น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 8 : วันเดือนปีที่ผันผ่าน (1/3)

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 : วันเดือนปีที่ผันผ่าน (1/3)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 573

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2560 21:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 : วันเดือนปีที่ผันผ่าน (1/3)
แบบอักษร

ตอนที่ 8 (วันเดือนปีที่ผันผ่าน)

เอกกุลถูกเชิญตัวมายังคฤหาสน์ของตระกูลโอลเชสเตอร์อีกครั้งในรอบสามปี เพื่อมาฉลองให้กับความสำเร็จของโรงงานผลิตเหล็กที่อังกฤษที่บัดนี้กลายเป็นบริษัทข้ามชาติยักษ์ใหญ่ไปแล้ว  ซึ่งเป็นผลมาจากการทุ่มเทของเอกกุลชนิดหามรุ่งหามค่ำและความเก่งกาจของสองพี่น้องอย่างปีเตอร์และหลุยส์ที่ต้องการพิสูจน์ตัวเองหลังจากที่ตัดขาดกับธุรกิจของตระกูลมาเป็นสิบปี

ดังนั้นวันนี้ที่คฤหาสน์ของโอลเชสเตอร์จึงอุ่นหนาฝาคั่งไปด้วยสมาชิกครอบครัวพร้อมหน้า เนื่องจากปานดวงใจก็ไม่พลาดที่จะมาแสดงความยินดีกับเพื่อนเก่าที่แสนดี พร้อมๆกับถือโอกาสมาเยี่ยมลูกชายที่สามีส่งมาเรียนที่อังกฤษด้วยเสียเลย

“คุณเอกทางนี้ค่ะ”

ร่างสูงของเอกกุลหันมาตามเสียงเรียก ก่อนจะก้าวขายาวๆเดินมาหาปานดวงใจพลางรับช่อดอกไม้สีสวยจากมือของอีกฝ่าย ชายหนุ่มส่งยิ้มอ่อนละมุนให้กับหญิงสาวที่เคยรักที่แม้ว่าบัดนี้จะมีลูกๆถึงสามคนแล้ว แต่ปานดวงใจก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก

“พิทย์ พัฒน์ สวัสดีคุณลุงเสียสิลูก น้องพิมพ์ด้วย สวัสดีคุณลุงเอกสิคะ”

ปานดวงใจหันไปบอกสองฝาแฝดวัยรุ่นที่บัดนี้เรียนเกรด 10 แล้ว พลางโอบร่างที่สูงเก้งก้างของลูกชายเอาไว้ทั้งสองคนอย่างคิดถึง เพราะกวินวัธน์ส่งสองแฝดมาเรียนต่อที่อังกฤษตั้งแต่จบชั้นประถม 6  โดยตั้งใจว่าจะเอามาฝาก น้องเขย สุดที่รักคอยดูแลระหว่างที่อยู่โรงเรียนประจำที่นี่ ทำให้ปานดวงใจแทบจะเจอลูกแบบนับครั้งได้ในรอบปี

เอกกุลหันไปมองสองเด็กชายวัยแตกเนื้อหนุ่มที่ยกมือไหวเขาแล้วก็ยิ้มอย่างอดขำไม่ได้ เพราะสองคนนี้นอกจากหน้าตาจะเหมือนกันเองแล้วยังโขกกวินวัธน์ผู้เป็นพ่อมาแบบไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะ พัฒน์ ฝาแฝดคนพี่ที่มักจะชอบทำหน้าเบื่อโลกตามประสาคนขี้รำคาญและมักจะดื้อแบบเงียบๆ ไม่เหมือนพิทย์ที่ดูเหมือนจะอัธยาศัยดีกว่า

“สวัสดีครับ คุณลุงเอก ผมพิทย์ครับ ส่วนไอ้ดำนี่พัฒน์ครับ”

“ตาพิทย์! ทำไมไปว่าพี่เขาอย่างนั้นล่ะลูก ตาพัฒน์แกชอบเล่นฟุตบอลน่ะค่ะ ก็เลยคล้ำกว่าตาพิทย์หน่อย”

ปานดวงใจหันไปเอ่ยกับเอกกุลที่ยังคงยืนยิ้มให้กับสองฝาแฝดวัยหนุ่มน้อยที่พอทำตามคำสั่งมารดาเรียบร้อยก็รีบแยกตัวออกไปทันที ทิ้งให้ผู้เป็นแม่ต้องพาลูกสาวคนเล็กเข้ามาไหว้ทักทายคุณลุงเอง

 “นี่ยัยพิมพ์ พิมพ์มาดาค่ะ น้องพิมพ์ไหว้คุณลุงสวยๆสิคะ”

ปานดวงใจเอ่ยกับบุตรสาวเสียงอ่อนหวาน เด็กหญิงพิมพ์มาดาในวัย 12 ปี ย่อตัวไหว้อย่างน่ารักจนเอกกุลอดเอื้อมมือไปลูบหัวเด็กหญิงไม่ได้

“แกเหมือนคุณนะปาน คุณพ่อคงจะหวงหนูพิมพ์น่าดูล่ะสิท่า”

เอกกุลเอ่ยขึ้นพลางเย้าอดีตคนรักตาพราว ปานดวงใจพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ

“ไม่ใช่แค่หวงนะคะ ยังลำเอียงด้วย ไม่ยอมให้ยัยพิมพ์คลาดสายตาเลยค่ะ ตาพิทย์กับตาพัฒน์นี่บ่นกันอุบว่าคุณพ่อไม่รัก”

ชายหนุ่มยืนมองรอยยิ้มที่เคยตราตรึงใจเขาเอาไว้มาเนิ่นนานแล้วก็อดยิ้มตอบให้กับตัวเองอย่างเศร้าสร้อยไม่ได้ ดูเหมือนว่าตัวเขาจะไม่ค่อยมีโชคทางด้านความรักสักเท่าไหร่นัก เพราะผู้หญิงที่เขารักไม่เคยได้แต่งงานกับเขาเลยสักคน

“ปานรู้จากคุณหลุยส์ว่าคุณเอกจะมาที่อังกฤษ เลยรีบชวนคุณวินให้มาเจอกับคุณเอกก่อน ถ้าขืนรอไปนัดกับเลขาคุณเอกที่เมืองไทย เดี๋ยวจะต้องรอคิวนาน เพราะว่าท่านประธานไม่ว่าง”

“ขืนผมไปเจอคุณบ่อยๆเดี๋ยวคุณวินก็ตาเขียวใส่ผมแล้วก็จะพาลมายกเลิกออเดอร์สินค้าของผมอีก ผมไม่อยากเสียลูกค้ารายใหญ่อีกแล้วล่ะปาน”

เอกกุลเอ่ยกับหญิงสาวอย่างล้อเลียนถึงเรื่องสมัยก่อนที่กวินวัธน์เลยพาลจนทำธุรกิจเขาเกือบพังไม่เป็นท่า ยังดีว่าหลังจากที่ตัวเองได้แต่งงานสมใจแล้ว กวินวัธน์ก็กลับมาผูกปิ่นโตเป็นลูกค้ากับเขาเหมือนเดิม หากเอกกุลก็ยังคงเข็ดกับนิสัยเอาแต่ใจและพาลไม่เลือกหน้าของชายหนุ่ม จึงเลือกที่จะไปผูกสัมพันธ์กับปีเตอร์และหลุยส์เพื่อแตกยอดทำธุรกิจเพิ่มอีกหลายๆอย่างเป็นการกระจายความเสี่ยง

“คุณเอกล่ะก็ ชอบล้อปานอยู่เรื่อย ปานบอกแล้วยังไงคะว่าต่อไปนี้ปานจะไม่ยอมให้คุณวินทำแบบนั้นกับคุณเอกอีกแล้ว ปานยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อชดเชยในสิ่งที่ปานเคยทำให้คุณเอกเสียใจ”

หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดในใจ หากเอกกุลกลับยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยนพลางเอ่ยขึ้นเบาๆ

“ปานไม่จำเป็นต้องชดเชยอะไรให้ผมทั้งนั้น เรื่องของหัวใจไม่มีใครไปสามารถบังคับอะไรได้ทั้งนั้น เรื่องมันก็ตั้งนานมาแล้ว ปานไม่ควรจะเก็บเรื่องนี้เอามาใส่ใจอีกแล้วนะ”

“ปานอยากให้คุณเอกมีความสุข ได้เจอความรักที่ดี ปานถึงจะเลิกคิดเรื่องนี้ค่ะ ปานอดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะปาน...”

“ไม่ใช่อย่างนั้นเสียหน่อย เลิกคิดโทษตัวเองอย่างนั้นได้แล้วนะปาน”

เอกกุลเอ่ยพลางยิ้มให้กับหญิงสาวอย่างจริงใจ พลางเอื้อมมือไปแตะมืออีกฝ่ายเอาไว้อย่างนุ่มนวล ปานดวงใจบีบมือหนานั้นอย่างขอบคุณก่อนจะเอ่ยชวนเสียงสดใส

“ถ้าอย่างนั้นคุณเอกต้องสัญญากับปานนะคะ ถ้าหากวันไหนคุณเอกคิดจะแต่งงานต้องให้ปานไปเป็นเพื่อนเจ้าสาว”

“ถ้าผมได้แต่งนะ ....” เอกกุลตอบกลับอีกฝ่ายพลางพยายามยิ้มไม่ให้อีกฝ่ายจับพิรุธได้ ก่อนที่จะเอ่ยเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อน

“เราไปรวมกับคนอื่นๆที่โต๊ะอาหารเถอะ เดี๋ยวคุณวินจะมาทำตาเขียวใส่ผมตอนรับประทานอาหารอีก ไปค่ะน้องพิมพ์ไปทานอาหารกับคุณลุงดีกว่านะคะ”

เอกกุลเอ่ยพลางยื่นมือให้เด็กน้อย พิมพ์มาดาหันไปมองมารดาอย่างลังเลหากปานดวงใจยิ้มให้ลูกพลางเอ่ยอนุญาต ก่อนที่ทั้งหมดจะเดินไปหาหลุยส์และปีเตอร์ที่จับกลุ่มคุยกับเปรมอุราและกวินวัธน์อย่างสนุกสนาน ในขณะที่สองฝาแฝดหนุ่มยังคงปักหลักคุยกับญาติสาวผู้พี่ที่แปลงกุหลาบด้านนอก

“แองจี้ คงไม่ได้เรียนต่อที่มหาวิทยาลัยที่อังกฤษนี่หรอกพิทย์ เห็นแด๊ดบอกว่าถ้าจะเรียนด้านแฟชั่นควรไปเรียนที่ฝรั่งเศสดีกว่า”

“อย่างนี้เราก็อดไปแค้มป์ปิ้งด้วยกันอีกนะซี แล้วฉันจะเจอสาวๆเพื่อนของแองจี้ได้อีกยังไงล่ะ”

แฝดคนน้องหันไปบ่นกับคนข้างๆอย่างปลงๆ ในขณะที่พัฒน์ขัดขึ้นเสียงเรียบ

“ก็ไม่เห็นจะต้องเจอ แค่นี้ฉันก็รำคาญจะแย่อยู่แล้ว นายควรจะตั้งใจเรียนมากกว่าปาร์ตี้นะ”

แองจี้มองภาพการถกเถียงของสองฝาแฝดอย่างขบขัน สองฝาแฝดมาอยู่ที่นี่ได้สามปีแล้ว ซึ่งการมาอยู่ที่นี่ของญาติๆทำให้เธอพอจะลืมเรื่องความผิดหวังที่เกิดจากความรักได้ชั่วคราวจนตอนนี้เธอคิดว่าตัวเองคงจะเข้มแข็งขึ้นบ้างแล้วถ้าหากจะต้องเผชิญหน้ากับโทมัสอีกครั้ง

เสียงสนทนาที่จู่ๆก็เงียบลงทำให้แองเจลิน่าหันไปมองน้องชายทั้งคู่ ครั้นเมื่อเห็นใบหน้าที่เครียดขึ้นของพัฒน์แล้วเด็กสาวเองก็ชักจะไม่แน่ใจบรรยากาศขณะนี้ พลางเอ่ยถามน้องชายอย่างเป็นห่วง

“พัฒน์ นายเป็นอะไร ไม่เอาน่าพิทย์ พัฒน์อาจจะแค่ล้อเล่นก็ได้”

“เขาพูดเรื่องจริง และพวกเราเองก็รู้ว่าพวกเราถูกส่งตัวมาเรียนที่นี่เพื่ออะไร เธอเองอาจจะโชคดีกว่าพวกเรามากนะแองจี้ที่คุณน้าหลุยส์กับน้าเปรมไม่ได้คาดหวังให้เธอต้องมารับผิดชอบอะไรต่อจากพวกเขา”

พิทย์เอ่ยกับแองจี้ตรงๆ เพราะกวินวัธน์นั้นเลี้ยงลูกชายมาแบบ ลูกผู้ชายประโยคเดียวที่ทำให้เขากับพัฒน์ต้องยอมมาเรียนไกลถึงอังกฤษก็เพราะว่า ... พวกเขาโตพอที่จะต้องเรียนรู้ได้แล้วว่าตัวเองต้องรับผิดชอบอะไรบ้างทั้งต่อตัวเองและต่อครอบครัว

แองเจลิน่าเอื้อมไปบีบมือของน้องชายอย่างเห็นใจ พลางหันกลับมามองตัวเองอย่างครุ่นคิด ...ในขณะที่น้องๆของเธอกำลังจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ และเรียนรู้ที่จะต้องรับผิดชอบตัวเองตั้งแต่อายุ 12 แต่เธอที่เป็นพี่สาวจะมาทำตัวอ่อนแอเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับน้องๆได้อย่างไร

“อย่ากังวลไปเลยน่าพิทย์ นายมันพวกอัจฉริยะอยู่แล้วนี่ เวลาปาร์ตี้นายก็ไปข้างนอกก็ได้จะได้ไม่รบกวนพัฒน์ไง”

“เป็นคำปลอบใจและคำแนะนำที่ดีนะแองจี้  ฉันว่าพวกเราไปบอกพ่อให้ย้ายเราไปเรียนที่เดียวกับแองจี้เถอะ ฉันหาตัวพี่เลี้ยงส่วนตัวได้แล้วล่ะ”

พิทย์หันไปเอ่ยกับแฝดผู้พี่พลางยิ้มกว้าง ในขณะที่แองจี้หัวเราะอย่างร่าเริง ... เสียงหัวเราะอย่างสดใสที่ดังประสานกันอยู่ด้านนอกทำให้หลุยส์หันไปสบตากับปีเตอร์พลางเอ่ยอย่างโล่งใจ

“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกขอบคุณไอ้วิน ตั้งแต่เจ้าแฝดนั่นมาอยู่ที่นี่ พวกเขาก็ทำให้แองจี้ยิ้มได้  ตอนแรกๆที่แองจี้รู้เรื่องโทมัสกับแคทเธอรีน เธอเศร้าอยู่หลายวันจนฉันกับเปรมแทบจะกลุ้มใจตายอยู่แล้ว”

เสียงสนทนาที่พาดพิงไปถึงบุคคลที่สามทำให้เอกกุลต้องหันไปมองเด็กสาวที่กำลังคุยจ้อกับสองแฝดด้านนอกอย่างสนใจเป็นครั้งแรก ...ร่างเพรียวบางที่ยิ้มกว้างไม่แพ้สองหนุ่มน้อยทำให้เอกกุลพยายามปะติดปะต่อเรื่องอย่างรวดเร็ว...ทำไมแองเจลิน่าต้องเศร้าเรื่องที่แคทเธอรีนกำลังจะแต่งงาน ทั้งๆที่แองจี้เป็นน้องสาวของแคทเธอรีนไม่ใช่หรือ? หรือว่าแองจี้เกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายคนนั้นกันแน่...ในขณะที่หูก็ยังคงได้ยินในสิ่งที่หลุยส์กับปีเตอร์คุยกัน

“ฉันเพิ่งรู้ว่าแอนนาเพียรคะยั้นคะยอให้แองจี้ไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกับที่แคทเธอรีนไปเรียน คงตั้งใจจะทำให้แองจี้ไม่ด้อยไปกว่ายัยแคท  ฉันเห็นท่าทีของแอนนาแล้วฉันเป็นห่วงยัยแคทจริงๆ นายเองก็น่าจะรู้ฤทธิ์ของแอนนาดี เธอป่วยทั้งกายและใจ”

ปีเตอร์เอ่ยขึ้นปรับทุกข์กับน้องชายอย่างเป็นห่วงสวัสดิภาพของลูกสาว หากหลุยส์นั้นยังคงจ้องไปที่แองจี้อย่างครุ่นคิด จากข่าวที่เขา บังเอิญ ได้รู้มา แอนนายังคงพยายามใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองมี เพื่อบีบให้ตาเฒ่าจอห์นและเดวิดยอมเปลี่ยนคู่ จากแคทเธอรีนเป็นแองจี้

 “ฉันไม่อยากให้ลูกต้องไปเกี่ยวข้องกับพวกนั้น แองจี้ยังกลับตัวได้ทัน ฉันจะส่งลูกไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส... แต่แคทเธอรีนคงยาก”

หลุยส์หันไปมองปีเตอร์และชายหนุ่มอีกคนที่ยังคงนิ่งฟังอย่างเงียบๆ ปีเตอร์ถอนหายใจออกมาอย่างกลัดกลุ้มก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างตรงๆเป็นครั้งแรก

“ผมไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ ผมคงจะดีใจที่สุดถ้ายัยแคทตกลงปลงใจกับคุณนะ คุณเอกกุล”

ชายหนุ่มหันไปมองเพื่อนรุ่นพี่อย่างคาดไม่ถึง ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆ เขาเองไม่ได้โชคดีเหมือนอย่างแองจี้ที่กลับตัวได้ทัน สิ่งเดียวที่เขายังพอจะทำได้ก็คือ ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องเยียวยาหัวใจเหมือนกับครั้งก่อน

“ผมคงไม่ดีพอสำหรับแคทเธอรีนเองนั่นแหละครับ  แคทเธอรีนเองก็ไม่ผิดอะไรที่จะเลือกคนอื่นมากกว่าผม”

“ผมไม่คิดแบบนั้นนะคุณเอก แคทเธอรีนอาจจะคิดผิดมากที่สุดในชีวิตก็ได้ที่เลือกคนอื่นมากกว่าคุณ เพราะนับจากนี้ชีวิตของเธอจะไม่มีความสุขอีกเลย ...และฉันขอเตือนนายเอาไว้นะปีเตอร์ ยัยแคทจะต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิมถ้าคิดจะเดินบนคมหอกคมดาบของแอนนาแบบนี้”

หลุยส์เอ่ยเตือนเสียงเครียดจนทำให้คนที่ฟังอยู่พลอยไม่สบายใจ โดยเฉพาะเอกกุล ตอนแรกชายหนุ่มคิดว่าแคทเธอรีนจะไปดีมีสุขในชีวิตแต่งงานเหมือนกับปานดวงใจ หากได้ฟังความจริงจากหลุยส์แล้วเขาเองก็ชักจะเป็นห่วงหญิงสาวไม่น้อย ถ้าหากโทมัสมีความเกี่ยวข้องกับแองจี้จริง แล้วแคทเธอรีนจะต้องใช้ชีวิตแต่งงานแบบไหนกัน!

 

................................................................................................     

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น