เมาหนักหลับคาบ้าน / เตี๋ยหลาน
email-icon

ไรท์เตอร์เตี๋ยหลานขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเจ้าค่ะ

13 ยามผีเสื้อขยับปีก (รีไรท์แล้ว)

ชื่อตอน : 13 ยามผีเสื้อขยับปีก (รีไรท์แล้ว)

คำค้น : Yaoi BL วาย วายจีน จีนโบราณ ท่านอ๋องวิปลาส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 19 มิ.ย. 2563 13:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13 ยามผีเสื้อขยับปีก (รีไรท์แล้ว)
แบบอักษร

ตอนที่ 13 ยามผีเสื้อขยับปีก 

 

ท่ามกลางราตรีค่อนคืนกว่า... 

โรงเตี๊ยมร้อยคืนวสันต์พันวารียังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนนั่งเสวนากันอย่างคับคั่ง อาจเป็นเพราะยามนี้ยังอยู่ในช่วงวันนมัสการเทพเจ้าประจำแคว้น ผู้คนจึงเที่ยวเล่นสนุกสนานไม่เลิกรา บางกลุ่มบางคนก็เลือกร้านสุราหรือโถงในโรงเตี๊ยมเป็นที่นัดพบสหายหรือคนรู้ใจ ร่วมชนจอกกรอกเหล้าใส่กระเพาะกันอย่างครื้นเครง 

ดังนั้นต่อให้เฉินอวี่หลีง่วงงุนแค่ไหน ก็ไม่อาจข่มตาหลับสนิทโดยมีเสียงหัวเราะเฮฮาดั่งแว่วเข้ามารบกวนในห้องพักไม่ขาดสายได้ ประกอบกับถูกคนข้างกายลอบรังแกเป็นระยะ จึงมิอาจฝันหวานอิ่มหนำดั่งใจปรารถนา 

"อืม..." เฉินอวี่หลีส่งเสียงประท้วงด้วยความรำคาญเต็มทน ฝ่ามือน้อยโบกขยับปัดอากาศสองสามที ประหนึ่งขับไล่ยุงร้ายที่จับจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้ออย่างหิวโหย จากนั้นก็เบียดกายซุกหน้าเข้าหาไออุ่น ปล่อยให้ความอ่อนเพลียนำพาก้าวเข้าสู่พิภพฝันอันหอมหวาน 

"เจ้าหมาน้อยรีบตื่นเถอะ" เสียงทุ้มฟังดูอ่อนโยนอยู่หลายส่วน กระซิบกระซาบอยู่ข้างใบหูน้อยนำพาความรู้สึกคันยุบยิบระคนเสียวซ่านมาให้ 

"อวี่หลี...ยามนี้ค่อนคืนกว่าแล้ว หากเจ้าไม่ยอมตื่น ข้าเกรงว่าจะส่งเจ้าหมาน้อยขี้เซาตัวนี้กลับวังหลวงไม่ทันรุ่งสางนะ" 

ท่านแม่ทัพใหญ่เซียนปู้เซียวทอดร่างสูงใหญ่เคียงข้างร่างเพรียวผอมมาหนึ่งชั่วยามกว่าแล้ว เขาจงใจรบกวนคนที่นอนหนุนต้นแขนของตนเองอย่างรักใคร่ อาศัยที่อีกฝ่ายนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นขยับเรียวนิ้วยาวได้รูปดูแข็งแรง ลากไล้ไปตามหัวไหล่มนเปลือยเปล่าอย่างหยอกเย้า บางคราก็เกี่ยวกระหวัดเอาเส้นผมยาวนุ่มสลวยมาพันนิ้วเล่นอย่างรื่นรมย์ ท่าทีไม่มีความรีบร้อนแม้แต่น้อย 

"อวี่หลี หากเจ้าไม่ยอมตื่น ข้าจะกินเจ้าอีกรอบแล้วนะ" ริมฝีปากบางก้มลงมาแนบชิดซอกคอขาวผ่อง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกระพือโหมแรงไฟเสน่หา 

"อื๊อ ข้าไม่ไหวแล้ว..." เฉินอวี่หลีรู้สึกถึงแรงปรารถนาที่แผ่ซ่านจนเสียววูบวาบ ความรู้สึกโหวงวะหวิวลามเลียจากแผ่นหลังไปตามเรือนกายและส่วนท้องน้อยเป็นระริ้วจังหวะ หัวใจที่เคยสงบลงได้ไม่นานหลังเสร็จสิ้นเกมรักหฤหรรษ์พลันแปรเป็นสั่นไหวอย่างกระปรี้กระเปร่า 

แพขนตาหนางามงอนขยับไหวกะพริบอ่อนแรง แลคล้ายปีกผีเสื้อขยับต้านทานลมพัดแผ่วอยู่กลางทุ่งดอกไม้ป่า ดวงตากลมคู่งามเผยปรือขึ้นมาอย่างเชื่องช้า กะพริบถี่สองสามคราแล้วแนบสนิทปิดลงไปอีกครั้ง ราวกับประกาศให้คนข่มขู่เชิญทำตามใจอยากได้อย่างอิสรเสรี 

"นี่เจ้าหมาน้อย...อวี่หลี" เซียนปู้เซียวพยายามเรียกคนร่างน้อยให้สร่างนิทรา แต่ทั้งๆ ที่เจ้าหมาน้อยตัวนี้ไม่ได้หลับสนิทจนถลำลึก หากกลับไม่อาจปลุกให้ตื่นโดยง่ายดายนัก 

หรือว่า...เมื่อสองชั่วยามก่อนเขาโขกกระดานขยับหมากรุกหนักหน่วงเกินไป ฝ่ายตั้งรับการรุกรานจึงเพลี้ยพล้ำอ่อนแรงหมดสภาพเช่นนี้ 

แต่จะว่าไปแล้ว...ฝ่ายที่ออกแรงจนเหงื่อไหลโทรมกายคือเขาต่างหากไม่ใช่หรือ ส่วนคนใต้ร่างอย่างเฉินอวี่หลีมีแต่รอรับความสุขสมที่เขาปรนเปรอมาให้ถึงที่ อย่างมากคนตัวน้อยๆ ก็แค่ออกแรงบิดเร้าเรือนร่างอย่างยั่วยวน สองมือเกร็งขยุ้มผ้าคลุมเตียงระบายความรักใคร่ที่ทะยานใกล้ถึงฝั่งฝัน ริมฝีปากอวบอิ่มส่งเสียงร้องอ่อนหวานรัญจวนใจสะท้านห้อง... 

'อ่า...เจ้าหมาน้อยของข้าช่างน่ารักยิ่งนัก!' 

เซียนปู้เซียวยิ่งนึกถึงยามเมื่อทั้งสองสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวเหนือใต้หล้า รอยยิ้มสุขสมก็ยิ่งฉายชัดบนดวงหน้าคมคายหล่อเหลาจนโดดเด่น ท่อนล่างเหมือนจะแข็งขึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง ความรุ่มร้อนอันคุ้นเคยขุมหนึ่งเริ่มก่อตัวภายในกระแสธารโลหิตขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามปราม 

"อืม..." เฉินอวี่หลีครางประท้วงขึ้นมาอย่างรำคาญใจ ความแข็งขึงร้อนผ่าวอันใหญ่โตแนบชิดกับส่วนล่างแห่งความเป็นบุรุษของเขา ราวกับว่ามันกำลังโอบกอดทักทายเฉินอวี่หลีน้อยๆ ด้วยไมตรีสัมพันธ์ฉันมิตร ทำให้เฉินอวี่หลีต้องสลัดความง่วงงุนทิ้งไปอย่างฉับพลัน ดวงเนตรสีดำดั่งเม็ดลำไยหรี่ตาขึ้นมองไปเบื้องหน้า ภาพกล้ามเนื้อหนั่นแน่นบนแผ่นอกแกร่งกำยำฉายชัดไปทุกอณูแห่งความเป็นบุรุษเพศ เรียวคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด... 

เมื่อครู่นี้เหมือนเขาจะได้ยินเจ้าแม่ทัพบ้าราคะผู้นี้เอ่ยวาจาว่าอะไรนะ? 

"เจ้าหมาน้อยขี้เซา หากยังไม่ยอมตื่น ข้าจะกินเจ้าแล้วนะ" เสียงทุ้มที่พร่าแหบห้าวลงสองส่วนกระซิบอยู่ข้างริมหู ราวกับล่วงรู้ว่าคนแนบชิดครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ในใจ 

อ่า! ประโยคนี้นี่เลยล่ะที่เขาได้ยินติดตรึงอยู่ในโสตประสาท 

อ๊ะ! ไม่ซิ เจ้าบ้าราคะนี่ยังคิดจะกินเขาอีกรอบหรือไรกัน 

ที่ผ่านมายังกินไม่อิ่มพออีกหรือ ท่อนล่างของเขายังแสบร้อนปวดระบมไม่หายเลยนะ 

อ่า...หรือว่านี่มันคือความฝันของเขาที่กำลังดำเนินเรื่องราวอยู่กันแน่? 

สุดท้ายเป็นเพราะเวลาอันแสนหวานล้ำนั้นมีไม่มากพอ เซียนปู้เซียวจึงต้องเป็นฝ่ายขยับร่างในอ้อมแขนเลื่อนออกไปยังที่ว่างข้างเตียง ทุกท่วงกิริยาล้วนอ่อนโยนสามส่วน ระมัดระวังสี่ส่วน ก่อนจะลุกขึ้นย่องลงเหยียบพื้นห้องอย่างเงียบกริบ 

"เจ้าหมาน้อยขี้เซา" คนร่างสูงใหญ่ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู คืนนี้เจ้าหมาน้อยเหน็ดเหนื่อยมามากพอแล้ว ร่างกายที่ไม่คุ้นชินกับความโอฬารใหญ่โตยามเมื่อสอดประสานเป็นครั้งแรก...ย่อมต้องเจ็บปวดแทบสลบสิ้นสติเป็นธรรมดา หากดำเนินเพลงรักเป็นครั้งที่สองก็เกรงว่าช่องทางอันน่ารักใคร่ของอีกฝ่ายคงฉีกขาดและอักเสบไปหลายวันอย่างแน่นอน 

ดังนั้นเขาจึงอยากจะถนอมรักระหว่างทั้งสองให้ยาวนานเพื่อความสุขในภายภาคหน้า เผื่อว่าวันพรุ่งนี้มะรืนนี้ยังมีโอกาสได้กินเจ้าหมาน้อยให้อิ่มเอม นัยน์เนตรคมพร่างพราวระยับจึงหลุบสายตาลงมองเพียงแค่ชายผ้าม่านที่รวบผูกเชือกไว้ข้างเตียง พยายามหักห้ามใจตัวเองอย่างสุดความสามารถ ยินยอมสกัดกั้นความปรารถนาที่กำลังลุกฮือให้สงบลงแล้วหันหลังก้าวเท้าออกไปจากห้อง 

"ฟู่..." องค์ชายสิบสองแห่งแคว้นผู่โจวลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ความจริงแล้วเขาสะดุ้งตื่นเต็มตาตั้งแต่ตอนที่ถูกความแข็งขึงร้อนระอุแตะสัมผัสส่วนอ่อนไหวแล้ว แต่ที่ยังนอนนิ่งยิ่งกว่าศพไร้ชีวิตก็เพราะกลัวได้สบหน้ามองตาพราววะวิบวับคู่นั้นเสียมากกว่า... 

ไม่รู้ว่าเขาควรทำหน้าตา หรือเสวนาวาจากับคนที่พึ่งมีสัมพันธ์สังวาสผ่านไปไม่ถึงสามชั่วยามว่าอย่างไรดี เฉินอวี่หลีได้แต่ขมวดคิ้วเคร่งขรึมครุ่นคิดอยู่ในใจ... 

'เจ้าบ้าเดรัจฉาน เจ้าคนสามานย์ เจ้ากล้าหลอกลวงข้า หึ ไหนว่าจะนวดตัวช่วยคลายปวดเมื่อย!' 

แต่...เซียนปู้เซียวก็ลงมือบีบนวดให้จริงๆ เพียงแค่ทำเกินหน้าที่ไปก็เท่านั้นเอง เขาหรือจะต่อว่าไปก็ล้วนไม่อาจส่งผลกระทบต่อความคิดผิดชอบชั่วดีของอีกฝ่ายได้แน่ 

หรือเขาควรจะพูดว่า... 

‘นั่นมันครั้งแรกของข้านะเจ้าโง่ ไหนเจ้าบอกว่าจะทำอย่างอ่อนโยนกับข้าอย่างไรเล่า!’ 

ไม่ได้ๆ นั่นก็ฟังดูเหมือนเหมือนภรรยาออกอาการแง่งอนให้สามีง้อตามด้วยความรักใคร่เสน่หา แต่เขาไม่ได้รักเจ้าบ้าราคะนั่นแม้สักเสี้ยวลมหายใจ ถ้อยความนี้จึงเป็นอันตกไปจากความคิด 

‘อ่า...ปู้เซียว เมื่อคืนเจ้าสุดยอดมาก!’ ดูเหมือนประโยคนั่นมันคือคำชมซะมากกว่ากระมัง 

‘อ๊า! ข้าเฉินอวี่หลีผู้นี้ถูกกระทำโดยไม่เต็มใจ ไยจำต้องไปชื่นชมความสามารถของมันทำไมกัน’ 

แต่เอ๋...หรือว่าตอนนั้นเขาเต็มใจถูกกระทำกันแน่นะ? 

ช่างเถอะๆ เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกรักแก ดังนั้นจึงสมควรด่าเจ้าแม่ทัพบ้าราคะเสียมากกว่า หากจะให้สะใจมันต้องเอ่ยปากด่าว่า... 

‘อ๊า! เจ้าบ้า ชักช้าพิรี้พิไรอะไรอยู่ ข้ารอเจ้าไม่ไหวแล้ว รีบๆ ทำแบบเมื่อครู่นั้นอีกรอบเร็วๆ เข้า’ 

จากนั้นก็ต้องดึงทึ่งเสื้อผ้าบนร่างเซียนปู้เซียวอย่างมัวเมา 

“เอ๊ะช้าก่อน...สวรรค์สารเลวเอ๊ย นี่ข้ากำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่!” 

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ 

蝶兰 

เตี๋ยหลาน 

18/1/2560 

ความคิดเห็น