น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 : (2/2)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 516

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2560 15:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 : (2/2)
แบบอักษร

“วันนี้ผมคงต้องกลับไปเตรียมงานก่อน จะได้ส่งรายละเอียดเสนอราคาวัสดุก่อสร้างมาให้คุณโทมัสด้วย ...แคทเธอรีน ลูกควรจะไปกับพ่อนะ จะได้เช็คสเป็ควัสดุก่อสร้างแล้วก็ไปคุยกับพ่อเรื่องสร้างห้องตัวอย่างในงานแถลงข่าวให้บริษัทโอลเชสเตอร์ด้วยเลย พ่อกะว่าจะเข้าไปคุยกับคุณเอกกุลเรื่องวัสดุก่อสร้างที่จะใช้ด่วนในงานนี้ก่อนที่จะสั่งล็อตใหญ่ที่ส่งไปไซต์งาน”

นายปีเตอร์เอ่ยขึ้นในขณะที่เดินนำชายหนุ่มอีกสองคนออกมาจากห้องประชุม แคทเธอรีนเงยหน้ามองแอนโธนี่ที่ยักคิ้วมาให้เธอแล้วก็หันไปตอบบิดาก่อนจะชวนหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ

“ได้ค่ะ  ไปด้วยกันไหมแองจี้ โครงการก่อสร้างวิลล่าเป็นโครงการใหญ่นะ เธอได้รู้ขั้นตอนการเซ็นสัญญาประมูลงานแล้ว ต่อไปจะได้รู้ว่าก่อนที่จะเซ็นอนุมัติงบประมาณโครงการ เราต้องไปตรวจสเป็ควัสดุก่อสร้างที่บริษัทรับเหมาจะใช้ด้วย จะได้ไม่โดนผู้รับเหมาย้อมแมวเอาวัสดุไม่ได้มาตรฐานมาปะปนใช้ในโครงการไงจ๊ะ”

แคทเธอรีนเอ่ยกับหญิงสาวอีกคนในห้องอย่างเป็นการเป็นงาน ทำให้แองเจลิน่าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเพราะงานก็สำคัญจริงอย่างที่แคทเธอรีนว่า แม้ว่าใจจริงหญิงสาวอยากจะอยู่ทานข้าวกับโทมัสแต่ก็คงต้องตัดใจ พลางเอ่ยกับเอกกุลและแคทเธอรีนที่ยืนรอคำตอบด้วยเสียงอ่อยๆ

“ได้ค่ะแคท”

“ถ้ามีนัดกับคุณโทมัสก็ไม่เป็นไรนะแองจี้ ลุงไปกับแคทเธอรีนแค่สองคนได้”

ปีเตอร์เอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างใจดีเมื่อเห็นสายตาของทั้งคู่ที่มองสื่อถึงกัน หากแองเจลิน่าปฏิเสธหนักแน่น ถ้าเธอจะต้องมารับตำแหน่งทายาทผู้สืบทอดของโอลเชสเตอร์จริงๆ เธอก็ควรจะต้องมีความรับผิดชอบอย่างผู้ใหญ่

“ไม่เป็นไรค่ะคุณลุงปีเตอร์ แองจี้จะไปทำงานค่ะ โทมัสเขาเข้าใจอยู่แล้ว”

แองเจลิน่าเอ่ยพลางส่งสายตามุ่งมั่นไปยังแฟนหนุ่ม จนโทมัสได้แต่พยักหน้าให้อย่างจำนนต่อเหตุผล

“ถ้ามีอะไรด่วนก็โทรหาฉันนะแองจี้  แล้วก็ตั้งใจทำงานดีๆนะสาวน้อย อย่าให้เสียชื่อฉันล่ะ”

“แน่นอนค่ะทอม  แองจี้ก็เป็นโอลเชสเตอร์นะคะ จะปล่อยให้เสียชื่อครอบครัวได้ยังไงกัน จริงไหมคะลุงปีเตอร์”

หญิงสาวเอ่ยพลางขยับไปคล้องแขนยิ้มกว้างให้กับผู้เป็นลุง จนแคทเธอรีนปรายตามองแวบหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะหลุบตาลงเพื่อซ่อนแววตาที่ไม่พอใจเอาไว้ ....สายเลือดของโอลเชสเตอร์อย่างนั้นหรือ หรือว่าแองจี้เองคิดจะมาแทนที่ตำแหน่งเจ้าสาวของเธอจริงๆ   

“ผมจะไปส่งแองจี้ที่คอนโดของปานดวงใจเอง โทมัสไม่ต้องห่วง”

ปีเตอร์เอ่ยเสริมขึ้นพลางเดินนำสองสาวออกไป หากแคทเธอรีนยังคงยืนรีรออยู่ จนทั้งทุกคนแยกย้ายเดินห่างออกไปหญิงสาวจึงเอ่ยกระซิบกับเลขาหน้าห้องของโทมัสอย่างรวดเร็ว

“จีน่า ฉันมีงานด่วนให้เธอทำ ...พอฉันออกไปแล้วเธอไปหาแอนโธนี่บอกเขาว่าฉันให้เริ่มแผน 2 ได้เลย ให้เขาลงมือวันนี้!”

“แผนสองหรือคะคุณแคท ...” จีน่าเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างงุนงงที่จู่ๆก็มาบอกให้จัดการเรื่องราวอย่างกะทันหัน หากแคทเธอรีนยิ้มเย็น ก่อนจะเอ่ยย้ำอีกครั้ง

“ใช่ แผนสอง ฉันจะส่งข้อความไปบอกแอนโธนี่เองว่าเขาจะต้องทำยังไง บอกเขาว่าฉันรอแผนหนึ่งไม่ไหวแล้ว เธอรีบไปหาแอนโธนี่และจัดการเรื่องให้เร็วที่สุด”

“ค่ะคุณแคท ... จีน่าจะรีบไปจัดการให้คุณแคทเองค่ะ คุณแคทวางใจได้”

แม่เลขาสาวรีบรับปากพลางยิ้มหวานประจบ หากแคทเธอรีนจ้องมาที่อีกฝ่ายด้วยแววตาเยียบเย็น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดกับแม่สาวตรงหน้า

“แผนวันนี้จะต้องไม่มีคำว่าพลาด จำไว้จีน่า และฉันหวังว่าเธอจะยอมทำงานให้ฉันอย่างเต็มที่อย่างที่รับปากเอาไว้!”

.......................................................................................................

 

เอกกุลลุกขึ้นต้อนรับคณะของนายปีเตอร์ที่พาแคทเธอรีนและแองเจลิน่ามายังบริษัทของเขาอย่างกะทันหัน ก่อนที่จะหันมาเอ่ยกับดวงดาวเลขาที่รีบออกมาต้อนรับเมื่อเห็นว่าเจ้านายของตนพาใครเข้ามาในออฟฟิศบ้าง

“คุณดวงดาว เดี๋ยวคุณไปแจ้งคุณทิวาด้วยว่าผมจะพาคุณแคทเธอรีนและคุณแองจี้ไปชมในโรงงาน ส่วนคุณช่วยเตรียมเอกสารและทำใบเสนอราคาให้คุณปีเตอร์ด้วย”

ชายหนุ่มเอ่ยสั่งงานเสร็จก็หันมาทางบุรุษสูงวัยที่เดินมาทรุดนั่งพักที่โซฟาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำขึ้นจากอากาศที่ร้อนจัด

“คุณปีเตอร์นั่งรอเอกสารจากคุณดวงดาวอยู่ที่นี่ดีกว่าครับ สินค้าของผมคุณปีเตอร์คงเห็นมาจนเบื่อแล้ว จะมีก็แค่สองสาวนี้ที่ไม่เคยเห็น”

“ดีเหมือนกันครับ ผมเองแก่แล้วจะให้ไปเดินชมโรงงานร้อนๆตอนนี้คงไม่ไหว”

“คุณดวงดาวพาคุณปีเตอร์ไปยังห้องรับรองทีนะ ทางนี้เดี๋ยวผมจัดการเอง”

เอกกุลยิ้มรับกับคำตอบของบุรุษชราก่อนจะหันไปเอ่ยกับเลขาส่วนตัวของเขาที่เดินเข้ามาในห้อง ก่อนจะเดินนำนายปีเตอร์ไปยังห้องรับรองที่จัดเตรียมเอกสารเอาไว้แล้ว

ครั้นพอลับสายตาของนายปีเตอร์แล้ว เอกกุลก็หันมาทางสองสาวพลางถามแองเจลิน่าที่ยังตื่นเต้นกับการออกมาทำงานนอกสถานที่เป็นครั้งแรก

“ไงแองจี้ อยากนั่งพักก่อนไหม หรือจะไปดูสินค้าในโรงงานเลยดี”

“ไปเลยดีกว่าค่ะคุณลุงเอก แองจี้กำลังไฟแรงค่ะ”

“ไปก็ไป ...” เอกกุลเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะพลางหันมายิ้มให้เด็กสาวอย่างเอ็นดู และรอยยิ้มที่อ่อนโยนนั้นของชายหนุ่มกำลังไปเปิดบาดแผลบางอย่างในหัวใจของแคทเธอรีนอย่างจัง...อีกแล้ว เอกกุลก็เป็นอีกคนหนึ่งแล้วที่มอบความรักความเอื้อเอ็นดูให้กับเด็กสาวตรงหน้าเธอ

แคทเธอรีนไม่เข้าใจ ทำไมแองเจลิน่าถึงได้ทุกอย่างมาอย่างง่ายดายเหลือเกิน แม้กระทั่งรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นอ่อนโยนนั้นเด็กสาวก็ได้มันมาจากปีเตอร์และเอกกุลโดยที่ไม่ต้องทำอะไร

ทำไมทุกคนถึงมอบความรักให้แองจี้ได้อย่างไม่ต้องมีเงื่อนไข โดยที่หญิงสาวไม่ต้องเหนื่อยวิ่งไล่ไขว่คว้าเหมือนกับเธอ

“แคท...แคทเธอรีน..”

เอกกุลเอื้อมมือมาแตะแขนหญิงสาวเบาๆ หากแคทเธอรีนปัดออกอย่างแรง พลางจ้องหน้าชายหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“คุณเป็นอะไรแคทเธอรีน ผมไม่ได้จะล่วงเกินคุณ แต่แค่เห็นคุณยืนคิดอะไรหน้านิ่วคิ้วขมวดจนแองจี้เดินออกไปตั้งนานแล้ว และผมก็เรียกคุณหลายครั้งแล้วแต่คุณก็เหมือนไม่ได้ยิน”

“ไม่ต้องมาแกล้งทำเป็นดีกับฉัน ถ้าในเมื่อคุณไม่เคยคิดจะหวังดีกับฉันจริงๆ”

“แคทเธอรีน! .... หยุดพูดจาเหลวไหลได้แล้วนะ นี่คุณเป็นอะไรของคุณกัน ทำไมจู่ๆถึงมาพูดกับผมแบบนี้”

เอกกุลเอ่ยกับหญิงสาวเสียงเข้มพลางสบประสานสายตาสีเทาคู่นั้นอย่างไม่เข้าใจ จู่ๆแคทเธอรีนก็มีท่าทีที่แปลกไปจนเขาตามไม่ทัน โดยเฉพาะแววตาที่กราดเกรี้ยวและเจ็บปวดที่ส่งประกายออกมาจากดวงตาคู่สวยนั้นทำให้ชายหนุ่มใจหาย และต้องเดินเข้ามาหาอีกฝ่ายอย่างห่วงใย หากกลับได้รับการตอบกลับมาแบบที่เขาเองก็ไม่คาดคิด

“ผมไม่เคยไม่หวังดีกับคุณนะแคทเธอรีน และบางครั้งผมก็หวังดีกับคุณมากเกินไปจนกลายเป็นว่าผมกำลังช่วยเหลือให้คุณไปทำร้ายคนอื่นด้วยซ้ำ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ปล่อยฉันไปตามทางของฉันนั่นแหละดีแล้ว เพราะถ้าคุณมาขวางฉันเองก็ไม่คิดจะยอมอ่อนข้อให้เหมือนกัน”

“แคทเธอรีน!...”

คราวนี้เอกกุลเอ่ยปรามเสียงเข้ม หากหญิงสาวไม่สนใจพลางหันกลับเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มมองตามไปอย่างกังวล ... พลางสังหรณ์ใจอย่างประหลาดว่าแคทเธอรีนอาจจะไม่ยอมหยุดง่ายๆเสียแล้ว

...............................................................................................................

 

แองเจลิน่าเดินตามทิวา ผู้จัดการโรงงานของเอกกุลไปยังโกดังเก็บสินค้าของบริษัท พลางตั้งใจฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายอธิบายจนไม่ทันได้สังเกตว่าเอกกุลหรือแคทเธอรีนจะตามมาหรือไม่ หากทิวาที่เห็นเจ้านายตัวเองเดินหน้าเคร่งเครียดมาแต่ไกลก็หันกลับมาบอกกับเด็กสาวที่กำลังยืนอ่านรายละเอียดในเอกสารอย่างคร่ำเคร่ง

“คุณเอกกุลมาแล้ว ถ้าคุณแองเจลิน่าอยากสอบถามอะไรเพิ่มเติมก็เรียนถามเจ้านายได้เลยนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” เด็กสาวเอ่ยพลางเงยหน้าขึ้นยิ้มกับอีกฝ่ายอย่างสดใส จนทำให้บุรุษสูงวัยอดยิ้มตอบไม่ได้ก่อนจะเดินเลี่ยงไป และปล่อยให้เอกกุลมารับไม้ต่อ ชายหนุ่มหันมองไปรอบๆก่อนจะเอ่ยถามแองเจลิน่าอย่างแปลกใจ

“แคทเธอรีนละแองจี้ เขายังไม่มาที่นี่หรือไง”

“ค่ะ ...นี่แองจี้ก็มองหาอยู่เหมือนกัน แองจี้อ่านเอกสารคนเดียวตาลายหมดแล้ว ว่าจะปรึกษาแคทเขาอยู่เหมือนกันค่ะ”

เอกกุลยิ้มรับกับคำตอบของคนตรงหน้าหากสายตายังคงมองหาผู้หญิงคนที่เพิ่งปะทะคารมกับเขาเมื่อครู่ หากแล้วหางตาชายหนุ่มก็เห็นร่างระหงของอีกฝ่ายกำลังเดินตรงมาจากอีกฝั่งของชั้นวางของที่เขาและแองจี้ยืนอยู่ และยังไม่ทันที่เขาจะทันได้ชี้ให้แองเจลิน่าที่ตามหาพี่สาวอยู่ให้หันไปมอง เอกกุลก็ต้องชะงักไปกับรอยยิ้มที่เจ็บแค้นของอีกฝ่าย ก่อนที่กล่องเก็บบรรจุภัณฑ์แผ่นไม้ฝาแปรรูปจะถูกผลักให้หล่นลงมาจากชั้นวางเหนือระดับศีรษะ

“แองจี้ระวัง!...”

เอกกุลเอ่ยร้องอย่างตกใจพลางกระชากแขนอีกฝ่ายหลบกล่องไม้ฝาแปรรูปอัดแผ่นที่ร่วงลงมา พร้อมๆกับเสียงกรีดร้องอย่างตกใจ

“กรี๊ดดดดดด ....”

เอกกุลเอาตัวเองบังแองจี้เอาไว้ หากเสียงร้องที่ดังขึ้นนั้นไม่ได้มาจากร่างอันสั่นเทาอย่างตกใจของเด็กสาวในอ้อมแขน หากมันดังมาจากอีกฝั่งของชั้นวาง...แผ่นไม้ที่ร่วงหล่นลงมานั้นลื่นไหลหล่นลงทั้งสองฟากของชั้นวาง!

“แคทเธอรีน!....”

เอกกุลรีบผละจากแองเจลิน่าวิ่งอ้อมไปดูหญิงสาวที่ล้มทรุดท่ามกลางกล่องไม้ฝาที่ร่วงลงมา แคทเธอรีนกุมข้อเท้าเอาไว้พลางกัดฟันข่มความเจ็บปวด...เมื่อกี้เธอกระโดดหลบแล้วแต่ก็ยังไม่พ้นโดนกล่องไม้ร่วงทับขาจนได้!

 ชายหนุ่มวิ่งเข้ามาพลางทรุดนั่งลงข้างๆหญิงสาวที่ยังคงพยายามจะฝืนตัวขยับลุกขึ้น เอกกุลจึงหันไปสั่งอีกฝ่ายอย่างเฉียบขาด

“อยู่นิ่งๆแคทเธอรีน ...ผมจัดการเอง”

ชายหนุ่มยกกล่องไม้ที่ทับขาอีกฝ่ายออกก่อนจะแตะเบาๆตรงข้อเท้า หากอีกฝ่ายกลับหลุดปากร้องออกมาเบาๆ

“อย่าแตะ ...”

เอกกุลมองสบตาสีเทาที่จ้องมาที่เขาอย่างดื้อรั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะไม่ฟังเสียงคัดค้านห้ามปรามใดๆ เอกกุลช้อนตัวหญิงสาวขึ้นอุ้มก่อนจะหันไปบอกแองจี้ที่วิ่งตามมาทีหลัง

“แองจี้ไปบอกคุณปีเตอร์ที ผมจะพาแคทเธอรีนไปโรงพยาบาล”

“แองจี้ไปด้วยค่ะคุณลุงเอก คุณลุงพาแคทไปรอที่รถก่อนนะคะแองจี้วิ่งไปบอกคุณลุงปีเตอร์แล้วไปเอากระเป๋าแป๊บเดียวค่ะ”

“ขอบใจมาก ... ผมจะไปโรงพยาบาลก่อน แองจี้กับคุณปีเตอร์ค่อยตามไปก็แล้วกัน”

เอกกุลเอ่ยพลางกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นกันร่างระหงในอ้อมแขนตกก่อนจะอุ้มเดินออกไปที่รถของเขา ในขณะที่แองเจลิน่าวิ่งออกไปทันทีอย่างร้อนใจ เอกกุลจึงได้ทีหันมาหาคนในอ้อมแขน

“คุณรู้ตัวไหมแคทเธอรีนว่ากำลังทำอะไรอยู่”

เอกกุลกระซิบถามเสียงเครียดในขณะที่ยังคงอุ้มอีกฝ่ายเดินเร็วๆไปที่รถ พลางเหลือบสายตามองมายังใบหน้าเรียวที่ยังคงกัดฟันแน่นไม่ยอมปริปากใดๆออกมา

“เจ็บมากมั้ย ....” คราวนี้เสียงถามอ่อนลงเพราะความห่วงใยเมื่อเห็นว่าใบหน้าเรียวนั้นซีดขาวลงเพราะความเจ็บ

ชายหนุ่มค่อยๆวางหญิงสาวลงอย่างเบามือพลางเปิดประตูให้อีกฝ่าย ก่อนจะขยับมาช้อนตัวหญิงสาวอุ้มขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังรถ แคทเธอรีนเองก็เจ็บข้อเท้าจนเกินกว่าจะเล่นแง่ใดๆกับชายหนุ่มอีกจึงได้แต่นิ่งให้อีกฝ่ายโอบประคองแต่โดยดี หากก็ยังไม่ยอมตอบคำซักถามใดๆของเอกกุล 

ชายหนุ่มมองสภาพชุดสวยที่เลอะฝุ่นและเรียวขาที่บัดนี้เห็นร่องรอยอาการบาดเจ็บอย่างชัดเจนแล้วก็ได้แต่เอ่ยถามกับเจ้าตัวอย่างหงุดหงิด

“คุณรู้ไหม ที่เมืองไทยเขามีภาษิตที่ว่า ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว ผมหวังว่าการที่คุณเจ็บตัวครั้งนี้มันจะทำให้คุณได้เรียนรู้ประโยคนี้ของคนไทยเราบ้างนะแคทเธอรีน”

“สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากคนไทยก็คือ เขาแย่งชิงทุกอย่างที่ฉันรักไปยังไงล่ะ ทั้งพ่อของฉัน สมบัติของครอบครัวฉัน สิ่งที่ฉันได้เรียนรู้จากคนไทยมามากพอแล้วก็คือ ความสูญเสียไง แล้วนี่ฉันยังต้องมาเจ็บตัวเพราะแองจี้อีก”

“แคทเธอรีน! หยุดโทษคนอื่นเสียที คุณทำตัวของคุณเองทั้งนั้น และอุบัติเหตุที่ทำให้คุณต้องเจ็บตัวแบบนี้ ก็เพราะคุณต่างหากที่จะทำร้ายแองจี้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณกำลังโกหกตัวเองอยู่ตอนนี้”

เอกกุลตวาดใส่อีกฝ่ายเป็นครั้งแรกอย่างกรุ่นโกรธ หากแคทเธอรีนสะบัดหน้าหนีอีกฝ่ายอย่างดื้อรั้นเช่นกัน ชายหนุ่มจึงจับไหล่อีกฝ่ายพลางเบี่ยงให้หญิงสาวหันมามองเขา

“คุณฟังผมนะแคทเธอรีน สิ่งที่คุณกำลังทำเพื่อชดเชยในสิ่งที่คุณคิดว่าสูญเสีย ไม่ต่างอะไรจากการสร้างบาดแผลทำร้ายตัวเองให้เจ็บมากขึ้นกว่าเดิม คุณต้องหยุด...แล้วเริ่มต้นใหม่ตอนนี้ก็ยังไม่สาย”

“ฉันจะหยุดก็ต่อเมื่อฉันได้ในสิ่งที่เป็นของฉันคืนมาทั้งหมด แองจี้ไม่ควรเป็นเจ้าของในสิ่งที่เธอแย่งชิงคนอื่นมา”

แคทเธอรีนเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างอาฆาตจนชายหนุ่มผงะไป ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามขึ้นตรงๆ

“แม้ว่าโทมัสจะรักแองจี้อย่างนั้นหรือ”

“ความรักมันกินไม่ได้หรอกนะคุณเอกกุล  ฉันไม่เชื่อว่าพวกเขารักกัน เลือดต่างชาติที่ไม่ได้รับการยอมรับอย่างแองจี้ ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้เป็นเจ้าของอะไรในโอลเชสเตอร์ด้วยซ้ำ แต่เธอกลับจะผูกมัดโทมัสเพื่อหวังสมบัติ และที่ฉันยอมไม่ได้จริงๆก็คือ  ผู้หญิงคนที่จะมีสิทธิ์ขาดในโอลเชสเตอร์ในฐานะทายาทผู้สืบสกุลโอลเชสเตอร์คนต่อไปก็คือ ฉัน!  แองจี้จะต้องไม่ได้อะไรทั้งนั้น!

แคทเธอรีนพรั่งพรูความในใจที่อัดแน่นออกมาอย่างคั่งแค้นจนชายหนุ่มขบกรามแน่น ...ความคิดผิดๆที่ฝังหัวหญิงสาวอยู่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถใช้เหตุผลอะไรมาลบล้างได้อีกแล้ว และนั่นทำให้เอกกุลตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

“ผมว่าคุณควรจะหาที่พักผ่อนสงบสติอารมณ์ และปรับทัศนคติชีวิตเสียใหม่นะแคทเธอรีน”

เอกกุลเอ่ยเสียงเข้มในขณะที่ก้าวขึ้นประจำที่นั่งคนขับเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะหันไปเอ่ยกับคนที่นั่งเบาะหลังอย่างกึ่งปรามในขณะที่ออกรถมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

“นั่งดีๆล่ะ คุณอยู่นิ่งๆสักพักแล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง...”

 

...................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น