MurasakiHana

ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนนะค่ะ ยังไงก็ขอฝากผลงานไว้ด้วยค่า

ชื่อตอน : Cupid 14

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.4k

ความคิดเห็น : 123

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2560 17:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
Cupid 14
แบบอักษร

- 5 เดือนผ่านไป – (ไวเหมือนโกหก)

 

            หลังจากผ่านเหตุการณ์ลุ้นระทึกในชีวิตไปก็ผ่านมาได้ 5 เดือนแล้ว ทุกคนรอบตัวผมดูแลผมเป็นพิเศษ ทุกคนยังรักผมเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือความรักนั้นยังส่งมาถึงเจ้าตัวน้อยในท้องของผมด้วย ยิ่งใกล้คลอดเมื่อไหร่ดูเหมือนว่าคนรอบตัวผมจะตื่นเต้นกว่าผมซะอีก ผลการอัลตร้าซาวด์ของผมบอกว่าเจ้าตัวน้อยเป็นผู้ชาย ตอนนี้ทั้งป๊าแม่หรือแม้แต่เพื่อนของผมเองต่างเตรียมซื้อของไว้ต้อนรับลูกชายผมแล้ว

 

“น้ำ เราเอายาบำรุงมาให้เจ้าตัวน้อยจะได้แข็งแรง” พะแพงเป็นคนสุดท้ายที่ได้รู้เรื่องนี้ ตอนที่เธอรู้เธอทั้งตกใจและตื่นเต้น ความรู้สึกนี้ผมว่าทุกคนที่รู้เรื่องก็คงเป็นเหมือนกันหมด ใครจะคิดว่าผมจะท้องได้กันล่ะ

 

“ขอบคุณมากนะพะแพง เราว่าลูกเราต้องแข็งแรงมากๆเลยล่ะช่วงหลังๆมาดิ้นจนเจ็บท้องไปหมด”

 

“เราอยากเห็นหน้าหลานแล้วล่ะ” พะแพงพูดติดตลก

 

“อีกไม่นานก็จะได้เจอหน้ากันแล้วนะเจ้าตัวเล็ก” ผมลูบท้องผ่านชุดคลุมและเหมือนลูกจะรู้ก็เลยดิ้นเบาๆกลับมาให้

 

“น้ำแล้วได้คิดชื่อลูกหรือยัง คิดไว้ก่อนก็น่าจะดีนะเราว่า” ก็จริงอย่างที่พะแพงพูด จริงๆผมคิดๆไว้บ้างแล้วนะ แต่ก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่อยู่ดี

 

“เราคิดไว้บ้างเหมือนกันแต่คิดว่ายังไม่ใช่ ไว้ถ้าเจอชื่อที่ใช่เมื่อไหร่เราจะบอกนะ”

 

“เดี๋ยวเราไปข้างนอกกับพี่ไม้ก่อนนะแล้วจะซื้อขนมกลับมาฝาก จะขุนให้ปะป๊าคนเก่งอ้วนไปเลย” ผมตัดสินใจที่จะให้ลูเรียกผมว่าปะป๊า ซึ่งทุกคนก็ไม่ได้คัดค้านอะไรแถมยังบอกว่าน่ารักดีอีกด้วย

 

“เมื่อไหร่เราจะได้ยินข่าวดีของพะแพงบ้างนะ”

 

“รอไปก่อนเถอะ เราขอดูความประพฤติอีกนิด”

 

“อย่าปล่อยให้นานไปนะ เดี๋ยวคนรอเขาจะเฉาเสียก่อน” ผมอดแซวเพื่อนสาวคนสวยไม่ได้ก็เล่นปล่อยให้พี่ไม้รอนานขนาดนี้นี่

 

            ช่วงนี้ผมได้แต่อยู่บ้านนั่งๆนอนๆไม่ค่อยได้ทำอะไร อยากจะลุกขึ้นมาทำขนมทีแม่ก็ห้ามตลอดเลย เห็นว่าท้องใหญ่แล้วหรอกนะถึงได้ยอม ร้านของผมก็ได้แต่ฝากให้พี่เนยช่วยดูไปก่อนแต่พี่แกก็มักจะเอาบัญชีมาให้ผมตรวจอีกทีเสมอ ผมเลยไม่ค่อยเป็นห่วงเรื่องที่ร้านสักเท่าไหร่แถมยังมีลูกค้าประจำอย่างนาวาแล้วด้วย รายได้ไม่ค่อยหายไปไหนหรอกครับ รายนั้นชอบขนมซะจบไฟมันแทบอยากจะให้ผมปิดร้านด้วยซ้ำคิดแล้วก็ขำกว่าสองคนนั้นจะกล้าบอกกับผมว่าคบกับ เอาจริงๆก็เป็นนาวานั้นแหละที่ไม่ยอมให้บอกเรื่องนี้ใครๆก็มองออกว่าไหมครับ

 

ต่อตรงนี้

 

            ยิ่งใกล้วันคลอดเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากเท่านั้นการที่คนเป็นแม่จะได้เห็นหน้าลูกที่เราอุ้มท้องมาตลอดเก้าเดือนผมเข้าใจความรู้สึกของแม่เลยล่ะ หลายคนเริ่มถามผมเรื่องชื่ออของเจ้าตัวเล็ก ผมคิดไว้หลายชื่อแล้วติดที่ตรงยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ชื่อไหนดีเท่านั้นเอง วันนี้ผมพาเจ้าตัวเล็กมาตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาลเหมือนเช่นเคย พวกคุณหมอและพยาบาลมักจะเห็นผมจนชินแล้วแต่ยังมีอีกหลายคนที่มองผมแปลกๆ ซึ่งผมเองก็ไม่คิดว่าคนนพวกนั้นจะผิดอะไรที่มองผมแบบนั้นเชื่อผมสิว่าบางคนกำลังสงสัยด้วยซ้ำว่าผมเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

 

“สวัสดีค่ะน้องต้นน้ำ” พี่แอลคุณพยาบาลคนเก่งพ่วงด้วยตำแหน่งคุณแม่ลูกหนึ่งเอ่ยทักทายผมเมื่อผมเดินเข้ามาบริเวณแผนกสูติเวช

 

“สวัสดีครับ” ผมทักทายกลับไปตามปกติ ตอนแรกๆที่ผมมาบอกเลยว่าพี่แอลเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าผมท้อง ไปๆมาๆกลายเป็นว่าผมได้ที่ปรึกษาเรื่องเจ้าตัวเล็กซะเฉยๆงั้นแหละครับ

 

“น้องต้นน้ำพาเจ้าตัวเล็กมาตรวจใช่ไหมคะ เอาใบนัดมาเลยค่ะเดี่ยวพี่ไปทำเรื่องให้ส่วนคุณแม่นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ” ผมยื่นใบนัดตรวจให้พี่แอลไปก่อนจะนั่งรอตามที่พี่แกบอก 

 

“มาแล้วจ้า ไปหาคุณหมอกันเลย” ไม่นานนักพี่แอลก็กลับมาพร้อมกับพาผมไปพบคุณหมอ การตรวจก็เป็นเหมือนกับทุกครั้งไม่มีอะไรเพิ่มเติมจะมีก็ขนาดตัวของลูกชายผมนี้แหละ

 

“แข็งแรงดีทั้งคุณแม่และคุณลูกนะครับ คุณแม่ก็ทานอาหารให้ครบห้าหมู่เหมือนเดิมนะแล้วก็ถ้ามีอาการเจ็บหรือปวดท้องให้รีบมาหาหมอทันทีเลยนะครับมันเป็นสัญญาณว่าเจ้าตัวน้อยอยากจะออกมาเจอคุณแม่แล้ว” 

 

“ครับ”

 

“เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวเชิญรับยาด้านนอกเลยครับ”

 

            ผมออกมาจากห้องตรวจเพื่อไปรอรับยาและจ่ายเงินเหมือรทุกครั้ง จนเมื่อขั้นตอนต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมจึงโทรไปหาพี่ไม้เผื่อให้มารับผมรายนั้นพอส่งผมเสร็จก็มักจะไปหากาแฟดื่มรอผมเสมอ ระหว่างที่รอพี่ไม้อยู่นั้นก็มีคนมาสะกิดเรียกผม

 

“อาหมอสวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้ทักทายอาหมอ

 

“เป็นอย่างไรบ้างน้องน้ำ ใกล้คลอดแล้วใช่ไหม”

 

“ใช่ครับอาหมอ นี้ก็ใกล้คลอดเต็มทีแล้วครับ”

 

“อาดีใจนะที่น้องน้ำตัดสินใจที่จะดูแลเด็กคนนี้ น้องน้ำเด็กน้อยของอาหมอกลายเป็นแม่คนแล้วหรือนี่ เวลานี่มันผ่านไปเร็วจริงๆเลยนะ”

 

“ครับอาหมอ เร็วมาก” เวลามันเร็วจริงๆนั้นแหละครับ บางทีผมยังคิดว่าผมเป็นวัยรุ่นที่เพิ่งเรียนจบไปไม่นานเอง แต่ดูสิอีกไม่กี่วันผมก็จะคลอดเจ้าตัวเล็กแล้ว

 

“ไว้คลอดแล้วอาจะไปเยี่ยมนะ เดี๋ยวอาไปทำงานก่อน” ผมลาอาหมอก่อนที่พี่ไม้จะมาไม่นาน

 

            จริงๆพี่ไม้ตั้งใจจะพาผมกลับบ้านแต่ผมขอเข้าไปดูร้านเสียหน่อยเพราะตั้งแต่ที่ท้องมาไม่บ่อยหรอกครับที่ผมจะได้เข้าร้าน ไม่นานผมก็มาถึงร้านแน่นอนว่าผมไม่ได้บอกใครก่อนไม่อยย่านั้นเอะอะก็จะปิดร้าน แบบนั้นไม่ดีแน่ครับว่าไหมล่ะ ผมเดินเข้าร้านไปโดยที่พนักงานในร้านยังไม่รู้ว่าผมมา ดูท่าาวันนี้ลูกค้าจะเยอะจนไม่มีใครสังเกตเห็นผมจริงๆสินะ

 

“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้ารับอะไรดีคะ” ได้ยินแต่เสียงกล่าวทักทายลูกค้าของทุกคน ผมจึงแกล้งไปยืนเพื่อสั่งเครื่องดื่ม

 

“ขอนมปั่นแก้วนึงครับ” เหมือนพี่เนยจะเสียงผมได้นะ เงยหน้าซะไวเชียว

 

“อ้าวน้องน้ำ มาได้ยังไงคะ”

 

“พี่ไม้มาส่งครับ ตอนนี้ไปรับพะแพงอีกเดี๋ยวก็คงมาครับ วันนี้ดูคนเยอะนะพี่เนยมีอะไรให้ผมช่วยไหม” ผมตอบพี่เนยก่อนจะถามกลับไป

 

“หยุดความคิดนั้นเลยค่ะ ท้องโย้ขนาดนี้ยังคิดจะมาช่วยงานอีก” ว่าแล้วเชียวว่าจะต้องโดนบ่นแน่นอน เห้อตลอดเลยอะ

 

“น้องน้ำของพี่ปรินจะมาทำไมไม่บอกค่ะ พี่จะได้ปิดร้านรอไง” นี่ไงคนชอบปิดร้าน แบบนี้ต้องเอาเงินเดือนมาขู่ซะหน่อย ผมตีหน้าเศร้าแกล้งพี่ปรินบ้าง

 

“แบบนี้ผมคงต้องอยู่บ้านตลอดเลยนะสิถ้าพี่เล่นปิดร้านทุกครั้งที่ผมมาเนี้ย แล้วแบบนี้ผมจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าจ้างกันนะ สงสัยต้องลดเงินเดือนแน่ๆ”

 

“โอ๊ยย ลูกค่ะอย่าเอาเรื่องเงินๆทองๆมาเล่นสิค่ะแบบนั้นพี่ปริมคนสวยใจบ่ดีเลย”

 

“น้องมดไม่อยู่หรือครับ” ผมถามเพราะไม่เห็นเธอในร้าน ปกติเธอจะเป็นคนยกขนมกับเครื่องดื่มไปให้แขก

 

“วันนี้น้องมดมีเรียนเสริมค่ะ พี่เลยให้เข้าช่วงบ่ายแทน” พี่เนยตอบก่อนจะหันไปรับออเดอร์ลูกค้าต่อ

 

“พี่ปรินพี่เสิร์ฟทันหรือเปล่าคนเยอะนะวันนี้” ผมถามพี่ปรินพี่เดินกลับมาเอาออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งเพื่อไปเสิร์ฟ

 

“เอาจริงๆก็ไม่ค่อยทันหรอกค่ะ คนเยอะมากจริงๆวันนี้ถ้าน้องมดมาคงช่วยพี่ได้เยอะ” ว่าแล้วพี่ปรินก็เดินไปที่โต๊ะลูกค้าต่อ แบบนี้ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ

 

“พี่เนยผมว่าพี่ไปช่วยพี่ปรินเถอะ เดี๋ยวผมรับออเดอร์ให้เอง”

 

“ได้ไงน้องน้ำ แล้วท้องเราล่ะเกิดเดินชนนู้นนี้นั้นขึ้นมาจะทำไง”

 

“ผมไม่ชนอะไรหรอกครับ เดี๋ยวพี่ไม้พาพะแพงมาผมจะให้สองคนนั้นมาทำแทน นะครับพี่เนยดีกว่าให้ผมอยู่เฉยๆแบบนี้อะ เห็นร้านคนเยอะแล้วมันมีกำลังใจทำงาน”

 

“โอเคค่ะ เชิญคุณเจ้าของร้านมาทำหน้าที่รับออเดอร์แทนดิฉันหน่อยนะคะ” ผมอดขำกับท่าทางของพี่เนยไม่ได้

 

            ผมรับออเดอร์ไปเรื่อยๆพักใหญ่ๆพี่ไม้ก็กลับมาแน่นอนว่าคู่นี้ก็ไม่ยอมให้ผมทำอะไรเหมือนกัน ผมจึงให้สองคนนั้นมาทำแทนซะเลย ดูๆไปพี่ชายผมพอถอดสูทแล้วใส่ผ้ากันเปื้อนแบบนี้ก็ดูดีไปอีกแบบนะ แบบนี้ต้องถ่ายรูปไปให้แม่ดูซะหน่อยแล้ว พะแพงน่ารักสุดๆไปเลยไม่มีคู่ไหนจะเหมาะเท่าคู่นี้แล้วแหละ ผมส่งข้อความไปหานาวากับไปก่อนที่จะส่งรูปถ่ายของพี่ไม้กับพะแพงแนบลงไปด้วย เชื่อผมสิว่าไม่นานหรอสองคนนั้นได้มาร้านผมแน่

 

“เพื่อนรักเข้าร้านทำไมไม่บอกกันก่อน” นั้นไงมาไวสุดอะไรสุด

 

“บอกแล้วนี่ไง เห็นรูปที่ส่งไปป่ะ” ไฟพยักหน้ารับก่อนจะเป็นนาวาที่แสดงอาการออกนอกหน้า นิสัยเด็กน้อยจริงๆนั้นแหละ

 

“น่ารักอะมึง ชอบคู่นี้กูเชียร์ให้แต่งไวๆ”

 

“พะแพงบอกปล่อยให้พี่ไม้รอก่อนวะ ขอดูความประพฤติอีกหน่อย” ผมบอกในสิ่งที่รู้มาให้เพื่อนทั้งสองฟัง

 

“ใจร้ายวะ เป็นกูนะแต่งด้วยแล้ว ไม่แน่กูขอแต่งเองเลยเนี้ย”

 

“หึ แต่กว่าจะยอมให้บอกคนอื่นเรื่องเรานี่ลีลาอยู่นั้นแหละ” ไฟพูดเรื่องของตัวเองขึ้นมาบ้างดูท่าว่าจะน้อยใจวามันนิดๆนะเนี้ย

 

“ตะ…แต่กูก็ยอมบอกนะ พูดเองด้วยอะอย่าโกรธกูดิ” งานง้อผัวก็มาครับคู่นี้ผมก็เชียร์มาตั้งแต่ต้นนะ กว่าจะลงเอยกันได้ก็เล่นเอาคนเชียร์หวั่นใจไปหลายรอบอยู่

 

“บอกว่ายังไงครับนาวา” ไฟเอ็ดนาวาไม่ดังมากนักก่อนที่นาวาจะหน้าแดงนิดๆ สงสัยจังทำไมต้องหน้าแดงด้วย

 

“ทำไมอะไฟ มันทำไรผิดหรอ” ผมอดถามสิ่งที่สงสัยออกไปไม่ได้

 

“หึ รอวาตอบเองแล้วกันกูบอกมันไปกี่รอบก็ไม่เคยฟังบางทีกูว่าน่าจะเลิกขอมันเรื่องนี้สักที” เรื่องอะไรวะเนี้ยผมงงอะ มันร้ายแรงขนาดนั้นแลยหรอ

 

“คือ…คือวาขอโทษนะไฟ ก็วาติดพูดแบบนี้อะมันก็ต้องค่อยๆเปลี่ยนสิ” ผมว่าผมพอจะรู้ล่ะ ไฟนี้มันร้ายจริงๆเลยนะ

 

“มึงมันร้ายไอ้ไฟ กูนึกไม่ถึงเลยนะเรื่องนี้อะ”

 

“กูขอมันมานานแล้วเหอะ มีแต่มันไม่ยอมทำให้กูสักที”

 

“ทำไมกับน้ำพูดแบบนั้นได้อะ ทำไมกะ…วาจะพูดบ้างไม่ได้เราคุยแบบนั้นก็ได้หนิ” ยังไม่ยอมอีกนะนาวา

 

“น้ำเป็นอะไรกับเรา” คำถามอะไรของมันเนี่ยใครๆก็ตอบได้ป่ะ

 

“เป็นเพื่อนไง”

 

“แล้วเราเป็นอะไรกัน”

 

“ปะ…เป็นคนรัก” นาวาตอบเสียงเบาเชียวแต่ผมว่าผมได้ยินชัดเต็มสองหูเลยนะ ร้ายกว่านาวาก็ไฟนี้แหละ

 

“ใช่ แล้วจะให้พูดเหมือนกันได้ไงครับ”

 

“โอเควาผิดไปแล้วไฟไม่โกรธวาเนอะ” โหมดมันจะว่าง่ายก็ง่ายดีนี้ ต้องให้ไฟมันโกรธแต่ผมว่าจริงๆมันหาเรื่องแกล้งวามากกว่า

 

“ครับๆ จะกินอะไรไปเลือกสิ”

 

“เย่ รักไฟจัง ฟอดดดด”

 

“อือหือเดี๋ยวนี่มีหอมแก้มโชว์หรอมึงอะ” ผมแซวนาวาที่วิ่งไปสั่งขนมก่อนจะหันมาหาไฟแล้วดูมันทำยังมีหน้ามายักคิ้วให้อีกเนอะคนเรา บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้มผมดีใจจริงๆที่คนรอบๆตัวสามารถเยียวยาบาดแผลใจจิตใจของผมได้แม้ว่าบางครั้งผมยังคิดถึงมันอยู่บ้างก็ตาม

 

            ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วหลังจากที่ผมไปที่ร้าน แม่พูดเรื่องรูปที่ผมส่งให้ท่านดูไม่หยุดเลยแถมยังชอบมากจนเอาไปอัดเก็บไว้ดูอีกต่างหาก ท่าทางจะชอบมากจริงๆนะเนี้ยแถมอัดมาเผื่อพะแพงอีกต่างหาก รายนั้นไม่ต้องพูดถึงหูแดงหน้าแดงหมดแล้วเพราะแม่ไม่ได้อัดแค่รูปเดี่ยวของพี่ไม้มาอย่างเดียวยังเอารูปคู่มาอีกใบด้วย มิวายยังเสนอให้เอาร้านผมเป็นสถานที่ถ่ายรูปพรีเวดดิ้ง ไปหมดแล้วครับแม่ผม คิดแทนบ่าวสาวตลอด

 

“แม่พะแพงยังไม่ได้ตอบตกลงเลยนะว่าจะแต่งงานกับพี่ไม้อะ” ผมกระซิบบอกแม่ดูหน้าพะแพงสิ ไม่ใช่ว่าไม่พอใจหรอกนะแต่ดูแล้วน่าจะเขินมากกว่า

 

“อ้าวหรอ แม่ก็พูดไปซะเยอะเลยขอโทษนะหนูแพง”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ”

 

“ตาไม้ก็เหลือเกินแค่นี้ก็ทำไม่ได้ซะแล้ว แบบนี้จะไปทำอะไรได้” พาดพิงไปถึงพี่ไม้อีกแต่ผมว่าก็ดีนะช่วยกระตุ้นพะแพงไปในตัวด้วย

 

“คุณแม่อย่าว่าพี่ไม้เลยนะคะ เป็นหนูเองที่ไม่ยอมตอบรับคำขอของพี่ไม้ พี่ไม้ไม่ผิดเลยนะคะ”

 

“นี้แหละที่ต้องว่าไม้คงยังทำให้หนูเชื่อใจไม่ได้ใช่ไหมล่ะ หนูถึงยังไม่ตกลงแม่เข้าใจนะ” งานดราม่าก็มาเห็นแบบนี้แม่ผมเองก็ทำให้คนอื่นคิดมากได้เหมือนกันนะ

 

“คือหนูไม่ดะ…ได้”

 

“แม่ไม่ว่าหนูหรอกจ่ะถ้าจะคิดแบบนั้น แต่ก่อนไม่เขาก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ยังไงเดี๋ยวแม่ไปเตรียมอาหารเย็นก่อนดีกว่าอีกไม่นานพ่อลูกคงกลับมาแล้ว” แล้วแม่ก็เดินเข้าไปในครัว อยากจะบอกแม่ว่าทำดีมากเลยครับ

 

“น้ำเราจะทำยังไงดี คุณแม่คิดมากแบบนี้เพราะเรา”

 

“มันขึ้นอยู่กับพะแพงเองว่าพร้อมหรือยังถามความรู้สึกตัวเองดูนะ เราจะไปพูดกับแม่ให้เอง” ผมปล่อยให้พะแพงอยู่คนเดียวเพื่อให้คิดเรื่องนี้เอง ผมเดินเข้าไปหาแม่ในครัว

 

“เป็นไงบ้างหนูแพงเขาเป็นอย่างไรบ้าง”

 

“การแสดงของแม่นี้เยี่ยมยอดไปเลยครับ ดูท่าอีกไม่นานเราคงจะได้จัดงานใหญ่แล้วแหละแม่” ผมอยู่ช่วยแม่กับแม่บ้านในครัวเพราะอาหารบางอย่างผมได้กลิ่นก็จะไม่ทานอาจจะเพราะเจ้าตัวเล็กไม่ชอบก็ได้ ผมจึงคอยบอกตลอดว่าห้ามทำขึ้นโต๊ะซึ่งทุกคนก็เข้าใจเป็นอย่างดี ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงรถของป๊าและพี่ไม้ ผมที่กำลังจะออกไปรับเกิดเจ็บท้องขึ้นมามันไม่ได้เจ็บเหมือนทุกครั้งมันทั้งเจ็บทั้งปวดไปหมด

 

“โอ๊ยย เจ็บน้ำเจ็บ” ป๊ากับพี่ไม้ที่เพิ่งมาถึงรับวิ่งมาดูผมทันทีเช่นเดียวกับทุกคนที่รีบมาดูผม

 

“ไม้ไปเอารถออกต้องพาน้องไปโรงพยาบาล” เสียงป๊าดังมาก ณ ตอนนั้นแต่ผมเจ็บปวดไปหมดจนไม่อาจจะสนใจเสียงนั้น

 

“น้ำลูกทนก่อนนะ เดี๋ยวเราจะพาลูกไปโรงพยาบาล” ผมพยักหน้าให้แม่ ผมมองหน้าแม่และป๊าผ่านม่านน้ำตา พวกท่านอยู่ข้างผมเสมอ ผมได้ยินเสียงของทุกคนแต่ก็ไม่สามารถเอ่ยคำตอบออกไปได้ เพียงแต่ร้องเพราะเจ็บปวดไปหมดเท่านั้น

 

ลูกอดทนเป็นเพื่อนปะป๊าก่อนนะครับคนดี” ผมได้แต่บอกลูกในใจแบบนั้นเหมือนลูกจะรับรู้ได้ ความเจ็บปวดนั้นทุเลาลงแต่ยังคงมีอยู่

 

ขอบคุณครับ ต้นรัก

 

_____________________________

 

 มาแล้วค่าๆ ต้นรักของเราก็มาแล้วนะ

โอ๊ยยยยยย ดีใจเหมือนคลอดลูกเอง ( ของไรท์นี้ท้องทิพย์ ฮ่าๆๆ )

เชิญเสพกันต่อค่ะ ตอนหน้าคุณพ่อเลี้ยงจะโผล่มามีบทบาทบ้างแล้วจ้า

ป.ล.คำผิดอาจจะเยอะเพราะไรท์พิมพ์ในมือถือนะคะ ลองใช้เคสคีย์บอร์ดจีนด้วยเลยออกมาแบบนี้ ตอนนี้แก้คำผิดให้แล้วนะคะ

 

 

 

 

อย่าลืม

Comments

กดถูกใจ

กดติดตาม

เป็นกำลังใจให้เค้านะ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนค่า

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น