ มือถือไอ้พี่เสกตกน้ำ ตอนนี้ไอ้พี่เสกมีประชุมอยู่เลยไม่ได้คุยกัน

" พี่ต่อ เรื่องพี่ต่อกับพี่เสกพ่อกับแม่รู้เรื่องหมดแล้วและก็ไม่ได้กีดกันอะไรรวมทั้งเกดด้วยพี่ต่ออย่าคิดมากสิ  เกดไม่รู้ว่าพี่สองคนทะเลาะกันเรื่องอะไร แต่เกดจะบอกว่าพี่เสกเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่รู้จักกับพี่ต่อแต่เปลี่ยนในทางที่ดีและที่สำคัญคือ เกดชอบพี่ต่ออยากให้พี่ต่อมาเป็นพี่สะใภ้  "

เกดพูดยาว แต่นั่นก็ทำให้ผมใจชื้นขึ้นมาเรื่องที่เกดเล่าทำให้ผมไม่ลังเลใจอีกต่อไปว่าจะโทรหรือไม่โทรหลังจากกินข้าวอิ่มผมก็แยกกันกับเกด.....

หอประชุมใหญ่ ณ. มหาลัย xxx

เช้าวันเสาร์ผมตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือเพราะว่าเมื่อคืนนอนไม่หลับตื่นเต้นกับละครเวทีวันนี้ส่วนเรื่องไอ้พี่เสกผมจะไม่โทรหาแล้วหลังจากที่ผมพยายามติดต่อมาแล้ว2วันเต็มๆ อยากโกรธก็โกรธไปเลย

ไม่ง้อ ผมก็จะงอนต่อไป

ถึงเรื่องที่ไอ้พี่เสกปิดบังผมจะหายโกรธแล้ว แต่ผมจะไม่หายงอนหรือง้อโทรไปอีกแล้ว  แล้วผมก็เดินเลี่ยงผู้คนไปด้านหลังห้องแต่งตัว

" พี่ต่อมีคนจะคุยกับพี่ "

เกดส่งมือถือมาให้ ผมรับมาอย่างงงๆ และเดินเลี่ยงไปคุยที่มุมสงบ

" หายโกรธยังโทรมาง้อนะเนี่ย​ คิดถึงมากๆด้วย "

เสียงทุ้มนุ่มดังแผ่วๆมาตามสายแต่ผมจำแม่นว่าเป็นเสียงใคร  อารมณ์งอนอารมณ์น้อยใจอารมณ์อยากประชดก็หายไปหมดเมื่อได้ยินเสียง

งอนแค่พองามเมื่อเค้าง้อ อย่าทำเรื่องเล็กน้อยให้เป็นเรื่องใหญ่​   เสียงของชินก้องเข้ามาในหัว

" ไม่โกรธแล้วยังงอนอยู่แต่ เอ่อ.... คิดถึงมาก "  

ผมตอบโดยไม่อายที่จะบอกว่าคิดถึงออกไปแล้ว ไอ้พี่เสกก็เล่าว่ามือถือตกน้ำงานก็เยอะคิดทบทวนอยู่หลายวันจึงโทรมาง้อ ผมยืน นิ่งฟังเสียงไอ้พี่เสกเหมือนต้องมนต์ความคิดถึงเป็นแบบนี้นี่เอง แต่ก่อนผมไม่เคยเข้าใจเลย

" เดี๋ยวกลับไปจะง้อทั้งคืน​ รู้ว่าทำผิดจะไม่ปิดบังอีกแล้ว "

ไอ้พี่เสกพูดเสียงอ่อยๆยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรเกดก็มาสะกิดผมมองนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองใกล้เวลาเเสดง

" เอ่อผมมีธุระเดี๋ยวค่อยโทรมาใหม่ "

ผมบอกแค่นั้นแล้วส่งมือถือคืนเกดและเพื่อนเกด ก็ลากผมไปจับผมแปลงโฉมทันที เพราะใกล้เวลาเเสดงมากๆแล้ว ผมหวังว่าเกดจะไม่บอกไอ้พี่เสกว่าผมมาทำอะไรที่นี่ ผมกำลังโกหกอยู่รึป่าว?

ผ่านไป 20นาที

ผมยืนมองตัวเองในกระจกอย่างอึ้งๆภาพในกระจกสะท้อนออกมาคือผู้หญิงผมยาวใส่ชุดกระโปรงเดรสยาวสีขาว ลูกไม้ใบหน้าถูกตกแต่งให้เหมือนผู้หญิงทุกอย่าง ผมอยากให้ไอ้พี่เสกเห็นผมตอนนี้จังจะจำผมได้มั้ย ว่าแต่ดีกันแล้วกับไอ้พี่เสก  ความเครียดความกังวลมลายหายไปเลย   เพราะความรักแน่ๆเลย

" สวยมากๆคร้า​ "

เสียงของเกดที่ยืนอยู่ข้างหลังผมพูดขึ้นและเพื่อนของเกดก็เอ่ยขึ้น

" สวยมากๆเลยค่ะแบบนี้ไม่มีใครจำพี่ต่อได้แน่ๆ "

พิมพ์เพื่อนสาวของเกดพูดขึ้นและส่งยิ้มหวานมาให้ทำให้ผมคลายความกังวลลงแล้วแม็กพระเอกของเรื่องก็เดินมาสบทบมองผมอย่างอึ้งๆ ทำตาค้างจนเพื่อนๆแซวและนั่นทำให้ผมเองก็รู้สึกอายเหมือนกันกับสายตาของแม็กที่มองมา

และเเล้วก็มาถึงเวลาที่รอคอยผมยืนอยู่หลังผ้าม่านผืนใหญ่ด้วยใจเต้นรัวมือทั้งสองชื้นไปด้วยเหงื่อแล้วเเสงไฟก็ สว่างขึ้นเป็นสัญญาณ

พรึ่บ!!  พรึ่บ!!

" สวยมากครับไม่อยากจะเชื่อ​ "

แม็กเดินมาซ้อนด้านหลังผมพูดขึ้น ก่อนจะเดินจูงมือผมออกไป

ผมลอบถอนหายใจมองไปที่เกดข้างๆเวทีเกดส่งสัญลักษณ์ สู้ๆมาให้ผม ผมยิ้มตอบ แล้วเดินตามแม็กออกไป

สายตานับร้อยมองมาที่ผมกับแม็กเสียงโห่ดังขึ้นอย่างอื้ออึง

แล้ว ละครก็เริ่มต้นขึ้นเรื่องราวถูกดำเนินไปเรื่อยๆตามที่ซ้อมกันพร้อมกับเสียงเพลงบรรเลงตามเมื่อเรื่องราวดำเนินไปใกล้จะจบ ผมพยายามที่จะไม่มองที่ด้านหน้าเวที

แต่แล้ว  แต่แล้ว สายตาของผมก็ไปสะดุดกับสายตาคมที่มองมาที่ผมเหมือนจะกลืนกินร่างกายผมชาวาบไปทั่วร่างรู้สึกเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง ร่างสูงที่ใส่สูทสีดำยืนเด่นอยู่กลางผู้คน ผมจำได้แม่น ไอ้พี่เสก!  ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ เมื่อกี้ยังคุยกันอยู่แต่ผมไม่ได้ถามว่าอยู่ที่ไหน

และที่สำคัญผมไม่ได้บอกไอ้พี่เสก.... เรื่องเล่นละคร....  ผมปิดบังผมโกหก

ผมยืนนิ่งอยู่นานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สายตาผมไม่ยอมละจากนัยน์ตาคมนั่นจนแม็กที่ยืนอยู่เดินมาและดึงมือผมไปสวมกอดหลวมๆตามบท ตอนจบของเรื่อง เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังก้อง

" นางเอกสวยว่ะเป็นใครวะ​ "

เสียงผู้คนพูดขึ้นและผมได้ยินชัดเจน จังหวะนั้นช่วงที่คนลุกขึ้นปรบมือร่างสูงก็หมุนตัวกลับเดินลับตาไป ผมขยับตัวจะวิ่งลงจากเวทีแต่ถูกมือใหญ่ของแม็กดึงไว้

" รอปิดฉากก่อนครับ " 

---------------------------------------------------------------------------------------------------

มาแล้วๆตอนนี้โมเม้นท์เยอะมากแต่ยังเอื่อยๆนิ่งอยู่เพราะความรักของเสกต่อตอนนี้เปรียบเสมือนดอกไม้สวยที่เพิ่งถูกตัดใส่แจกันแต่ความสวยงามของดอกไม้ในแจกันนั้นไม่ช้ามันก็จะร่วงโรย......หุหุ จะมาม่ารึป่าวติดตามต่อไป อย่าเพิ่งเบื่อกัน นะ

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

❤️   ขอบคุณคร้า  ❤️

แอบแปะ อิมเมจเป็นต่อ ตอนแต่งหญิง (งานedit ของรีดที่น่ารักคนหนึ่ง)

สวยนะ ชอบมาก

#

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}