ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 10 อ่อนหวานแต่ไม่อ่อนแอ 100% รีไรท์

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 10 อ่อนหวานแต่ไม่อ่อนแอ 100% รีไรท์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2560 20:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 10 อ่อนหวานแต่ไม่อ่อนแอ 100% รีไรท์
แบบอักษร

#

HATE EFFECTS: 10

กลางดึกที่เงียบสงัด ในห้องทำงานที่มืดมิดมีเพียงแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ให้ความสว่างเท่านั้น ภากรและภาคิณกำลังนั่งตรวจความถูกต้องของบัญชีที่ได้มากับเอกสารของภูชิตอย่างเคร่งเครียด


"อาภูชิตทำแบบนี้ก็เท่ายื่นหลักฐานให้เราซื่อๆเลย แต่ฉันก็แปลกใจอยู่ดีว่าทำไมต้องเอามาให้ทั้งๆที่รู้ว่าจะโดนจับจ้อง" ภากรตั้งข้อสงสัย


"ก็ดูเชิงเรานั่นแหละ ถ้าแสดงท่าทีจับผิดเมื่อไหร่ก็คงจะเริ่มหาวิธีกำจัดเราเหมือนที่ทำเมื่อสามปีก่อน...ฝั่งของพี่กรมีะไรน่าสงสัยอีกไหม?" คนเป็นน้องถามขึ้นเพราะดูเหมือนพี่ชายของเขาก็เริ่ใที่จะเจอปัญหาหนักเช่นกัน


ภากรถอนหายใจ "ก็หุ้นส่วนใหม่ที่จู่ๆที่โผล่มาซื้อหุ้นถึงสองคนนั่นแหละ ฉันสงสัยว่าน่าจะเป็นที่นั่งร่วมโต๊ะกับอาภูชิตและวิวัฒน์ในงานแต่งแก...แต่เรื่องส่งรถให้ลูกค้าน่ะฉันเคลียร์เรียบร้อยแล้ว"


"หึ! ซื้อฝั่งผมไม่ได้เลยเข้าทางพี่กรแทนเนี่ยนะ หาคนที่ไว้ใจได้ช่วยเป็นหูเป็นตาแทนด้วยก็แล้วกัน...วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า ผมคิดถึงเมียแล้ว"


ได้ยินน้องชายพูดเช่นนั้นก็เบะปากใส่เล็กน้อย "โอ้โห! ครับๆคุณน้องชาย ทำอะไรก็เบาๆหน่อยก็แล้วกันนะ เกรงใจชายโสดแบบฉันด้วย"


"เหอะ! กล้าพูดเนอะ เห็นอยู่ว่าอยากจะงาบน้องเมียผมน่ะ พยายามเข้านะ..." พูดจบภาคิณก็ยิ้มเยอะเย้ยให้ก่อนจะจัดการปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินออกมา ภากรหัวเราะแห้งๆ ยกมือชี้หน้าน้องชายอย่างคาดโทษ


ภาคิณเดินกลับเข้าห้องนอนมาก็พบกับแสงไฟสลัวข้างเตียงนอน วาณิริณในชุดนอนเชิ้ตสีขาวกำลังหลับสนิทโดยที่ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด ร่างสูงค่อยๆล้มตัวลงนอนข้างๆก็จุมพิตเบาๆที่แก้มเนียน


"ถ้าไม่ติดว่าพรุ่งนี้เมียพี่จะไปทำงานไม่ไหว คงลักหลับไปแล้ว" ใบหน้าคมคายระบายยิ้ม เขาค่อยๆล้มตัวลงนอนข้างๆแล้วสวมกอดเธอไว้หลวมๆ กลิ่นกายสาวหอมอ่อนๆพาชื่นใจ "ฝันดีนะครับ"


วันต่อมา...


ณ ห้างสรรพสินค้า...


วาณิริณพร้อมปิยาพัชร์เข้ามาตรวจบูธในงาน SALE ซึ่งเป็นปกติทุกครั้งที่มีงานเช่นนี้ตลอด และพนักงานทุกมักจะได้รับการปฏิบัติที่ดีอย่างเท่าเทียมกันทุกคน


สิ่งนี้เองที่ทำให้วาณิริณได้ใจพนักงานทั้งบริษัท


"นี่...เพิ่งแต่งงานแท้ๆแกก็พักบ้างนะณิริณ เดี๋ยวสามีก็น้อยใจหรอก"ปิยาพัชร์พูดเชิงหยอกล้อเพื่อนสาว


"นั่นสิคะ คุณณิริณน่าจะให้เวลาอยู่กับสามีอีกสักสองสามวัน"พนักงานขายเองก็ไม่เข้าใจว่าเจ้านายของหล่อนทำไมถึงได้บ้างานขนาดนี้


"ถ้าฉันพักแล้วจะเอาที่ไหนมาจ่ายเงินเดือนให้ล่ะ" ใบหน้าสวยยิ้มนิดๆ"แยกย้ายกันทำงานทำงานได้แล้ววันนี้ใครทำได้เกินยอดที่ตั้งไว้...จะมีโบนัสพิเศษให้นะ"


ได้ยินดังนั้นทุกนก็กะปรี้กะเปร่ามีเรี่ยวแรงในการทำงานเป็นเท่าทวี ภายในงานมีลูกค้ามากมายเข้ามาเลือกจับจ่ายซื้อของ แรนด์เครื่องสำอางค์ของวณิริณนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก  ทั้งๆที่เจ้าตัวไม่ชอบมีป้ญหากับใคร...แต่ดูเหมือนบางคนพยายามที่จะมีปัญหาด้วย


"ทาร่า ฉันได้ข่าวว่าแกใช้เครื่องสำองค์แบรนด์นี้แล้วแพ้ใช่ไหม?" ญาดาเชิดหน้าพูดกับเพื่อนสนิท แต่เสียงของเธอนั้นดังพอมที่หลายๆคนในบริเวณนั้นได้ยิน


ทาร่าที่เพิ่งมารู้ว่าวาณิชาเป็นน้องสาวของศัตรูเพื่อนก็ไหลไปตามน้ำด้วย "นั่นสิ! คุณๆทั้งหลายระวังนะคะ ของที่มาจากคนชั้นต่ำมักจะไม่มีคุณภาพ ที่เตือนเพราะว่าหวังดีก่อนที่หน้าจะแหกกันเป็นรายๆ"


ปิยาพัชร์ได้ยินดังนั้นก็หุนหันลุกขึ้นแต่วาณิริณก็รั้งเอาไว้ "เดี๋ยวฉันจัดการเอง"


ร่างระหงเดินไปตรงเข้าไปหาสองสาวเจ้าปัญหา "ไม่ทราบว่าคุณใช้ตัวไหนอยู่คะ?"


"ก็ทุกตัวนั่นแหละ กว่าจะหาย 'คัน' ไม่ใช่ใช่เรื่องง่าย โรงงานผลิตได้มาตรฐานหรือเปล่าก็ไม่รู้" คนหาเรื่องก็พยายามยุแยงปลุกปั่นให้เกิดความลังเลใจในกลุ่มลูกค้า แม้ว่าหลายๆคนจะโต้แย้งออกมาในทางตรงกันข้ามเพราะเป็นผู้ที่ใช้จริงแล้วไม่เกิดผลเสียใดๆ


เจตนาของสองคนนั้น วาณิริณรู้ดีอยู่แล้ว "ดูท่าอาการ'คัน'คงจะรักษายากจริงๆนะคะ ดูสิ! จนป่านนี้แล้วยังไม่หายเลย ฉันว่าถ้าเกิดอาการแบบนี้อีกควรจะรีบฉีดยาระงับไว้นะคะ เดี๋ยวจะลามจนรักษาไม่หาย"


"นังณิริณ!!!" ญาดาแว้ดเสียงขึ้นด้วยความเดือดดาล "คิดว่าแย่งพี่คิณไปจากฉันได้แล้วจะมาอวดเก่งแบบนี้นะ ฉันสามารถทำให้ธุรกิจของแกเจ๊งในวันนี้ก็ย่อมได้!!" คนที่ได้ยินต่างพากันซุบซิบนินทาเมื่อได้ยิน นีกข่าวในงานก็เริ่มบันทึกเหตุการณ์เพื่อนำไปพาดหัวข่าวกันอย่างขยันขันแข็ง


วาณิริณยิ้มสู้ด้วยท่าทีที่นิ่งสงบ "ถ้าจะใช้บารมีพ่อของคุณเพื่อข่มขู่ผู้อื่นแบบนี้...ไม่น่ารักเลยนะคะคุณญาดา แล้วที่บอกว่าฉันไปแย่งพี่คิณมาจากคุณ ถามเจ้าตัวเขาดีกว่าไหมคะ? ว่าเขาไปเป็นของคุณตอนไหน"


วาณิริณทำทีบอกให้หันไปด้านหลัง ภาคิณในชุดสูทสีดำดูภูมิฐานยืนล้วงกระเป๋ากางเกงในท่าทีที่น่ายำเกรง แววตาคมกริบจ้องมองญาดาและทาร่าอย่างไม่พอใจ ร่างสูงก้าวขาเข้ามายืนช้างๆภรรยาพร้อมยกมือโอบเอวเธอไว้


"บอกมาสิ! ว่าฉันเคยไปเป็นของเธอตอนไหน?" น้ำเสียงเรียบเย็นทำเอาคนได้ยินต้องขนหัวลุก "ฉันบอกให้ตอบ !!"


"ก็เราเคยเป็นคู่หมายกันไงคะ!! พอมีนังนี่...พี่คิณก็ไม่เคยสนใจญาดาอีกเลย" ญาดาคับแค้นใจยิ่งนัก เธอทั้งสวย รวย แถมเกิดในชาติตระกูลที่ดี แต่ทำไมภาคิณถึงตาต่ำเอาลูกชาวนามาทำเมียได้


"ฉันไม่เคยมองเธอเกินไปกว่าเพื่อนร่วมโลก ครั้งนี้ขอให้เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะระรานเมียฉัน!! ถ้ายังไม่หยุด...ฉันคงต้องเอาจริงเสียที" ชายหนุ่มพูดจบก็ใช้สายตาขู่ญาดาอีกทาง


"ไปก่อนเถอะญาดา เอาคืนพรุ่งนี้ก็ยังไม่สาย" ทาร่าเตือนสติเพื่อนสาว เพราะเท่าที่รู้มาจากภากร...ชายตรงหน้าถ้าเอาจริงขึ้นมาล่ะน่ากลัวกว่ามัจจุราชเสียอีก


"กรี้ดดด" ญาดารู้สึกเสียหน้าที่ตนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ก็หวีดร้องออกมาด้วยความโกรธ สองขาก้าวเร็วๆออกไปจากบริเวณนั้นโดยมีทาร่าตามไปติดๆ


วาณิริณรู้สึกโล่งใจที่ตัวปัญหาจากไปแล้ว พนักงานเองก็รู้งานดีจึงทำหน้าที่อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจแลพสถานการณ์ก็กลับสู่สภาวะปกติ


"ขอบคุณนะคะที่ช่วย ว่าแต่...วันนี้พี่คิณไม่ทำงานหรอคะ?"


ภาคิณกระชับมือให้แน่นขึ้น "ตั้งใจว่าจะมารับเมียไปทานข้าวเที่ยงด้วย แต่เปลี่ยนใจแล้ว...พาเมียไปปลอบขวัญที่โรงแรมดีกว่า"


"ไปคนเดียวเถอะค่ะ" วาณิริณส่งค้อนวงงามให้แล้วเดินกลับมายังบูธของตน หญิงสาวถอนหายด้วยความโล่งอกที่ผ่านปัญหาขนาดย่อมไปได้โดยไม่มีปัญหาอะไร ในใจก็นึกอยากจะขอบคุณเขาอยูาหรอก...แต่ไอ้คำพูดเมื่อครู่นี้ทำเอาขัดหูอยู่ไม่น้อย


ภาคิณเดินตามหลังภรรยาสาวด้วยท่าทีสุขุมเช่นเคย เธอแสร้งทำเป็นไม่สนใจเขาเลยสักนิด "ให้เวลาสิบนาที รู้ใช่ไหม?ว่าพี่ไม่ชอบรออะไรนานๆ"


"ยังไม่หิวค่ะ เชิญพี่คิณก่อนเลย"


"ณิริณ!!" ภาคิณกดเสียงเข้ม เพราะดูเหมือนภรรยาของเขาจะเริ่มดื้อขึ้นมาเสียแล้ว


ปิยาพัชร์เห็นท่าไม่ดีก็รีบเข้ามา "ขอยืมตัวณิริณสักครู่นะคะ" เลขาสาวดึงเพื่อนของเธอออกมาไม่ไกลมากนัก "แกโกรธอะไรคุณภาคิณเขานักหนาเนี่ยหะ? เฮ่อ..."


"แกจะไปเข้าใจอะไรล่ะ คนบ้าอะไรก็ไม่รู้! วันๆคิดแต่เรื่องทะลึ่งตึงตังอยู่ได้" วาณิริณหน้างอเง้าจนเพื่อนสาวต้องหลุดขำออกมา


"คุณภาคิณเวลาอยู่กับแกนี่มุ้งมิ้งดีนะ เอาเหอะๆ รีบๆไปได้แล้ว เดี๋ยวซาตานร้ายจะเข้าสิงสามีแกเสียก่อน งานนี้ฉันจัดการได้"


วาณิริณพยักหน้าเบาๆ "ฝากด้วยนะ"


"ค่ะ ท่านประะธานคนสวย"


เลขาสาวมองตามแผ่นหลังบางแล้วส่ายหัวไปมา เธอเข้าใจว่าวาณิริณยังต้องใช้เวลาอีกนานในการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกับภาคิณ ซึ่งก็หวังว่าจะไม่นานเกินไปกว่านี้


ด้านวาณิริณที่เดินกลับมาหาคนที่รอเธออยู่ด้านหน้าของบูธ เธอส่งข้อความหาวาณิชาก่อนที่จะออกจากงานไปพร้อมๆกับเขา ภาคิณรู้ดีว่าหญิงสาวไม่พอใจเรื่องที่เขาพูดจาสองแง่สองง่ามในงานเมื่อครู่ ตลอดเวลาที่นั่งรถมานั้นเธอแทบจะไม่หันมาหาเขาเลยด้วยซ้ำ


ร้านอาหาร...


นาตยา ภากรและวาณิชานั่งเลือกเมนูอาหารเพื่อรอคู่ข้าวใหม่ปลามันที่กำลังเดินทางอยู่ แม่สาวตัวแสบขมวดคิ้วเป็นปมเมื่อรู้สึกแปลกที่ต้นขาของเธอ เมื่อก้มดูก็เห็นเท้าของภากรกำลังลูบไล้อยู่บริเวณนั้น


ปึง !!!


ตึง !!!


เห้ย !!!!


"ว้าย! กรเป็นอะไรล่ะลูก" นาตยาเอามือทาบอกด้วยความตกใจที่จู่ๆลูกชายคนโตของเธอก็หงายหลังตกเก้าอี้ไปเสียอย่างนั้น


ภากรสูดปากด้วยความเจ็บหรี่ตามองวาณิชาอย่างแค้นเคือง ขาเรียวยกขึ้นถีบเก้าอี้ของเขาเต็มแรงขนล้มไม่เป็นท่าอย่างที่เห็น ยัยตัวแสบยิ้มเยาะเย้ยลอยหน้าลอยตาทำเป็นไม่สนใจ "ไม่เป็นไรครับ นั่งผิดท่าไปหน่อย"


สายตาคนทั้งร้านมองมาเป็นจุดเดียว วาณิชาแลบลิ้นแล้วพูดไม่ทีเสียงว่า 'สมน้ำหน้า' อย่างสะใจเอามากๆ ภากรได้แต่เก็บอารมณ์ไว้ในใจ คิดเพียงแต่ว่าจะต้องหาทางเอาคือแม่สาวจอมแก่นนี่ให้จงได้


"หนูณิชา...หิวก็สั่งก่อนได้เลยนะลูก" นาตยายิ้มอบอุ่น


"ค่ะคุณป้า แต่เห็นคนเล่นกายกรรมเมื่อกี้นี้ก็อิ่มตาแล้วค่ะ" สาวน้อยยิ้มแก้มแทบปริ "ใช่ไหมคะ? พี่กรขา~"


นาตยาเองก็อดขำไม่ได้ ภากรพยายามปั้นสีหน้าให้เป็นปกติพร้อมกับตวัดสายตาไปหาคนกระทำ "ฝากไว้ก่อนเถอะ ยัยตัวแสบ"


พูดแบบนี้ทุกทีก็ไม่เห็นว่าจะทำอะไรได้ ไม่นานนักภาคิณกับวาณิริณก็มาถึง...จากสงครามขนาดย่อมก็กลายมาเป็นมื้อเที่ยงอย่างที่ตั้งใจเอาไว้


ระหว่างที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างที่ควรจะเป็น...


"นี่ค่ะ ยาที่พี่ณิริณฝากซื้อ" วาณิชายื่นถุงขนาดเล็กส่งให้พี่สางที่นั่งตรงข้าม


ภาคิณแปลกใจเล็กน้อย "ยาอะไร?"


"ก็ยาคุ..."


"ยาแก้อักเสบค่ะ" วาณิริณแทรกขึ้นก่อนที่น้องสาวเธอจะหลุดพูดออกมา "รู้สึกเจ็บที่ขาอยู่ เลยฝากณิชาซื้อมาให้"


วาณิชาทำหน้าตาเหรอหราสักพักก็โอนเอียงไปตามพี่สาว "อ่า...ใช่ค่ะ"


"อย่าหักโหมงานมากนะจ๊ะณิริณ แม่ว่าหนูกับคิณน่าจะหาเวลาไปฮันนีมูนกันก่อนนะ" หญิงวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงใส "แม่เองก็จะเข้าเลขหกแล้ว อยากมีหลานไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาสักคนสองคน"


แค่กๆ


ภาคิณส่งแก้วน้ำให้ภรรยาสาวที่สำลักอาหารจนหน้าดำหน้าแดง วาณิชาได้แต่ถอนหายใจพลางคิดไปว่านาตยาคงยากที่จะสมหวัง...ก็พี่สาวเธอดูท่าแล้วจะไม่ปล่อยให้มีแต่นี้แน่ๆ แต่ที่กังวลยิ่งกว่าก็คือพี่เขยของเธอนี่แหละ ถ้ารู้ว่าวาณิริณแอบกินยาคุมล่ะก็เตรียมหาหลุมหลบภัยกันให้มิดชิดไปเลย


"แม่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เรื่องนี้ไอ้คิณมันเก่งอยู่แล้ว เล่นณิริณเคล็ดจนต้องพึ่งยาแก้อักเสบแบบนี้...อีกไม่นานคงมีเจ้าตัวเล็กให้แม่อุ้ม" ภากรพูดแซวน้องชายโดยไม่เว้นวรรค


"ไม่ขนาดนั้นหรอกคาะ" วาณิริณยิ้ม "เรื่องฮันนีมูนคงต้องอีกสักพัก คือ...เคลียร์โปรเจคที่ค้างไว้ให้หมดก่อนต่ะ จะได้ไม่มีอะไรต้องห่วงหน้าพะวงหลัง"


"เอาแบบนั้นก็ได้จ๊ะ รีบๆทานกันดีกว่านะจะได้กลับไปทำงานกันต่อ" นาตยาดูจะสดชื่นเป็นพิเศษเพราะวันนี้ได้อยู่กันพร้อมหน้าแม้จะไม่มีสามีที่ล่วงลับของเธอแต่ก็มีความสุข นานแล้วที่ไม่ได้ทานมื้อเที่ยงแบบครบถ้วนเช่นนี้จึงคุยมากกว่าที่เป็น


วันทั้งวันแม้จะมีอะไรมากมาย พอปิดงานได้เห็นยอดขายของสินค้าวาณิริณก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เรียกว่าคุ้มกับที่ลงทุนไปมากมายเลยทีเดียว


ร่างระหงจัดแจงหน้าที่ให้กับพนักงานสำหรับวันพรุ่งนี่ก็เดินสำรวจความเรียบก่อนจึงจะไปยังลานจอดรถ เพราะภาคิณติดธุระด่วนจึงให้เทวินมร์เป็นคนมารับเธอแทน


"คุณณิริณจะรอคุณคิณก่อนหรือง่าจะกลับบ้านเลยครับ" เทวินทร์ถามตามหน้าที่


"ไปรอพี่คิณก่อนก็ได้ค่ะ คุณเทวินทร์จะได้ไม่ต้องขับรถไปมาหลายรอบ"


"ครับ" บอดี้การ์ดหนุ่มรับคำแล้วเคลื่อนล้อออกไปจากห้างสรรพสินค้า "จริงๆไม่ต้องเรียกผมว่าคุณก็ได้นะครับ ผมเองก็เป็นแค่ลูกจ้าง..."


"แล้วไม่ใช่คนหรอคะ?" เทวินทร์อึ้งไปกับคำตอบของภรรยาเจ้านาย "พ่อฉันสอนเสมอว่า เราควรให้เกียรติคนอื่นไม่ว่าจะยากดีมีจน เป็นนายจ้างหรือลูกจ้าง...เพราะเป็นคนเหมือนกันไม่มีใครสูงกว่าหรือต่ำกว่าใคร ทุกอย่างต้องวัดคุณค่ากันด้วยจิตใจค่ะ"


"ขอบคุณมากนะครับ" เขาเองก็ไม่รู้จะตอบอะไร เพียงแค่คำขอบคุณเท่านั้นที่มีค่ามากที่สุดในเวลานี้ ถ้าเป็นญาดาหรือใครก็ตามคงจะนั่งคอเชิดแล้วมองเขาด้วยสายตาที่เหยียดหยามเป็นแน่


ใช้เวลาราวๆหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงที่หมาย


เทวินทร์นำทางวาณิริณไปยังห้องของประธานบริหาร ชลธิชาที่ถูกสั่งให้คอยต้อนรับคนที่มาถึง...เลขาสาวกำลังแต่งเติมสีสันบนใบหน้าอย่างสบายอารมณ์ แต่เมื่อสายตาเห็นแขกที่มาเยือนก็เปลี่ยนสีหน้าทันที


"คุณภาคิณกำลังคุยธุระสำคัญ เข้าไปตอนนี้ไม่ได้" ชลธิชาเชิดหน้าใส่


เทวินทร์กำลังจะเข้าไปเตือนแต่วาณิริณส่ายหัวห้าม เธอเดินเข้าไปใกล้พร้อมส่งยิ้มอ่อนหวานทักทาย "คุณชลธิชาสินะคะ เห็นพี่คิณชอบชมว่าทำงานเก่ง...ได้มาเห็นชัดๆถึงได้รู้ว่าสวยมากด้วย"


ได้ยินดังนั้นก็แอบยิ้มเล็กน้อย เลขาสาวยังคงไม่สุภาพต่อภรรยาเจ้านายต่อไป "แน่สิคะ! ไม่เช่นนั้น...คุณภาคิณคงไม่ติดใจมาจนถึงตอนนี่หรอกค่ะ"


เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น ชลธิชาจั้งใจพูดเสียงดังเพื่อให้ได้ยินกันถ้วนหน้า วาณิริณเจตนาของผู้หญิงคนนั้นซึ่งไม่ต่างกับญาดาหรือผู้หญิงคนอื่นๆที่ต้องการจะผูกมัดภาคิณเลยแม้แต่น้อย


"หรอคะ? ฉันรู้ค่ะว่าคุณอาจจะเก่งในหลายๆเรื่อง แต่ตอนนี้ช่วยบอกพี่คิณหน่อยเถอะค่ะว่าฉันมาถึงแล้ว คงไม่อยากจะเห็น 'สามี' ของฉันอาละวาดกันหรอกนะคะ" ชลธิชาถลึงตาใส่ด้วยความไม่พอใจ วาณิริณเดินเข้าไปใกล้ๆด้วยท่าทีที่สงบนิ่ง เธอไม่ชอบพูดจากระแนะกระแหนหรือว่าร้ายให้กับใคร แต่ก็ไม่ชอบให้ใครมาจิกกัดตัวเองเช่นกัน "เหนื่อยก็พักเถอะค่ะ หมดช่วง 'คนคั่นเวลา' แล้ว"


ชลธิชาถลึงตาด้วยความเจ็บแค้นใจ ทั้งๆที่เธอมาก่อนแต่กลับได้เป็นเพียงนางบำเรอครั้งคราวเท่านั้น สุดท้ายก็ต่อสายบอกภาคิณก่อนจะเชิญภรรยาของเขาเข้าไป


ร่างเพรียวในชุดเดรสสีน้ำเงินดูสุภาพเปิดประตูเข้าเป็นเป็นจังหวะที่ธุระของภาคิณเสร็จสิ้นพอดี เขาลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวอำลากับแขกร่างท้วมที่มาอยู่ก่อนหน้าด้วยสีหน้ายินดี เมื่อเหลือเพียงแค่สองคน...


"นอกจากคุณญาดากับคุณเลขาหน้าห้อง ยังมีอีกกี่คนคะ?" วาณิริณเปิดผากถามด้วยสีหน้านิ่งเฉย


"หมายถึง...?"


"ผู้หญิงของพี่คิณไงคะ! มีทั้งหมดกี่คน ช่วยนับให้ครบด้วยนะคะ ณิริณจะได้รู้ว่าหลังจากนี้จะต้องเจอกับใครบ้าง" นางฟ้าคนสวยที่บัดนี้กำลังจะกลายร่างเป็นเสือดุเข้าเสียแล้ว แค่ได้เห็นท่าทีแบบนี้ก็รู้ว่าก่อนเข้ามาชลธิชาได้วางยาเอาไว้แน่ๆ อีกทั้งเมื่อกลางวันก็ต้องสู้รบปรบมือกับญาดาอีก ถ้าเธอจะอารมณ์ไม่ดีมันก็ไม่แปลกอะไร


"พี่เขี่ยพวกนั้นออกไปหมดแล้ว ฉะนั้นเมียพี่มีคนเดียวก็คือ...ณิริณ" เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ


แต่นั่นกลับทำให้วาณิริณรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก "ใช้คำว่าเขี่ยเลยหรอคะ? ทำราวกับว่าพวกเขาไม่มีค่าอะไรเลยนะคะ อีกไม่นานพี่คิณก็คงจะเขี่ยณิริณเหมือนกัน...ใช่ไหมคะ?"


"หึ! นี่กำลังชวนพี่ทะเลาะอยู่รู้ตัวบ้างหรือเปล่า" ร่างสูงเดินเข้ามาประชิดตัว "กำลังหึงล่ะสิ!"


หญิงสาวอ้ำอึ้งสักพักก่อนขะใช้สองมือผลักอกเขาออกไป "อยากจะคิดอะไรก็เชิญเถอะค่ะ แต่อยากบอกให้รู้ไว้สักอย่าง...การกระทำของคนเรามันมีความหมายแฝงอยู่ทุกคน บางคนทำเพราะความจำเป็น บางคนทำเพราะความอยากเอาชนะหรือบางคนทำไปเพราะต้องการความรัก ถ้าพี่คิณมองคุณค่าของคนอื่นให้มากพอก็จะมองออกว่าใครเป็นอย่างไร"


ภาคิณยิ้มบางๆ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวาณิริณถึงไม่เคยมีปัญหาในเรื่องการคดโกงฉ้อฉลในองค์กรของเธอ บาวทีเขาคงจะต้องเอาหลักการบริหารคนขากภรรยาของเขามาปรับใช้บ้างเสียแล้ว


ชายหนุ่มจัดการกับเอกสารบนโต๊ะจนหมดแล้วก็ภรรยาของเขากลับบ้าน ตลอดทางเธอยังคงทำบึ้งตึงใส่เหมือนกับว่าเขาไปก่อคดีร้ายแรงมาเสียอย่างนั้น พอถึงบ้านก็เดินหนีขึ้นห้องไม่พูดไม่จา...นาตยาเห็นดังนั้นจึงลากลูกชายตัวดีไปอบรมเสีย


ในห้องนั่งเล่น...


"คิณทำไมชอบบังคับให้ณิริณเป็นไปดั่งใจทุกทีเลยล่ะลูก ปล่อยให้น้องได้มีพื้นที่ส่วนตัวบ้างสิ!" นาตยาเองก็ไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับความเอาแต่ใจของภาคิณ "เป็นแบบนี้บ่อยๆ อีกไม่นานชีวิตคู่คงไม่รอด"


"ทำไมแม่คิดแบบนั้นล่ะครับ บังคับอะไรที่ไหนกัน"


"ยังจะยอกย้อนอีกนะเรา!" หญิงวัยกลางคนทำท่าเหนื่อยอ่อนใจ "คิณต้องค่อยๆให้หนูณิริณปรับตัว อย่าเอาแต่ใจมากนัก...แค่ถูกมัดมือชกให้แต่งงานด้วยแม่ก็สงสารน้องจะแย่อยู่แล้ว ถือซะว่าแม่ขอนะลูก"


ภาคิณเช้าใจเจตนาของคนเป็นแม่ดี แต่เขาจะทำตามที่แนะนำได้หรือไม่นั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง...หลังจากคุยกับนาตยาเสร็จก็เดินขึ้นชั้นสองมายังห้องนอนของตัวเอง เปิดประตูเข้าไปก็เห็นวาณิริณกำลังเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าเป้ใบเล็ก


"จะไปไหน?" แต่งงานยังไม่ครบสัปดาห์เมียก็จะขอแยกอยู่แล้วหรือนี่ ภาคิณกดเสียงต่ำถามหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงนอน "ณิริณ !!"


"ไปนอนที่บริษัทค่ะ" วาณิริณมองเขา "เช็คสต็อกเรียบร้อยแล้วช่วยไลน์ไปบอกด้วยนะคะ ณิริณจะได้วางแผนในการใช้ชีวิตต่อ"


"พี่จะถือซะว่าณิริณกำลังหึงพี่ แต่อย่าประชดด้วยวิธีแบบนี้...เอาของในกระเป๋ากลับไปไว้ที่เดิม" เมื่อเห็นว่าเธอไม่ฟังก็เดินเข้าไปจับข้อมือเล็กเอาไว้ "อย่าให้ต้องหมดความอดทนได้ไหม? คนอื่นก็คือคนอื่น...ณิริณจะเก็บมาใส่ใจทำไม!!"


วาณิริณสะบัดแขนออกเต็มแรง "ทำไมต้องใส่ใจพี่คิณก็น่าจะรู้นะคะ ขอเวลาณิริณสักพักเถอะค่ะ...แค่คุณญาดากับคุณเลขาก็พาเหนื่อยไปหมด"


สุดท้ายก็ห้ามไม่ได้จึงปล่อยให้วาณิริณทำตามใจของเธอไป ภาคิณเคยคิดว่ามันง่ายกับการจะได้ใช้ชีวิตคู่กับหญิงสาวที่เขารักและหมายปองมาแสนนาน แต่เปล่าเลย...มันคือความผิดพลาดกับการที่ไปมีความสัมพันธ์ชั่วคราวกับหญิงอื่นทั่วไปจนส่งผลกระทบให้เขาในเวลานี้...


เมียงอนและแยกกันอยู่ชั่วคราว... สามวันแล้วที่ไม่มีวาณิริณนอนข้างๆ แตาภาคิณก็จะไม่ทนอีกต่อไป ง้อได้ไม่ได้ยังไงวันนี้เขาก็ต้องพาภรรยาคนสวยกลับมาให้จงได้


__________100%_______

ตามพระใจพี่คิณเลยค่ะ...เมียหนี!!?

ณิริณ...ใจเย็นๆ นางฟ้าสวยๆนะจ๊ะ

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์นะคะ

มาต่อครบแล้วจ้า

ขอบคุณสำหรับท่านที่ตรวจคำผิดให้ไรท์ด้วยนะคะ จุ๊บๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}