เตี๋ยหลาน

ไรท์เตอร์เตี๋ยหลานขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเจ้าค่ะ

13 ยามผีเสื้อขยับปีก

ชื่อตอน : 13 ยามผีเสื้อขยับปีก

คำค้น : Yaoi BL วาย วายจีน จีนโบราณ ท่านอ๋องวิปลาส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 24

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ม.ค. 2560 10:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
13 ยามผีเสื้อขยับปีก
แบบอักษร

 

ตอนที่ 13 ยามผีเสื้อขยับปีก
 

   

     ท่ามกลางราตรีค่อนคืนกว่า...โรงเตี๊ยมร้อยคืนวสันต์พันวารียังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนนั่งเสวนากันอย่างคับคั่ง อาจเป็นเพราะยามนี้ยังอยู่ในช่วงวันนมัสการเทพเจ้าประจำแคว้น ผู้คนจึงเที่ยวเล่นสนุกสนานไม่เลิกรา บางกลุ่มบางคนก็เลือกร้านสุราหรือโถงในโรงเตี๊ยมเป็นที่นัดพบ ร่วมชนจอกกรอกเหล้าใส่กระเพาะกันอย่างครื้นเครง 

 

 

ดังนั้นต่อให้เฉินอวี่หลีง่วงงุนแค่ไหน ก็ไม่อาจข่มตาหลับสนิทโดยมีเสียงหัวเราะเฮฮาดั่งแว่วเข้ามารบกวนในห้องพักไม่ขาดสายได้ ประกอบกับถูกคนข้างกายลอบรังแกเป็นระยะ จึงมิอาจฝันหวานอิ่มหนำดั่งใจปรารถนา

 

 

"อืม..." เฉินอวี่หลีส่งเสียงประท้วงด้วยความรำคาญเต็มทน ฝ่ามือน้อยโบกขยับปัดอากาศ ประหนึ่งขับไล่ยุงร้ายที่จับจ้องจะสูบเลือดเนื้ออย่างหิวโหย จากนั้นก็เบียดกายซุกหน้าเข้าหาไออุ่น ปล่อยให้ความอ่อนเพลียนำพาก้าวเข้าสู่พิภพฝันอันหอมหวาน

 

 

"เจ้าหมาน้อยรีบตื่นเถอะ" เสียงทุ้มฟังดูอ่อนโยนอยู่หลายส่วน กระซิบกระซาบอยู่ข้างใบหูน้อย นำพาความรู้สึกคันยุบยิบระคนเสียวซ่านมาให้ 

 

 

"อวี่หลี...ยามนี้ค่อนคืนกว่าแล้ว หากเจ้าไม่ยอมตื่น ข้าเกรงว่าจะส่งเจ้าหมาน้อยขี้เซาตัวนี้กลับวังหลวงไม่ทันรุ่งสาง"   

 

 

ท่านแม่ทัพเซียนปู้เซียวทอดร่างสูงใหญ่เคียงข้างร่างเพรียวผอมมาหนึ่งชั่วยามกว่า จงใจรบกวนคนที่นอนหนุนต้นแขนของตนเองอย่างรักใคร่ อาศัยที่อีกฝ่ายนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นขยับเรียวนิ้วยาวได้รูปดูแข็งแรง ลากไล้ไปตามหัวไหล่มนเปลือยเปล่าอย่างหยอกเย้า บางคราก็เกี่ยวกระหวัดเอาเส้นผมยาวนุ่มสลวยมาพันนิ้วเล่นอย่างรื่นรมย์ 

 

 

"อวี่หลี หากเจ้าไม่ยอมตื่น ข้าจะกินเจ้าแล้วนะ" ริมฝีปากบางก้มลงมาแนบชิดซอกคอขาวผ่อง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกระพือโหมแรงไฟเสน่หา

 

 

"อื่ม..." เฉินอวี่หลีรู้สึกถึงแรงปรารถนาที่แผ่ซ่านจนเสียววูบวาบ ความรู้สึกโหวงวะหวิวลามเลียไปตามเรือนกายและส่วนท้องน้อยเป็นระริ้วจังหวะ หัวใจที่เคยสงบลงได้ไม่นานหลังเสร็จสิ้นเกมรักหฤหรรษ์พลันแปรเป็นสั่นไหวอย่างกระปรี้กระเปร่า

 

 

แพขนตาหนางามงอนขยับไหวกระพริบอ่อนแรง แลคล้ายปีกผีเสื้อขยับต้านลมพัดแผ่วอยู่กลางทุ่งดอกไม้ป่า ดวงตากลมคู่งามเผยปรือขึ้นมาอย่างเชื่องช้า กระพริบถี่สองสามครั้งแล้วแนบสนิทปิดลงราวกับประกาศให้คนข่มขู่เชิญทำตามใจอยากได้อย่างเสรี

 

 

"หลี...อวี่หลี" เซียนปู้เซียวพยายามเรียกคนร่างน้อยให้สร่างนิทรา แต่ทั้งๆ ที่เจ้าหมาน้อยตัวนี้ไม่ได้หลับสนิทจนถลำลึก หากกลับไม่อาจปลุกให้ตื่นโดยง่ายดายนัก

 

 

หรือว่า...เมื่อสองชั่วยามก่อนเขาโขกกระดานขยับหมากรุกล้ำหนักหน่วงเกินไป ฝ่ายตั้งรับการรุกรานจึงเพลี้ยพล้ำอ่อนแรงหมดสภาพเช่นนี้

 

 

แต่จะว่าไปแล้ว...ฝ่ายที่ออกแรงจนเหงื่อไหลโทรมกายคือเขาต่างหาก ส่วนคนใต้ร่างอย่างเฉินอวี่หลีมีแต่รอรับความสุขสมที่เขาปรนเปรอมาให้ถึงที่ อย่างมากคนตัวน้อยๆ ก็แค่ออกแรงบิดเร้าเรือนร่างอย่างยั่วยวน สองมือเกร็งขยุ้มผ้าคลุมเตียงระบายความรักใคร่ที่ทะยานใกล้ถึงฝั่งฝัน ริมฝีปากอวบอิ่มส่งเสียงร้องอ่อนหวานรัญจวนใจสะท้านห้อง

 

 

'อ่า...เจ้าหมาน้อยของข้าช่างน่ารักยิ่งนัก!

 

 

เซียนปู้เซียวยิ่งนึกถึงยามเมื่อทั้งสองสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวใต้หล้า รอยยิ้มสุขสมก็ยิ่งฉายชัดบนดวงหน้าคมคายคร้ามเข้มจนโดดเด่น ท่อนล่างเหมือนจะแข็งขึงขึ้นมาอีกเป็นครั้งที่สอง ความรุ่มร้อนอันคุ้นเคยขุมหนึ่งเริ่มก่อตัวภายในกระแสโลหิตขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามปราม

 

 

"อืม..." เฉินอวี่หลีครางประท้วงขึ้นมาอย่างรำคาญใจ ความแข็งขึงร้อนผ่าวอันใหญ่โตแนบชิดกับส่วนล่างแห่งความเป็นบุรุษของเขา ราวกับว่ามันกำลังโอบกอดทักทายเขาด้วยไมตรีสัมพันธ์ฉันมิตร ทำให้เฉินอวี่หลีต้องสลัดความง่วงงุนทิ้งไปอย่างฉับพลัน ดวงเนตรสีดำดั่งเม็ดลำไยหรี่ตาขึ้นมองเบื้องหน้า ภาพกล้ามเนื้อหนั่นแน่นบนอกแกร่งกำยำฉายชัดไปทุกอณูแห่งความเป็นบุรุษเพศ เรียวคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นอย่างครุ่นคิด...

 

 

เมื่อครู่นี้เหมือนเขาจะได้ยินเจ้าแม่ทัพบ้าราคะผู้นี้เอ่ยวาจาว่าอะไรนะ?

 

 

"เจ้าหมาน้อยขี้เซา หากยังไม่ยอมตื่น ข้าจะกินเจ้าแล้วนะ" เสียงทุ้มที่พร่าแหบห้าวลงสองส่วนกระซิบข้างริมหู ราวกับล่วงรู้ว่าคนเบื้องหน้าครุ่นคิดสิ่งใดอยู่ในใจ

 

 

อ่า! ประโยคนี้นี่เลยล่ะที่เขาได้ยินติดตรึงอยู่ในโสตประสาท

 

 

อ๊ะ! ไม่ซิ เจ้าบ้าราคะนี่ยังคิดจะกินเขาอีกรอบหรือไรกัน

 

 

 ที่ผ่านมายังกินไม่อิ่มพออีกหรือ ท่อนล่างของเขายังแสบร้อนปวดระบมไม่หายเลยนะ

          


             อ่า...หรือว่านี่มันคือความฝันของเขาที่กำลังดำเนินเรื่องราวอยู่?
        
 
               สุดท้ายเป็นเพราะเวลาอันแสนหวานล้ำนั้นมีไม่มากพอ เซียนปู้เซียวจึงต้องเป็นฝ่ายขยับร่างในอ้อมแขนเลื่อนออกไปยังที่ว่างข้างเตียงด้วยอาการเบาแรง ก่อนจะลุกขึ้นย่องลงเหยียบพื้นห้องอย่างระมัดระวัง 
 
 

               "เจ้าหมาน้อยขี้เซา" คนร่างสูงใหญ่ส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู คืนนี้เจ้าหมาน้อยเหน็ดเหนื่อยมามากพอแล้ว ร่างกายที่ไม่คุ้นชินความโอฬารใหญ่โตยามเมื่อสอดประสานเป็นครั้งแรกย่อมเจ็บปวดแทบสลบไสลสิ้นสติ หากดำเนินเพลงรักเป็นครั้งที่สองก็เกรงว่าช่องทางอันน่ารักใคร่ของอีกฝ่ายคงฉีกขาดและอักเสบไปหลายวัน 

 

              เขาเองก็อยากถนอมรักระหว่างทั้งสองให้ยาวนานเพื่อความสุขในภายภาคหน้า เผื่อว่าวันพรุ่งนี้มะรืนนี้ยังมีโอกาสได้กินเจ้าหมาน้อยให้อิ่มเอม นัยน์เนตรคมพร่างพราวระยับจึงหลุบสายตาลงมองเพียงแค่ชายผ้าม่านที่รวบผูกเชือกไว้ข้างเตียง พยายามหักห้ามใจตัวเองอย่างสุดความสามารถ ยินยอมสะกัดกลั้นความปรารถนาที่กำลังลุกฮือให้สงบลงแล้วหันหลังก้าวเท้าออกไปจากห้อง

 

             "ฟู่..." องค์ชายสิบสองแห่งแคว้นผู่โจวลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ความจริงแล้วเขาสะดุ้งตื่นเต็มตาตั้งแต่ตอนที่ถูกความแข็งขึงร้อนระอุเตะสัมผัสส่วนอ่อนไหวแล้ว แต่ที่นอนนิ่งยิ่งกว่าศพไร้ชีวิตก็เพราะกลัวได้สบหน้ามองตาพราววิบวับคู่นั้นเสียมากกว่า...

 

 

            ไม่รู้ว่าเขาควรทำหน้าตาหรือเสวนาวาจากับคนที่พึ่งมีสัมพันธ์สังวาสผ่านไม่ไม่ถึงสามชั่วยามว่าอย่างไรดี เฉินอวี่หลีได้แต่ขมวดคิ้มเคร่งขรึมครุ่นคิดอยู่ในใจ... 

 

 

             'เจ้าบ้าเดรัจฉานสามานย์ เจ้าหลอกลวงข้า ไหนว่าจะนวดตัวช่วยคลายปวดเมื่อย!' 

 

             แต่...เซียนปู้เซียวก็ลงมือบีบนวดให้จริงๆ เพียงแค่ทำเกินหน้าที่ไปก็เท่านั้นเอง เขาหรือจะต่อว่าด่าไปก็ล้วนไม่อาจกระทบต่อความคิดผิดชอบชั่วดีของอีกฝ่ายได้แน่แท้

 

              หรือจะพูดว่า... 

 

               'มันครั้งแรกของข้านะเจ้าโง่ ไหนว่าจะอ่อนโยนกับข้าอย่างไรเล่า!'  

 

              ไม่ได้ๆ นั่นก็ฟังดูเหมือนเหมือนภรรยาออกอาการแง่งอนให้สามีง้อตามด้วยความรักใคร่เสน่หา แต่เขาไม่ได้รักเจ้าบ้าราคะนั่นแม้สักเสี้ยวลมหายใจ ถ้อยความนี้จึงเป็นอันตกไปจากความคิด

      

             'อ่า...ปู้เซียว เมื่อคืนเจ้าสุดยอดมาก' ดูเหมือนประโยคนั่นมันคือคำชมซะมากกว่า

               

 

               อ๊า! ข้าเฉินอวี่หลีผู้นี้ถูกกระทำโดยไม่เต็มใจ ใยจำต้องไปชื่นชมความสามารถของมันทำไมกัน 

 

             เอ๋...หรือว่าตอนั้นเขาเต็มใจถูกกระทำกันแน่? 

 

             ช่างเถอะๆ เขาต่างหากที่เป็นฝ่ายถูกรักแก ดังนั้นจึงสมควรด่าเจ้าแม่ทัพบ้าราคะเสียมากกว่า หากจะให้สะใจมันต้องเอ่ยปากด่าว่า... 

 

              'อ๊า! เจ้าบ้า ชักช้าพิรี้พิไรอะไรอยู่ ข้ารอเจ้าไม่ไหวแล้ว รีบๆ ทำแบบเมื่อครู่นั้นอีกรอบเร็วๆ เข้า' จากนั้นก็ต้องดึงทึ่งเสื้อผ้าบนร่างเซียนปู้เซียวอย่างมัวเมา 

 

             เดี๋ยว...สวรรค์สารเลว นี่ข้ากำลังคิดเพ้อเจ้ออะไรอยู่!

 

 

       #

         
 
 
 
ขอบคุณสำหรับคำชีแนะ แก้ไขคำผิด และการติดตาม
โปรดรออ่านตอนต่อไปอย่างใจเย็นนะเจ้าคะ
ไรท์จะพยายามรีบกลับมาปั่นต่อ
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ
 
เตี๋ยหลาน
18/1/2560
 
 
 
 
 
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}