น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 11 : ชักใย (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 : ชักใย (2/2)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 513

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2560 00:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 : ชักใย (2/2)
แบบอักษร

เสียงพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่และและเสียงเครื่องจักรที่ดังอยู่ตลอดเวลาอย่างต่อเนื่องในโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างทำให้เอกกุลไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนแฟ้มเอกสารที่วางเอาไว้ใกล้ๆ จนกระทั่งผู้จัดการโรงงานที่หันหน้าสนทนาอยู่กับเขาต้องเป็นฝ่ายชี้มือพลางเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ

ผมเห็นไฟหน้าจอโทรศัพท์มือถือของท่านประธานติดๆดับๆหลายครั้งแล้วครับ ท่านประธานจะรับสายก่อนไหมครับ อาจจะเป็นสายสำคัญโทรมา

เอกกุลหันไปมองตามที่อีกฝ่ายบอกก่อนจะเดินเข้ามาดูตามคำแนะนำ หน้าจอแสดงเบอร์โทรศัพท์ของดวงดาวเลขาของเขา แม้ชายหนุ่มจะแปลกใจที่อีกฝ่ายโทรตามตัวแต่ก็ยอมรับสายแต่โดยดี

มีอะไรหรือเปล่าครับคุณดาว

มีคนมารอพบท่านประธานอยู่ที่ออฟฟิศค่ะ เธอแจ้งว่ามาจากโอลเชสเตอร์เรียลเอสเตทค่ะ

ทันทีที่ดวงดาวเอ่ยจบ เอกกุลก็ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจทำไมจู่ๆคนจากโอลเชสเตอร์ถึงดั้นด้นมาหาเขาที่นี่ ทั้งๆที่ปรกติแล้วจะมีแต่เอกกุลนี่แหละที่เข้าไปติดต่อเจรจาซื้อขายกับโทมัสเป็นหลัก

แจ้งเขาว่าอีกสิบนาทีผมจะเข้าไป คุณดวงดาวช่วยดูแลแขกแทนผมด้วย

เอกกุลกดวางสายในขณะที่หันไปบอกกับผู้จัดการโรงงานคนใหม่พลางส่งแฟ้มในมือให้อีกฝ่ายรับช่วงต่อไปแทน

ผมรบกวนคุณทิวา รับเรื่องดูแลเรื่อง QC สินค้าก่อนส่งมอบให้ลูกค้าด้วยนะครับ แล้วพรุ่งนี้ผมจะเข้ามาอีกครั้ง

ท่านประธานวางใจได้ครับ ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

เอกกุลพยักหน้ารับพลางยิ้มให้กับอีกฝ่ายแทนคำขอบใจ ก่อนที่จะเดินย้อนกลับไปยังตึกออฟฟิศหลักที่เป็นสถานที่ทำงานของเขา หากแล้วชายหนุ่มก็ต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวเข้าไปยังห้องทำงานของตัวเองอย่างตกตะลึงเมื่อพบว่าคนที่มาพบเขาคือ ผู้หญิงที่เขาพยายามลืมเธอมาตลอด 5 ปีนี้

“แคทเธอรีน...”

เสียงเรียกที่เผลอหลุดจากปากชายหนุ่มทำให้ร่างเพรียวระหงลุกขึ้นยืนเป็นเชิงต้อนรับเขา แคทเธอรีนในชุดเดรสสีครีมลูกไม้ที่เรียบหรู ทำให้บุคลิกเธอยิ่งดูสูงส่งราวกับนางพญา แต่พอชายหนุ่มหันมาดูตัวเองแล้วก็ได้แต่นึกเสียดาย เพราะตอนนี้สภาพของเขาช่างดูตรงกันข้ามกับหญิงสาวโดยสิ้นเชิง เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งถูกพับแขนถลกขึ้นจนถึงข้อศอกในขณะที่เนคไทนั้นเขารูดออกวางทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ที่โรงงานแล้ว

เอกกุลเดินเข้ามาในห้องทำงานของตัวเอง พลางเหลือบมองหญิงสาวที่บัดนี้เดินตามเขามายังโต๊ะทำงานตัวเขื่อง ก่อนที่แคทเธอรีนจะเอ่ยเกริ่นกับอีกฝ่ายถึงการมาปรากฏตัวของเธอที่นี่โดยที่ไม่รอให้อีกฝ่ายเริ่มต้นก่อน

ดิฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเอกกุลเป็นการด่วน เลยขออนุญาตมานั่งรอคุณอยู่ที่ห้องทำงานนี้ หวังว่าคุณเอกกุลคงจะไม่ตำหนิว่าดิฉันเข้ามารบกวนจนทำให้คุณต้องเสียเวลาการทำงานเลยนะคะ

แคทเธอรีนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพเป็นการเป็นงานจนเอกกุลขมวดคิ้ว ก่อนจะแค่นยิ้มให้กับความมีพิธีรีตองของหญิงสาว พลางเดินเข้ามานั่งที่ชุดรับแขกที่หญิงสาวนั่งอยู่ก่อนจะเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มที่ติดจะรวนไม่น้อย

“ที่นี่ไม่มีคนอื่นให้คุณต้องสวมหน้ากากคนแปลกหน้าเข้าหาผมเสียหน่อยนี่แคท คุณไม่จำเป็นที่จะต้องพูดเหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกัน”

“ถึงเราจะเคยรู้จักกันมาก่อน แต่เราก็ไม่ได้ สนิทกัน จนดิฉันจะพูดจาแบบตามสบายใส่คุณได้นี่คะ”

ดวงตาสีดำเข้มของชายหนุ่มดูเหมือนจะโรจน์ขึ้นกับถ้อยคำที่ย้ำชัดถึงสถานะระหว่างเขาและเธอ ทำให้เอกกุลอดวูบโหวงในใจไม่ได้ ...คงจะมีแต่เขาเพียงคนเดียวล่ะมั้งที่ยังคงคิดถึงช่วงเวลาที่เคยได้ใกล้ชิดกันที่อังกฤษ

“ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องขอโทษด้วยที่คิดไปเองอยู่คนเดียวว่าคุณเป็นคนพิเศษสำหรับผม เชิญคุณพูดธุระของคุณมาเถอะแคทเธอรีน ถ้าผมช่วยได้ผมก็ยินดีจะช่วย”

เสียงทุ้มของอีกฝ่ายที่หางเสียงไม่อ่อนหวานเหมือนเคย ทำให้หญิงสาวเองรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก หากแคทเธอรีนกำมือตัวเองเอาไว้แน่นเพื่อบังคับไม่ให้ตัวเองเผลอวอกแวกไป จนทำให้สิ่งที่เธอตั้งใจมาหาชายหนุ่มในวันนี้ต้องล่มอย่างไม่เป็นท่า เพียงเพราะแววตาที่หม่นเศร้าของอีกฝ่าย

“ฉันได้ตรวจสอบข้อมูลของบริษัทโอลเชสเตอร์ฯย้อนหลัง แล้วก็เห็นชื่อของบริษัทคุณ กับบริษัท LP คอนสตรัคชั่นของปีเตอร์ พวกคุณทำงานร่วมกับโทมัสอย่างนั้นหรือคะ”

“ใช่ ... ผมรู้จักผ่านดีลเลอร์อีกทีหนึ่ง เพราะส่วนใหญ่ผมจะติดต่อซื้อขายกับผู้รับเหมามากกว่าเจ้าของบริษัทอสังหาฯโดยตรง คุณมีอะไรหรือเปล่าแคทเธอรีน”

เอกกุลถามพลางจ้องไปยังวงหน้าเรียวที่บัดนี้เคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“คุณบอกว่าคุณยินดีจะช่วยเหลือฉันทุกอย่าง?”

“ถ้าผมทำได้...แคทเธอรีน ผมยินดีที่จะช่วยคุณเสมอ คุณมีปัญหาอะไรหรือ”

น้ำเสียงเอกกุลค่อยอ่อนลงอย่างห่วงใยเมื่อเห็นท่าทีครุ่นคิดของอีกฝ่าย แคทเธอรีนจ้องมองดวงตาสีนิลคู่นั้นที่ฉายแววกังวลแล้วก็ได้แต่ลอบถอนใจ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยไปตรงๆ

“ฉันต้องการแย่งเก้าอี้ประธานบริหารบริษัทโอลเชสเตอร์จากโทมัส  คุณจะยอมช่วยฉันหรือเปล่าคะคุณเอกกุล”

“คุณคิดจะทำอะไรกันแน่แคทเธอรีน โทมัสไม่ใช่ผู้ชายที่จะถูกเลื่อยขาเก้าอี้ได้ง่ายๆเลยนะ โดยเฉพาะในระหว่าง 5 ปีมานี้เขาเองก็ทำให้บริษัทเติบโตมาตลอด คุณจะล้มเขามันไม่ง่ายหรอกนะแคท”

“แต่ฉันมั่นใจว่าจะทำได้ถ้าคุณยอมร่วมมือกับฉันคุณเอก”

เอกกุลยังคงขมวดคิ้วพลางส่ายหน้าราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่หญิงสาวพูด แคทเธอรีนจึงเอ่ยย้ำอีกครั้งพลางยืนยันหนักแน่น

“ฉันล้มเขาได้จริงๆ ฉันจะทำให้โครงการวิลล่าพันล้านของเขาพังตั้งแต่ยังไม่ได้ตอกเสาเข็มเลย!”   

“คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะแคทเธอรีน คุณกำลังจะฆ่าตัวตายไปด้วยนะแคท อย่าลืมว่าตอนนี้คุณเป็นซีอีโออยู่ด้วย ถ้าคุณทำให้โครงการแรกที่คุณเริ่มเข้ามารับตำแหน่งพังแบบนั้น ภาพลักษณ์ของบริษัทรวมไปถึงตัวคุณเองจะยิ่งเสียหายหนักจนแก้ไขอะไรไม่ได้นะแคทเธอรีน”

เอกกุลเอ่ยเตือนเสียงเครียด แคทเธอรีนมุ่งแต่จะทำร้ายคนอื่นโดยที่ไม่ทันได้ระมัดระวังรอบด้านจนจะกลายเป็นบ่วงรัดตัวเธอเองด้วย หากแคทเธอรีนกลับเม้มปากพลางตวัดตาเขียวใส่อีกฝ่ายอย่างไม่พอใจที่ชายหนุ่มเอ่ยเตือน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนจัด

“ฉันตัดสินใจแล้ว และต่อให้ฉันต้องพลอยล้มไปด้วย แต่อย่างน้อยคนที่จะต้องพังไปพร้อมๆกับโครงการวิลล่านี้ก็ต้องเป็นโทมัสและแองจี้”

“คุณคิดจะทำอะไรแคท ทำไมคุณต้องลากแองจี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เรื่องนี้แองจี้ไม่เกี่ยวอะไรไม่ใช่หรือ”

เอกกุลเอ่ยขึ้นอย่างงุนงง หากแคทเธอรีนเหยียดยิ้มเย็นชาก่อนจะเอ่ยตอบอย่างสะใจ

“ฉันไม่จำเป็นต้องบอกคนที่ไม่คิดจะช่วยเหลือฉัน ถ้าในเมื่อคุณให้ในสิ่งที่ฉันต้องการไม่ได้ ฉันก็ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกับคุณอีกคุณเอกกุล!”  

"คุณคิดจะทำอะไรกันแน่แคทเธอรีน ผมเข้าใจนะว่าคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างคุณคงอยากพิสูจน์ตัวเอง อยากมีผลงาน แต่ในฐานะของคนที่เคยผ่านช่วงวัยของคุณมาแล้ว ผมขออนุญาตเตือนคุณด้วยความหวังดี ...การพิสูจน์ความสามารถของตัวเองในที่ทำงาน คุณไม่ควรเริ่มต้นจากการสร้างศัตรู โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นคือ ว่าที่เจ้าบ่าวของคุณและก็น้องสาวของคุณเอง

แคทเธอรีนมองอีกฝ่ายอย่างพยายามข่มอารมณ์โกรธและไม่พอใจเอาไว้อย่างสุดกำลัง หมอนี่คิดว่าตัวเองเป็นพ่อของเธอหรือยังไง หรือพูดจาสั่งสอนเธอเหมือนกับว่าเธอยังเป็นเด็ก!

“ฉันเองก็มีเหตุผลของฉัน และถ้าคุณเลือกที่จะปฏิเสธที่จะช่วยฉัน ฉันก็คงไม่จำเป็นต้องบอกเหตุผลอะไรกับคุณ เพราะไม่ว่ายังไงคุณก็คงคิดว่าฉันเป็นผู้ร้ายที่จ้องจะทำร้ายโทมัสและแองจี้อยู่ดี!

แคทเธอรีนเอ่ยขึ้นพลางจ้องประสานกับดวงตาสีนิลอย่างไม่คิดจะยอมถอยจนเอกกุลได้แต่กังวลใจ เพราะถึงจะพูดอะไรกับหญิงสาวไปในตอนนี้ แคทเธอรีนก็คงจะมองไม่เห็นถึงความหวังดีและความห่วงใยที่เขามีต่อเธอแม้แต่นิดเดียว

 

.........................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น