June snow

ขอบคุณ​สำหรับ​การ​ติดตาม​อ่าน​และ​คอมเมนท์​นะคะ​ อ่านฟรี​ไม่ติด​เหรียญ​จ้า​😊😊

58. ไม่เป็น​ตัว​ของ​ตัวเอง​ (เสกต่อ)

ชื่อตอน : 58. ไม่เป็น​ตัว​ของ​ตัวเอง​ (เสกต่อ)

คำค้น : เสก​ต่อ​

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.4k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 13 มี.ค. 2562 14:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 800
× 0
× 0
แชร์ :
58. ไม่เป็น​ตัว​ของ​ตัวเอง​ (เสกต่อ)
แบบอักษร

ต่อ Part

โรงเเรมQ

วันนี้เป็นวันเปิดงานวันแรกหลังจากที่หยุดยาวช่วงปีใหม่ เสียงพนักงานหญิงส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าว คุยกันเหมือนไม่เคยเจอกันเป็นปีๆ

ผมนั่งมองโทรศัพท์ตัวเองตั้งแต่เช้า แต่ก็ยังไม่มีวี่แววจะมีสายโทรเข้าจากร่างสูงเลย  หลังจากที่ผมเเยกกับไอ้พี่เสกที่พัทยาเมื่อ3วันก่อน ไอ้พี่เสกก็ไม่ได้โทรหาหรือมาหาที่ห้องอีกเลย  เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ

หรือว่าเขาคงติดธุระสำคัญอะไรสักอย่างผมพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง

" เป็นต่อมีคนมาขอพบจ้าที่โรงอาหาร "  เสียงพี่จินหัวหน้าผมบอกใครกันนะ?

" มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ " ผมถามผู้ชายร่างสูงผิวคล้ำที่มานั่งรอผมอยู่

" คุณเสกฝากนี้ให้คุณ " ผู้ชายผิวคล้ำคนนั้นยื่นซองเอกสารบางอย่างให้ผม  ผมรับซองนั้นมา แล้วชายคนนั้นก็เดินไปทันที​ ทิ้งผมที่ยืนงงอยู่กับ ความถามที่ยังไม่ได้ถามออกไป  คุณเสกงั้นหรอ?

จากนั้นผมจึงเดินไปหามุมสงบที่ระเบียงดาดฟ้า

แกะซองเอกสารหนาที่ได้รับมาข้างในเป็นสัญญาตัวจริงที่ผมกับไอ้พี่เสกทำขึ้นร่วมกัน  และเเนบมาด้วยเช็คเงินสดที่เขียนจำนวนตัวเลขไว้เรียบร้อยแล้ว

ผมมองไล่นับเลขศูนย์ข้างหลังนั่นทำไมจำนวนเงินมันมากกว่าที่ตกลงไว้

แล้วเสียงข้อความที่มือถือผมก็ดังขึ้นดูจากเบอร์ก็รู้ว่าเป็นใคร ผมจึงกดอ่าน

ขอโทษ​"

คำเดียวสั้นๆแต่ความหมายมันบรรยายไม่ได้เลย หึหึ  ขอโทษงั้นหรอคุณทำอะไรผิดล่ะ? คุณเสก เท่าที่จำได้ถ้าเรื่องสัญญานั่น  ผมเองเป็นคนยื่นข้อเสนอออกไปผมยิ้มขื่นขมออกมาสายตาจ้องมองมือถือนิ่ง

ขอบคุณครับ "

ผมพิมพ์ข้อความสั้นกดส่งออกไปทั้งที่เหลือเวลาอีก7วัน ถึงจะครบกำหนด คุณเป็นนักธุรกิจที่แย่จริงๆแทนที่จะกอบโกยเอาผลประโยชน์ให้คุ้ม ไหนคุณเคยบอกว่าชอบร่างกายผมนักหนาไง

และแล้วความรู้สึกในใจที่เคยคิดก็กลับมา

ในที่สุดผมก็ถูกเบื่อ  มันเร็วเกินไปสำหรับความสุขเล็กๆของผม  คิดเเล้วมือกำซองเอกสารนั่นแน่นจนยับ แล้วเดินกลับเข้าไปทำงาน

2NCafe

21.30 น.

ผ่านไป10วันแล้วที่ผมไม่ได้เจอกับไอ้พี่เสก ไม่มีสายโทรเข้า ไม่มีข้อความไม่มีร่างสูงมายืนอยู่หน้าห้องเหมือนแต่ก่อนที่โรงแรมก็กลายเป็นท่านประธานที่เข้ามาบริหารต่อทั้งที่ก่อนหน้านั้นได้มอบหมายให้ลูกชายคนเดียวเป็นผู้บริหาร เกิดอะไรขึ้นกับไอ้พี่เสกหรือป่าว หลายวันมานี่ผมก็สรุปความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองได้เเล้ว ถึงแม้จะถูกเบื่อ ถึงแม้จะรู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้  ที่ความรู้สึกของผมจะสมหวังแต่ผมก็ยังอยากเห็นหน้า  อยากอยู่ใกล้ๆ ได้แอบมองเห็นร่างสูงนั้นเดินผ่านไปมาในที่ทำงานผมก็พอใจเเล้ว

ผมไม่โกรธเคืองที่ไอ้พี่เสกทำแบบนั้นกับผม คงเพราะผมคิดอยู่เเล้วว่าสักวันมันคงจะจบลงแบบนี้

แต่ความรู้สึกอยากเห็นอยากเจอทำให้ผมตัดสินใจรับงาน Parttime ที่ร้านกาแฟพี่นัท ช่วงเย็น เพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่ที่ผมอาจจะได้เจอ...ร่างสูงนั้น   ซึ่งความหวังของผมนั้นไม่มีใครรู้และเพื่อนไอ้พี่เสกนอกเว้นพี่กรไม่มีใครรู้ว่าผมทำงานกับไอ้พี่เสก

ขณะที่ผมเก็บกวาดร้านเพื่อปิดบริการได้ยินพี่กรกับพี่นนคุยกัน เรื่องไอ้พี่เสกว่าตอนนี้ไอ้พี่เสกทำงานอยู่ที่โรงแรมสาขาภูเก็ต และกำลังจะไปดูตัว คู่แต่งงาน ตามธรรมเนียมคนจีนที่ผูกดวงยึดถือกันมานาน

แต่งงาน มีครอบครัว มีลูกชีวิตผู้ชายปกติ ผมคิดและรู้สึกหน่วงปวดหนึบในใจ

" พี่ต่อเป็นอะไร หน้าซีดๆ " ชินถามผมเมื่อเห็นผมทรุดนั่งลง

ผมส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธแล้วรีบเก็บร้าน เพราะว่าวันนี้วันศุกร์ พรุ่งนี้เป็นวันหยุดผมจึงนัดกับพีและบีมดื่มเหล้ากันปกติผมไม่ใช่คนที่ดื่มบ่อยๆแต่บางที่คนเราถ้ามันเครียดๆก็คงต้องอาศัยสิ่งเหล่านี้ช่วยให้หลับสบาย

ผับ G

23.00 น

นานเเล้วที่ผมไม่ได้มาที่ผับของพี่ตั้ม แรกๆผมว่าจะไม่มาแต่เพราะบีมทำงานที่นี่เลยทำให้ผมปฏิเสธไม่ได้ ผมนั่งดื่มอยู่หน้าเคาร์เตอร์บาร์กับพี ที่มีพี่ตั้มและบีมยืนชงเหล้าอยู่ด้านหน้าด้านข้างมีพี่เชอรี่ยืนอยู่ที่ตอนนี้พี่เชอร์รี่แต่งเป็นหญิงเรียบร้อยเเล้ว

" งานเป็นไงบ้าง " พี่ตั้มถามพร้อมกับยื่นแก้ววิสกี้มาให้ผมหยิบแก้วยกขึ้นดื่มพรวดเดียวจนหมด จนเพื่อนทั้งสองตกใจ

" งาน สบายมากครับ " ผมตอบตาเยิ้มๆ

" แล้วทำไมดูเครียดๆ " พี่ตั้มถาม

" ก็เด็กดีของพี่ มันอกหักไงล่ะ "  บีมตอบแทนผม ผมส่งสายตาดุไปที่บีมทำนองว่าพูดมาก

" หือ? " พี่ตั้มทำหน้างงแล้วมองมาที่ผมเหมือนขอคำอธิบาย แล้วบีมก็เล่าเรื่องราวของผมให้พี่ตั้มฟัง โดยใส่ชื่อผู้ชายคนนั้นเป็นตัวย่อว่านาย ก.  ซึ่งผมเองก็ไม่ได้อายอะไรเพราะว่าในเมื่อผมเลือกที่จะเป็นแบบนี้ผมเองก็ไม่ได้อายที่จะบอกเรื่องแบบนี้กับคนที่เป็นเกย์ด้วยกันดีซะอีกจะได้ปรึกษาและมีคนรับฟัง..

" ผู้ชายแบบไหนนะที่เป็นต่อของพี่หลงเสน่ห์ได้ " พี่ตั้มถามยิ้มๆ

" ผู้ชายห่วยๆ​ที่แยกระหว่างเกลือกับน้ำตาลไม่ออกมั้งครับ " ผมตอบส่งยิ้มกลับไปให้พี่ตั้ม เพื่อนผมทั้งสองทำหน้างงๆ

" นั่นนคงเป็นผู้ชายแท้สินะ​ " พี่ตั้มบอก

ผมพยักหน้าเป็นคำตอบโดยไม่มีคำพูดอะไรออกมา ยกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่ม

" พอแล้วต่อเดี๋ยวจะเมานะ "  พียกมือห้ามและหยิบแก้ววิสกี้ของผมออกห่าง

" แล้วผมต้องทำไงครับ " ผมถามออกไป

" ทำใจมั่ง อย่างน้อยก็เคยมีช่วงเวลาดีไม่ใช่รึไง? " พี่ตั้มบอก

" ตื้อก็ดีนะ "  บีมบอกผมส่งสายตายิ้มๆกวนมาที่ผม หลังจากที่ผมพยายามถามบีมเรื่องที่บีมคุยกับไอ้พี่เสก แต่บีมก็ไม่ยอมบอกผม

" ไม่ดีหรอก ตัดใจง่ายกว่า​ " พีพูด

" การพูดแบบนั้นมันง่ายนะแต่ถ้ามึงอยู่ในสถานการณ์แบบกูก็คงทำอะไรไม่ได้เหมือนกัน​ "   ผมตอบพีเสียงเศร้า

" มึงชอบเค้าขนาดนั้นเลยเหรอ คนแบบนั้นมีดีตรงไหน  น่าหงุดหงิดโว้ย ทั้งมึงทั้งหมอนั่น "  พีพูดแล้วเดินออกจากร้านไป ผมกับบีมรวมทั้งพี่ตั้มถอนหายใจออกมาพร้อมกัน​  หลังจากที่แยกกันกับบีมและพีผมก็เดินไปซื้อของใช้บางอย่างในซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ที่พัก​ เดินออกจากซูเปอร์ด้วยอาการมึนที่ดื่มมา จึงเดินชนผู้ชายร่างสูงอย่างจัง

" ขอโทษครับๆ " ร่างเซไปข้างหน้าจนร่างสูงที่ยืนอยู่พยุงช่วงแขนผมไว้ เพราะกลัวล้ม

" เป็นอะไรหรือเปล่า " เสียงทุ้มถามผมเงย หน้าขึ้นมอง

" พี่เป้ " ผมเรียกเเล้วเหมือนจะวูบพี่เป้จึงพยุงตัวผมขึ้นใหม่หลังจากที่คุยกันสักพักพี่เป้ก็เดินมาส่งผมจนถึงห้องพัก

" เป็นต่อนายวูบบ่อยๆหรือป่าว? "  พี่เป้ถาม

" ไม่ครับ " ผมตอบทันที วูบหรือ มีบ้างมั่งแต่ผมคิดว่าคงเพราะทำงานสองที่เวลาพักผ่อนน้อย ถึงได้ วูบ

" นายหาเวลาไปตรวจบ้างนะ ถ้ารู้ว่าตัวเองอาการผิดปกติ " พี่เป้บอกและส่งนามบัตรมาให้ ผมอ่านชื่อโรงพยาบาลผมก็ลืมไปว่าพี่เป้เป็นหมอ จากนั้นก็รับปากว่าจะไป แล้วพี่เป้ก็กลับ

ทำไมเป็นผู้ชายที่อบอุ่นขนาดนี้นะ  ใครได้เป็นแฟนคงโชคดีมากเลย  ผมคิด

ผมยืนมองแผ่นหลังพี่เป้ที่เดินไปอย่างชื่นชม

ว่าแต่พี่เป้มาทำอะไรแถวนี้เห็นซื้อของในมือด้วยหรือพี่เป้พักอยู่แถวนี้น่าแปลก?

โรงเเรม Q

1 เดือนผ่านไป

ผมกลับมาใช้ชีวิตปกติที่เหมือนแต่ก่อนตอนที่ผมยังไม่รู้จักคนๆนั้น...  นายเสกสรร ไอ้พี่เสก

ชีวิตในแต่ละวันที่น่าเบื่อหน่ายของผมผ่านไปอย่างช้าๆ เช้าทำงานเย็นไปเสิร์ฟ​กาแฟที่ร้านพี่นัท กลับบ้าน 4ทุ่ม อาบน้ำพูดคุยเเชทกับเพื่อนบ้าง

และถึงเพื่อนๆผมจะพยายามแนะนำผู้ชายคนใหม่ให้ผมแต่ผมก็ปฏิเสธไปว่าผมชอบคนนั้นและไม่ตัดใจง่ายๆเพราะมันเป็นเรื่องที่ผมตัดสินใจแล้ว จะเป็นยังไงผมก็ไม่สนใจหรอกถึงแม้ว่า....... เค้าคนนั้น จะไม่อยู่ใกล้กับผมแล้ว

และวันนี้ก็เช่นกันหลังจากที่ผมอาสาไปซื้อข้าวที่โรงอาหาร ให้พี่จิน

" นี่รู้ข่าวเรื่องคุณเสกมั้ยได้ข่าวว่าเตรียมที่จะหมั้นกับลูกสาวเจ้าสัวล่ะ "  เสียงพนักงานสาวๆพูดคุยกันถึงเรื่องลูกชายท่านประธาน หมั้น กับ ลูกสาวเจ้าสัวผู้หญิงคนนั้นผมเคยเจอเธอมาที่โรงแรมบ่อยๆ คงเป็นเพราะเรื่องนี้ด้วยละมั่ง

คู่สร้างคู่สม กิ่งทองใบหยก เรือล่มในหนอง สุภาษิตพวกนี้คงเหมาะสำหรับชายหนุ่มกับผู้หญิงสวยคนนั้น

สองขาของผมทรุดลงนั่งชันเข่า ที่มุมเงียบของบันไดทางหนีไฟหลังจากที่อดทนเดินออกจากโรงอาหาร

ทำไมถึงได้รู้สึกเจ็บปวดมากขนาดนี้ทั้งที่บอกตัวเองว่ายังไงก็ไม่สนใจหรอก เค้าจะหมั้นจะแต่งกับใครก็ช่างทำเป็นเก่งเป็นต่อสุดท้ายนายเองก็ไม่ได้เข้มแข็งอะไรเลย ผมยิ้มหยันออกมาเอาหน้าฟุบลงกับหัวเข่าตัวเองรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่หัวเข่า  ร้องไห้งั้นหรือ​ อ่อนแอชะมัด ผมบอกตัวเอง

ห้องประธานกรรมการ

16.00น

ผมยืนอยู่หน้าห้องท่านประธานใหญ่มือไม้สั่น หลังจากที่พี่จินบอกว่าท่านรองต้องการพบผม ท่านรองคือคุณ ศรารัต แม่ของคุณเสกสรร

ผมเคาะประตู2ครั้งและมีเสียงอนุญาตจากด้านใน ทำให้ผมเปิดประตูเข้าไป

ท่านรองและท่านประธานนั่งอยู่ที่โซฟามองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆ ผมยกมือ ไหว้ท่านทั้งสองและนั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับท่านทั้งสอง

" เข้าเรื่องเลยละกัน ฉันจะให้นายมาเป็นเลขาส่วนตัวของท่านประธาน " 

ท่านรองพูดน้ำเสียงเรียบนิ่งเลขาส่วนตัว?  ทะ​ ทำไมถึงเป็นผมทั้งที่ ตำแหน่งนี้มีคนที่เหมาะสมกว่าผม​ เหงื่อของผมเริ่มไหลซึมบริเวณไรผม ผมมองไปที่ท่านประธานที่ส่งยิ้มมาให้ผมรอยยิ้มนั้นมันคล้ายกับรอยยิ้มใครบางคน ที่ผมชอบมอง

" ว่าไงนายจะนิ่งไปถึงไหนถึงกัน​ " เสียงท่านรองเตือนสติผม

" เอ่อ คือว่าผมกลัวว่าผมจะทำงานให้ท่าน ไม่ได้ดีพอ​ "

 ผมตอบอ้ำอึ้งเป็นครั้งเเรกที่ผมประหม่าและไม่มั่นใจ

" นายก็แค่พิสูจน์ตัวเองให้สมกับที่ท่านประธานและคนอื่นๆชื่นชม​ " ท่านรองยังพูดน้ำเสียงนิ่งๆดูน่ากลัว

ท่านประธานชมผมงั้นหรือ?

" ส่วนงานพิมพรรณจะเป็นคนสอนนายเอง "

ท่านรองพูดแล้วยื่นเอกสารมาให้ผมส่วนพี่พิมคือเลขาคุณท่านประธาน

" ครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด "  ผมรับเอกสารมาและยังไม่ทันมีใครพูดอะไรต่อเสียงของผู้หญิงก็ดังขึ้นพร้อมกับเปิดประตูเดินเข้ามา

" แม่ ไอ้พี่เสกไม่ยอมไปส่งหนู " เสียงแหลมเล็กของผู้หญิงร่างเล็กพูดขึ้นคุณการะเกดนั่นเองน้องสาวของคุณเสก

" ไม่มีมารยาทรึไงเป็นผู้หญิงหัดเคาะประตูซะบ้าง "  เสียงท่านรองบ่นลูกสาวที่นั่งหน้าจ๋อยอยู่  และหันมาสบตาผม ทำท่าตกใจ

" อ๊ะ นาย นายเป็น.. " คุณเกดพูดเเล้วหยุดคำพูดไว้เพราะแขนถูกดึงด้วยมือของท่านรอง

" นายออกไปก่อน " เสียงท่านประธานสั่ง ผมจึงลุกขึ้นยกมือไหว้ลา ท่านทั้งสองและเดินออกไปจากห้อง

2NCafe

19.00 น.

ผมนั่งเหม่อพลางคิดสงสัยถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่าย คุณเกดทำท่าเหมือนตกใจที่เห็นผมที่ห้องท่านประธาน​ ทำไมกันนะ แล้วยังเรื่องที่ผมได้เลื่อนตำแหน่งอีก ผมเล่าให้พี่จินฟังคนแรกดูไม่ตกใจเลย เหมือนรู้อยู่แล้วแถมยังบอกว่า นายก็เหมาะสมกับตำแหน่งนั่นนี่  ผมเริ่มคิดมากอีกครั้งจนกลบเรื่องที่รับรู้มาอีกเรื่อง คือเรื่องหมั้น ของนายเสกสรร

" ต่อ เป็นต่อ ไม่สบายรึเปล่าหน้าซีดจัง " พี่นัทเดินมาถามผมคงเห็นผมนั่งเหม่ออยู่

" ผมสบายดีครับ พี่นัทมีอะไรหรือป่าว  " ผมถามเพราะว่าลูกค้าไม่มีผมจึงแอบมานั่งด้านข้างของร้าน

" พี่วานไปหยิบแก้วที่ห้องเก็บของหน่อย " พี่นัทบอกและผมก็รับคำสั่งทันที

ผมเดินออกทางด้านหลังร้าน ผ่านสวนเล็กๆได้ยินเสียงผู้ชายสองคนคุยกันแต่น้ำ​เสียงที่ผมคุ้นเคยนั้นทำให้ผมหยุดนิ่งอยู่กับที่  และเดินอ้อมมองลอดพุ่มไม้ พี่กรกำลังนั่งคุยกับผู้ชายอีกคนที่นั่งหันหลังให้ผมอยู่ผมถูกตัดสั้นเกรียนแผ่นหลังหนานั่น ผมจำได้ดี ไอ้พี่เสก? อยู่ที่นี่ ใจผมเริ่มต้นรัวด้วยความดีใจ

" มึงขืนใจเค้ามึงยังทำสัญญาซื้อขายร่างกายเค้าอีก มึงนี่มัน.. "  

เสียงพี่กรพูดผมไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้พวกเค้าสองคนคุยอะไรกันแต่คำพูดที่ทำให้ผมหยุด

ขืนใจ ชื้อขายร่างกาย ผมมั่นใจว่าพวกเค้าพูดถึงผมแน่นอน

" แล้วตอนนี้มึงไปเจอเค้ายังเด็กนั่น " 

พี่กรถามอีกเเสดงว่าไอ้พี่เสกเล่าเรื่องให้ฟังแค่ไม่บอกว่าเด็กนั่นคือ ใครแค่นั้น

" ตอนนี้กูไม่อยากเจอหน้าเค้าสักพัก " คำพูดที่เชือดเฉือนอย่างเย็นชานั้น ทำให้ผมแทบทรุดลง ผมเดินหันหลังกลับทันทีผมไม่แน่ใจว่าพี่กรเห็นผมมั้ยแต่ผมไม่สนใจรีบวิ่งออกมาทางหน้าร้านทรุดตัวลงนั่งร้องไห้ในมุมมืด

ผมถูกเกลียดแล้วจริงๆคำว่าไม่อยากเห็นหน้า นั่นมันแปลเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย

ฮือ ๆๆ ผมไม่อยากถูกคนที่ชอบเกลียด ฮือๆ ผมปล่อยโฮออกมา แล้วเเสงไฟจากรถแท็กซี่ก็สาดมาทำให้ผมรีบลุกขึ้นโบกแท็กซี่และขึ้นไปบอกเป้าหมายปลายทางทันที

โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นลืมทั้งกุญแจห้อง มือถือและเงินค่าเ​เท็กซี่​

เสก Part

1เดือนกับ12วันที่ผมไม่ได้เจอกันกับเป็นต่อไม่ได้พูดคุยกันเลยตั้งแต่วันที่ผมสารภาพเรื่องเป็นต่อกับแม่ผมต่อจากนั้นแม่ผมก็บึ้งตึงกับผมตลอดเวลา และยื่นข้อเสนอใหม่ให้ผมโดยให้ผมไปทำงานที่ภูเก็ตเป็นเวลา3เดือนเพื่อปรับยอดรายได้ให้เพิ่มขึ้นอีก5%แลกเปลี่ยนกับให้เป็นต่อทำงานที่นั่นเเละเลื่อนตำแหน่งงานให้ด้วยและช่วงเวลาที่ผ่านมาผมได้เรียนรู้

คำว่า ทรมาน มันเป็นยังไง ความคิดถึงมันเป็นแบบไหนและผมเรียนรู้ด้วยตัวเองเเล้วว่า คำว่าชอบ กับคำว่ารัก ต่างกันยังไง และตลอด1เดือนที่ผ่านมาผมให้ลูกน้องคนสนิทติดตามเป็นต่อและส่งข่าวให้ผมรู้ตลอดเวลา และนั่นทำให้ผมรู้เเล้วว่าผมไม่ได้แค่ชอบแต่ผมรัก เด็กนั่น ผมอยากครอบครอง จึงทำให้ ผมตัดสินใจขึ้นมากรุงเทพอีกครั้งเพื่อเคลียร์ตัวเอง

กับครอบครัวและยอมไปดูตัวเพื่อให้แม่ผมสบายใจ

2N Cafe

ผมนั่งคุยปรึกษากับไอ้กรที่สวนหลังร้านของไอ้นัท

" แล้วตอนนี้มึงไปเจอเค้ายังเด็กนั่น " ไอ้กรถาม ผมนิ่งไป

" ตอนนี้กูไม่อยากเจอหน้าเค้าสักพัก " ผมบอกเสียงเศร้าๆ

" เพราะกูไม่รู้จะเริ่มยังไงดีกร​  ทั้งที่กูมีเรื่องอยากทำอยากพูดกับเด็กนั่นตั้งมากมาย "

ไอ้กรมองผมแล้วยิ้มออกมาเหมือนกำลังสะใจอะไรบางอย่างอยู่

" ยิ้มอะไรวะ " ผมถามด้วยความโมโห

" ก็มึงมุมนี้ไม่เคยเห็นนี่หว่าคราวนี้จริงจัง? " ไอ้กรถาม

" เออ สิ!! แต่ปัญหากูก็มากมายเกินไปไหนจะครอบครัวที่ไม่เหมือนคนอื่นเห้อ!! "  ผมพูดแล้วถอนหายใจออกมา

" มันไม่ใช่เรื่องง่ายไอ้เสกที่มึงทำแบบนั้นกูเข้าใจแต่ก็อยากให้มึงค่อยๆจัดการไปทีละเรื่องยังไงเด็กนั่นก็ยังไม่ไปไหนเพราะเท่าที่มึงเล่ามาคงลืมเรื่องที่มึงขืนใจไปบ้างแล้วนั่นเป็นผลดีสำหรับมึงถ้าจะสานต่อความสัมพันธ์แค่ไม่ทำให้เค้า​รู้สึก​เหมือนกับเจอเหตุการณ์เดิมๆก็พอ "  ไอ้กรแนะนำผม

แล้วไอ้นนกับไอ้นัทไอ้กิจไอ้ต้นก็เดินมานั่งลง ทุกคนมองมาที่ผมด้วยสายตาแปลกๆเพราะว่าเดือนที่ผ่านมาผมไม่ติดต่อใครเลย

" คุยอะไรกันอยู่ " ไอ้ต้นถาม ผมและไอ้กร

" เรื่องหัวใจของไอ้เสก " ไอ้กรตอบ

" รึว่า สาวที่ไหนหักอกมา​ " ไอ้ต้นถาม

" ยัง! " ผมตอบ

" รึว่า โดนนอกใจ​ " ไอ้กิจถามขึ้นอีก

" นั่น ก็ยัง!! " ผมตอบ

" รึว่า มึงไปทำเค้าท้อง! " ไอ้นัทพูดแล้วทำหน้าเหมือนคนกำลังช็อค

" นั่น.....ก็ยังโว้ย " ผมพูดเสียงดังออกมา

" กูแค่อยากเริ่มต้นใหม่แบบจริงจัง " ผมบอกทำหน้าเศร้าและทุกคนร้องอ๋อออกมาพยักหน้ารับรู้

" เอาน่า Profile ดีขนาดนี้สาวๆที่ไหนจะกล้าปฏิเสธมึง​ " 

ไอ้กิจพูดแล้วเอามือตบที่บ่าผมเบาๆ

ถ้าเป็นผู้หญิงกูคงไม่คิดมากขนาดนี้  ผมคิดแล้วมองสบตากับไอ้กรที่นั่งยิ้มอยู่น่าหมั่นไส้ว่ะ เหมือนความทุกข์ของผมเป็นความสุขของมัน

" ก็ไม่แน่หรอกพวก Profile ดีบางคนก็ห่วยทำอะไรตัดสินใจอะไรก็แย่ " ไอ้นัทพูดแล้วส่งสายตาดุไปที่ ไอ้นน ไอ้นนส่ายหน้าไปมา

" อย่าตัดสินใจผิดพลาดเหมือนกับกูก็พอ  เพราะว่าทุกวันนี้แค่ไอ้นัทมันคิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา กูแทบจะซ้ำทั้งตัว " 

ไอ้นนบอกผมรู้เลยว่าทุกวันนี้ไอ้นนรักหลงไอ้นัทและเกรงใจแค่ไหน

" มันกลัวเมีย " ไอ้กิจกระซิบที่ข้างหูผม ผมยิ้มออกมา

" อย่าเยอะ! " ไอ้นนพูดกับไอ้กิจแต่ไม่ได้มีท่าทีซีเรียสอะไรแล้วการสนทนาก็ถูกขัดขึ้นด้วยเสียงของชิน

" พี่นัทผมขอเอานี่ไปให้พี่ต่อที่หอได้มั้ย " ชินพูดกับไอ้นัท

" ทำไมเกิดอะไรขึ้น " ไอ้นัทถาม แล้วเรื่องทั้งหมดก็ถูกเล่าออกมาว่าเป็นต่อไม่สบายกลับ หอพักไปแล้วแต่ลืมกุญแจห้องกับกระเป๋าเป้และจะให้ชินเอาไปให้

" ชินจะไปยังไง " ไอ้กิจถาม

" รถเมล์ " ชินตอบ

" ช้า คนที่รอคงแย่พอดีเดี๋ยวกูเอาไปให้เอง " ผมบอกและหยิบกระเป๋าเป้ลุกขึ้นและเดินไป

" มันรู้ที่อยู่เป็นต่อรึไง " ได้ยินเสียงไอ้กิจพูดแว่วๆตามหลังมา

หอพัก ccc

ผมรีบขับรถด้วยความเร็วสูงมาถึงหอพักเป็นต่อ ในเวลา20นาที รีบเดินขึ้นไป

ร่างเพรียวของเป็นต่อนั่งพิงประตูห้องอยู่ เมื่อได้ยินเสียงคนเดินร่างเพรียวจึงหันมามอง

" ไอ.. ไอ้ พี่เสก.. " ต่อทำท่าตกใจเเละลุกขึ้นยืน

" คุณมาทำอะไรที่นี่  " เป็นต่อถามผมชู กระเป๋าขึ้นและเป็นต่อเหมือนจะรู้รีบหยิบกระเป๋าไปล้วงเอากุญแจมือไม้สั่นเปิดประตูห้องและเดินเข้าไปคงอายเพื่อนร่วมหอพักที่เดินผ่านไปมาผมจึงเดินตามเข้าไป

" ได้ข่าวว่าไม่สบาย "  ผมพูดแล้วเอามือแตะที่หน้าผากของเป็นต่อด้วยความคุ้นเคยมือหนาผมถูกปัดออกทันที

" ไม่ได้เป็นอะไรผมสบายดีกลับไปเถอะ "  เป็นต่อพูดเเล้วขยับตัวออกห่างผมทำไมถึงได้ทำสีหน้าแบบนั้นนะ

" ไม่เป็นอะไรได้ไงหน้าตาซีดขนาดนั้น  " ผมบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

" พอเถอะ !ครับ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือที่ผ่านมาตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว  " เป็นต่อพูดแล้วก้มหน้านิ่งสองมือกำแน่น

" นั่นสินะนายคงมีเป้าหมายใหม่แล้วสิ .. "  ผมพูดเร็วออกมาโดยทันไม่คิดเผลอพูดเรื่องทำร้ายจิตใจเป็นต่อออกมา ไอ้บ้าเสกเอ้ย

แล้วฝ่ามือเรียวก็ฝาดลงมาที่หน้าอย่างจังจนรู้สึกเจ็บชา

" อย่าดูถูกผม " เป็นต่อพูดเสียงสั่นเหมือนกับกลั้นอารมณ์โกรธ

" ขอโทษต่อ "  ผมยื่นมือไปจับแขนเรียวนั่นแต่ก็ถูกสบัดออกทันที

" กลับไปเถอะคุณเสกผมกับคุณไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้วอย่ามาที่นี่อีกเลย " 

เป็นต่อพูดเสียงยังคงสั่นแววตาที่ปวดร้าวนั่นทำให้ใจผมกระตุกวูบและแสดงท่าทีเหมือนกับขยะแขยงผม ทำให้ความอดทนผมหมดลงมือหนาตวัดร่างเพรียวแล้วลงไปนอนราบบนที่นอนแขนขาของเป็นต่อถูกขึงตรึงไว้ใต้ร่างของผม

" เวลา1เดือนครึ่งที่ผ่านมานายไม่รู้สึกอะไรเลยหรือ เป็นต่อ " 

ผมถามเเล้วก้มลงจูบบดที่ริมฝีปากบางนั่นด้วยความหิวกระหายและเพิ่มจังหวะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนร่างเพรียวนั่นเริ่มอ่อนระทวย

" หรือมีแต่ฉันคนเดียวที่รู้สึก " 

ผมถามเสียงนุ่มถอนริมฝีปากออกมาเราสองคนสบตากันนิ่ง นัยน์ตาเรียวสั่นไหวนิดนึงและรีบเบือนหน้าหนีหลบสายตาคมของผมทันที

" รู้สึกอะไรกันคุณบอกเองว่าไม่อยากเห็นหน้าผมทั้งที่ 1เดือนที่ผ่านมาผม ผมเอ่อ.. รอ รอเพื่อที่จะเอาเงินส่วนที่เกินมานั่นคืนคุณ "

เป็นต่อพูดโดยไม่สบตาผมไม่อยากเห็นหน้าเป็นต่อได้ยินที่ผมคุยกับไอ้กรงั้นเหรอ ?

" แค่นั้นจริงๆ รึป่าว ? " 

ผมเอ่ยพร้อมกับซุกหน้าลงกับซอกคอขาวจุมพิตไล่ระเรื่อยขึ้นมาที่ข้างใบหู ขบเม้มใบหูเล็กจนร่างเพรียวสะดุ้งเฮือก

" อื้อ ปล่อย " เสียงครางของเป็นต่อเริ่มหลุดออกมา

" ร่างกายนายมันบอกว่าต้องการมากกว่านั้น "  

ผมกระซิบกระซาบที่ข้างใบหูด้วยน้ำเสียงxxสุด และเอามือหนาขยับล้วงเข้าไปในหัวกางเกงยีนส์ แต่ก็ต้องหยุดอยู่แค่นั้นเมื่อหัวไหล่หนาผมถูกทุบ อย่างแรงด้วยมืออีกข้างของเป็นต่อที่ผมปล่อยเมื่อกี้

" โอ้ยยย !! " เสียงร้องของผมดังลั่น ปล่อยร่างเพรียวให้เป็นอิสระและรีบขยับตัวหนีผมทันที

ผมจะทำยังไงดีวะดูแล้ววันนี้คงคุยกันไม่รู้เรื่อง เอาไงดีอ่ะ ผมเริ่มคิดกระวนกระวายใจ

แล้วก็ตัดสินใจว่าเป็นไงเป็นกันวะ​

เรื่องอื่นช่างแม่งก่อนแค่เป็นตัวเองเป็นนายเสกสรรคนที่ ตรงไปตรงมาอีกครั้ง

" ฉันคิดว่า ฉันชอบนาย ! "  ผมโพล่งออกมา

" มะ มะ มึง พูดอะไรออกมาไอ้พี่เสกอย่ามาล้อเล่นแบบ แบบนี้ นะ  "  เป็นต่อพูดไม่เป็นคำออกมา แถมยังเปลี่ยนสรรพนามอย่างรวดเร็ว

" กู ชอบมึงไงต่อหูหนวกรึไง​  " ผมพูดตะคอกออกมาด้วยความโมโหจนเป็นต่อสะดุ้งโหยง

" มึงเคยเห็นผู้ชายสารภาพออกมาแบบนี้บ้าง มั้ยล่ะ " ผมถามกลับ เป็นต่อส่ายหน้าไปมาทันที

ยืนทำหน้าเอ๋อเหมือนกำลังตกใจสุดขีด

ให้ตายสิวะทั้งที่พยายามเป็นคนดีพูดจานุ่มนวลมาตลอด สุดท้ายก็ดีแตกกลับมาเป็นเสกสรรคนเดิมจนได้  พลางคิดว่าช่างแม่งเถอะ คนเรามันฝืนตัวเองได้ไม่นานหรอก

" อะไรกันสารภาพออกมาทั้งทีแต่น่าจะพูดดีๆกว่านี้หน่อย​  ทำไมต้องทำหน้าเหมือนโกรธกันมาเป็นชาติ " 

เป็นต่อพึมพำก้มหน้านิ่งแกะเล็บตัวเองไปมา ใบหน้าแดงกล่ำถึงใบหู

" ทำไมรึอยากได้แบบคุกเข่าปูพรมแดงกลางห้าง " 

ผมบอกประชดออกไปเป็นต่อเงยหน้าขึ้นมามองสบตาผมครั้งแรกใบหน้าที่เขินอายแบบธรรมชาตินั้น 

  โอย รึว่า.....เป็นต่อเองก็ชอบผมเหมือนกัน

"อย่ามาทำหน้าตาน่ารักแบบนั้นกูกำลังอดทนอยู่​ " 

ผมบอกแล้วเดินไปฉุดเอาเเขนเรียวเดินออกไปที่ประตู

" จะไปไหน " เป็นต่อถาม

" กินข้าวเอาเเรงไว้ คืนนี้จะมีแรงเอายันสว่างไง " 

ผมกระซิบบอกไม่สนใจร่างเพรียวที่ทำท่าขัดขืนผมอยู่

พลางคิดว่าเป็นตัวของตัวเองนี้มันไม่ต้องเสแสร้งอะไรมากมายและหวังว่านายจะรับสิ่งที่ฉันเป็นได้นะเป็นต่อ!

_____________________________________________________________

1  ไลค์ เพื่อเป็นกำลังใจให้นักเขียน

1 คอมเมนท์ เพื่อแนะนำติชม

ขอบคุณคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}