น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 18 : แขวนบนเส้นด้าย

ชื่อตอน : ตอนที่ 18 : แขวนบนเส้นด้าย

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 792

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2560 21:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 18 : แขวนบนเส้นด้าย
แบบอักษร

ตอนที่ 18

เสียงรถหวอที่เปิดไซเรนดังรัวเร่งเร้าราวกับกำลังต่อสู้กับพญามัจจุราชที่กำลังจะพรากชีวิตของคนที่นอนจมกองเลือดอยู่ใต้ซากปรักหักพังนั้นทำให้บรรดาไทยมุงต่างแหวกทางให้ชายสองคนและหน่วยกู้ภัยที่วิ่งเข้าไปในกองเศษปูนเศษไม้นั้นอย่างไม่กลัวอันตราย ในขณะที่ร่างแบบบางสองร่างที่วิ่งตามมาติดๆนั้นกรีดร้องเสียงหลงจนแทบจะสิ้นสติ

“แองจี้! โอ...ไม่จริง แองจี้ของฉัน”

แอนนาถลาจะตามร่างสูงของกวินวัธน์และปีเตอร์เข้าไปในกองเศษซากหากปานดวงใจรีบฉุดแขนอีกฝ่ายไว้ พลางเอ่ยห้ามเสียงสั่น

“คุณอย่าเพิ่งเข้าไปดีกว่าค่ะแอนนา หน่วยกู้ภัยมาแล้ว ฉันว่าพวกเราหลีกให้เขาทำงานได้สะดวกดีกว่านะคะ”

ปานดวงใจเอ่ยห้ามพลางรั้งอีกฝ่ายให้ถอยมา หากแล้วอีกร่างหนึ่งก็พุ่งถลาจะวิ่งเข้าไปแทน

“แคทเธอรีน! คุณอย่าเพิ่งเข้าไปตอนนี้” เสียงห้าวของเอกกุลร้องห้ามก่อนจะคว้าแขนอีกฝ่ายฉุดไว้แน่นจนหญิงสาวหันมาตวาดทั้งน้ำตา

“แต่พ่อของฉันกับแองจี้มาคอยดูแลห้องตัวอย่างที่นี่ ปล่อยคุณเอก! ฉันจะเข้าไปดูพ่อของฉัน”

“คุณปีเตอร์ปลอดภัยดีค่ะ เมื่อกี้เพิ่งเข้าไปกับคุณวินพร้อมกับหน่วยกู้ภัย” ปานดวงใจเป็นฝ่ายหันมาตอบหญิงสาวเสียเอง ในขณะที่แอนนานั้นยืนกำมือแน่นอย่างหวาดกลัวที่จะสูญเสียคนที่เธอรักเหมือนลูกไป

“หมายความว่าแองจี้ติดอยู่ข้างในคนเดียวหรือคะ” แคทเธอรีนหันมาถามเพื่อความมั่นใจ

“ใช่ .. ก่อนหน้าที่จะเกิดระเบิด มีผู้ชายต่างชาติคนหนึ่งเดินเข้ามาหาปีเตอร์แล้วก็เดินคุยออกไปด้วยกัน แล้วสักพักมันก็ระเบิด ฉันกับคุณวินเลยรีบวิ่งมาดู”

ปานดวงใจเล่าสั้นๆ หากแคทเธอรีนหน้าซีดเซียวลงจนไร้สีเลือด พลางหันหลังเดินกลับออกไปทันทีจนเอกกุลต้องก้าวยาวๆตามอีกฝ่ายไปติดๆ โดยมีสายตาของแอนนามองตามไปอย่างคลางแคลงใจ

 

หญิงสาวก้าวเร็วจนเกือบจะเป็นวิ่งในขณะที่มือกดโทรศัพท์ต่อสายถึงแอนโธนี่อยู่ตลอดเวลา หากก็ไร้ซึ่งสัญญาณการตอบรับใดๆ แคทเธอรีนจึงตัดสินใจกดโทรศัพท์หามารดา และใจเธอก็แทบจะหล่นไปอยู่ตาตุ่มเมื่ออีกฝ่ายกดรับสาย หรือที่เธอเห็นนางเทเรซ่ายืนอยู่กับแอนโธนี่เธอจะไม่ได้ตาฝาด

“แม่! ตอนนี้แม่อยู่ไหนคะ”

“แม่ก็อยู่ที่อังกฤษน่ะสิ ทำไมถึงถามแบบนี้”

“แต่หนูเหมือนเห็นแม่ที่เมืองไทยเลยค่ะ”

“ตาฝาดแล้วแคท ที่นี่กำลังมีเรื่องโทมัสกระฉ่อนสำนักงานใหญ่ขนาดนี้ ถ้าแม่จะไปเมืองไทยก็คงเพราะเหตุผลเดียว คือลากตัวแกกลับอังกฤษไปแต่งงานกับโทมัสยังไงล่ะ แกอยู่ที่เมืองไทยคงยังไม่รู้เรื่องสินะ เดวิดต้องการกลบข่าวฉาวด้วยการแต่งงานของแกกับโทมัสยังไงล่ะ”

 แคทเธอรีนหยุดเดินทันทีจนเอกกุลที่เดินตามมาเกือบจะชนเข้ากับหญิงสาว ก่อนที่แคทเธอรีนจะเอ่ยทวนในสิ่งที่มารดาเอ่ยอีกครั้งอย่างไม่เชื่อหู

“ว่ายังไงนะคะ เดวิดจะให้หนูกลับไปแต่งกับโทมัสอย่างนั้นหรือคะ”

“ใช่! เดวิดติดโทรหาโทมัสโดยตรง และไปรับเขาเองถึงสนามบิน โทมัสหมดทางเลี่ยงแล้วแคท เหมือนๆกับลูก ...กลับอังกฤษกับแม่เดี๋ยวนี้!

แคทเธอรีนเงยหน้ามองตรงไปอย่างไม่เชื่อสายตา ร่างเพรียวของนางเทเรซ่าเดินตรงมาที่เธอในขณะที่มือยังไม่กดวางสายจากเธอด้วยซ้ำ

“แม่โกหกหนู.... แม่กับแอนโธนี่วางแผนเรื่องวันนี้ทั้งหมดใช่ไหมคะ”

“หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้วแคท และกลับอังกฤษไปกับแม่ บอร์ดบริหารทุกคนรอลูกอยู่ พิธีแต่งงานจะถูกจัดขึ้นทันทีที่ลูกกลับไปถึงที่อังกฤษ!

“ผมไม่ยอม... แคทจะแต่งงานกับใครอีกไม่ได้นอกจากผม ผมเป็นสามีของเธอ!

เอกกุลเอ่ยเสียงหนักแน่นพลางก้าวออกมายืนขวางหน้าแคทเธอรีนเอาไว้เพื่อจะได้เผชิญหน้ากับว่าที่แม่ยายได้ถนัดถนี่   

นางเทเรซ่าจ้องมองใบหน้าเรียวภายใต้คิ้วเข้มและดวงตาสีนิลของเขาอย่างประเมิน ก่อนที่จะเอ่ยอย่างตัดรอน

“ไม่ว่าที่เมืองไทยจะเกิดอะไรขึ้น แต่แคทต้องแต่งงานกับโทมัสเท่านั้น ฉันหวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะ”

“คุณต่างหากที่ต้องเข้าใจ ผมกับแคทเรารักกันตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนด้วยซ้ำ และผมจะไม่มีวันยอมปล่อยเธอไปอีกแล้ว ไม่ว่าที่อังกฤษจะเกิดอะไรขึ้น แต่แคทต้องแต่งงานกับผมเท่านั้น!”

เอกกุลเลียนทุกคำพูดของหญิงสูงวัยแทบจะไม่ผิดเพี้ยน ก่อนที่จะหันกลับมาโอบร่างระหงของอีกฝ่ายเดินออกไปทันทีโดยไม่สนใจเสียงแหลมๆที่นางเทเรซ่าร้องเรียกอย่างโกรธจัดเท่าใดก็ตาม

..................................................................

 

กวินวัธน์เดินเป็นหนูติดจั่นอยู่หน้าห้องไอซียูพลางเหลือบไปมองภรรยาที่นั่งน้ำตารินอยู่เงียบๆไม่ต่างจากแอนนา แล้วก็ตัดสินใจเดินห่างออกมาเพื่อโทรศัพท์หาคู่เขยของตน

“หลุยส์  ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกแก”

“อย่าบอกว่าเรื่องโทมัสกับแองจี้นะ เพราะฉันเพิ่งได้ข่าวว่าโทมัสกลับมาอังกฤษเพราะมีเรื่องฉาว”

ปลายสายเอ่ยขัดขึ้นเสียงขุ่น หากกวินวัธน์ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงด้วยเช่นเดิม เพราะตอนนี้เขาเห็นใจอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก หัวอกคนเป็นพ่อจะทรมานสักแค่ไหนถ้าหากจะต้องมารับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวตัวเองบ้าง และถ้าเป็นไปได้ชายหนุ่มไม่อยากจะเป็นคนที่ต้องบอกข่าวร้ายกับคู่ปรับของตนเลย

“แกทายถูกครึ่งเดียวว่ะไอ้ฝรั่ง ฉันมีเรื่องแองจี้จะบอกแก”

“แองจี้? แองจี้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ เกิดอะไรขึ้นแกรีบบอกฉันมาเร็วๆ อย่าลีลา”

“เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่งานแถลงข่าวของบริษัทโอลเชสเตอร์ฯ ตอนนี้แองจี้อยู่โรงพยาบาล และฉันเสียใจด้วยที่ฉันต้องบอกแกว่า แกเพิ่งเสียหลานในไส้ไป ...แองจี้แท้งลูก!

“อะไรนะ! แกพูดอีกทีสิไอ้วิน หมายความว่าแองจี้ท้องอย่างนั้นเหรอ!

“เออ...ต้องให้ฉันบอกด้วยไหมว่าใครเป็นพ่อเด็ก”

กวินวัธน์เอ่ยถามพลางอดเหลือบตาไปมองแอนนาที่นั่งหน้าซีดตาวาววับราวกับผีดิบไม่ได้ ดูท่าแล้วแอนนาคงยังไม่ได้บอกโทมัส และชายหนุ่มก็คงยังไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกเมียตัวเองบ้าง  

“ไม่ต้อง! เพราะฉันรู้ดีว่ามันเป็นใคร ...รับรองว่าฉันไปกระทืบมันไม่ผิดตัวแน่!”

.....................................................

 

“ผมไม่แต่ง! ต่อให้ไม่มีเรื่องคลิปฉาวนั่นผมก็ไม่มีวันแต่งกับแคทเธอรีน”

โทมัสเอ่ยกับสองบุรุษชราแห่งโอลเชสเตอร์และโวลฟอร์ดอย่างกราดเกรี้ยว หากใบหน้าเหี่ยวย่นของผู้สูงวัยกลับยังคงสงบนิ่ง ก่อนที่เดวิดจะเอ่ยถามออกมาสั้นๆ

“ในคลิปนั่นเป็นนายจริงๆหรือเปล่า”

“ไม่ใช่ ผมไม่เคยมั่วกับเลขาตัวเอง!

“หมายความว่านายกำลังจะบอกว่าตัวเองถูกใส่ร้ายอย่างนั้นหรือไงกันโทมัส”

จอห์นเอ่ยถามพลางจ้องดวงตาสีฟ้าที่วาววับขึ้นอย่างเอาเรื่อง เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“แน่นอน เพราะคนเดียวที่ผมนอนด้วยก็คือแองจี้!

“งั้นกูก็มากระทืบถูกคนแล้วไอ้ระยำ โทมัส!

หลุยส์เดินเข้ามาพร้อมกับถีบเข้าไปที่กลางหลังของอีกฝ่ายเต็มแรงจนล้มคว่ำไม่เป็นท่า และบาทาอันใหญ่โตของบุรุษวัยเลข 4 คงจะไม่พ้นหน้าของโทมัสถ้าหากว่าสองผู้เฒ่าจะไม่ปราดเข้ามาดึงแขนล่ำสันของเจ้าของรอยเท้าที่เพิ่งประทับกลางหลังอีกฝ่ายเอาไว้สุดแรงคนแก่

“หยุดก่อนหลุยส์ ใจเย็นๆก่อน ถ้านายไม่หยุดฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาลากคอแกออกไปนะ”

จอห์นเอ่ยขู่หลานในไส้ของตัวเองเสียงเข้ม หากดูเหมือนจะไม่เข้าหูอีกฝ่ายเพราะร่างกำยำนั้นสะบัดการเกาะกุมจนหลุดและถลาเข้าไปประเคนหมัดลุ่นๆใส่หน้าชายหนุ่มที่เพิ่งยืนตั้งตัวได้จนได้ยินเสียงดัง พลั่ก!!!

“การ์ด! เข้ามาลากตัวคุณหลุยส์ออกไป”

เดวิดตะโกนสั่งเสียงดัง ในขณะที่เลิกคิดจะเข้าไปขวางทางหมัดของคนทั้งคู่แล้ว โทมัสพยายามยกมือตั้งการ์ดเพื่อป้องกันพลางถอยตั้งหลักในขณะที่อีกฝ่ายใส่อาวุธหนักทั้งหมัดทั้งเตะ ซึ่งกว่า รปภ.จะเข้ามาลากตัวหลุยส์ออกห่าง ชายหนุ่มก็ทั้งจุกและหน้าแตกเลือดกบปากไปเหมือนกัน

“ปล่อย...กูจะกระทืบมัน เพราะมันแองจี้ถึงต้องเจ็บตัวแบบนี้”

หลุยส์ยังคงดิ้นรนให้หลุดจากเจ้าหน้าที่ที่จับเขาไว้ถึง 4 คน หากโทมัสนั้นพอได้ยินชื่อคนรักก็ลืมเจ็บก่อนจะเดินเข้ามาหาบุรุษตรงหน้าทันที

“แองจี้เป็นอะไร เกิดอะไรขึ้นกันแน่ บอกผมทีได้โปรด”

“แกไม่จำเป็นต้องรู้อีกแล้ว เพราะฉันจะไม่มีวันยอมให้แกได้พบกับแองจี้อีกต่อไป  และฝากไปบอกพี่สาวของแกด้วย ว่าฉันกับลูกไม่ต้องการสมบัติอะไรที่พวกแกแย่งฉันไปอีกแล้ว ฉันขอยกเลิกพันธะสัญญาทั้งหมดที่เคยทำเอาไว้กับแอนนา และห้ามแกกับพี่สาวแกมายุ่งอะไรกับลูกสาวของฉันอีก!”

“แต่แองจี้เป็นเมียผม! เรารักกันมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์พรากแองจี้ไปจากผม”

“แกหุบปากชั่วๆของแกไปเลยไอ้โทมัส แกไม่มีสิทธิ์มาเรียกลูกสาวฉันว่าเป็นเมียของแก และคำว่ารักที่แกพูดมันได้ตายไปพร้อมๆกับลูกในท้องของแองจี้แล้ว!”

“ลูก?!!!...”

คราวนี้ไม่ใช่เพียงแต่โทมัสที่ตกตะลึง หากทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างคาดไม่ถึงกับความจริงที่เพิ่งเปิดเผยออกมา ข่าวร้ายที่เพิ่งเปล่งออกมาจากปากของหลุยส์ทำให้โทมัสช็อคจนทรงตัวไม่อยู่ ...ลูกในท้องของแองจี้...ตาย! หมายความว่าแองจี้แท้งลูกอย่างนั้นหรือ?

ชายหนุ่มหายใจหอบพลางรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจตัวเองจนแทบจะทนไม่ได้ ...แองจี้แท้งลูก...ลูกของเขากับเธอ

“ไม่...โอ..ไม่จริง ลูก...แองจี้...” โทมัสครางออกมาเสียงสั่นพร่าในขณะที่ก้มลงคุดคู้อย่างเจ็บปวดหัวใจ เขากำลังทำอะไรอยู่ที่นี่! ทำไมเขาถึงปกป้องดูแลคนรักของตัวเองไม่ได้

“ฉันจะบินไปเมืองไทยวันนี้ และอย่าได้โผล่หัวไปให้ฉันเห็นที่นั่นอีก ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่!”

 

หลุยส์เอ่ยทิ้งท้ายเอาไว้อย่างอาฆาตก่อนจะกลับออกไปอย่างหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทิ้งให้จอห์นกับเดวิดมองตามทายาททั้งสองฝ่ายของโอลเชสเตอร์และโวลฟอร์ดอย่างหนักใจ พวกเขาควรจะเลิกหวังถึงการแต่งงานกระชับความสัมพันธ์ไปได้เลย ตอนนี้แค่ภาวนาไม่ให้หลุยส์ไปอาละวาดใส่แอนนากับโทมัสแค่นี้ก็หนักหนาและยากเกินจะรับมือแล้ว...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น