smile_alive

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เสือกินผัก20 จัดหนัก [1]

ชื่อตอน : เสือกินผัก20 จัดหนัก [1]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.6k

ความคิดเห็น : 119

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2560 14:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เสือกินผัก20 จัดหนัก [1]
แบบอักษร

#

[จัดหนัก]

 

 

     มันคือช่วงเวลาอันแสนอภิรมย์ เมื่อไม่มีใครบางคนข้ามากวน ฉันใช้เวลาส่วนตัวเหยียดบนโซฟา นอนดูรายการโปรดเพื่อคลายเครียด โดยไม่คิดจะสนใจเสียงปิดตู้เย็นโครมครามที่ดังลอดเข้ามา หรือต่อให้ใครคนที่ฉันพูดถึงจะเดินผ่านหน้าอยู่หลายหน ฉันก็ไม่คิดจะสน

 

     หมับ!

     "จะดูอีกนานมั้ย ปิดเดี๋ยวนี้" สุดท้ายเสือก็ทนไม่ไหว เขาเปลี่ยนวิธีใหม่ เมื่อใช้วิธีเรียกร้องความสนใจไม่สำเร็จ

 

     "ไม่ปิด" ฉันตอบเสียงเรียบ ต่อให้เสือจะยืนบังหน้าจอทีวีอยู่ก็ตาม ร่างสูงยืนจังก้าเท้าสะเอว แถมส่งสายตาขุ่นเคืองมาให้

    "บอกให้ปิดไง" หมอนี่เริ่มสั่ง

     "ฉันจะ.." 

 

     ปิ๊บ

     "อะไรของนายเนี่ยเสือ นี่มันรายการโปรดของฉันนะ" แทบจะกรี๊ดลั่นห้อง พออ้าปากจะเถียง เสือก็แย่งรีโมททีวีไป ก่อนจะกดปิดหน้าตาเฉย  

 

     "เป็นเมียภาษาอะไร สนใจทีวีมากกว่าผัวอีกหรอ นี่นั่งหัวโด่รอมาตั้งนานแล้วนะ" ฉันตะหวัดสายตาอย่างไม่พอใจ มันก็เป็นแบบนี้ทุกที ตลอดหลายวันที่ผ่านมา 

 

     อย่างที่รู้กัน! ฉันยอมให้โอกาสเขาอีกรอบ และคราวนี้เสือก็ทำตัวดีมากๆ ผู้ชายคนนี้ไม่ออกนอกลู่นอกทาง มันดีเกินไป ดีจนน่ารำคาญ เพราะเขาตามตอแย เกาะติดชีวิตฉันเหมือนเห็บทุกวินาทีจนประสาทแทบกิน ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหน หมอนี่ก็ตามไปรังควานตลอด 

 

     เหมือนวิญญาณตามติด

     "แล้วใครใช้ให้มานั่ง อยากไปไหนก็ไปไป๊!" ถึงจะยอมให้โอกาส แต่ไม่ได้ความว่าจะหายโกรธ มันยังมันตึงเรื่องที่เขาทำ เห็นหน้าเสือทีไรภาพเหตุการณ์เก่าๆก็ย้อนเข้ามา ฉันผูกใจเจ็บไม่หาย ต่อให้หมอนี่จะเอาตัวไปล้างน้ำซักร้อยรอบ แล้วชุบทองมาวางตรงหน้า ฉันก็ไม่คิดจะยกโทษ 

 

     หลังจากวันนั้นมันก็ผ่านมาได้อาทิตย์นึงแล้ว มันเป็นช่วงเวลาอันน่าเวียนหัว เป็นอาทิตย์นรกแตกของจริง เราแทบปรับตัวเข้าหากันไม่ได้เลย ไม่ว่าจะพูดหรือทำอะไร ก็ต้องมีเรื่องขัดคอตลอด  

 

     ถ้าการแสดงความรู้สึกของคู่อื่นคือรักกันหวานแหวว สำหรับคู่ฉันกับเสือ การได้ทะเลาะกันก็ถือเป็นการแสดงความรู้สึกอย่างหนึ่งเช่นกัน

 

     กัดกันจนแทบเป็นบ้า

     "ลืมรึไงว่าฉันเป็นใคร แม่งไล่อย่างกับหมูกับหมา ยอมนิดยอมหน่อยทำมาเป็นเหลิง" เสียงพูดเอาแต่ใจดังพร้อมๆกับร่างสูงที่เคลื่อนเข้าหา เขาเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะดึงแขนให้ฉันลุกขึ้น

 

     "ลุก! นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วผัก ดึกแล้ว ไปนอน" 

     "ดึกตรงไหน นี่เพิ่งสามทุ่ม อย่าทำตัวเป็นเด็กอนามัยหน่อยเลย อย่านึกฉันไม่รู้ว่านายกำลังคิดอะไร" ไม่ได้โง่จนไม่รู้เรื่อง อยู่กับเขาถ้าไม่รู้ทันก็คงโดนหลอกซ้ำซากไม่จบไม่สิ้น หมอนี่มันร้าย แผนสูงจนเกือบตามไม่ทัน คำพูดที่ฟังเหมือนเป็นห่วง ที่จริงมันก็แค่วิธีหลอกเหยื่อหน้าโง่ให้ติดกับ แต่ตอนนี้ฉันรู้ทันสันดานของเขาหมดเปลือกแล้ว 

 

     "คืนนี้จะนอนห้องไหน" เสือสถบในลำคอเมื่อฉันตามทันลูกไม้ตื้นๆ สมองเน่าๆของเขามันจะคิดอะไรได้นอกจากเรื่องพรรค์นั้น นอกเหนือจากเรื่องใต้กระโปรง ไอ้บ้านี่ก็ไม่เห็นจะสนอะไร ถึงได้บอกว่าไงว่ามันเป็นอาทิตย์นรกแตกของจริง ฉันแทบจะพกมีดติดตัวตลอดเวลา คิดจะอยู่ในถ้ำเสือ ถ้าไม่ระวังตัวก็คงไม่เหลือซาก 

 

     "ห้องพี่สิงห์เหมือนเดิม" 

     มือข้างนึงเอื้อมไปด้านหลังก่อนจะกระชับมีดไว้แนบลำตัว ถ้าหมอนี่ตุกติกหรือคิดบุ่มบ่ามเข้ามาล่ะก็ รับปากเลยว่าฉันจะแทงไม่ยั้ง ครั้งนึงเคยใช้มีดแทงเขาจนเลือดอาบมาแล้ว นับประสาอะไรกับคราวนี้ ทำไมฉันจะทำอีกไม่ได้ ต่อให้สถานะความสัมพันธ์ของเราจะไม่เหมือนเดิมแล้วก็เถอะ

 

     "ห้องตัวเองก็มี ทำไมต้องไปนอนห้องคนอื่นด้วยวะ ห้องพี่สิงห์มันมีอะไรดี หรือยังชอบมันอยู่" เสือชักสีหน้าพาลใส่ พร้อมกับกระแทกตัวลงมานั่งข้างๆ 

     "อย่ามาหาเรื่อง" ถึงกับต้องรีบชักเท้าหนี

     "ทำไมถึงไม่นอนห้องฉัน" มันเป็นคำถามไร้สาระที่ไม่คิดจะตอบอีก ถามเหมือนจะโง่ แต่จริงๆหมอนี่มันรู้แก่ใจอยู่แล้วว่าเพราะอะไร 

 

     ยังมีหน้ามาถาม ก็เพราะเขาทำตัวไม่น่าไว้ใจไง ใครมันจะอยากไปอยู่ด้วย สายตาที่มองแต่ละทีแทบจะกลืนกินไปทั้งตัว ต่อให้เข้าใกล้ฉันไม่ได้ เขาก็ย่ำยีร่างกายผ่านสายตาอยู่ดี ไม่มีวินาทีไหนที่ฉันจะได้หายใจทั่วท้อง 

 

     ชื่อเสือ ก็ทำตัวเหมือนเสือสมกับชื่อจริงๆ...'เสือผู้หญิง'

 

     หงับ!

     "โอ๊ย! กัดทำไมเนี่ย" คิดได้ไม่นานแต่แล้วก็ต้องร้องอย่างเจ็บปวด เมื่อเสือดึงข้อมือของฉันไป ก่อนที่ฟันแหลมคมจะงับนิ้วมือเข้าเต็มแรง 

 

     "ก็เธอไม่สนใจอ่ะ ถามไม่ตอบ" เสือไล่งับทีละนิ้วอย่างใจเย็น ดูก็รู้ว่าเสือกำลังอ้อนอีกแล้ว ทุกครั้งที่ริมฝีปากร้อนๆนาบโดนผิว มันจะมีกระแสบางอย่างแล่นเข้ามาจนฉันสะดุ้ง

 

     หลายวันมานี้ถึงจะทะเลาะกันบ่อย แต่เสือก็เป็นฝ่ายยอมตลอด เขาต้องใช้ความอดทนสูงมาก ถึงแม้หลายครั้งที่เห็นว่าเขาตั้งท่าอยากด่าแทบตาย

 

     "อย่ามากวนนะเสือ รำคาญ!" ฉันตีหน้านิ่ง รีบสะบัดมืออกแต่เสือก็ไม่ยอมปล่อย

     "รำคาญมากป่ะ" 

     "มาก" 

     รำคาญสิ! รำคาญมากด้วย ใครใช้ให้ทำตัวน่ารักบ่อยๆ เห็นทีไรก็อกใจสั่นไม่ได้ ไม่ว่าเสือจะทำอะไรมันก็พาลเต้นแรงตลอด อยากโกรธให้นานกว่านี้ อยากให้เสือสำนึกบ้าง แต่ยิ่งเวลาผ่านเลยไป ความโกรธเกลียดก็ค่อยๆเบาบาง จนต้องเตือนตัวเองว่าอย่ายอมง่ายๆ 

 

     "พูดจริงดิ"

     "จริง" ฉันย้ำหนักแน่น

     "..." แต่แล้วก็กลับหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อจู่ๆสีหน้าที่เคยกวนประสาทกลับสลดวูบลงไป ร่างสูงไม่ยอมเถียงหรือต่อปากต่อคำต่อ วูบหนึ่งที่ตัวของเขาเกร็งเครียดขึ้นมา แต่ก็เพียงช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ก่อนที่มันจะถูกกลบเกลื่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

     "เดี๋ยวจะไปนอน โอเคมั้ย! มันเบื่ออ่ะ ก็นายเล่นไม่ให้ฉันออกไปไหนเลย" ฉันถอนหายใจอย่างยอมแพ้ ถ้าฉันงี่เง่าเขาก็คงงี่เง่ากว่า 

 

     เสือกักขังฉันไว้ในห้องสี่เหลี่ยมมาตลอดหนึ่งอาทิตย์ มันเป็นช่วงเวลาที่ทรมานมาก ฉันไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่ได้ไปเรียน ไม่ได้กลับบ้าน จนต้องหาเรื่องโกหกลูคกับมินว่าไปอยู่กับม่านฟ้า ยังดีที่ยัยม่านฟ้าเข้าใจอะไรง่าย เจ้าหล่อนไม่ได้ถามอะไรมาก แถมยังช่วยฉันโกหกอีกต่างหาก 

 

     "อยู่กับฉันมันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยหรอ" เขาเองก็ไม่ไปเรียนเช่นกัน ทำตัวติดฉันแจแทบทุกเวลา มันไม่ได้ชอบอะไรแบบนี้เลย ใจแค่อยากเรียนให้จบ แค่อยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ 

 

     "ฉันอยากใช้ชีวิตเหมือนคนปกติ อยากไปเรียน แค่อยาก.." เสือให้เหตุผลง่ายๆ คือฉันไม่จำเป็นต้องเรียนก็ได้ เขาก็มีปัญญาดูแลไปทั้งชีวิต 

 

     เชื่อหมอนี่เลยจริงๆ

     มันเป็นคำพูดที่ดูจะมักง่ายไปหน่อย เพราะนั่นหมายถึง เขาจะผูกติดกับฉันไปตลอด อะไรมันก็ไม่แน่นอน ใครมันจะไปรู้เรื่องของอนาคต วันนึงถ้าเรื่องของเราเกิดไปไม่รอด ถ้ามันมีวันนั้นขึ้นมาจริงๆแล้วฉันจะทำยังไงต่อ เรียนหนังสือก็ไม่จบ แถมยังต้องกลายเป็นคนไม่มีอนาคตอีกเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยหรอก!

 

     ฟอด!

     "ถ้างั้นไปหาอะไรทำแก้เบื่อกันป่ะ" มัวแต่ขมวดคิ้วยุ่งจนลืมระวังตัว แต่แล้วร่างกายก็เหมือนโดนสาป ฉันรีบยกมือขึ้นกุมแก้ม เมื่อใบหน้าหล่อเหลาฉกวูบลงมา ก่อนที่ปลายจมูกโด่งสันจะกดลงบนเนื้อนุ่มเต็มแรง

 

     "เสือ!!"  ลิ้นทำท่าพันกันจนด่าไม่ถูก ทำได้เพียงได้เรียกชื่อเขาเท่านั้น อุณหภูมิทั่วหน้าจวนเจียนระเบิด มันร้อนวูบจนคิดว่าเสือต้องดูออกแน่ๆ ฉันร้อนมาก ร้อนหนักถึงขั้นต้องไถลตัวจนแผ่นหลังติดกับขอบโซฟา 

 

     "ทะ..ทำอะไร อย่ามาคิดเรื่องต่ำๆแถวนี้นะ ไม่งั้นแม่จะตบจริงๆด้วย"

     "สมองมีเหลืออยู่มั้ย! หน้าผากฉันมันเขียนคำว่าเลวติดอยู่รึไง ช่วยคิดดีๆหน่อย แค่จะชวนไปเที่ยวเฉยๆ" ฉันง้างมือตั้งท่าจะตบ แต่แล้วก็ต้องร้องเหวอ

 

     "ห๊ะ ปะ..ไปไหน ตอนนี้เนี่ยนะ" 

     "อื้อ ไปตอนนี้แหล่ะ มีอะไรจะให้ดู" ไม่พูดเปล่า เสือเข้ามาคว้าข้อมือของฉันให้เดินตาม สมองถึงกับมึนหนัก เป็นอาทิตย์ที่ฉันขอร้องแทบตายเพราะอยากออกไปข้างนอก แต่เขาก็ไม่เคยยอมซักครั้ง แต่มาวันนี้ ทำไมเขากลับยอมให้ฉันออกจากห้องอย่างง่ายดาย เพราะอะไรกัน?

 

    แล้วหมายความว่าไง ที่บอกว่ามีอะไรจะให้ดู?

     "จะไปไหนอ่ะ ไปจริงดิ ขอเปลี่ยนชุดก่อน" ฉันมองด้วยความสงสัยแต่ก็ยอมให้เขาจูงมือโดยดี คนตัวสูงเดินไปถอดปลั๊กทีวีออก พร้อมกับเดินไปปิดไฟจนห้องมืดสนิท 

 

     แต่เพราะมัวดีใจเกินเหตุ มันเลยไม่คิดทันได้คิดอะไรมาก ฉันเหมือนเด็กๆที่พ่อแม่ยอมอนุญาตให้ออกนอกบ้าน ดีใจจนข่มความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่

 

     "ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ใส่ชุดนี้แหล่ะ..กำลังเซ็กซี่" มีเพียงเสียงแหบพร่าที่ตอบกลับมา ถึงแม้จะมีแสงสลัวของพระจันทร์ที่สาดอยู่บ้าง แต่ทุกอย่างก็เลือนลางเกินไป มันได้ยินไม่ชัด แถมมองไม่ถนัด เลยไม่รู้ว่าเสือกำลังทำหน้าแบบไหน

 

      "ห๊ะ!"

    "ยังอยากไปเที่ยวอยู่มั้ย คิดดีๆก่อนตอบ เพราะห้ามเปลี่ยนใจทีหลัง" แต่แล้วเสียงพูดในตอนแรกก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกระซิบ ถึงมันเบามากแต่ก็พอได้ยิน 

 

    ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

     "ปะ..ไปไหน" ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หัวใจของฉันกลับเต้นโครมครามดังลั่น มันท้าทายอย่างบอกไม่ถูก ลมหายใจชักติดขัดก็ตอนที่สัมผัสถึงลมอุ่นร้อนตกกระทบซอกคอ เสือถามแต่ก็เคลื่อนตัวเข้ามาในระยะประชิดแล้ว พร้อมกับมืออุ่นที่สอดนิ้วประสาน ชักจูงให้ฉันเดินตามไปที่ไหนสักที่

[ต่อ]

 

เสือ บรรยาย..

 

     "ดะ..เดี๋ยวก่อน! ไหนบอกว่าจะพาไปเที่ยวไง" คนร่างเล็กร้องแหวเมื่อเธอเริ่มจับพิรุธของผมได้ เสียงใสตะกุกตะกัก แถมยังพยายามขืนตัวไม่เดินตาม 

 

     "แล้วนายลากฉันมาที่นี่ทำไม"

     "ก็กำลังจะพาไปอยู่นี่ไง" ผมจับมือของผักแน่นแถมกระชับมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ฝ่ามือของเราต่างชื้นเหงื่อด้วยกันทั้งคู่ แต่เหตุผลคงไม่เหมือนกันแน่ๆ ถึงห้องจะมืดมากแต่มันก็ไม่ยากที่จะเดาทิศทาง ผักกาดคงเริ่มดูออกว่าผมกำลังจะพาไปไหน 

 

     หรือต่อให้เธอรู้แล้ว ผมก็ไม่คิดจะปล่อยอยู่ดี  

     "เอ๊ะ นะ..นี่นายหลอกฉันหรอ" ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นคนดี และก็ไม่คิดจะเป็นคนดีด้วย ดีแล้วยังไง ถ้าดีแล้วต้องทนทรมานแบบหลายวันที่ผ่านมาล่ะก็ ผมขอกลับไปเป็นคนนเลวแบบเดิมดีกว่า 

 

     รู้บ้างมั้ย ว่ามันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหนในชีวิตลูกผู้ชาย ผมรออย่างใจเย็น ทำดีก็แล้ว อะไรก็แล้วยัยนี่ก็ไม่หายโกรธ ผมแทบคลั่งเวลาเห็นร่างบางวนเวียนอยู่ในห้อง เธอปั่นประสาทได้เก่ง เก่งจนผมฝืนทนไม่ไหว อย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ไง

 

     ทรมานชะมัด!

     หมับ!

     "ใครหลอก จะพาไปเที่ยวจริงๆ" ผักกาดพยศอีกแล้ว ดีดดิ้นจนผมต้องรีบคว้าเอวบางแนบลำตัว กลิ่นมินต์อ่อนๆจากลมหายใจเป่ากระทบตรงแผงคอพอดิบพอดี ไหนจะเนื้อตัวนุ่มนิ่มน่าขย้ำ ที่ใส่ชุดนอนผ้าแพรไหมแนบลู่ทรวดทรงทุกสัดส่วน

 

     ทั้งที่เมื่อก่อนเกลียดแทบตาย แค่เห็นหน้าก็อยากจะอ๊วกแล้ว แต่มาตอนนี้ ทำไมถึงอยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา หรือยัยนี่เล่นของใส่ผมหรอวะ 

     "อยากไปสวรรค์ชั้นไหน จะพาไปทุกที่เลย" เป็นอย่างที่คิดไม่ผิด ร่างเล็กแข็งเกร็งไปเรียบร้อยเมื่อได้ยินผมพูด

     ไม่ได้จะหลอก แต่แค่บอกไม่หมด ผมตั้งใจจะพาไปเที่ยวจริงๆนะ แต่ในห้องนอนก็แค่นั้น ผักก็ซื่อไม่เข้าเรื่อง รู้ทั้งรู้ว่าว่าผมมันร้าย พูดง่ายๆคือไม่เคยคิดอะไรดีๆกับผักเลยต่างหาก แค่นี้ก็ดันตามไม่ทัน เอาอะไรมาล่อนิดล่อหน่อยก็เชื่อไปหมด  

 

     เหมือนเด็กปัญญาอ่อน!

     "ฉะ..ฉันไม่ได้อยากเที่ยวแบบนั้น ไม่เอานะเสือ ฉันไม่พร้อม" มันเป็นเรื่องปกติของร่างกาย ที่จะเกิดความสนใจและมีอารมณ์เมื่อมีของสวยงามมาวางอยู่ตรงหน้า แถมผู้หญิงที่ว่ายังขึ้นชื่อว่า'เมีย'อีก แล้วแบบนี้ใครจะทนไหว อดทนได้ก็บ้าแล้ว ในที่สุดตะบะที่สั่งสมมาก็แตกยับ ผมแพ้ราบคาบทั้งที่ทำดีมาเป็นอาทิตย์ ต่อให้ตอนนี้เอาช้างมาฉุดมันก็หยุดไม่ได้

 

     หมับ!

     "หนีตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วผัก" ผมเจ้าเล่ห์และไวกว่า จัดการล็อคเอวน้อยไว้ทันควัน มันคุมความต้องการไม่อยู่จริงๆ ผมกล้าท้าเลย คงไม่มีผู้ชายหน้าไหนอดใจไหวถ้าได้เห็นผักกาดในสภาพแบบนี้ 

 

     ชุดนอนสายเดี่ยวสั้นจิ๋วที่เห็นแล้วก็อยากกระชากให้ขาด ทั้งที่ทำท่ากลัวผมแทบตาย ยัยนี่ถึงกับพกมีดติดตัวตลอดเวลา แต่ดันมาไร้เดียงสากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง ไม่รู้ว่าโง่หรือซื่อบื่อกันแน่ ถึงได้กล้าใส่ชุดนอนล่อเสือล่อตะเข้ 

 

     ผมยาวหอมหวลที่ไม่ได้เซ็ตทรง มันแผ่สยายคลอเคลียใบหน้าและช่วงไหล่กลมกลึง ไหนจะดวงตากลมโตสุกสกาวดั่งลูกแมว กับปากจิ้มลิ้มช่างบ่นนั่นอีก

 

     มันน่าฟัด นานวันก็ยิ่งน่ารัก น่าจับกินมากๆ

     "อ๊ะ"

     "ไม่อยากรู้แล้วหรอ ว่าฉันจะให้ดูอะไร" มีของดีต้องบอกต่อ ผมพูดสองแง่สองง่ามทั้งที่สติกระเจิดกระเจิง กว่าจะหลอกให้ผักเดินตามได้มันไม่ใช่เรื่องง่าย จ้างให้ก็ไม่ปล่อยเด็ดขาด ฝันหรอ!

 

     เอาไงดีวะ! จับตีหัวแล้วลากไปปล้ำเลยดีมั้ย หรือจะอ่อนโยนอีกนิดให้เหมือนชาวบ้าน แม่งโคตรไม่ใช่แนว

     "มะ..อื้อ..." เธอทำท่าจะปฏิเสธ แต่ผมไม่สนอีกแล้ว ช่างแม่ง! ไม่ต้องอ่อนโยนห่าเหวไรล่ะ 

     คิดได้แค่นั้นผมก็ฉกวูบไปที่กลีบปากนุ่มนิ่ม สัมผัสแรกมันหวานล้ำเหมือนเยลลี่ ตราตรึงไม่รู้ลืม ละเลียดชิมรสหอมหวลที่โหยหามาเป็นชาติอย่างใจเย็น บดคลึงกลีบปากระเรื่อทีละนิด เพื่อให้ผักอ้าปากตอบรับ ปรับเอียงใบหน้าเข้าหากันจนได้องศาที่พอเหมาะ 

 

     และหลังจากทุกอย่างลงตัว รสสัมผัสของเราก็เปลี่ยนไปจากเดิม ทวีคูณความหนักหน่วงมากขึ้น ผมบดขยี้เรียวปากของเธอด้วยอัตราจังหวะที่ถี่กระชั้น ใจอยากจะทำให้ช้ำ อยากครอบครองร่างบางให้เหมือนกับคราวที่แล้ว อยากตักตวงเอาทุกอย่างมาเป็นของตัวเอง 

 

     ผมโหยหา ผมต้องการ

     "แฮ่ก..อึก.." ช่วงเวลาสั้นๆที่ยอมผละเพื่อให้ผักได้สูดอากาศ แต่ไม่นานมือหนาก็เอื้อมไปบีบปลายคางจนอีกฝ่ายต้องยอมเผยอกลีบปาก และทันทีที่ช่องทางถูกเปิดกว้าง ผมก็จัดการแทรกเรียวลิ้นเข้าไปกวาดต้อนในโพรงเนื้อนุ่มอย่างจาบจ้วง 

 

     ผมทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ทั้งดูดกลืนเกี่ยวกระหวัด หยอกล้อพร้อมกับสอดปลายลิ้นประสาน

     "ตัวหอมจัง" 

     "อื้ออ" เหมือนคนเมามาย ผมหลงวนในกลิ่นกายไม่ต่างจากโรคจิต มันหอมกรุ่นไปทุกที่ ไม่ว่าซอกส่วนไหนมันก็ทำให้รู้สึกดี ผมเคลื่อนปลายจมูกพร้อมกับฝากรอยรักไปทั่ว ไล่ต่ำลงไปเรื่อยๆจนมาบรรจบตรงที่หน้าอก ก่อนจะบีบเค้น ขบเม้มผิวขาวรุนแรงจนผักถึงกับร้องฮือ 

 

    ผู้หญิงคนนี้เป็นของผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์

   "ผิวก็นุ่ม" ผมแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของไม่เลิก นานแค่ไหนไม่รู้ที่หลงวนกับรสหอมหวาน มันนานแค่ไหนไม่รู้ที่ผักอ่อนระทวยจนไปกองอยู่กับพื้น โดยที่ร่างกำยำของผมทาบทับตามไปติดๆ ลมหายใจของเราหอบหนัก เป่ากระทบหน้ากันและกัน พอเห็นหน้าสวยผ่านแสงสลัว หัวใจของผมมันก็ว้าวุ่น 

 

     อยากย่ำยี อยากทำให้เธอแปดเปื้อนอีกครั้ง เวรเถอะ! 

     "สะ..เสือ ไม่ได้นะ ไม่เอาแบบนี้" ผักไม่เคยทันผมซักที ความไม่ประสีประสาเป็นส่วนที่ทำให้ยัยนี่ดูน่ารักเหลือเกิน ผมทาบทับริมฝีปากตรงซอกคอที่ชีพจรเต้นเร่า ดูดเม้มแรงๆจนเกิดรอยแดงช้ำ ก่อนจะเริ่มเคลื่อนมือเข้าไปในเสื้อ มันเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับคนอย่างผม เพราะทันที่ที่มือคว้าตะขอบราเซียได้ ผมก็บีบมันจนชิ้นส่วนตัวน้อยเด้งหลุดจากกัน

 

     เป๊าะ!

     "เธอกลัวอะไรหรอ" เสียงครางครึ้มดังขึ้นเมื่อชุดชั้นในหลุดออก เผยให้เห็นความขาวสร่างทั้งสองข้างที่ประจักษ์แก่สายตา หัวใจของผมกระตุกวูบ ทุกครั้งที่มันกระเพื่อมขึ้นลง ยิ่งผักกระชากระชั้นลมหายใจเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเคลื่อนไหวล่อตาล่อใจมากขึ้นเท่านั้น

     "อึก.." 

     "ฉันแซ่บนะ แถมอร่อยมากด้วย" ผมกระซิบทั้งที่ปากยังทำหน้าที่ไม่หยุด อารมณ์ดิบเถื่อนเข้าครอบงำแบบเต็มตัว ผมมีความชอบในเรื่องเซ็กส์ที่ไม่เหมือนคนอื่น อยากอ่อนโยนกว่านี้มันก็ทำไม่ได้ หยุดอารมณ์ไม่ได้จริงๆ  ผักกาดได้ปลุกสัญชาติญาณที่หลับไหลให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง 

 

     "อื้อ มะ..ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น หยุดเลยนะเสือ ทำแบบนี้ฉันเสียหาย" ให้ตายเถอะ! เธอไม่เหมือนใครจริงๆหว่ะ เพราะต่อให้ผมจะใช้เวลาบิ้วอารมณ์แทบตาย ยัยนี่ก็กระเสือกกระสนดึงสติกลับมาจนได้ ผักกาดรีบพลิกตัวหลบ พร้อมกับยกมือขึ้นปิดบังหน้าอก

 

    "คบกับฉันไม่เห็นจะเสียหาย มีแต่ได้กับได้ คุ้มจะตาย!" ผมให้เวลาเธอมามากพอแล้ว มันก็แค่ถึงเวลาที่ต้องจัดการเหยื่อซักที ผมปล่อยให้เธอหลงเพลิดเพลินมานานเกินไป นานจนชักเหลิง!

 

     หมับ!

     "กรี๊ดด..." 

     ร่างบางที่กำลังจะลุกถึงกับหวีดร้อง เมื่อถูกคว้าตะปบตรงสะโพกเต็มแรง ก่อนจะใช้กำลังทั้งหมดกระชากคนตัวเล็กเข้าหาตัว  ค่อยๆใช้ความใจเย็นทีละนิดดึงลากสาวเจ้าเข้ามาในห้อง ถึงจะทุลักทุเลไปหน่อยแต่ผมก็ไม่ถอดใจ ผักกาดยื้อยุดสุดชีวิต ต่อให้นิ้วงามจะขูดลากไปตามพื้นจนเกิดเสียงดัง ผมก็ไม่สน

 

   "อยากไปเที่ยวไม่ใช่หรอ หึหึ" ปากของผมแสยะเหยียดยิ้มร้าย ได้เห็นใบหน้าตื่นตูมของยัยนี่แล้วหัวใจเต้นแรงเป็นบ้า 

   "เสือ ฉันไม่เล่น ไม่เล่นนะ กรี๊ดด..."

 

 

เสือ จบบรรยาย...

 

[ต่อ]

 

      "เสือ ฉันไม่เล่น ไม่เล่นนะ กรี๊ดด..." ฉันกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เมื่อข้อเท้าข้างนึงถูกเสือยึดตรึงเอาไว้ ร่างสูงออกแรงลากฉันเข้ามาในห้อง ต่อให้ถีบก็ไม่มีที่ทีจะหลุด มันเป็นการกระทำที่หยาบคายมาก เสือเป็นยิ่งกว่าคนบ้า เขามันประสาท มันจะมีซักที่คนที่กล้าลากผู้หญิงเข้าห้องด้วยป่าเถื่อนแบบนี้

 

     "ฉันกลัวแล้ว กลัวแล้วจริงๆ ฮึก..." เมื่อทางรอดลิบหรี่ สติทุกอย่างก็ตกในสภาวะช็อคเฉียบพลัน ฉันระเบิดเสียงร้องไห้ด้วยความกลัวสุดขีด สั่นเกร็งไปทั้งตัว

 

     ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยย่ำยีแล่นเข้ามา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของความระแวง ถึงแม้เราจะเคยผ่านช่วงเวลาแบบนั้นมาด้วยกัน แต่ตอนนั้นฉันจำอะไรไม่ได้ ร่างกายมันยินยอมก็เพราะฤทธิ์ยา แต่มาตอนนี้อะไรๆก็ต่างออกไป สติสัมปชัญญะฉันครบทุกอย่าง รู้และเข้าใจในสิ่งที่กำลังจะเกิด

 

     "แม่ง! ผักกาดใจเย็นๆ" เกิดเสียงสถบตามมา คนตรงหน้าคงตกใจมาก เขาตกใจหนักจนเผลอปล่อยข้อเท้าของฉัน และทันทีที่ร่างกายได้รับอิสระ ฉันก็คิดหาวิธีเอาตัวทางรอดอย่างเอาเป็นเอาตาย ไถลร่างกายจนแผ่นหลังกระแทกเข้ากับขอบหัวเตียงดังปึก

 

     "อย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา" 

     เสือเป็นคนน่ากลัว ตอนนี้ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ห้องมืดๆที่มีแสงเลือนลางช่วยขับให้ร่างกายของเขาดูใหญ่โตมหึมา ไหนจะใบหน้าครึ่งเสี้ยวที่ต้องแสงไฟนั่นอีก มันเย็นชา แลดูเอาจริง และพร้อมจะเข้ามาฉีกกระชากฉันทุกเมื่อ

 

     เพล้ง!

     "ฉิบหาย! ตั้งสติแล้วมองดีๆ นี่ฉันเอง...ผัวเธอไง" เสือพยายามพูดปลอบอารมณ์พร้อมกับก้มหัวหลบเมื่อฉันคุ้มคลั่ง คว้าข้าวของทุกอย่างเขวี้ยงใส่เขาจนปลิวว่อนห้อง 

     "ฉันไม่มีผัว " ฉันเถียงคอเป็นเอ็น 

     "พูดผิดพูดใหม่ได้นะ กล้าดียังไงมาบอกไม่มีผัว อยากตายรึไงห๊ะ!" แต่แล้วทุกอย่างก็กลับตาลปัตร พอฉันพูดไม่ถูกใจ เขาก็เริ่มอารมณ์ร้อนตาม ร่างสูงดูเอาจริงกว่าเดิม เขาปัดทุกอย่างที่ฉันคว้างออก ทำท่าจะถลาเข้ามาประชิดตัว

 

     "นายจะทำร้ายฉันใช่มั้ย นะ..นายจะทำเหมือนตอนนั้นใช่มั้ย ฮืออ.." ฉันไม่ได้อยากงี่เง่า ไม่ได้อยากทำร้ายหรือพาลไม่เข้าเรื่อง แต่มันกลัวมากจริงๆ หัวใจของฉันมีรอยแผลที่เขาเคยทำ มันยังหวาดกลัวไม่หาย ถึงจะพยายามปรับตัวแล้วแต่ทุกอย่างมันต้องใช้เวลา สิ่งที่เสือเคยทำ มันมากมายเกินกว่าที่เวลาเพียงไม่กี่เดือนจะเยียวยาได้  ถ้าได้ลองมายืนในจุดที่ฉันเป็น ทุกคนก็คงจะเข้าใจ 

 

     เจ็บปวดมากนะ ทรมานเจียนตาย..

     "ไม่เอาอย่าเป็นแบบนี้ อย่าร้องไห้" เสือเองก็ดูจะสะอึกไป สีหน้าของเขาสลดวูบราวกับสำนึกผิด ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนพูดต่อ 

     "ไม่ทำ ไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว" เขาย้ำหนักแน่น

     "..."

     "ใจเย็นๆก่อนนะผัก วางโคมไฟก่อนมั้ย แล้วเรามาคุยกันดีๆ" เสือปรับตัวเร็วมาก เขาเปลี่ยนมาใช้วิธีเอาน้ำเย็นเข้าลูบ เมื่อฉันเงื้อมโคมไฟขึ้นบนหัว 

 

     "ขอโทษที่ทำให้กลัว! ไม่เอานะคนดี ไม่ร้องนะ" ทั้งที่ก่อนหน้านี้หมอนี่ทำตัวตัวอย่างกับโจรป่า มาตอนนี้กลับเปลี่ยนไปง่ายๆเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขามันตอแหล แถมยังหลอกล่อเก่ง ใครว่าเสือพูดดีๆกับใครไม่เป็น ฉันขอเถียงหัวชนฝา หมอนี่มันพูดจาเพราะๆได้ แต่จะพูดเฉพาะเวลาอยากเอาตัวรอดเท่านั้น โคตรทุเรศ!

 

      "..." ฉันไม่ตอบ มัวแต่มองหน้าเสือย่างไม่พอใจ 

     พูดกี่ครั้งมันก็เหมือนเดิม หมอนี่มันไม่ใช่คน เขาข้ามขั้นจุดไปนานแล้ว เอะอะก็จะยัดเยียดตัวเองเข้ามาในชีวิตฉันลูกเดียว เข้าใจนะว่าชายหญิงเวลาอยู่ด้วยกัน มันเป็นธรรมดาที่จะมีความต้องการเกิดขึ้นบ้าง แต่อย่างน้อยๆเขาก็ควรให้เกียรติ หรือทำตัวให้ฉันไว้วางใจมากกว่านี้ ไม่ใช่อะไรก็จ้องแต่จะขย้ำลูกเดียว ฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนนึง อยากมีใครสักคนที่เข้าใจและพร้อมจะรับฟัง ไม่ใช่เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่แบบเสือ  

 

     "เด็กดีของเสือ มานี่มา! ไม่เชื่อใจพี่เสือแล้วหรอครับ หืม!" หัวใจของฉันเหมือนขึ้ผึ้งลนไฟ พอเจอเข้ากับประโยคหวานๆเข้าหน่อยมันก็ละลาย

     พลั่ก!

     "อ๊ะ" แต่มันก็ช้าไป เมื่อเสืออาศัยจังหวะที่ฉันสับสนรีบพุ่งตัวเข้ามา ร่างสูงผลักฉันล้มตึงบนเตียง เขาแย่งโคมไฟไปจากมือ ก่อนจะเหวี่ยงมันลงพื้นจนแตกละเอียด และตอนนี้ฉันก็รู้ ว่าได้ไปกระตุกหนวดเสือเข้าซะแล้ว

 

      "มีสองทางเลือก อยากตายบนพื้นหรือตายบนเตียง!!"นั่นไง! เมื่อกี้มันก็แค่ภาพเสแสร้ง ที่หมอนี่แกล้งทำขึ้นมาเพื่อให้ฉันติดกับ

     โง่อีกแล้ว..ฉันพลาดท่าอีกแล้ว

     "ไม่เลือกซักที่ กรี๊ดดด..พูดกันดีๆไม่ได้หรอ!!" ฉันแวดกลับ ลนลานจนเป็นบ้า รีบหมุนตัวหลบแต่กลับไม่ทัน เมื่อเสือคว้าข้อเท้าได้ซะก่อน พร้อมกับกระตุกขาเต็มแรงเข้าหาตัวอีกครั้ง

 

     "ถ้าไม่เลือก งั้นฉันเลือกให้" 

     "อ๊ะ" เขาโผตัวตะครุบแถมแผดเสียงข่ม ต่อให้โวยวายจนเสียงแหบหมอนี่ก็ไม่สน ไม่รู้ว่าเสือไปหาเศษผ้ามาจากไหน เพราะไม่นานมือทั้งสองข้างของฉันก็ไร้อิสระ ถูกผูกมัดติดกับขอบหัวเตียง 

 

     "ในเมื่อเป็นเหมือนคู่อื่นไม่ได้ งั้นก็อย่าเป็นเหมือนใครเลย ฉันชอบความรุนแรงเธอก็ชอบ งั้นเราก็รักกันแบบนี้แหล่ะ สะใจดี"

     พรึ่บบ!

     "กรี๊ดด.." สิ้นคำพูด ความป่าเถื่อนครั้งใหญ่ก็บังเกิด เสือดันร่างให้ฉันนอนคว่ำ พร้อมกับกระชากชุดนอนจนหลุดลุ่ย และเพราะมันเป็นชุดสายเดี่ยว เพียงแค่ปลายนิ้วเกี่ยวมันก็หลุดไปกองอยู่ตรงสะโพกแล้ว 

 

     ไม่นานแผ่นหลังเปลือยเปล่าก็ถูกอวดโฉมแก่สายตา ชุดชั้นในที่เป็นปราการชิ้นสุดท้ายก็ไม่เหลือ เพราะมันถูกปลดไปตั้งแต่ยังไม่เข้าห้อง ดังนั้นตัวฉันจึงล่อนจ้อน เหลือเพียงแพตตี้ตัวน้อยที่ช่วยปกปิดช่วงล่างเอาไว้

 

     "ชอบมากใช่มั้ย ไอ้ความรุนแรงเนี่ย" เสือระเบิดอารมณ์

     "ฉันไม่ได้ชอบ ฮึก..ไม่ได้ชอบ" ได้แต่นอนสะอื้นตัวสั่น ใบหน้าอาบเหงื่อฝังลงบนหมอนตามแรงกดทับ เสือเบียดสะโพกแกร่งลงมา  มือข้างนึงยึดตรึงเส้นผมจนหน้าแหงนหงาย ก่อนที่ปากได้รูปจะตรงเข้ามากัดตรงหัวไหล่แบบเต็มแรง 

 

     เขากำลังทำโทษ! ทำโทษฉันผ่านสัมผัสหยาบกร้าน ไร้ความปรานี มีแต่ความโหดร้ายที่เป็นตัวควบคุม

     "อ๊ะ.."

     "ไม่ได้ชอบแล้วทำทำไม ใครเริ่มก่อนวะ" เสือโมโหจัด ทุกครั้งที่พูดร่างสูงจะกระแทกช่วงล่างบดคลึง เรื่องที่เกิดมันอาจผิดมาตั้งแต่ต้น ฉันอาจผิดที่อาละวาดผิดคน เพราะเมื่อฉันแรงไป เขาก็แรงกลับกว่าหลายเท่านัก

 

     "ก็นายมันเลว ไอ้คนขี้โกหก นายหลอกฉัน!" ฉันต่อว่าอย่างแค้นเคือง เบื่อตัวเองเหมือนกันที่ลองดีไม่เลิก แทนที่จะยอมจำนนเพื่อเอาตัวรอด กลับกลายเป็นพยศหนักกว่าเก่า 

 

     "ใครหลอก ก็พามาเที่ยวแล้วนี่ไง อยากไปสวรรค์ชั้นไหน หรือจะไปแบบเหมาทัวร์" เหมือนพูดคนละภาษา ความหมายของคำว่าเที่ยวของเรามันต่างกัน เที่ยวของฉันคือได้ออกไปข้างนอก แต่สำหรับเสือมันหมายถึงเรื่องพรรค์นั้น สมองหมาๆมีแต่เรื่องบนเตียง เรื่องสารเลว เรื่องต่ำตม

 

     "ถ้ากล้าทำก็เอาดิ! ฉันจะแจ้งความ จะให้ตำรวจมาลากคอแกเข้าคุก!" ฉันขึ้นเสียงใส่ ใครจะยอมให้เสือข่ม ถ้าเขากล้าฉันก็กล้าเหมือนกัน อยู่ด้วยกันแบบสงบสุขไม่ได้ งั้นก็ฆ่ากันให้ตายนี่แหล่ะ

 

     "เชิญ! อยากจับก็จับไปเลย แต่หลังจากที่ฉันเอาเธอจนเยินโน้นแหล่ะ!!"

     "กรี๊ดดดด..." พอฟังมาถึงประโยคนี้ฉันก็กรีดร้องราวคนบ้า ความกลัวจับไปถึงขั้วหัวใจ ลมหายติดขัดจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อเหลียวไปด้านหลัง แล้วเห็นมือเสือกำลังวุ่นวนกับการแกะห่อฟอยล์ถุงยางอนามัย หัวใจของฉันก็เหมือนหยุดเต้น 

 

     มันทำท่าจะหยุดทำงาน หรือต่อให้ทำ ก็ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว 

    อยากตาย..

     "หรือจะไม่ใส่ ดุ้นสดเลยมั้ย" เหมือนกำลังเล่นหนังโรคจิต คนนึงหวาดกลัวแทบบ้า แต่อีกคนกลับหัวเราะชอบใจซะจนลั่นห้อง เขาใช้ปากฉีกถุงฟอยล์จนขาด แต่แล้วก็เหมือนมีอะไรมาดลใจ เพราะเสือกลับโยนมันทิ้งซะงั้น 

 

     "เรามาเล่นเกมส์กันดีกว่า ถ้าเธอทนได้ ฉันจะปล่อย.." เสือเปลี่ยนท่าทีใหม่ ใบหน้าฉายแววสนุกสนานอย่างชัดเจน นิ้วเรียวยาวของเขาอยู่ไม่สุก มันแตะไต่ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของฉันอย่างช้าๆ

 

     "กะ..เกมส์อะไร" ฉันถามอย่างหวาดระแวง ถ้าพอจะมีทางรอดก็อยากจะลอง ไม่ใช่ไม่หาทางสู้ แต่ฉันสู้ไม่ได้จริงๆ บิดข้อมือก็แล้วอะไรก็แล้ว แต่มันก็ไม่มีท่าทีจะหลุดออกเลย ทำไปก็เหมือนหาเรื่องให้ตัวเองเจ็บตัวมากขึ้น จนเหมือนข้อมือจะขาดรอนๆ

 

     แต่ที่น่ารังเกียจที่สุดเห็นจะเป็นร่างกายบ้าๆนี่ ทั้งที่ปากปฏิเสธแทบตาย แต่ร่างกายกลับทรยศจนน่าใจหาย ทุกครั้งที่นิ้วของเขาลูบไล้หรือเคลื่อนผ่าน มันจะเสียววาบไปทั่วท้องน้อย บิดตัวจุกแน่น วูบวามราวกับมีผีเสื้อนับล้านกำลังโบยบิน

 

     พรึ่บ!

     "อื้อ.." ไม่มีคำตอบใดๆ มีแต่ร่างกายที่ทับลงมา ปากได้รูปประกบแน่นยึดครองลมหายใจของฉัน ปิดกั้นทุกอย่างจากโลกภายนอก พร้อมกับเหวี่ยงผ้าห่มสีขาวจนแผ่สยายปกคลุมร่างกายของเราสองคน มีเพียงเสียงอึกอักดังลอดจากด้านใน มันดังแบบนั้นอยู่สักพัก ก่อนที่เสียงทุ้มจะกระซิบเสียงหวาน

 

     "อย่าปฏิเสธอีกเลย ให้ฉันเป็นเจ้าของชีวิตเธอ แล้วสัญญา!ว่าจะทำเธอจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลก"

     "..." ความกลัวหายไปปริบทิ้ง มันตอบไม่ถูกจริงๆกับสิ่งที่ได้ยิน ใครก็ได้ช่วยมาควักก้อนเนื้อตรงหน้าอกข้างซ้ายไปที ฉันตื่นเต้นจนไม่ไหวแล้ว

     ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

    "คราวนี้ไม่เล่น จริงจังมาก ไม่อยากรู้ความรู้สึกของฉันหรอ" 

     "..." เสือพูดถูกจุด ใครบอกว่าไม่อยากรู้ มันอยากรู้จะตายชักว่าเขาคิดยังไงกับฉัน

 

     และใช่! ตอนนี้หน้าเสือมันไม่ได้ส่อแววเล่นเลย เขาจริงจังและพูดตรงประเด็น จนห้ามใจไม่ให้ลองดีไม่ได้ เราต่างสบตากันผ่านความมืดมิด สื่อสารบางอย่างผ่านความเงียบสงัด แต่แปลกที่สุดคือเสือดันเกาหัวตัวเองราวกับเขอะเขิน 

 

     แต่คงไม่ใช่หรอก! คนแบบเสือนะหรอจะเขินเป็น 

     "เธอกับฉัน เรามาลองดูมั้ย" มันเป็นคำพูดง่ายๆ ที่สื่อสารความหมายลึกซึ้ง ร่างกายตกในมนต์สะกด หลงใหลไปกับความแปลกใหม่ที่เสือหยิบยื่น ถูกมอมเมาจากคำพูดและสายตามุ่งมั่น จนสุดท้ายก็เผลอตกปากรับคำไปแบบเบลอๆ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ฉันแทบจะถูกเขาขืนใจอยู่แล้ว 

 

     "อื้อ.." ห้ามไม่ได้แล้ว มันอยากรู้อยากลอง ต่อให้รู้ว่าจะถูกแผดเผา และตอนนี้ฉันก็รู้แจ่มแจ้งแล้ว แล้วว่าผลตอบแทนของคำตอบในครั้งนี้มันคืออะไร

-CUT NC-

[อัพ 70%]

1คอมเม้นท์เท่ากับล้านกำลังใจนะจ๊ะ

#

#

#

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น