เตี๋ยหลาน

ไรท์เตอร์เตี๋ยหลานขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเจ้าค่ะ

9 ยามขออีกครั้ง

ชื่อตอน : 9 ยามขออีกครั้ง

คำค้น : Yaoi BL วาย วายจีน จีนโบราณ ท่านอ๋องวิปลาส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2560 14:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9 ยามขออีกครั้ง
แบบอักษร

 

ตอนที่ 9 ยามขออีกครั้ง

 

 

 

"นึกว่าเสียงลูกหมาที่ไหนร้องลั่นในวังหลวง ที่แท้ก็เจ้าหมาน้อยตัวนี้นี่เอง..."  

 

 

 

เฉินอวี่หลีลืมตาขึ้นทันทีที่ประโยคถ้อยคำถือดีนั้นจบลง ดวงเนตรกลมโตสุกใสไล่สายตาไปยังกำปั้นขององค์ชายสิบเอ็ดที่ชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนเลื่อนต่อไปยังสีหน้าแตกตื่นของพระเชษฐาและมือใหญ่ข้างหนึ่งดึงรั้งคอเสื้อเอาไว้

 

 

 

"เซียนปู้เซียว?"

 

 

 

 

"หึ!" ท่านแม่ทัพเซียนส่งเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่สบอารมณ์ เขาอาศัยเพียงแรงเล็กน้อยก็กระชากหลังคอเสื้อขององค์ชายสิบเอ็ดจนตัวปลิวออกจากร่างบางได้อย่างง่ายดาย แทบไม่ต่างอะไรไปจากการดึงเศษหญ้าออกจากชายแขนเสื้อ

 

 

 

"เจ็บไหมเจ้าหมาน้อย" เสียงทุ้มเอ่ยถาม ริมฝีปากเรียวแสยะยิ้มเย็นชาหากดวงตากลับอบอุ่น แม้แต่มือหนาที่มีปุ่มไตเเข็งเพราะกุมดาบจับอาวุธฟาดฟันกร่ำศึกมานานหลายปียังประคองร่างน้อยขึ้นจากพื้นหญ้านุ่มอย่างอ่อนโยนและเบามือ

 

 

 

"ท่านแม่ทัพเซียน" โม่หลางทอดมองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าตกตะลึงและฉงนใจ 

 

 

 

 

"องค์ชายสิบเอ็ด อันธพาลกับสุภาพชนนั้นต่างกันที่การกระทำ ผู้ที่เรียกตนว่าเป็นสุภาพชนนั้นย่อมไม่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า" เซียนปู้เซียวเอ่ยด้วยถ้อยคำราบเรียบยากคาดเดาอารมณ์ หากสายตาดุดันกลับสาดรังสีอำมหิตมององค์ชายสิบเอ็ดจนร่างนั้นสั่นสะท้านด้วยความกริ่งเกรง 

 

 

 

ร่างสูงสง่าย่างสามขุมคืบคลานเข้าไปหาโม่หลาง มือหนึ่งกุมด้ามกระบี่แล้วดึงมันออกจากฝัก ทุกการกระทำเป็นไปอย่างเชื่องช้าและเต็มไปด้วยท่าทีคุกคาม

 

 

กระบี่อ่อนสะท้อนแสงแดดจนด้านคมเกิดประกายแสง องค์ชายสิบเอ็ดจ้องแสงพราวระยับนั้นด้วยใบหน้าที่เผือดซีดยิ่งกว่ากระดาษขาว สองเท้าพลั้งเผลอก้าวถอยหลังไปอย่างไม่รู้ตัว

 

 

 

"เดี๋ยว เจ้าคิดจะฆ่าคนหรือไง!" เฉินอวี่หลีรีบคว้าแขนแกร่งของเซียนปู้เซียวเอาไว้มั่น ถึงจะไม่ชอบใจศัตรูคู่ปรปักษ์ตรงหน้าสักแค่ไหน แต่อย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นพระเชษฐาของเขา 

 

 

 

แต่ถ้าหากจะฆ่าพี่น้องผู้นี้ทิ้งจริงๆ ก็ขอฆ่าปาดคอกะซวกพุงลับหลังเขาก็แล้วกัน...เพราะเฉินอวี่หลีไม่ใคร่พิสมัยจะเห็นตับไตไส้เครื่องในใครเท่าไหร่นัก แค่เห็นศพคนในวังหามผ่านหน้าตำหนักสงบฟ้าไปออกประตูผีก็ทำเอากลืนข้าวฝืดคอไปสามวันเต็ม

 

 

 

"ข้าดูเหมือนเป็นคนเช่นนั้นหรือ" ดวงหน้าหล่อเหลาคร้ามเข้มหันมาหาร่างน้อยที่เกาะกุมแขนตนเอาไว้ ดวงตาคมกริบจ้องประสานดวงเนตรคู่งามนั้นอย่างลึกล้ำ

 

 

 

"เอ่อ...ไม่อยากบอกว่าท่าทางของเจ้ามันชวนให้ผู้อื่นเข้าใจผิดยิ่ง"

 

 

 

ใครกันนะที่เอ่ยว่า...

 'อันธพาลกับสุภาพชนนั้นต่างกันที่การกระทำ ผู้ที่เรียกตนว่าเป็นสุภาพชนนั้นย่อมไม่รังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า'

 
 
 

แต่ไอ้หน้าตาถมึนทึงดุดัน เรือนกายแผ่รังสีอำมหิต มือหนึ่งชักกระบี่ สองเท้ารุกดาหน้าเข้าไปไม่หยุดยั้ง...ท่าทีเช่นนี้มันยิ่งกว่ามหาคนโคตรอันธพาลเสียอีก แล้วจะไม่ให้ผู้อื่นเข้าใจผิดจนขวัญหนีดีฝ่อไปได้อย่างไรกัน

 

 

 

'กริบ!' กระบี่เล่มบางถูกเก็บเข้าฝักอย่างว่าง่าย ฝ่ามือที่ว่างเปล่าแปรเปลี่ยนมารั้งร่างบางเข้าแนบชิด ดวงหน้าของทั้งสองห่างกันเพียงแค่ปลายจมูกกั้นขวาง ลมหายใจแทบประสานเป็นหนึ่งเดียว 

 

 

เซียนปู้เซียวสูดดมกลิ่นหอมของดอกบ๊วยและกลิ่นหอมอ่อนหวานจากร่างของคนในอ้อมแขน แล้วกระซิบเร็วๆ โดยไม่สนใจว่าจะมีสายตาเบิกโพลนของโม่หลางจ้องมองมาที่พวกเขาอย่างตื่นตะลึง

 

 

 

"หึ! ครั้งนี้ถือว่าข้าช่วยเจ้าเอาไว้สักครั้งก็แล้วกัน อย่าลืมตอบแทนข้าด้วยล่ะ" เรียวนิ้วชี้ข้างหนึ่งเชยคางมนของคนแนบกายขึ้นสบสายตา มือที่โอบเอวบางร่างน้อยกระชับให้แนบแน่นยิ่งขึ้น บีบบังคับไม่ให้ 'เจ้าหมาน้อย' ได้มีโอกาสผละหนี

 

 

 

"อะไรนะ?" เฉินอวี่หลีถามซ้ำอีกครั้ง 

 

 

 

ให้ตอบแทนน่ะหรือ? แม้แต่ขอร้องให้ช่วยเหลือเขายังไม่ได้คิดเลยแม้แต่นิดเดียว เป็นเซียนปู้เซียวต่างหากที่สอดมือเข้ามายุ่งเรื่องชาวบ้านด้วยตัวเอง แล้วยังจะเรียกร้องค่าตอบแทนอะไรอีกเล่า!

 

 

 

"ข้าขออีกสักครั้ง..." เสียงห้าวทุ้มกดต่ำเอ่ยเบาเสียยิ่งกว่าเสียงยุงกระพือปีก

 

 

 

หือ?  เฉินอวี่หลีเลิกคิวเป็นเชิงถาม เมื่อครู่นี้เหมือนอีกฝ่ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เขาได้ยินไม่ชัด

 

 

 

"จูบข้า...อีกครั้ง" ดวงหน้าคมคร้ามเข้มขึ้นสีเรื่อบางๆ จนแทบไม่อาจสังเกตเห็น ก่อนจะซ่อนรอยขัดเขินด้วยสีหน้าดุดันเหี้ยมระคนเย็นชา ที่ฉาบทับเข้ามาบดบังอย่างรวดเร็ว

 

 

 

"ไม่!" เฉินอวี่หลีปฏิเสธเสียงหลงทันทีโดยแทบไม่ทันคิด ดวงเนตรคู่งามเบิกกว้าง สองมือดันร่างตัวเองออกจากการกักขังของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นผู่โจว

 

 

 

"หลังจากวันนั้นที่เจ้าจูบข้า...ข้าก็ยากจะตัดใจลืมเจ้าได้อีก" เซียนปู้เซียวกระซิบ 

 

 

 

จูบเดียวสยบใจ! 

 

 

เฉินอวี่หลีแทบไม่อยากเชื่อความคิดตัวเอง...เพียงแค่จูบเดียวที่กระทำลงไปเพราะหาทางเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขัน กลับกลายเป็นว่าไปสร้างเสน่หาให้บุรุษมาลุ่มหลง

 

 

 

นี่เขายังสติวิปลาสไม่พอ หรือเพราะแม่ทัพปีศาจบ้าไปแล้วกันแน่! เหตุการณ์ทุกอย่างถึงได้กลับตาลปัตรไปเป็นแบบนี้

 

 

 

"ข้าเข้าวังมาหาเจ้าก็เพื่อแวะเอากำยานดอกโบตั๋นมาให้ หากเจ้าไม่อยากจูบข้าก็ไม่เป็นไร เลี้ยงสุราตอบแทนข้าก็แล้วกัน" เซียนปู้เซียวเอ่ยรัวเร็วปานประหนึ่งรีบร้อนจะลาจาก มือหนึ่งควานหาของในอกเสื้อก่อนหยิบกล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีขนาดเล็กกว่าตำราหนึ่งเล่มยัดใส่มือขององค์ชายสิบสอง 

 

 

 

"ข้าจะอยู่ที่เมืองหลวงอีกสามวัน เจ้ามาพบข้าได้ที่โรงเตี๊ยมร้อยคืนวสันต์พันวารี"

 

 

"แต่ข้า..." เฉินอวี่หลีไม่ทันได้เอ่ยปฏิเสธก็ถูกคนร่างสูงพูดตัดความขึ้นมาก่อน

 

 

 

"ข้าชอบสุราน้ำค้างกลีบท้อแดง เจ้าชอบขนมอะไร"

 

 

 

"ขนมถั่วตัด แต่ข้าขอปะ..." เฉินอวี่หลีพูดไม่ทันจบก็ถูกพูดตัดขึ้นมาเป็นรอบที่สอง

 

 

 

"ข้าไปล่ะ" เพียงแค่เอ่ยบอกไปสั้นๆ เเม่ทัพผู้น่าเกรงขามก็หันหลังเดินจากลาอย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธ

 

 

 

 

"เดี๋ยว!" เฉินอวี่หลีเรียกอีกฝ่ายเอาไว้อีกครั้ง อย่างไรซะ เขาต้องรีบบอกปัดคำขอของอีกฝ่ายให้ได้ และโชคดีที่คนผู้นั้นหยุดชะงักแล้วหันร่างกลับมาหา 

 

 

 

"อ้อ อีกอย่างหนึ่ง" เซียนปู้เซียวแสยะยิ้มเย็นชาในแบบที่ชอบทำจนติดเป็นนิสัย "เจ้าลืมแสดงละครในฐานะคนบ้า"

 

 

 

"ข้าจะรอเจ้าที่โรงเตี๊ยมแค่สามวันเท่านั้น เจ้าอย่าลืมล่ะ"

 

 

 

"อ่า..."

 

 

 

"ดี! แล้วพบกับ" ร่างสูงสง่าเดินจากไปอย่างรวดเร็วด้วยฝีเท้าเงียบกริบเช่นเดียวกับยามมาเยือน

 

 

 

"เฉินอวี่หลี เจ้าจูบกับบุรุษหรือ เจ้าเป็นคนของแม่ทัพเซียนไปแล้ว แล้ว...แล้วเจ้าไม่ได้เป็นบ้าหรือ!" โม่หลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าสับสนยิ่ง ท่าทางราวก็บถูกเหตุการณ์เมื่อครู่นี้โจมตีจนสติฟั่นเฟือนไปเรียบร้อย 

 

 

 

"เฮอะ!" เฉินอวี่หลีจึงได้ถลึงตาใส่พระเชษฐาผู้นี้อย่างดุร้ายเป็นการระบายอารมณ์โมโหใส่อีกฝ่าย 

 

 

 

ถุ๊ย! สวรรค์จัญไร เขาเผลอลืมตัว ลืมแสดงบทคนสติวิปลาสไปจนได้....

 

 

ไม่ซิ...เขาจะไปตอบรับคำพูดของอีกฝ่ายทำไมกัน!

 

 
 
 
 
 
#
 
 
ขอบคุณสำหรับคำชีแนะ แก้ไขคำผิด และการติดตาม
โปรดรออ่านตอนต่อไปอย่างใจเย็นนะเจ้าคะ
ไรท์จะพยายามรีบกลับมาปั่นต่อ
ขอบพระคุณเจ้าค่ะ
 
เตี๋ยหลาน
16/1/2560
 
 
แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}