kullacha

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 32

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2560 21:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32
แบบอักษร

2017-01-19 21:06:04 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“มา..ฮิมิทสึ..” หลังจากลอดคลานออกมาจากด้านในได้แล้ว พีระก็ยื่นมือมาหาผมเพื่อที่จะช่วยดึงให้ลุกขึ้น

 

 

“พี่ครับ..แล้วเราจะหนีไปทางไหน? ดูสิ..คนของพวกมันย๊วกเยี๊ยะเต็มไปหมดเลย” ผมพูดพร้อมกับกอดแขนของพีระเอาไว้แน่นพร้อมกับมองซ้ายมองขวาไปด้วย

 

 

“ไม่ต้องห่วง...ตามพี่มา” สิ้นเสียงของพีระ เค้าก็โอบหัวไหล่ของผมแล้วพาวิ่งออกไปทางด้านซ้ายมือ

 

 

“พี่ครับ! มีคนมา!” ระหว่างที่กำลังวิ่ง แต่แล้ว..กลับมีผู้คนกลุ่มนึงเดินมาพอดี ผมกับพีระจึงจำเป็นต้องหลบอยู่ในซอกมุม

 

 

“รอสัญญาณอยู่ตรงนี้ก่อนก็แล้วกัน ถ้าเรือเตรียมพร้อมแล้ว พวกเราจะเดินทางอ้อมไปรอพวกคนรักของนายอีกฟากเกาะ” หา? ฟากเกาะ? นี่ผมอยู่ที่จังหวัดไหนฟร่ะเนี่ย!

 

 

“เอ่อ..พี่ครับ เราอยู่ที่ไหนกันอ่ะ?” ผมถามออกไปด้วยแววตามใสๆ

 

 

สุราษฎร์ธานี” สิ้นเสียงของพีระ ผมนี่..นิ่งเป็นหินไปแล้วล่ะครับ อา..นี่พวกมันพาผมมาไกลขนาดนี้เลยเหรอ? นี่แสดงว่ารถตู้ที่พวกมันขับเนี่ย..ติดพวกจรวดเทอร์โบป๊ะ? ถึงได้มาถึงที่นี่เร็วนัก!

 

 

 

ทางด้านของร่างสูง

 

 

“พี่ครับ! พวกมันไม่ยอมปล่อยโอกาสให้เราได้ฝ่าเข้าไปได้เลย! นี่ฟ้าก็จะสางแล้ว!” ไดนาดินที่อยู่ข้างๆพูดคุยกับพี่ชายของเขาเอชกับวัลดัส

 

 

“แม่ง!! เดี๋ยวชั้นจะฝ่าเข้าไป! พี่เอชกับนายช่วยยิงสะกัดเอาไว้ให้หน่อย!” สิ้นเสียงของวัลดัส เขาก็วิ่งฝ่ากระสุนออกไปอย่างไม่สนใจชีวิตของตัวเอง ส่วนเอชกับไดนาดิน สองพี่น้องก็คอยยิงสะกัดกั้นเอาไว้ให้ตามที่ร่างสูงบอก

 

 

“จะไปไหน!” ปังๆๆๆๆๆ! ระหว่างที่วัลดัสกำลังวิ่งฝ่าออกไปทางด้านข้าง แต่แล้ว..บอสใหญ่ทางฝั่งศัตรูกับยิงสะกัดเอาไว้ซะก่อน

 

 

“หึ! ถ้าสามารถต้านกูได้..ก็ลองดู!” ปังๆๆๆๆ!! สิ้นเสียงของวัลดัส เสียงกระสุนปืนก็ดังขึ้นระรัว

 

 

“หืม?” แต่ทว่า..ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังชุลมุน กลับมีเสียงอะไรบางอย่างดังใกล้เข้ามา

 

 

“อา...ชิท!! พวกเราถอยก่อน!!” จากนั้น บอสทางฝั่งศัตรูที่ยังคงสวมหน้ากากสีขาวก็ตะโกนออกมา พร้อมกับค่อยๆถอยหลังวิ่งหนีไปที่รถของตัวเอง

 

 

“มาซักที...” เอชพูดเบาๆพร้อมกับจ้องมองเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินเข้ามาหา

 

 

“อา..ฮิมิทสึ! ลูกน้องของชั้นเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ไปกันเถอะ!” หลังจากแอบหลบตรงซอกมุมอยู่นานพอสมควร ตอนนี้..ฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว จากนั้น เมื่อพีระพูดจบเค้าก็จับข้อมือของผมวิ่งออกจากที่หลบซ่อนทันที

 

 

กริ๊ก!

“แหมๆๆ เผลอแค่ชั่วโมงกว่าๆ กลับแอบหนีออกมาซะได้นะคนดี” อา..ระหว่างที่กำลังวิ่ง ผมกับพีระก็ต้องชะงักเมื่อมีเสียงเหนี่ยวไกอยู่ด้านหลัง แถมน้ำเสียงนั่นก็เป็นของบุคคลที่คุ้นเคยอีกด้วย!

 

 

“อ..เอ็ดการ์ด..” ผมพูดพร้อมกับค่อยๆหันกลับไปมองด้านหลังช้าๆ

 

 

“มากับชั้นเยอบิช..เรือใหญ่พร้อมแล้ว พวกเราจะออกเดินทางไปใจกลางทะเลกัน” เอ็ดค่อยๆก้าวเดินเข้ามาหาผม แต่ทว่า..

 

 

พลั่ก! ผลั่ก!

“ฝันไปเถอะ! น้องกูจะไม่ไปไหนกับพวกเหี้ยๆอย่างมึงทั้งนั้น!” ระหว่างที่เอ็ดกำลังเอื้อมมือหมายจะกระชากตัวของผม พีระกลับเตะตรงข้อมือของเอ็ดพร้อมกับถีบตรงท้องน้อยของหมอนั่นอย่างแรง

 

 

“ฮิมิทสึ! วิ่ง!” สิ้นเสียงของพีระ เค้าก็อาศัยจังหวะที่เอ็ดล้มและลูกน้องของเค้ากำลังประคองให้ลุกขึ้นอยู่ พีระก็จับข้อมือของผมลากวิ่งออกไปทางด้านซ้ายมือทันที

 

 

“อา...ว่าจะไม่ลั่นไกแล้วเชียว..” ปัง!! ปัง!!

 

 

“อึ่ก!” ทุกอย่าง...มันเกิดขึ้นเร็วมาก ระหว่างที่ผมกำลังวิ่ง..เพียงแค่สิ้นเสียงปืนเท่านั้น..จู่ๆร่างของพีระพลกับล้มลง

 

 

“พ..พี่ครับ..อา..พี่ครับ..ไม่นะ! ฮึ่ก! ฮือออออ!

 

 

“ฮิมิทสึครับ..วิ่ง..ไป..มือถือนี่..หลังจากที่ขึ้นเรือสีขาวที่จอดรออยู่ตรงหาดฝั่งขวามือ นายรีบติดต่อให้คนรักของนายมารับ..อึ่ก! จำเอาไว้นะ..พี่ยังคงรักนายเสมอ..และ..จะ..รักตลอดไป..ข...ขอโทษนะ..ฮิ...มิท..สึ..ที่ไปส่งนายไม่ได้..” อา..นี่มันไม่จริง ทำไมผมต้องมาเห็นภาพแบบนี้ มันเกินที่ใจของผมจะรับได้..

 

 

“พีระพล..ลุกขึ้น..ลุกสิ! กูบอกให้มึงลุกขึ้นไง!!” ผมพูดพร้อมกับยกศรีษะของพีระขึ้นมาวางเอาไว้บนตักเล็ก แล้วเขย่าร่างของพีระพลที่กำลังนอนอยู่ราวกับคนเสียสติ

 

 

“จะมัวมานั่งเสียใจอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว..ไปกับชั้น!” เอ็ดการ์ดเดินเข้ามาทางผมพร้อมกับพูดขึ้น จากนั้น หมอนั่นก็ดึงข้อมือเล็กที่ชุ่มไปด้วยเลือดของพีระให้ลุกขึ้นยืน แต่ทว่า..ผมกลับไม่มีแรงเหลืออยู่เลย

 

 

“เอ็ดการ์ด..มึงมันเลว..เลวยิ่งกว่าสัตว์นรกซะอีก..มึงเผาบ้านของกูยังไม่พอ มึงยังพรากชีวิตของคนที่กูรักอีกตั้งสองคน! หัวใจของมึง..ทำด้วยอะไร..ฮึ่ก! ห๊ะ!! บอกมาสิ..ใจของมึงมันยังเป็นคนอยู่มั้ย!!” ผมพูดราวกับคนเสียบ้า จนเอ็ดการ์ดที่ยืนมองอยู่ถึงกับชะงักพร้อมกับจ้องมองผมอย่างไม่พอใจ

 

 

“ไม่...นายพูดผิดแล้ว นอกจากยัยแก่กับไอ้เด็กนี่ ยังมีอีกนะ..ที่ชั้นฆ่าไปแล้วกับมือตัวเอง นั่นก็คือ..พ่อนายกับแม่ของนายยังไงล่ะ! หึๆๆ” อา..อะไรนะครับ? ผมฟังไม่ค่อยถนัดเลย ทำไมใจของผมถึงได้เจ็บปวดมากมายขนาดนี้..

 

 

“เห็นหน้าของชั้นเด็กขนาดนี้..แต่ชั้นอายุสามสิบแล้วนะที่รัก หึๆๆ”

 

 

“ม..หมายความว่ายังไง..” ผมถามออกมาอย่างเลื่อนลอยพร้อมกับลูบเส้นผมของพีระเบาๆ

 

 

“ตั้งแต่ที่แม่ของนายพานายหนีมาที่นี่ แม่ของนายก็กลับไปหาพ่อของนายที่สเปนอีกครั้ง ไปกอดคอกันตายอยู่ที่โน้นไง รู้มั้ย? โทษของการหักหลังกองทัพน่ะ..มันรุนแรงนะ ถึงแม้จะรอดพ้นพวกทหารได้ แต่ยังไงซะก็รอดพ้นอาชญากรโลกอย่างชั้นไม่ได้ พวกกองทัพลับ..แอบจ้างชั้นนอกจากตามสังหารพ่อแม่ของนายแล้วยังให้ชั้นตามล่าตัวนายอีกด้วย แต่..นายน่ะ..ถูกซุกซ่อนเอาไว้ดีจนเกินไป มันก็เลยใช้เวลาตามหานานพอสมควร” อา..แบบนี้นี่เอง พ่อแม่ที่แท้จริงของผม ตายไปแล้วสินะ..ด้วยฝีมือของคนๆคนนี้ อ้อ! ไม่สิ..คนกลุ่มใหญ่เลยต่างหาก!

 

 

“มัวทำอะไรอยู่!! ไปกันได้แล้ว! อีกไม่กี่นาทีพวกมันก็จะตามมาทัน!” ระหว่างที่ผมกำลังนิ่งชะงัก ราวกับคนที่วิญญาณหลุดออกจากร่าง จู่ๆ ชายสวมหน้ากากก็เดินเข้ามา

 

 

“ครับท่าน!” จากนั้น เอ็ดการ์ดก็รวบร่างเล็กของผมแล้วพาเดินออกไปตามหลังชายสวมหน้ากากคนนั้นทันที

 

 

ตู้ม!! ปังๆๆๆๆๆๆๆๆ!!

“เหี้ยเอ้ยยย! พวกแกยิงสะกัดพวกมันเอาไว้!” อา..เสียงอะไรน่ะ? เหมือนกับเสียงเฮลิคอปเตอร์? เสียงระเบิด? เสียงปืน?

 

 

“ฮิมิทสึ!!” อา..และนั่น เสียงของใครกันนะ? ฮึ่ก! ฮือออ..ในที่สุดพวกเค้าก็มาซักที...ช่วยด้วยครับ..ผมไม่ไหวแล้ว

 

 

“ปล่อยเมียกู!!!” ปังๆๆๆๆๆ! เอ๋...นั่นเสียงของเอชใช่มั้ย?

 

 

“เอ็ดการ์ดพาเด็กนี่ขึ้นเรือไป!

 

 

“หยุดนะ!!

 

 

“เอช! ไดนาดิน! วัลดัส! ทางนี้!! นี่คือเรือของนายพีระ! ที่แอบตามมาช่วยฮิมิทสึ!

 

 

“ท่านครับ...เด็กนี่เป็นอะไรไปทำไมร่างกายถึงไม่ตอบสนอง?” อา..ผมได้ยินนะ แต่ร่างกายของผมมันขยับไม่ได้เลย..ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสาเหตุอะไร

 

 

“ฮิมิทสึ..” หืม? เสียงนี่มัน

 

 

“มองหน้าชั้น..” ผมก็อยากจะมองนะ....แต่...ผมมองไม่เห็น

 

 

“ท่านครับ! ด้านหน้ามีเรือกำลังขวางพวกเราอยู่! ประมาณสี่ลำเห็นจะได้!

 

 

“เวรเอ้ยยย! นี่..น้ำตรงนี้ลึกพอรึเปล่า?

 

 

“ครับ!

 

 

“เรียกเรือฐานทัพมารออยู่ตรงนี้!

 

 

“ครับท่าน!

 

 

“ฮิมิทสึ!!” หืม? นั่นมันเสียงของพี่ยูนี่นา อ๋อ..เรือที่จอดขวางอยู่เป็นพรรคพวกของพี่ๆเค้านี่เอง

 

 

“ฮิมิทสึ!!!” อา...วัลดัสกับสามีของผมอีกสองคนตามมาถึงตรงนี้แล้ว

 

 

“กัดไม่ยอมปล่อยเลยนะ!เสียงของชายสวมหน้ากากพูดขึ้น พร้อมกับอุ้มร่างเล็กๆของผมเดินออกไปยังหัวเรือ

 

 

“บอสครับ..นั่นมันเอ็ดการ์ดอาชยกรโลกที่ทุกทวีปกำลังตามหาตัวอยู่นี่ครับ และนั่น..น่าจะเป็น..” ผมที่ยืนอยู่ตรงหัวเรือได้ยินเสียงใครก็ไม่รู้พูดเป็นภาษาเยอรมัน น่าจะพูดกับพวกสามีของผมนะ

 

 

“ปล่อยฮิมิทสึ..” เอชพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็น

 

 

“พวกเราแค่อยากจะขอยืมตัวไปที่สเปนซักสามสี่วันเท่านั้นเอง” ชายสวมหน้ากากพูดขึ้น

 

 

“ทำไม...” วัลดัสถาม

 

 

“ความลับ...”

 

 

“ไม่ใช่ว่าเด็กคนนี้..คือกุญแจสำคัญเรื่องตู้นิรภัยขนาดใหญ่ ที่แอบเก็บข้อมูลอาวุธชีวภาพของนายสเตฟานหรอกเหรอ?” เอ๊ะ? เสียงใคร? ทำไมมันถึงคุ้นหูนัก!

 

 

“โจ..จีน?” อา..นี่มันอะไรกัน!!

 

 

“พวกเธอทำไมมาอยู่ที่นี่..” ไดนาดินถามอย่างสงสัยพร้อมเดียวกันกับที่ร่างของผมถูกวางลง

 

 

“ขอโทษนะครับที่พวกเราปิดบังพวกคุณ..พวกเราสองคนพี่น้องถูกสั่งให้มาคุ้มครองฮิมิทสึตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ ตามจริงแล้ว..ที่บอกว่าเป็นเด็กกำพร้า..นั่นก็จริง แต่พวกเราแค่ขาดพ่อแม่ไปตั้งแต่เกิดแล้วเท่านั้น พวกเราสองคนไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ แต่..ถูกฝึกอยู่ที่หน่วยรบเหมือนกัน” สิ้นเสียงของพี่โจ ผมนี่ถึงกับช็อคอีกครั้ง

 

 

“แล้ว..ทำไมต้องคุ้มครองฮิมิทสึ?” เอชถามขึ้น

 

 

“สเตฟานกับลีน่า ก่อนจะหายไป..พวกเค้าใช้เงินก้อนสุดท้ายทั้งหมดซื้อชีวิตของพวกเราสองคนที่หน่วย เพื่อให้ช่วยคุ้มครองฮิมิทสึหลังจากที่พวกเราอายุครบเจ็ดขวบครับ ถึงแม้จะช้าที่ตามไปคุ้มครองทีหลัง แต่เพื่อสมจริง..พวกเราจำต้องรอ พวกเราสองคนรู้ว่าวันนี้ต้องมาถึงซักวันนึงแน่ๆ แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะช้าถึงขนาดนี้ หึๆๆ”  พี่โจพูดออกมาอย่างขำๆ

 

 

“หึ! พวกแกเองสินะ..ที่แกล้งปล่อยข่าวทำให้ทางพวกเราหัวหมุนตามหาเยลบิชไปทั่วโลกน่ะ” เอ็ดการ์ดพูดขึ้นอย่างหัวเสีย

 

 

“เดี๋ยวนะ..ช่วยเล่าทุกอย่างให้พวกเราฟังหน่อยจะได้มั้ย เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น! ฟังดูแล้วมันค้างๆงงๆว่ะ!” พี่มโนพูดออกมาอย่างสุดทน

 

 

“เรื่องราว..มันเกิดขึ้นเมื่อยี่สิบเจ็ดปีก่อน” หืม? ชายสวมหน้ากากเป็นคนเล่าหรอกเหรอ?

 

 

“ห้องแลปวิจัยในฐานทัพลับของสเปน สเตฟานรับหน้าที่ในการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับอาวุธชีวภาพ แต่แล้ววันนึง..ท่านนายพลกลับอยากจะลองคิดค้นอาวุธที่สามารถทำลายล้างคนทั้งซีกโลกได้ จึงลองให้สเตฟานเพื่อนสนิทคิดค้นเรื่องนี้ขึ้นมา แต่ก็นะ..ตามจริงเค้าก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับเรื่องนี้มากนักหรอก เพราะมันเป็นได้ยาก แต่แล้ว..เมื่อเวลาผ่านไปสิบปี นายสเตฟานเกิดคิดค้นมันขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่ายังไม่เคยทดลองแต่ความสมดุลเป็นไปได้เกือบแปดสิบเปอร์เซนต์” อา..นี่มัน..อย่างกับในหนังแน่ะ!

 

 

“ท่านนายพลตื่นเต้นมาก..และเกิดความคิดเฉียบพลันที่ว่า..จะทดลองใช้อาวุธชีวภาพนี้กับคนทางแถบทวีปทางตอนใต้ดู สเตฟานที่ได้ยินดังนั้นก็ไม่เห็นด้วย เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำแบบนั้น ท่านนายพลหัวเสียมาก..เค้าก็เลยคิดจะช่วงชิงข้อมูลนั่นมาจากสเตฟาน แต่สเตฟานกลับไหวตัวทัน เค้ากลับไปที่บ้านและบอกเรื่องราวทั้งหมดให้กับภรรยาที่เพิ่งให้กำเนิดบุตรชายผมสีฟ้าได้แค่อาทิตย์เดียว จากนั้น เค้าก็กลับไปที่ห้องแลปและแอบเก็บข้อมูลชีวภาพเอาไว้ในตู้นิรภัย โดยใส่รหัสลับเอาไว้สี่หลักด้วยกัน  ส่วนลีน่า..เธอรีบพาลูกชายบินออกนอกประเทศ จากนั้นไม่เกินสองวัน เธอก็รีบบินกลับมาโดยที่ปราศจากบุตรชายของเธอเอง” ฮึ่ก! นี่พ่อแม่ของผม ทำไม..ต้องเกิดเรื่องแบบนี้กับพวกเค้าด้วย!

 

 

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฮิมิทสึ..ตามจริงแค่เค้นเอารหัสลับหรือทุบตู้นั่นซะก็สิ้นเรื่อง!” พี่กรีนพูดออกมาอย่างหัวเสีย

 

 

“หึๆๆ ถ้าง่ายแบบนั้นมันก็ดีน่ะสิ..ตู้นั่น..ถ้าถูกกระทบกระเทือนมันก็จะระเบิดทันที และถ้าหากใส่รหัสผิดสามครั้ง..มันก็จะทำลายตัวเองเช่นกัน” เอ็ดการ์ดพูดด้วยน้ำเสียงขำๆ

 

 

“นายจะบอกว่า..พ่อของฮิมิทสึไม่ยอมเปิดปากบอกรหัสจนวินาทีสุดท้ายเลยสินะ”เอชพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

 

“ใช่...” ชายสวมหน้ากากพูดออกมา

 

 

“และนายคิดว่ารหัสลับนั่น..น่าจะอยู่กับเด็กที่เพิ่งเกิดมาแค่เพียงอาทิตย์เดียวน่ะเหรอ?” ไดนาดินพูดขึ้น

 

 

“ของสิ่งเดียวที่ติดตัวเด็กนี่มา..นั่นก็คือสร้อยเส้นนี้..” อา..หมายถึงสร้อยของแม่เย็นใจน่ะเหรอครับ?

 

 

“แต่นั่นมันสร้อยที่แม่เย็นใจเก็บเอาไว้ให้ฮิมิทสึหนิ” พี่จีนพูดขึ้น

 

 

“เปล่า..นี่มันสร้อยของสเตฟานที่สั่งทำเอาไว้ให้กับลูกชายของเค้าอย่างปราณีตต่างหากล่ะ และในนี้จะต้องมีรหัสอยู่แน่ๆ” ชายสวมหน้ากากพูดขึ้น อา..ที่แท้ก็เป็นสร้อยของพ่อ

 

 

“แล้ว..แม่เย็นใจกับพ่อแม่ของผม..ท่านเกี่ยวพันธ์กันยังไง” ผมถามออกมาพร้อมกับน้ำตาไหลพราก..ที่ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น

 

 

“แม่ของนายลีน่า..กับแม่เย็นใจพวกเค้าสองคนเป็นเพื่อนรักกัน รวมไปถึงแม่เย็นจิตอีกด้วยนะ” อา..เหรอครับพี่จีน..

 

 

“ฮิมิทสึ..ไหนๆก็ไหนแล้ว..ชั้นมีความลับจะบอกกับนาย ตามจริงแล้วแม่เย็นจิตไม่ได้เกลียดนายหรอกนะ เค้ารักนายไม่ต่างไปจากแม่เย็นใจเลย แต่ที่เค้าไล่นายออกมาก็เพราะว่า..เค้ารู้ข่าวจากทางสเปนแล้ว ว่าทางกองทัพได้ส่งคนมุ่งหน้ามาที่ไทย เค้าก็เลยไล่นายเพื่อให้ไปกลบดานอยู่ในที่ๆมีผู้คนพลุกพล่าน โดยรีบโทรตามพวกเราที่กำลังเล่นสงครามประสาทกับพวกนั้นให้มารับนายไปอยู่ด้วย” อา..อะไรนะครับ? นี่ผมคิดไปเองว่าแม่เย็นจิตเกลียดผม?

 

 

“พอเถอะครับ...พอเถอะ..ผมไม่คิดเลยจริงๆว่าชีวิตของผมจะมีค่ามากถึงขนาดนี้..ทำให้ผู้คนที่ผมรักล้มตายกันเป็นว่าเล่น หึๆๆ พ่อ..แม่..แม่เย็นใจ..แม่เย็นจิต..พีระพล..แล้วจากนี้จะเป็นใครอีก?” ผมพูดออกมาพร้อมกับทรุดตัวลงอย่างอ่อนแรง

 

 

“ฮิมิทสึ! มองหน้าชั้น” เอชเรียกผม แต่ทว่า...

 

 

“เอชครับ..ถึงแม้ว่าคุณจะเรียกผมให้ผมมองหน้าของคุณ แต่ผมคงทำไม่ได้..เพราะตอนนี้..ดวงตาของผมมองไม่เห็นใครอีกแล้ว..ดี..ดีเป็นอย่างนี้..ก็ดี..หึๆๆๆ”

 

 

 

"ไม่จริง..อึ่ก! ไม่จริง.." เสียงของไดนาดินพูดขึ้น

 

 

“อา...อึ่ก! ฮิมิทสึ!!” ผมได้ยินเสียงของใครหลายๆคนเรียกชื่อของผม และคงอยากจะวิ่งเข้ามาโอบกอด แต่ก็คงติดอยู่ที่ว่าศรีษะของผมมีกระบอกปืนจ่ออยู่

 

 

“คุณครับ..ผมขอถามอะไรหน่อย ถ้าหากคุณได้รหัสนั่นไป คุณจะเอามันกลับไปที่ฐานและเปิดทดลองใช้อาวุธนั่นเลยใช่มั้ย?” ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อน

 

 

“ใช่...” ชายสวมหน้ากากตอบรับผม

 

 

“หึๆๆๆ ถ้าอย่างนั้น..ผมจะให้ก็ได้..มันไม่ยากเลย ในตัวหนังสือภาษาสเปนนั่นน่ะ..รหัสมันก็บ่งบอกอยู่แล้ว แต่..ผมขอถามอีกแค่เพียงอย่างเดียว ที่คุณบอกว่า..กำลังตามหาน้องชายและบอกอีกด้วยว่าเพลง El perdon เป็นเพลงที่พ่อของคุณชอบฟัง คุณโกหกใช่มั้ยครับพี่ฟา?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาของเราหมดแล้ว อิอิ ต่อพรุ่งนี้น้าาาาาาา จุ๊บๆๆๆๆ ไปทำงานก่อน..

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น