kullacha

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 30

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2560 08:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30
แบบอักษร

2017-01-18 07:58:25 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  หลังจากที่รถของเอ็ดขับมาได้ไกลอีกหน่อย ผมก็รู้สึกว่าตัวเองมึนหัวและง่วงนอนมากยังไงก็ไม่รู้ ผมจึงหันหน้าไปมองเอ็ด ก็เห็นว่าเค้ากำลังผิวปากขับรถอยู่

 

 

“หืม? นายง่วงนอนเหรอครับ? นอนก่อนก็ได้นะ” เอ็ดพูดพร้อมกับชะลอความเร็วลง จากนั้น เค้าก็เปลี่ยนเสียงเพลงจังหวะกลางๆที่กำลังบรรเลงอยู่ในรถ เปลี่ยนมาเป็นจังหวะบัลลาดแทน

 

 

“.....” ผมไม่พูดอะไรเพราะตอนนี้..ตาของผม..มันลืมไม่ขึ้นแล้วล่ะครับ

 

 

“หึๆๆๆๆๆ”

 

 

 “วัลดัส..ชั้นเจอฮิมิทสึที่ บขส. แต่..กลับมีผู้ชายคนนึงพาเค้าหนีไปแล้ว ชั้นถ่ายภาพเก็บเอาไว้ด้วยนะ เอาแบบนี้..ชั้นจะส่งภาพไปให้นายและจะตามพวกเค้าไปให้ก่อน ส่วนพวกนายก็กลับไปตั้งหลักกันใหม่แล้วค่อยตามไปทีหลัง” หลังจากที่ร่างเล็กหนีไปแล้ว ร่างสูงฟาก็กดเบอร์โทรศัพท์โทรออกหาเพื่อนสนิทเพื่อรายงานเหตุการณ์ที่เพิ่งจะผ่านมาทันที จากนั้น พอวางสายไปแล้ว ร่างสูงก็รีบวิ่งไปที่รถส่วนตัวพร้อมกับลูกน้อง เพื่อที่จะขับตามรถสปรอ์ตคันสีขาวคันเมื่อกี้นี้ให้ทัน

 

 

“ชิท!!!” หลังจากกลับมาถึงบ้าน เอชก็สบถออกมาอย่างหัวเสีย ส่วนร่างสูงที่นั่งมองอยู่ต่างก็พากันแสดงสีหน้ากังวลไม่ต่างกัน

 

 

“ฮึ่ก! เราจะทำยังไงกันดีคะ มือถือของฮิมิทสึก็ติดต่อไม่ได้ แล้ว..ทำไมพวกเราไม่ตามเค้าไปซะเดี๋ยวนี้เลยล่ะ?” จีนที่กำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่พูดขึ้น

 

 

“ใจเย็นๆก่อนคุณจีน..เรารู้อยู่แล้วว่าฮิมิทสึจะต้องไปที่เชียงใหม่อย่างแน่นอน แต่..ประเด็นสำคัญตอนนี้ก็คือ..ฮิมิทสึไปกับใคร?” ยูพูดออกมาพร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นลูบใบหน้าหล่อของตัวเองไปด้วย

 

 

“แล้ว..รายลำเอียดรูปร่างสันทัดของผู้ชายคนนั้น ฟาได้บอกอะไรเอาไว้รึเปล่าวัลดัส?” อาจารย์หนุ่มเจฟถามวัลดัสที่กำลังเหม่อลอยอยู่ในขณะนี้

 

 

“อืม..นี่ไง..” วัลดัสพูดพร้อมกับยื่นมือถือส่งไปให้เจฟ

 

 

“หืม? น..นี่มัน!!” สิ้นเสียงของเจฟ ทุกๆคนที่นั่งอยู่ต่างก็ชะงัก

 

 

“มีอะไร? คุณรู้จักผู้ชายที่อยู่ในภาพนั้นเหรอครับอาจารย์?” ไนท์พูดออกมาพร้อมกับท่าทางแปลกใจ

 

 

“ชั้นจะบอกว่า..วันนี้มีอาจารย์เข้ามาสอนใหม่ หมอนั่น..มองฮิมิทสึแปลกๆ ชั้นก็เลยสั่งฮิมิทสึให้อยู่ห่างๆหมอนั่นเอาไว้ เพราะว่าชั้น..ได้กลิ่นจิตสังหารจากหมอนั่นค่อนข้างรุนแรงมาก..และหมอนั่น..ก็คือคนในภาพนี้แหละ!” เจฟพูดพร้อมกับสีหน้าที่เป็นกังวัล

 

 

พรึ่บ!!

“ไม่มีการตั้งหลักอะไรกันอีกต่อไปแล้ว! ชั้นจะไปที่เชียงใหม่!” เอชพูดพร้อมกับทำท่าจะก้าวเดินออกไป แต่ทว่า..

 

 

หมับ!

“พี่ครับ..ใจเย็นๆก่อน ถ้าผู้ชายคนนั้นไม่น่าไว้ใจจริง และคิดร้ายกับฮิมิทสึ พี่คิดเหรอครับว่าหมอนั่นจะพาฮิมิทสึไปเชียงใหม่จริงๆ” สิ้นเสียงของไดนาดินที่เอื้อมมือไปคว้าแขนของพี่ชาย ทุกๆคนต่างก็พาชะงักค้าง

 

 

“อา...! มือถือก็ปิดเครื่องแบบนี้..สัญญาณGPSก็ใช้งานไม่ได้น่ะสิ” มโนพูดพร้อมกับทำสีหน้าคุ่นคิด

 

 

“แล้ว..แล้ว..เราจะทำยังไงกันดีล่ะครับ! ฮึ่ก!” ฟีฟ่าเพื่อนตัวเล็กของร่างบางเมื่อได้ยินก็ปล่อยโฮออกมาทันที

 

 

“เดี๋ยว...พวกเรายังมีอีกตั้งสองทางเลือก” ไดนาดินพูดพร้อมกับหันหน้าไปมองวัลดัส

 

 

“พี่วัลดัสครับ..ต่างหูของพี่ที่ซื้อให้กับฮิมิทสึ..ผมว่า..ในนั้นต้องมีบางอย่างซุกซ่อนเอาไว้แน่ๆ สร้อยคอของพี่ก็เหมือนกันใช่มั้ยครับพี่เอช” สิ้นเสียงของไดนาดิน เอชกับวัลกัสต่างก็พากันชะงัก

 

 

“เวรเอ้ยย!! นี่กูลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปได้ยังไงกัน!” เอชยกฝ่ามือขึ้นมาตบกลางหน้าผากของตัวเอง จากนั้น เขาก็ยกมือถือขึ้นกด

 

 

“กังวลมาก..จนหัวสมองคิดไม่ถึงกับเรื่องนี้เลย!” วัลดัสพูดพร้อมกับกดโทรศัพท์มือถือของตัวเองไปด้วย

 

 

“นี่อย่าบอกนะครับ..ว่าพวกพี่ๆก็ติดสัญญาณGPSไว้ในต่างหูกับสร้อยคอเส้นเล็กๆของฮิมิทสึน่ะ?” เอกเพื่อนสนิทของร่างเล็กพูดขึ้นอย่างใจชื้น

 

 

“อืม..ใช่" สิ้นเสียงของวัลดัส ทุกๆคนที่นั่งอยู่ต่างก็พากันแสดงสีหน้าคลายกังวลไปได้บ้าง

 

 

“หืม? นี่มัน..” เอชที่กำลังจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์พูดขึ้น

 

 

“ทำไมครับ?” ไดนาดินที่ยืนมองอยู่เมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเซียวของพี่ชาย เขาก็ถามออกมา

 

 

“ฮิมิทสึ..อึ่ก! ไม่ได้ขึ้นเหนือ..แต่ตอนนี้..กำลังลงใต้!!” สิ้นเสียงของวัลดัส จีนก็ช็อกแล้วเป็นลมล้มพับไปทันที ส่วนเพื่อนๆตัวเล็กต่างก็พากันอึ้งพร้อมกับร้องไห้โฮออกมา

 

 

“ไปกันเถอะ!! ตามสัญญาณนั่นไป! คุณโจ..ดูแลพี่สาวของคุณและรอฟังสถานะการณ์อยู่ที่นี่ เจฟ..นายกับพวกเด็กๆรอประสานงานอยู่ที่นี่ก็แล้วกันนะ” สิ้นเสียงของไดนาดิน ร่างสูงทั้งหมดต่างก็วิ่งออกไปจากบ้าน

 

 

“เอช! เดี๋ยวชั้นจะไปหาพ่อเพื่อให้เค้าขอความช่วยเหลือจากจุดงานอื่นนอกพื้นที่ให้ก่อน พวกนายไปกันก่อนได้เลย แล้วเดี๋ยวพอทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว ชั้นจะโทรไปหาและตามไปทีหลัง” สิ้นเสียงของมโน เอชที่กำลังจะเปิดประตูรถก็พยักหน้าลง

 

 

“อืม..เดี๋ยวนะ พวกเราสองคนพี่น้อง พอจะรู้จักผู้มีอิทธิพลในแถบทางใต้หลายคน เอาอย่างนี้..พวกนายห้าคนล่วงหน้าไปก่อนนะ เดี๋ยวพวกเราจะตามไปสมทบอีกที” ยูพูดขึ้น จากนั้น เขากับน้องชายก็วิ่งขึ้นรถของตัวเองไปทันที

 

 

“ไปกันเถอะ!” สิ้นเสียงเอช มานพก็อาสาเป็นคนขับรถ จากนั้น พวกเขาก็เดินทางมุ่งตรงไปหาร่างเล็กตามสัญญาณที่บ่งบอก ทางด้านของร่างเล็ก

 

 

“อึ่ก! อืม...” ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับยกฝ่ามือขึ้นบีบขมับของตัวเองเบาๆ จากนั้น ผมก็พบว่าตัวเองยังนอนอยู่ในรถ แต่ทว่า..พอผมเหลือบมองออกไปทางนอกหน้าต่าง ก็เห็นว่า..ผมกำลังอยู่ในจังหวัดระนอง!

 

 

“เอ็ดครับ! นี่มัน..อ๊ะ!” ผมหันหน้าไปหาเอ็ดที่กำลังขับรถอยู่ แต่ทว่า..ข้อมือของผมกลับโดนมัดเอาไว้รวมไปถึงข้อเท้าเล็กของตัวเองก็ด้วย! อีกอย่าง..คนขับก็ไม่ใช่เอ็ด แถมรถ..ก็ไม่ใช่รถสปอร์ตคันเดิมแต่เป็นรถตู้!!

 

 

“จุ๊ๆๆๆ อย่าเสียงดังไปสิครับ” อา..ที่แท้เอ็ดก็นั่งเอนแผ่นหลังอยู่ข้างๆผมนี่เอง

 

 

“นี่มันหมายความว่ายังไง!” ผมกระชากเสียงพูดขึ้น

 

 

“ก็ไม่อะไร..เพราะนายมันโง่ไง หึๆๆๆ” สิ้นเสียงของเอ็ด ผมนี่ถึงกับอยากจะกระชากหนังหัวของเค้าเลยทีเดียว!

 

 

“จะพาผมไปไหน!” ผมกระชากเสียงถามอีกครั้ง

 

 

“ไปถึงเดี๋ยวก็รู้เอง..” เอ็ดพูดพร้อมกับจ้องมองใบหน้าของผม

 

 

“ไม่! ปล่อยผมนะ! ผมไม่ไป!” ผมพยายามดิ้นไปมา

 

 

หมับ!! พรึ่บ!!

“หุบปาก!!” จนเอ็ดที่นั่งอยู่เกิดรำคาญ เค้าจึงจับร่างเล็กๆของผมที่นั่งอยู่ริมด้านซ้ายเหวี่ยงลงไปนอนราบอีกฟากนึงทางด้านขวาอย่างรุนแรง

 

 

“โอ๊ย! หูผม..” ระหว่างที่ผมกำลังจะดันตัวเองลุก แต่ทว่า..ต่างหูที่วัลดัสซื้อให้กลับเกี่ยวติดเข้ากับเส้นด้ายตรงเบาะพอดี

 

 

“หึ! หืม?” เอ็ดสบถออกมา จากนั้น เค้าก็เอื้อมมือหมายจะไปปลดด้ายออกให้กับผม แต่ทว่า..เค้าก็กลับชะงัก

 

 

“จะทำอะไร!!” ผมพูดเพราะเอ็ดกำลังทำท่าจะถอดต่างหูของผมออก

 

 

“นายครับ..ท่านโทรมา” แต่แล้ว..ผู้ชายที่กำลังขับรถอยู่ก็พูดขึ้น

 

 

“หึ!” เอ็ดไม่ได้สนใจกับคำพูดของลูกน้อง เค้ากลับโน้มใบหน้าลงมาตรงหูของผม จากนั้น..ผมก็ได้ยินเสียงดัง แกร๊บ!

 

 

“ครับท่าน..” หลังจากที่เอ็ดละออกไปจากตัวของผมแล้ว เค้าก็เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์จากลูกน้องแล้วพูดกับคนในสายทันที

 

 

“อา..ฮึ่ก! ไอ้บ้า! ไอ้เหี้ย!” ผมพูดพร้อมทั้งน้ำตา เมื่อผมสัมผัสต่างหูเพชรเม็ดเล็กๆนั่น จึงได้รู้ว่า..เอ็ดกัดมันซะแตกละเอียดเลย!

 

 

“ไหน..ยังมีเหลืออีกมั้ย? ไอ้สัญญาณบ้าๆนั่นน่ะ หึๆๆๆ” หลังจากวางสายไปแล้ว เอ็ดก็หันหน้ามาพูดกับผมที่ยังคงนอนราบอยู่บนเบาะ

 

 

“ไม่นะ! ปล่อยผม! ม่ายยยยยย!!

 

 

ทางด้านของร่างสูง

 

 

“เหี้ยเอ้ยยย!!” วัลดัสที่นั่งอยู่เบาะหลังสบถออกมาพร้อมกับปาโทรศัพท์มือถือของตัวลงพื้นรถ

 

 

“พี่ครับ! อะไร?” ไดนาดินถาม

 

 

“สัญญาณของฮิมิทสึที่ติดอยู่ในต่างหู..ดับไปแล้ว!” สิ้นเสียงของวัลดัส ร่างสูงที่นั่งอยู่ภายในรถ ต่างก็พากันชะงักอึ้ง

 

 

“แล้วของพี่เอชล่ะครับ?” มานพพูดถาม

 

 

“ของชั้นยังได้อยู่..แต่ก็ติดๆขัดๆ เหมือนได้รับความเสียหายหนักๆอะไร ประมาณนั้น อึ่ก! อา....” เอชพูด แต่พอประโยคสุดท้าย ร่างสูงก็ถึงกับหน้าซีด

 

 

“นายกำลังจะบอกว่า...ตอนนี้..ฮิมิทสึ..กำลังโดนทำร้ายอยู่ใช่มั้ย?” กรีนพูดพร้อมกับน้ำเสียงสั่นเครือ

 

 

“อึ่ก!” สิ้นเสียงของเพื่อน เอช..วัลดัส..ไดนาดิน ถึงกับร่ำไห้อย่างเงียบๆ เมื่อพวกเขากำลังนึกถึงภาพของคนรักตัวเล็ก..ที่ตอนนี้กำลังเจอะเจอกับอะไรอยู่บ้างก็ไม่รู้

 

 

“ไดนาดิน..ขอกำลังเสริมจากเยอรมันด่วน..ให้บินมาถึงภายในคืนนี้ เพราะเมื่อชั้นรู้ที่หมายแน่ชัดแล้ว ชั้นจะปิดจังหวัดนั่น..และดักทางกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซาก! ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องฮิมิทสึ...พวกมัน..จะต้องไม่ตายดี..” เอชพูดพร้อมกับแววตาที่แดงฉาน

 

 

ปึ่ก!

“ฮึ่ก! ปล่อย..” หลังจากเดินทางมายาวนาน ตอนนี้ก็น่าจะถึงฐานลับของพวกมันแล้วล่ะครับ เอ็ดแบกร่างเล็กของผมลงจากรถแล้วเดินเข้าไปโกดังแห่งหนึ่งซึ่งผมก็มองไม่ชัดว่าลักษณะมันเป็นยังไงเพราะมันมืดมาก

 

 

“สั่งคนของเรา..ปิดล้อมในรัศมีสามกิโลเมตร ถ้าหากมีใครเข้ามาในแถบนี้นอกจากคนของเรา..ฆ่าให้หมด..” ผมที่อยู่บนบ่าได้ยินเสียงของเอ็ดพูดเป็นภาษาสเปน อา..นี่เค้ามาจากสเปนอย่างนั้นเหรอครับ?

 

 

“พวกเธอ..แก้มัดและจัดการอาบน้ำให้เด็กคนนี้ที” หลังจากเดินเข้ามาภายใน เอ็ดก็วางผมลงบนโซฟาตัวเก่าๆตัวนึง จากนั้น เค้าก็หันหน้าไปสั่งผู้หญิงชุดดำสองคนที่ยืนอยู่

 

 

“ค่ะ!” สิ้นเสียงของผู้หญิงคนนึง พวกเธอก็ลากผมเดินออกไปอีกทางนึงทันที

 

 

“หึ! รอยแดงนี่คงเป็นฝีมือของคุณเอ็ดสินะ น่าอิจฉาจริงๆ” เหอะ! รอยแดงที่ว่านั่น..หล่อนหมายถึงรอยที่เกิดจากการขีดข่วนในขณะยื้อแย่งของสำคัญของผมเนี่ยนะ! ไอ้เอ็ดน่ะ..มันทิ้งต่างหูของผมไปแล้วล่ะครับ ดีนะ..ที่มันไม่ทิ้งสร้อยเก่าๆของแม่เย็นใจไปด้วย อา..แต่จะว่าไป ที่ผมได้ยินเอ็ดมันพูด บอกว่า..มีสัญญาณอะไรๆนี่แหละ? อืม..มันจะหมายถึงพวกสัญญาณติดตามอะไรประมาณนั้นรึเปล่า? และเอ็ดคงจะรับรู้ว่าในต่างหูของวัลดัสมีของแบบนั้นอยู่แน่ๆ หึ! นี่แสดงว่าสามีของผมคอยติดตามคอยส่องผมอยู่ตลอดเวลาเลยสินะ! แล้ว..สร้อยเส้นเล็กๆของเอชล่ะ? จะมีของแบบนั้นอยู่รึเปล่า? ดีนะ..ที่ผมถอดมันเก็บใส่เอาไว้ในล็อคเก็ตจี้ดอกเยอบีร่านี่

 

 

“นั่นสร้อยอะไร? แปลกดีนะ” ผู้หญิงคนนึงที่กำลังจับผมอาบน้ำอยู่พูดขึ้น เมื่อเห็นผมเอาแต่จับสร้อยเส้นยาวๆอยู่

 

 

“ไม่บอก..” ผมพูดพร้อมกับตีสีหน้าเชิดๆ

 

 

“หน้าเป็นนักนะ! อยากโดนเหรอฮ๊ะ!!” ชิ! จะกระชากให้มันติดมือไปเลยมั้ยเส้นผมน่ะ!

 

 

“ทำอะไร!” ระหว่างที่ผมกำลังจะถูกตี แต่แล้ว เอ็ดการ์ดก็เปิดผ้าม่านห้องน้ำเข้ามาซะก่อน

 

 

“คือ...เด็กนี่มัน” สองสาวรีบปล่อยเส้นผมสีฟ้าแล้วหันหน้าไปพูดกับเอ็ดด้วยแววตาสั่นระริก

 

 

“ออกไป...” สิ้นเสียงของเอ็ด สองสาวก็รีบวิ่งออกไปทันที

 

 

“.......” จากนั้น ภายในห้องน้ำก็เหลือเพียงแค่ผมที่ยืนเปลือยกายอยู่ภายใต้ฝักบัว เอ็ดเดินเข้ามาหาผมช้าๆ ส่วนผม..ก็ขยับหนีไปชิดติดกับกำแพง

 

 

“รีบอาบ..ชั้นจะได้เริ่มงานถัดไปซะที” เอ็ดยกฝ่ามือขึ้นมาบีบตรงปลายคางของผมแบบไม่แรงนัก จากนั้น พอเค้าพูดจบ เค้าก็หันหลังเดินออกไปทันที

 

 

“คุณเอ็ดคะ..พาตัวเค้ามาแล้วค่ะ” หลังจากที่ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ผมก็ถูกผู้หญิงสองคนนั่นลากพาเดินมาในห้องสีขาวสะอาด ซึ่งดูคล้ายๆกับห้องแลป

 

 

“หึๆๆๆ” เอ็ดที่อยู่ในชุดกาวน์ เมื่อเห็นผมที่อยู่ในชุดนอนกระโปรงของใครก็ไม่รู้ เค้าก็หัวเราะออกมาทันที

 

 

“พามานั่งตรงเก้าอี้แล้วรัดตัวของเค้าเอาไว้” สิ้นเสียงของเอ็ด ร่างของผมก็ถูกลากไปนั่งตรงเก้าอี้สีขาวซึ่งอยู่ตรงใจกลางห้อง จากนั้น ผมก็ถูกสายรัดมัดลำตัวเอาไว้อย่างแน่นหนา

 

 

“จะทำอะไร?” ผมพูดพร้อมกับบิดลำตัวไปมา

 

 

“......” เอ็ดเดินละออกมาจากหลอดแก้วที่ก่อนหน้านี้กำลังหยดสารอะไรบางอย่างลงไป

 

 

“พวกเธอสองคนออกไปได้แล้ว” เอ็ดไม่สนใจคำถามของผม แต่เค้ากลับหันหน้าไปพูดกับผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่

 

 

“ค่ะ..” ผู้หญิงสองคนนั่นจ้องมองใบหน้าของผมแว๊บนึง จากนั้น พวกเธอก็เดินออกไป

 

 

“อืม...ขอดีเอ็นเอหน่อยนะ..จะใช้ตรงไหนดี? เส้นผม? เล็บ? ผิวหนัง? หรือว่า..น้ำเชื้อจากตรงนี้ดีนะ?

 

 

“อา..ไอ้โรคจิต!!” ผมด่าพร้อมกับจ้องมองเอ็ดราวกับว่าอยากจะฆ่ามันให้ตายไปเลย!

 

 

“อ๊ะ! อึ่ก! ย..อย่านะ!” ผมสะดุ้งเมื่อเอ็ดใช้ฝ่ามือข้างนึงลูบไล้ตรงต้นขาของผมและกำลังเลื่อนขึ้นมาเรื่อยๆ

 

 

“เนียนดีนะ..ผิวของนายน่ะ หึๆๆ” เอ็ดโน้มใบหน้าลงมากระซิบตรงซอกหูของผมเบาๆ

 

 

“นายครับ..ท่านมาถึงแล้ว” ระหว่างที่ฝ่ามือของเอ็ดกำลังจะล้วงจุดอ่อนไหวของผม แต่แล้ว..กลับมีเสียงจากลูกน้องคนนึงของเอ็ดที่กำลังเฝ้าอยู่นอกประตูพูดขึ้น

 

 

“หึ! เชิญท่านเข้ามา” สิ้นเสียงของเอ็ด เค้าก็ดึงเส้นผมของผมไปหนึ่งเส้น จากนั้น เค้าก็เดินไปยังหลอดแก้วที่วางอยู่เรียงรายอีกครั้ง

 

 

“เอ็ดการ์ด...” ผมตกใจเมื่อได้ยินเสียงของใครบางคนก้าวเดินเข้ามา แต่ทว่า..ใบหน้าที่แท้จริงของใครคนนั้น..กลับปิดบังภายใต้หน้ากากสีขาว อา..อิมเมจของเค้า..ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นพวกตัวร้าย..ที่ร้ายกาจมากๆเหมือนในละครเลยล่ะครับ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แง...ช่วงนี้อย่างอนเค้าเลยนะ ถ้าไม่ใช่วันหยุดสามารถอัพได้แค่วันละหนึ่งตอน แถมยังแต่งสดด้วย.. เพราะช่วงนี้งานที่โรงแรมยุ่งมากๆ แถมไรท์ยังต้องเข้ากะกลางคืนตลอดอีก อย่างงอนกันนะ จุ๊บๆๆ

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น