ลูกตุ้มเงิน

สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านทั้งเรื่อง แนะนำว่าไปสอยอีบุ๊คมาอ่าน จะถูกกว่านะคะ ^^ *อีบุ๊ค จิ้มลิ้งค์หน้าแรกได้เลยค่ะ*

ภาพความทรงจำ 100%

ชื่อตอน : ภาพความทรงจำ 100%

คำค้น : ทัณฑ์รักพิพากษา, คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว, หนูน้อยน่ารัก, บริษัทกฎหมาย, นิยายรัก, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.พ. 2560 11:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาพความทรงจำ 100%
แบบอักษร

         อีกสองวันต่อมาคริสโตเฟอร์ ผู้ไม่เคยสร้างความผิดหวังให้แก่ผู้มาใช้บริการสำนักงานนักสืบของเขา ก็ได้ส่งเอกสารข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับผู้หญิงที่ชื่อเยเลน่า อัลโพนิโอ มาให้กับริซโซถึงบริษัทกฎหมายอาร์แอนด์เอฟเป็นที่เรียบร้อย ท่านประธานหนุ่มเข้ามาเห็นถึงกับระบายยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ก่อนจะรีบเปิดดูข้อมูลที่อยู่ภายในซองกระดาษสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะนั้นด้วยใจที่เต้นระรัว ทั้งที่ยังไม่ได้หย่อนก้นลงบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ของเขาเลยด้วยซ้ำ

            “ไม่ได้เจอกันนาน เธอสวยขึ้นกว่าเดิมอีกนะ” เป็นประโยคแรกที่หลุดออกจากปากของชายหนุ่มเมื่อได้เห็นรูปถ่ายปัจจุบันของผู้หญิงที่เขาให้ตามสืบ รอยยิ้มปรากฏขึ้นอีกครั้งบนใบหน้าคมเข้มของชายหนุ่มอย่างไม่รู้ตัว รูปภาพที่แสดงให้เห็นในหลาย ๆ อิริยาบถของหญิงสาว ไม่ว่าจะมุมไหนเธอผู้นี้ก็ยังคงมีผลต่อจิตใจของเขาอยู่เช่นเดิม ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ก่อนจะมาสะดุดลงตรงภาพที่หญิงสาวจูงมือเด็กน้อยอยู่ในสวนแห่งหนึ่ง แต่เสียดายที่เป็นภาพด้านข้างทำให้เห็นหน้าเด็กไม่ชัดนัก แต่ก็พอที่จะสร้างความสงสัยให้กับท่านประธานหนุ่มได้ว่า หนูน้อยผู้นี้เป็นใคร?

            ริซโซ รีบนั่งลงหยิบเอกสารข้อมูลที่อยู่ในซองออกมาเปิดอ่านทันที

            เยเลน่า อัลโพนิโอ อายุ 37 ปี เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของบริษัทเอ็มดอท ออร์แกไนเซอร์ จำกัด โดยเริ่มก่อตั้งบริษัทนี้ขึ้นเมื่อสามปีที่แล้ว หลังจากที่ได้ย้ายตัวเองมาอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ทางตอนใต้ของโปรตุเกส ก่อนหน้านั้นหญิงสาวได้เกิดและเติบโตอยู่ที่ลิสบอน ปัจจุบันมีบุตรสาวหนึ่งคน ชื่อแมรี่ อายุ 2 ขวบ ทั้งนี้ไม่พบข้อมูลของการแต่งงาน

            “ไม่พบข้อมูลการแต่งงาน แต่มีลูกอย่างนั้นเหรอ?” ท่านประธานหนุ่มเอ่ยขึ้นมาด้วยความแปลกใจ จะเป็นไปได้ยังไงกัน ไม่ได้แต่งงานแต่มีลูกชายหนุ่มคิดไตร่ตรองอยู่ในใจ ก่อนจะนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ “หรือว่า...?”

            สิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในหัว ภาพจำในอดีตเมื่อสามปีก่อนผุดขึ้นอีกครั้ง

            “นี่คุณมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้คะ?” เยเลน่าลงมาจากรถ เดินมาถามชายหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงรถคันหรูของเขาอยู่ที่หน้าบ้านของเธอด้วยความแปลกใจ

          “มายืนอยู่หน้าบ้านคุณ ก็ต้องมาหาคุณน่ะสิ ไม่ทราบว่าคุณไปไหนมาเหรอครับ”

          “ฉันไปธุระมา คงไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดหรอกมั้งคะ ว่าแต่คุณมาหาฉันมีธุระอะไรหรือเปล่า”

          “ก็ไม่มีอะไรนอกจากจะมาจัดการบางอย่างให้กับเพื่อนของผมหน่อย”

          “จัดการบางอย่างให้กับเพื่อนของคุณ? งั้นก็เชิญตามสบายค่ะ แต่ยังไงรบกวนช่วยเอารถคุณหลบออกจากประตูบ้านของฉันหน่อย ฉันต้องการจะเข้าบ้านค่ะ” หญิงสาวพูดจบก็เดินหันหลังกลับจะไปขึ้นรถของตนเองอย่างไม่คิดที่จะสนใจชายหนุ่มอีก เพราะจิตใจของเธอตอนนี้มันไม่มีอารมณ์จะมาต่อบทสนทนากับใครทั้งนั้น

          หมับ!!!

          “อื๊มมมมม..อื๊มมมมม..อื๊มมมมม..” เยเลน่าส่งเสียงออกมาได้เพียงแค่นั้น ก่อนทุกอย่างจะมืดดับลงไป

          เป็นผลงานของนักกฎหมายชื่อดัง ที่ใช้วิธีการโปะยาสลบแล้วลักพาตัวหญิงสาวไปจากหน้าบ้านของเธอเอง เยเลน่ามาฟื้นอีกทีก็พบว่าตัวเธอนั้นได้นอนอยู่บนเตียงกว้าง ในห้องที่ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวดำ ซึ่งไม่ต้องคิดมากก็พอจะรู้ว่าเป็นลักษณะการตกแต่งห้องของผู้ชาย หญิงสาวกวาดตามองจากเพดานที่ตกแต่งด้วยโคมไฟคริสตัลห้อยระย้าสวยงาม ไล่มาที่ข้างฝามีผ้าม่านผืนใหญ่สีดำปิดกั้นแสงจากภายนอกไว้เต็มแนวผนัง ใกล้เข้ามามีเก้าอี้หนังตัวใหญ่สามารถปรับขนาดนั่งนอนได้สบาย ก่อนที่ระดับสายตาจะไล่มาจนถึงเตียงนอนที่เธอนอนอยู่ แล้วพบว่าข้อมือของเธอถูกพันธนาการไว้ด้วยเชือกที่ยึดติดกับหัวเตียงทั้งสองข้าง

          “ปล่อยฉันนะ ไอ้คนบ้า คุณใช่ไหมริซโซ คุณอยู่ไหนมาปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ คุณทำอย่างนี้เพื่ออะไร ฉันไปทำอะไรให้คุณ มาปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ” เยเลน่าแผดเสียงจนลั่นห้อง ต้องการส่งไปให้ใครก็ได้ที่อยู่บริเวณนั้น ช่วยเข้ามาปลดปล่อยเธอออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะคนที่เธอคิดว่าเป็นตัวการในเรื่องนี้ เนื่องจากชายหนุ่มเป็นคนสุดท้ายที่เธอได้เจอก่อนที่สติจะดับวูบไป

          แล้วสิ่งที่หญิงสาวทำก็ได้ผล เมื่อไม่นานร่างอันสูงใหญ่และใบหน้าที่หล่อคมเข้มของชายหนุ่มที่เธอตะโกนเรียกก็ปรากฏขึ้นที่หน้าประตูห้อง

          “ตื่นแล้วเหรอ หลับนานเลยนะ หิวหรือยังครับ” ริซโซเอ่ยถามหญิงสาวที่นอนดิ้นรนอยู่บนเตียง

          “ไม่ต้องมาพูดดี  ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ คุณทำอย่างนี้กับฉันทำไม ฉันไปทำอะไรให้คุณ” เยเลน่าพูดพร้อมกับยกข้อมือที่ถูกพันธนาการไว้ให้ชายหนุ่มดู

          “ถ้าปล่อยคุณไป ก็จะไปสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขาอีกน่ะสิ ผมว่าคุณอยู่อย่างนี้ไปสักพัก จนกว่าคุณจะคิดได้ดีกว่านะ” ชายหนุ่มยืนกอดอกพิงประตูพูดราวกับว่าเขากำลังทำสิ่งที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่

          “ฉันทำอะไร แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย” เยเลน่ายังคงพยายามจะกระตุกมือเพื่อให้หลุดออกจากเชือกที่รัดอยู่รอบข้อมือทั้งสองของเธอ

          “คำถามนั้นคุณนั่นล่ะ ที่ควรจะรู้คำตอบดีที่สุด ว่าคุณไปทำอะไรมา”

          “หึ่ยยย!..ถึงฉันจะไปทำอะไรยังไงกับใคร ฉันก็มั่นใจว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับคุณแน่นอน นี่จะปล่อยฉันได้หรือยังเนี่ย?” เสียงสบถด้วยความไม่พอใจของหญิงสาวนำขึ้นมา เมื่อรู้สึกว่าเสียแรงเปล่าในการดิ้นรนจริง ๆ จึงได้หันมาจ้องตาชายหนุ่มอย่างจะเอาเรื่อง

 

          “หึหึ ไม่ต้องส่งตาหวานให้ผมขนาดนั้นหรอก ถึงยังไงคุณก็ต้องอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักพัก แล้วก็อยู่อย่างสงบด้วย ดึงไปก็เท่านั้น มันจะทำให้คุณเจ็บมือไปเปล่า ๆ” ริซโซส่งเสียงหัวเราะอยู่ในลำคอ นึกขำอาการตาขวางของหญิงสาว จะว่าไปเวลาที่เธอโกรธก็น่ารักไปอีกแบบดีเหมือนกัน

-----------------------------------------------------

อ๊ากกกกก...จับเยเลน่าของไรท์ไปทำมายยยย คุณริซใจร้ายย งึ่ม ๆhttp://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00025.gif

 

 

 

 

ต่อ

 

 

           กรี๊งงงง...กรี๊งงงง...กรี๊งงงง... เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะ ปลุกให้ริซโซตื่นจากภวังค์แห่งความทรงจำ

            “ฮัลโหล” เสียงเข้มส่งผ่านไปยังปลายสาย

            (ฮัสโหล คุณริซ ได้รับข้อมูลที่ผมส่งไปให้หรือยังครับ) เป็นเสียงของเจ้าของสำนักงานนักสืบเอกชนนั่นเอง

            “อ้อ! คุณคริสต์นั่นเอง ได้รับแล้วครับ คุณนี่ไม่เคยทำให้ผิดหวังจริง ๆ เลยนะครับ คุณทำอย่างนี้แล้วผมจะเปลี่ยนไปใช้บริการที่อื่นได้ยังไงกัน” ท่านประธานหนุ่มส่งเสียงหยอกล้อไปยังปลายสาย จนทำให้คนที่ได้ฟังอยู่ถึงกับหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

            (ฮ่าฮ่าฮ่า นั่นล่ะเป้าหมายหลักของผมเลย ถ้าต้องการข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็บอกมานะครับ)

            “ได้ครับ ขอบคุณมากคุณคริสต์”

            ริซโซกล่าวขอบคุณคริสโตเฟอร์ก่อนจะวางสายไป แล้วหันมาดูเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะยกหูโทรศัพท์อีกครั้งต่อสายเลขานุการคนเก่ง

            “เอลลีน วันนี้มีงานด่วนอะไรหรือเปล่า?”

            (ไม่มีค่ะท่านประธาน) เสียงตอบกลับจากเลขานุการสาวสร้างความพอใจให้กับท่านประธานหนุ่มเป็นอย่างมาก

            “ดี งั้นผมจะไปข้างนอก คุณช่วยโทรจองโรงแรมที่ลากอสให้ผมด้วยคืนหนึ่ง เสร็จแล้วส่งรายละเอียดเข้าอีเมล์ผมด้วย พรุ่งนี้ผมอาจจะไม่ได้เข้ามาอีกวัน ถ้ามีงานด่วนก็ส่งเข้าอีเมล์เอาแล้วกันนะ” ท่านประธานหนุ่มสั่งงานเป็นขั้นเป็นตอนก่อนจะวางสาย แล้วหันมาเก็บของบนโต๊ะ เอกสารหน้าที่ระบุที่อยู่ของทั้งบ้านและบริษัทของเยเลน่าถูกดึงออกมาพับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อของชายหนุ่มก่อนจะเดินออกจากห้องไป ริซโซตัดสินใจไปหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อด้วยตัวเอง หากเป็นอย่างที่เขาคิดไว้ เขาก็อยากจะเห็นหน้าเด็กน้อยด้วยตาของเขาเองให้ไวที่สุด

           

            การได้ยินจากคำบอกเล่า ยังไงก็ไม่ดีเท่ากับการได้มาเห็นด้วยตาของตัวเอง แลมโบกินี่คันหรูพุ่งทะยานลงทางใต้ของลิสบอน มุ่งหน้าสู่เมืองลากอส เมืองที่มีแนวชายหาดสวยงามมากกว่า 6 หาด มีอ่าวทรายที่เงียบสงบและถูกขนาบข้างด้วยหน้าผาที่งดงาม ซึ่งอยู่ในเขตการปกครองอัลการ์ฟ ความเร็วของรถที่ว่าสูงแล้ว ก็ยังไม่เท่ากับใจของชายหนุ่มที่ลิงโลดอยู่ในขณะนี้ สามปีที่ผ่านมาที่ชายหนุ่มไม่เคยตัดภาพหญิงสาวออกไปจากใจได้จริง ๆ เสียที ทั้ง ๆ ที่เขาพยายามจะทำ ด้วยเพราะทำใจให้ยอมรับความจริงที่ว่าเธอไม่ได้มีใจให้กับเขา

            ริซโซกับรถคู่ใจพากันมาถึงโรงแรมระดับห้าดาวที่เลขาฯ สาวจองเอาไว้ให้ ชายหนุ่มเข้าไปเช็คอินเรียบร้อย ก็ได้เวลาหยิบกระดาษที่บอกที่อยู่ของหญิงสาวผู้ที่เป็นสาเหตุให้เขาต้องมาถึงเมืองนี้ขึ้นมาดู ริซโซไม่รีรอที่จะขึ้นรถคู่ใจของเขาอีกครั้งเพื่อไปให้ถึงที่หมาย ซึ่งที่แรกที่ชายหนุ่มเลือกที่จะไป คือบริษัท เอ็มดอท ออร์แกไนเซอร์ จำกัด

            ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีริซโซก็มาอยู่ที่หน้าบริษัทรับจัดงานของเยเลน่า ตึกเล็ก ๆ แต่มีผู้คนเดินเข้าออกมากมาย ชายหนุ่มเหลือบดูนาฬิกาที่ข้อมือตัวเองบอกว่าเป็นเวลาเที่ยงกว่าแล้ว เขาจึงตัดสินใจมองหาร้านอาหารที่อยู่ใกล้บริเวณนั้น ก่อนจะพบว่ามีร้านกาแฟและอาหาร (Coffee Shop & Restaurant) น่านั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ริซโซตัดสินใจกลับรถไปจอดที่ร้านกาแฟนั้นทันที

            ชายหนุ่มเข้าไปนั่งข้างใน โดยเลือกมุมที่ติดกับผนังกระจกใสด้านหน้าของร้าน ซึ่งสามารถมองเห็นตึกฝั่งตรงข้ามได้ชัดเจน ก่อนจะสั่งอาหารมานั่งรับประทานไป และมองสังเกตการณ์ที่ฝั่งตรงข้ามไปด้วย ผู้คนยังคงเดินเข้าออกตึกนั้นอย่างต่อเนื่อง ผลจากการสอบถามพนักงานในร้านได้ความว่า ที่ตึกฝั่งตรงข้ามนั้นถูกใช้เป็นออฟฟิศของสามถึงสี่บริษัทที่มาเช่าพื้นที่ แน่นอนว่าหนึ่งในนั้นมีบริษัท เอ็มดอท ออร์แกไนเซอร์ จำกัด รวมอยู่ด้วย

            เวลาล่วงเลยมาจนเกือบบ่ายโมง มีรถหรูคันหนึ่งเคลื่อนมาจอดที่หน้าตึก ก่อนจะปรากฏร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ก้าวลงจากรถ แล้วเดินเข้าไปภายในตึก ภาพที่เห็นเธอช่างเป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่เย้ายวนเหลือเกิน นี่ขนาดว่าเจ้าตัวยังไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ เสียด้วยซ้ำ แค่เพียงรูปร่างและการแต่งตัวของเธอด้วยเดรสสั้นผ้ายืดรัดรูปอวดส่วนเว้าส่วนโค้งที่มีอย่างชัดเจน แถมยังมีการปาดเนื้อผ้าที่บริเวณช่วงเอวทั้งสองข้างออก อวดความขาวละเอียดของผิวสาวอีกด้วย แค่นี้ก็ทำให้ริซโซที่หันมาเห็นเข้าถึงกับตาค้างตกอยู่ในภวังค์กันเลยทีเดียว

            ชายหนุ่มมองตามร่างของหญิงสาวจนลับสายตาเข้าไปภายในตึก จากที่ตกตะลึงก็แปรเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจแทน

            “เยเลน่า!! เธอจริง ๆ สินะ ไม่เจอกันนาน นี่ถึงขั้นไม่มีเงินจะซื้อเสื้อผ้าให้มันดีกว่านี้ใส่แล้วหรือไง” ชายหนุ่มรำพึงรำพันอยู่กับตัวเอง ด้วยเกิดความไม่พอใจที่เห็นหญิงสาวใส่ชุดที่อวดสัดส่วนของตัวเองขนาดนั้น ความรู้สึกหวงแหนเกิดขึ้นทันที

           

            ส่วนเจ้าตัวที่เดินเข้าบริษัทไป โดยที่ไม่ได้รับรู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งได้จ้องดูเธอตั้งแต่ลงรถมา เยเลน่าขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นสาม ชั้นที่เป็นที่ตั้งของออฟฟิศเธอ ซึ่งเป็นออฟฟิศที่ไม่ได้ใหญ่โต ใช้เพื่อการนั่งทำงานกันจริง ๆ เนื่องจากงานของบริษัทส่วนใหญ่จะอยู่ตามสถานที่ที่ไปจัดงานให้เสียมากกว่า เมื่อหญิงสาวเดินเข้ามาในออฟฟิศ เสียงของผู้ช่วยสาวก็ดังขึ้นทันที

 

            “ไปทานมื้อกลางวันกับหนุ่มมา อร่อยไหมคะบอส” เสียงของลิเบริน ผู้ช่วยสาวเอ่ยถามเจ้านายของเธอ

            “ก็อร่อยดีนะ ร้านนี้ใช้ได้ เดี๋ยววันหน้าจะพาไปทานด้วย” เยเลน่าตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม

            “หมายถึงหนุ่มน่ะค่ะบอส ฮ่าฮ่าฮ่า”

            “แหม...ไม่รู้สิจ๊ะ ฉันไปกินอาหาร ไม่ได้ไปกินหนุ่ม จะไปรู้ได้ยังไงกันล่ะ”

            “แล้วทำไมไม่กินบ้างล่ะคะบอส เบรินเห็นหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แวะเวียนกันมาให้บอสกินก็ตั้งหลายคน บอสนี่สวยเลือกได้จริง ๆ เลย เบรินว่า เบรินถ่ายรูปหน้าบอสไปให้หมอทำศัลยกรรมให้เลยดีกว่า จะได้ช่วยแบ่งเบาภาระของบอสบ้าง บอสว่าดีไหมคะ? ฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้ช่วยสาวช่างจำนรรจา พูดหยอกล้อกับเจ้านายด้วยความสนิทสนม

            “ก็ดีเหมือนกันนะ เวลามีประชุมหรืองานไหนที่ไม่อยากไป ฉันจะได้ส่งเธอไปแทนเสียเลย” เยเลน่าเล่นด้วย พยักหน้าตอบลิเบริน พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบเกี่ยวกับเรื่องงาน

 

            “แหม บอสคะจะส่งให้กันแต่งานเหรอคะ หนุ่ม ๆ ก็ส่งให้กันบ้างก็ได้ค่ะ” ผู้ช่วยสาวยู่ปากอย่างเสียอารมณ์ หลังจากที่ได้ยินประโยคของเจ้านายตัวเอง “เบรินถามจริง ๆ นะคะ ทำไมบอสถึงไม่คิดจะหาพ่อให้น้องแมรี่เสียทีล่ะคะ ผู้ชายก็มีเข้ามาให้บอสเลือกตั้งเยอะแยะ เบรินไม่เห็นว่าบอสจะสนใจใครเป็นพิเศษเลยคะ?”

 

-----------------------------------------------

อุ๊ยยยย...คุณริซหึงค่ะ 555 แต่ผู้ชายเวลาหึงนี่ต้องปากเสียด้วยเหรอคะ? แง่ววว http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon000221.gif

 

 

ความคิดเห็น