น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 9 : การพบกันอีกครั้ง (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 : การพบกันอีกครั้ง (2/2)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 676

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2560 00:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 : การพบกันอีกครั้ง (2/2)
แบบอักษร

โทมัสก้าวยาวๆอย่างเร่งรีบในขณะที่กำลังเดินมองหาร่างของหลานสาวที่เขาไม่ได้เจอมาเกือบปีแล้ว ดวงตาสีเทาอมเขียวของเขากวาดตามองไปรอบๆหากยังไม่เจอสาวน้อยผมสีน้ำตาลเข้มและดวงตากลมโตสีเดียวกับสีไม้โอ๊คที่เขาจดจำได้ไม่เคยลืม

จะรีบไปไหนคะทอม หนูวิ่งตามคุณมานานแล้วนะคะ

เสียงหวานใสทักทายขึ้นพร้อมกับมือเรียวที่คว้าแขนของร่างสูงใหญ่ที่กำลังเดินอย่างเร่งรีบเอาไว้ โทมัสหันกลับมาตามเสียงทันที ก่อนจะยิ้มกว้างใส่ตาสีน้ำตาลสวยที่พราวขึ้นอย่างยินดี

แองจี้...โอ ที่รัก ฉันตามหาเธอแทบแย่!

ชายหนุ่มตวัดแขนรวบร่างเพรียวระหงที่บัดนี้สูงจนเลยไหล่ของเขาไปแล้วอย่างแนบแน่นพลางจูบแรงๆที่แก้มนวลใสนั้นอย่างลืมตัว จนแองเจลิน่าต้องเบี่ยงตัวออกเล็กน้อยในขณะที่ใบหน้าเรื่อขึ้นอย่างเขินอายเมื่อเห็นสายตารอบๆตัวอมยิ้มพลางเมียงมองมา

พอได้แล้วค่ะ แองจี้อายเขาหญิงสาวกระซิบบอกอุบอิบ หากโทมัสกลับยิ้มร่า ก่อนจะก้มลงไปจูบแก้มแดงๆนั้นอีกครั้งหนึ่ง

ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหนเลย ใครๆเค้าก็จูบทักทายกันแบบนี้แหละ

โทมัสเอ่ยกระซิบนัยน์ตาพราวก่อนจะจับจูงมือคนรักของตนไป พลางแย่งกระเป๋าเดินทางใบโตจากมือหญิงสาวมาถือเอาไว้เสียเอง

ทำไมไม่บอกกันล่วงหน้าว่าจะมา จะได้มารอรับ

 “แองจี้กะว่าจะหนีเที่ยวก่อนสักอาทิตย์เลยแอบมาเงียบๆไม่ได้บอกใคร แต่คุณก็มาดักรอจนได้ แองจี้ต้องโทษหม่ามี๊แอนนาหรือเปล่าคะ ที่แอบส่งข่าวมาบอกคุณก่อนจนได้จนแองจี้ต้องอดไปเที่ยวแบบนี้

แองเจลิน่าแกล้งเอ่ยพาดพิงถึงแม่ทูนหัวของเธอที่อุตส่าห์ไปทวงสัญญากับหลุยส์ถึงที่คฤหาสน์ว่าต้องการจะให้แองจี้มาจัดการเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์สินที่เธอจะยกให้เรียบร้อยหลังจากที่แองเจลิน่าเพิ่งบินกลับมาฉลองวันเกิดอายุครบ 20 ปีที่อังกฤษกับครอบครัวเมื่อหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา หากหลุยส์ยังคงบ่ายเบี่ยงโดยผู้เป็นบิดาอ้างว่าต้องการให้เธอเรียนจบเสียก่อน

ดังนั้นแอนนาจึงให้ทนายมาจัดการเรื่องเอกสารการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเตรียมพร้อมเอาไว้ ก่อนที่จะจัดการสำเนาทุกอย่างส่งไปให้สองสิงห์เฒ่าอย่างจอห์นและเดวิดดู เพื่อทวงสัญญา 5 ปีที่ทั้งหมดเคยตกลงกันไว้ .... และนั่นทำให้แองเจลิน่าจำเป็นต้องมาที่เมืองไทยนี้ในช่วงปิดเทอมซัมเมอร์ตามคำขอร้องแกมบังคับของแอนนา

“ถ้าเธอยังรักโทมัสอยู่ ช่วยเชื่อฉันและทำตามฉันเถอะนะแองจี้ นี่จะเป็นข้ออ้างสุดท้ายที่สองตาเฒ่านั่นจะกีดกันเธอได้ ช่วยอดทนดูงานที่เมืองไทยสักสามเดือนเถอะนะแองจี้ ฉันสัญญาว่าจะทำทุกอย่างให้โทมัสได้แต่งงานกับเธอแทนแคทเธอรีน”

 

โทมัสยิ้มให้กับใบหน้าหวานที่บัดนี้ได้มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดกันมากกว่าเดิมด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นพร้อมๆกับความคาดหวังในใจที่ก่อตัวขึ้นมาจากการกระทำของแอนนาที่ยอมทุ่มช่วยเหลือเขาสุดตัว ... ข้อตกลงที่เขาและพี่สาวยื้อมา 5 ปีเต็มกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว และเจ้าสาวของเขาจะต้องเป็นแองจี้เพียงคนเดียวเท่านั้น

สัญญาว่าเธอจะได้เที่ยวแน่แม่หนูน้อย แต่ว่าขอฉันเคลียร์งานสักวันสองวัน รับรองเราจะไปเที่ยวกันให้ชุ่มปอดเลย

ชายหนุ่มเอ่ยพลางแยกไปยกกระเป๋าเก็บ ก่อนจะเดินมาประจำที่คนขับ หากยังไม่ทันได้สตาร์ทรถโทมัสก็สัมผัสได้ถึงริมฝีปากนุ่มๆที่จรดลงบนแก้มเขา พร้อมๆกับเสียงหัวเราะสดใสที่ทำให้เขาใจเต้นแรงได้ทุกครั้ง

ขอบคุณค่ะทอม ไม่มีไกด์นำเที่ยวที่ไหนดีเท่ากับทอมอีกแล้วค่ะ

ฉันเป็นได้แค่ไกด์นำเที่ยวเองเหรอแองจี้  ฉันว่าฉันจำได้นะว่าฉันเคยบอกเธอเอาไว้ว่ายังไง

เสียงทุ้มของโทมัสนั้นอ่อนหวานเสียจนแองเจลิน่าไม่กล้าสบดวงตาคู่สวยนั้น หากโทมัสกลับเป็นฝ่ายชะโงกตัวมาจูบริมฝีปากอิ่มนั้นเสียเอง สัมผัสที่นุ่มนิ่มและชุ่มฉ่ำจากริมฝีปากบางที่บดเบียดจุมพิตอย่างแสนหวานนั้นทำเอาหัวใจของสาวน้อยแทบหลอมละลาย ปลายลิ้นอุ่นนั้นแทรกซอนไล่ลิ้มชิมรสจูบหวานอย่างคะนึงหาในขณะที่ฝ่ามือหนารั้งเธอเข้ามากอดจนอกนุ่มนิ่มนั้นเบียดเสียดกับแผงอกกว้างแข็งแกร่งนั้น

โทมัสจูบจนรับรู้ได้ว่าร่างของสาวน้อยในอ้อมแขนกำลังอ่อนระทวยไปกับรสจูบที่ดูดดื่มของเขา ถ้าหากว่าไม่ติดงานสำคัญอย่างงานเปิดตัวซีอีโอหญิงคนใหม่ของโอลเชสเตอร์กรุ๊ปแล้วละก็ ...วันนี้เขาจะแคนเซิลงานทุกอย่างเพื่อจะได้จูบสาวน้อยของเขาแบบนี้ทั้งคืน!

ชายหนุ่มถอนจูบอย่างแสนเสียดาย  ริมฝีปากอิ่มที่แดงซ่านจากแรงบดเบียดของจุมพิตของเขาทำเอาชายหนุ่มอยากจะจูบหญิงสาวตรงหน้าซ้ำๆ หากเวลาที่ยังรัดตัวทำให้โทมัสจำเป็นต้องตัดใจพลางเอ่ยกระซิบเสียงพร่า

แองจี้ ระหว่างที่เธอมาดูงานที่นี่เธอจะมาอยู่กับฉันที่บ้านใช่ไหม?”

คงไม่ได้ค่ะ แม่ให้แองจี้ไปพักที่คอนโดเดิมของแม่ โครงการคอนโดของลุงวินไงคะ

โทมัสแทบอยากจะเอาหัวโหม่งพวงมาลัยรถ ให้มันได้อย่างนี้สิ! การมีสายตาของกวินวัธน์กับปานดวงใจคอยดูแลแองจี้ทำให้เขาแทบจะเลิกคิดถึงค่ำคืนแห่งจูบอันแสนหวานของเขาไปได้เลย เพราะมันพังไม่เป็นท่าตั้งแต่ยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ

งั้นอย่าเพิ่งบอกใครว่าเธอมาถึงที่เมืองไทยแล้ว ไม่อย่างนั้นอดเที่ยวไม่รู้ด้วย!

โทมัสยกเรื่องเที่ยวขึ้นมาขู่ หากแองเจลิน่าหัวเราะอย่างขบขันพลางเอ่ยดักคอ

คงไม่ทันแล้วมั้งคะ ถ้าคุณมารับแองจี้ถึงสนามบินแบบโจ่งแจ้งขนาดนี้ แด๊ดดี้ไม่รู้นี่ก็แปลกแล้วค่ะ

ชายหนุ่มยิ้มกริ่มในขณะที่มองใบหน้าคมของแองเจลิน่าพลางเอ่ยอย่างมั่นใจ

ก็ให้มันรู้ไปว่านักสืบของหลุยส์กับคนของฉันใครจะทำงานได้ดีกว่ากัน

...................................................................................

 

เอกกุลก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือในขณะที่สายตาจับสังเกตไปยังความเคลื่อนไหวที่โพเดียมบนเวทีอย่างนึกแปลกใจ งานแถลงข่าวควรจะเริ่มต้นเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว หากจนบัดนี้ยังไม่มีวี่แววจนชายหนุ่มสังเกตได้ว่าหลายๆคนเริ่มจับตาไปยังร่างระหงที่เป็นคนสำคัญที่สุดของงานแถลงข่าวในครั้งนี้ 

แคทเธอรีนยังคงนั่งนิ่งด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยราวกับถูกรีดมาแล้วเป็นอย่างดี และอีกฝ่ายคงรู้ตัวว่าถูกจ้องมองจากบรรดาแขกเหรื่อภายในงานหญิงสาวจึงกวาดสายตาไปยังผู้คนที่หน้าเวที จนกระทั่งสบกับสายตาคมเข้มคู่หนึ่งที่ยังคงจ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา

แคทเธอรีนรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกจนทำให้จังหวะชีพจรของเธอเต้นรัวขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะเตรียมใจมาแล้วว่าอาจจะต้องเจอกับเขา แต่หญิงสาวก็ไม่คิดว่าเอกกุลจะมาในงานนี้จริงๆ และมาในฐานะแขกวีไอพีเสียด้วย!

คิ้วเรียวที่ถูกเขียนตกแต่งเอาไว้เป็นอย่างดีย่นชิดเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจ เธอรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะอาการที่หญิงสาวเป็นอยู่ในขณะนี้เป็นการยืนยันได้อย่างดีว่า ระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เธอยังคงไม่สามารถลืมเลือนผู้ชายคนนั้นได้เลยแม้แต่นิดเดียว แคทเธอรีนกลัวใจตัวเองเหลือเกิน เธอกลัวว่าจะเผลอสบประสานสายตาที่ราวกับอ่านทุกอย่างได้ทะลุปรุโปร่งจากดวงตาสีดำเข้มคู่นั้น!

จีน่า โทมัสใกล้จะถึงหรือยัง ฉันรอมาหนึ่งชั่วโมงเต็มแล้วนะ

แคทเธอรีนหันไปสาดเสียงเย็นเยียบกับเลขาสาวสุดเซ็กซี่ของโทมัสอย่างต้องการที่ระบายความอึดอัดจากสายตาที่จับจ้องมาของเอกกุล จนจีน่าที่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของความอารมณ์ไม่ดีของผู้บริหารคนใหม่ได้แต่ยิ้มให้อย่างเฝื่อนๆก่อนจะเอ่ยตอบอ้อมแอ้ม

น่าจะใกล้แล้วค่ะคุณแคท เดี๋ยวจีน่าลองโทรถามคุณโทมัสให้อีกครั้งนะคะ

เลขาสาวร่างอวบรีบใช้ข้ออ้างนี้หลบให้ห่างจากแคทเธอรีน หากยังไม่ทันจะได้โทรเธอก็เห็นโทมัสเดินออกมาจากห้องรับรองที่เตรียมไว้พลางตรงเข้ามาหาแคทเธอรีนและทีมงานพิธีกร

โทมัสแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาไม่พอใจของหญิงสาวก่อนจะเอ่ยสั่งทุกคนเสียงเป็นการเป็นงาน

เอาล่ะ เปิดวีทีอาร์ได้เลย ผมจะขึ้นไปบนเวทีพร้อมๆกับแคทเธอรีน

เสียงปรบมือที่ดังก้องไปทั่วบริเวณงานทำให้แคทเธอรีนรีบปั้นยิ้มบนใบหน้าเรียวอย่างรวดเร็ว หญิงสาวขึ้นไปยืนตรงกลางในขณะที่โทมัสเอ่ยประกาศถึงการเข้ามาเป็นผู้บริหารหญิงคนแรกในระดับซีอีโอของโอวีกรุ๊ป

แคทเธอรีน โอลเชสเตอร์ รองประธานกรรมการบริษัท โอลเชสเตอร์เรียลเอสเตท ประจำประเทศไทย ค่ะ

หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวเองสั้นๆพลางส่งยิ้มไปยังสื่อมวลชนอย่างช้าๆ หากดวงตาสีเทาของเธอไม่มีประกายแห่งความยินดีแฝงอยู่เลย ก่อนที่ริมฝีปากเรียวนั้นจะหุบสนิทลงเมื่อโทมัสก้าวออกมายืนเคียงข้างเพื่อถ่ายภาพร่วมกัน นั้นยิ่งทำให้ใบหน้าเรียวสวยนั้นดูดุกระด้างและเต็มไปด้วยความเฉยชาอย่างน่าเสียดาย

เสียงชัตเตอร์ที่กดรัวจากช่างภาพกลบเสียงทอดถอนใจของร่างสูงที่ยืนมองอยู่ในกลุ่มผู้ชมด้านล่างอดใจหายไม่ได้ ใบหน้าอ่อนหวานที่เคยยิ้มให้เขาได้อย่างอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยมีใครได้เห็น ถูกกาลเวลาและเงื่อนไขในชีวิตพรากไปเสียแล้ว

 

หลังงานแถลงข่าวมีปาร์ตี้ค็อกเทลเล็กๆเพื่อขอบคุณสื่อมวลชนและแขกที่มาร่วมงานเปิดตัวผู้บริหารคนใหม่ของโอวีกรุ๊ป เอกกุลจึงถือโอกาสเดินไปพร้อมๆกับศรุตาพลางเข้าไปทักทายโทมัสอย่างคุ้นเคย

ยินดีด้วยกับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่นะครับคุณโทมัส คุณแคทเธอรีน

เอกกุลเอ่ยพลางส่งช่อดอกลิลลี่สีขาวให้กับหญิงสาว แคทเธอรีนเงยหน้ามองชายหนุ่มอย่างพยายามจะไม่นึกถึงความใส่ใจที่อีกฝ่ายยังคงจำได้ ...เธอชอบดอกไม้สีขาว

แคทเธอรีนยกมุมปากยิ้มอย่างยากเย็น ก่อนจะเอ่ยตอบชายหนุ่มตามมารยาทเพียงสั้นๆ พลางส่งช่อดอกไม้ให้กับจีน่าต่อทันทีราวกับเป็นดอกไม้พิษ จนเอกกุลชะงักไปกับท่าทีที่ห่างเหินราวกับคนแปลกหน้าของหญิงสาว หากโทมัสก็แก้สถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ด้วยการแนะนำทั้งคู่ให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการ

แคท นี่คุณเอกกุล ประธานบริษัทเอกกุลวัสดุก่อสร้าง ผมบังเอิญรู้จักกับเขาหลังจากที่มาทำงานที่เมืองไทยเมื่อ 5 ปีก่อน และบริษัทของเรากับบริษัทเอกกุลวัสดุก่อสร้างก็เป็นพันธมิตรที่ดีต่อกันมาตลอด และหวังว่าจะเป็นตลอดไปนะครับ หลังจากนี้คงเป็นหน้าที่ของแคทเธอรีนแล้วล่ะที่ต้องดูแลคุณต่อจากผม

โทมัสเอ่ยพลางยิ้มให้กับเอกกุลอย่างมีไมตรีโดยที่ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังใดๆทั้งสิ้น หากแคทเธอรีนยังคงรักษาระดับรอยยิ้มให้ระบายบนใบหน้าเพียงเล็กน้อยราวกับกำลังสวมหน้ากากไว้ จนศรุตาต้องแอบลอบสบตากับเอกกุล ก่อนจะรีบชิงจังหวะเอ่ยแนะนำตัวบ้าง

ยินดีด้วยนะคะคุณแคทเธอรีน ดิฉันเป็นตัวแทนจากบริษัท วัฒน์พิภพ ค่ะ หวังว่าเราคงจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันนะคะ

เลขาสาวร่างอวบส่งกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดีให้กับหญิงสาว หากแคทเธอรีนกลับปรายตามองอีกฝ่ายอย่างประเมิน พลางพยักหน้าให้จีน่ามารับกระเช้าไปแทนจนโทมัสขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ

ถึงแม้ว่าวัฒน์พิภพอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรง แต่ว่าปานดวงใจและกวินวัธน์เองก็เป็นญาติสนิทของแองเจลิน่า จะว่าไปก็เกี่ยวข้องเป็นเครือญาติกับหญิงสาวเองด้วยซ้ำ ดังนั้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร คนจากบริษัท วัฒน์พิภพ มีความสำคัญมากพอจนแคทเธอรีนไม่สมควรแสดงกิริยาไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายเช่นนี้

ฉันว่าเธอลืมอะไรหรือเปล่าแคทเธอรีน ... ในเมื่ออีกฝ่ายมาแสดงความยินดีอย่างจริงใจ เธอควรจะเอ่ยตอบแทนเขาหน่อยไม่ใช่หรือ

โทมัสเอ่ยเสียงเย็นเยียบ จนแคทเธอรีนเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็น กำลังจะมาเป็นสามีของของเธอในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่กลับเลือกปฏิบัติกับเธอราวกับเป็นคนแปลกหน้ากันอย่างสิ้นเชิง

ขอบคุณ-ค่ะ

หญิงสาวเอ่ยกับโทมัสอย่างชัดถ้อยชัดคำ หากความหมายในแววตาไม่ได้หมายความอย่างที่พูดเลยสักนิด ก่อนจะปรายตาไปยังแขกทั้งสองคนที่มาแสดงความยินดีกับเธอเมื่อครู่ พลางเอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยภาษาไทยที่ค่อนข้างชัดเจนหากกระด้างเสียจนศรุตาต้องแอบกลืนน้ำลาย

ขอบคุณ ที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ค่ะ คุณเอกกุล คุณศรุตา ขอบคุณจริงๆ

แคทเธอรีน!โทมัสเอ่ยชื่อหญิงสาวเสียงเข้มอย่างโกรธจัด หากเอกกุลรีบเอ่ยแทรกขึ้นอย่างทันควัน พลางหันไปเอ่ยกับโทมัสด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

ผมว่าเราเลิกขอบคุณกันไปมาดีกว่าครับ เราก็คนกันเองแท้ๆ ผมไปเอาเครื่องดื่มมาให้สาวๆดีกว่า คุณศรุตากับคุณแคทจะดื่มอะไรดีครับ

เอกกุลเอ่ยถามพลางสบตาคมเข้มกับดวงตาสีเทาของแคทเธอรีนตรงๆ เพื่อดูท่าทีของอีกฝ่ายว่าจะยังคงบทบาทคนแปลกหน้าต่อกัน หรือว่าจะยอมถอดหน้ากากแล้วคุยกับเขาดีๆ

ดิฉันขอน้ำเปล่าแล้วกันค่ะ เครื่องดื่มอื่นๆดิฉันไม่ชอบดื่ม เพราะมันถูกเจือไปด้วยสิ่งที่เป็นพิษต่อชีวิตทั้งนั้น

หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างกระด้าง พลางส่งรอยยิ้มเชือดเฉือนมาให้กับเอกกุลโดยตรง ชายหนุ่มจ้องมองแววตาที่ดื้อดึงราวกับเด็กอวดดีจากดวงตาสีเทาคู่สวยแล้วก็ได้แต่ยิ้มให้อีกฝ่ายราวกับผู้ใหญ่ที่กำลังมองดูเด็กเกเรที่กำลังพาลพาโลไปทั่ว ก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงทุ้มที่นุ่มนวลอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา หากแววตาคมกล้าที่มองสบประสานกับหญิงสาวนั้นเจิดจ้าขึ้นราวกับรับรู้คำท้าท้ายของหญิงสาวแบบไม่ยอมหลบเช่นกัน

ในฐานะที่ผมเป็นคนที่ชอบดื่มน้ำเปล่าเหมือนกัน ผมก็ขอเตือนคุณแคทเธอรีนเอาไว้สักนิด ที่เมืองไทยนี่เรามีเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มองด้วยตาเปล่าแล้วมันก็เหมือนน้ำธรรมดาๆ แต่พอดื่มเข้าไปแล้วเราถึงรู้ว่าจริงๆมันเป็นเหล้าขาว 40 ดีกรี...

คุณแคทเพิ่งมาอยู่เมืองไทยก็ต้องระวังหน่อยก็แล้วกันนะครับ เพราะอะไรๆมันคงไม่เหมือนที่อังกฤษอีกแล้ว ของเหลวสีขาวใสที่เคยเป็นน้ำเปล่าที่อังกฤษ แต่พอมาอยู่ที่เมืองไทยน้ำเปล่าที่คนอื่นมองเห็นอาจจะเป็นเหล้าขาวก็ได้ ถ้าหลงหยิบผิดดื่มเข้าไปแล้วละก็ มันบาดคอดีนักละครับ!

 

.............................................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น