kullacha

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 39

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2560 16:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 39
แบบอักษร

2017-01-24 16:15:19 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“นี่ครับ..ยา” รุ่งเช้าของอีกวัน ฟาเรนโซ่รีบมาที่บ้านหลังใหญ่ของเหล่าบรรดาร่างสูง เพราะตัวยาทดลองทำสำเร็จแล้วเพียงชั่วข้ามคืน

 

 

“ขอบใจมาก..ฟา” เอชพูดพร้อมกับรับกล่องยาจากมือของฟา

 

 

“ขอบใจนายจริงๆท่านนายพลคนใหม่ ส่วนเรื่องที่ผ่านไปแล้ว อย่าไปคิดให้มันมากความเลย ยังไงซะ..ที่นี่ก็ต้อนรับนายเหมือนเดิม” เอลโด้ผู้เป็นบิดาของร่างสูงพูด พร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นไปแตะหัวไหล่ของฟาเบาๆ

 

 

“ขอบคุณมากๆครับ..” ฟาโค้งลำตัวลงนิดหน่อยและพูดขึ้น

 

 

“รีบเอายาขึ้นไปให้น้องทานได้แล้วจ๊ะ แม่อยากให้น้องมองเห็นเต็มแก่แล้ว” แม่ใหญ่ของบ้านพูด จากนั้น ร่างสูงทั้งสามคนก็ลุกขึ้นจากโซฟาแล้วรีบเดินขึ้นไปชั้นบนทันที

 

 

“นาย..จะไปด้วยกันก็ได้นะฟา” ระหว่างที่กำลังเดิน วัลดัสกลับชะงักแล้วพูดขึ้น โดยที่เขาไม่ได้หันหลังกลับมามองใบหน้าของคนที่กำลังเอ่ยพูดด้วยอยู่เลย

 

 

“ไม่ล่ะ..เอาไว้พรุ่งนี้เช้า ชั้นค่อยมาดูผลลัพท์ ผมกลับก่อนนะครับคุณลุงคุณป้า” สิ้นเสียงของฟา วัลดัสก็ก้าวเดินต่อไปด้วยใบหน้าที่กระตุกยิ้ม

 

 

“ฮิมิทสึครับ..กินยานี่หน่อยนะ ยาที่คุณหลินกับฟาให้นายไง..” ระหว่างที่ผมกำลังหลับสนิท แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงของเอชพูดพร้อมกับเม็ดกลมๆอะไรบางอย่างจ่อตรงริมฝีปากของผม

 

 

“หวาน...” ผมพูดเมื่อเม็ดนั่นเข้ามาในปาก พร้อมกับอ้าปากรับน้ำอุ่นๆจากโพลงปากของเอชไปด้วย

 

 

“หึๆๆ ทำกลิ่นกับรสชาติออกมาแบบนี้..ราวกับว่ารู้ใจเด็กที่กินยายากเลยนะเนี่ย” ไดนาดินพูดพร้อมกับลูบแก้มใสของผมเบาๆ

 

 

“..ฟาบอกว่าภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง เมื่อนายพักผ่อนอย่างเพียงพอและเมื่อนายตื่นขึ้นมาอีกครั้งมันจะทำให้นายมองเห็นอย่างแน่นอน” เอชพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม

 

 

“ครับ..”

 

 

“งั้นนายนอนต่อเถอะ..อ้อ! วันนี้ทั้งวัน..พวกชั้นจะต้องไปดูงานกับพ่อนะ เพราะว่าโปรเจคนี้ชั้นจะนำกลับไปใช้ที่ไทยน่ะ” วัลดัสพูดพร้อมกับลูบแก้มใสของผมอีกข้าง

 

 

“ครับ..” ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

 

 

“หึๆๆๆๆ ฟอดดด/ ฟอดดด/ ฟอดดด” จากนั้น พวกเค้าก็ฝังจมูกลงบนแก้มใสของผมกันละหนึ่งฟอดแล้วพากันเดินออกไปจากห้องทันที

 

 

“อา..ยานี่แรงเหมือนกันแฮะ” หลังจากที่พวกเค้าออกไปจากห้องกันแล้ว ผมก็พูดกับตัวเอง เพราะว่า..ผมรู้สึกถึงร่างกายที่มันวูบวาบราวกับว่ากระแสเลือดกำลังหมุนเวียน ยิ่งตรงดวงตาของผม..มันยิบๆยับๆยังไงก็ไม่รู้อ่ะครับ ผมจึงรีบข่มตาหลับเพื่อระงับความกลัวทันที

 

 

“ฮิมิทสึ..” หืม? เสียงใครมาเรียกผม

 

 

“ลืมตาสิจ๊ะลูก..” เอ๋? เสียงนี้มัน..

 

 

“แม่เย็นใจ...แม่ครับ!” ผมลืมตาตื่นก็พบว่า..คนที่เรียกผมก็คือแม่เย็นใจนั่นเอง อา..นี่คือฝันใช่มั้ยครับ?

 

 

“ฝัน..ผมฝัน..แถมฝันดีซะด้วย” ผมยิ้มออกมาจนแก้มปริพร้อมกับพยายามเอื้อมมือไปหาแม่ แต่ทว่า..เอื้อมยังไงก็เอื้อมไปถึง..

 

 

“เราสองคนอยู่กันละภพภูมิจ๊ะลูก..ไม่สามารถแตะต้องกันได้หรอก ที่แม่มาหา..แม่ก็แค่จะมาบอกว่า..สร้อยเส้นนั้นของลูกมีบางสิ่งซ้อนอยู่ ไม่ใช่มีแต่ตัวอักษรเท่านั้นนะจ๊ะ ลองค้นหาดู..แล้วลูกจะรู้..ว่าที่แม่พูดหมายถึงอะไร” สิ้นเสียงของแม่เย็นใจ แสงสีขาวก็พวยพุ่ง จากนั้น ผมก็มองไม่เห็นแม่เค้าอีกเลย

 

 

พรึ่บ!!

“.......” อา...ในความฝันเสมือนจริงนั่น ต้องการสื่อถึงอะไรกันนะ

 

 

“สวัสดีครับ..” หลังจากออกมาจากบ้านแล้ว ก่อนที่ร่างสูงทั้งสามคน..จะตรงไปที่ทำงานของพ่อ พวกเขากลับแวะมาหาใครคนนึงก่อน

 

 

“สวัสดีจ๊ะ” หญิงสาววัยกลางคนตอบรับ พร้อมกับชายวัยกลางคนก็แค่พยักหน้าลงและยิ้มอ่อนๆเท่านั้น

 

 

“พวกคุณเจอกับฮิมิทสึแล้วสินะครับ..” ไดนาดินถาม

 

 

“ครับ..เจอแล้ว..” สเตฟานพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ส่วนลีน่าก็น้ำตาไหลพรากลงมาทันที เมื่อนึกถึงสภาพของลูกชายเมื่อวาน ที่ต้องต้องมารับกรรมเพราะพวกเค้าแท้ๆ

 

 

“พวกคุณมาก็ดีแล้ว..ผมกับลีน่า..พวกเราตัดสินใจว่าจะย้ายไปอยู่ที่อื่นน่ะครับ โดยที่ไม่ต้องบอกฮิมิทสึกับเรื่องจริงที่ว่า..พวกเรายังมีชีวิตอยู่ ให้ทุกอย่างมันเป็นเหมือนที่เคยเป็นนั่นแหละดีแล้ว” สเตฟานพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาของผู้เป็นพ่อ

 

 

“ทำไมล่ะครับ..ถ้าฮิมิทสึรู้ว่าพวกคุณยังมีชีวิตอยู่..หมอนั่นต้องดีใจมากแน่ๆ” วัลดัสพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆเมื่อนึกถึงสีหน้าที่เจ็บปวดของร่างเล็ก

 

 

“พวกเราทำผิดเอาไว้มาก..ถ้าไม่ใช่เพราะความเห็นแก่ตัวของผม ฮิมิทสึก็คงไม่ต้องมีสภาพที่น่าสงสารแบบนั้น ถ้าตอนนั้นผมไม่คิดต่อต้าน..ป่านนี้..พวกเราสามคนคงจะอยู่กันอย่างมีความสุข ฮิมิทสึก็คงไม่ต้องระเหเร่ร่อนไปอยู่ในแดนไกลแบบนั้น พวกเราละอายใจเหลือเกิน..ละอายใจที่จะพบหน้าเด็กคนนั้นจริงๆ เด็กคนนั้นต้องลำบากแค่ไหน..พวกเราไม่อยากจะคิดเลย! ฮึ่ก!” สิ้นเสียงของสเตฟาน เขาก็ยกฝ่ามือขึ้นมาปิดหน้าแล้วร้องไห้โฮออกมาโดยไม่อายเหล่าร่างสูงเลยซะนิด

 

 

“เพราะฉะนั้น..ความลับ..ก็ให้มันเป็นความลับต่อไปเถอะค่ะ ฮึ่ก! ชั้นไม่อยากให้เด็กคนนั้น..มองพวกเราด้วยสายตาตำหนิ..ฮึ่ก! พวกเรารับไม่ได้..พวกเรากลัวไปหมด กลัวว่าเค้าจะไม่ยอมรับ..กลัวว่าเค้าจะไม่อภัย..กลัวว่าเค้าจะ..จะ..”

 

 

“ฟังก่อนนะครับ...” เอชพูดจนสองสามีภรรยาถึงกับชะงัก

 

 

“ฮิมิทสึ..ไม่ใช่เด็กที่ไม่มีเหตุผลแบบนั้น เด็กคนนั้นเฝ้าคิดถึงคุณมาตลอดตั้งแต่ที่รู้ความจริง เด็กคนนั้นรับรู้ถึงสิ่งดีๆที่พวกคุณมอบให้แก่เค้า พวกคุณลองคิดดูดีๆสิครับ? ว่าที่พวกคุณทำไป..พวกคุณก็แค่ต้องการปกป้องเค้า..ไม่ใช่เหรอครับ?” เอชพูดต่อ

 

 

“เมื่อคืน..เด็กคนนั้นก็ทำหน้าราวกับจะร้องไห้ เมื่อคุณอาของผมท่านเรียกชื่อจริงของเค้าว่า..เยอบิช นั่นก็เพราะว่าเด็กคนนั้นคิดถึงพวกคุณมากๆ ต่อให้พวกคุณล่วงลับไปแล้วก็ตาม..แต่เด็กคนนั้นตอนนอนหลับ..ก็ยังคงเพ้อหาแม่เย็นใจกับพวกคุณทุกๆคืนเลยนะครับ” สิ้นเสียงของไดนาดิน สองสามีภรรยาต่างก็น้ำตาไหลพรากลงมาอีกครั้ง

 

 

“อา..นั่นแหละครับ..ที่ทำให้พวกเราละอายใจยิ่งกว่าเดิม พวกเรามองหน้าเด็กคนนั้นไม่ติดจริงๆ”

 

 

“งั้นก็...ขอร้องล่ะครับ..อย่าเพิ่งไปไหนเลยในตอนนี้ คุณช่วยอยู่ให้เด็กคนนั้นรับรู้ถึงความรู้สึกอบอุ่นและสัมผัสจากมือของพวกคุณซักนิดก็ยังดี โดยที่ไม่ต้องบอกความจริงก็ได้ นะครับ..พรุ่งนี้เช้า..ผมจะพาฮิมิทสึมาหา” วัลดัสเอ่ยปากขอร้อง

 

 

“ฮึ่ก! ก็ได้ค่ะ..ฮึ่ก! และหลังจากนั้น..พวกเราจะเดินทางกันเลย..” สิ้นเสียงของลีน่า ร่างสูงทั้งสามคนต่างก็ยกยิ้มขึ้นมานิดๆ

 

 

“ขอบคุณมากๆครับ..งั้นพวกเราไปก่อน”  เอชพูดพร้อมกับโค้งตัวลงนิดหน่อย

 

 

“ผมจะบอกว่า..ฮิมิทสึเป็นเด็กดี..และผมเชื่อว่าเด็กคนนั้นไม่ตำหนิพวกคุณแน่ๆครับ เพราะเด็กคนนั้น..นอกจากแม่เย็นใจแล้ว..เค้ายังเฝ้าคอยพวกคุณมาโดยตลอด เรื่องนี้..ผมรู้มาจากปากของพี่ๆของเค้าน่ะครับ” สิ้นเสียงของไดนาดิน สองสามีภรรยาต่างก็ทรุดตัวลงช้าๆพร้อมกับร้องไห้อย่างน่าสงสาร

 

 

“อึ่ก! อืม...” ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง อา..นี่มันกี่โมงแล้วล่ะครับ? หืม? ห้าโมงเย็น!! อา..นี่ผมพักผ่อนมากเกินไปรึเปล่านะ

 

 

“เดี๋ยวนะ?..เดี๋ยวนะ..เดี๋ยวนะ!! เรามองเห็นนาฬิกา!!” อา..ผมไม่อยากจะเชื่อ! ผ..ผ..ผมมองเห็นแล้วครับ!!!!

 

 

“โทรหาเอชดีกว่า!” ว่าแล้ว..ผมก็กดโทรศัพท์ทันที แต่..

 

 

“ไม่ดีกว่า..เรื่องนี้ต้องเซอร์ไพรส์สิ! เอ..หรือว่า..จะใช้โอกาสนี้ลองใจผัวๆดีมั้ยนะ..หึๆๆๆ” สิ้นเสียงของผม ผมก็กดโทรศัพท์โทรออกหาใครบางคนจากนั้น ผมก็อาบน้ำอาบท่าแต่งตัวนั่งรอคนๆนั้นมารับที่บ้าน

 

 

 “ฮิมิทสึ..”  หลังจากผ่านไปไม่นาน และแล้ว..คนๆนั้นก็มาถึงแล้วล่ะครับเค้าเปิดประตูเข้ามาในห้องของผม

 

 

“พี่ฟาครับ..คุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ” ผมพูดพร้อมกับยกยิ้มขึ้นนิดๆ

 

 

“คุณหนูครับ..เรื่องยาก็ช่วยแล้ว นี่นายยังต้องการอะไรจากสังคมอีกครับเนี่ย..” หืม..เอ็ดการ์ดก็มาเหรอครับเนี่ย

 

 

“ก็ใช่..แต่มันก็ยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่พวกคุณทำกับผมและพ่อแม่ของผมเลยนะครับ !ฮึ่ก!” ว่าแล้ว...พูดเอง..ก็ร้องไห้แม่งเองซะเลย!

 

 

“แต่เรื่องพ่อแม่ของนาย....” พี่ฟากำลังจะพูด แต่ทว่า..

 

 

“โอ๊ะ! ขอโทษๆๆ...เอาล่ะๆๆ นายอยากได้อะไร? บอกมาได้เลยนะ..แม้แต่ดาวกับเดือนท่านฟาเรนโซ่ก็จะหามาให้” เอ็ดรีบเดินเข้าโอบกอดผมแล้วพูดปลอบ

 

 

“แน่นะครับ?” ผมพูดพร้อมกับเหลือบตาไปมองเอ็ด

 

 

“แน่สิ..แต่..เดี๋ยวนะ..นายมองชั้นแบบนี้..เห็นเหรอ?” เอ็ดพูดพร้อมกับโบกฝ่ามือไปมาตรงหน้าของผม

 

 

“เปล่าซักหน่อย..” ผมหันหน้ามองตรงๆตามเดิม

 

 

“แล้วจะให้พวกชั้นช่วยอะไร” พี่ฟาถามพร้อมกับเดินเข้ามานั่งยองๆอยู่ตรงหน้าผม

 

 

“ผมอยากจะเล่นอะไรๆสนุกๆ ซักนิดนึงน่ะครับ..” ผมพูดพร้อมกับจ้องตาของพี่ฟา

 

 

“เห...นี่นายมองเห็นแล้วจริงๆสินะ! เล่นจ้องตานายท่านซะขนาดนั้น!” ว้า...โดนจับได้ซะละ

 

 

“คิกๆๆๆๆๆ..” ผมหัวเราะออกมาเบาๆเพราะตลกสีหน้าของเอ็ด

 

 

“นี่นาย...เดี๋ยวจับตีก้นซะเลย” เอ็ดพูดพร้อมกับจะทำจริงๆ ผมก็เลยผวาเข้าไปนั่งบนตักของพี่ฟา จนพี่แกล้มก้นจ้ำเบ้าไปเลย..

 

 

“พอแล้ว...เอ็ดการ์ด!” อุ้ย! สงสัยจะเจ็บตูด ดูสิ..โกรธจนหน้าแดงไปหมดแล้ว

 

 

“เอาล่ะ..ว่ามา..สิ่งที่นายต้องการ” สิ้นเสียงของพี่ฟา ผมก็พูดสิ่งที่ผมต้องการทันที จากนั้น พวกเราก็ปฎิบัติ!! ดีนะครับ..ที่พวกป้าๆเค้าไม่อยู่ออกไปช๊อป

 

 

“โห...ที่นี่มันใหญ่กว่าโรงแรมของสามีผมที่ไทยซะอีก!” หลังจากเดินทางมาถึงที่หมาย ผมก็ตื่นเต้นกับโรมแรมหรูที่อยู่ตรงหน้า

 

 

“ไปกันเถอะ..” จากนั้น พี่ฟาก็โอบกอดหัวไหล่ของผมพาเดินเข้าไปในโรงแรม ส่วนเอ็ดการ์ดก็เดินตามเข้ามาติดๆ

 

 

“บอกคุณเอช คุณไดนาดินหรือคุณวัลดัสก็ได้..ว่าฟาเรนโซ่มาหา ” พี่ฟาติดต่อกับพนักงานต้อนรับด้านล่าง จากนั้น เธอก็รีบยกหูโทรศัพท์ขึ้นพร้อมกับจ้องมองหน้าของพี่ฟาอย่างเขินๆ

 

 

“บอสคะ..คุณฟาเรนโซ่มาขอพบค่ะ ค่ะ เอ่อ..ท่านบอกว่า..เชิญได้เลยค่ะ” สิ้นเสียงของหญิงสาว พวกผมก็เดินไปยังลิฟท์ตรงมุมซ้ายมือ

 

 

“พวกชั้นจะรอนายอยู่ตรงนี้..มีอะไรก็ตะโกนเรียก” หลังจากขึ้นมาถึงชั้นทำงานของเหล่าสามี พี่ฟาก็พูดขึ้น

 

 

“ครับ”

 

 

ก็อกๆๆๆ

“เข้ามา!!” หืม? น้ำเสียงฟังดูแล้ว..อารมณ์ไม่ค่อยจะดีซะเท่าไหร่เลยแฮะ

 

 

“เมื่อไหร่พวกเธอจะกลับเนี่ย! แค่คุณลุงฝากของมาให้แค่นี้..ต้องอยู่นานๆเพื่ออะไรครับ!” ไดนาดินพูดกับผู้หญิงที่ยืนยกยิ้มอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ส่วนเอชกับวัลดัสต่างก็นั่งนิ่งๆและทำงานของตนไป โดยไม่สนใจผู้หญิงอีกสองคนที่ยืนอยู่ข้างๆเลยซักนิด

 

 

“สามีครับ..” ผมพูดพร้อมกับกับสังเกตุดูท่าทางของพวกเค้าที่เจอผมในเวลานี้

 

 

“อา..ฮิมิทสึ!!!” อืม..ไดนาดินดูเหมือนจะตกใจกว่าเค้าเพื่อน ส่วนเอชกับวัลดัสก็รีบลุกเดินเข้ามาหาผมที่ยืนอยู่ตรงประตูทันที

 

 

“นายมาได้ไง!” เอชถามพร้อมกับโอบกอดผม ส่วนวัลดัสก็ยืนยกยิ้มอยู่ข้างๆ

 

 

“มีอะไรกันเหรอครับ..เสียงดังเชียว” ผมพูดพร้อมกับค่อยก้าวเดินไปโดยที่มีเอชกับวัลดัสคอยช่วยพยุง

 

 

“ใครคะเนี่ย! อย่าบอกนะ..ว่าเป็นเด็กที่พวกคุณคั่ว..หลังจากที่ถอนหมั้นกับพวกเราไปแล้วน่ะ!” เอ๋? ม..หมั้น?

 

 

“พวกชั้นกับพวกเธอ..เราถอนหมั้นกันมาสองปีแล้วป่ะ! และอีกอย่าง..ฮิมิทสึไม่ใช่เด็กแบบนั้น เค้าคือเมีย!” ไดนาดินพูดด้วยท่าทางฉุนเฉียว อา..สีหน้าของเค้าบ่งบอกออกมาเลยว่าไม่ชอบคำพูดของหล่อนสุดๆ!

 

 

 “แฟนเก่าของพวกคุณเหรอครับ..” ผมถามพร้อมกับสังเกตุสีหน้าของเหล่าสามี

 

 

“อดีตแค่คู่หมั้นเท่านั้น..ไม่ใช่แฟนหรือคนรักหรอกนะ” สีหน้าของวัลดัสตอนที่พูดกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ในแววตาของเค้าไม่มีสั่นไหวเลยแม้แต่น้อย แต่ที่ทำให้แววตาของเค้าสั่นระริกได้ก็คือ..เมื่อเค้าหันมาเห็นดวงตาของผมที่กำลังมีน้ำตาคลอหน่วยอยู่ต่างหากล่ะครับ

 

 

“อา..พวกเธอสามคนกลับกันไปได้แล้วไป! บอกคุณลุงด้วยว่า..เอาไว้ชั้นจะส่งของขวัญไปให้ท่านทีหลัง” เอชพูดพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของผมปานว่าจะขาดใจ พร้อมกับยกนิ้วเรียวขึ้นมาปาดน้ำตาของผมอีกด้วย

 

 

“ก็ได้ค่ะ..แต่..จูบลาหน่อยสิคะเอช.. เด็กนี่..ดูๆแล้ว..ตาบอดหนิ คงมองไม่เห็นหรอกว่าเรากำลังจูบกัน” ผมได้ยินเสียงกระซิบเบาๆจากปากของผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆเอช อา..ถึงแม้ว่ามันจะเบามาก แต่ประสาทสัมผัสของผมมันดีเลิศนะครับ!

 

 

“พูดใหม่..” เอชพูด

 

 

“อะไรคะ?

 

 

“ชั้นบอกให้เธอพูดใหม่!! ริมฝีปากของเธอน่ะ..ถ้าไม่อยากบดจูบกับพื้นปูนก็แก้คำพูดใหม่ซะ..ฮิมิทสึไม่ได้ตาบอด!” อา..เอชของผม..ดวงตาแดงฉานเลยแฮะ น่ากลัวจังเลย..

 

 

“ฮึ่ก!” ผมสะอึกออกมาเบาๆ จนเหล่าสามีถึงกับชะงัก

 

 

“ออกไป...ออกไปสิ!!” สิ้นเสียงของวัลดัส ผู้หญิงสามคนนั่นก็สะบัดตัวเดินออกไปจากห้องทันที

 

 

“พวกเธอคงสวยมากและสำคัญมากๆสินะครับ..พวกคุณถึงยอมให้พวกเธออยู่ในห้องนี้ได้นานๆ เพราะปกติแล้ว...ผมไม่เคยเห็นพวกคุณคุยกับผู้หญิงคนไหนได้หลายประโยคแบบนี้มาก่อนเลย” ผมถามพร้อมกับก้มหน้าลง

 

 

“ฟอดดดด! ไม่เลย..พวกเค้าก็แค่..เป็นเพื่อนสมัยเด็กของพวกชั้นน่ะ พวกเราถูกจับให้หมั้นหมายกันเมื่อสามปีก่อน แต่พอช่วงสองปีที่ผ่านมา พวกชั้นสามคนก็ยกเลิกหมั้นด้วยตัวเองเพราะคิดว่ามันไม่ถูกต้อง..โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ยินยอม” อา..อย่างนี้นี่เอง

 

 

“ฮิมิทสึ..ถ้าดวงตาของนายมองเห็นแล้ว..พวกชั้นจะพานายไปจดทะเบียนสมรสกันก่อน จากนั้น ถ้างานของชั้นลุล่วงไปด้วยดี สิ้นปีที่ประเทศไทย..เราจะจัดงานแต่งงานกันที่นั่น” สิ้นเสียงของเอช ผมนี่ถึงกับชะงักอึ้ง!

 

 

“ต..แต่งงาน..” ผมพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากลงมา

 

 

“ทำไมไม่บอกไปล่ะ..ว่าตอนนี้..ดวงตาของนายก็มองเห็นแล้ว!” ระหว่างที่ผมกำลังกอดเหล่าสามีอย่างแนบแน่นอยู่นั้น แต่แล้ว..เอ็ดการ์ดที่เดินเข้ามาพร้อมกับพี่ฟาก็พูดขึ้น

 

 

“หืม? ฮิมิทสึ? นี่นาย..” ไดนาดินพูดพร้อมกับดันหัวไหล่ของผมออกจากหน้าอกแกร่ง

 

 

“ครับ..ผมมองเห็นแล้ว” ผมยิ้มพร้อมกับยกสองมือขึ้นไปจับแก้มของพวกเค้าทีละคน

 

 

“ชิ! ฟาเรนโซ่! ค่าจ้างของพวกชั้นที่ต้องบากหน้ามาให้เค้าด่า..เค้าไล่เนี่ย..มันแพงหน่อยนะยะ! ดูซิ..เครื่องสำอางยี่ห้อดังของชั้นเมื่อโดนเค้าตะคอกใส่หน้าแบบนี้..หลุดออกหมดเลย!” จากนั้น พี่สาวทั้งสามคนเมื่อตะกี้นี้ก็เดินเข้ามา

 

 

“นี่มัน..อะไรกันวีนัส?” วัลดัสถามออกมาอย่างงุนงง

 

 

“ก็เมียของนายน่ะสิ! บอกว่าอยากจะลองใจผัว..ฟาก็เลยติดต่อพวกชั้นให้มาเป็นนกต่อนี่ไง ชิ! อุตส่าห์ทิ้งผู้ชายที่เพิ่งจะคั่วได้แค่สามอาทิตย์เอาไว้ที่ร้านอาหารเลยน่ะเนี่ย!” พี่สาวชุดสีขาวพูดพร้อมกับสะบัดเส้นผมอย่างงดงาม

 

 

“อา..นี่นาย..ฮิมิทสึจอมวางแผน..” เอชพูดพร้อมกับบีบจมูกเล็กๆของผม

 

 

“ถ้าไม่ใช้โอกาสที่ผมกำลังมองไม่เห็นแบบนี้..ผมจะรู้ได้ยังไงล่ะครับ ว่าลับหลังผม..พวกคุณจะรักผมมาก..อย่างที่พูดรึเปล่า?” ผมพูดพร้อมกับวิ่งไปหาพี่สาวสามคนนั้น

 

 

“ฟอดดดดดด/ ฟอดดดดดด/ ฟอดดดด ขอบคุณนะครับที่ช่วยผมลองใจพวกเค้า คิกๆๆๆ” ผมเขย่งปลายเท้าหอมแก้มพวกเธอคนละทีพร้อมกับพูดขึ้นอย่างน่ารัก

 

 

“อา...ฟาเรนโซ่ ค่าจ้างที่พวกชั้นโดนด่าโดนไล่โดนตะคอก..ไม่เอาแล้วนะยะ”

 

 

“ทำไมล่ะครับ..” พี่ฟาถาม

 

 

“เพราะพวกชั้น..จะลักพาตัวเด็กนี่แทน!!” สิ้นเสียงของพี่สาวเหล่านั้น ร่างเล็กของผม..ก็ถูกพวกนางแบกออกไปจากห้องทันที

 

 

“เฮ้ยยยยยย! หยุดนะเว้ยย! ยัยบ้า!!” จากนั้น..การวิ่งไล่จับก็เกิดขึ้น ฮือๆๆ เกิดมาน่ารักก็แบบนี้แหละเนอะ? คิกๆๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มองเห็นแว้วววววววว!!!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น