ลูกตุ้มเงิน

สำหรับผู้ที่ต้องการอ่านทั้งเรื่อง แนะนำว่าไปสอยอีบุ๊คมาอ่าน จะถูกกว่านะคะ ^^ *อีบุ๊ค จิ้มลิ้งค์หน้าแรกได้เลยค่ะ*

ข่าวคราวของผู้ที่เงียบหาย 100%

ชื่อตอน : ข่าวคราวของผู้ที่เงียบหาย 100%

คำค้น : ทัณฑ์รักพิพากษา, คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว, หนูน้อยน่ารัก, บริษัทกฎหมาย, นิยายรัก, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2560 07:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ข่าวคราวของผู้ที่เงียบหาย 100%
แบบอักษร

            “หืม!!!! เยเลน่า อัลโพนิโอ อย่างนั้นเหรอ?” ริซโซเอ่ยขึ้นมาทันทีที่ได้อ่านมาจนถึงชื่อของผู้บริหารของบริษัทรับจัดงาน

            ตื๊ดดดด...ตื๊ดดดด..

            เสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มดังขึ้น ทำให้ท่านประธานหนุ่มต้องละสายตาจากเอกสารตรงหน้า หันไปมองดูหน้าจอสี่เหลี่ยมเครื่องเล็กแทนว่าเป็นเบอร์ของใครที่โทรเข้ามา และเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเพื่อนรักจึงรีบหยิบขึ้นมาเพื่อรับสาย

            “ว่าไงไอ้ไลต์ ช่วงนี้แกไม่มีอะไรจะเขียนลงบล็อกหรือไงวะ ถึงได้ว่างโทรหาฉันบ่อย ๆ เนี่ย” ริซโซส่งเสียงผ่านโทรศัพท์เครื่องบางไปยังปลายสายทันที

            (ระดับฉันแล้ว มีจนไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรก่อนดีน่ะสิ แต่ที่ฉันโทรมานี่ เพราะมีเรื่องจะเล่าให้แกฟังต่างหากล่ะ) ไลเต้ยังไม่วายคุยฟุ้งเรื่องงานของตัวเองก่อนจะเข้าเรื่อง

            “เรื่องอะไรวะ?” ริซโซวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะ แล้วยกขาขึ้น นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ที่กำลังนั่งอยู่ จัดท่าสบายเพื่อรอฟังเรื่องที่เพื่อนกำลังจะเล่า

            (เมื่อวานฉันไปลากอสมา แกรู้ไหมว่าฉันไปเจอใครมา)

            “ก็ถ้าแกไม่บอก แล้วฉันจะรู้ได้ไง ไม่ได้ไปกับแกด้วยนี่” ท่านประธานหนุ่มตอบกลับเพื่อนรักทันที ด้วยอารมณ์ที่เริ่มขุ่นขึ้นเล็กน้อย จนไลเต้ต้องบอกให้เพื่อนใจเย็น ๆ

            (แหม..ใจเย็นสิครับท่านประธาน ผมจะบอกให้ก็ได้ ผมไปเจอเยเลน่าคนสวยมาครับผม) ไลเต้ยังไม่เลิกเล่น ส่งสำเนียงกวน ๆ ให้กับเพื่อนรัก

            “ห๊ะ! อะไรนะ แกไปเจอใครมานะ” เสียงอุทานจากท่านประธานหนุ่มดังขึ้น พร้อมกับท่าทีที่นั่งหลังไม่ติดเบาะเสียแล้ว ไม่คิดว่าแค่ภายในระยะเวลาไม่ถึงห้านาที เขาจะได้รับรู้รับฟังข่าวสารของผู้หญิงที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจของเขามาตลอดสามปีถึงสองครั้ง

            (ไม่ได้แคะหูบ้างหรือไงวะ ฉันบอกว่าฉันไปเจอเยเลน่ามา ผู้หญิงที่แอบชอบไอ้ครูซมาตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยนั่นน่ะ) ไลเต้ส่งเสียงดังผ่านโทรศัพท์เครื่องบางออกมาให้ริซโซได้ฟังอีกครั้ง ซึ่งคำพูดของบล็อกเกอร์ชื่อดังนั้น เป็นการตอกย้ำให้ท่านประธานหนุ่มได้รับรู้ว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นไม่ได้ผิดพลาด และยังเป็นการตอกย้ำความเจ็บช้ำที่อยู่ลึก ๆ ภายในจิตใจของชายหนุ่มเข้าไปอีก ว่าผู้หญิงที่เขาเองก็แอบมองมาตั้งแต่สมัยเรียนนั้นไม่ได้มีใจให้แก่เขาด้วยเช่นกัน

            ภาพในอดีตเริ่มผุดขึ้นมาในสมองของริซโซ ซึ่งมันเป็นภาพที่ชายหนุ่มพยายามจะเก็บกดมันไว้ในก้นบึ้งให้ลึกจนสุดใจ เนื่องจากเมื่อคิดถึงภาพความทรงจำเหล่านั้นทีไร หัวใจก็ทั้งสุขและเศร้าไปพร้อมกัน

            หญิงสาวใส่แว่น หน้าตาน่ารักรูปร่างสมส่วน หากจะรู้จักแต่งตัวให้มากกว่านี้ คงมีหนุ่ม ๆ มาเดินตามเธอ มากกว่าที่เธอจะต้องมาคอยตามเพื่อนของเขาแทน เกือบทุกเย็นหลังเลิกเรียนที่สามหนุ่มเพื่อนรักจะเดินออกจากมหาวิทยาลัยกลับบ้านไปด้วยกัน และก็จะได้พบกับนักศึกษาสาวคนหนึ่ง ที่มาดักรอเจอกับครูซ หนึ่งในเพื่อนรักของเขา เลยพลอยทำให้ทั้งหมดได้รู้จักกัน แต่ในเวลานั้นริซโซไม่ได้คิดที่จะตามทำคะแนนหรือก่อความสัมพันธ์ เนื่องจากเข้าใจว่าเพื่อนรักของเขาอาจมีใจให้กับหญิงสาวด้วยเช่นกัน จึงไม่อยากเดินเข้าไปขวางทาง และหลังจากเรียนจบชายหนุ่มก็ไม่ได้เจอกับหญิงสาวผู้นั้นอีกเลย

          จนกระทั่งเมื่อสามปีที่แล้ว ที่ชายหนุ่มได้พบกับเธออีกครั้ง แต่เป็นในฐานะของผู้หญิงที่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตรักของครูซและปณิตา จนทำให้เพื่อนรักอย่างริซโซต้องจัดการโดยการลักพาตัวเธอไปพิพากษามอบโทษทัณฑ์ให้ ก่อนที่จะปล่อยตัวเธอออกมาหลังจากที่ครูซและปณิตาได้แต่งงานกันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากนั้นหญิงสาวผู้นั้นก็ได้หายไปจากชีวิตของเขาตราบจนกระทั่งถึงวันนี้

 

            (ฮัลโหล..เฮ้ย! ไอ้ริซแกฟังฉันพูดอยู่หรือเปล่าวะ) ไลเต้ส่งเสียงเรียกเพื่อนรัก เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบเสียงไปนาน

            “เออ ๆ ฟังอยู่ แกไปเจอเยเลน่าที่ไหนนะ” เสียงเรียกจากปลายสายทำให้ริซโซหันกลับมาสนใจเพื่อนของตัวเองอีกครั้ง

            (ที่คลับในลากอส ไม่ได้เจอกันนาน ไปเจออีกทีเกือบจำไม่ได้ว่ะ แม่คุณสวยหยาดเยิ้มเลย สาว ๆ วัยรุ่นยังอายเลยนะเว้ย ลีลาท่าเต้นก็สุดยอด หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่นี่รุมกันจนเกือบจะไม่มีช่องว่าง แต่เสียดายว่ะ ที่ไม่ทันได้มีเวลาเข้าไปคุยด้วย ฉันมีนัดกับลูกค้าพอออกมาก็ไม่เจอเธอแล้ว) ไลเต้เล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนรักฟัง จนทำให้คนฟังถึงกับหัวใจกระตุกขึ้นมาทันที อยากรู้เหมือนกันว่าบล็อกเกอร์ชื่อดังจะพูดเกินจริงหรือไม่ แล้วมีหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่มารุมล้อมอย่างนั้นเหรอ แค่คิดท่านประธานหนุ่มก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเสียเฉย ๆ

            “เออ..งั้นแค่นี้แหล่ะ ฉันมีงานต้องทำต่อ” ริซโซพูดจบก็ตัดสายไลเต้ไป แล้วกดโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะโทรหานักสืบเจ้าประจำที่ใช้บริการกันอยู่

            “สวัสดีครับ คุณคริส ผมต้องการใช้บริการของคุณครับ” ปลายสายคือคริสโตเฟอร์ เจ้าของสำนักงานนักสืบเอกชนที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง

            (สวัสดีครับ เรื่องอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แจ้งรายละเอียดได้เลยครับ) คริสโตเฟอร์ตอบกลับด้วยความคุ้นเคย

            “เยเลน่า อัลโพนิโอ เจ้าของบริษัท เอ็มดอท ออร์แกไนเซอร์ จำกัด ล่าสุดมีคนพบเธออยู่ในคลับที่ลากอสเมื่อวานนี้ ผมอยากรู้เรื่องทุกอย่างที่เกี่ยวกับเธอให้มากที่สุด และเร็วที่สุด”

            (ได้ครับ คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยทำให้คุณผิดหวัง รอรับข้อมูลได้เลย) เสียงจากเจ้าของสำนักงานนักสืบเอกชนรับปากด้วยความฉะฉาน

 

 

 

            “แล้วเราจะได้เจอกันอีกครั้ง เยเลน่า” ประธานหนุ่มนั่งพูดอยู่คนเดียว ด้วยแววตาแข็งกร้าวและมุ่งมั่น หลังจากวางสายคริสโตเฟอร์ไปแล้ว

 

-------------------------------------------------

อ๊ายยย!! เขามีความหลังกันมานะคร้าาาา http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/940275056.gif

 

 

 

ต่อ

 

 

            ส่วนทางด้านหญิงสาวที่ถูกพูดถึงอยู่นั้น ตอนนี้กำลังวุ่นวายอยู่กับการดูแลอาการไข้ของเด็กน้อย เนื่องจากอาจเป็นผลจากการเล่นน้ำเมื่อวานนี้ ทำให้วันนี้หนูน้อยเกิดไม่สบายขึ้นมา ผู้เป็นแม่จึงต้องอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิด

            “จุนแม่ขา เย่นน้ำอีก หนุก ๆ” เสียงจากเด็กน้อยที่นอนอยู่บนเตียงขนาดเล็กเหมาะสมกับขนาดตัวของเธอแผ่วเบา แต่แววตากลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวัง ถึงแม้ว่าร่างกายของเธอจะต้องการการพักผ่อน แต่ว่าจิตใจก็ยังอยากจะออกไปวิ่งเล่นอยู่ดี

            “ได้ค่ะแมรี่ แต่ว่าหนูกินยาแล้วต้องนอนพักให้หายไข้ก่อนนะคะ แล้วเราถึงจะออกไปเล่นน้ำกันได้ค่ะ ตอนนี้นอนพักก่อนนะคะคนเก่งของแม่” เสียงจากผู้เป็นแม่ที่คอยเฝ้าดูแลลูกน้อยอยู่ไม่ห่างกล่าวตอบ ด้วยสายตาที่อ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า ก่อนจะประทับริมฝีปากมอบจุมพิตไว้บนหน้าผากน้อยอย่างแสนรัก เด็กน้อยก็หลับตาลงนอนอย่างรู้งาน

            วันนี้คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจึงต้องใช้บ้านเป็นออฟฟิศแทน เนื่องจากภารกิจในการดูแลลูกรักยังคงต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะเวลาที่มนุษย์ตัวน้อยไม่สบายเช่นนี้ เธอจะไม่เอาใครนอกจากผู้เป็นแม่ เรียกว่าตื่นลืมตาขึ้นมาจะต้องได้เห็นหน้าคุณแม่ของเธอ มิเช่นนั้นคนทั้งบ้านเป็นต้องได้ยินเสียงร้องโยเยกันนานเลยทีเดียว

            “คุณเลน่าคะ เบรินได้ข่าวว่าคุณพริสซี่ เธอไม่พอใจมากที่บริษัทเราไม่ได้เข้าไปทำงานงานต่อในไตรมาสสุดท้ายให้ครบค่ะ” เสียงผู้ช่วยสาวที่วันนี้ย้ายที่ทำงานตามเจ้านายของเธอมาด้วยอีกคน กำลังรายงานข่าวคราวที่ได้รับทราบมาให้เยเลน่าฟัง

            “เฮ้อ! ลูกค้ารายนี้ก็แปลก ฉันก็ไม่เข้าใจว่าสามีภรรยาเขาไม่คุยกันบ้างหรือไง สามีมาเป็นคนบอกให้เก็บระยะเวลาที่เหลือไปทำต่อในปีหน้า แต่ภรรยากลับมาตำหนิเรา เดี๋ยวสงสัยต้องโทรไปคุยเสียหน่อยแล้ว ไหนจะเรื่องเงื่อนไขที่จู่ ๆ ก็เอามาต่อท้ายสัญญานั่นอีก มีที่ไหนเขาทำกัน” เยเลน่าถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ผู้ช่วยของเธอพูดถึง ซึ่งเรื่องนี้กำลังเป็นปัญหาหนักใจของเธออยู่เช่นกัน “ไหน ๆ ก็พูดถึงเรื่องนี้แล้ว เบรินช่วยต่อสายคุณพริสซี่ให้ฉันเลยแล้วกัน”

            “ได้เลยค่ะบอส เดี๋ยวเบรินต่อให้” ผู้ช่วยมือหนึ่งพูดจบก็หันไปหยิบสมุดจดบันทึกของตัวเองมาเปิดหาเบอร์ลูกค้าเป้าหมายก่อนกดเบอร์โทรออก และรอคนรับจนสายตัดไป เป็นเช่นนี้อยู่ 3 ครั้ง ลิเบรินจึงตัดสินใจ ต่อเข้าเบอร์บริษัทแทน ซึ่งก็ได้รับรายงานว่าคุณพริสซี่ไม่อยู่ ผู้ช่วยคนเก่งจึงได้ขอสายคุณคาสิโตส ซึ่งเป็นรองประธาน และเป็นผู้ที่ได้คุยตกลงงานกันตั้งแต่แรก

            “สวัสดีค่ะ คุณคาล์ส รบกวนถือสายรอสักครู่นะคะ คุณเลน่าจะพูดสายด้วยค่ะ” เสียงใสจากลิเบรินส่งไปยังปลายสาย ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาให้เจ้านายของตัวเอง “นี่ค่ะบอส คุณคาล์ส อยู่ในสายแล้วค่ะ”

            “สวัสดีค่ะ คุณคาล์ส สบายดีไหมคะ ไม่เจอกันหลายวันเลน่าคิดถึงแล้วนะคะเนี่ย” เยเลน่าส่งเสียงทักทายด้วยความเป็นกันเอง หญิงสาวเป็นเช่นนี้เสมอกับลูกค้าทุกคน ความสนิทสนมและเป็นกันเอง จะสามารถสร้างความผูกพัน จนเกิดการจ้างงานตามมาอีกหลายโปรเจคเลยทีเดียว

            (ฮ่าฮ่าฮ่า สวัสดีครับคุณเลน่า ผมก็คิดถึงคุณเหมือนกัน เป็นยังไงบ้างครับ ช่วงนี้ไม่ได้เข้ามาที่ลิสบอนเลยเหรอ)

            “ก็คุณคาล์ส เบรคงานเลน่าไว้ก่อนนี่คะ แล้วก็ยังไม่ส่งงานใหม่มาให้เลน่าทำเลย เลน่าก็เลยไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรเข้าไปที่นั่นนี่คะ”

            (เหตุผลที่เราจะได้เจอกันนี่ยังไงล่ะครับ..ฮ่าฮ่า ถ้าคุณเลน่าเข้ามาผมจะได้ถือโอกาสเลี้ยงอาหารด้วยเสียเลย จะมื้อกลางวัน หรือมื้อค่ำก็ได้ครับ ผมไม่เกี่ยง)

            “ฮ่าฮ่า น่าสนใจนะคะ แต่ช่วงนี้คงยังไม่ได้หรอกค่ะ พอดีลูกสาวไม่สบายค่ะ”

            (เป็นอะไรมากไหมครับ)

            “ไม่ค่ะ แค่เป็นไข้หวัดธรรมดา แต่ว่าเวลาไม่สบายจะงอแงหน่อย ไม่ยอมหาใครนอกจากเลน่าค่ะ” คุณแม่คนสวยตอบกลับรวดเร็วพร้อมกับอธิบายเพิ่มเติม ก่อนจะพูดเข้าเรื่องหลักที่เป็นจุดประสงค์ของการโทรมาในครั้งนี้ “พอดีเลน่ามีเรื่องจะรบกวนคุณคาล์สค่ะ คือเกี่ยวกับเรื่องสัญญาที่มีเงื่อนไขแนบท้ายมา อันนั้นคือยังไงคะ”

            (ไม่มีปัญหานะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอาออกให้ รับรองว่าทุกอย่างจะยังเหมือนเดิม) เสียงตอบกลับจากปลายสายทำให้ เยเลน่ายิ้มออกได้บ้าง แต่ก็ยังคิดถึงอีกคนที่ยังเป็นกังวลอยู่ จึงขอถามให้เกิดความมั่นใจเสียก่อน

            “แล้วคุณพริสซี่เธอจะไม่เคืองเอาเหรอคะ เลน่าได้ข่าวว่าเธอไม่ค่อยพอใจบริษัทของเลน่าอยู่หรือเปล่าคะ?”

            (ไม่มีอะไรนะครับ เธอก็ไม่พอใจผู้หญิงทุกคนที่เข้าใกล้ผมเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณเลน่าไม่ต้องตกใจไปนะครับทุกอย่างปกติดี ส่วนเรื่องงานเรื่องสัญญาก็ทำตามที่เราตกลงกันไว้ ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นเดี๋ยวผมจะเป็นคนรับผิดชอบเองครับ)

            “คุณคาล์สพูดอย่างนี้ เลน่าก็สบายใจแล้วค่ะ ต้องขอบคุณคุณคาล์สมากนะคะ หวังว่าเลน่าขึ้นไปลิสบอนคราวหน้า จะได้มีโอกาสรับเลี้ยงอาหารจากคุณนะคะ ฮ่าฮ่า”

            (ได้เลยครับ จะนับเป็นเกียรติสำหรับผมมากเลย หากได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับสาวสวยอย่างคุณเลน่าครับ)

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ด้วยความยินดีเลยค่ะ คุณคาล์สนี่น่ารักเสมอเลยนะคะ แล้วเอาไว้เจอกันค่ะ” เยเลน่ายังคงส่งท้ายด้วยคำหวานก่อนที่จะวางสายไป พร้อมกับความสบายใจที่ได้ยินการรับปากหนักแน่นเรื่องงานของเธอ และที่สำคัญคือหญิงสาวก็มีหลักฐานเพิ่มขึ้นอีกอย่าง นั่นคือเสียงที่ใช้ในการสนทนากันครั้งนี้นี่เอง เนื่องจากทุกการประชุมหรือการพูดคุยกันเกี่ยวกับงาน เยเลน่ามักจะทำการบันทึกเสียงไว้ด้วยเสมอ

            “บอสคิดว่าคุณคาล์สจะจัดการได้ไหมคะ?” ลิเบรินถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเจ้านายคนสวยกดวางสายอีกฝ่ายไปแล้ว

            “ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ว่าอย่างน้อยเราก็ได้หลักฐานเพิ่มมาอีกหนึ่งชิ้นยังไงล่ะ” เยเลน่าตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้ม มือยกขึ้นชูเครื่องโทรศัพท์ให้กับผู้ช่วยสาวดู บอกให้รู้ว่าหลักฐานอีกชิ้นที่พูดถึงคืออะไร ก่อนที่ผู้ช่วยสาวจะมีรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าด้วยเช่นกัน

 

            “แหม..บอสของเบรินนี่ฉลาดจริง ๆ เลยนะคะ” ผู้ช่วยสาวเอ่ยชื่นชมเจ้านายของตนเองด้วยความจริงใจ

---------------------------------------

อย่างนี้สินะ เขาถึงเรียกสาวแซ่บ นอกจากสวยแล้วต้องฉลาดด้วย ชิมิ! http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/940275056.gif

 

 

ความคิดเห็น