น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 14 : แผนที่ล้มเลิกไม่ได้ (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 : แผนที่ล้มเลิกไม่ได้ (2/2)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 606

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2560 20:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 : แผนที่ล้มเลิกไม่ได้ (2/2)
แบบอักษร

เอกกุลกลับมานอนครุ่นคิดถึงสิ่งที่เขาได้หลุดปากลั่นวาจาเอาไว้กับปีเตอร์ว่าจะช่วยอีกฝ่ายเปลี่ยนทัศนคติและความเข้าใจผิดๆระหว่างพ่อลูกแล้วก็ถอนหายใจ ความเชื่อผิดๆที่แคทเธอรีนเคยฝังใจมาตลอดจะแก้ไขอย่างไรได้ เขาไม่เข้าใจปีเตอร์จริงๆ

ชายหนุ่มถอนหายใจอย่างหนักใจ ในขณะที่อดเมียงมองไปยังบ้านหลังเล็กที่ปลูกไว้เยื้องๆกันไม่ได้ ...คนขาเจ็บป่านนี้จะเดินขึ้นห้องอย่างไรก็ไม่รู้

รู้อย่างนี้น่าจะอุ้มขึ้นไปส่งที่ห้องนอนก่อน ...ลืมคิดไปเสียได้

เอกกุลพึมพำกับตัวเองอย่างเป็นห่วง พลางอดนึกถึงใบหน้าที่มักจะเชิดขึ้นอยู่เสมอในยามที่หญิงสาวคนนั้นดื้อรั้นและเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นใหญ่

ชายหนุ่มถอนหายใจอีกเฮือกเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนี้แล้วก็ได้แต่กังวล ก่อนที่จะตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดหมายเลขที่เขาจำได้ขึ้นใจ

“ปาน...พรุ่งนี้คุณไปทำงานกับคุณวินหรือเปล่า”

เอกกุลเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินสัญญาณกดรับสาย หากเสียงห้าวๆที่เอ่ยตอบกลับมาทำให้ชายหนุ่มชะงักไปอย่างคาดไม่ถึง

“ปานเขาก็ไปทำงานกับผมทุกวันนั่นแหละคุณเอกกุล เราไม่ได้พบกันนานแล้ว แต่ไม่คิดว่าคุณจะยังติดต่อกับภรรยาของผมอยู่”

“ผมกับปานเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ เหมือนกับที่ผมกับคุณเคยเป็นมิตรที่ดีต่อกัน”

“แล้วเพื่อนเขาโทรหาเพื่อนตอนค่ำๆมืดๆแบบนี้ด้วยหรือยังไงกันคุณเอกกุล”

เสียงปลายสายเริ่มหงุดหงิด ทำให้เอกกุลต้องตัดสินใจ...ในเมื่อเขาตั้งใจจะโทรมาขอความช่วยเหลือจากกวินวัธน์อยู่แล้ว คงไม่ต้องลำบากปานดวงใจให้ไปขอร้องออกหน้าแทนให้เสียเวลาแล้ว ขอมันแบบโต้งๆโจ่งแจ้งนี่แหละ

“ผมมีเรื่องที่จะขอความช่วยเหลือจากคุณ เกี่ยวกับแองจี้ และครอบครัวโอลเชสเตอร์ น้องเขยของคุณน่ะคุณกวินวัธน์”

“แล้วคุณจะให้ผมช่วยเรื่องอะไรไม่ทราบ”

“ผมกับคุณปีเตอร์ต้องการความช่วยเหลือบางอย่างจากคุณ และคิดว่าถ้าเป็นคุณวินน่าจะดีที่สุด”

“ฟังดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดีสักเท่าไหร่นะ”

หากเสียงห้าวๆนั้นยังคงเอ่ยตอบกลับมาอย่างยียวน หากเอกกุลยังคงรักษาระดับน้ำเสียงเอาไว้ได้อย่างนุ่มนวล

“ผมกับคุณปีเตอร์จำเป็นจะต้องไปพักผ่อนที่ติดต่อคนนอกไม่ได้สักระยะ ผมเกรงว่าทางนี้จะมีเรื่องยุ่งๆขึ้น โดยเฉพาะเกี่ยวกับแองจี้ เธอกำลังถูกคนปองร้าย”

เอกกุลตัดสินใจเล่าเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้อีกฝ่ายฟัง เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้ทำให้ชายหนุ่มไม่ไว้ใจแคทเธอรีนและคนรอบๆตัวเธอ หญิงสาวไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะทำร้ายน้องสาวของตน โชคดีแค่ไหนที่วันนี้เขาช่วยแองจี้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นแล้วคงเป็นเรื่องใหญ่แน่

“เรื่องแองจี้คุณไม่ต้องห่วง ผมกับปานจะดูแลแกเอง” 

กวินวัธน์รับปากเสียงหนักแน่นพลางเอ่ยเสริมขึ้นอย่างอดไม่ได้

“อ้อ แล้วอย่าหาว่าผมสอนเลยนะ แต่คนแบบแฟนคุณเนี่ย ถ้าอยากจะดัดนิสัยก็ง่ายนิดเดียวคุณเอก...ต้องจัดหนักไปเลย!”

“แคทเธอรีนไม่ใช่แฟนผมสักหน่อย ...แล้วแต่ละแผนของคุณน่ะ ดีแต่จะทำให้วุ่นวายเพิ่มขึ้นนะคุณวิน”

เอกกุลเอ่ยขึ้นพลางถอนหายใจอย่างระอา หากกวินวัธน์ยังคงเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์พลางเอ่ยกับคนต้นสายด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหรรษา

“อ้อ ก็เห็นคุณออกตัวออกหน้าแทนเธอ บอกตามตรงนะ เรื่องนี้ถ้าหลุยส์มันรู้ว่าแคทเธอรีนทำอะไรกับลูกมันไว้บ้าง คราวนี้ต่อให้คุณอยากจะดัดนิสัยแก้ไขคนของคุณยังไงก็แก้ไม่ได้อีกแล้วนะคุณเอก”

เอกกุลนิ่วหน้าพลางอดขมวดคิ้วไม่ได้ เมื่อได้ฟังในสิ่งที่ปลายสายเอ่ยขึ้น

“ถ้าแองจี้ได้รับอันตรายอีกแค่ครั้งเดียว ผมกับปานก็คงต้องบอกหลุยส์ไปตรงๆ ว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเขาทางนี้”

 “ผมจะลองทำอย่างที่คุณว่าดูครับคุณวิน ....”

เอกกุลรับปากอีกฝ่ายเบาๆ หากในใจนั้นตัดสินใจแน่วแน่ ...ในเมื่อเขารู้ว่าแผลในใจของเธอคืออะไร เขาก็ควรจะเป็นคนรักษามันเอง

.........................................................................................

 

วันต่อมา   แอนโธนี่จัดการส่งคลิปที่ตัดต่อเรียบร้อยแล้วโดยตัดต่อในช่วงที่โทมัสเดินลงไปที่ลานจอดรถกับจีน่าและตัดต่อคลิปฉาวที่กำลังระเริงรักกับจีน่าไปให้แคทเธอรีนดู  หญิงสาวเหยียดยิ้มมุมปากอย่างพอใจก่อนที่จะจัดการถ่ายข้อมูลไฟล์ส่งเข้าอีเมล์และส่งต่อไปทันที

“ถึงเวลาตกจากสวรรค์แล้วโทมัส...!”

แคทเธอรีนเอ่ยขึ้นพลางกัดฟันเดินเขยกๆจะไปที่ประตูเพื่อออกไปข้างนอก หากแล้วยังไม่ทันที่หญิงสาวจะทันได้ไปไหน ประตูห้องนอนของเธอก็เปิดออกพร้อมๆกับร่างสูงของเอกกุลยืนขวางอยู่เต็มประตู

ชายหนุ่มอดขมวดคิ้วไม่ได้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเขยกเกะกะไปทั่วบ้านทั้งๆที่หมอก็สั่งเอาไว้ชัดเจนว่าไม่ควรจะใช้งานข้อเท้าหนักเกินไป เอกกุลเดินตรงเข้ามาพลางไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆทั้งสิ้น ชายหนุ่มรวบชายกระโปรงเดรสสีโอลโรสของเธอเอาไว้ก่อนที่จะช้อนตัวหญิงสาวอุ้มขึ้นแนบอกแข็งแกร่ง

“คุณเอก!...ปล่อยฉันลง ฉันเดินเองได้” แคทเธอรีนเอ่ยขึ้นอย่างตกใจที่จู่ๆชายหนุ่มก็บุกมาที่ห้องเธอแต่เช้า ทั้งยังถือวิสาสะเข้ามาในห้องนอนของเธอโดยพละการอีกด้วย

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกดื้อแล้วหัดฟังคนอื่นบ้างนะแคทเธอรีน  ทั้งผมทั้งปีเตอร์หวังดีกับคุณทั้งนั้น แต่คุณก็ชอบที่จะรั้นตลอด แล้วนี่คิดจะเดินลงไปข้างล่างเองทั้งๆที่ขาเป็นแบบนี้ ประเดี๋ยวก็ได้คอหักเพิ่มจากข้อเท้าหรอก”

ชายหนุ่มเอ่ยดุเสียงเข้มอย่างเอาจริง ในขณะที่อุ้มหญิงสาวเดินลงไปข้างล่าง นางจินตนากำลังจะเดินขึ้นมาตามทั้งคู่ให้ลงมาร่วมโต๊ะทานอาหารเช้าด้วยกัน หากพอเห็นคิ้วขมวดของเอกกุลและใบหน้าที่บูดบึ้งของแคทเธอรีนแล้ว หญิงสูงวัยจึงเพียงแต่ยิ้มให้ก่อนจะเดินนำลงไปที่ห้องครัว

“ผมให้เด็กไปหาซื้อเสื้อผ้ามาให้คุณเรียบร้อยแล้ว ทานข้าวเช้ากันแล้วเราจะได้ออกเดินทางเลย”

เอกกุลเอ่ยขึ้นในขณะที่ค่อยๆวางหญิงสาวลงกับเก้าอี้ในห้องทานอาหาร หากแคทเธอรีนไม่ยอมตอบรับ หญิงสาวหันไปหาเอกกุลและเอ่ยอย่างชัดเจน

“ฉันต้องไปทำโครงการวิลล่าต่อ ไม่ว่างมาพักหรอกนะคะ”

“ไม่ได้ ...คุณจะไปทำงานยังไง ถ้าขืนคุณไปเดี๋ยวก็ไปเดินวุ่นวายจนจะเจ็บตัวหนักกว่าเดิม อย่าให้คนที่เป็นห่วงคุณเขาต้องเป็นกังวลใจเลย”

ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางพยักเพยิดไปทางนายปีเตอร์และคุณนายจินตนา ทั้งๆที่ใจจริงแล้วตัวเขาเองก็กังวลเกี่ยวกับหญิงสาวจนต้องยอมเสียงานเสียการเพื่อมาร่วมขบวนการดัดนิสัยของหญิงสาว

“แต่ฉันมีงานด่วนที่ต้องทำ แล้วไหนจะเรื่องงานแถลงข่าว งานสร้างห้องตัวอย่าง มันกระชั้นเข้ามาทุกทีแล้วนะคะ”

แคทเธอรีนเอ่ยแย้งขึ้นเสียงเขียว ...วันนี้แอนโธนี่จัดการไปเรียบร้อยในขั้นต้นแล้ว ที่เหลือเธอต้องรีบจัดการโทมัสให้เร็วที่สุด จะมามัวนั่งเฉยๆอยู่กับบ้านก็เสียแผนกันพอดี

“พ่อสั่งคนงานให้เตรียมงานไว้พร้อมแล้วนะแคทเธอรีน พ่อรับรองว่างานทุกอย่างจะเสร็จทันกำหนดอย่างแน่นอน”

นายปีเตอร์เอ่ยตัดบทอย่างเด็ดขาดก่อนที่จะหันไปสบตากับเอกกุลอย่างรู้กัน ทิ้งให้แคทเธอรีนเม้มปากแน่นอย่างไม่พอใจ ...ก่อนที่จะเลิกสนใจทุกคนเหมือนกัน ... หากต่างฝ่ายต่างกำลังครุ่นคิดถึงเรื่องในใจของตนพร้อมๆกับสิ่งที่ตัวเองจะต้องทำโดยที่ต่างก็รู้ตัวเองดีว่า ... สิ่งที่ตัวเองต้องทำในวันนี้ล้มเลิกไม่ได้!

 

................................

 

เอกกุลอาสาเป็นพลขับให้ทั้งสามคนเองเนื่องจากเขาเป็นคนที่รู้เส้นทางและเป็นเจ้าของเกาะย่อมชำนาญทางมากกว่า และใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ไม่กี่ชั่วโมง ทั้งสี่ชีวิตก็มาถึงท่าเรือที่จะนั่งออกไปยังเกาะเอก ที่ตั้งอยู่เกือบสุดอ่าวไทยติดน่านน้ำของกัมพูชา

“ระวังนะครับ”  เอกกุลหันไปบอกสองสามีภรรยาในขณะที่ตัวเองอุ้มร่างเพรียวของหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะส่งให้กับนายปีเตอร์ที่ขึ้นไปยืนอย่างมั่นคงบนเรือแล้ว ก่อนที่ตัวเองจะกระโดดขึ้นเรือตามไปติดๆ

แสงตะวันสีส้มที่อ่อนแสงลงในยามเย็นทำให้บรรยากาศระหว่างที่เรือแล่นออกจากท่ายิ่งสวยงามเกินบรรยาย แคทเธอรีนอดเหลียวมองไปรอบๆเพื่อเก็บภาพความสวยงามของท้องทะเลในฝั่งอ่าวไทยเอาไว้ พลางสูดหายใจอย่างเต็มปอด หญิงสาวไม่ได้เงยหน้าทอดสายตามองท้องฟ้าสดใสและน้ำทะเลสีครามที่กว้างสุดลูกหูลูกตามานานเท่าไหร่แล้วก็ยากที่จะจดจำ เพราะในชีวิตที่ถูกเคี่ยวกรำอย่างหนักจากนางเทเรซ่าผู้เป็นมารดานั้น ทำให้เธอแทบจะไม่ได้เงยหน้าจากกองหนังสือและการทำงานธุรกิจที่แสนจะเคร่งเครียดมาตลอดหลายปีนี้

เอกกุลหันมามองสีหน้าที่ผ่อนคลายลงของหญิงสาวแล้วก็อมยิ้มอย่างชอบใจ แม้ว่าแคทเธอรีนจะไม่ยิ้มหรือหัวเราะอย่างสดใสตามที่ควรจะเป็นในวัยของเธอเมื่อได้มาพบเจอกับสิ่งที่ถูกใจเช่นนี้ แต่อย่างน้อยชายหนุ่มก็คิดว่า เขาคงจะมาถูกทางเมื่อได้เห็นดวงตาที่พราวระยับไปด้วยความพึงพอใจของหญิงสาวที่กำลังทอดมองเส้นขอบฟ้าบนผืนทะเลในยามอาทิตย์อัสดงเช่นนี้

บังกะโลหลังเล็กๆที่ตั้งอยู่โดดเด่นบนหน้าผาเมื่อเรือที่ทั้งสี่คนอาศัยมาจอดทอดสมอยังเกาะจุดหมายปลายทาง เอกกุลกระโดดลงจากเรือพลางหันมาอุ้มหญิงสาวไปยืนบนหาดทรายสีขาวสะอาดตา ก่อนที่จะหันไปรับคุณนายจินตนาที่กำลังปีนลงจากเรือเช่นกันก่อนที่ชายหนุ่มจะอุ้มหญิงสูงวัยมายืนใกล้ๆกับผู้เป็นลูกเลี้ยง

หากยังไม่ทันที่เอกกุลจะกลับไปช่วยปีเตอร์ขนของ จู่ๆท้ายเรือก็ระเบิด ..ตู้ม!! ดังสนั่น ...พร้อมๆกับที่ร่างของนายปีเตอร์ถูกแรงระเบิดอัดกระแทกจนตกลงทะเลไป!

“พ่อ!”/ “ปีเตอร์!

...................................................................................

 

แคทเธอรีนเห็นภาพข้างหน้าเป็นขาวดำไปหมดสมองหญิงสาวขาวโพลนเมื่อเห็นว่าเรือที่พวกตนนั่งมาเมื่อครู่ถูกแรงระเบิดจนเกิดเขม่าควันฟุ้งไปหมด เสียงกรีดร้องของคุณนายจินตนาทำให้หญิงสาวหันไปมองแล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อเห็นหญิงสูงวัยถลาไปพร้อมๆกับเอกกุลเพื่อไปประคองร่างปีเตอร์ที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในทะเลขึ้นมา

...หายใจ...หายใจสิปีเตอร์....

เสียงที่ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาทของแคทเธอรีนทำให้หัวใจหญิงสาวบีบรัดแน่นจนเจ็บ เอกกุลกำลังพยายามช่วยปั๊มหัวใจร่างหนาของผู้เป็นบิดาของเธอจนหยาดเหงื่อนั้นกระเซ็นตามแรงกดที่หน้าอก โดยที่นางจินตนานั้นคอยก้มลงผายปอดเป็นระยะตามคำบอกของชายหนุ่ม

แคทเธอรีนเดินลากขาไปเข้าไปอย่างไร้เรี่ยวแรงอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้าของเธอดูจะไม่รู้สึกรู้สาอีกแล้ว หากเธอกำลังรู้สึกบาดเจ็บในช่วงอก...เธอเจ็บจนแทบจะหายใจไม่ออก

“พะ..พ่อ ...พ่อ!

“แคท...คุณเข้าไปในบ้าน ช่วยโทรเรียกหน่วยกู้ภัยทีเถอะ หรือถ้าคุณเอามือถือติดตัวมารีบโทรเดี๋ยวนี้เลย บอกให้เขาส่งหมอกับชุดกู้ภัยมาให้เร็วที่สุด”

เอกกุลเอ่ยสั่งเสียงห้วนในขณะที่มือยังไม่หยุดปั๊มหัวใจ หากแคทเธอรีนยังคงยืนตกตะลึงอยู่ ชายหนุ่มจึงตวาดใส่อีกครั้ง

“แคทเธอรีน! ผมบอกให้โทรเดี๋ยวนี้!

หญิงสาวควานลงไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดมือไม้สั่น

“ช่วยด้วยค่ะ ได้โปรด...ตอนนี้เรือของเราได้รับอุบัติเหตุ พ่อของฉันได้รับบาดเจ็บค่ะ ได้โปรดรีบมาช่วยเรา รีบมาช่วยพ่อของฉันด้วย”

เสียงหญิงสาวโทรขอความช่วยเหลือเสียงสั่น ในใจรู้สึกหวาดกลัวกับการสูญเสียเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ชีวิตเธอที่คิดว่าเธอขาดพ่อมาตลอด หากในวันนี้วันที่เธอกำลังจะสูญเสียมันไปจริงๆ สิ่งที่เคยขาดในอดีตนั้นเทียบกันไม่ได้เลยกับความรู้สึกในขณะนี้ของหญิงสาว

อาการแน่นิ่งของคนที่เธอคิดว่าไม่เคยใส่ใจมาตลอดสิบปีมานี้ กลับทำให้แคทเธอรีนแทบจะยืนทรงตัวไม่อยู่และยิ่งใจเสียเมื่อเห็นว่าคิ้วหนาของเอกกุลยังคงขมวดแน่นพลางหันไปมองทะเลเป็นระยะๆ และเพียงไม่นาน เสียงเรือก็แล่นเข้ามานั่นทำให้ชายหนุ่มค่อยคลายความเคร่งเครียดลงเมื่อมีหน่วยกู้ภัยเข้ามาจัดการแทนที่ตัวเขาพร้อมกับอุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ครบครัน

แคทเธอรีนเดินเขยกเข้ามาใกล้ในขณะที่หน่วยกู้ภัยพาตัวนายปีเตอร์ขึ้นเรือไป เอกกุลและนางจินตนาตามขึ้นเรือไปอย่างรวดเร็วหากเจ้าหน้าที่กู้ภัยหันมาทางคนทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม

“รบกวนลงไปคนหนึ่งครับ น้ำหนักเรือจะเกิน”

“ให้ดิฉันไปดูแลปีเตอร์เองค่ะคุณเอก นะคะดิฉันขอร้อง”

คุณนายจินตนาเอ่ยน้ำตาคลอ เอกกุลจึงยอมถอยก่อนจะเอ่ยขึ้นกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงลุแก่โทษ

“ผมเสียใจคุณจิน ผมไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันแบบนี้”

“ฝากดูแลคุณแคทด้วยนะคะคุณเอก”

คุณนายจินตนาเอ่ยพลางก้าวขึ้นเรือตามหน่วยกู้ภัยไป ทิ้งให้อีกสองคนได้ยืนมองเรือที่แล่นห่างออกไปอย่างห่วงใย หากไม่สามารถทำอะไรไปได้มากกว่าการรอ

เอกกุลหันมาหาหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอย่างขวัญหนีดีฝ่อแล้วก็เอื้อมมือมาโอบไหล่อีกฝ่ายเอาไว้อย่างปลอบประโลม พลางเอ่ยกับหญิงสาวเบาๆ

“เข้าไปพักข้างในบ้านก่อนเถอะคุณแคท คุณพอจะเดินไหวไหม แขนผมคงไม่มีแรงอุ้มคุณแล้วล่ะ”

แคทเธอรีนเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่ก้มมองลงมาอย่างเหนื่อยล้าแล้วก็พยักหน้าให้ ก่อนจะปล่อยให้อีกฝ่ายโอบประคองเดินเข้าบ้านไปอย่างช้าๆ โดยที่หญิงสาวไม่ได้เอะใจสงสัยเลยว่า ...ทำไมเรือกู้ภัยถึงมาที่เกาะนี้ได้อย่างรวดเร็วทั้งๆที่เธอเพิ่งวางโทรศัพท์ไปได้ไม่ถึง 5 นาที!

 

......................................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น