kullacha

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 31

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2560 08:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 31
แบบอักษร

2017-01-19 07:53:28

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ไปถึงไหนแล้ว?” หลังจากที่ชายสวมหน้ากากเดินเข้ามา เค้าก็ถามเอ็ดที่กำลังทำอะไรบางอย่างกับเส้นผมสีฟ้าของผมอืม..น้ำเสียงของเค้าก็ถูกดัดแปลงด้วยเหรอ?

 

 

“รอซักครู่ครับท่าน..” อา..อีกอย่าง น้ำเสียงและท่าทางของเอ็ดดูเปลี่ยนไปเมื่ออยู่ต่อหน้าชายคนนี้แฮะ

 

 

“เร็วหน่อยนะ..นี่มันก็จะตีสองแล้ว อีกอย่าง..พรรคพวกของเด็กนี่..ก็กำลังตามมาติดๆ” สิ้นเสียงของชายสวมหน้ากาก ผมก็ใจชื้นขึ้นมาทันที อา..พวกเอชกำลังตามหาผมจากสัญญาณนั่นใช่มั้ย?

 

 

“หึ! ใช่จริงๆสินะ..ไอ้ต่างหูเล็กๆนั่นน่ะ เป็นสัญญาณ Gps จริงๆด้วย..” เอ็ดพูดพร้อมกับเดินไปนั่งตรงโต๊ะกล้องจุลทรรศน์

 

 

“แต่ชั้นว่า..มันน่าจะมีมากกว่านั้น เพราะตอนนี้..พวกมันกำลังมุ่งตรงมาหาเราอย่างเต็มกำลัง แสดงว่า..ในตัวของเด็กนี่..จะต้องมีสัญญาณอีกแน่ๆ” สิ้นเสียงของชายหน้ากาก เค้าก็เดินเข้ามาหาผมช้าๆ

 

 

“อา..เอิ่ม..ผมขอถามอะไรหน่อยนะเอ็ด..เป็นคุณรึเปล่า? ที่ส่งข้อความนั่นไปให้ผม?” ผมพูดถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับจ้องมองชายสวมหน้ากากอย่างไม่วางตา

 

 

“ใช่...” เอ็ดพูดพร้อมกับทำงานของตัวเองต่อ จากนั้น ผมก็เอาแต่นิ่งเงียบเพื่อไว้อาลัยกับความโง่เขลาของตัวเอง และเป็นจังหวะเดียวกันที่ชายสวมหน้ากากเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของผมพอดี

 

 

“หืม? สร้อย?” ระหว่างที่เค้ากำลังโน้มใบหน้าเข้ามาสังเกตุตามเนื้อตามตัวของผม แต่ทว่า..เค้ากลับชะงักเพราะเห็นสร้อยเส้นยาวกับจี้ดอกเยอบีร่า

 

 

“ไม่นะครับ..สร้อยเส้นนี้ไม่มีของที่คุณตามหาแน่ๆ!” ผมพูดพร้อมกับบิดลำตัวไปมา เพราะตอนนี้..สร้อยของผมกำลังจะถูกชายสวมหน้ากากถอดออก

 

 

กริ๊ก!

“หึ! แล้วนี่อะไร?” ชายคนนั้น หลังจากถอดสร้อยของผมออกไปได้แล้ว เค้าก็สังเกตุและจ้องมองมันซักพัก จากนั้น..หมอนั่นก็สามารถเปิดล็อคเก็ตออกจนได้

 

 

ตุ๊บ!

“ไม่นะ!! ฮือออออ!” ผมรีบร้องออกมา เมื่อผู้ชายคนนั้นถือสร้อยเส้นเล็กๆของเอชเดินไปที่โต๊ะ จากนั้น..เค้าก็ใช้ของแข็งทุบตรงจี้จนแตกละเอียด..

 

 

“อา...ท่านครับ..” ระหว่างที่ผมกำลังร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าสงสาร ส่วนชายสวมหน้ากากคนนั้นก็เอาแต่จ้องมองผมอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่แสดงกิริยาใดๆออกมา แต่แล้ว..เอ็ดก็พูดขึ้น

 

 

“ว่า...”

 

 

“ผลดีเอ็นเอ..ตรงกันครับ” สิ้นเสียงของเอ็ด ชายสวมหน้ากากก็รีบเดินเข้าไปหาเค้าทันที

 

 

“หึ..หึๆ..หึๆๆๆๆๆๆๆ ในที่สุด..ชั้นก็ตามหาจนเจอ!” ชายสวมหน้ากากพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาหาผมใกล้ๆ อา..เจอ? เจออะไร?

 

 

“เยอบิช..นายรู้รึเปล่า? ว่าต้นกำเนิดของนาย..มันไม่ธรรมดา” หืม? นี่เค้าพูดถึงเรื่องอะไร? ย..เยอบิช?

 

 

“ท่านจะรายงานไปที่ฐานทัพเลยมั้ยครับ?” เอ็ดพูดพร้อมกับกระตุกยิ้มส่งมาให้ผมที่กำลังนั่งน้ำตาไหลพราก

 

 

“ยังก่อน..หารหัสภายในตัวของเด็กคนนี้ให้เจอ..ก่อนถึงพรุ่งนี้เช้า” สิ้นเสียงของชายสวมหน้ากาก เค้าก็เดินหันหลังตรงไปยังโซฟาสีขาวสะอาดที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับผม

 

 

“รับทราบครับท่าน..” เอ็ดโค้งตัวลงเพื่อรับคำสั่ง อา...รหัสอะไร? ผมไม่เข้าใจ? ล..แล้วต้นกำเนิดที่ไม่ธรรมดา? มันหมายความว่ายังไง!! แล้วเยอบิชคือใคร?

 

 

ทางด้านของร่างสูง

 

 

“เหี้ยเอ้ยยยย!!” เอชสบถออกมาพร้อมกับทุบหน้าขาของตัวเองแรงๆ

 

 

“พี่ครับ..อย่าบอกนะว่าสัญญาณของฮิมิทสึดับหายไปแล้ว!” ไดนาดินที่นั่งอยู่ข้างๆพูดถามพี่ชายของเขา

 

 

“อืม..แต่ชั้นแน่ใจแล้วล่ะ ว่าฮิมิทสึต้องอยู่จุดนั้นแน่ๆ เพราะว่าสัญญาณแน่นิ่งอยู่นานเลยทีเดียว ตอนนี้..ก็ได้แต่หวังให้ฟาที่ล่วงหน้าไปก่อน ถึงตัวของฮิมิทสึโดยเร็วที่สุด!” เอชพูดออกมาพร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นบีบขมับของตัวเองไปด้วย

 

 

“เรารีบไปกันเถอะ...ผมรอไม่ไหวอีกแล้ว” วัลดัสพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นยะเยือก

 

 

“ป่านนี้แล้ว..ยู โย มโม ก็น่าจะตามมากันแล้ว” กรีนที่นั่งอยู่ตรงเบาะหน้าพูด

 

 

“อืม..” เอชตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ทั้งๆที่ใจของเขาในตอนนี้..มันไม่ได้นิ่งตามน้ำเสียงนั่นเลยซักนิด!

 

 

“เฮ้ย! ระวัง!” ระหว่างที่ความเงียบกำลังครอบงำ แต่แล้ว..ด้านหน้าของพวกเขากลับมีรถตู้สีดำประมาณสามสี่คันจอดขวางทางเอาไว้อยู่

 

 

“หึ! เข้าใกล้รังของพวกมันแล้วสินะ!!

 

 

“นายไม่รู้อะไรเลยจริงๆเหรอเกี่ยวกับพ่อแม่ของตัวเองและชื่อที่แท้จริงของนาย” หลังจากที่สอบสวนถามนั่นถามนี่ผมไปนานพอสมควร แต่แล้ว..เอ็ดมันก็ไม่ได้คำตอบอะไร

 

 

“ฮึ่ก! ไม่รู้..ตั้งแต่ผมจำความได้ ผมก็อยู่กับแม่เย็นใจมาโดยตลอด และชื่อของผมก็คือฮิมิทสึ..ซึ่งแปลว่าความลับ” ผมพูดพร้อมกับดวงตาที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย

 

 

“ความลับ? หึๆๆ ในเมื่อไม่สามารถหารหัสในการสอบถามได้..แบบนี้..ก็คงจะต้องใช้วิธีค้นหา..แบบทุกซอก..ทุกมุมในร่างกายเล็กๆของนายซักหน่อยแล้ว เผื่อว่า..สเตฟานอาจจะทำเครื่องหมายอะไรเอาไว้บนผิวหนังของนายก็เป็นได้” อา..สเตฟาน? เค้าเป็นใคร?

 

 

“ฮึ่ก! เดี๋ยวครับ! พวกคุณช่วยบอกผมหน่อย..ว่าผมเป็นใครมาจากไหนกันแน่..จากนั้น..ผม..ผม..ก็จะบอก..บอก..สิ่งที่พวกคุณต้องการจะรู้ทั้งหมด..” ผมพูดแบบโกหกออกไปอย่างเนียนๆ

 

 

“นึกว่าพวกเราโง่เหรอ..” ชายสวมหน้ากากพูดขึ้นพร้อมกับลุกจากโซฟาเดินเข้ามาหาผม

 

 

“แต่..ก็เอาเถอะ ชั้นจะบอกเรื่องชาติกำเนิดของนายคร่าวๆ ก่อนที่..นายจะถูกส่งตัวไปที่ฐานทัพสเปน..เพื่อค้นหารหัสลับนั่นอีกครั้ง” อา..ไม่นะ! ฮึ่ก! ฮือออ..ผมไม่ไป!

 

 

“พ่อของนาย..เป็นคนสเปน..ส่วนแม่ของนายเป็นคนไทยลูกครึ่งสเปน พ่อของนายชื่อว่าสเตฟานเค้าทำงานอยู่ในห้องแลปองค์กรลับของฐานทัพสเปน พ่อของนายมีบทบาทสำคัญมาก..เพราะเขามีหน้าที่ผลิตอาวุธชีวภาพที่สามารถทำให้คนทั้งโลกหวาดกลัวได้ แต่พอเค้าคิดค้นมันสำเร็จ..เค้ากลับหักหลังฐานทัพ” อา..นี่มันอะไรกัน พ่อของผม..

 

 

“แม่ของนายชื่อว่า..ลีน่า ส่วนชื่อของนายคือ..เยอบิช ซึ่งเป็นชื่อย่อของดอกเยอบีร่า..หืม? ดอกเบอบีร่า?” ชายสวมหน้ากากชะงักคำพูดพร้อมกับยกจี้ดอกเยอบีร่าของแม่เย็นใจขึ้นมาดู

 

 

“นายบอกว่า..สร้อยเส้นนี้ แม่เย็นใจอะไรนั่นให้มาใช่มั้ย?” ชายสวมหน้ากากพูดถาม

 

 

“อืม..”

 

 

“ท่านครับ? อย่าบอกนะว่า..เหอะ! รู้อย่างนี้ ผมน่าจะค้นหาข้าวของในบ้านเด็กกำพร้านั่นให้ดีๆก่อน แล้วค่อยเผามันทิ้งทีเหลัง” อ..อะไรนะ? ที่เอ็ดพูด..

 

 

“ฮึ่ก! ท..ที่บ้านเย็นใจถูกไปไหม้..เป็นฝีมือของพวกคุณเหรอ? แล้วที่แม่เย็นจิตตายล่ะ! พวกคุณฆ่าเค้าทำไม!! ฮือออออ!” ผมร้องไห้โฮราวกับคนเสียสติ

 

 

“เปล่าซักหน่อย..ยัยแก่นั่นมัวแต่ห่วงคนอื่นไม่ยอมหนีออกมาเองต่างหากล่ะ” เอ็ดพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

 

“ท่านครับ..จี้นั่นเป็นของสเตฟานแน่ๆ” เอ็ดละสายตาจากผมแล้วกันหน้าไปพูดกับชายสวมหน้ากากที่เอาแต่จ้องมองจี้ดอกเบอบีร่า

 

 

“มีความเป็นไปได้สูง..แต่มันไม่มีตัวเลขหรืออะไรบ่งบอกเลยแฮะ มีแต่..ตัวหนังสือที่เขียนเอาไว้แค่ว่า  เธอคือแสงอาทิตย์ แห่งชีวิตฉันอืม..เอาไว้เดี๋ยวชั้นจะตรวจสอบดูอีกครั้งหลังจากเดินทางไปที่สเปน..ส่วนนายน่ะ..”

 

 

“ท่านครับ! คนของเรารายงานมา พวกมัน..เข้ามาถึงในเขตรัศมีสามกิโลเมตรแล้วล่ะครับ!! อีกอย่าง..คาดว่าน่าจะต้านพวกมันเอาไว้ไม่อยู่” ระหว่างที่ชายสวมหน้ากากจะพูดประโยคถัดไป แต่แล้ว..กลับมีลูกน้องของเค้าสองคนวิ่งเข้ามาพร้อมกับพูดเป็นภาษาสเปน

 

 

“พวกมันมากันแค่นั้น..ทำไมถึงต้านเอาไว้ไม่ได้!!” ผมสะดุ้งตกใจกับเสียงตวาดนั่น

 

 

“พวกมัน..มีกองกำลังเสริมจากพวกตำรวจรวมไปถึงผู้มีอิทธิพลมาช่วยครับ!” อา...ดีจัง พวกเค้ามาช่วยผมแล้ว ฮึ่ก! เร็วๆนะครับ..ใจของผมแทบจะแหลกเป็นเสี่ยงๆอยู่แล้ว..

 

 

“ตามคนของเราที่รออยู่นอกพื้นที่มาเสริมกำลัง!! เอ็ด..นายดูเด็กนี่เอาไว้! เดี๋ยวชั้น..จะออกไปร่วมสนุกกับพวกมันซักหน่อย รอจนรุ่งสาง..แล้วพวกเราค่อยออกเดินทางไปสเปน..”  สิ้นเสียงของชายสวมหน้ากาก เขาก็หันหน้ามาจ้องมองผมแว๊บนึง จากนั้น เค้าก็เดินออกไปจากห้องแลปทันที

 

 

“พาเด็กนี่ไปขังเอาไว้..” เอ็ดพูดพร้อมกับเดินไปยังจุดงานวิจัยของเค้า จากนั้น ผมก็เห็นเค้าค่อยๆวางหลอดแก้วใส่ในกระเป๋าสีดำใบขนาดกลาง

 

 

“ไป!” หลังจากที่ผมถูกปลดสายรัดแล้ว ผมก็ถูกแบกพาเดินออกไปจากห้องแลปทัน

 

 

“นั่งอยู่ตรงนี้นะ..นิ่งๆ” หลังจากวางผมลงบนที่นอน ชายฉกรรจ์คนที่แบกผมก็พูดข่มขู่ จากนั้น ผมก็สังเกตุเห็นแววตาที่น่ารังเกียจของมันที่กำลังจับจ้องมองร่างกายของผมอยู่

 

 

“ขาวจริงๆ..นี่มึงเป็นผู้ชายจริงๆเหรอ?” อึ่ก! มันพูดเป็นภาษาไทยพร้อมกับทำท่าเอื้อมมือหมายจะจับเนื้อต้องตัวของผม แต่ทว่า..ผมกลับรีบถอยร่นไปติดตรงหัวเตียงด้วยความเร็ว

 

 

“หึ! ไหนๆก็ไหนๆ ขอลองชิมซักนิดซักหน่อยเถอะนะ!” สิ้นเสียงของมัน มันก็ทำท่าจะเข้าจู่โจมผม

 

 

หมับ!

“จะดีเหรอ? ถ้านายเอ็ดการ์ดรู้เข้า..แกจะโดนฆ่าตายเอานะ เด็กนี่น่ะ..สำคัญแค่ไหนแกรู้รึบ้างเปล่า?”  อา...ทันใดนั้นเอง กลับมีชายคนนึงสวมหมวกวิ่งเข้ามาช่วยผมเอาไว้ได้ทันซะก่อน!

 

 

“หึ! งั้นฝากดูหน่อยก็แล้วกัน!” สิ้นเสียงของชายฉกรรจ์คนนั้น หมอนั่นก็เดินฟึดฟัดออกไปทันที

 

 

“ฮึ่ก! ฮือออออ!” หลังจากที่ไอ้โรคจิตนั่นเดินออกไปแล้ว ผมก็ฟุบใบหน้าเล็กตรงหัวเข่าแล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าสงสาร

 

 

“อย่าร้อง..” ชายที่ช่วยผมเอาไว้พูดขึ้น จากนั้น ผมก็ต้องตกใจ..เพราะน้ำเสียงของเค้าเมื่อฟังใกล้ๆ..กลับดูคุ้นหูยังไงก็ไม่รู้

 

 

“กูเอง..” อา..อ..ไอ้พีระพล?

 

 

“มึง..นี่มึง..มึงรวมหัวกับพวกมันเหรอ! ห๊า! ทำไมๆๆๆ!!” ทันทีที่ผมเห็นว่าเป็นอดีตแฟนเก่า ผมก็วีนใส่มันพร้อมกับทุบตรงกลางหน้าอกของมันอย่างบ้าคลั่ง!

 

 

“ฮิมิทสึ! มึงอย่าเสียงดังสิ!” ไอ้พีระมันรวบจับข้อมือของผมเอาไว้

 

 

“มึงฟังกูนะ..กูแอบตามมึงมาตั้งแต่ตอนที่มึงหนีออกจากบ้านหลังนั้นเลยต่างหากล่ะ!” หา..อะไรนะ?

 

 

“กูเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างแหละ..และกูก็รู้ด้วยว่าไอ้ผมยาวนั่นคิดไม่ซื่อกับมึงแน่ๆ กูก็เลยแอบตามมา..และแกล้งปลอมตัวเป็นลูกน้องของมันนี่ไง” อา..นี่มันพูดจริงๆเหรอครับ? ผมจะเชื่อใจมันได้ใช่มั้ย?

 

 

“มึงเคยตอแหล..โกหก..หลอกลวงกูมาก่อน จะให้กูเชื่อมึงเป็นไปไม่ได้!” ผมพูดพร้อมกับยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตา

 

 

“แต่ครั้งนี้..ได้โปรดเชื่อกู ตามจริงที่กูแอบไปดักรอมึงที่บ้านหลังใหญ่นั่น..ก็เพราะว่า กูตัดสินใจจะบอกลามึงน่ะ กูรู้แล้วล่ะว่าพวกเค้าดีกับมึงมากกว่ากูเป็นร้อยๆเท่า ซึ่งคนเหี้ยๆอย่างกูเทียบพวกเค้าไม่ติดเลย กูก็แค่..อยากให้มึง..ยกโทษให้กับกูที่เคยทำให้มึงต้องเจ็บปวด กู..ขอโทษนะฮิมิทสึ” สิ้นเสียงของไอ้พีระ ผมนี่ถึงกับน้ำตานองอีกรอบ ถามว่าผมยังเกลียดมันอยู่รึเปล่า? บอกเลยว่ามาก..แต่..ก็ไม่ใช่ว่าจะให้อภัยมันไม่ได้ คนเราเมื่อกระทำความผิดและเกิดสำนึก เราก็ควรจะให้โอกาส..

 

 

“ผมเชื่อใจพี่ได้ใช่มั้ยครับ?” ผมพูดออกมาพร้อมกับน้ำเสียงสั่นๆ

 

 

“ครับ..ฮิมิทสึ พี่สาบาน..พี่จะเลิกทำสิ่งชั่วร้ายทุกอย่าง..และพี่กำลังจะไปศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศอังกฤษน่ะ แต่ขอเพียงอย่างเดียว..ให้อภัยพี่..และเรายังเป็นพี่น้องกันได้ใช่มั้ยครับ?” อา..ดีจัง ผมเชื่อว่าแววตาคู่นั้นของพีระพลไม่หลอกลวงผมอย่างแน่นอน

 

 

“ครับ..ได้สิ” สิ้นเสียงของผม เราสองคนก็โผกอดเข้าหากัน

 

 

“ไปกันเถอะ..พี่มีลูกน้องคอยสอดแนมและเปิดทางให้อยู่ด้านนอก เราจะใช้โอกาสนี้หลบหนี และพอออกไปได้..นายก็ใช้โทรศัพท์นี่ติดต่อหาพวกเค้าให้มารับกลับ” พีระพลละกอดออกพร้อมกับพูดขึ้น จากนั้น เค้าก็ลากเขนเล็กๆของผมเดินไปยังกำแพงอิฐด้านข้าง

 

 

“นี่พี่ทำเอาไว้เหรอ?” ผมถามเมื่อพีระมันดึงก้อนอิฐออกทีละก้อน

 

 

“อืม..พี่แอบทำตอนที่ไม่มีใครอยู่ในห้องนี้”  อา..ดีจังเลย

 

 

“ตามพี่มา..” สิ้นเสียงของพีระ เค้าก็ลอดคลานออกไปก่อนเป็นคนแรก จากนั้น ผมก็ค่อยๆลอดคลานเข้าไปด้านในตามเค้าไปติดๆ

 

 

ปังๆๆๆๆ!! ปัง! ปังๆๆๆๆ

“ไหวมั้ย!” เอชที่หลบลูกกระสุนปืนอยู่ตรงข้างรถหรูตะโกนถามมโมกับยูที่กำลังหลบอยู่ตรงรถตำรวจอีกคันซึ่งอยู่อีกด้าน

 

 

“ไหวอยู่!” มโนตะโกนกลับมาพร้อมกับยกปลายกระบอกปืนยิงสวนกลับออกไป

 

 

“อา..เหี้ยเอ้ยย! พวกมันมีทีมเสริม! พวกเรา! เล่นเต็มกำลัง!” สิ้นเสียงของโย มาเฟียภาคใต้ต่างก็พากันกระตุกยิ้ม จากนั้น เสียงปืนก็ดังกึกก้องอึกกระทึกครึกโครม

 

 

“พี่ครับ! หน่วยเยอรมันที่มาพร้อมกับเครื่องบินเหมาลำตามคำสั่ง กำลังจะมาถึงในอีกสองชั่วโมง! ซึ่งน่าจะรุ่งสางพอดี “ ไดนาดินที่นั่งอยู่ข้างๆพูดขึ้นพร้อมกับจ้องมองตรงหน้าจอมือถือ

 

 

“ดี...” สิ้นเสียงของเอช เขาก็ยกปืนยิงสวนกลับไปอย่างบ้าคลั่งรอก่อนนะ..คนรักตัวเล็กของชั้น!!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้อ! กำลังมันส์..

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น