June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

60. ไม่มา​นอน​กลาง​เลย​ล่ะ​!! (เสกต่อ)

ชื่อตอน : 60. ไม่มา​นอน​กลาง​เลย​ล่ะ​!! (เสกต่อ)

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.3k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2562 14:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
60. ไม่มา​นอน​กลาง​เลย​ล่ะ​!! (เสกต่อ)
แบบอักษร

ต่อ Part

โรงเเรม Q

สายตานับสิบคู่ต่างพากันจ้องมองมาที่ผมขณะที่ผมกำลังเดินเข้าไปในออฟฟิศ

" อย่าสนใจปากหอยปากปู "

เสียงพี่พรกระซิบบอกและเกาะแขนผมเดินไปจนถึงทางเลี้ยวเข้าออฟฟิศผมรู้ว่าสายตาเหล่านั้นมาจากข่าวการเลื่อนตำแหน่งของผม

"  ไง เป็นต่อขอแสดงความยินดีด้วยนะกับการเลื่อนชั้น​ "

เสียงโจ้พนักงานที่อยู่ฝ่ายบริหารถามขึ้น ซึ่งโจ้กับผมเราเข้าทำงานพร้อมกัน แต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากมายเพราะว่าผมเป็นคนไม่ค่อยสุงสิงกับใครในที่ทำงานอาจจะเพราะสิ่งที่ผมเป็นและพยายามปิดบังด้วยมั่ง

" ขอบคุณครับ​ " ผมตอบโจ้อย่างสุภาพ

" ว่าแต่นายมีคาถาบูชาอะไรถึงได้เลื่อนชั้นไปเร็วขนาดนั้นบอกหน่อยสิ  "

โจ้ถามผมยืนนิ่งกับคำถามของโจ้ ผมเองก็ยังไม่เข้าใจว่า ทำไมเหมือนกันมันแปลกๆเหมือนกันทั้งที่พี่พิมก็ยังทำอยู่แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้และอีกอย่างจำนวนเงินเดือนที่สูงนั้นทำให้ผมพอมีพอกินและเหลือเก็บ  เอาไว้ใช้กับแม่ตอนที่แม่ออกมา..

" ระวังคำพูดหน่อยโจ้ ต่อเค้าก็มีผลงานของเค้า "

เสียงพี่พรพูดเตือนและแก้ต่างให้ผม ส่วนโจ้มองผมเหมือนกำลังสงสัยบางอย่างแต่ไม่พูดอะไรออกมาเเล้วผมก็ถูกพี่พร ลากเข้าไปในออฟฟิศทันที

"  เห้อ...  เบื่อหน่ายกับพวกอิจฉาตาร้อนอย่าไปสนใจนะต่อ ทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ " 

พี่พรพูดให้กำลังใจผม

"  ขอบคุณมากครับ "  

ผมบอกแต่ก็ไม่วายคิดมากเพราะว่าตั้งแต่เดินเข้ามาสายตาหลายคู่ที่มองมารู้สึกเหมือนเป็นเป้าหมายของการนินทาทำให้ผมอึดอัดใจ   หลายคนก็คิดว่าผมใช้เส้นสายและพยายามเข้าหาผมพูดคุยกับผมด้วยความอยากรู้อยากเห็น

เมื่อผมนั่งลงที่โต๊ะทำงานแล้วเพื่อนร่วมงานต่างเข้ามาร่วมยินดีกับผม

" ฉันจะอิจฉานายกว่านี้ ถ้านายได้เป็นเลขาส่วนตัวคุณเสก "  

หมวยสาวสวยประจำแผนกพูดขึ้นทำตาลอย ผมยิ้มเจื่อนๆ กับชื่อนั้น  ถ้าผมได้เป็นเลขาส่วนตัวของคนนั้นจริง ผมคงลาออกตั้งแต่วันแรกคิดแล้วก็เจ็บในใจเมื่อนึกถึงเงินจำนวน2หมื่นนั่นเมื่อเช้าก่อนออกจากห้องมาผมนับเเละหยิบใส่กระเป๋ามาด้วยตอนเย็นผมว่าจะโอนไปคืน ไอ้พี่เสก

" เป็นต่อ เป็นต่อ  "

เสียงเรียกชื่อผมเบาๆทำให้ผมหันไปมอง พี่พิมเลขาส่วนตัวท่านประธานนั่นเองผมจึงยกมือไหว้พี่พิมทันที

"  พี่มาคุยเรื่องสานต่องานใหม่เราพอดีพี่โทรหาเราไม่ติด "

พี่พิมบอก ผมรีบหยิบมือถือออกมาตายล่ะเเบตหมดตั้งแต่ตอนไหน เมื่อเช้าผมก็ลืมสังเกตมัวแต่คิดมากเรื่องเงินนั่นแล้วก็รีบขอโทษพี่พิมทันที

แล้วพี่พิมก็เล่ารายละเอียดเรื่องงานให้ผมฟังว่า ท่านประธานเข้ามาที่โรงเเรมเเค่3วันส่วนที่เหลือจะทำงานที่บ้านนั่นหมายความว่าผมต้องติดตามท่านอยู่ที่บ้านด้วยส่วนเรื่องงานผมพอรู้มีบ้างเเล้วจึงทำให้ผมพอเข้าใจและพี่พิมจะนัดเทรนงานให้ผมอีก3วันช่วงนี้เเค่ให้ผมเตรียมตัวไว้

" อ๋อ มือถือสำคัญมากนะอย่าให้สัญญาณหาย "

พี่พิมบอกผมยิ้มๆและเดินไปผมพลาดได้ไงผมคิดและชาร์ตเเบตรีบเปิดเครื่องทันที

เสียงของข้อความเเจ้งเตือนดังขึ้นถี่ๆเหมือนเครื่องจะพังผมไล่สายตามองสายไม่ได้รับ

37สาย ไอ้พี่เสกคนเดียว 35สาย โทรอะไรขนาดนั้น

โรคจิตยังต้องการอะไรจากผมอีกยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจกับเงินที่วางไว้ ไร้ซึ่งคำบอกเล่าอะไรเลย

ครืน  ครืน  ครืน  แล้วเสียงมือถือผมก็สั่นผมมองชื่อคน

โทรมา หึ ตายยากจริงๆ

" ครับ "  ผมรับสายเสียงนิ่งๆพยายามข่มอารมณ์ โกรธไว้

" ออกมาเจอที่ระเบียงชั้น16 เดี๋ยวนี้!  "

ไอ้พี่เสกสั่งเสียงเข้มมาตามสาย

"  ผมทำงานอยู่​  "

ผมบอกและกดวางสายลงทันทีคนอะไรเอาแต่ใจตัวเองผมคิดหงุดหงิดในใจ

ผ่านไปสักพัก

"  ว้าย !  คุณเสกมาทำอะไรที่นี่คะ "

เสียงพี่จินพูดผมจึงหันไปมองไอ้พี่เสกจริงๆด้วยมาทำอะไรที่นี่วะ​ แล้วสาวๆในออฟฟิศก็เข้าไปทักทายยกเว้นผมคนเดียวที่นั่งนิ่งอยู่

" ผมมีนัดกับเป็นต่อครับ " ไอ้พี่เสกพูดเสียงดังตอบคำถามพี่จินทำให้ทุกคนส่งสายตามาที่ผม

"  เอ่อ​ " ผมกำลังจะอ้าปากเเย้งเรื่องนัดผมไปนัดกับไอ้พี่เสกตอนไหนวะแต่ไม่ทันจะได้พูดไอ้พี่เสกก็ขัดขึ้นทันที

" ยังไงผมขอตัวเป็นต่อเลยนะครับพี่จิน  " 

ไอ้พี่เสกพูดแล้วเดินตรงมาจับที่ข้อมือ

"  เร็วหน่อย เป็นต่อ "

ไอ้พี่เสกพูดและดึง ผมลุกขึ้นผมรีบลนลานหยิบกระเป๋าและมือถือแล้วก็ถูกมือใหญ่ลากออกไปจากออฟฟิศ  ปล่อยให้เพื่อนร่วมงานมองผมตาค้างด้วยความสงสัย...

ไอ้พี่เสกลากผมมาหยุดที่มุมระเบียงโล่งลับตาคน

" ปล่อยผม เจ็บ "

ผมจะสบัดข้อมือออกจากมือใหญ่และยืนหายใจหอบ

" ผมจำได้ว่าไม่เคยนัดอะไรกับคุณ "

ผมบอกหน้าบึ้งตึงเพราะไม่เข้าใจเจตนาของไอ้พี่เสกแล้วผมก็หยิบเงิน2หมื่นนั่นออกมาจากกระเป๋ายื่นให้

"  เอาเงินคุณคืนไปผมไม่ได้ขาย ส่วนเรื่องเมื่อคืนถือว่าฟรี!!  "

ผมเม้มปากพูดพยายามกลั้นเสียงสั่นของตัวเอง

" เงินนี่นายกำลังเข้าใจผิดต่อ "  

ไอ้พี่เสกพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

"  เข้าใจผิดงั้นหรอ? หลังจากที่เรามีอะไรกันเช้ามาคุณก็วางเงินไว้ไม่เขียนไม่อธิบายอะไรเลยจะให้ผมเข้าใจถูกว่าอะไรล่ะ "    

ผมพูดออกมาด้วยความขมขื่น

" ทำไมจะไม่อธิบายกูก็ส่งข้อความหามึงแล้วไง  "

ไอ้พี่เสกตะคอกผมเสียงดังพร้อมเปลี่ยนสรรพนามที่นิยมใช้ในยุคพ่อขุนทันที

" เดี๋ยวนะ ข้อความอะไรผมไม่เข้าใจ "

แต่ผมยังใจเย็นถามกลับพยายามระงับอารมณ์โกรธไว้

" ก็ข้อความที่กูส่งมามึงไงต่อแล้วมึงก็อ่านแล้วด้วย  "

ไอ้พี่เสกบอกแล้วหยิบมือถือตัวเองมาผมเองก็หยิบมือถือตัวเองมา ไล่อ่านข้อความเหมือนกันแต่ก็ไม่มี

"  เห้!! อย่าบอกนะว่า....ซวยแล้ว  "  

เสียงไอ้พี่เสกร้องขึ้นมองมือถือตัวเองนิ่ง และเงยหน้าขึ้นมามองผม

ผมรีบหยิบมือถือไอ้พี่เสกมาดูอ่านข้อความที่ไอ้พี่เสกเปิดค้างไว้ทันที

... เงินที่วางอยู่บนโต๊ะ ฉันให้นายยืมไปซื้อเสื้อผ้ารับตำแหน่งใหม่   เดี๋ยวจะโทรหา....

แล้วก็ไล่สายตา ลงมาดูชื่อผู้รับต้น....

พี่ต้นแฟนพี่กิจหรือป่าวนะที่ไอ้พี่เสกส่งข้อความไปให้และเหมือนไอ้พี่เสกก็เพิ่งจะรู้ตัวเองว่าส่งผิดเหมือนกัน

ใช่ผมลืมคิดไปเลยว่า ผมต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่เพราะตำแหน่งของผมต้องไปไหนมาไหนกับท่านประธานบ่อยๆและถ้าเป็นเสื้อผ้าที่ดูดีหน่อยราคาก็คงสูงเงินที่มีอยู่ก็มีเเค่พอใช้หนี้กับเหลือเก็บไว้ใช้จ่าย ส่วนเงินเกินที่ไอ้พี่เสกให้ผมตอนจบสัญญานั่นผมก็ยังไม่ได้คืนเลย

ผมเงยหน้าขึ้นมองสบตากับไอ้พี่เสกพยายามเก็บกลั้นอาการดีใจไว้เมื่อรู้ว่าไอ้พี่เสกส่งข้อความผิด

" ทีนี้เข้าใจถูกหรือยังคิดมาก!! เป็นผู้หญิงไปได้ " 

ไอ้พี่เสกบ่นพึมพำพร้อมกับตำหนิผม

" คุณเป็นคนผิดนะคุณเสก เป็นใครก็ต้องคิดแบบนี้ทั้งนั้น " ผมเถียงออกมา

" เออ ผิดก็ได้วะ ต้นกับต่อมันคล้ายๆกันนี่หว่า "

ไอ้พี่เสกบอกเหมือนแก้ตัวข้างๆคูๆ แต่ผมก็ยังยื่นเงินในซองนั่นคืนให้ไอ้พี่เสก

" เงินมันมากเกินไป คุณเสกอีกอย่างที่คุณให้เกินมากับสัญญานั่นผมก็ยังไม่ได้คืนคุณ " 

ผมบอกชี้แจงเจตนาออกไป

" ให้ตายสิวะเรื่องมากจริง "  

ไอ้พี่เสกบ่นออกมาแล้วจับซองเงินนั่นยัดลงกระเป๋าผมและดึงกึ่งลากแขนผมให้เดินตาม

"  จะไปไหน "

ผมดิ้นขัดขืนพยายามสะบัดแขนออกพอถึงมุมบันไดหนีไฟไอ้พี่เสกจึงผลักร่างผมให้ชิดกำแพงและใช้สองแขนล็อคร่างผมไว้ แล้วยื่นหน้ามาใกล้ๆ เหมือนกำลังจะจูบแต่ก็ไม่จูบเหมือนกำลังชั่งใจอยู่ผมเบือนหน้าหนีจมูกโด่งที่โน้มลงมาใจเริ่มเต้นแรง

" ปล่อยดิ ปะ ปล่อย ปะ อื้ม อื้ม.."  

แล้วปากผมก็ถูกริมฝีปากหนานั้นทาบทับลงมาจูบที่เหมือนจะนุ่มนวลเริ่มแรกก็เปลี่ยนเป็นรุนแรงขึ้นเมื่อผมเอามือทุบที่ไหล่หนานั้นแต่ร่างสูงไม่มีท่าทีถึงความเจ็บปวดพยายามเปิดปากผมด้วยลิ้นร้อน

" อื้อ อืมอืม.. "

ผมครางออกมาเพื่อสูดอากาศหายใจและเปิดโอกาสให้ร่างสูงแทรกลิ้นเข้าไปสำเร็จ ลิ้นร้อนทำหน้าที่อย่างรวดเร็วเกี่ยวตวัดกับลิ้นเล็กของผมไปมา ร่างผมเริ่มอ่อนระทวยเมื่อมือหนาสะกิดที่ปลายยอดอกเบาๆแล้วบีบคลึงจนร่างกายผมรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวขณะที่ปากและลิ้นของร่างสูงกำลังทำงานประสานกันอย่างช่ำชอง

" อื้ม  อืม " เสียงครางผมเริ่มเล็ดลอดเข่าเริ่มอ่อนแทบทรุดตัวลงร่างสูงเลยเอาแขนมาโอบกอดเอวผมไว้พยุงตัวขึ้นไปและ กระชับวงแขนแน่นรับรู้ถึงร่างกายส่วนล่างไอ้พี่เสกที่กำลังขยายตัวเบียดกับช่วงโคนขาผมอยู่ถึงจะมีกางเกงกั้นอยู่แต่ก็รับรู้ถึงขนาดของมันอะไรจะตื่นตัวเร็วปานนี้ ผมคิด

" รู้ ผลของการปฏิเสธไอ้พี่เสกของนายยัง ! "  

ไอ้พี่เสกบอกเสียงทุ้มกังวานใกล้ๆกับหูผมแถมยังใช้คำเลี่ยนๆอีก

" ระ รู้แล้ว " ผมตอบและก้มหน้าลงด้วยความอาย

ไอ้พี่เสกจับคางผมให้เงยขึ้นแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดวนรอบริมฝีปากผมไปมาผมรับรู้ถึงความอ่อนโยนนั่นดีใจที่เต้นแรงอยู่เเล้ว ยิ่งเเรงกว่าเดิม

" งั้นไปล้างหน้าล้างตาก่อนแล้วไปยืนรอที่หน้าโรงแรมจะพาไปซื้อเสื้อผ้า "

ไอ้พี่เสกออกคำสั่งทันที

" แต่..ผมต้องทำงาน " ผมทำท่าค้าน

" อย่าดื้อ ต่อ รึจะให้ฉันเปิดห้องเพื่อสั่งสอนนายอีกครั้งและครั้งนี้มันจะไม่ได้จบแค่จูบเหมือนเมื่อกี้แน่ๆ " 

ไอ้พี่เสกพูดขู่ยืนยิ้มกริ่มอยู่ส่งสายตามาเล้าโลมร่างกายผม

" ไอ้หื่น  !! "  ผมพูดชมออกไปแล้วก้มหน้าเดินผ่านไปรีบเข้าห้องน้ำตามคำแนะนำของไอ้พี่เสก

เมื่อเจอสภาพตัวเองในห้องน้ำทำให้ผมแทบรับสภาพตัวเองไม่ได้ผมเผ้ายุ่งเหยิงคอเสื้อเปิดกว้างจนเห็นรอยจูบจางๆบริเวณ หน้าอกร่างกายช่วงล่างยังร้อนรุ่มอยู่ให้ตายสิ ร่างกายผมไม่ปฏิเสธสัมผัสของไอ้พี่เสกเลย ผมมีอารมณ์ร่วมกับจูบนั่นน่าขายหน้าจริงๆแถมยังอยู่ที่ทำงานอีก

ดีนะที่ไม่มีใครไม่เห็น... ผมเดินก้มหน้าออกมาจากห้องน้ำและชนกับผู้ชายร่างสูงอย่างจังจนทำให้ร่างผมเซไปเกือบจะล้มดีที่ร่างสูงนั้นดึงเเขนผมไว้

" เป็นอะไรรึเปล่า "  ผมเงยหน้ามองโจ้นั่นเองที่ผมเดินชน

"ไม่เป็นไร ขอบคุณ "

ผมบอกพยายามดึงแขนตัวเองออกจากมือใหญ่ของโจ้ที่ไล่นิ้วหยาบๆนั่นบนแขนผมอยู่พร้อมส่งสายตาแปลกมาที่ผม

" รอยจูบ บนหน้าอก นายมันเซ็กซี่จริงชักอยากจะรู้จักคนที่ทำรอยนั้นเเล้วสิ "

โจ้พูดแล้วปล่อยเเขนผมส่งยิ้มมาให้แต่รอยยิ้มนั้นทำให้ผมรู้สึกขนลุกขนพองรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่ปกติแถมยังใช้คำพูดแปลกๆอีกแต่ก็ต้องหยุดคิดรีบเดินออกไปด้านหน้าโรงแรม... กลัวร่างสูงที่รออยู่จะโกรธมากกว่าเดิม

ห้างสรรพสินค้า zz

ไอ้พี่เสกพาผมมานั่งกินข้าวที่ร้านอาหารจีนชื่อดัง

หลังจากที่นั่งเถียงกันอยู่บนรถเรื่องเสื้อผ้าที่ผมใส่สุดท้ายผมก็ยอมตามใจไอ้พี่เสกโดยเปลี่ยนเสื้อผมออกแล้วเอาเสื้อโปโลของไอ้พี่เสกมาใส่และจบที่กินข้าวก่อนค่อยไปเดินซื้อเสื้อผ้า

ผมสั่งอาหาร2 อย่างและสั่งข้าวผัดมาให้ไอ้พี่เสกสั่งพิเศษเฉพาะคือไม่ใส่ผัก

" ทำไมถึงสั่งแบบนั้น " ไอ้พี่เสกถามหลังจากที่เด็กเสริฟคนนั้นทำหน้างงเดินไป

" ก็ คุณไม่กินผักใส่มาก็เสียดายเเย่​ สู้ให้เค้าเอาผักที่คุณไม่กินไปผัดให้คนอื่นยังดีกว่า "  

ผมตอบไอ้พี่เสกมองผมยิ้มกริ่มส่งสายตาแปลกๆมาที่ผม ทำให้ผมรู้สึกว่าใจเต้นเเรงรัวขึ้นกว่าเดิม

"  รู้ดีจัง "

ไอ้พี่เสกพูดแล้วเอาเอื้อมมือมาหยิบบางอย่างที่แก้มผมแล้วใช้นิ้วเกลี่ยแก้มผมไปมาหน้าผมร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ถึงร่างกายจะแนบชิดกันไปถึงไหนต่อไหนแต่สัมผัสแบบนี้มันเพิ่งเกิดขึ้น

" ทำอะไร นี่มันร้านอาหารนะ "  ผมบ่นอุบและจับมือไอ้พี่เสกไว้

" หายเศร้ายัง เรื่องเมื่อเช้า " ไอ้พี่เสกถามเสียงนุ่ม

" ระ เรื่องอะไร ทำไมต้องเศร้าด้วย " ผมถามกลับ

"  ดีแล้วที่ไม่เศร้าฉันคิดว่านายร้องไห้ซะอีกเมื่อเช้า​  "  

ไอ้พี่เสกบอก

" ใครร้องไห้ ผมไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น " ผมเถียงทันที

" นายนี่มัน ปากแข็งตูดอ่อนจริงๆ​  "  

ไอ้พี่เสกส่ายหน้าไปมาเเล้วเอามือมาขยี้หัวเหมือนกำลังเอ็นดูแล้วเลื่อนมือหนาลงมาบีบที่แก้มผมเบาๆ

" ไอ้พี่เสก มันเจ็บเอามือออก " ผมพยายามแกะมือหนานั้นออกแล้วก็ต้องตกใจกับร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างหลังไอ้พี่เสก

"  พะ พี่กร​ "  ผมพึมพำออกมารีบดึงมือไอ้พี่เสกออกจากแก้มตัวเองเเล้วก้มหน้าลงด้วยความอาย

" ไอ้ ไอ้กร มึงมาอยู่ที่นี่ได้ไง​ "

ไอ้พี่เสกหันไปถามเพื่อนด้วยท่าทีตกใจ

" ก็นั่งรถมา แล้วมึงล่ะ?​ "  เสียงพี่กรตอบและถามกลับทันที

" เอ่อ กู.... "  ไอ้พี่เสกอ้ำอึ้งที่จะตอบแล้วพี่กรก็นั่งลงข้างๆผม

" แทนที่จะสรรหาคำมาโกหก​มึงพูดความจริงไม่ง่าย กว่ารึไง "

พี่กรบอกแล้วมองผมกับไอ้พี่เสกสลับกันไปมา

"  เอ่อ มึงก็รู้ว่า เป็นต่อทำงานที่เดียวกันกับกูแล้ววันนี้ก็เอ่อ.."  

ไอ้พี่เสกยังอ้ำอึ้งที่จะตอบคำถามพี่กร

" ยังอีก!ยังไม่เป็นตัวเองอีก "

พี่กรพูดเสียงเข้มจนผมเองยัง​รู้สึกกลัว​ ไอ้พี่เสกลอบกลืนน้ำลายลงเเล้วรวบรวมความกล้าพูดออกมา

" กูกับเป็นต่อกำลังคบกันอยู่และเป็นต่อก็คือนาย ก. ที่กูเคยเล่าให้ฟัง​ "

ไอ้พี่เสกโพล่งออกมาเสียงค่อนข้างดังจนคนแถวนั้นหันมามอง

คบกัน หรือ ไอ้พี่เสกพูดว่าคบกัน ทะ ทำไมพูดเองเออเองเเบบนั้น​ 

ถึงผมจะชอบไอ้พี่เสกแต่ก็ไม่คิดว่าไอ้พี่เสกจะพูดออกมาด้วยสถานการณ์บังคับแบบนี้แถมคนที่ถามก็ยังอยู่ในกลุ่มเพื่อนๆพี่นัทอีก

ผมมองหน้าพี่กรทันทีพี่กรรู้เรื่องผมกับไอ้พี่เสกแค่ไหนนะ

"  ก็แค่นั้น​ " พี่กรตอบแล้วหันมามองผมด้วยสายตาที่เดาไม่ออก

" กู ขอคุยกับต่อหน่อย " พี่กรบอกไอ้พี่เสกทำหน้าไม่พอใจทันที

" ไอ้กร กูจริงจังนะ "

ไอ้พี่เสกบอกแต่ผมไม่รู้ว่าความหมายนั่นหมายถึงเรื่องอะไร

" เออ กูรู้ มึงลุกไปก่อนอย่าทำให้กูเหมือนคนที่จับได้ว่าแฟนกำลังนอกใจเลยว่ะมึงมองรอบๆสิ "  

พี่กรพูดผมก็มองตามจนรู้สึกอายสายตาคนรอบข้าง แล้วไอ้พี่เสกก็ทำท่าฟึดฟัดเดินออกนอกร้านไปยืนสูบบุหรี่มองเข้ามาในร้านตลอด

" พี่รู้หมดทุกอย่างที่ไอ้เสกมันทำ "

พี่กรบอกผม ผมนิ่งงันไปทันที

" พี่กรอย่าบอกพี่นัทได้มั้ยครับ​ "

ผมบอกพี่กรแกมขอร้อง

" ถ้าจะรักษาความสัมพันธ์ไว้ ยังไงพวกนายสองคนก็ไม่ควรปิดบัง "

พี่กรบอก ผมพยักหน้ารับรู้ก็จริงแต่จะให้ผมบอกว่าอะไรในเมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีที่ชัดเจนอะไรเลย

" ผมกับเอ่อคุณเสก มันเป็นความผิดพลาดถึงตอนนี้มันจะคาราคาซังอยู่แต่อีกไม่นานมันก็คงจบ​ "

ผมพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า

" ชอบไอ้เสกไม่ใช่รึไง "  

พี่กรถามผมนิ่งไปทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้มองคนอื่นทะลุปรุโปร่งขนาดนี้  นี่ผมคงโกหกไม่ได้เลยสินะ

" ถึงตอนแรกไม่ได้เป็นคนที่ใช่แต่คนเรานานไปทำเรื่องที่ใช่บ่อยๆ ก็กลายเป็นคนที่ใช่ได้นี่ นายไม่คิดแบบนั้นหรือ "  

พี่กรบอกผมพยายามนึกตามคำพูดพี่กร

มันจริงทุกอย่างเลยจนผมเเย้งอะไรไม่ออก

" มันเป็นเรื่องยากสำหรับไอ้เสกที่จะแสดงออกมาในแบบที่ถูกที่ควร​ แต่ถ้านายให้โอกาสลองเรียนรู้ความชอบครึ่งๆกลางๆของมันนายอาจจะชอบมันมากกว่านี้ก็ได้นะ "

พี่กรบอกยิ้มๆ

ผมรู้สึกเกลียดคำว่า ชอบมากกว่านี้ จริงๆเพราะว่าคำพูดนี้มันแม่นเหมือนคนพูดมานั่งอยู่ในใจผมเลย

แล้วอาหารก็ถูกนำมาเสริฟไอ้พี่เสกเดินหน้าบึ้งเข้ามานั่งลงตรงข้ามพี่กรไอ้พี่เสกมองหน้าพี่กรทันทีเหมือนกำลังจะถามแต่พี่กรพูดขึ้นก่อน

" ต่อตักข้าวสิ เผื่อพี่ด้วย "

พี่กรบอกผมมองหน้าไอ้พี่เสกนิดนึงแล้ว ตักข้าวผัดใส่จานให้พี่กรและส่งอีกจานให้ไอ้พี่เสกไอ้พี่เสกรับจานข้าวไปพร้อมกับผัดไทยกุ้งสดที่มีผักอยู่เต็มจานแล้วหยิบขวดเครื่องปรุงขึ้นมาพลิกไปมาเพราะภาชนะที่เหมือนกันและบางขวดสติ๊กเกอร์ที่แปะไว้ก็หลุดออกมาทำให้ลูกค้าสับสนดูไม่ออก

ยิ่งผู้ชายแบบไอ้พี่เสกด้วยยังไงก็ดูไม่ออกเหมือนกำลังเดาว่าอะไร ทำให้ผมมองแล้วขัดตา

" นั่นเกลือ "

ผมบอกออกไปแล้วไอ้พี่เสกก็เลื่อนจานผัดไทยมาตรงหน้าผม ผมก็จัดการปรุงรสให้กลางๆแล้วตักผักออกแล้วยกจานผัดไทยคืนให้ไอ้พี่เสกการกระทำของผมและไอ้พี่เสกอยู่ในสายตาของพี่กรทุกอย่าง

" ต่อ ช่วงบ่ายว่างใช่มั้ย "

พี่กรถามผมไอ้พี่เสกจ้องสายตาดุมาที่ผมทันที

" เอ่อ ว่างครับ " ผมตอบ

" ดีเลย งั้นช่วยพี่เลือกของขวัญหน่อย "

พี่กรบอกแล้วก้มหน้าจัดการอาหารตรงหน้าทันทีโดยไม่สนใจท่าทีของไอ้พี่เสกเลย

" ไม่มานอนกลางเลยล่ะคืนนี้ "

ไอ้พี่เสกพูดเสียงเข้มกับพี่กร

" หือ ได้หรอ​  กูคิดอยู่นะ "

พี่กรตอบกวนๆแล้วหันมาส่งยิ้มหวานให้ผม

ผมก้มหน้าหลบสายตาของพี่กรด้วยความอาย เป็นใครก็ต้องอายถ้าได้รับรอยยิ้มหวานจากพี่กร

จากนั้นก็ นั่งเงียบฟังผู้ใหญ่สองคนที่โต้กลับกันไปมาเหมือนกับเด็กอายุ6ขวบและหลุดยิ้มออกมา

------------------------------------------------------------------------------------------------

และแล้วความหมายของเงินนั่นก็ถูกเฉลยออกมาตอนหน้ามาติดตามวิธีแสดงความชอบครึ่งๆกลางๆของไอ้พี่เสกกัน และงานใหม่ของเป็นต่อจะหนักหนา แค่ไหน และทำไมท่านประธานถึงเลือกเป็นต่อให้เป็นเลขาส่วนตัว ตอนหน้าเฉลยจ้า

ติดตามผลงานด้วยนะ

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

❤️   ขอบคุณคร้า  ❤️

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}