ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 12 หวานแรกและแขกที่ไม่ได้รับเชิญ 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 12 หวานแรกและแขกที่ไม่ได้รับเชิญ 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.5k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2560 20:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 12 หวานแรกและแขกที่ไม่ได้รับเชิญ 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 12

"ฮึก !! ฉันขอโทษ...ฉันน่าจะเชื่อแกตั้งแต่แรก ฉันขอโทษ ฮือ~"

"เพราะมัน...ชีวิตฉันถึงต้องพังพินาศ"

"ณิริณ แกระวังตัวไว้นะ...มันกำลังจะเข้ามาวุ่นวายในชีวิตแก อยู่ห่างๆมันไว้ ฮือ..."


"เฮือก !!!" วาณิริณลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยด้วยอาการใจสั่นและเหงื่อท่วมตัว ในห้วงของความมืดมิดเธอได้ยินเสียงของคนที่คุ้นเคย แต่กลับนึกไม่ออกว่าเป็นใคร ข้างกายเธอตอนนี้มีชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีกำลังนอนสวมกอดเธอเธอ...ในสภาพเปล่าเปลือยทั้งคู่ "เฮ่อ แค่ฝันกลางวัน"


เธอค่อยๆยกแขนของเขาออกแล้วแต่งตัวในชุดเดิม นาฬิกาบอกเวลาว่าบ่ายโมงครึ่ง...สามชั่วโมงกับการหลับไหลเพราะคนเอาแต่ใจนั้นกอบโกยความสุขจากร่างกายเธอจนแทบจะสิ้นเรี่ยวแรง วาณิริณกลับออกมาทำงานของตนให้เสร็จสิ้นเสียเพราะไม่อยากปล่อยให้เป็นดินพอกหางหมู...


"ไงจ๊ะบอสคนสวย อาการขัดใจผัวดีขึ้นหรืยัง!?" ปิยาพัชร์เดินเข้ามายิ้มๆพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำ เธอยื่นมันให้วาณิริณรับไว้พิจารณา "เป็นอะไรไปล่ะ สีหน้าแกไม่ค่อยดีนะ"


"ฝันกลางวันน่ะ...ไม่ค่อยสบายใจเลย"


เลขาสาวนั่งลงตรงหน้า "เล่ามาสิ!"


วาณิริณนิ้งไปสักพักก็ตัดสินใจเล่าทุกอย่างออกไป ทั้งเสียงที่เธอได้ยิน ฟังดูแล้วช่างทรมานใจเสียเหลือเกิน "มันก็มีเท่านี้แหละ"


"ไม่ต้องคิดมาหรอก ก็แค่ความฝัน" ปิยาพัชร์ให้กำลังใจอีกแรง


หญิงสาวยิ้มบางๆ "อื้อ...ฉันฝากเอกสารนี้ให้ฝ่ายผลิตด้วย บอกให้เริ่มดำเนินการได้เลย"


"รับทราบค่ะ ท่านประธาน"


"ย่ะ!!" เสียงหัวเราะใสๆดังขึ้นจากเพื่อนรักทั้งสองก่อนจะแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตน


หลังจากเคลียร์เอกสารบนโต๊ะทำงานจนเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว หญิงสาวก็พยุงร่างกลับมายังที่พักเพราะนึกขึ้นได้ว่าทั้งเธอและภาคิณยังไม่มีมื้อเที่ยงตกถึงท้องกันเลย เปิดตู้เย็นหยิบของสดที่ซื้อไว้ออกมาทำอาหารง่ายๆไว้สองจานวางบนโต๊ะอาหาร


วาณิริณเดินมายังห้องนอนเธอที่จะปลุกเขา แต่ทว่า...ภาคิณไม่ได้อยู่ในนี้แล้ว ทั้งระเบียงและในห้องน้ำก็ไม่มี ในหัวพลันคิดว่าเขาคงจะต้องเล่นอะไรแผลงๆอีกเป็นแน่


ติ๊ง !!!

พี่คิณ: มีธุระด่วนที่บริษัท เย็นนี้เจอกันนะครับที่รัก


"ชิส์~ นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป แล่วแต่สิ!! คิดว่าสนใจหรือไง...คนเจ้าชู้!!" เธอวางโทรศัพท์ไว้แล้วถือจานข้าวออกไปยังห้องทำงานของตน โอยที่อีกอันก็เอาแช่เย็นไว้...


ด้านภาคิณที่ได้รับโทรศัพท์จากเทวินทร์ก็รีบมายังบริษัทของตน บอดี้การ์ดหนุ่มพร้อมภากรที่รออยู่แล้วในห้องทำงานยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลส่งให้


"คนที่แกให้ลูกน้องไปสืบมา ไอ้นี่คือคุณการันต์ลูกค้า VIP ของโชว์รูมเรท เปลี่ยนรถแม่งเดือนละคันเลยวาะ ได้ยินณิชาบอกวันนั้นว่าเคยเรียนที่เดียวกับเมียแกด้วย" ภากรเปิดฉากอธิบายคนแรก


"นายการันต์ขึ้นชื่อว่าเสือผู้หญิงครับ ผมให้คนของเราไปสืบจากคนที่เรียนด้วยกันกับคุณณิริณก็ได้เรื่องมา...เอ่อ นายการันต์เคยพยายามข่มขืนคุณณิริณเพื่อถ่ายคลิปครับ แต่เคราะห์ร้ายไปตกที่คนอื่นแทน" แม้รู้ว่าพูดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นแต่เทวินทร์จำเป็นจะต้องบอกไปตามนั้น


ภาคิณมองรูปของการันต์แล้วขยำมันจนไม่เหลือเค้าเดิม "แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกับอาภูชิต"


"เท่าที่รู้เหมือนมันพยายามจะร่วมมือกับอาภูชิตและวิวัฒน์เพื่อผลประโยชน์ในการต้าอัไรสักอย่าง น่าจะเกี่ยวข้องกับอะหลั่ยปลอมที่ปะปนมา...แต่ก็ยังไม่มีหลักฐาน" ภากรถอนหายใจ "แล้วเราจะเอายังไงกันต่อดี"


"ให้คนของเราตามสะกดรอย อย่าให้พวกมันรู้ตัวเด็ดขาด...ลองถ้ามันกล้าที่จะทำแบบนี้คงคิดจะใช้ณิริณเป็นสะพานเข้าหาเราแน่ๆ" ภาคิณพูดเสียงเรียบเย็น "อยากรู้เหมือนกัน ว่ามันจะไปได้สักกี่น้ำ"


เวลาล่วงเลยไปจนมืดค่ำ  CEO คนสวยในชุดนอนกำลังนั่งจ้องโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อราวกับว่ารอสายใครบางคนอยู่บนโซฟากว้าง ไหนว่าตอนเย็นจะกลับเวลานี้ก็ล่วงเลยไปจนจะสามทุ่มอยู่แล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา วาณิริณไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมานั่งรอคนที่แสนใจเอาแต่ใจและเผด็จการแบบนี้


สนใจเขาทำไม...!?


"มาไม่มาก็ช่างสิ! ทำไมต้องมารอแบบนี้ด้วยนะ" หญิงสาวหยิบโทรศัพท์แล้วเปิดเช็คโซเชียลต่างๆแก้เบื่อไปสักพัก


ติ๊ดๆ แกร็ก...


ร่างสูงของภาคิณก้าวขาเข้ามาทำเอาคนที่นั่งบนโซฟาปั้นสีหน้านิ่งแทบไม่ทัน "รอพี่หรอ?"


วาณิริณทำทีเฉไฉ "เปล่าค่ะ! แล้ว...ทานอะไรมาหรือยังคะ?"


ชายหนุ่มยิ้มบางๆก่อนจะเดินมาหอมแก้มนิ่มทั้งซ้ายขวา สีหน้าของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ "แล้วก็บอกว่าเปล่า !!"


"ก็แค่จะบอกว่ามีข้าวผัดอยู่ในตู้เย็น หิวก็อุ่นทานเองนะคะ...ณิริณจะนอนแล้ว" ร่างระหงลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอนไป หายใจหายคอไม่ค่อยสะดวกมากนักเพราะจู่ๆก็มีอาการใจสั่นไม่เป็นจังหวะ...มันไม่ใช่โรคร้ายอะไรหรอก หลังๆนี้เป็นบ่อยมากโดยเฉพาะตอนที่ได้อยู่กับสามีจอมเอาแต่ใจ


ภาคิณหัวเราะเบาๆพร้อมกับส่ายหัว ได้เห็นแค่นี้ก็มีความหวังเพิ่มขึ้น...เขาหยิบจานข้าวผัดที่คลุมด้วยพลาสติกไว้อย่างดีเข้าไมโครเวฟอล้วทานอย่างเงียบๆ ดีแล้วที่ไม่แวะที่ไหนระหว่างทางกลับ ไม่เช่นนั้นคงจะถูกโกรธหนักกว่าเก่า แต่ไม่โดนในเรื่องวันนี่ด้วยก็ถือว่าเขายังมีโชคดีอยู่บ้าง


ภาคิณใช้ความพยายามอย่างหนักในการที่จะโน้มน้าวจิตใจให้วาณิริณยอมกลับไปอยู่กับเขา ในเมื่อจนปัญญาก็ต้องใช้ไม้แข็ง...นั่นก็คือการให้นาตยามาช่วยพูดให้ เพราะความที่วาณิริณเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะเกรงใจและมีสัมมาคารวะเป็นอย่างมาก สุดท้ายเธอจึงยอมกลับ...


บ้านรัตนโยธิน...


"ถ้าไม่ใช่เพราะแม่ ยังไงณิริณก็คงจะไม่ยอมกลับใช่ไหม?" ภาคิณยืนเอาตัวพิงขอบประตูห้องนอน เขาถามภรรยาสาวที่กำลังจัดของในตู้เสื้อผ้าในอารมณ์ที่ค่อนข้างอยากจะน้อยใจเสียจริง


"ก็แค่อยากให้พี่คิณได้คิดบ้าง ถ้าหากณิริณบอกว่าก่อนจะแต่งงานเคยมีอะไรกับใครมาก่อน พี่คิณจะรู้สึกไม่อยากให้ใส่ใจอดีตเหมือนที่บอกอยู่หรือเปล่า" เธอถามเขากลับด้วยความอยากรู้ "เข้าใจค่ะว่าผู้ชายก็อาจจะเผลอไผลไปบ้าง แล้วถ้าเป็นผู้หญิงล่ะคะ? พี่คิณคิดว่าอย่างไร!!?"


"..." ภาคิณนิไปสักพัก มันก็จริงอย่างที่เธอพูด...ถ้าเป็นเขาก็อาจจะรับเรื่องในอดีตแบบนั้นไม่ได้ แม้ว่าค่านิยมและมุมมองของหญิงชายนั้นแตกต่างกันก็จริง นี่คือสิ่งที่ภรรยาของเขาทำให้ได้คิด "แล้วตอนนี้...ณิริณพอจะทำใจรับมันได้หรือเปล่า?"


วาณิริณปิดประตูตู้เสื้อผ้าลง เธอค่อยๆหันไปทางภาคิณ "อดีตมันก็คืออดีตนั่นแหละค่ะ ณิริณก็แค่คิดไปตามประสาผู้หญิงส่วนใหญ่ที่พอรู้ว่าสามีตัวเองเคยมีอะไรกับใครมาก็แค่กลัว กลัวว่าจะต้องมีปัญหาเมียหลวงเมียน้อย ใครมาก่อนมาหลังทำนองนี้...แล้วพี่คิณจะทำให้มั่นใจได้อย่างไรหรือคะ? ว่าณิริณสามารถฝากทั้งชีวิตไว้ได้จริงๆ"


"ได้สิ! พี่ทำได้" ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาจับคางมนเชยขึ้นสบตาเขา "ยังไงก็ได้ ขอแค่ให้โอกาสพี่ก็พอ"


ใบหน้าสวยระบายยิ้ม "เอาเป็นว่าณิริณจะไม่ฝืนให้พี่คิณต้องทำอะไรที่พี่คิณไม่ชอบ แต่ช่วยจัดการคนก่อนๆให้เขาอยู่ในที่ของตัวเองด้วยนะคะ เพราะณิริณไม่ชอบมีปัญหากับใคร"


"ครับ...ว่าแต่พี่ไม่จำเป็นต้องทำอะไรฝืนใจใช่ไหม?" น้ำเสียงเจ้าเล่ห์พร้อมส่งสายตาโลมเลียไปให้ "งั้นคืนนี้..."


"มะ ไม่ค่ะ...ณิริณยังเพลียอยู่ อะ อื้ออ อายคาอื่นนะคะ!!" ร่างบางถูกดึงรั้งเข้าไปในอ้อมแขนของเขา ภาคิณกอดรัดหอมฟัดภรรยาคนสวยจนชื่นฉ่ำปอด "พี่คิณ..."


ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ "โอเคๆ ให้พักก่อนก็ได้...แค่ห้าวินาที"


"กรี้ดดด" เพราะโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ ภาคิณจึงกอบโกยให้ได้มากที่สุด...ตอนนี้เขามีความสุขมากจริงๆ


ร่างเล็กถูกพันธนาการด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามาก บนเตียงนอนขนาดคิงส์ไซส์เขาแทบจะไม่ยอมให้เธอขยับตัวเสียด้วยซ้ำ


"เอาใจสาวๆพวกนั้นแบบนี้ด้วยหรือเปล่าคะ?"


ภาคิณส่ายหัว "มีแต่คนพยายามเอาใจพี่ มีณิริณคนเดียวนี่แหละที่ชอบขัดใจเสียจริง"


เธอเบะปากใส่ "ถ้ามันหนักหนาสาหัสมากล่ะก็...หาใหม่สิคะ อุบ!!~"


ภาคิณฉกวูบจูบคนด้านล่างด้วยความอ่อนหวาน ปลายลิ้นแตะกันเกี่ยววนหยอกล้ออย่างสุขสม..."หาใหม่ไม่ได้ พี่รักณิริณไปแล้ว"


เป็นอีกครั้งที่หัวใจของนางฟ้าคนสวยเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา เขาไม่ได้เลวร้ายอะไรอย่างที่เธอคิดก่อนหน้านี้ อยู่กับเธอ...ภาคิณก็แค่ผู้ชายธรรมดาที่ต้องการคู่คิด คู่ชีวิตที่จะอยู่ร่วมกันไม่ว่าจะยามไหนก็ตาม "พี่คิณคะ..."


"หืม!? ว่าไงครับที่รัก"


"ช่วยเล่าเรื่องเมื่อสามปีก่อนให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ? ณิริณอยากรู้ว่า...ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนั้นได้"


ภาคิณใช้มือลูบปอยผมของภรรยาสาว "ได้สิ! แต่ขอหาวันไปฮันนีมูนให้ได้ก่อนนะ จุ๊บ!!"


"อื้มมม"


วาณิริณเผยอปากรับจูบของเขาอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใดแต่กลับรู้สึกเหมือนกับว่าเต็มใจที่จะให้เขาทำเช่นนั้น เพราะอะไรเธอก็ยังให้คำตอบแก่ตัวเองไม่ได้


ที่รู้ๆตอนนี้ก็คือ...เขากำลังก้าวเข้ามาอยู่ในใจเธอช้าๆ


วันเวลานั้นหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ภาคิณรู้สึกว่าวาณิริณเริ่มเปิดใจและเรียนรู้ในตัวของเขามากขึ้นแต่ยังไม่ทั้งใจ คงเป็นเพราะความที่เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนข้างแข็งนั่นเองจึงทำให้ยังปิดกั้นตัวเองอยู่บ้าง...หลายๆวันมานี้ความฝันในวันนั้นเริ่มกลับมาซ้ำๆจนวาณิริณเริ่มหวั่นข้างใน ทั้งๆที่ไม่ใช่คนที่เชื่ออะไรงมงายง่ายๆ แต่เจอแบบนี้แทบจะทุกวันก็อดรู้สึกไม่ได้ ตืนนี้ก็เช่นกัน


แฮ่กๆ~


ร่างบางสะดุ้งเฮือกตื่นมากลางดึกอีกครั้ง มือเล็กทาบอกจับจังหวะการเต้นของหัวใจแล้วค่อยๆหายใจเข้าออกช้าๆ ภาคิณที่เพิ่งจะล้มตัวลงนอนได้ไม่ถึงสิบนาทีก็รีบหยัดตัวขึ้นมา


"ฝันร้ายหรอ?" เขาโอบไหล่เล็กแล้วจุมพิตเบาๆที่ผมดำขลับนั่น


วาณิริณพยักหน้ารับ "สงสัยตอนเย็นจะคิดมากเรื่องงานน่ะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก" ที่บอกไปแบบนั้นก็เพราะไม่อยากให้ใครต้องมากังวล


ภาคิณปลอบขวัญภรรยาของเขาสักพักก็พากันนอนลง ชายหนุ่มสวมกอดเธอไว้ไม่ห่างกายเพื่อให้ความอุ่นใจแก่เธอ วาณิริณพยายามคิดว่าเสียงที่ได้ยินนั้นเป็นของใคร...มันติดอยู่ที่ปากแท้ๆ ทำไมถึงนึกไม่ออกเสียที


วันต่อมา...


ร้านกาแฟในโรงแรม Voruntiana...


วาณิริณและปิยาพัชร์กำลังนั่งรอภาคิณที่มีระสำคัญกับอัศนัย เธอและเลขาเพื่อนสนิทสั่งเพียงเครื่องแค่เครื่องดื่มคนละแก้วเท่านั้น


"นี่แกยังฝันถึงเสียงผู้หญิงคนนั้นอีกหรอ? หลอนนะเนี่ย" ปิยาพัชร์เอามือลูบแขนตัวเองเพราะรู้สึกเย็นวูบๆ


"ฉันคุ้นเสียงนั้นมากเลยนะ แต่ทำไมนึกไม่ออกก็ไม่รู้...แต่ฉันเชื่อว่าฉันต้องลืมใครไปสักคนแน่ๆ" หญิงสาวดูเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย สายตาฉายแววสับสนอยู่ไม่น้อย


"เขาอาจจะมาเตือนแกในเรื่องอะไรก็ได้ หาเวลาไปทำบุญกันบ้างดีกว่า ช่วงนี้แกเองก็เอาแต่ทำงานแทบจะไม่มีเวลาไปไหนมาไหนเลยนี่"


วาณิริณพยักหน้าเบาๆ "นั่นสิ สักวันพุธเราไปกันดีกว่า"


"อื้อ"


สองสาวเพื่อนซี้ต่างหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาคุยกันตามประสาผู้หญิง ไม่นานนักก็มีบุคคลที่ไม่ได้รับเชิญเดินเข้ามาหา เป็นบุคคลที่สองสาวไม่ต้องการที่จะพบเจอและก็ไม่คิดว่าจะได้เจออีกในชีวิตนี้...


"ไม่เจอกันนานเลยนะ ณิริณ! ปิงปอง!! สบายดีกันไหม?"


"การันต์!!" วาณิริณนั่งนิ่งเอ่ยชื่อนั้นเบาๆ


การันต์ยืนยิ้มแล้วถือวิสาสะมานั่งร่วมโต๊ะด้วย "ยังอุตส่าห์จำได้ด้วย ดีใจจัง"


"เหอะ!! ทำเลวไว้ขนาดนั้นใครจำไม่ได้ก็บ้าแล้ว" ปิยาพัชร์เบือนหน้าหนี "อีกอย่างนะคะคุณการันต์ ไม่สนิทอย่ามาเรียกชื่อเล่นห้วนๆแบบนั้นสิคะ เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิดว่าไฮโซอย่างคุณรู้จักกับพวกฉัน"


การันต์หน้าชาแต่ก็ยิ้มกลบเกลื่อน "เรื่องตั้งสามสี่ปีแล้วก็ลืมๆไปเหอะ อ้อ! ยินดีด้วยนะณิริณเรื่องแต่งงาน เราก็ไปนะ...แหม!! ไม่ไปทักทายกันบ้างเลย"


วาณิริณพยายามหลบสายตาของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ เขายังไม่เปลี่ยนไปไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน...เธอดูออก ความเลวทรามที่การันต์เคยทำไม่ว่าจะกับใครนั้นส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนเหล่านั้นทั้งสิ้น ซึ่งเธอก็เกือบเป็นผู้เคราะห์ร้ายที่รวมอยู่ในนั้น


"ขอบใจ! แต่เรื่องที่ให้ลืมฉันคงทำไม่ได้เพราะสิ่งที่เธอทำมันส่งผลให้มีคนต้องตาย!!" คนตาย!? เหมือนวาณิริณเริ่มจะนึกออกว่าเจ้าของเสียงในความฝันนั้นคือใคร แต่เวลานี้เธออยากจะไปให้ไกลจากการันต์...คนที่ทั้งชีวิตจะให้ได้แค่ความเกลียดชังเท่านั้น "เจอที่ไหนก็อย่าได้เข้ามาทักกันอีก...ไปกันเถอะปิงปอง"


สองสาวลุกขึ้นกำลังจะออกไปจากบริเวณนั้น การันต์คว้าข้อมือเล็กอย่างรวดเร็วจนวาณิริณถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ หญิงสาวสลัดออกแล้วร่นถอยหลังไปสองสามก้าว ปิยาพัชร์เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินอ้อมมาอยู่ข้างๆเพื่อนรักของตน


"หยุดการกระทำชั่วๆของนายได้แล้ว ทำลายยัยปลาไปคนนึงแล้วยังไม่พอใจอีหรือไง!!?" ปิยาพัชร์แผดเสียงอย่างนะคนแค้นใจ เลขาสาวหันหน้าไปทางวาณิริณที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างๆ "ฉันรู้แล้วที่แกฝันถึงนั้นคือใคร คงจะเป็นยัยปลาที่มาเตือนว่าให้ระวังไอ้เลวนี่แน่ๆ"


"ก็บอกแล้วไงว่าปาลิตาน่ะหลงฉันหัวปรักหัวปรำเอง...แต่โง่น่ะเข้าใจบ้างสิ! ถ้าวันนั้นไม่เข้ามาแส่ก็คงไม่ตายหรอกนะ ฮ่าๆ" พูดออกมาได้โดยไม่ละอายต่อสิ่งที่ทำ ไหนๆคนในนี้ก็เริ่มหันมามองแล้ว การันต์จึงไม่จำเป็นจะต้องสนใจใครอีกต่อไป "ยังอวดดีอยู่ไม่เปลี่ยนเลยนะ จับนิดจับหน่อยทำเป็นสะดุ้ง...เรายังจำสีผิวในร่มผ้าของณิริณได้อยู่เลย เสียดายจังที่ไม่ได้... อะ ผัวะ!!"


โครม !!!


การันต์ถูกจับหันไปทางขวาแล้วภาคิณจึงเหวี่ยงหมัดมาประทับบนใบหน้าของเขา คนถูกต่อยเซล้มหน้าคะมำชนข้าวของในร้านแตกเสียหาย อัศนัยรู้ว่าห้ามเพื่อนของตัวเองไม่ได้ก็รีบไปเคลียร์ค่าใช้จ่ายหลังจากนี้ให้ทันที


วาณิริณรีบเดินมาจับแขนของสามีเอาไว้ "พอเถอะค่ะ เกรงใจคุณอัศนัยเขา"


"เหี้-ย เอ้ย!! มึงกล้าดียังไงมาต่อยกู" การันต์ชี้หน้าคนที่ทำเขาเจ็บ "อ่อ!! คุณภาคิณนี่เองก็นึกว่าใคร ทักทายกับลูกค้า VIP กันแบบนี้เหรอ?"


ภาคิณยังคงนิ่ง "หึ! ขอโทษทีที่ฉันไม่ค่อยจะสุภาพกับผู้ชายที่เข้ามาตอแยเมียผมเสียด้วยสิ"


"อะไรกัน!! เจอเพื่อก็เข้ามาคุยด้วยแค่นั้นเองนะครับ" การันต์แสยะยิ้มได้ไม่นานก็รีบหุบลงแทบไม่ทัน


"ไม่ใช่...เพื่อนฉันมีแค่ปิงปองเท่านั้น" วาณิริณตอบกลับเสียงสั่น "กลับกันเถอะค่ะพี่คิณ นะคะ!!"


หญิงสาวมีอาการสั่นๆจนภาคิณรู้สึกสงสัย มันต้องมีมากกว่าการที่ภรรยาของเขาเกือบถูกข่มขืนจากผู้ชายตรงหน้า ด้านการันต์ที่ถูกปฏิเสธแม้กระทั่งความเป็นเพื่อนก็คับแค้นใจเป็นอย่างมาก...แต่อย่างไรก็ต้องหาทางเข้าหาเธอเพื่อกอบโกยผลประโยชน์และส่วนแบ่งที่จะได้รับจากภูชิตตามที่ตกลง


อย่าได้คิดว่าจะรอดเหมือนเมื่อคราวก่อนอีกเลย..


ภาคิณปรายตามองเล็กน้อย "หวังว่าเจอกัน...จะไม่ทึกทัก แอบอ้างว่าเป็นเพื่อนกับเมียฉันอีกนะ ไม่เช่นนั้น...ฉันเอาแกตายแน่"


การันต์ลอบยิ้มชอบใจที่ภาคิณนั้นทำท่าทีว่าหลงเมียจนโงหัวไม่ขึ้น โดยที่ไม่ได้ยั้งคิดว่าตัวเขาเองต่างหากที่กำลังตกหลุมพลางของอีกฝ่ายแบบไม่ทันตั้งตัว


ด้านอัศนัยที่เดินกลับมาหลังจากเคลียร์เรื่องค่าเสียหายก็ตามไปส่งเพื่อนสนิทที่รถ...ระหว่างทางเดินก็พูดคุยเหมือนว่าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่ง!!


"มึงได้ยินชัดเจนใช่ไหม?" ภาคิณถามเพื่อนซี้ทันทีที่มาถึงรถของตน


อัศนัยพยักหน้า "ชัดเลยว่ะ คนที่ทำร้ายน้องสาวกูยังไงก็ต่องมันแน่นอน" เสียงคับแค้นแน่นในอกคงอยากจะระบายออกมา


"น้องสาว!!" ปิยาพัชร์อุทานเบสๆแตาไม่ได้ถามออกไป


"หึ! แต่อย่างน้อยๆตอนนี้ก็รู้แล้วว่าเป็นคนไหน ตอนนี้มึงจะช่วยอะไรกูสักอย่างได้ไหม?" ภาคิณแตะไหล่ให้กำลังใจเพื่อน สองหนุ่มกระซิบกระซาบอะไรกันสักอย่างไม่นานก็พยักหน้ารู้กัน "ได้หรือเปล่า!?"


"ไม่ทีปัญหา!! ฉันไปทำงานก่อนก็แล้วกันได้ตอนไหนเดี๋ยวกูโทรบอกอีกที กลับบ้านก็พักผ่อนนะไอ้คิณ อย่ามัวแต่ออกกำลังกายบนเตียงล่ะ...เดี๋ยวไม่มีแรงไปฮันนีมูน ฮ่าๆ"


ได้ยินแบบนั้นวาณิริณก็พอจะเดาได้ว่าเขาคุยอะไรกับอัศนัย ใบหน้าเธอขึ้นสีจนแดงแป้ดรีบหนีเข้าไปนั่งในรถ ปิยาพัชร์เองก็แอบที่จะยินดีด้วยไม่ได้ที่เห็นว่าเพื่อนของเธอนั้นเปิดใจให้อีกฝ่ายมากขึ้นแล้ว


PK AUTO GROUP...


หลังจากออกมาจากโรงแรมแห่งนั้นภาคิณก็ตรงมาที่บริษัทของตัวเองก่อน ระหว่างนั้นเทวินทร์ที่เห็นว่าเจ้านายของจนเองมาถึงแล้วก็รีบออกมารับทันที


"รีบเถอะครับคุณคิณ ข้างบนวุ่นวายแย่แล้ว" สายตาของบอดี้การ์ดหนุ่มหันมาเห็นสองสาวที่มาด้วยก็ทำสีหน้าหนักใจ "ตอนนี้คุณณิชาโดนเลขาน้ำกับคุณญาดารุมหาเรื่อง กำลังตบกันข้างบน...คุณภากรก็เอาไม่อยู่ครับ"


"รีบไปเถอะค่ะ ถ้าช้ากว่านี้คุณเลขากับตุณญาดาอาจจะต้องพักงานยาว ณิชาเวลาโมโหเอาเครื่องบินมาลากก็ไม่อยู่" วาณิริณรู้นิสัยน้องสาวตัวเองดี ถ้าลงไม้ลงมือแบบนี้วาณิชาคงสุดที่จะทนแล้วจ่อให้สองรุมหนึ่งก็ไม่คณามือยัยตัวแสบนักหรอก


"ณิชาพอแล้ว!!" ภากรพยายามห้ามปรามศึกของสามสาวที่กำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่ตรงหน้า ชายหนุ้มเข้าไปดึงรั้งแม่สาวตัวแสบของเขาแต่ก็ถูกผลักเสียจนกระเด็นหัวทิ่มหัวตำไปตามๆกัน เช่นเดียวกับชลธิชาที่บัดนี้ใบหน้าบวมช้ำและไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาต่อกรกับวาณิชาได้อีก


ยัยตัวแสบเวลาโกรธพลังยิ่งกว่าช้างตกมันเสียอีก


เพียะๆ!!


กรี๊ดดดด


"ขอส่วนบุญอยู่ได้ น่ารำคาญ!!!" เพียะๆ วาณิชาขึ้นคร่อมบนตัวของอีกฝ่ายแล้วรัวฝ่ามือประทับบนใบหน้าของญาดาไม่เบาแรง "คิดว่าเป็นใครกันที่เที่ยวมาดูถูกกพ่อแม่ของคนอื่นหะ?"


"กรี๊ดดด อีเด็กบ้า!! คอยดูนะ ฉัน...จะฟ้องพี่คิณ โอ้ยย" ญาดาหน้าหันไปตามแรงตบของคนบนร่าง ขนาดได้แม่เลขาหน้าห้องมาเป็นพวกแล้วยังสู้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนเดียวไม่ได้ มิหนำซ้ำยังต้องอับอายเพราะหน้าที่บวมเป่งนี่อีก


"เพียะ !! ฟ้องเลยย่ะ อย่างหล่อนพี่คิณเขาไม่โง่มาหลงลมปากหรอก เพียะๆ คำว่าขอโทษน่ะพูดไม่เป็นใช่ไหม?" ไม่ใช่เพราะความสะใจ ที่ทำไปเพราะว่าไม่พอใจที่บุพการีของตนถูกดูหมิ่นดูแคลนจากญาดา ไฟโกรธทำให้วาณิชาสติขาดผึงแล้วลงไม้ลงมืออย่างที่ไม่คิดว่าใครจะเจ็บจะตายหรืออย่างไร ตราบใดที่ไม่ได้ยินคำว่าขอโทษก็ไม่มีทางหยุดเด็ดขาด


ภากรพยายามอีกครั้งที่จะเข้าไปห้าให้ยัยตัวแสบของเขาใจเย็นลง ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ไม่สำเร็จเสียที...แบบนี้ญาดาคงช้ำในตายเป็นแน่


ระหว่างนั้นเอง...


"หยุด!! ฉันบอกให้หยุด!!" เสียงเย็นเยือกของภาคิณทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างหยุดลง พนักงานที่มามุงดูอยู่ก็แตกกระจายกลับไปยังโต๊ะทำงานของตน ภากรได้ทีก็รีบดึงวาณิชาให้ลุกขึ้นมายืนข้างๆเขา แต่ก็ไม่วายปิดฉากสงครามด้วยการขยี้ผมของญาดาจนยุ่งเหยิง "เข้าไปคุยกับฉันในห้อง!! ทุกคน!!!"


บรรยากาศในห้องทำงานของภาคิณเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด ญาดาพยายามฟ้องใส่ความวาณิชาเพื่อเรียกคะแนนความสงสาร...แต่เปล่าเลย ที่เธอได้มาคือสายตาที่เย็นชาและน้ำเสียงที่เมินเฉยเสียอย่างนั้น


"ทำไมคะ? ญาดาหน้าเยินขนาดนี้แล้วพี่คิณยังเข้าข้างน้องเมียอีกหรือคะ?" สายตาตวัดมองวาณิริณที่นั่งอยู่โซฟาด้านขวา "ลีลาคงจะดีสินะคะ พี่คิณถึงได้โงหัวไม่ขึ้น"


"ปากดีแบบนี้เดี๋ยวก็ตบคว่ำอีกทีหรอก!!!"


"ณิชา!!!" วาณิริณกดเสียงต่ำข่มน้องสาวที่เตรียมง้างมือแล้วจะลุกขึ้นไปโจมตีอีกฝ่าย "พี่จะตัดตัดค่าขนมห้าพันเป็นเวลาสามเดือน หวังว่าจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกนะ"


"ตัดทั้งหมดก็ได้ค่ะ เพราะว่าหลังจากนี้ถ้าณิชาได้ยินยัยนี่กับยัยเลขาพูดผิดหูอีก...เอาเป็นว่า โอ๊ยยย พี่ณิริณ!!" ยัยตัวแสบหน้างอหลังจากที่โดนพี่สาวทำโทษด้วยการหยิกเข้าที่ไหล่ขวา


ภาคิณถอนหายใจ "กลับไปซะญาดาแล้วอย่ามาที่นี่อีก"


"อ่อ! ไล่กันแบบนี้แสดงว่าพี่คิณลืมทุกสิ่งทุกอย่างของเราไปหมดแล้วจริงๆสินะคะ พี่คิณ..."


สายตาคมจ้องมองตัวต้นเหตุนิ่งๆ "ไม่เคยมีเรื่องระหว่างเรามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว อย่ามาพูดจาให้เมียฉันเข้าใจผิด อีกอย่างที่ต้องมีเรื่องแบบนี้ก็เพราะเธอดูหมิ่นพ่อตากับแม่ยายของฉัน...กลับไป! หรือจะให้ รปภ. มาลากตัวเธอออกไป" นัยน์ตาสาวสั่นระริกก่อนจะกระทืบเท้าออกจากห้องนี้ไป "ส่วนเธอนะชลธิชา ฉันจะย้ายเธอไปอยู่ฝ่ายผลิต"


"แต่ ซี้ดด คุณคิณคะ น้ำถูกคุณญาดาหลอกใช้ น้ำแค่..."


ปึง !!!


"กี่ครั้งกี่หนแล้วที่เธอก่อเรื่องให้ฉันต้องปวดหัว ถ้าไม่เห็นแก่แม่เธอล่ะก็ฉันไล่ออกไปนานแล้ว!! ไปอยู่ฝ่ายผลิต...ฉันจะจ่ายเงินเดือนเธอเท่าเดิม ส่วนงานเลขาฉันจะให้เทวินทร์มาทำแทน ถ้าไม่พอใจก็บอก...ฉันจะได้หางานใหม่ที่ใหม่ให้"


เมื่อเห็นว่าครั้งนี้เขาเอาจริงก็ต้องจนใจ ชลธิชาพยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินออกจากห้องไปเก็บของบนโต๊ะเงียบๆ เทวินทร์รีบเดินเข้าไปใกล้ๆเจ้านายก็ถามด้วยความสับสน ทั้งชีวิตจับมาแต่ปืนจะให้มาทำงานเลขาเป็นอะไรที่บอดี้การ์ดหนุ่มไม่ถนัดเลยสิ้นดี


"ผมไม่เคยทำงานเอกสารนะครับคุณคิณ หาคนอื่นเถอะครับ!"


"แกเหมาะที่สุดแล้ว อีกอย่างแกจะได้คอยเป็นหูเป็นตาแทนฉันด้วยไง เริ่มงานพรุ่งนี้เลยก็แล้วกัน" ภาคิณพูดแบบัดมือชกเอาดื้อๆ


"ใช่! ฉันก็เห็นด้วยกับไอ้คิณนะ ไม่มีชลธิชาแล้วเรื่องวุ่นๆจะได้จบ" ภากรเสริมอีกแรง


ปิยาพัชร์ที่นั่งนิ่งอยู่นานก็ยกมือขึ้นยิ้มๆ "งานเลขาเดี๋ยวฉันช่วยสอนให้ก็ได้ค่ะ ไม่ได้ยากหรอก" ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยจนเทวินทร์ต้องจนใจยอมทำตามคำสั่งเจ้านายแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้


บ้านรัตนโยธิน...


วันทั้งวันมีแต่เรื่องวุ่นๆ วาณิริณรู้สึกเพลียเหมือนกับไม่ได้หลับมาสามสี่คืน พอกลับมาถึงห้องนอนก็ทิ้งตัวลงบนเตียงใหญ่อย่างอ่อนแรง ภาคิณเดินตามเข้ามาก็นั่งลงข้างๆพร้อมกับเอามือลูบหน้าท้องแบนของเธอ


"แปลกจัง!!"


"อะไรหรอคะ?" วาณิริณหยัดตัวขึ้นนั่ง "พี่คิณ..."


"พี่ก็สดกับณิริณตั้งแต่แรก ก็เป็นเดือนเลยนะ...ทำไมถึงยังไม่มีวี่แววว่าเมียพี่จะท้องสักที"


หญิงสาวชะงักไปสักพัก "อาจจะ...ยังไม่ถึงเวลามั้งคะ? อะ...เดี๋ยวสิคะ อื้ออ พะ พี่คิณ" ร่างสูงบีบเฟ้นสองเต้าของภรรยาของเขา วาณิริณยกมือขึ้นปัดป้องพร้อมส่งสายตาห้ามปรามเขา "ณิริณเหนื่อยค่ะ วันนี้อยากพักแล้ว"


ภาคิณยกยิ้มนิดๆ "วันนี้จะยกผลประโยชน์ให้จำเลยหนึ่งวันก็ได้ แต่หลังจากพรุ่งนี้ไป..." สายตาโลมเลียช้อนมองเรือนร่างงอนงาม "พี่จะทำไม่หยุดจนกว่า...เมียพี่จะท้อง"


วาณิริณรู้ดีว่าคงยากที่จะหาทางบ่างเบี่ยงเขา อีกทั้งเธอเองก็เริ่มกลัวว่าความลับที่เธอแอบกินยาคุมนั้นจะแตกเสียก่อน...จะบอกว่ายังไม่พร้อมเขาคงจะไม่ยอมเข้าใจและรับฟังเหตุผลของเธอเป็นแน่


______100%______

โย่วๆ พี่คิณฟินนาเร่ล่ะสินะ คิกๆ

ไรท์ไปตรุษจีนกับที่บ้านเลยมาช้าไปนิส

มาครบแล้วจ้าาาาาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น