ทิกันตา

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 16 หัวใจสั่นไหว

ชื่อตอน : ตอนที่ 16 หัวใจสั่นไหว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2560 03:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16 หัวใจสั่นไหว
แบบอักษร

ตอนที่ 16

หัวใจสั่นไหว

 

              ร่างสูงเจ้าของใบหน้าคมเริ่มนั่งไม่เป็นสุขบนเก้าอี้สีขาวริมสระว่ายน้ำ เขายกข้อมือดูเข็มของนาฬิกายี่ห้อดังเป็นรอบที่ร้อยของวัน มันเริ่มทำเขากระวนกระวายใจอย่างหนักจนไม่เป็นอันคิดเรื่องอื่น นี่ก็เลยสองทุ่มมาห้าสิบห้านาทีแล้ว แต่เธอคนนั้นก็ยังไม่เผยใบหน้างามมาให้เขาได้ยลเสียที

            หรือว่าคำใบ้ที่ให้ไว้จะยากเกินไป เขาคิด พร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้ เพื่อหันไปมองยังลิฟต์อีกครั้ง แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆเตือนว่าลิฟต์ตัวนี้กำลังถูกเปิดออกเลยสักแอะ

            คุณไม่คิดถึงผมเหมือนที่ผมคิดถึงคุณเลยรึไง

            ไม่ว่าจะชำเลืองมองไปที่ลิฟต์นั้นสักกี่ครั้ง ก็ยังคงไร้วี่แววของเจ้าร่างบางที่เขาคิดถึง

            หรือว่ามีคนคบใหม่ไปแล้ว!!!’ ร่างสูงเกิดอาการเลือดขึ้นหน้าขึ้นมากะทันหัน เริ่มเดินเป็นหนูติดจั่นวนเวียนอยู่รอบสระ เขารีบยกโทรศัพท์มือถือต่อสายตรงลงไปยังส่วนต้อนรับของโรงแรมทันที

            “เธอมารึยัง!” เขาถามพนักงานด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ

            “เอ่อ ยังเลยค่ะคุณคณินทร์” เสียงเจื่อนๆของพนักงานต้อนรับที่ตอบกลับมา เป็นตัวแสดงว่าเธอกำลังกลัวเกรงน้ำเสียงน่าเกรงขามของผู้เป็นเจ้านายอย่างมาก

            “ถ้าเธอมาแล้ว รีบโทรหาผมทันที!” เขายังคงพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรน ปกติเขาไม่ค่อยเป็นแบบนี้ แต่พอเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเธอคนนั้นทีไร ก็จะเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ คำพูดคำจาอีกทั้งน้ำเสียงก็จะเปลี่ยนเป็นอีกอย่างทันที

            “ค่ะๆ”

            พอเขาวางสายจากพนักงานต้อนรับเสร็จ ก็เดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม ท่าทางที่แสดงออกตอนนี้ถ้าใครได้เห็นก็มิวายต้องหลีกหนีถอยห่าง เพราะโทสะที่เขามีมันเริ่มแสดงออกมาทางสีหน้าอย่างชัดเจนอย่างเก็บไว้ไม่อยู่

            ถ้าเธอมีคนอื่นจริง แล้วจะทำยังไงล่ะทีนี้ขณะที่คิดเขาก็เริ่มจินตนาการไปไกล ถ้าหากเห็นเธอไปอยู่กับคนอื่นจริง เขาคงต้องกลายเป็นบ้าแน่ๆ

            “ติ๊ง!

            ทันใดนั้นเองเสียงสวรรค์จากลิฟต์ก็ดังขึ้น เขารีบลุกขึ้นจากที่นั่ง พลางจ้องมองลิฟต์ตัวนั้นที่ค่อยๆเปิดออกมาอย่างใจจดใจจ่อ แต่อารมณ์ตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านเมื่อครู่ ก็ต้องมลายหายไปในพริบตาเมื่อเห็นหน้าของคนที่ไม่ได้ถูกรับเชิญ

            “คุณคณินทร์ครับ”

            “มีอะไร!” เสียงเขาฟังดูน่ากลัว เพราะตอนนี้อารมณ์โมโหเริ่มเข้ามายึดครองเสียแล้ว จนพนักงานชายคนนั้นถึงกับสะดุ้ง

            “เอ่อ คือผมจะเข้ามาถามว่าจะเก็บโต๊ะมั้ยน่ะครับ คือ..คือว่านี่ก็สามทุ่มแล้ว ตะ..แต่ยังไม่มีใครมา ผมก็..” พนักงานพูดอย่างกระอักกระอ่วนด้วยกลัวในอำนาจของเจ้านาย

            “รู้แล้วหน่า!! ถ้าจะเก็บเมื่อไหร่ก็จะโทรบอกเอง!! ไม่ต้องขึ้นมาอีกถ้าไม่ได้เรียก!!” เขาตอบกลับเสียงดังจนพนักงานคนนั้นหน้าซีด ต้องก้มหัวขอโทษเจ้านายเป็นการใหญ่ แล้วรีบวิ่งร้อนรนลงลิฟต์ไปทันที

            ร่างสูงก้าวยาวกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมอย่างกระแทกกระทั้น อารมณ์โมโหก็ชักจะเพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ เขานั่งหันหลังให้กับลิฟต์ตัวนั้นอย่างไม่ต้องการจะเห็นมันอีกให้ดีใจเก้อ สายตาคมก็เหลือบตาไปมองนาฬิกาอีกครั้ง เข็มสั้นของมันชี้บอกที่เลขเก้า ส่วนเข็มยาวอยู่ที่เลขหนึ่ง อย่างกับต้องการจะเยาะเย้ยเขาว่ายังไงเธอคนนั้นก็ไม่มีทางมา

เขาเริ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพ่นมันออกช้าๆ เพื่อสงบอารมณ์โกรธที่กำลังปะทุขึ้น สายตาคมก็มองไปที่สิ่งต่างๆซึ่งวางอยู่บนโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวนี้

สเต็กเนื้อราคาแพงสไตล์ยุโรปสองที่ที่กำลังเย็นชืด กับเทียนไขสีขาวเล่มใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเชิงเทียนกลางโต๊ะซึ่งยังไม่ถูกจุด เป็นตัวบ่งบอกได้ดีว่าสิ่งที่เขาจัดเตรียมมาในวันนี้มันล่มไม่เป็นท่า

            เขาเริ่มเอามือมาประสานเกาะกุมกันวางไว้บนโต๊ะ พลางก้มหน้าซบลงไปบนนั้นอย่างคนหมดแรง หมดสิ้นแล้วกับความพยายามที่สร้างมาตลอดหลายอาทิตย์

            นี่เรากำลังทำบ้าอะไรอยู่ว่ะเนี่ย  คิดแล้วก็สมเพชตัวเองชะมัด ที่เทียวไปเทียวมาคอยส่งดอกไม้ให้เธออยู่อย่างนั้น ทั้งๆที่คนรับไม่ได้ต้องการจะได้มันเลยสักนิด

            “ติ๊ง!

            เสียงลิฟต์จากด้านหลังดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับประตูที่ค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นร่างของใครบางคนที่กำลังมาถึง เสียงฝีเท้าดังเป็นจังหวะเข้าใกล้ตัวเขาเรื่อยๆ แต่เขาเหนื่อยอ่อนเต็มที จนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองว่าคนๆนั้นเป็นใคร

            “ก็บอกแล้วไง!! ว่าอย่ามาอีกถ้าไม่ได้เรียก!!” เสียงทรงอำนาจตะโกนไปหาอย่างเหลืออด เพราะคิดว่าเป็นพนักงานคนเดิม

            “ฉันเพิ่งมาถึงเองนะ จะไล่ฉันกลับแล้วหรอคะ..คุณคิน” เสียงใสของคนๆนั้นตอบกลับมาจากด้านหลังของเขา

ร่างสูงที่กำลังฟุบหน้าอยู่กับโต๊ะต้องเบิกตากว้าง แล้วเงยหน้าลุกขึ้นอย่างรีบเร่ง จนเก้าอี้ล้มกระเด็นไปไกล หัวใจของเขาเริ่มเต้นแรงอย่างกับจะทะลุออกนอกร่าง แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว รีบตวัดสายตามองไปยังเจ้าของเสียงใสๆนั่นทันที

“ฮึ ฮึ ฉันเคยบอกคุณไปแล้วนะคะว่าคุณจะรีบเร่งกับทุกเรื่องไม่ได้” ร่างบางในชุดแซกสั้น ผ้าลูกไม้สีดำแขนยาวกำลังยืนกระตุกยิ้ม พลางมองไปทางเก้าอี้ตัวนั้นที่เขาทำมันล้มระเนระนาด

คณินทร์ยืนมองเจ้าร่างบางที่เฝ้าคิดถึงมาตลอดหลายสัปดาห์อยู่นาน เขาไม่ได้มองหน้าเธอใกล้ๆแบบนี้มานานแล้ว จนคำพูดที่เตรียมจะเอ่ยทักจำต้องกลืนลงไปในคอ ราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปาก

“คุณจะไม่พูดอะไรกับฉันหน่อยหรอ” เธอถามเขา สายตาก็ยังคงจดจ้องไปที่ใบหน้าคมของเขาเช่นเดียวกันกับเขาที่ยังคงมองเธออยู่ แต่ไม่พูดไม่จากับเธอสักคำ

“ดะ..ดาราราย”

“ค่ะ ฉันเอง ยัยตัวแสบคนเดิม” เธอพูดพลางนึกถึงวันที่ขโมยรถผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้มา แล้วเขาตะโกนไล่หลังกลับมาเสียงดังว่าเธอเป็นยัยตัวแสบ

“ฮึ ฮึ คุณได้ยินด้วยหรอ” คณินทร์หัวเราะเบาๆในลำคอ เพราะคิดว่าวันนั้นเธอไม่ได้ยินเขาเสียอีก

“ดังซะขนาดนั้น ใครไม่ได้ยินก็แปลกแล้วค่ะ”

“ก็คุณแสบจริงๆนี่”

“คุณเองก็ทำฉันไว้แสบเหมือนกันนะคะ”

ทั้งสองยืนยิ้มหัวเราะให้กัน พลางส่งสายตาเจ้าเล่ห์อยู่อย่างนั้น สามอาทิตย์แล้วที่ไม่ได้ยืนมองหน้ากันใกล้ๆแบบนี้ ในที่สุดความรู้สึกที่ยังคงมีให้กันก็เป็นตัวผลักดันให้เขากับเธอได้มาเจอกันซะที

“ไม่เชิญฉันนั่งหน่อยหรอ ฉันก็เมื่อยเป็นนะ”

ร่างสูงเมื่อได้สติก็รีบเดินไปดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่ยังไม่ล้มกระเด็นไปไหน เป็นการชักชวนให้เธอมานั่งตรงนี้

“ขอบคุณค่ะ” เธอเอ่ยขอบคุณแล้วส่งยิ้มเล็กๆไปให้ พลันสายตาก็มองไปยังสิ่งต่างๆที่วางอยู่บนโต๊ะ “อาหารน่าทานจังเลยนะคะ”

“มันเย็นหมดแล้ว คุณรอแป๊ปนึงนะ เดี๋ยวผมให้เขาไปทำมาใหม่” เขาบอก พร้อมกับจะยกจานออกไป

“ไม่เป็นไรค่ะคุณคิน ฉันทานได้” เธอเรียกเขา แล้วก็เพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเผลอคว้าข้อมือหนาของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว “เอ่อ ขอโทษค่ะ” เธอบอกพร้อมกับชักมือกลับทันที

“ไม่เป็นไร” เขาตอบเธอพลางส่งยิ้มอบอุ่นมาให้ จนเธอใจเต้นแรง

“ไม่คิดเลยนะคะว่าตอนกลางคืน ดาดฟ้าของโรงแรมคุณจะสวยมากขนาดนี้” เธอพูดเปลี่ยนเรื่อง เมื่อเขาหยิบเก้าอี้ขึ้นมานั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม

“มันสวยก็เพราะมีคุณอยู่ด้วยไง”

“ฮึ ฮึ คุณไม่มีมุขใหม่ๆมาจีบฉันแล้วหรอคะ”

“ก็มันเป็นความจริง”

“คุณยังมีอารมณ์มาชมฉันอีกหรอ ทั้งๆที่ฉันทำคุณไว้ขนาดนั้น”

“ผมลืมมันไปหมดแล้วละ” เขาบอกเธอด้วยเสียงทุ้มน่าฟังของเขา พร้อมส่งสายตาจริงจัง “ผมเองก็อยากให้คุณลืมมันเหมือนกัน”

“ทำไมล่ะคะ”

“สองวันแรกที่เจอกันผมอาจจะเริ่มต้นทำความรู้จักกับคุณในแบบของผมเร็วไปหน่อย ก็เลยอยากจะทำความรู้จักคุณใหม่”

“เรื่องบางเรื่องมันก็ลืมกันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นหรอกค่ะคุณคิน” เธอพูดน้ำเสียงสื่อความนัย

คณินทร์ถึงกับอึ้งไปพักหนึ่ง ด้วยคิดว่าเธอหมายถึงเรื่องวันที่ไปผับด้วยกัน แล้วเขาเกือบจะบังคับขืนใจเธอ

“ผมเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และผมก็ขอโทษที่รีบเร่งกับคุณมากเกินไป ทำให้คุณเป็นแบบนี้”

“เป็นแบบนี้?..แบบไหนคะ”

“ก็ที่คุณปฏิเสธผม เพราะคุณคิดว่าผมกำลังมองคุณแต่เพียงภายนอกใช่มั้ย”

“คุณรู้ได้ไงคะ” เธอถามเขาไปตามตรง เพราะแปลกใจที่ผู้ชายอย่างเขาดันมารู้ความคิดของเธอเข้าได้

“มีคนแนะนำผมมาน่ะ”

“คุณอินหรอคะ”

“เปล่า ไม่ใช่ยัยอินหรอก แต่เป็นแม่ของผมน่ะ”

“คุณเล่าเรื่องฉันให้แม่คุณฟังด้วยหรอ” ดารารายเลิกคิ้วสูงมองเขาทั้งฉงนใจและก็ตกใจ

“คือตอนนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงต้องผลักไสไล่ผม ทั้งๆที่คุณน่าจะ..”

“น่าจะง่าย” เธอพูดขัดเขา

“ปะ..เปล่าๆ ผมหมายถึง..” คณินทร์เริ่มพูดตะกุกตะกักอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะความจริงแล้วเขาก็คิดแบบนั้น แต่กลัวว่าจะพูดไปทำร้ายจิตใจเธอ

“หมายถึงอะไรคะ” เธอจ้องตาเขาอย่างต้องการคำตอบ

สายตาคมของร่างสูงจำต้องหลบสายตาของเธอ เพราะรู้สึกผิดที่ดันไปคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่าย

“ผมขอโทษ” น้ำเสียงเจื่อนๆ กับหน้าเศร้าๆแบบนั้น ไม่ได้ทำให้เธอโกรธเขาเลย กลับทำให้เธอต้องเผลอยิ้มออกมาด้วยซ้ำ

“ฮึ ฮึ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ผิดที่ฉันเองด้วยที่ทำตัวให้คุณคิดไปในแบบนั้น”

“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจ” เขาพูดตอบพลางส่งยิ้มทรงเสน่ห์มาให้ สายตาก็เฝ้าจดจ้องที่ใบหน้างามไร้ที่ติตรงหน้า

         “ผมนึกว่าคุณจะไม่มาแล้ว”

         “ฉันก็แค่อยากให้คุณอดทนซะบ้าง จะได้ไม่รีบเร่งไปกับทุกเรื่อง” เธอพูดพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก

            “พนักงานก็ไม่เห็นโทรมาบอกผมว่าคุณมา”

            “ฉันบอกเขาเองละค่ะว่าไม่ต้องบอกคุณ ฉันรู้ว่าคุณน่ะต้องบอกให้เธอรีบโทรหาแน่ถ้าฉันมา”

            “ฮึ ฮึ” เธอรู้ทันเขาอีกแล้ว “แล้วคุณไปไหนมาถึงได้มาตอนนี้”

            “งานฉันมันล่วงเวลามาเยอะน่ะค่ะ คุณก็เห็นฉันในงานนี่คะ”

            “คิดไว้อยู่แล้วเชียวว่าคุณต้องเห็นผม แล้วรู้ได้ไงล่ะว่าเป็นผม”

            “ฉันก็แค่กวาดสายตาไปรอบๆ แล้วดันไปเห็นสายตาเจ้าเล่ห์คู่หนึ่งเข้า ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นคุณ”

            “ฮึ ฮึ”

เจ้าของโรงแรมหนุ่มหัวเราะเบาๆกับการจิกกัดของนางแบบสาว เขาจ้องมองนัยน์ตาเฉี่ยวปนเศร้าคู่นั้นอย่างโหยหา ส่วนเธอเองก็กำลังมองที่เขาอยู่เช่นกัน เหมือนต่างคนต่างหลุดเข้าไปในมนตร์สะกดของกันและกัน ยากที่จะคลายออกมาได้

“ผมว่าเราเดินไปดูวิวตรงนู้นดีกว่า วิวข้างล่างจากบนนี้สวยมากเลยนะ คุณน่าจะได้เห็นมัน” คณินทร์เปลี่ยนเรื่องเป็นเอ่ยชวนไปดูวิวแทน ไม่สนใจอาหารบนโต๊ะเลยสักนิด

 “เชิญครับ” เขาลุกจากโต๊ะมายืนข้างๆเธอพร้อมกับผายมือเชื้อเชิญ แล้วเดินนำเธอไปยังขอบกั้นดาดฟ้านั่น เธอเดินตามหลังเขาไปพลางทอดสายตามองไปยังเบื้องล่างที่เต็มไปด้วยไฟจากรถและจากตึกราบ้านช่องบริเวณนั้น จนเรียวปากอิ่มค่อยๆเผยยิ้มหวานออกมาช้าๆ พาให้ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ต้องหันไปมองด้วยสายตาที่บรรยายความรู้สึกไม่ได้

“สวยมากจริงๆด้วยค่ะ” ดารารายยังคงมองไปยังเบื้องล่าง  อย่างตื่นเต้น

“ครับ...สวยมากๆ” คณินทร์พูดแฝงนัยยะ พลางกระตุกยิ้มมองไปที่ใบหน้างามที่คะนึงหามานานหลายอาทิตย์ ทำให้สายตาเฉี่ยวของนางแบบสาวต้องหันกลับมามองหน้าเขา

“คุณพูดชมวิว หรือกำลังชมฉันกันแน่คะ”

“ผมกำลังมองอะไรอยู่ ผมก็ชมสิ่งนั้นแหละครับ” สายตาร้อนแรงของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้างามของเธอ อย่างต้องการสื่อให้เธอรู้ว่าเขากำลังหลงใหลในตัวเธออย่างมาก

“คุณไม่มีเรื่องอื่นจะคุยแล้วหรอคะ ถึงเอาแต่ชมฉันอยู่ได้”

“ความจริงผมอยากจะชวนไปดื่มที่ห้องผมต่อนะ แต่ก็กลัวคุณหาว่าผมเร่งรีบอีก”

“คุณจะมอมเหล้าฉันหรอ”

“ใจจริงก็อยากนะ” ร่างสูงพูดอย่างเจ้าเล่ห์ พาให้ดารารายต้องขึงตาใส่เขา

“แล้วเรื่องที่คุณส่งดอกไม้ให้ฉัน เป็นความคิดของแม่คุณด้วยรึเปล่า”

“ดอกไม้น่ะใช่ แต่ศัพท์พวกนั้นผมคิดเอง”

“ฉันก็คิดไว้แล้วว่าคำหลงตัวเองแบบนั้น คุณจะต้องคิดเองแน่นอน”

“ฮ่า ฮ่า นี่คุณกำลังหลอกด่าผมรึเปล่า”

“ก็มันเป็นความจริงนี่หน่า พอฉันนึกถึงคนที่น่าจะหลงตัวเองสุดๆ หน้าของคุณก็ลอยมาคนแรก” เธอแอบกัดเขาเล็กๆ “แล้วพอเอาคำทั้งหมดมาเรียงใหม่เป็น Kind Attractive Nice Intelligent Need ก็จะได้เป็น KANIN ฉันก็เลยยิ่งมั่นใจว่านี่ต้องเป็นคุณ”

“คุณยังเก่งเหมือนเดิมเลยนะ”

“อยู่กับผู้ชายร้ายกาจแบบคุณน่ะฉันจะโง่ไม่ได้หรอกค่ะ”

“ผมร้ายกาจขนาดนั้นเชียว” เขายิ้มแห้งๆ พลางเอามือลูบท้ายทอย

“ใช่ค่ะ!

น้ำเสียงประชดประชัน กับรอยยิ้มมุมปากของหญิงสาว กำลังทำให้หัวใจแกร่งของร่างสูงเริ่มสั่นไหวอีกครั้ง เขาเริ่มหลุดเข้าไปในห้วงเสน่หาของเธอ พลางพินิจมองใบหน้างามตรงหน้าอยู่นาน มือซ้ายก็เคลื่อนไปสัมผัสหลังมือของเธออย่างอ้อยอิ่ง แล้วค่อยๆเกาะกุมมือเล็กๆนั่นไว้ ดารารายเองก็ไม่ปฏิเสธสัมผัสร้อนจากมือหนาของเขา เธอช้อนตาสายตาขึ้นไปมองใบหน้าคมอย่างโหยหา เธอคิดถึงเขามากเหลือเกิน

คณินทร์ที่เห็นดวงตาคู่งามกำลังมองมาที่เขาด้วยแววตาสื่อความหมายเช่นกัน มือหนาของเขาก็ค่อยๆลูบไล้ฝ่ามือเล็กๆเพื่อส่งความรู้สึกที่มีให้ผ่านสัมผัสร้อนที่ฝ่ามือ จนไปสะดุดเข้ากับแหวนเงินที่นิ้วนางข้างขวาของเธอ

“คุณใส่แหวนด้วยหรอ”

ดารารายตกใจเมื่อเขาถามถึงแหวนวงนั้น รีบดึงมือกลับทันที จนเขาเริ่มสงสัย

“เอ่อ..”

“แต่..แต่มันเป็นแหวนผู้ชายนี่”

“แล้วผู้หญิงใส่ไม่ได้หรอคะ” คำตอบยียวนจากเธอเริ่มกลับมาอีกแล้ว

“ใครให้คุณมา!” เขาถามน้ำเสียงขุ่นแข็ง

“อยากรู้จริงๆหรอ”

“ก็ใช่น่ะสิ” เขาถามอย่างอารมณ์ขึ้น ควบคุบแทบไม่อยู่

“รักแรกน่ะค่ะ” เธอเน้นเสียงคำว่ารักแรกให้เขาได้ยินชัดๆ

“รักแรก..” คณินทร์เบิกตากว้างทันทีเมื่อรู้ที่มาของแหวน “รักแรกของคุณอย่างนั้นหรอ!

“ค่ะ เขาให้ฉันเอาไว้เป็นตัวแทนของเขามานานมากแล้ว”

“ใคร!?” กายแกร่งเริ่มเครียดเกร็งเมื่อรู้ว่าเธอมีคนรักอยู่แล้ว พลางกัดฟันกรอดถามเธออย่างอารมณ์ขึ้น จนนางแบบสาวต้องอมยิ้มออกมาเล็กๆกับอากัปปริยาของเขา

“หึงหรอคะ”

“กะ..ก็แค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใคร” คณินทร์เริ่มรู้สึกตัวว่าเขากำลังพูดใส่อารมณ์กับเธอ

“เราไม่ได้เจอกันนานแล้วค่ะ เขาอาจจะจำฉันไม่ได้แล้วละมั้งคะ ฮึ ฮึ” เธอเสตอบไม่ตรงคำถามเขา

“ถ้าเขาจำคุณไม่ได้ ผมว่าเขาคงเป็นผู้ชายที่โง่มาก” คณินทร์พูดตอบกลับด้วยความโมโหไอ้ผู้ชายคนนั้น

“ฉันก็ว่าอย่างนั้นค่ะ เขาคงเป็นผู้ชายที่โง่มากจริงๆ” ดารารายได้แต่ยิ้มเบาๆกับประโยคที่ร่างสูงตรงหน้าพูดออกมา

“คุณยังรักเขาอยู่..หรอ”

คำถามนั้นทำเอาเธอต้องหันหน้าไปมองที่เขาด้วยแววตาสั่นไหว แล้วค่อยๆขยับเรียวปากงามตอบเขาสั้นๆ

“ค่ะ”

คำตอบจากเธอทำให้ร่างสูงเริ่มทำหน้าไม่ถูก “ทำไมคุณถึงยังรักเขาอยู่ล่ะ คุณไม่ได้เจอเขานานแล้วไม่ใช่รึไง”

“ตอนที่ฉันเจอเขามันเป็นวันที่ฉันแย่สุดๆ แย่แบบที่คุณเองก็คาดไม่ถึง แต่เขาเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของฉัน ฉันก็เลยผูกพันกับเขามาก” เธอพูดพลางนึกถึงเรื่องในอดีต แล้วส่งยิ้มให้ร่างสูงที่ยืนข้างๆ “ถ้าไม่มีเขาในวันนั้น ก็คงไม่มีฉันในวันนี้”

“แล้วตอนนี้คุณยังรอเขาอยู่อีกหรอ”

“ค่ะ ฉันรอวันที่จะได้เจอเขาตลอด” นางแบบสาวพูดไปตามความจริง พร้อมกับกระตุกยิ้มเบาๆ

คำพูดนั้นทำเอาคณินทร์เริ่มหายใจติดขัด ถ้าเธอยังรอรักแรกอยู่ แล้วตัวเขาจะมีสิทธิ์อะไร

“คุณลืมเขา..ได้มั้ย” คณินทร์พูดด้วยน้ำเสียงวอนขอ จนดารารายถึงกับแปลกใจเพราะปกติเขาไม่ค่อยพูดด้วยเสียงแบบนี้

“ฉันลืมเขาไม่ได้หรอกค่ะ” เธอพูดเสียงเบา พร้อมกับเสมองไปยังเบื้องล่าง

“แต่ผมอยากให้คุณลืมเขา”

“ทำไมล่ะคะ”

“ผม..คือผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมไม่อยากให้คุณยึดติดอยู่กับอดีต”

“ฉันขอโทษนะคะคุณคิน..แต่ฉันคงลืมไม่ได้” เธอพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตาคมของร่างสูง

คณินทร์ถึงกับชะงักในทันที ความร้อนในร่างกายก็เริ่มเข้ามาแทนที่ความเย็น แต่ถ้าเขาระเบิดอารมณ์ใส่เธอ เธอก็จะต้องผลักไสเขาไปอีกแน่

“ดาราราย..คือผม..ผมอยากให้คุณลองเปิดใจรับคนใหม่บ้าง เพราะถ้าคุณยังปิดกั้นตัวเองอย่างนี้ คุณก็อาจจะพลาดเจอกับคนที่คุณคู่ควรก็ได้นะ”

“เช่นคุณหรอ”

“แล้ว..แล้วไม่ได้รึไง” ร่างสูงเริ่มพูดสารภาพความในใจออกมา

คำพูดแฝงความนัยทำให้เธอต้องหันไปสบตากับเขาทันที เพื่อดูให้แน่ใจว่าเขากำลังพูดจริงหรือพูดเล่น แต่อากัปกริยาที่เขาแสดงออกมามันคือความจริง

คณินทร์ที่เริ่มรู้ตัวว่าสารภาพความในใจออกไปแล้ว ก็ต้องหลบหน้าหนีมองไปที่ท้องถนนเบื้องล่างแทน

“ผมอยากทำความรู้จักกับคุณให้มากขึ้น จะได้เข้าใจซะทีว่าความรู้สึกที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้มันคืออะไร” เขาตอบเธอไปตามตรง พลางหันหน้ามามองเธอด้วยสายตาร้อนแรงสื่อความหมาย “เพราะผมชอบใจเต้นแปลกๆเวลาที่ได้อยู่ใกล้คุณ”

ดารารายสะดุดกึกไปเลยในนาทีนั้น เหมือนกับว่าหัวใจของเธอกำลังจะหยุดเต้นเพราะคำสารภาพจากเขา แม้ไม่ใช่คำว่ารักที่หลุดออกมา แต่มันก็ทำให้เธอได้รู้ว่าไม่ใช่แค่เธอที่รู้สึกไปเองคนเดียว คงถึงเวลาแล้วสินะที่เธอควรจะจริงจังกับเรื่องนี้เสียที

“ก็ลองดูสิคะ” เธอส่งยิ้มหวานไปให้เขา ฉันเองก็อยากอยู่กับปัจจุบันเหมือนกัน”

คณินทร์ฉีกยิ้มกว้างขึ้นมาทันที เมื่อเธอให้โอกาสเขา

“คุณบอกว่าอยากชวนฉันไปดื่มต่อที่ห้องของคุณใช่มั้ย”

“ใช่” เขาพยักหน้าเบาๆ “วิวจากห้องผมก็สวยตราตรึงใจไม่แพ้บนดาดฟ้านะ”

 

“พูดอย่างนี้ ฉันคงต้องขอเข้าไปดูหน่อยล่ะกันนะคะ” เธอพูดพลางกระตุกยิ้มร้าย “ว่าจะตราตรึงใจจริงรึเปล่า”

 

ปล.หึยยยย ขอเข้าห้องเองเลย ร้ายไม่เบานะยัยตัวแสบบบ

    ภาวนาให้คุณคินรอดพ้นจากยัยตัวแสบด้วยน้าาา 5555+

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น