Finland (ช้อย)

อัพทุกวันตอนเช้า ๆ เหมือนเดิมจ้า.....!!! กราบขอบพระคุณที่กรุณาติดตามมาตลอด ช่วยเป็นกำลังใจให้ช้อยด้วยนะคะ ^^

Chapter 23 : เกิดเรื่องขึ้นจนได้...!!

ชื่อตอน : Chapter 23 : เกิดเรื่องขึ้นจนได้...!!

คำค้น : ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,คนคุก,เด็กแว้นที่รัก,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,กุมหัวใจมังกร,แสงสว่างแห่งรัก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,finland,ช้อย,

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 45.4k

ความคิดเห็น : 264

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2560 06:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 23 : เกิดเรื่องขึ้นจนได้...!!
แบบอักษร

 

ปลื้ม...............................

 

“หลับสบาย ๆจริงเล้ย”  ผมหาวหวอดเดินลงบันไดมา วันนี้วันเสาร์แม่เปิดร้านตั้งแต่ตีสี่ ผมกะจะมาช่วยแม่เปิดร้านแต่ก็ไม่ทันซักที ไอ้เปรมมันตื่นมาช่วยแม่ก่อนผมซะอีก พอผมลงมาข้างล่าง ลูกค้าก็เข้าเต็มร้านแล้วเห็นแม่กับไอ้เปรมกำลังง่วนอยู่กับการขายของ ผมเลยเข้าไปช่วยปานกับปูนยังไม่ตื่น

 

“พี่เอาอะไรครับ...?”  ผมถามลูกค้าไป

 

“เอาพวงมาลัยสองพวง ดอกบัวกำนึง”  ลูกค้าบอกกับผม ทุกวันพระแม่จะรับดอกไม้กับพวงมาลัยมาขายที่หน้าร้านด้วย เพราะที่ตลาดจะมีพระออกมาบิณฑบาตตอนเช้าๆ ผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดก็จะใส่บาตรพระไปด้วย วันนี้ผมครึ้มอกครึ้มใจอยากจะใส่บาตรพระกับเขาบ้าง ย้ายมาอยู่ที่นี่ยังไม่เคยใส่บาตรเลยซักครั้ง ผมเข้าไปในร้านเอาขนมกับนมพร้อมกับดอกไม้ แล้วนิมนต์หลวงพ่อ พอใส่บาตรเสร็จหลวงพ่อก็ให้พร

 

[อายุ วัณโณ สุขัง พลัง]  

 

“กูว่าฝนตกน้ำท่วมแน่พี่กูใส่บาตรพระ” ไอ้เปรมมันเดินเข้ามาแซวผม

 

“เออ กูก็อยากทำบุญมั่งไม่ได้รึไง...?”  ผมย้อนถามมันกลับ

 

“แล้วผัวมึงอ่ะ เมื่อคืนไม่ได้มาเหรอวะ...?”  แล้วไอ้เปรมมันก็ถามผมขึ้น

 

ป้าบ...!! “ไอ้น้องเหี้ย เบา ๆ หน่อยดิวะ แม่งคนเต็มร้าน”  ผมเบิร์ดกะโหลกมันไปหนึ่งที มันได้แต่เอามือลูบหัวตัวเองป้อย ๆ 

 

“มันไปทำงานต่างจังหวัด”  ผมบอกกับไอ้เปรมไป ไอ้บ้าติณมันไปสัมมนาที่ภูเก็ตมะรืนโน่นถึงจะกลับ

 

“แล้วไป กูก็คิดว่าหนีเมียหลวงมาไม่ได้ซะอีก”  แล้วไอ้น้องเหี้ยมันก็ขยี้ผมซ้ำ ผมได้ยินก็สะอึกขึ้นมาเหมือนกัน เกิดจากท้องพ่อท้องแม่มาไม่เคยคิดว่าจะไปเป็นเมียใคร ยิ่งเป็นเมียน้อยด้วยแล้วยิ่งหนักเข้าไปกันใหญ่มันช่างห่างไกลจากตัวผมมากซะจริง ๆ   เฮ้อออออ คิดแล้วก็น่าสมเพชเวทนาตัวเอง แต่จะทำยังไงได้ ก็รักมันไปแล้วนิ

 

“อุ่ย โทษทีว่ะ กูพูดแรงไปหน่อย”  แหะ แหะ แหะ ไอ้เปรมมันคงเห็นสีหน้าผมสลดลงมันเลยรีบบอกกับผม

 

“ทางโน้นยังไม่รู้เรื่องใช่มั้ยวะ...?”  ไอ้เปรมมันถามผมเบา ๆ สีหน้าเป็นห่วง

 

“เออ กูตัวยังกะควายใครเค้าจะไปคิดล่ะวะ”   ผมบอกกับมันไป

 

“แต่ดู ๆ ไปกูว่าคุณติณรักมึงมากกว่านะเว้ย แม่งมานอนที่นี่บ่อย ๆ หรือไม่ก็ให้มึงไปหาที่คอนโด” ไอ้เปรมมันพูดขึ้น ผมไม่รู้หรอกว่ามันรักใครมากกว่า แต่ช่วงนี้ผมเห็นมันเครียดๆ มันมักระบายเรื่องครอบครัวมันให้ผมฟังอยู่บ่อย ๆ ผมเข้าใจมันนะ อาจจะเป็นผู้ชายด้วยกันเลยพอจะเดาออกว่ามันรู้สึกยังไง คงอึดอัดไม่น้อย

 

สำหรับผมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ผมเป็นผู้ชายด้วยจะให้มานั่งทุกข์นั่งเศร้ารอคนรักมาหาเหมือนกับผู้หญิงก็ใช่ที่ ผมมันยังไงก็ได้ ไม่จู้จี้ไม่จุกจิกกับมัน ไม่ถามไม่เซ้าซี้อะไรมันมาก จะมาก็มาไม่มาก็ไม่เป็นไร ผมไม่ได้มานั่งคิดเล็กคิดน้อย จะให้มาทวงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมัน ผมทำไม่ได้ ผมจะไปมีสิทธิ์อะไรผมก็แค่เด็กผู้ชายคนนึง แต่ผมรักมันนะ รักมันมากด้วย ชาตินี้ไม่เคยคิดว่าจะได้มารักผู้ชายด้วยกัน ทุกวันนี้ผมอยู่กับมันเหมือนกับเป็นเพื่อนกันมากกว่า มีอะไรก็ปรึกษากันได้ทุกเรื่อง ตอนแรก ๆ พอผมรู้ว่ามันมีครอบครัว ตอนผมเห็นแพรวาครั้งแรกผมก็รู้สึกผิดขึ้นมาเหมือนกัน จะเป็นเพราะผมหรือเปล่าที่ทำให้ครอบครัวมันแตกแยก แต่มันบอกกับผมหลายครั้งว่า เรื่องทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผม มันระหองระแหงกับเมียมันมาก่อนหน้าที่จะเจอผมซะอีก

 

พอตกบ่ายลูกค้าเริ่มซา

 

“ปลื้มดูร้านให้แม่ด้วยนะ เดี๋ยวจะไปตลาดซักหน่อย”  แล้วแม่ก็บอกกับผม ผมได้แต่พยักหน้ารับ ไอ้เปรมมันขึ้นไปทำการบ้านอยู่ข้างบน ปูนนอนกลางวัน ส่วนปานก็ช่วยผมขายของ ปานเป็นเด็กฉลาดพูดจาเพราะ ชอบขายของลูกค้าเลยชอบใจกันใหญ่ พอมีลูกค้าเข้าร้านปานก็จะรีบพุ่งไปหาก่อนเลย ผมได้แต่อมยิ้มมองน้องขายของ ไม่นานนักผมเห็นมีชายฉกรรจ์แต่งตัวดีห้าหกคนสวมแว่นตากันแดดเดินเข้ามาในร้านผมก็คิดว่ามาซื้อของ

 

“สวัสดีค่ะ น้าจะรับอะไรดีคะ...?”  ปานรีบเข้าไปทักทายทันที พวกมันไม่สนใจ ผมเห็นมีพวกมันอยู่คนหนึ่งล้วงเหมือนกับรูปถ่ายออกมา มันมองรูปแล้วมองมาที่ผม แล้วมันก็หันไปพยักหน้าให้กับพวกของมัน

 

“เล่นแม่งเลย”  แล้วมันก็พูดขึ้น ผมรู้ได้ทันทีว่าไอ้พวกเหี้ยเนี่ยไม่ได้มาดีแน่นอน ผมรีบปรี่จะเข้าไปหาปาน กะจะเอาตัวน้องออกมาก่อน แต่แล้วมีไอ้เหี้ยคนนึงมันเข้ามาล็อคคอน้องผมเอาไว้

 

“พี่ปลื้มช่วยหนูด้วย ฮืออออออ”  ปานตกใจร้องไห้จ้าออกมา

 

“ไอ้เหี้ย มึงปล่อยน้องกูนะ...!!”  ผมจะเข้าไปช่วยน้อง

 

ผั๊วะ...!! โครม...!! ผมโดนชกเข้าที่หน้าเต็ม ๆ จนผมเซไปชนข้าวของในร้านจนล้มระเนระนาด ผมกำลังจะลุก แต่โดนพวกมันอีกคนเข้ามากระชากคอเสื้อผมเอาไว้

 

“มึงเองเหรอวะที่เป็นตุ๊ด...? หน้าไม่ให้เลยว่ะ”  ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ  แล้วพวกมันก็พากันหัวเราะ

 

“สัส...!!”  ผั๊วะ...!! ผมซัดเข้าที่ปากไอ้เหี้ยนั่นไปหนึ่งที

 

“มึงกล้าต่อยกูเหรอห๊ะ ไอ้เด็กเวร..?”  ผั๊วะ...!! มันซัดผมกลับทันที จนผมล้มลง

 

อั๊ก.. อั๊ก.. อั๊ก...!!  แล้วมันก็กระทืบผมซ้ำจนผมจุกนอนตัวงอเป็นกุ้ง

 

“พี่ปลื้ม ฮืออออออ อย่าทำพี่หนู ฮือออออ”  ปานเห็นผมโดนพวกมันรุมกระทืบก็ร้องไห้ขึ้นมา

 

“พวกมึงยืนเซ่ออะไรล่ะวะ พังแม่งเลย”  แล้วมันก็หันไปบอกกับพวกของมัน

 

เคร้งคร้าง..!! เพล้ง..!! โครม..!!  พวกมันทำลายข้าวของในร้านผมจนพังเสียหายกระจัดกระจาย ไอ้เปรมรีบวิ่งลงมาดู เห็นปานถูกไอ้พวกเหี้ยนั่นล็อคคอเอาไว้อยู่ ส่วนผมก็นอนกลิ้งเกลือกอยู่ที่พื้น

 

“พวกมึงทำเหี้ยอะไรกันวะ...!!”  ไอ้เปรมปรี่เข้ามา

 

อั๊ก...!! มันกระโดดถีบเข้ากลางหลังไอ้คนที่กำลังกระทืบผมอยู่ แล้วจะเข้าไปช่วยปาน

 

“มึงอยากตายรึไงวะ...!!”  แล้วมันก็ควักปืนที่เหน็บเอวไว้เล็งใส่ไอ้เปรมทันที ไอ้เปรมถึงกับชะงัก

 

“ไอ้พวกเหี้ย รังแกแม้กระทั่งเด็ก สัส..!!”  ผมตะเกียกตะกายชันตัวลุกขึ้นยืน ถุ้ย...!! แล้วถุยเลือดที่กบปากทิ้งผมเข้าไปยืนบังไอ้เปรมไว้ ไอ้เหี้ยนั่นก็ยังเล็งปืนมาที่ผมไม่เลิก ผมไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าทำถึงขั้นนี้ ผมกับน้องก็ยังเป็นเด็กอยู่แท้ ๆ

 

“จำใส่หัวมึงไว้เลยนะ มึงเล่นผิดคนซะแล้ว อย่าไปยุ่งอะไรกับคุณติณอีก คนอย่างมึงไม่คู่ควรกับท่าน นี่เป็นแค่การเตือน ไม่อย่างนั้นมึงจะไม่ได้เห็นหน้าน้องมึงอีก”  แล้วมันก็ผลักปานจนล้มลง ไอ้เปรมรีบเข้าไปอุ้มปานแล้วมายืนอยู่ข้าง ๆ ผม ตอนนี้ผู้คนต่างมามุมดูเอะอะกันอยู่ที่หน้าร้าน

 

“เกิดอะไรขึ้น...!!”  แม่รีบแหวกบรรดาไทยมุงเข้ามาในร้าน

 

“ปลื้ม เป็นอะไรลูก...!! นี่มันเรื่องอะไรกัน พวกคุณเป็นใคร...?” แม่ตกใจเมื่อเห็นสภาพข้าวของในร้านเสียหายแตกกระจายตกเกลื่อน

 

“กูเตือนมึงแล้วนะ”  มันหันมาแสยะยิ้มบอกกับผมอีกครั้ง

 

“เฮ้ย.. ไปโว้ย”  แล้วพวกมันก็พากันเดินออกจากร้านไป

 

“ปลื้มเป็นอะไรรึเปล่า...?”  แม่เข้ามาประคองผม

 

“ผมไม่เป็นไรแม่ ไปดูน้องเหอะ”  แม่รีบเข้าไปหาปาน ที่ยืนตัวสั่นน้ำตานองหน้าอยู่ข้าง ๆ ไอ้เปรม

 

“แม่จ๋าหนูกลัว อึก.. อึก”  ปานสะอื้นกอดแม่เอาไว้แน่น

 

“เกิดอะไรขึ้นเปรม..?”  แล้วแม่ก็ถามไอ้เปรม ไอ้เปรมมันก็ได้แต่เงียบ

 

“แม่พาน้องขึ้นข้างบนก่อนเหอะ เดี๋ยวจะเหยียบใส่เศษกระจก ผมกับไอ้เปรมจะช่วยกันเก็บกวาดเอง”  ผมบอกกับแม่ไป  แม่ได้แต่มองหน้าน้ำตาคลอ แล้วอุ้มปานเดินขึ้นไปข้างบน

 

ผมค่อย ๆ ก้มเก็บเศษกระจกที่ตกเกลื่อน ไอ้เปรมก็เข้ามาช่วยผมอีกแรง  ผมรู้ว่าไอ้เปรมมันคงพอจะเดาออกว่าเป็นฝีมือใคร เพราะผมกับมันก็เพิ่งจะคุยเรื่องนี้กันไปเหมือนกัน

 

“มึงไปนั่งพักก่อนเหอะ เดี๋ยวกูจัดการเอง”  ไอ้เปรมมันบอกกับผม คงเห็นสภาพผมยับเยินไปทั้งตัว

 

“ไม่เป็นไร กูยังไหว”  ผมบอกกับมันไป แล้วก้มเก็บกวาดเศษแก้วเศษกระจกต่อ

 

“เพิ่งคุยกันไปแท้ ๆ มาวันนี้โดยซะละ แล้วมึงจะเอาไงต่อวะ...?”   ไอ้เปรมมันหันมาถามผมสีหน้าเป็นห่วง

 

“กูก็ไม่รู้ว่ะ ตอนนี้กูคิดอะไรไม่ออก”   ผมบอกกับมันไป

 

“มึงไม่บอกคุณติณไปเลยล่ะวะ”  แล้วมันก็พูดขึ้น

 

“กูจะบอกได้ยังไง มึงก็ได้ยินที่พวกมันขู่ กูเห็นน้องโดนแบบนั้นแล้วกูสงสารว่ะ กูแม่งเป็นพี่ที่ไม่เอาไหนเลย”  ผมบอกมันไปเสียงเศร้าๆ

 

ผมจะทำยังไงดี ไม่คิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับตัวผม ถ้าพวกมันมาเล่นงานผมคนเดียวผมจะไม่ว่าอะไรซักคำ แต่นี่มันทำร้ายน้องผม ครั้งก่อนตอนอยู่สลัมผมไปช่วยปานไว้ได้ทัน แต่ครั้งนี้ผมกลับทำอะไรไม่ได้ ผมช่วยน้องไม่ได้เลย ผมเป็นพี่ที่ไม่เอาไหนจริง  ๆ

 

หลังจากที่เก็บกวาดทำความสะอาดเสร็จตอนนี้ข้าวของในร้านเสียหายเกือบหมด ทั้งตู้ไอศครีม ตู้แช่ก็เสียหาย ผมได้แต่นั่งมองสภาพภายในร้านด้วยใจที่หดหู่ ไม่คิดว่าไอ้พวกนั้นมันจะกล้าทำได้ถึงเพียงนี้ ขนาดน้องผมยังเป็นเด็กอยู่มันยังไม่ละเว้น

 

“ไม่เป็นไรปลื้ม วันพระแม่ยังรับดอกไม้กับพวงมาลัยมาขายได้อยู่”  แม่เดินเข้ามาปลอบผม

 

“ผมขอโทษครับแม่”  ผมก้มหน้าบอกกับแม่ไป

 

“ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้วนี่ เดี๋ยวขายพวงมาลัยมีกำไรเราค่อยทยอยซื้อของเข้ามาขายใหม่ เงินเก็บจากที่ขายของแม่ก็ยังพอมี”  แม่ตบไหล่บอกผมเบา ๆ  ผมเงยหน้าขึ้นมองแม่ แล้วแม่ก็ยิ้มให้กับผม

 

หลังจากที่อาบน้ำเสร็จ ผมก็ล้มตัวลงนอนเอามือก่ายหน้าผาก

 

“ต่อไปผมจะทำยังไงดี”  ไอ้ติณมันโทรมาหาผมเป็นสิบสายแล้ว แต่ผมไม่ได้รับ ผมไม่รู้จะคุยกับมันไปยังไง

 

“ปลื้ม แม่บอกให้ไปกินข้าว”  แล้วเสียงไอ้เปรมก็ตะโกนบอกกับผม

 

“กินกันเหอะ กูไม่หิว”  ผมตะโกนบอกกับมันไป  ผมกินไม่ลงจริง ๆ ภาพที่ไอ้เหี้ยนั่นมันชักปืนมาขู่ผมกับน้อง ๆ ยังติดตาผมไม่หาย

 

ผมนอนคิดไม่ตกจนเกือบเที่ยงคืน เจ็บตัวยังน้อยกว่าเจ็บใจที่ช่วยอะไรน้องไม่ได้ ไม่พอน้องยังต้องมาโดนหางเลขไปด้วยอีก

 

“ปลื้ม กูเองขอเข้าไปหน่อย”  เสียงไอ้เปรมตะโกนอยู่ที่หน้าห้อง ผมลุกไปเปิดประตูให้มัน

 

“ทำไมมึงยังไม่นอน...?”  ผมถามมันไป

 

“กูนอนไม่หลับว่ะ รู้ว่ามึงก็นอนไม่หลับเหมือนกัน”  มันเข้ามานั่งที่เตียงผม

 

“มึงจะทำยังไงต่อไปวะปลื้ม...?”  ไอ้เปรมมันถามผมด้วยความเป็นห่วง

 

“กูว่าจะเลิกกับมัน”  ผมก้มหน้าบอกไอ้เปรมไปเบา ๆ

 

“เฮ้ย ไหงงั้นล่ะวะ มึงคิดดีแล้วเหรอ...?”  มันถามผม

 

“มึงก็เห็น ไอ้พวกเหี้ยนั่นมันไม่รามือง่าย ๆ แน่ กูเป็นห่วงมึงกับน้อง ระหว่างเรื่องส่วนตัวกับน้อง กูเลือกน้องว่ะ”  ผมเงยหน้าบอกกับมันไป

 

“ไอ้ปลื้ม”  ไอ้เปรมมันเรียกผมเบาๆ 

 

“ปานแม่งโดนรังแกมาสองครั้งสองครา กูทนไม่ได้ถ้าหากน้องเกิดเป็นอะไรขึ้นมา”  ผมบอกกับมันไป

 

“แล้วมึงคิดว่าคุณติณจะปล่อยมึงไปเหรอวะ...? เค้ารักมึงออกปานนั้น”   แล้วไอ้เปรมก็บอกกับผม  ผมก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมไม่มีทางเลือก มันคงเป็นวิธีเดียวที่ผมจะปกป้องน้องผมได้

 

“จะทำยังได้ล่ะวะ ก็แค่ตัดใจ กูก็ต้องเลือกครอบครัวเราไว้ก่อน”  ผมเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก  ถึงผมจะบอกกับไอ้เปรมไปแบบนั้น แต่ภายในใจผมเจ็บไม่มีใครรู้อะไรกับผมด้วยเลย

 

ตืดตืด.. ตืดตืด.. เสียงเตือนข้อความผมดังขึ้นมาอีกแล้ว ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นของใคร ผมไม่กล้าแม่แต่จะไปหยิบขึ้นมาดู

 

“มึงจะไม่คุยกับคุณติณจริง ๆเหรอวะ...?”   ไอ้เปรมมันถามกับผมอีกครั้ง

 

“กูจะคุยกับมันว่ายังไง บอกไปว่ากูสบายดีอย่างนั้นเหรอ..? วันมะรืนมันก็กลับแล้วมันก็ต้องเห็นสภาพร้านเห็นสภาพกูอยู่ดี”  ผมบอกกับไอ้เปรมไป ตอนนี้ไอ้บ้าติณมันคงแปลกใจคิดว่าผมเป็นอะไรถึงไม่ยอมรับสาย แม้แต่ข้อความก็ไม่ตอบกลับมันคงยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“กูว่าเป็นเรื่องใหญ่แน่”  แล้วไอ้เปรมมันก็พูดขึ้น

 

คืนนั้นทั้งคืนผมนอนไม่หลับ คิดแต่เพียงว่าผมจะบอกเลิกไอ้บ้าติณยังไงดี ผมจะหาเหตุผลหรือข้ออ้างอะไรไปบอกกับมัน ผมรู้ยังไงมันก็คงไม่ยอม แต่ผมจำเป็นที่จะต้องบอก

 

เช้าวันต่อมา เสียงโทรศัพท์ที่วางบนหัวเตียงผมก็ดังขึ้นมาอีก ผมตัดสินใจรับสาย

 

“ไอ้เมียเหี้ย...!! ทำอะไรอยู่วะ กล้าดียังไงไม่รับสายผัวอย่างกู..?”  มันโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่ผมก่อนเลยมันโทรมาหาผมตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ผมรู้ยังไงมันก็ต้องโกรธ มันคงเป็นห่วงผมมาก

 

“มึงอย่าบอกว่ากำลังกกอยู่กับคนอื่นนะ” แล้วมันก็พูดขึ้น

 

“เออ.. กูอยู่กับคนอื่น มึงไม่ต้องมาหากูอีก”  ผมตัดสินใจบอกกับมันไป

 

“ไอ้ปลื้ม”  มันพูดขึ้นมาเบา ๆ  ตอนนี้มันคงสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“อย่างที่มึงได้ยิน ต่อไปไม่ต้องมาหากูอีก กูเบื่อมึงแล้วว่ะ กูมันก็แค่เด็กขายน้ำเร่ไปนอนกับใครต่อใครไปทั่ว”  ผมพยายามกดอารมณ์พูดให้เป็นปกติที่สุดแม่งเจ็บชิบหาย

 

“กูไม่ยอมแน่ กูจะรีบขึ้นเครื่องกลับเดี๋ยวนี้แหล่ะ”  แล้วมันก็ตัดสายทิ้ง

 

“กูขอโทษ”  ผมเจ็บแปลบเข้าที่กลางอก น้ำตาคลอกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น

 

 

...............................................................

To be continue......................

...............................................................

 

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป โปรดคอยติดตาม...!!

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามมาตลอดนะคะ

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า

 

finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}