น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 15 : ความหวังดีของเอกกุล

ชื่อตอน : ตอนที่ 15 : ความหวังดีของเอกกุล

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 651

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2560 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15 : ความหวังดีของเอกกุล
แบบอักษร

ตอนที่ 15

คุณนายจินตนากุมมือสามีเอาไว้ไม่ยอมปล่อยพลางกลั้นเสียงสะอื้นให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหน่วยกู้ภัยที่นั่งห่างออกไปไม่เท่าไหร่นั้นคอยลอบมองเธอมาเป็นระยะๆ หากแล้วหญิงสูงวัยก็ร้องขึ้นอย่างยินดีเมื่อผู้เป็นสามีค่อยๆลืมตาขึ้นมา

“ปีเตอร์!...คุณรู้สึกตัวแล้วหรือคะ”

“คุณจิน ...ผมเป็นอะไร” เสียงแหบๆของนายปีเตอร์เอ่ยถามภรรยาในขณะที่กำลังพยายามจะลุกขึ้นนั่ง หากคุณนายจินตนารีบห้ามเอาไว้พลางร้องเรียกหน่วยกู้ภัยให้เข้ามาดูอาการของสามี

“คุณอย่าเพิ่งขยับค่ะปีเตอร์ ...คุณคะ สามีดิฉันรู้สึกตัวแล้ว ช่วยมาดูทีค่ะ”

หน่วยกู้ภัยที่นั่งห่างออกไปขยับตัวลุกขึ้น หากแล้วคนที่นั่งอยู่ในสุดก็เดินออกมาครั้นพอเข้ามาใกล้คนป่วยก็อุทานอย่างตกใจ

“คุณกวินวัธน์! คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

“ผมต้องขอโทษจริงๆสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่ผมสัญญาว่าถ้าถึงโรงพยาบาลแล้วผมจะเล่าทุกอย่างให้คุณฟังทั้งหมด เมื่อสักครู่ผมให้เจ้าหน้าที่พยาบาลตรวจดูอาการคร่าวๆแล้ว คุณปีเตอร์ไม่ได้บาดเจ็บหนัก เพียงแต่สลบไปเท่านั้น คุณนายจินตนาสบายใจได้ครับ”

คุณนายจินตนาหันมาสำรวจร่างกายของสามีอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วก็พบว่าเป็นดังที่ชายหนุ่มบอกเอาไว้ บาดแผลภายนอกร่างกายส่วนใหญ่ไม่รุนแรง และแผลที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้ก็คือแผลจากศีรษะที่แตกเลือดอาบ และตอนนี้ก็ถูกปฐมพยาบาลเรียบร้อยแล้วจากเจ้าหน้าที่พยาบาล หากก่อนหน้าที่ที่เอกกุลปรี่เข้ามาปั๊มหัวใจและพยายามช่วยชีวิตของปีเตอร์หมายความว่าอย่างไรกัน

“แต่ว่าก่อนที่เรือกู้ภัยจะมา คุณเอกเขาบอกว่าคุณปีเตอร์ไม่หายใจแล้ว....มันหมายความว่ายังไงคะ”

นางจินตนาเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ นายปีเตอร์เองที่กำลังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวก็รอฟังคำตอบจากร่างสูงของอีกฝ่ายเช่นกัน หากกวินวัธน์เอ่ยตัดบทขึ้นเสียก่อน

“ผมจะเล่าทุกอย่างให้ฟังทั้งหมดหลังจากที่คุณปีเตอร์ได้ตรวจร่างกายอย่างละเอียดแล้วอีกครั้งที่โรงพยาบาลครับ ตอนนี้ผมอยากมั่นใจว่าคุณจะปลอดภัยจากเหตุระเบิดบนเรือนั่นจริงๆ”

“ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่มั้ยครับคุณกวินวัธน์”  ปีเตอร์เอ่ยถามขึ้นพลางจ้องไปที่อีกฝ่ายอย่างขุ่นเคือง หากกวินวัธน์หันมาเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างรู้สึกผิด

“ผมขอโทษจริงๆคุณปีเตอร์ แต่ขอให้คุณเชื่อผมอย่างหนึ่งว่า เราไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อพวกคุณจริงๆ”

.............................................................................................................

 

เอกกุลพาหญิงสาวมานั่งที่โซฟา ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในครัวก่อนที่จะออกมาพร้อมกับนมและขนมปัง ชายหนุ่มเพียงแต่วางอาหารไว้บนโต๊ะก่อนจะหันมาเอ่ยกับหญิงสาวเบาๆ

“คุณนั่งพักทานอะไรรองท้องที่นี่ไปก่อน ผมจะออกไปเก็บข้าวของบนเรือที่ยังพอใช้ได้เข้ามาก่อน  ....คุณอยู่ตรงนี้คนเดียวได้ใช่ไหมแคทเธอรีน”

เอกกุลเอ่ยถามขึ้นเมื่ออีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่งใบหน้าซีดเซียว หากหญิงสาวเพียงแต่พยักหน้าเล็กน้อยให้แต่ยังคงไม่ยอมปริปากพูดอะไรเช่นเดิม ชายหนุ่มจึงต้องตัดใจเดินออกไปข้างนอกเพื่อไปจัดการเรื่องที่เกิดขึ้น

ของที่ถูกแรงระเบิดอัดจนเสียหายลอยคว้างอยู่บนน้ำทะเลนั้นมีเพียงไม่กี่อย่าง หากส่วนใหญ่เป็นกระเป๋าเสื้อผ้าและตะกร้าสะเบียงทำให้ชายหนุ่มลุยน้ำทะเลไปลากของมาวางกองๆรวมกันไว้บนเรือ พลางปีนขึ้นเรือเดินไปดูส่วนท้ายเรือที่เกิดระเบิดขึ้นอย่างไม่สบายใจ

ร่องรอยของยางรถยนต์ที่วางซุกอยู่ด้านล่างที่ถูกปกปิดเอาไว้ด้วยห่วงยางชูชีพนั้นไม่อาจซ่อนหลักฐานของระเบิดทำเองขนาดเล็กเอาไว้ได้ ชายหนุ่มจัดการโยนเศษซากกระป๋องน้ำอัดลม และเศษแผงนาฬิกาทิ้งไปในทะเลกว้าง ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาคนที่อาสาจัดการเรื่องแผนการณ์ในวันนี้ให้เขา

“คุณวิน... คุณปีเตอร์เป็นอย่างไรบ้าง”

“ตอนนี้ฟื้นแล้ว หมอกำลังตรวจร่างกายอย่างละเอียด เรื่องทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วงผมจัดการได้ อย่างมากที่สุดถ้าตึงมือนักผมก็ให้ปานโทรไปหาหลุยส์แค่นั้นละ”

“แค่ปีเตอร์ปลอดภัยผมก็เบาใจ บอกตามตรงผมไม่คิดว่าแรงระเบิดจะรุนแรงขนาดนั้น”

“ข้างในมีแต่ดินปืนเหมือนประทัดยักษ์ไม่มีส่วนผสมอื่นที่ทำอันตรายถึงชีวิต เสียงมันดังก็จริงแต่อานุภาพทำลายล้างไม่ได้มากถึงขนาดนั้นหรอก อีกอย่างเราก็ป้องกันเอาไว้แล้วพอสมควร ผมเองก็มั่นใจในระดับหนึ่งว่าจะควบคุมความเสียหายได้”

เอกกุลถอนหายใจกับคำอธิบายของปลายสาย กวินวัธน์ก็พูดได้นี่เพราะไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ แต่เขาคนที่ต้องกลายเป็นผู้รับผิดชอบต่อแผนในครั้งนี้ทั้งหมดใจหายใจคว่ำจนเกือบจะหัวใจวายตายเสียเองตอนเห็นร่างของนายปีเตอร์ถูกแรงระเบิดอัดลอยตกไปในน้ำทะเล

“ใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดนะครับคุณเอก นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่คุณเปลี่ยนใจเธอได้นะคุณเอกกุล”

“ผมขอเวลาหนึ่งอาทิตย์ได้ไหมครับคุณวิน...ผมอยากให้เธอได้พักด้วย กลัวว่าเธอจะรับเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ไหว”

เอกกุลเอ่ยต่อรองกับอีกฝ่ายโดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าน้ำเสียงของตัวเองนั้นอาทรคนที่ถูกพูดถึงอย่างไรบ้าง หากกวินวัธน์นั้นรับรู้ได้และเอ่ยรับคำพลางหัวเราะออกมาเบาๆ

“ถ้าคุณมั่นใจว่าจะตัดขาดจากโลกภายนอกได้นานขนาดนั้น ผมก็จัดการให้ได้ ว่าแต่น้ำอาหารไม่ขาดแน่นะ”

“บนเกาะมีแหล่งน้ำจืด คุณวินไม่ต้องเป็นห่วง”

“ตกลง ...ขอให้สนุกกับการติดเกาะนะครับคุณเอกกุล ผมรับรองว่าจะไม่มีเรือผ่านไปแถวนั้นตลอดหนึ่งอาทิตย์!”

เอกกุลถอนหายใจอีกเฮือกก่อนจะกดวางสายไป พลางหันกลับไปยกกระเป๋าเดินทางอันที่ยังไม่เสียหายโยนกลับเข้าไปในฝั่ง ก่อนที่ตัวเองจะกระโดดลงจากเรือตามลงมา...

 

 

แคทเธอรีนสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเปิด-ปิดประตู หากแล้วเธอก็อดโล่งอกไม่ได้เมื่อเห็นร่างสูงๆที่คุ้นตาเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระต่างๆพะรุงพะรัง

“ทำไมยังไม่ทานอะไรอีก เดี๋ยวคุณต้องทานยาไม่ใช่หรือแคทเธอรีน”

เอกกุลเอ่ยถามขึ้นพลางเดินมาหยุดตรงหน้าหญิงสาวก่อนที่จะคุกเข่าลงที่พื้นข้างๆเพราะตอนนี้เขาลุยน้ำทะเลมาและไม่อยากจะนั่งบนโซฟาเบียดหญิงสาวให้เปียกตามเขา

ชายหนุ่มหยิบถาดขนมปังและนมยื่นให้พลางใช้สายตาคมเข้มบังคับให้อีกฝ่ายหยิบขึ้นไปกิน หากแคทเธอรีนยังคงนั่งนิ่งพลางเอ่ยถามชายหนุ่มเสียงสั่นน้อยๆ

“คุณว่าปีเตอร์จะเป็นอะไรมากหรือเปล่า เขายังหายใจอยู่ไหมตอนที่คุณส่งเขาให้หน่วยกู้ภัยไป”

แววตาที่หวาดหวั่นที่ทอสบกับดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มนั้น ทำให้เอกกุลจำต้องวางถาดอาหารลงก่อนที่จะเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของหญิงสาวที่บัดนี้เย็นเฉียบยิ่งกว่ามือของเขาที่เพิ่งเดินลุยน้ำทะเลมาเสียอีก

“วางใจเถอะแคท พ่อของคุณเขาจะต้องปลอดภัย ตอนนี้เขาอยู่กับหมอแล้วไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วง”

“พรุ่งนี้คุณพาฉันไปหาเขาได้ไหม ฉันอยากแน่ใจว่าเขาจะปลอดภัย”

“เรือของเราระเบิดคุณก็เห็น ตอนนี้เราไม่มีเรือที่จะเข้าฝั่ง”

เอกกุลชี้แจงเรียบๆหากแคทเธอรีนเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโชว์ก่อนจะเอ่ยกับเขาอย่างไม่ยอมแพ้

“ฉันมีโทรศัพท์ พรุ่งนี้คุณโทรไปเรียกคนของคุณบนฝั่งให้เอาเรือขับมารับเราที่นี่สิคะ”

เอกกุลนิ่งไปพลางมองโทรศัพท์ในมือหญิงสาว ก่อนจะถอนใจออกมาเบาๆ

“ผมจำเบอร์คนบนฝั่งไม่ได้ คุณมีเบอร์คุณนายจินตนาหรือพ่อของคุณหรือเปล่าล่ะ ลองโทรถามอาการของพวกเขาแล้วก็ให้เขามารับเราที่นี่ก็ได้”

เอกกุลตัดสินใจวางเดิมพันสุดท้าย หากแคทเธอรีนกลับส่ายหน้าพลางกำโทรศัพท์แน่นก่อนจะเอ่ยอย่างเสียใจ

“ฉันไม่มีเบอร์ของเขา ฉันไม่มีเบอร์ของปีเตอร์ ฉันไม่รู้แม้กระทั่งเบอร์โทรศัพท์ของพ่อตัวเอง...นี่พระเจ้ากำลังลงโทษฉันอยู่หรือเปล่าคุณเอก...ฉันจะมีโอกาสได้เจอเขาอีกไหม”

หยาดน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาทำเอาหัวใจของเอกกุลบีบรัดแน่นอย่างรู้สึกผิด หากชายหนุ่มเองก็ไม่มีทางเลือกมากนักนี่อาจจะเป็นโอกาสเพียงครั้งเดียวที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยที่เรื่องทุกอย่างจะจบลงได้ด้วยดี ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปิดบังความจริงเอาไว้และดำเนินการตามแผนต่อไป

“ผมสัญญาว่าคุณจะต้องได้เจอกับพ่อของคุณอีกแน่นอนแคทเธอรีน ตอนนี้พ่อของคุณคงอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว คุณอย่ากังวลไปเลย อีกสองสามวันจะมีเรือชาวบ้านผ่านมา คุณช่วยอดทนจนถึงตอนนั้นแล้วผมจะรีบพาคุณเข้าฝั่งไปหาพ่อของคุณทันที”

แคทเธอรีนมองใบหน้าชายหนุ่มผ่านม่านน้ำตาพลางจำใจพยักหน้าอย่างไม่มีทางเลือก เอกกุลจึงเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยนพลางเอ่ยกับหญิงสาวแผ่วเบา

“คุณทานอะไรสักนิดเถอะแคทเธอรีน ขาคุณยังไม่หายดี คุณจะได้ทานยาแล้วก็พักผ่อนเสีย”

“ฉันกินอะไรไม่ลงค่ะ มันตื้อๆไปหมด”

“ถ้าอย่างนั้นทานขนมปังนี่สักสองสามคำรองท้องก่อนกินยานะ ผมจะไปรื้อยาจากกระเป๋าที่เก็บขึ้นมาได้เอามาให้คุณ”

ชายหนุ่มเอ่ยพลางหยิบขนมปังมาบิเป็นคำเล็กๆส่งให้หญิงสาว ครั้นอีกฝ่ายยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมยื่นมือมารับ ชายหนุ่มจึงยื่นส่งให้ชิดริมฝีปากนุ่มนั้น

“ถ้าคุณไม่กินผมก็จะป้อนคุณอยู่แบบนี้ล่ะ ...”

“แค่คำเดียวนะคะ” แคทเธอรีนเอ่ยต่อรองเมื่อดวงตาคมเข้มนั้นยังคงจ้องมาที่เธออย่างบังคับ ก่อนจะยอมกินขนมปังชิ้นนั้นเข้าไป เอกกุลจึงหยิบแก้วนมส่งให้หญิงสาวพลางเอ่ยหน้าตาย

“เผื่อติดคอ คุณกินนมตามเข้าไปด้วย”

“ฉันว่าหมู่นี้คุณเจ้าเล่ห์มากขึ้นกว่าวันแรกๆที่เรารู้จักกันนะคะคุณเอกกุล”

แคทเธอรีนเอ่ยประชดประชันหากก็ยอมรับแก้วนมมาแต่โดยดี ชายหนุ่มจึงคลี่ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนที่จะเอ่ยตอบด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวล

“ผมเจ้าเล่ห์แต่ก็กับคุณคนเดียวนี่แหละแคทเธอรีน แต่ขอให้เชื่อผมอย่างหนึ่ง... ผมไม่เคยไม่หวังดีกับคุณเลยแคทเธอรีน ทุกอย่างที่ผมทำก็เพื่อตัวคุณทั้งนั้น”

“ขอบคุณค่ะคุณเอกกุล...”

หญิงสาวเอ่ยตอบเสียบแผ่วเบา พลางเสหยิบแก้วนมขึ้นดื่มเพื่อที่จะไม่ต้องสบสายตาคมเข้มที่มองมาที่เธออย่างอ่อนโยนนั้น ...

เอกกุลลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นว่าหญิงสาวทานอะไรรองท้องไปบ้างแล้ว ก่อนจะเดินไปหยิบยาจากกระเป๋าพลางหันมาถามหญิงสาวที่ยังคงนั่งจิบนมไปเรื่อยๆ

“คุณเก็บยาไว้ที่กระเป๋าไหนแคทเธอรีน”

“กระเป๋าใบสีฟ้าค่ะ ดิฉันใส่กล่องแยกเก็บเอาไว้”

เอกกุลค้นตามคำบอกของหญิงสาวสักพักก็หยิบกล่องใส่ยาเดินมาพลางจัดยาให้ตามหน้าฉลากที่หมอเขียนสั่งเอาไว้

“คุณขึ้นไปพักผ่อนข้างบนดีกว่า ส่วนข้าวของนี่ผมจะจัดการเอง”

เอกกุลเอ่ยขึ้นหลังจากหญิงสาวทานยาเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะเดินเข้าไปช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมาอุ้มไว้ด้วยสองแขนแข็งแรง

“ไหนคุณบอกว่าแขนคุณล้าไม่มีแรงอุ้มฉันไง”

“ตอนนี้มีแรงแล้ว...หรือคุณอยากเดินขึ้นไปเอง”

“ฉันนอนที่โซฟาตรงนี้ก็ได้ ถ้ามันจะทำให้คุณต้องลำบากอุ้มฉันเดินไปเดินมา”

น้ำเสียงของหญิงสาวราบเรียบ หากหัวคิ้วที่ขมวดนิดๆเหนือดวงตาคู่สีเทาคู่นั้นทำให้ชายหนุ่มอดอมยิ้มไม่ได้ พลางกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นก่อนจะอุ้มหญิงสาวเดินขึ้นไปยังห้องพักชั้นสอง

“ใครบอกว่าผมลำบาก สุภาพบุรุษอย่างผมยินดีรับใช้สุภาพสตรีเสมอครับ เลดี้แคทเธอรีน”

ชายหนุ่มเอ่ยพลางค่อยๆวางหญิงสาวลงบนเตียงนุ่ม ก่อนที่จะหันมาย้ำกับหญิงสาวอีกครั้ง

“ถ้าต้องการอะไรก็เรียกผมก็แล้วกัน ผมอยู่ห้องข้างๆคุณนี่แหละ เดี๋ยวผมลงไปเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้ คุณรอตรงนี้เดี๋ยวเดียว”

แคทเธอรีนพยักหน้าให้กับคำบอกเล่านั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินหายลงไปข้างล่าง แคทเธอรีนก็กัดฟันเขยกเดินเข้าห้องน้ำไปตอนนี้เธอเหนื่อยและอยากจะอาบน้ำให้สบายตัวบ้าง จึงคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำและผ้าเช็ดตัวที่มีพร้อมอยู่แล้วที่หน้าห้องน้ำเดินหายเข้าไป

ดังนั้นเมื่อเอกกุลขึ้นมาอีกครั้งชายหนุ่มจึงเห็นเพียงห้องที่ว่างเปล่าและเสียงน้ำจากฝักบัวไหลซ่าจากห้องน้ำ ชายหนุ่มวางกระเป๋าเสื้อผ้าของหญิงสาวอย่างเบามือ พลางหันไปหาโทรศัพท์มือถือที่หญิงสาวพกติดตัวมาวางอยู่บนเตียงนอนก่อนที่จะตัดสินใจเด็ดขาด

เอกกุลเดินหยิบมือถือยี่ห้อหรูเดินไปยังชั้นโถแก้วเลี้ยงปลาสวยงามที่ตั้งอยู่ในห้องก่อนที่จะจุ่มมันลงไป ....เมื่อตอนหัวค่ำเพราะแคทเธอรีนยังเสียใจจึงไม่ได้เอ่ยซักเรื่องการหาเรือมารับตนที่เกาะอีก หากถ้าพรุ่งนี้หญิงสาวเกิดจำได้ว่าเธอมีเบอร์กู้ภัยและโทรไปเรียกให้ส่งเรือมารับพวกเขา แผนทุกอย่างที่วางเอาไว้คงล่ม

“ผมขอโทษแคทเธอรีน แต่ทั้งหมดที่ผมทำก็เพื่อตัวคุณเอง”

ชายหนุ่มเอ่ยพลางหยิบโทรศัพท์ที่ดับไปแล้วขึ้นมาจากน้ำ ก่อนที่จะเอาผ้ามาเช็ดให้แห้งและนำไปวางไว้บนที่นอนดังเดิม เอกกุลยืนมองโทรศัพท์ก่อนจะหันไปทางห้องน้ำที่ยังคงปิดประตูเงียบไม่รับรู้เรื่องที่เกิดขึ้นภายนอก

“คุณต้องปลดปล่อยตัวเองจากทุกอย่างเสียทีนะแคทเธอรีน คุณจะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลังเหมือนอย่างวันนี้อีก”

  ...............................................................................

 

คุณนายจินตนานั่งรอผู้เป็นสามีที่กำลังแสกนสมองอยู่ด้านนอก ก่อนที่จะหันไปมองกวินวัธน์และปานดวงใจพลางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

“หนูปาน หนูกำลังจะบอกป้าว่าเรื่องทั้งหมดที่หนูกับคุณวินทำ ก็เพื่อดัดนิสัยแคทเธอรีนอย่างนั้นหรือ”

“ค่ะ ตอนแรกที่คุณเอกมาปรึกษาคุณวินกับปาน พวกเราก็คิดว่านิสัยแบบแคทเธอรีนน่าจะไม่ยอมเปลี่ยนความคิดอะไรง่ายๆ พวกเราก็เลยเลือกที่จะทำแบบนี้ แล้วก็ไม่ได้บอกคุณปีเตอร์ก่อนค่ะ”

 “แต่พวกคุณก็ไม่ควรทำรุนแรงหรือเอาชีวิตของใครมาล้อเล่นแบบนี้นะคะคุณวิน หนูปาน ปีเตอร์เองอายุก็ไม่น้อยแล้วถ้าหากมันเกิดผิดพลาดแล้วเขาบาดเจ็บหนักขึ้นมาพวกคุณจะรับผิดชอบไหวอย่างนั้นหรือ”

ปานดวงใจทรุดลงนั่งกับพื้นก่อนจะก้มลงกราบที่ตักของผู้ที่เคยมีพระคุณกับครอบครัวเธอ พลางเอ่ยอย่างสำนึกผิด

“ปานเสียใจจริงๆค่ะ ปานเองก็ไม่คิดว่าเรื่องมันจะรุนแรงบานปลายมาจนถึงขนาดนี้เหมือนกัน แต่ตอนนี้พวกเราคงทำได้ดีที่สุดก็แค่รอค่ะ...แล้วก็หวังว่าคุณเอกกุลจะเปลี่ยนใจของแคทเธอรีนไม่ให้ทำเรื่องร้ายๆกับครอบครัวของเธออีก”

“แต่อย่างน้อยพวกคุณก็น่าจะบอกเรื่องทั้งหมดกับผมก่อน เพราะที่ผมตกลงกับคุณเอกเอาไว้ก็คือ ผมกับแคทจะไปอยู่ที่เกาะนั่นด้วยกัน แล้วเราจะได้ปรับความเข้าใจกัน”

เสียงแหบห้าวของปีเตอร์ดังขึ้นหน้าห้องตรวจพร้อมกับกวาดสายตาที่มองมาอย่างไม่พอใจชัดเจนไปยังปานดวงใจและกวินวัธน์ หากชายหนุ่มรีบผุดลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับอีกฝ่ายพลางเอ่ยขึ้นอย่างไม่ยอมลงให้เช่นกัน

“หรือถ้าคุณอยากจะแตกหักกับเรา ผมก็ไม่ขัดข้องเหมือนกัน ผมเองก็อยากจะรู้ว่าหลุยส์จะว่ายังไงถ้ารู้ว่าหลานของตัวเองกำลังวางแผนเล่นงานลูกสาวของเขายังไงบ้าง ... ผมว่าหลุยส์คงปลื้มใจน่าดูที่หลานสาวตัวน้อยที่เขาเคยดูแลกลับมาแว้งกัดแองจี้แบบนี้!

“คุณกวินวัธน์!... คุณจะหมิ่นประมาทผมกับแคทเธอรีนมากเกินไปแล้วนะ”

“ถ้าคุณเลือกที่จะปกป้องลูกสาวของคุณ ผมก็มีสิทธิ์ที่จะปกป้องแองจี้หลานสาวของเราเหมือนกัน ผมยอมรับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันอาจจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้แคทเธอรีนจะไม่มีทางสำนึกได้ว่า สิ่งที่เธอกำลังทำอยู่มันผิดทั้งหมด...”

กวินวัธน์เอ่ยกับชายสูงวัยด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยวในขณะที่ปีเตอร์โกรธจนหน้าดำหน้าแดงจนคุณนายจินตนาต้องปราดเข้ามารั้งแขนผู้เป็นสามีเอาไว้

“ใจเย็นก่อนดีกว่าค่ะคุณ อย่างน้อยตอนนี้แคทเธอรีนก็น่าจะได้บทเรียนมากพอแล้ว  และถ้าเราออกจากโรงพยาบาลไปพักที่เกาะกับยัยแคท ลูกอาจจะยอมฟังคุณแล้วก็ดีต่อคุณมากขึ้นก็ได้นะคะ”

“ผมก็หวังว่าแผนของพวกคุณครั้งนี้จะได้ผล อย่างน้อยผมก็จะได้ไม่เจ็บใจที่จะต้องเจ็บตัวฟรี!”

นายปีเตอร์เอ่ยพลางเดินนำภรรยากลับไปยังห้องพักคนไข้ ในขณะที่กวินวัธน์มองหน้ากับภรรยาอย่างไม่สบายใจ เห็นทีโอกาสที่เขาจะเปิดให้กับเอกกุลได้อยู่ตามลำพังกับแคทเธอรีนคงจะหดสั้นลงอย่างแน่นอน

 

 

 แคทเธอรีนเลิกที่จะคิดแปลกใจเสียแล้วเมื่อเห็นร่างสูงๆของเอกกุลกำลังยืนรับลมอยู่นอกระเบียงในห้องของเธอ ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของเธอเสียจริง

หญิงสาวกระชับผ้าคลุมอาบน้ำให้แน่นก่อนที่จะก้าวออกมานอกห้องน้ำเพื่อมารื้อเสื้อผ้าที่ต้องการนำไปเปลี่ยน ครั้นเอกกุลได้ยินเสียงกุกกักจึงหันกลับมา หากชายหนุ่มได้แต่มองมาอย่างเป็นห่วงเมื่ออีกฝ่ายยังคงกัดฟันเดินกะเผลกอย่างไม่ถนัด หากเอกกุลยังคงยึดที่มั่นที่ระเบียงเอาไว้อย่างแน่นหนาไม่ยอมก้าวเข้ามาในห้องที่หญิงสาวกำลังง่วนหาเสื้อผ้าอยู่

แคทเธอรีนคว้าเสื้อผ้าชุดลำลองผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำอีกครั้งก่อนที่อีก 10 นาทีต่อมาหญิงสาวจะเดินออกมาด้วยสภาพที่เรียบร้อยขึ้น เอกกุลจึงเดินกลับเข้ามาในห้องพลางเอ่ยกับหญิงสาวเสียงทุ้ม

“คุณอยากทานอะไรหรือเปล่า ผมไปสำรวจครัวกับตู้เย็นมาแล้ว คนงานเขาซื้อของมาตุนไว้ให้พวกเราพอสมควร ถ้าคุณหิวผมจะลงไปทำอะไรง่ายๆมาทานกัน”

แคทเธอรีนมองชายหนุ่มที่ก้าวเข้ามาหาเธอพร้อมๆกับร่างกายที่เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เรียบร้อยดีแล้วอย่างไม่หลบสายตาคมเข้มที่กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนกว่าเดิม ก่อนที่หญิงสาวจะตัดสินใจปฏิเสธไปพลางบอกในสิ่งที่เธอต้องการจริงๆ

“ตอนนี้ฉันไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น ฉันอยากรู้อาการของพ่อมากกว่าค่ะ เราจะต้องรอเรือมารับเรากี่วันกันคะ คุณไม่มีเรือสำรองเลยหรือคะคุณเอก หรือจะโทรไปขอความช่วยเหลือให้ใครมาช่วยเราให้เร็วขึ้นได้ไหมคะ”

เอกกุลจ้องใบหน้าเรียวที่บัดนี้ซีดเซียวลงจากความวิตกกังวลแล้วก็ได้แต่ทอดถอนใจ พลางเอ่ยกับหญิงสาวกึ่งปลอบโยนและกึ่งเอ่ยให้เธอได้รับรู้ถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ปรกติที่เกาะนี้จะมีเรือจากคนงานบนฝั่งแวะเข้ามาดูแลบ้านให้ผมสัปดาห์ละครั้ง แต่ว่าวันนี้พวกเราเพิ่งมาพักและเป็นผมเองที่สั่งพวกเขาไว้ว่าผมต้องการพักผ่อนส่วนตัว ดังนั้นเราอาจจะต้องรออยู่ที่เกาะนี้สักอาทิตย์หนึ่ง”

“ฉันจะทนรออยู่เฉยๆที่เกาะนี้ได้ยังไงคะ อาการของพ่อฉันเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ แต่เกิดเรื่องราวอุบัติเหตุขนาดนี้ คนของคุณจะไม่รู้เรื่องเลยหรือคะคุณเอก”

แคทเธอรีนบ่นขึ้นอย่างหัวเสีย หากเอกกุลนั้นสะดุ้งในใจอย่างคนที่แอบมีชนักปักหลัง ก่อนจะรีบเอ่ยตอบหญิงสาวเสียงเครียด

“คงไม่มีใครได้บอก เสียดายมีแต่คุณจินตนาที่ตามคุณปีเตอร์ไป ไม่อย่างนั้นผมคงทำอะไรได้มากกว่านี้”

เอกกุลมองหญิงสาวที่นิ่งไปอย่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองแล้วก็ตัดสินใจทรุดนั่งลงข้างๆ พลางเอื้อมมือไปแตะปลายคางอีกฝ่ายให้หันมาสบตากับเขาอย่างเปิดเผย

“แคทเธอรีน ... พ่อคุณจะต้องไม่เป็นอะไร อย่างน้อยผมก็เชื่ออย่างนั้น คุณจะต้องได้เจอพ่อของคุณ มีโอกาสได้อยู่กับพ่อของคุณอีกครั้งแน่ๆแคท”

“ฉันจะมีโอกาสนั้นจริงๆใช่ไหมคะคุณเอก ฉันยังจะมีโอกาสได้อยู่กับพ่อจริงๆใช่ไหม”

หญิงสาวเอ่ยถามเสียงสั่น น้ำตาร่วงพรู จนชายหนุ่มแตะไล้นิ้วมือเช็ดให้อย่างแผ่วเบาพลางเอ่ยกระซิบเสียงอ่อนหวาน

“ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับคุณนะแคท ที่ผ่านมาคุณเอาแต่ทิฐิ และไม่ยอมมองเห็นความรักของคนที่รักคุณเลย ไม่ว่าจะของคุณพ่อของคุณ หรือแม้แต่กระทั่งตัวผมเอง”

“ฉันไม่ใช่ว่าจะไม่เห็น ...”

“แต่คุณแค่เลือกที่จะไม่แยแส และสลัดทิ้งความรักของผมแล้วก็ของพ่อคุณไป ใช่มั้ยแคทเธอรีน”

เอกกุลเอ่ยถามขึ้นพลางจ้องลึกไปยังดวงตาคู่สีเทาที่บัดนี้สั่นไหวไปด้วยแรงอารมณ์สะเทือนใจ ชายหนุ่มแตะประคองสองแก้มนวลของหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะก้มลงไปจุมพิตที่ริมฝีปากแบบบางนั้นอย่างอ่อนโยนราวกับผีเสื้อที่โบยบินมาปลอบประโลมใจอีกฝ่าย

“ให้โอกาสตัวเอง ให้โอกาสคุณพ่อของคุณ แล้วก็ให้โอกาสผม...ได้ไหมแคทเธอรีน พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะนะ”

สัมผัสที่นุ่มนวลนั้นทำให้หัวใจของหญิงสาวยิ่งอ่อนแอ ดวงตาสีนิลที่แสดงออกถึงความรู้สึกที่ลึกล้ำทำให้แคทเธอรีนที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจพยักหน้า ก่อนจะโผเข้าหาอ้อมกอดที่อบอุ่นที่อ้าแขนรอรับเธออยู่เสมอ

 

..........................................................................

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น