June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

63. ไม่ไหว​ก็​ตัดใจ​ได้​นะมึง​... (เสกต่อ)

ชื่อตอน : 63. ไม่ไหว​ก็​ตัดใจ​ได้​นะมึง​... (เสกต่อ)

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.1k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2562 16:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
63. ไม่ไหว​ก็​ตัดใจ​ได้​นะมึง​... (เสกต่อ)
แบบอักษร

ต่อ Part

" ทำอะไรกัน!!! "

ไอ้พี่เสกถามเสียงเข้มเเละเดินมาดึงไหล่ของเกดออกมองผมกับน้องสาวตัวเองสลับกันไปมา

" ตอบ!! " 

เสียงเข้มดังขึ้นกว่าเดิมจนทำให้ผมสะดุ้งโหยงรู้สึกกลัวไอ้พี่เสกขึ้นมาผิดกับคุณเกดที่ยังนั่งทำหน้าตาเฉยๆๆไม่สะทกสะท้านอะไรแถมยังส่งสายตาขู่ผมเหมือนกับจะบอกว่า

ถ้านายพูด นายตายแน่  ความลับนาย ... ผมเลยนิ่งเงียบ

" เกดแค่มาหาของเมื่อคืนเกดลืมทิ้งไว้ " 

ร่างเล็กตอบพี่ชายตัวเองน้ำเสียงปกติแล้วไอ้พี่เสกก็หันมามองที่ผม ผมส่ายหน้าไปมาไม่รู้ไม่ชี้ แล้วคุณเกดก็ลุกขึ้นเดินไปเกาะแขนพี่ชาย

"  หิว  อ่า ยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลย​ "   

ร่างเล็กพูดอ้อนพี่ชายแล้วหันมาทางผม

" แล้วพี่ต่อล่ะกินข้าวยัง​ "   

ร่างเล็กพูดด้วยสรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้ผมรู้สึกว่าเธอต้องการกลบเกลื่อนเรื่องที่พูดคุยกับผมและไม่ให้พี่ชายเธอสงสัยไอ้พี่เสกมองหน้าผมเหมือนกำลังจับผิดอะไรบางอย่าง

" ยัง "  ผมตอบแค่นั้นจากนั้นไอ้พี่เสกก็โทรไปตามกับข้าวที่สั่ง

ผ่านไป20 นาทีช่างเป็นมื้อเช้าที่น่าอึดอัดที่สุดสำหรับผม เพราะผมกับไอ้พี่เสกไม่ได้คุยกันเลยมีแต่คุณเกดที่คุยจ้อกับพี่ชายตัวเองเเละหัวเราะออกมาเสียงใส ผมได้แต่นั่งมองผู้ชายร่างสูงที่นั่งยิ้มหัวเราะกับน้องสาวไอ้พี่เสกมุมนี้ผมไม่เคยเห็น

และเวลาที่ยกยิ้มมุมปากนั่นถึงจะดูเจ้าเล่ห์แต่ก็ทำให้ดูเท่ห์มากๆแล้วไอ้พี่เสกก็กลับไปทำงานต่อทิ้งผมกับคุณเกดไว้ด้วยกันหลังจากที่หายข้องใจเรื่องเหตุการณ์เมื่อเช้า

" ว่าไงอ่ะ พี่ต่อ เรื่องที่เกดขอ​ " 

ร่างเล็กพูดเปลี่ยนคำเรียกด้วยท่าทีเป็นกันเองยิ่งทำให้ผมอึดอัด

" ผม ทำไม่ได้คุณเกดไปหาคนอื่นเถอะ " 

ผมบอกเเละยังใช้คำสุภาพเหมือนเดิม

"  นี่เลิกใช้คำสุภาพซะทีจะเรียกว่าเกด รึน้องเกดก็ได้ยังไงวันข้างหน้าถ้าพี่เสกจริงจังพี่ต่อก็ต้องมาเป็นพี่สะใภ้เกดอยู่ดีรึไม่อยากเป็น? " 

ร่างเล็กพูดยาวและคำว่าพี่สะใภ้นั่นทำให้ผมรู้สึกแปลกๆและแอบดีใจอยู่ลึกๆถึงมันจะไม่มีทางเป็นไปได้ก็เถอะ

" ว่าไง พี่ต่อนะขอร้องล่ะนะๆ " 

เกดอ้อนวอนผมและทำหน้าตาน่าสงสารแต่ผมก็ยังยอมใจอ่อนไม่ได้เพราะว่าเรื่องที่เกดขอมันหนักหนาเกินไปและถ้าไอ้พี่เสกรู้คงไม่มีทางให้อภัยผมแน่ๆ

"  ถ้าพี่ต่อยอมช่วยเกดจะเป็นหน่วยสนับสนุนลับให้ความรักพี่สมหวังและจะเป็นนายหน้าด่านปกป้องพี่ต่อเต็มที่ "  

เกดยกข้อเสนอมาหลอกล่อต่างๆนาๆนานเกือบ20นาที

" ก็ได้ พี่จะช่วยแต่ไม่ใช่เพราะข้อเสนออะไรนั่นพี่ช่วยเพื่อเริ่มมิตรภาพที่ดีของเราสองคน "

ผมบอกเพราะว่ายังไงผมก็อยากจะทำงานที่นี่กับตำแหน่งใหม่ของผมสำหรับไอ้พี่เสกถ้าวันข้างหน้าทุกอย่างมันเปลี่ยนผมก็จะไม่เสียใจ แล้วร่างเล็กก็เอามือผมไปจับไว้ทำท่าดีใจสุดๆ

" เย้ๆๆ งั้นอาทิตย์หน้านะ "

แล้วร่างเล็กก็บอกรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ผมต้องทำแล้วผมก็รู้ว่าผมคิดผิดที่ยอมตกลง

" ห๊า! ว่าไงนะจะให้เป็นนางเอกก็ไหนตอนแรกบอกว่าเป็นพระเอกไงงั้นไม่เอาๆไม่ทำ​ "

ผมส่ายหน้าทันทีเรื่องของเรื่องคือเกดเธอได้รับมอบหมายให้เป็นเขียนบทและผู้กำกับละครเวทีของคณะแต่ที่เธอบอกผมครั้งแรกเธอบอกว่าบทพระเอกทำไมถึงได้กลายเป็นบทนางเอกไปได้...

" อิมเมจพี่ต่อได้นี่​  ผู้หญิงที่คณะไม่มีใครเหมาะสมและอีกอย่างเกดอยากให้ทุกคนเซอร์ไพร์สและเดาไม่ออกว่าใครเป็นนางเอกและจะไม่มีใครรู้ว่าเป็นพี่ต่อแน่ๆส่วนบทก็ไม่ต้องพูดอะไรมากเพราะว่านางเอกเป็นใบ้​  " 

เกดบอกยิ้มๆพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนมาจนผมยอมใจอ่อนเพราะว่ารอยยิ้มนั่นเหมือนกับคนที่นั่งทำงานอยู่ห้องข้างๆ

"  หน้าตาพี่ต่อถ้าแต่งสวยนิดหน่อย​    รับรองหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ตาค้าง " เกดพูดยิ้มๆ

"  ก็ได้แต่เกดต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ​ อย่าบอกคุณเสก "  

ผมบอกเหตุผลให้คนอื่นรู้ไม่เท่าไหร่แต่ผมแคร์มากที่สุดคือไอ้พี่เสก

" ได้เลยถ้าไอ้พี่เสกรู้​  เกดเองก็คงแย่เหมือนกัน "  

เกดตอบยิ้มแหยๆออกมาผมจึงยิ้มตอบยกมือปะไฮไฟว์กัน และเราสองคนก็เริ่มคุยรายละเอียดกันอีกครั้ง

สรุปคืออาทิตย์หน้าไอ้พี่เสกจะไปทำงานที่ภูเก็ตทางสะดวกคือผมต้องไปซ้อมละครกับเกดช่วงเย็นหลังเลิกงานจบเรื่องหนักใจไปหนึ่งปัญหาแต่ยังเหลืออีกหนึ่งที่ยังคิดมากอยู่คือนางเอกก็ต้องแต่งเป็นผู้หญิงแล้วบทนั่นคือเด็กเสริฟสาวจีน

ชุดกี่เพ้าแดงรึเปล่า! ตายแน่เป็นต่อถึงผมจะเคยแสดงละครมาบ้างช่วงที่เรียนอยู่แต่นั่นบทผู้ชาย 

เห้อ! ผมจะทำมันได้ดีแค่ไหนนะ...

" พี่ต่อเรื่องที่เกดบอกว่าจะช่วยนั้นเกดพูดจริงทำจริงนะแล้ว​ ที่ขู่พี่ต่อนั่นก็เพราะว่าพี่ไม่ยอมรับความจริงออกมาทั้งที่ สายตาของพี่เวลามองไอ้พี่เสกนั้นแทบจะกลืนกิน​ และก็อย่าคิดมากกับสิ่งที่พี่เป็นสิเดินสายนี้เเล้วต้องมั่นใจตัวเอง " 

เกดบอกให้กำลังใจผมและกลับไปเพราะบอกว่ามีเรียนบ่าย...

ก็อกๆ

ผมเคาะประตูห้องทำงานไอ้พี่เสกเมื่อเลยเวลามื้อเที่ยงไปแล้วเกือบจะ30นาทีคิดว่าอีกฝ่ายคงหิวแล้ว

" เข้ามา.." 

เสียงเข้มดังออกผ่านประตูผมจึงเปิดประตูเข้าไปมองร่างสูงที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ไอ้พี่เสกมองหน้าผมแวบหนึ่ง และก้มลงสนใจเอกสารตรงหน้าร่างสูงวันนี้อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสวมทับด้วยสูทลายตารางเล็กขาวดำผมสั้นถูกหวีเปิดให้เห็นหน้าผากกว้างนั้นทำให้ดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ

หล่อมากไอ้พี่เสกวันนี้ดูเหมือนนักธุรกิจหนุ่มที่สาวๆคลั่งไคล้ในนิตยสาร

แล้วภาพสะท้อนในกระจกเมื่อคืนก็ย้อนเข้ามาในหัวผม สายตาของไอ้พี่เสกที่มองผมในตอนนั้นช่างเย้ายวนใจเหมือนสื่อออกมาว่า 

ฉันต้องการนาย ฉันรักนาย  อะไรแบบนั้น หรือว่าผมคิดไปเอง​ แล้วต้องหยุดคิดเมื่อเสียงทุ้มถามขึ้น

" เป็นอะไรรึเปล่าหน้าแดงๆไม่สบาย? "

" ป่าวๆแค่หิวข้าว " 

ผมตอบเลี่ยงออกไปตายล่ะเกือบโดนจับได้ว่าแอบคิดถึงเรื่องเมื่อคืน

" มานั่งนี่สิ " ไอ้พี่เสกบอก

" นั่งไหน " 

ผมถามเพราะว่ามองแล้วไม่มีที่นั่งอื่นนอกจากเก้าอี้ที่ไอ้พี่เสกนั่งอยู่แล้วไอ้พี่เสกก็ส่งสายตาคมมาทำให้ผมเดินไปยืนเก้ๆกังๆอยู่ข้างๆโต๊ะ 

แล้วร่างสูงก็ฉุดข้อมือผมให้นั่งลงบนตักแกร่งนั้นแล้วโอบรอบเอวผมไว้พลางซุกหน้าลงที่ไหล่ผมสูดหอมบริเวณต้นคอผมจนเกิดเสียงและไล้จูบซอกคอจับหน้าผมเอียงให้รับจูบที่นุ่มนวลเเสนหวานนั่น  ผมยกแขนโอบคล้องคอแกร่งนั้นเพื่อให้ร่างสูงจูบได้ถนัดขึ้น  ร่างกายผมรู้สึกร้อนขึ้นมาใบหน้าร้อนผ่าวมือหนาเริ่มซุกซนล้วงเข้าไปในเสื้อยืดของผม บีบคลึงเนินยอดอกอย่างเมามัน

"  อื้อ! พอแล้วไหนบอกว่าจะสอนงานไง​  " 

ผมร้องท้วงออกมามือหนายังหยอกเย้ากับยอดอกผมเหมือนเดิมไม่สนใจเสียงค้านของผมเลย

" อื้อ ... อืม  พอแล้วผมหิวข้าว "  

ผมอ้อนวอนเสียงนุ่มงัดมารยาเทคนิคที่ชินเคยเเนะนำมามือหนาหยุดนิ่งทันทีแต่ปลายนิ้วเรียวยังหนีบยอดอกผมไว้เเน่น

" ใส่รหัสผ่านก่อนนิ้วติด​  " ไอ้พี่เสกบอกยิ้มๆ

" รหัสผ่านอะไรอ่ะ " ผมถามงงๆไอ้พี่เสกจึงเอียงแก้มมาผมจึงโน้มหน้าลงเอาริมฝีปากแตะที่แก้มสากนั้นเบาๆ แล้วรู้สึกถึงแรงบิดที่ยอดอก

"  อ๊ะ เจ็บนะ "   ผมร้องออกมารู้สึกเจ็บ

" รหัสผ่านผิดมันต้องการกระทำ+คำพูด "  

ไอ้พี่เสกบอกผมจึงก้มลงไปหอมแก้มสากนั้นอีกครั้งกดจมูกลงเน้นๆ

" จะปล่อยน้องต่อของมึงได้รึยังไอ้พี่เสก " 

ผมบอกด้วยท่าทีโมโหกดเน้นมือเรียวผมลงตรงกลางเป้าของร่างสูงแล้วผมก็รีบดีดตัวเองออกจากตรงนั้นไปยืนอยู่มุมห้องแทน

" โอ๊ย!! เชี่……..ยยยยย เจ็บ  " 

ไอ้พี่เสกสบถออกมาเสียงดังแล้วขยับตัวลุกขึ้นทำหน้าตาเหมือนกับเจ็บปวดมากมาย ส่งสายตาเข้มมาที่ผม

"  ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้น้องต่อ "

จากนั้นผมเจอลงบทโทษให้หอบหิ้วงานเอกสารทั้งหมดที่กองอยู่บนโต๊ะนั้นลงมาข้างล่างโดยที่ไอ้พี่เสกเดินนำหน้าไปก่อน แต่จังหวะที่ออกจากลิฟต์ทำให้ผมชนกับร่างสูงของใครบางคนอย่างจัง!เอกสารร่วงเกลื่อนบนพื้น

" ขอโทษครับ​ " 

ผมก้มหน้าลงขอโทษทันทีโดยไม่มองว่าเป็นใครแต่มือเย็นที่จับช่วงแขนผมนั้นทำให้ผมรู้สึกขนลุกด้วยความกลัว

" เป็นอะไรมั้ย  "

" โจ้ !  เอ่อไม่เป็นไรขอบคุณ​ " 

ผมบอกและรีบสะบัดแขนออกจากมือใหญ่นั่นอีกแล้วสายตาแบบนี้ของโจ้ที่มองผมด้วยสายตาแปลกๆจนบางครั้งผมรู้สึกกลัว

" เห้!! อ้อยอิ่งอะไรอยู่ " 

เสียงของไอ้พี่เสกเรียกท่ามกลางพนักงานหลายคนที่อยู่หน้าลิฟต์หันมามองมาที่ผมคนเดียวทำให้ผมรีบเก็บเอกสารเเล้ววิ่งตามทันที

พอถึงเดินไปถึงไอ้พี่เสก เหมือนกับมีคนจ้องมองอยู่ผมก็หันหลังกลับมาโจ้นั่นเองที่กำลังมองและส่งรอยยิ้มมาให้ผมแต่รอยยิ้มนั้นมันทำให้ผมรู้สึกกลัว.....หรือว่าผมจะคิดมากไปเอง

ร้านอาหาร bb

" เป็นต่อ "  เสียงผู้ชายเรียกชื่อผมทำให้ผมกับไอ้พี่เสกเงยหน้าขึ้นมอง

" พี่ ทิว  "  ผมเรียกชื่อนั้นออกมาพี่ทิวเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมพี่ทิวส่งยิ้มให้กับผมและมองเขม็งที่ไอ้พี่เสก

" นายเสกสรร!รู้จักกันหรอ  " 

พี่ทิวถามผมแสดงอาการสงสัยที่เห็นผมกับไอ้พี่เสกนั่งกินข้าวด้วยกันเพราะตามวิถีวงจรชีวิตแล้วไม่มีทางมานั่งกินข้าวด้วยกันได้แน่นอน แสดงว่าพี่ทิวกับไอ้พี่เสกรู้จักกันหรือ?  จะว่าไปพี่ทิวก็เรียนที่เดียวกันรุ่นเดียวกันกับไอ้พี่เสกรู้จักกันก็คงไม่แปลก

" เอ่อ คุณเสกเป็นเจ้านายผม " 

ผมตอบออกไปพี่ทิวพยักหน้ารับรู้และผมก็คุยเรื่องทั่วไปกับพี่ทิวสองสามประโยค พี่ทิวก็ขอตัวไปร่วมโต๊ะกับเพื่อนที่นั่งรออยู่แล้วและอีกอย่างคนตรงหน้าผมที่นั่งทำหน้าบึ้งอยู่บ่งบอกถึงอารมณ์ตอนนี้ว่าอยู่ในโหมดไหน

"  ทำไมรู้จักกับมัน  " 

ไอ้พี่เสกถามขึ้นผมรู้สึกว่าไอ้พี่เสกไม่ชอบพี่ทิวยิ่งใช้คำเรียกคำว่ามันด้วยไม่สุภาพเลย

" พี่ทิวเป็นรุ่นพี่ผมสมัยเรียนและคอยช่วยเหลือผมมาตลอดตอนที่ย้ายมาเรียนที่กรุงเทพคงกลัวผมเหงา​  " 

ผมพูดออกมาด้วยท่าทีที่ชื่นชม

" หรอ... ไม่ยักรู้ว่านาย... " ไอ้พี่เสกหยุดพูดแค่นั้นแล้วยิ้มมุมปากอะไรท่าทีแบบนั้นทำไมไม่พูดออกมาทำท่าเหมือนจ้องจะทะเลาะกันให้ได้

" มีอะไร​ ก็พูดมา " ผมถามเพื่อคลายอาการข้องใจ

" เด็กป.1 ยังรู้เลยว่ามันคิดอะไรกับนายเหอๆ " 

ไอ้พี่เสกบอกและทำท่าทีกวนประสาทตา

"  อย่าเรียกพี่ทิวว่ามัน "

"  ทำไมจะเรียกไม่ได้​  " ไอ้พี่เสกพูดเสียงดังจนลูกค้าแถวนั้นหันมามอง

" ก็มันไม่สุภาพถึงจะเรียกลับหลังก็เถอะ "   

ผมบอกเสียงเบาไม่อยากจะทะเลาะกันตอนนี้

" เหรอ..... ทีกับฉันนายยังเรียกไอ้พี่เสกอย่างนั้นไอ้พี่เสกอย่างนี้พิศวาสมากหน่อยก็ไอ้.. .เสก "

ไอ้พี่เสกลากเสียงยาวบอกด้วยท่าทีที่ซาบซึ้งคำสอนของผมและยังเหน็บแนมคำพูดผมอีกและผมก็ไม่พูดไม่เถียงอะไรอีกต่างคนต่างนั่งกินข้าวกันไปอย่างเงียบๆ

พลางคิดว่าดีกันได้ไม่ถึงชั่วโมงจริงๆด้วย

หอพัก ccc

ผมนั่งศึกษางานกับไอ้พี่เสกตั้งแต่บ่ายบนโต๊ะญี่ปุ่นเล็กในห้องผมแล้วร่างสูงขยับตัวลุกขึ้นด้วยบิดตัวไปมาคงเมื่อย ที่นั่งหลังขดอยู่กับโต๊ะเตี้ย

เป็นเกือบ3ชั่วโมง​ ผมชอบนะเวลาไอ้พี่เสกทำงานดูแล้วเอาจริงเอาจังเหมือนผู้ชายคนหนึ่งแต่ถ้าให้หลุดออกจากงานเมื่อไหร่ก็ เด็กป.1ดี ๆนี่เอง

" เมื่อไหร่จะย้ายออกมาจากที่นี่ " 

ไอ้พี่เสกพูดและล้มตัวลงนอนบนที่นอน

" ไม่ย้ายหรอกผมชอบที่นี่มันโล่งโปร่งสบายอีกอย่างผมย้ายไปโบ้จะอยู่กับใคร " 

ผมบอกแล้วไอ้พี่เสกก็ลุกขึ้นหันมาจ้องผม

"  ใครโบ้​ "

"  นั่นไง​  " 

ผมพยักเพยิดสายตาไปทางระเบียงที่มีแมวสีเทานั่งกินอาหารอยู่โบ้เป็นแมวหลงทางแต่พอผมให้อาหารครั้งแรกมันก็เหมือนอาศัยอยู่กับผมไปเลย

"  ชอบแมวรึไง "  ไอ้พี่เสกถาม

" อืม ชอบมากแมวมันขี้อ้อน​  "  

ผมบอกและมองไปที่โบ้กำลังจ้องมาที่ผมเหมือนกันและอีกอย่างเพราะแมวมันซื่อสัตย์แต่ผมก็ไม่ได้พูดออกไป

" ว่าแต่ใครตั้งชื่อ " 

ไอ้พี่เสกถามเหมือนกำลังชวนผมคุยและสายตานั้นไม่ได้ละไปจากใบหน้าผมเลยผมรู้สึกหน้าร้อนผ่าวทันทีก็สายตาแบบนั้นมันเหมือนๆกับตอนที่ผมเห็นในกระจกเมื่อคืน...

"  ผมตั้งเองเพราะมั้ย " ผมตอบด้วยความภาคภูมิใจ

" ชื่ออะไรลิเก เป็นบ้า " 

แล้วไอ้พี่เสกก็หัวเราะเยาะออกมาทำให้ผมหงุดหงิดน่าขำตรงไหนวะ

แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นใครกันนะ?

" ไปเปิดประตูไอ้กรมา​  " 

ไอ้พี่เสกบอกแล้วดีดตัวขึ้นลุกเดินไปเข้าห้องน้ำ

พะพี่กรหรอ  ตายล่ะผมมองรอบห้องตัวเอง ก็ยิ้มออกมายังดีที่ไม่รกมาก ทำไมถึงมาที่นี่ล่ะมาถูกได้ไง

รึว่าไอ้พี่เสกบอกให้มางั้นหรอแล้วผมก็เดินไปเปิดประตู

ร่างสูงพี่กรส่งยิ้มมาให้ผมเป็นการทักทายและผมก็ยิ้มตอบออกไปมองถุงในมือพี่กรกับกระเป๋าเอกสารขนาดกลาง นี้หอบงานมาด้วยหรือ

แล้วพี่กรก็เดินเข้าไปวางของลงบนโต๊ะญี่ปุ่นรับแขกของผมมองสำรวจไปทั่วห้อง

" จัดห้องได้น่าอยู่ " 

พี่กรพูดชมออกมาทำให้ผมยิ้มตอบด้วยความดีใจ เพราะว่าสถาปนิกชื่อดังออกปากชมทั้งที

"  ขอบคุณครับ​ " 

ผมตอบและเดินไปหยิบน้ำ​ขวดให้พี่กรแล้วไอ้พี่เสก ก็เดินออกมาจากห้องน้ำทั้งสองทักทายกันและนั่งลงไอ้พี่เสกก็ยื่นของที่พี่กรซื้อมาให้ผมไปแกะใส่จาน

" จัดห้องได้น่าอยู่นะชื่นชมไอเดียเลย " พี่กรพูด

" เออ ก็งั้นๆแต่แคบไปหน่อย " 

ไอ้พี่เสกตอบแล้วพี่กรก็มองไล่สายตาสำรวจห้องผมอีกที

" ถ้าอยู่2คนก็คงแคบจริงๆ​  "  พี่กรตอบ

" เออ กูบอกให้ย้ายแต่มันบอกว่าชอบที่นี่ดูแล้วคงชอบยามหนุ่มหน้าหอพักนั่นมากกว่า " 

ไอ้พี่เสกตอบเพื่อน

" ไอ้พี่เสก " 

ผมตวาดกลับโดยลืมไปว่าพี่กรนั่งอยู่ก็ไอ้พี่เสก มันคิดได้ไงว่าผมชอบยามหน้าหอพักพร้อมกับโค้งตัวลง นิดนึงเพื่อเป็นการขอโทษพี่กรที่แสดงกิริยาไม่ดีออกไป

"  รึไม่จริงบางวันเห็นซื้อขนมมาให้กันด้วย​  " 

ไอ้พี่เสกยังไม่จบเรื่องพี่กรยิ้มออกมาแล้วโบกมือไปมาเหมือนกับห้ามทัพ

" แล้วไปภูเก็ตเมื่อไหร่อยู่นานแค่ไหน " 

พี่กรถามไอ้พี่เสก พี่กรถามคำถามที่ผมอยากรู้ออกมา

"  อีก3วันคงอยู่ที่นั่น2 อาทิตย์​  " 

ไอ้พี่เสกตอบแต่สายตาจ้องมองที่ผมนิ่งจนผมต้องก้มหน้าหลบ

" ไม่ไหวก็ตัดใจได้นะมึง "  พี่กรบอกไอ้พี่เสก

" ไหวสิ  กูเลือกแล้วและมึงก็รู้ว่าการตัดใจต้องใช้ความพยายามอย่างมาก​  และมึงก็รู้อีกว่ากูเป็นคนที่ไม่มีความพยายามอะไรเลยฉะนั้นกูจะไม่ตัดใจหรอก " 

ไอ้พี่เสกตอบพี่กรแต่คำตอบนั้นทำให้ผมยังงงๆนั่งแปลความหมายอยู่อะไรคือ การตัดใจ ที่ไอ้พี่เสกไปทำงานที่ภูเก็ตนั่นมันมีเงื่อนไขมากกว่างานรึป่าว

แล้วพี่กรก็ส่งยิ้มหวานมาให้ผม

" เออลืมบอกเรื่องสำคัญไอ้นนนัทและเพื่อนๆรู้เรื่องมึงกับเป็นต่อแล้วนะ​  " 

พี่กรพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไรแต่สำหรับผมกับไอ้พี่เสก

" ห๊า​  ว่าไงนะ รู้ได้ไง  " 

ไอ้พี่เสกตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

ส่วนผมนั่งเหงื่อซึมเลย พี่นัทรู้แล้วทะทำไงดี..

ผมยังไม่พร้อมที่จะบอกอะไรตอนนี้และผมเองก็ไม่รู้จะบอกว่าอย่างไรสถานะไหน

แล้วพี่กรก็เล่าว่าวันที่ไอ้พี่เสกส่งข้อความไปหาพี่กรระบายเรื่องราวบางอย่างแต่ไอ้พี่เสกส่งผิดส่งไปให้พี่กิจแทน   

เเล้วเรื่องก็แดงขึ้นเมื่อพี่ต้นเป็นคนอ่านข้อความนั้นและเพื่อนทุกคนก็มาคาดคั้นความจริงกับพี่กรผมมองไปที่ไอ้พี่เสกทันทีเพราะความผิดไอ้พี่เสกคนเดียวแล้วไอ้พี่เสกก็หยิบมือถือออกมาไล่กดอ่านข้อความที่ส่งไป

" ใครใช้ให้ใส่รูปprofileรูปเดียวกันวะ! เป็นใครก็ส่งผิดสิ  " 

ไอ้พี่เสกโวยออกมายังไม่ยอมรับว่าผิด หน้าแดงกล่ำไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรืออายกันแน่ข้อความอะไรนะที่ไอ้พี่เสกส่งไปหาพี่กร

"  มึงนัดพวกมันมาวันเสาร์นี้กูจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ​  " 

ไอ้พี่เสกบอกพี่กร

" ได้สิ ตามนั้นนะว่าแต่มึงพูดอะไรบนรถตู้วันนั้นมึงจำได้มั้ย " 

พี่กรถามยิ้มๆ ผมก็นึกตามรถตู้ วันนั้นวันก่อนวันสิ้นปี แล้วมือผมก็ดึงแขนเสื้อไอ้พี่เสกเมื่อคิดออกว่าเรื่องอะไรที่พี่กรพูดถึง

" อะไรเรื่องอะไร​  " ไอ้พี่เสกหันมาถามผม ไอ้พี่เสกไอ้สมองปลาทองสมองปลาทู

" จูบโชว์ 5 นาทีไง  " 

พี่กรเฉลยออกมาทันที ไอ้พี่เสกยังทำหน้าตาปกติทำเหมือนไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ส่วนผมนั้นทำหน้าไม่ถูกเลย ซ็อค! นิ่งงันเหมือนคำพูดพี่กรเป็นมนต์สะกด

" นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เลยสำหรับนายเสกสรรแต่ช่วงเวลาที่เหลือกูขอฝึกหน่อย " 

ไอ้พี่เสกตอบและส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาที่ผมทำให้ผมขนลุกซู่

ไอ้พี่เสกมึงบ้าไปแล้วจูบโชว์เพื่อนนี้นะ บ้าไปแล้ว   

มึงไม่อาย แต่กูอายโว้ย

ผมจะทำยังไงดี.....ผมกลัวผมเคลิ้มตามเพราะว่าๆไอ้พี่เสกมันจูบเก่งมาก....

---------------------------------------------------------------------------------------------

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

❤️   ขอบคุณคร้า  ❤️

แอบแปะ​อิมเมจ​ไอ้พี่​เสก​ที่​น้อง​ต่อ​คลั่งไคล้​อิอิ​ หล่อ​มาก​

#​​

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}