...THE WOLF...

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ไอหื่นนน!! 100%

คำค้น : คาเรนเดอร์,สโนว,คุณแม่ลูกแฝด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 11 พ.ค. 2560 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอหื่นนน!! 100%
แบบอักษร

#

 ณ CAR PUB


"เฮ้ย! พวกมึง เด็กใหม่ของเสี่ยเว้ย มาเอาไปเร็ว จะถึงเวลาโชว์ตัวแล้วพามันไปเปลี่ยนเสื้อผ้า" หนึ่งในชายฉกรรจ์ พูดขึ้นมา พร้อมสั่งลูกน้องทั้งสองคน ที่ล๊อคแขนทั้งสองข้างของร่างบาง กระชากลากจูง ผู้ชายร่างน้อยที่พยายามดิ้นพร้อมกับขัดขืนให้เข้าไปข้างในผับ


"มึงฟังกู! มึงไม่ต้องกลัว กูไม่ได้พามึงมาขายตัวนะสัส กูแค่พามาทำงานชดใช้ที่พ่อมึงติดหนี้เสี่ยเฉยๆ แค่เด็กนั่งดิ้ง มึงจะดิ้นทำไมวะ ทำให้เป็นเรื่องใหญ่ไปได้ ไม่ต้องห่วง พวกกูดูแลความปลอดภัยให้มึงแน่นอนอยู่แล้ว" คุณพี่หน้าโฉดหันมาพูดกับร่างบางตรงหน้า ที่ดูจากท่าทางแล้วถ้าไม่พูดดี คงจะไม่ได้เข้าถึงผับเป็นแน่ในวันนี้ จึงหันมาอธิบายให้ร่างบาง ไขข้อสงสัยภายในใจ และยอมไปทำงานใช้หนี้ดีๆ


"แค่บอกแต่แรกก็ไม่ดิ้นหรอกหน่า จะมากระชากทำไมหล่ะ คนก็ตกใจเป็นนะ" ร่างบางตรงหน้าพูดบอกชายฉกรรจ์ตรงหน้าด้วยท่าทีที่ผ่อนคลาย พร้อมกับทำหน้างอนๆที่ดูยังไงก็น่ารักมากๆเสียด้วย ทำด้วยท่าทางที่น่ารักด้วยความลืมตัว


"เออ! ไปๆ ปล่อยมัน ให้มันเดินไปเอง"ชายฉกรรจ์หันไปบอก พรรคพวกอีกสองคนที่ล๊อคแขนผมอยู่ ทั้งสองคนค่อยๆ ปล่อยมืออกจากผม แล้วจึงหันมาบอกผมต่อว่า "กูชื่อกร มึงเดินตรงไปทางสุดนะ จะเจอห้องที่มีป้ายเขียนชื่อมึงอยู่ มีคนเตรียมชุดไว้ให้แล้ว วันนี้ไม่ค่อยมีอะไรมาก แต่งตัวธรรมดา และกูจะรออยู่หน้าห้อง แต่งตัวเสร็จแล้วก็เดินออกมา เดี๋ยวจะพาไปหาเสี่ย"


ผมพยักหน้าให้พี่กรเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปตามทางที่พี่กรบอก ตามทางมีประตูอยู่หลายบาน เป็นเพียงห้องทึบๆไม่มีอะไรพิเศษ เดินไปจนสุดทาง ก็เจอกับประตูบานนึง ตกแต่งอย่างสวยงาม ตามกรอบชื่อที่เขียนชื่อของผมเอาไว้ตกแต่งด้วยเพรชเม็ดเล็กๆสีชมพู ส่องประกายวิบวับมันทำให้ผมผ่อนคลายขึ้นเยอะเลยครับ ผมค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป ภายในตกแต่งไว้อย่างกะห้องเด็กผู้หญิงคนนึงที่คลั่งไคล้เจ้าหญิงมากเป็นพิเศษ เพราะทุกอย่างเป็นสีชมพู ทั้งโต๊ะเครื่องแป้ง เตียงและตู้เสื้อผ้า อย่างกะเค้ารู้ใจผม ว่าผมชอบสีชมพูมากเป็นพิเศษ แต่คงไม่ใช่หรอก เพราะจะเป็นไปได้ไงในเมื่อผมเป็นลูกหนี้แท้ๆ และผมก็ยังไม่เคยเจอกับเสี่ยเค้าเลยด้วยซ้ำ ผมมองไปที่ปลายเตียง มีชุดที่คงเอาไว้สำหรับผม มีเสื้อยืดธรรมดาสีดำ ที่ถึงจะดูเรียบง่ายแต่ก็ค่อนข้างมีดีเทลที่เก๋ ส่วนกางเกง สั้นมากครับ เรียกได้ว่าเหมือนเศษผ้าเลย


ผมหยิบเสื้อผ้าเข้าไปใส่ในห้องน้ำถอดชุดมอปลายของผมเอาออกมาพับเก็บวางไว้ที่ปลายเตียง ผมเปลี่ยนเสื้อผ้าภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที และก็อย่างที่คาดครับ เสื้อมันยังยาวจนปิดไปถึงกางเกง จนทำให้เหมือนผมใส่แค่เสื้อตัวเดียวโดยโชว์แค่ขาอ่อน มันทำให้ผมขาดความมั่นใจขึ้นมาทันทีเพราะปกติผมไม่ใส่สั้นขนาดนี้หรอกครับ




พอผมแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว จึงเปิดประตูออกไป เห็นพี่กรกับพวกลูกน้องคนอื่นๆยืนรออยู่ พี่กรจึงพยักหน้าให้ผมเดินตามพี่แกไป มันก็เหมือนจะปกตินะครับ ถ้าไม่ติดตรงที่ว่าพวกลูกน้องคนอื่นๆ เอาแต่คอยมองขาอ่อนผมไม่เลิก และพี่กรพาผมเดินไปรอขึ้นลิฟ พอลิฟมาพี่กรก็กดไปชั้นหก ผมไม่รู้หรอกครับว่าตึกนี้มีกี่ชั้น เพราะผมไม่ทันได้สังเกตุ แต่ก็คิดว่าใหญ่พอสมควรแหลาะครับ พอประตูลิฟเปิดออก   พี่กรพาผมเดินไปเรื่อยๆ จนเป็นทางโค้ง ก่อนจะเจอห้องๆหนึ่งที่มีอยู่ห้องเดียวเลย พี่กรเปิดประตูให้ผมเดินเข้าไป


"เจ๊ เด็กมาแล้ว ทำตามที่เสี่ยแกสั่งไว้เลยนะ" พี่กรยื่นหน้าเข้ามาบอกกับผู้หญิงที่นั่งอยู่บนโซฟา หน้าตาสะสวย สวยมากครับ จนผมที่ชอบผู้ชายยังหวั่นไหว แต่ก็ดูค่อนข้างมีอายุแล้วแหลาะครับ น่าจะอยู่วัยกลางคน


"ได้ มานั่งสิเธอหน่ะ" เธอพูดบอกกับผมพร้อมกับวางนิตยสารแฟชั่นในมือลง ก่อนจะจับให้ผมไปนั่งหน้ากระจก ตามแบบในร้านตัดผมทั่วไป แต่ต่างกันก็แค่มันหรูหรากว่ามากๆ


"ชื่ออะไรหล่ะเธอหน่ะ ฉันชื่อ ดรีม นะ " เธอมองผมผ่านทางกระจก เพราะเธอยืนช้อนข้างหลังผมอยู่


"ผมชื่อสโนว์ครับ" ผมตอบไปแผ่วเบา ถ้าห้องไม่เงียบมากๆแบบนี้ก็คงจะไม่มีใครได้ยินเสียงผมหรอก


"ทำไมถึงมาทำงานแบบนี้ได้หล่ะ เราก็ยังดูเด็กอยู่หนิ แถมยังได้สิทธิวีไอพีอีก มันต้องมีอะไรพิเศษแน่ๆเลย"ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจที่พี่ดรีมพูดเท่าไหร่หรอกครับ ก็ได้แต่นั่งฟังก่อนจะตอบพี่เค้าไปว่า


"พ่อผมติดหนี้หน่ะครับ เลยเหมือนกับเอาผมมาขายนั่นแหลาะ แฮะๆ " ผมหัวเราะแบบฝืดสุดๆ ในใจมันรู้สึกแย่ไปหมดแล้วหล่ะครับ


"และสิทธิวีไอพี มันคืออะไรหรอครับ?"


"ก็ทุกคนต้องอยู่ห้องรวมเปลี่ยนเสื้อผ้ารวมกันหมด และก็แต่งหน้าทำผมด้วยช่างธรรมดา แต่เราหน่ะ "พี่ดรีมทำสายตาเจ้าเหล่ ก่อนจะเขยิบหน้าเข้ามาใกล้หูผม โดยมองผ่านกระจก ก่อนจะพูดใส่หูผมว่า "ได้ทำผมกับฉันช่างอันดับหนึ่งเลยนะ หึ!" พี่ดรีมคงจะเห็นว่าผมตกใจกับการที่พี่เค้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ  ก่อนที่พี่แกจะถอยหน้าออกไป และหัวเราะพร้อมรอยยิ้มที่ผมคิดว่าสวยที่สุดแล้ว


"พี่อายุเท่าไหร่อ่ะครับ?" ก็ไม่อยากเสียมารยาทนะครับ แต่ด้วยความที่อยากรู้จริงๆ ผมจึงเผลอถามออกไป


"พี่อายุ 32 หน่ะ เอาแหล่ะ!วันนี้พี่จะแต่งหน้าให้เราออกมาสวยที่สุด และก็ทำผมให้เท่ฝุดๆไปเล้ยย" พี่แกพูดพร้อมกับเริ่มแต่งหน้าทำผมให้ผมไปด้วย พี่ดรีมมือเบาจนผมเคลิ้มและหลับไปในที่สุด จนมีแรงสกิดเบาๆที่ไหล่ พอผมลืมตาขึ้นมา ปรากฏว่าผมเหมือนคนละคนเลย เพราะผมไม่เคยแต่งหน้าแต่งตัวมาก่อน ก็เพราะฐานะที่บ้านอ่ะนะครับ แต่ยอมรับเลยว่าพี่ดรีมเค้าแต่งเก่งจริงๆทั้งผมทั้งหน้าเลยครับ ปากที่มีสีชมพูระเรื่อจากการทาลิปมันและคงจะแต้มติ้นลงไปด้วยนิดหน่อย การกรีดตาทำให้ตาผมดูโตขึ้น และการเอาอายแชร์โดว์มาปัดๆตรงคิ้วผมให้ดูเข้มขึ้นมา ดูดีครับ ไม่อยากหลงตัวเองแต่ผมยอมรับในฝีมือพี่ดรีมเลยจริงๆ


"อ่ะเสร็จละจ้า เราอ่ะผิวดีมากเลยนะ ดียิ่งกว่าผู้หญิงบางคนหรือส่วนมากซะอีก พี่อยากได้บ้างจัง ผิวเราไม่เห็นเหมือนคนทั่วไปธรรมดาเลยเนอะ"


"ป่ะลุกเร็ว พี่กรรออยู่หน้าห้องหน่ะ เห็นบอกว่าจะพาไปหาเสี่ยหนิ" ผมลุกขึ้นและพยักหน้ารับเพื่อเป็นการตอบรับพี่ดรีมเบาๆ  ก่อนจะเดินไปหน้าห้องก็อย่างที่บอกผมเจอพี่กรกับพวกรออยู่หน้าห้องจริงๆ พี่กรหันมาเห็นผมก่อนจะยิ้มมุมปากนิดนึง คงพอใจในผลงานพี่ดรีมเค้าหล่ะครับ


"ป่ะ เสี่ยรออยู่" พี่กรพาไปขึ้นลิฟพาไปอีกห้าชั้นก็เจอกับประตูห้องนึงหลังจากที่ลิฟเปิดออกมาก็เจอเลยแต่ก็มีการใส่รหัสอย่างแน่นหนาเหมือนกัน พอพี่กรใส่รหัสเสร็จก็เปิดประตูเข้าไป ข้างใน ผมกับห้องทำงานที่กว้างขวางมากครับ แต่ก็เต็มไปด้วยกองเอกสารต่างๆ มากมายจนกลัวว่าหายใจออกไปแรงแล้วจะทำให้เอกสารสำคัญปลิวได้ เรียกว่ารกสุดๆเลยหล่ะครับ


และก็พบกับผู่ชายคนนึงที่ดูท่าทางทรงอำนาจนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานที่บนโต๊ะ มีแต่กองเอกสารเต็มไปหมด


"คงรู้แล้วนะว่าต้องทำงานอะไรยังไง คงไม่ต้องให้พูดมากหรอกว่ามั้ย? รู้มั้ยว่าพ่อตัวเองติดหนี้ฉันเท่าไหร่?" เสียงที่ทรงอำนาจมาพร้อมกับสายตาที่มองกดตำนอกเหนือกรอบแว่นตาสี่เหลี่ยมอันเล็ก น่ากลัวครับ! ผมพูดได้คำเดียวเลยสำหรับผู้ชายคนนี้


"อ่ะ..เอ่อ..คะ..คือ..ผมไม่ทราบครับ" ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมกลัวเค้าถึงขนาดกับหาเสียงตัวเองไม่เจอแต่ก็สามารถบังคับให้พูดออกไปจนได้


"5 ล้านไง คำถามง่ายๆเลยเด็กน้อย ไม่รู้แม้กระทั่งว่าพ่อตัวเองติดหนี้เท่าไหร่จนต้องเอาลูกตัวเองมาขายแบบนี้ รู้มั้ยว่าเดือนนึงฉันให้เธอได้แค่ 1-2 หมื่นน่ะนะ คิดว่าต้องทำงานเท่าไหร่กับถึงจะพอกับการที่จะปลดหนี้ให้พ่อตัวเองให้ทันใช้หน่ะห่ะ!" ท้ายประโยคเสี่ยใช้เสียงพูดที่ตวาดออกมา


"แต่มันก็มีอีกทางหล่ะนะ คือขายตัวไง หึ! ถ้าบริการดี อ้อนนิดหน่อยก็ได้ติ๊ปแล้วนะ และยิ่งหน้าตาน่ารักอย่างเราหน่ะ เรียกได้หลายหมื่นอยู่นะ ถ้าสนใจก็ลองดู ฉันแค่อยากเสนอแนวทางให้เธอเฉยๆ " ร่างบางที่ยืนอยู่ต่อหน้าผู้ชายทรงอำนาจถึงกับหน้าชา ที่โดยพูดด้วยวาจาเยาะเย้ยตรงหน้า


"ออกไปได้แล้วหล่ะ ฉันจะทำงานต่อ เชิญ!" ผมรู้สึกเหมือนวิญญาณออกจากร่างไปแล้ว ถูกตะคอกและพูดด้วยวาจาที่เย้ยหยัน ลองมาโดนสิครับ แล้วจะรู้ว่ารู้สึกอย่างไร หึ! บัดซบชิบหายเลยชีวิตนี้ ผมเดินออกไปจากห้องด้วยร่างที่ไร้วิญญาณ เดินไปตามพี่กร จนพี่กรหันมาบอกกับผมว่า


"ธรรมดาของเสี่ยแกแหลาะจริงๆแกใจดีนะ แต่คงหงุดหงิดแหลาะที่พ่อเธอไม่ยอมจ่ายหนี้และเอาลูกมาขายแบบนี้ เสี่ยแกไม่ชอบเรื่องพวกนี้หล่ะ เลยเผลอพูดจาออกที่ไม่ดีออกมาซะได้"


"วันนี้มีคงจองตัวเราเอาไว้แล้วนะ โชคดีที่วันนี้ได้งานก่อนเพื่อนทั้งๆที่พึ่งเป็นวันแรก ก็ลูกของเสี่ยแกนั่นแหลาะที่จองเราเอาไว้เห็นว่าเราหน่ะเป็นเด็กใหม่ ชิวๆเลยนะ แต่นั่งกินกับพวกเค้า คอยบริการเติมเบียร์เติมเหล้าให้หน่อย และก็อย่างที่บอก ถ้ามีการโดนเนื้อโดนตัวก็สามารถพูดบอกกับเค้าได้ว่าอย่าจับหรืออยากคิดราคาเพิ่มก็ได้ถ้าจับแต่ละส่วนของเรา เข้าใจไหม?"


"ครับ" ผมพูดออกได้เพียงแค่คำสั้นๆ จิตหลุดไปแล้วครับ ไม่ได้ฟังแม้แต่สิ่งที่พี่กรบอกด้วยซ้ำ


"อ่ะเข้าไปประตู้นี้แหลาะ" ห่ะ! ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพี่กรพาผมเดินมาจนถึงห้อง VIP 8 เมื่อไหร่กันหน่ะ เอาก็เอาวะ มีกรรมต้องชดใช้ก็ชดใช้กันไป สู้ตาย จะเจออะไรก็อย่ายอมแพ้ต่อมัน



ผมค่อยๆดันประตูเข้าไป จนไปเจอกับผู้ชายคนนึง ทั้งห้องมีเค้านั่งอยู่แค่คนเดียว เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุส เค้าที่เงยหน้าขึ้นจากโทรสับแงะขึ้นมามองผู้ที่เข้ามาใหม่นั่นก็คือผม เชี้ย! หล่อ



หล่อชิบหาย เค้าเงยหน้าขึ้นมามองแค่ผ่านๆ และก็ไม่สนใจใยดีผู้ที่มาใหม่อีกเลย โดยการก้มลงไปเล่นโทรสับต่อ ทิ้งให้ผู้มาใหม่ได้แต่ยืนเก้อด้วยความอาย เพราะทำตัวไม่ถูก มันคือความรู้สึกที่เหมือนกับว่า รักตั้งแต่แรกพบ คนตัวเล็กตรงหน้าได้แต่ยืนก้มหน้า พร้อมกับหน้าที่ขึ้นสีระเรือบนแก้มฝาดๆ ความรู้สึกที่ผู้ชายที่นั่งก้มโทรสับแต่ก็แอบชำเรืองแบบไม่ให้พูดมาใหม่รู้ตัวมองแล้วรู้สึกเหมือนมีกระต่ายน้อยมายืนตรงหน้า ผิวที่ขาวราวกับสำลีช่างน่าทะนุถนอม เพราะกลัวว่าถ้าเพียงแตกเบาๆ อาจจะเกิดรอยแดงขึ้นบนผิวหนังได้ ภายในห้องที่เงียบสงบและมีเพียงความรู้สึกของคนสองคนที่แสดงออกมาทางเสียงของหัวใจ ก่อนที่ความเงียบตรงหน้าจะยุติลงด้วยการที่มีผู้มาใหม่เข้ามาเยือน พร้อมกับเสียงที่พูดคุยจนน่าเวียนหัว พร้อมกับการเปิดประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กตรงหน้าประตูต้องกระเถิบหนีอย่างว่องไวจนทำให้ไปยืนอยู่ตรงหน้าผู้ชายที่เค้าเผลอใจเต้นให้ตั้งแต่แรกพบสบตา



"โถ่ อีเชี้ยยยไหนบอกไม่อยากมา ทำไมมาถึงก่อนคนแรกเลยวะ ฮ่าๆๆๆ"ผู้ชายที่เข้ามาคนแรกตะโกนบอกโดยที่ยังไม่ทันมองคนด้านในด้วยซ้ำ พอมองเข้ามา ก็ยืนตะลึงและหยุดการก้าว ทำให้เพื่อนด้านหลังที่ยังไม่ได้เข้าห้องมาต้องยืนหน้าเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่



"ไอเชี้ย ทำไมไม่เดินเข้าป่ะ..ไป" คนที่สองพูดติดด้วยน้ำเสียงที่ติดจะตะกุตะกัก ก่อนที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้ พวกเค้าทั้งหมดก็โดนผลักให้เข้ามา โดยที่เกิดจากฝีมือผู้ชายคนสุดท้าย ด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง และริมฝีปากที่ปิดสนิทเหมือนกับถูกเย็บเอาไว้ ดูท่าคนๆนี้จะพูดยากน่าดูเลยแฮะ เค้าเหลือบมามองผมนิดนึง ก่อนที่จะเดินผ่านผมไปนั่งที่โซฟาฝั่งริมสุด ในมุมมืด อืม โลกส่วนตัวสูงสะด้วย ขนาดมากับเพื่อนแต่กลับแตกต่างกลับเพื่อนๆของเค้าทั้งหมด อารมเหมือนกวางในกรงลิงอ่ะครับ แต่เพื่อนๆของเค้าก็ถือว่าน่ารักดีนะครับ



"เฮ้ หนุ่มน้อยที่ไหนวะเนี่ยไอคาร์ พกหนุ่มน้อยมาด้วยหรอวะ?" คนแรกเข้ามาจับคางผมพร้อมกับหมุนไปซ้ายทีขวาที ผู้ชายตรงหน้าผม หล่อใช่ย่อย ในตาสีฟ้าเทาทำให้รู้สึกน่าค้นหา  ทำให้อยากสัมผัสและครอบครองมันบวกกับผิวที่ขาวแต่ไม่ถึงกับขาวจัด ทำให้ดูภูมิฐาน ในสไตล์การแต่งตัวที่ดำทั้งตัว แต่ไม่ได้ทำให้ดูโหลแต่กลับเด่นที่สุดเลยต่างหาก แววตาที่ดูหยอกล้อทำให้น่าเข้าหา รูปร่างเค้าเหมือนพวกมาเฟียแต่ทั้งนิสัยและอารมขันขนาดนี้ไม่น่าจะใช่ คิดว่าผู้หญิงคงเข้าหาเค้าไม่น้อยเลยทีเดียว


"ล้อเล่นหน่าาา กระต่ายน้อย เฮ้ๆ!! เพื่อนๆนี่คือคนที่กูบอกอ่ะ เด็กใหม่ของที่นี่เองและพึ่งมาทำงานวันแรกด้วยกูเห็นน่าตาน่ารักดี เลยจองไว้เพื่อต้อนรับไอคาร์กลับมาเลยนะเว้ย" ที่แท้ก็ลูกคนนิสัยไม่ดีนี่เอง ไม่อยากว่าผู้ใหญ่นะครับแต่แบบเฮ้อ เค้าก็ดูถูกผมเกินไป ลูกไอเสี่ยจูงมือพาผมเดินอ้อมโต๊ะ และดันให้เข้าไปนั่งข้างๆ เอ๋ น่าจะชื่อว่าคาร์นะ ฟังจากที่เพื่อนเค้าเรียกๆกัน


"เป็นไงไอคาร์ นี่แหลาะทีเด็ดด ฮ่าๆๆ ถูกใจไหมละ?" คนชื่อคาร์แหงะมาดูผมก่อนจะส่งเสียง หึ ออกมาพร้อมกับหันหน้าหนี


"หึ นี่หรอทีเด็ดของมึงอ่ะ เสียเวลากูชิบ!" หึ ใครจะเด็ดเท่าผู้หญิงของตัวเองกันเล่า บูวว ไม่ชอบก็ไม่ต้องมาชอบ เบะปากใส่ทีนึงเลยนี่แหนาะ!!

End part snow!





"เออๆๆเอาหน่า เดี๋ยวค่อยแนะนำก็ได้ มาแดกเหล้ากันดีกว่าพน.ไอคาร์มันจะกลับแคนาดาแล้วนะเว้ย" ไอปืนชักชวนเพื่อนๆคนอื่นๆ ก่อนจะชวนกันถึงจุดประสงค์แรกที่พากันมาที่นี่ แต่ภายในแววตาคนตัวเล็ก มีความเศร้าหมองปนอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าเศร้าเรื่องที่จะต้องมาทำงานใช้หนี้อย่างที่ไอปืนมันเคยเล่าให้ผมฟังหรือว่าเศร้าที่ผมจะต้องกลับแล้วกันแน่ แต่คนพึ่งจะเคยเจอกันเค้าจะมาเศร้าที่ผมจะกลับทำไมกันละเนี่ย มีแวบนึงที่เหมือนกระต่ายตัวน้อยของผมก็เหมือนจะเหลือบมองมาสบตากับผมพอดีแววตานั้นเหมือนอาลัยอาวอนผมแปลกๆ ผมเหมือนลุ่มหลงเข้าไปในวังวลของดวงตาแสนเศร้าคู่นั้น ก่อนที่จะลืมตัวไปมากกว่านี้เพื่อนๆคนอื่นๆก็พากันเข้ามานั่งข้างๆและพากันสั่งเหล้าเครื่องดื่มอื่นๆและอาหารเข้ามาทานกัน



ตลอดเวลาผมสังเกตุได้ว่าคนตัวเล็กมักจะมองผมบ่อยมาก แต่พอผมมองสบตาตอบก็จะหลบสายตาตลอด ทำให้ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหมาป่าและคอยมองจ้องจะตะครุบเหยื่อที่อยู่ตรงหน้าอย่างกระต่ายตัวน้อยนี่เอง ก่อนที่ไอปืนจะพูดขึ้นว่า


"เอาหล่ะ มาเล่นเกมส์กันมะ ไหนๆก็ได้น้องใหม่ในร้านมานั่งด้วยขนาดนี้แล้วอ่ะ หาเกมส์เล่นกันดีกว่าน้องจะได้ผ่อนคลายและก็จะได้ดื่มด้วยเห็นแต่นั่งมองอย่างเดียวเลยนี่หว่า" 



"เอางี้หมุนขวามะ ขวดไปตกที่ใครก็คนนั้นแหลาะดื่มไปเลยเหล้าเพรียวๆเป๊กนึงเลยเนอะ ?" คนที่พูดอยู่หรือคนที่เดินเข้ามาคนที่สองต่อจากไอปืนก็คือไอวายุ ชื่อเหมือนจะคล้ายพายุนะครับก็เหมาะสมแก่มันดีนั่นแหลาะ  ไม่รู้ว่าพายุมันจะเข้าเมื่อไหร่แต่เข้าแต่ละทีก็เสียหายไม่น้อยแหลาะครับ  แต่มันเป็นคนอารมดี  แค่ไม่ชอบคนที่น่าเบื่อจืดชื้นไม่มีรสชาติเท่านั้นแหลาะครับ มันชอบคนประเภทออกจะช่ำชองในทางด้านเซ็กสะส่วนใหญ่อะนะครับแต่ก็ไม่เห็นเคยคบใครหรือจิงจังกับใครเลยสักคน



"เออดี อ่ะเริ่ม" ไอปืนก็เห็นดีเห็นงามเข้าไปด้วยอีก เสร็จไอวายุแน่ๆเลย ตัวเล็กเอ๊ยย นี่มันตั้งใจลุมกันแกล้งเด็กชัดๆ ในกลุ่มใครๆก็รู้ว่าไอวายุอ่ะ มันเจ้าของบ่อน เพราะฉะนั้นเหล่เหลี่ยมมันเยอะยุแล้ว เรื่องกลโกงต่างๆไม่ต้องห่วงและมันแม่นมากทั้งยิงปืนโยนเหรียญ หรือแม้แต่ หมุนขวด 



หึไม่เห็นต้องเดาครับว่าคนแรกที่มันตั้งใจให้โดนคืนคนไหน ก็กระต่ายที่อยู่ตรงหน้าทุกคนไง



"หึ ว่าไงครับกระต่ายน้อย โดนซะแล้วหล่ะ" ไอวายุพูดพร้อมกับยื่นแก้วเหล้าที่ไม่ได้ผ่านการผสมและเพรียวแบบสุดๆ ถ้าคออ่อนแค่แก้วเดียวก็น๊อคได้เลยนะครับ ทันทีที่คนตัวเล็กตรงหน้าถูกยื่นใส่ก็ทำหน้าเหลอหลาแต่ก็ยอมที่จะรับมันไปกิน ทันทีที่หมดแก้ว หน้าก็ขึ้นเป็นสีแดงกลั่มทันที แต่ก็ถือว่าไม่ได้คอ่อนหล่ะน่า แต่เรื่องว่าเมาขนาดไหนก็คอยดูกันเอาเองละกัน เดี๋ยวก็ออกฤทธิ์ให้เห็นกันแน่นอนหล่ะครับ แก้วแรกผ่านไป ส่วนแก้วที่สองก็ตามมาติดๆ บอกแล้วว่าไม่น่ารอดแน่นอนครับหน้าแดงกลั่มทั้งยังดวงตาที่ปรือหวานช่ำน่ารักที่สุด 



"เป็นไงบ้างกระต่ายน้อย เฮ้ เมายัง ไหวไหมจะเล่นต่อป่าวอ่ะ ดูสิหน้าแดงไปหมดแล้วแต่นี่พึ่งแก้วที่สองเองนะ คออ่อนละสิ ปกติได้กินเยอะขนาดนี้ไหมอ่ะ ถ้าไม่ไหวเดี๋ยวเราพากลับเองนะ ใจป่ะนาย นายเหมือนกระต่ายน้อยเลยคิดว่าเพื่อนๆของฉันก็คงจะคิดเหมือนกันนั่นแหลาะเนอะ ?" ห่า! ใครให้ไอนี้มันพูดวะ มันชื่อฟิงเกอร์ มันเป็นคนพูดมาก แต่ไม่พูดบ่อยแต่ถ้าได้พูดแล้ว ใครๆก็อยากจะมาเอาตัวมันไปทิ้งทั้งนั้นแหลาะ น่ารำคานชิบหาย จนไอไมส์เพื่อนสนิทของมันต้องเอามือมาปิดปากและก็ลากไปอยู่ในมุมมืดตามนิสัยของมัน ไอคู่นี่ก็แปลก สนิทกันได้ไงไม่รู้ อีกคนพูดมากชิบหายจนน่ารำคาน แต่อีกคนกลับนิ่งเงียบไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น ได้แต่ทำหน้านิ่งๆใส่ อารมณ์เหมือนผัวดูเมียเลยครับ มาดูกระต่ายน้อยตรงหน้าโดนเฉือดกันต่อดีกว่า



"ไหวเด้!!...อืม....เมาที่ไหนเล่า..หุ..และไมจ้องเยียกกาตั่ยน้อยด้วยอ่าา เราไม่ชอบนะ เราออกจิเท่ คิคิ" อือ นี่สินะที่เรียกว่าไหว ยังไม่เมา โอเค้ ไม่เมาจิงๆพอเหล้าเข้าปากละพูดมากนิหว่า ตอนแรกไมไม่เห็นพูดจาไรเลยสักคำ เนี่ยแหลาะเค้าว่ากันว่าตอนเมาจะเผยด้านมืดออกมา



"ส่วนตาแก่ขี้เก๊ก นายรู้ได้ไงว่าเราไม่เด็ด เดี๋ยะได้ยองละจิยูวน้า อิอิ " ร่างบางพูดพร้อมกับร่างที่เอนไปทางซ้ายทีขวาที ด้วยใบหน้าที่แดงกร่ำและหน้าตาที่ดูยั่วยวน ทำไมเมาแล้วรั่ววะ แถมยังขี้อ่อยอีกต่างหาก คิดได้ไม่ทันไร ร่างบางก็ค่อยๆ ถอดเสื้อที่สวมอยู่ออกทางหัว ชายเสื้อที่เลิ่กขึ้น ทำให้เห็นผิววับๆแวมๆใต้ชายเสื้อที่โผ่ลพ้นออกมาให้เชยชมต่อหน้าคนทั้งห้องที่เงียบงันและตะลึงไปพร้อมๆกัน ผิวที่ขาวใสออกจะซีดแต่ยังแอบมีเลือดฝาดนิดๆ มันน่าฝากรอยนักนะ ร่างบางยังไม่ทันถอดเสื้อเสร็จ




"สัส! กูไม่ไหวละนะ ยั่วกูแล้วรับผิดชอบด้วย" ผมพูดพร้อมกันตรงเข้าไปจับไหล่บางทั้งสองข้างกดตัวลงไปแนบกับโซฟา ผมมองไปที่ใบหน้าร่างบาง แต่มันก็เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ผมไม่สนอะไรหน้าไหนแล้วทั้งนั้นตอนนี้ ผมบดริมฝีปากลงไปที่ร่างบางที่ผมคร่อมอยู่ ลิ้นเริ่มชอนไช้หาบ่อน้ำหวานที่แม้แต่เพียงปลายสัมพัสก็พบเจอกับความนิ่มละมุนเหมือนริมฝีปากของเด็กน้อยก็ไม่ปาน ทุกอย่างมันดูละมุนไปหมด แต่ภายในโพรงปากกลับกำลังร้อนละอุ และเต็มไปด้วยความรุนแรงโดยไร้ความอ่อนโอนแม้แต่นิด ทั้งคู่ยังคงจูบกันอย่างดุเดือด ในขณะที่มือทั้งสองข้างของคาร์ กำลังไต่ลงไปตามลำคอ เลยไปถึงหน้าท้องที่กำลังหดเกร็งเพราะเรียวนิ้วที่กำลังลากไล้ลงมา 





มือทั้งสองข้างมุดเข้าไปใต้เสื้อของร่างบาง แตะลงที่ยอดอกทั้งสองข้างที่บัดนี้มันชูชันสู้มือของร่างสูงเพราะร่างบางเกิดอารมณ์ขึ้นมาแล้วนั้นเอง ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ร่างบางกำลังเคลิบเคลิ้มกับท่วงท่าและลีลาที่ร่างสูงมอบให้ เค้าค่อยๆลากมือผ่านไปทางแผ่นหลังที่ลำตัวแอ่นขึ้นมาจนเว้าโค้งที่เกิดจากความเสียว ก่อนที่มือทั้งสองข้างจะบีบเข้าที่ก้นงอนๆของร่างบางเต็มแรง โดยที่ปากทั้งคู่ก็ยังคงทำหน้าที่อย่างดูดดื่มกันต่อไป ตอนที่ร่างสูงบีบก้นทั้งสองข้างไปอย่างเต็มแรง มันเหมือนกับเรียกสติให้ร่างบางกลับคืนมา ร่างบางเบิกตาโตขึ้นอย่างตกใจ ก่อนที่จะนำมือทั้งสองข้างที่ตอนแรกขยุ้มหัวของร่างสูงไว้นำมาผลักตรงบริเวณอกของร่างสูงออก 




“ไอบ้า..ไอ..ไอ..ไอหื่นเอ๊ย มาทำอะไรบ้าๆแบบนี้ได้ยังไง ห่ะ!” ร่างบางโวยวายไปพร้อมกับหยิบหมอนที่อยู่บนโซฟามาฟาดร่างสูงเต็มแรงอย่างไม่ยั้งมือไปด้วย




“ก็อยากลองไงว่าจะเด็ดสะแค่ไหนกันเชียว ฮ่าๆๆๆๆ” ยังมีหน้ามาหัวเราะอีกกตาบ้า ไอขี้หื่นเอ๊ย!




“ใช้ได้หนิหวานแม่งทั้งตัวเลยนะ หึ!” ร่างสูงพูดพร้อมกับปรายหตามามองผม เอานิ้วโป้งมาลูบตามโครงสันกราม ผมสบัดใบหน้าเผื่อให้หลุดจากมือหนาที่กำลังแทะโลมใบหน้าของผมอยู่ ชิ หยาบคายชะมัด เรียกได้ว่าผมสร่างเมาเลยแหลาะครับ




“มันหยอกหน่า อย่าคิดมาก” ผู้ชายที่ขี้เล่นหันมาบอกกับผม และหันไปมองคนชื่อคาร์ด้วยสายตาตำหนิ “มึงไม่ควรเล่นกับน้องเค้าแบบนี้นะเว้ย ขวัญหายหมด ไอห่านี่” ว่าเยอะๆเล้ย ให้สำนึกไปข้าง แต่ดูจากหน้าตาของคาร์แล้วไม่น่าจะสำนึกนะครับ 





“เออ! พวกมึงนี้ๆ มียาใหม่มาเว้ย เห็นพวกเด็กในบ่อนมันเอามาปล่อยหวะ เห็นเรียกกันว่ายาแมลงสาบ ส่วนฤทธิมันก็ใช่ย่อย เคยเห็นคนที่โดนมาแล้วนะเว้ย ดิ้นพล่านเหมือนแมลงสาบตอนที่เราจับหงายท้องเลยนะเว้ย ลองป่ะ สนมะ?” คาร์ได้แต่คิดในใจว่าที่ดิ้นพล่านนี้คืออะไร ยาพิษหรอ ก็ไอเหี้ยวายุมันพูดไม่เคลียเองนี่หว่า ทำให้เพื่อนๆเค้างงกันหมด ดูก็รู้ว่างงกันหมดทุกคน 




“เอ้า โห่ไอพวกเหี้ย ยาปลุกเซ็กไงสัส ทำเป็นอ่อนด๊อยกันอีกล้าววว! “ เมื่อเห็นว่าเพื่อนๆไม่ตอบรับมันจึงอธิบายให้ฟังแบบชัดๆ เออหวะน่าสนเอาใส่แก้วแล้วเอาลงไปให้สาวๆสักคนกิน คงจะมันส์น่าดู แต่ถึงไม่ใส่พวกสาวๆก็คงเต็มใจกันทุกคนอยู่แล้วหล่ะครับ แบบนี้มันไม่มันส์หรอก มันต้องเอาใส่พวกที่ชอบต่อต้านและไม่เต็มใจต่างหาก ในขณะที่คิด ก็เหลือบไปเห็นร่างบางที่นอนฟุบลงไปแล้วกับโต๊ะ อ่าว หลับสะแล้ว หึ นึกออกแล้ว ว่าแล้วก็อยากเห็นร่างบางดิ้นพล่านเหมือนแมลงสาบจังเลยน้าา





“ไอเหี้ยวายุ ออกไปข้างนอกห้องกะกูหน่อยดิ กูอยากลองยาฉลองก่อนกลับหวะ “ มองตาก็รู้กันไม่ต้องถามก็รู้ครับว่าผมอยากลองกับใคร ไอวายุมันอ่านใจคนออกอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องเลวๆด้วยแล้วนั้น





เมื่อออกมานอกห้องแล้วคำถามแรกที่มันถามผมคือ “เอาให้ดิ้นพล่านระดับไหนดีมึง?” 




“ก็เอาระดับที่มันกำลังดิ้นลนเพื่อขอชีวิตจากกูไปเลย” เมื่อได้เรื่องราวจึงไปขอน้ำส้มจากพวกบอดีการ์ดให้นำมาให้ และไอวายุก็หยิบขวดเล็กๆ เปิดฝาและเทน้ำสีใสลงไปจนหมด 




“ไอเหี้ย ใส่หมดขวดเด็กมันจะไม่ช๊อคตายหรอวะ ?”




“ก็มึงบอกเอาดิ้นพล่านแบบขอชีวิตนี่หว่า กูว่ามึงโทรไปเลื่อนไฟล์บินหน่อยก็ดีนะ ดูท่าทางแล้ว ฟ้าเหลืองแน่นอนหวะงานนี้” ถึงขนาดนั้นผมไหวนะ แต่ร่างเล็กนี้สิจะไหวรึเปล่า แต่ว่าไปแล้วมันก็ไม่ได้ตัวเล็กนะครับ แค่มันผอมแต่ความสูงยังไงก็เกิน 175 แน่นอน แต่พวกผมมันตัวใหญ่เลยกลายเป็นมันดูตัวเล็กไปเลย




“เออๆรอดูสถานการ์ณไปก่อน กูก็ต้องรีบกลับไปเครียงาน ป่านนี้งานกองสุมหัวกูแล้วสัส” พอทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พวกผมก็เดินเข้าไปในห้อง พร้อมกับไอวายุ ที่นำน้ำส้มเข้าไปให้ร่างบางกิน โดยอ้างว่าเผื่อจะช่วยให้สร่างขึ้นบ้าง ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะรับไปดื่มอย่างง่ายดาย ก็คาดว่าคงจะเพราะง่วงนอนสะส่วนใหญ่เพราะตานี่ปรือเลย และก็กลับไปฟุบเหมือนเดิมคาดว่าคงประมานครึ่งชั่วโมงแหลาะครับยาถึงจะออกฤทธิ ตอนนี้ก็ตีหนึ่งแล้ว พวกมันก็ใกล้จะกลับกันแล้วแหลาะครับ แต่ไล่ไว้ก่อนดีกว่า แผนจะได้ดำเนินไปได้ง่ายๆ 




“พวกมึงๆกลับบ้านกันเถอะครับ พน.กูมีบินนะ ละพวกมึงต้องไปส่งกูด้วย เพราะฉะนั้น กลับ!!”




“เดี๋ยวแล้วไอตัวเล็กหล่ะ!” ไอปืนครับที่เป็นคนถาม 




“มึงก็ไปส่งสิ” แผนผมมันไม่ได้จบแค่นี้ครับ นี้มันแผนล่อเพื่อนเฉยๆ พวกมันโง่อยู่แล้ว





FOR PART TWO!

“นายมันก็ไม่ได้ใสหนิ ยิ่งเวลา…เงี่ยนเนี่ย ยิ่งเด็ด”




ความคิดเห็น