น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 7 : ออกโรง (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 : ออกโรง (2/2)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 594

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2560 01:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 : ออกโรง (2/2)
แบบอักษร

เอกกุลเดินทางไปพบหลุยส์กับปีเตอร์เพื่อเดินทางไปยังเมืองมิดเดิ้ลส์เบรอ โดยทั้งหมดตรงไปยังแหล่งผลิตและโรงงานถลุงเหล็กเพื่อเริ่มต้นพูดคุยธุรกิจและการลงทุนตั้งโรงงานผลิตเหล็กอย่างจริงจังจนปีเตอร์เอ่ยถามอย่างสงสัย

“ทำไมจู่ๆคุณถึงรีบร้อนดำเนินการเรื่องนี้จังครับคุณเอก ตอนแรกผมนึกว่าคุณจะอยู่ที่นี่ถึงเดือนหน้าเสียอีก”

“ผมตั้งใจว่าจะกลับเมืองไทยวันมะรืนนี้แล้วครับ ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่นานมากไปกว่านี้”

ชายหนุ่มเอ่ยตอบสองพี่น้องแห่งโอลเชสเตอร์ด้วยน้ำเสียงเจือเศร้าจนอีกฝ่ายสังเกตได้ โดยเฉพาะปีเตอร์ที่แทบอยากจะลากตัวเอกกุลไปคุยตามลำพัง ... หรือว่าเพื่อนรุ่นน้องเขาคนนี้จะทะเลาะกับแคทเธอรีนถึงได้จะรีบกลับเมืองไทยทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ก็ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะถูกตาต้องใจกันอยู่ไม่น้อย

“ผมว่าการลงทุนที่สูงขนาดนี้เราไม่ควรรีบร้อนนะครับคุณเอกกุล ถ้าคุณเอกกุลเบื่อ ผมอาสาเป็นเจ้าบ้านที่ดีรับรองคุณเอกกุลเองนะครับ”

หลุยส์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นท่าที่ที่ผิดสังเกตทั้งพี่ชายของตนและหุ้นส่วนธุรกิจคนใหม่ หากเอกกุลยังคงส่ายหน้าพลางยืนยันอย่างเด็ดเดี่ยว

“ผมจะอยู่ทำธุระทั้งหมดถึงแค่วันมะรืนนี้เท่านั้นครับแล้วจะกลับเมืองไทยเลย ถ้าหากเรื่องทางนี้ยังไม่ลงตัวจริงๆ ผมจะให้คุณทิวามาจัดการอีกครั้ง”

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับคุณเอก คุณเอกมีปัญหาอะไรกับยัยแคทหรือเปล่าครับ”

ปีเตอร์ตัดสินใจโพล่งถามออกมาอย่างอดรนทนไม่ได้ในที่สุด และคนที่หูผึ่งรอฟังก็คือหลุยส์ที่รู้อยู่แล้วว่าเกิดเหตุอะไรขึ้นที่สำนักงานใหญ่และแคทเธอรีนขณะนี้ แต่ก็ยังคงปิดปากเงียบและเลือกที่จะรอฟังสิ่งที่เอกกุลจะเอ่ยเช่นกัน

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละครับคุณปีเตอร์ ผมแค่เป็นห่วงงานที่เมืองไทยน่ะครับทิ้งมาหลายวันแล้ว ผมว่าเราเข้าเมืองไปดูเส้นทางโลจิสติกส์ก็ดีนะครับ”

เอกกุลเอ่ยเปลี่ยนเรื่องเพื่อเป็นการตัดบทสนทนาที่เขาไม่อยากจะเอ่ยถึงให้หัวใจต้องบอบช้ำมากไปกว่าเดิม จนปีเตอร์และหลุยส์ต้องยอมตามน้ำไปกับอีกฝ่ายและยอมไปทำข้อตกลงทางธุรกิจตามที่อีกฝ่ายร้องขออย่างเสียไม่ได้

.....................................................

 

“ฉันไม่ยอมรับทายาทคนอื่นนอกจากแคทเธอรีนเหมือนกัน” เสียงแหบดุดันของนายจอห์นเอ่ยกับแอนนาอย่างหัวเสีย  เมื่ออีกฝ่ายยืนยันความต้องการว่าต้องการให้ เปลี่ยนตัวเจ้าสาวเป็นแองเจลิน่า โอลเชสเตอร์

“ฉันคิดว่าแองจี้ก็เหมาะสมกับโทมัสไม่แพ้แคทเธอรีน ฉันว่าคุณควรจะให้โอกาสกับทายาทของโอลเชสเตอร์ทั้งสองคนเท่าๆกัน”

“พวกเราตกลงกันเรียบร้อยแล้ว และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น”

บุรุษชราเอ่ยย้ำอีกครั้งพลางจ้องไปยังแอนนาอย่างท้าทาย หากหญิงอมโรคที่เคยสูญเสียมาแล้วเกือบทุกอย่างในชีวิต กลับเข้มแข็งขึ้นมาได้อย่างประหลาดเมื่อเธอต้องต่อสู้เพื่อที่จะสมความปรารถนาสุดท้ายของตนเองที่รอคอยมาเป็นสิบปี

“แม้ว่าฉันจะยกสมบัติทุกอย่างที่เคยเป็นของหลุยส์ให้กับแองจี้อย่างนั้นหรือคะ”

“หมายความว่ายังไงแอนนา...” คราวนี้นายเดวิดเป็นฝ่ายท้วงขึ้นบ้าง จู่ๆหลานของเขาก็จะยกสมบัติคืนให้อีกฝ่ายง่ายๆแบบนี้ได้อย่างไร

“ถ้าแองจี้อายุครบ 20 ปี ฉันจะยกทรัพย์สินที่ฉันได้จากหลุยส์มาคืนให้กับแองจี้ แต่มีข้อแม้เดียวว่า แองจี้ต้องแต่งงานกับโทมัส!

คราวนี้ผู้อาวุโสฝั่งโอลเชสเตอร์กลับเป็นฝ่ายครุ่นคิด ถ้าหากว่าแอนนาจะทำตามที่รับปากจริง ก็นับว่าเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก ถึงอย่างไรถ้าได้กลับคืนมาบ้างก็จะทำให้โอลเชสเตอร์มีบทบาทในโอวีกรุ๊ปมากกว่านี้

“แต่เรื่องที่โทมัสกับแคทเธอรีนจะแต่งงานกันใครๆเขาก็รู้กันทั่วแล้ว จู่ๆจะให้มีการเปลี่ยนแปลงก็คงเป็นไปไม่ได้”

นายเดวิดพยายามอย่างยิ่งที่จะคัดค้านพลางจ้องไปยังแอนนาอย่างไม่พอใจ แม่นี่คงจะป่วยเป็นโรคประสาทอีกอย่างหนึ่งแน่ๆถึงคิดจะยกสมบัติที่ได้มาคืนให้ลูกสาวของสามีเก่า ...แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะยอมให้อีกฝ่ายได้ไปแล้วโวลฟอร์ดต้องเสียประโยชน์ด้วยเล่า

“ได้สิคะ เรื่องโทมัสกับแคทเธอรีนรู้กันแค่ภายใน ยังไม่มีหนังสือพิมพ์หรือนักข่าวเอาเรื่องของทั้งคู่ไปป่าวประกาศจนทั่วยุโรปเสียที่ไหน”

“ไม่ได้ ฉันไม่ยอม ยัยแคทเหมาะสมกับโทมัสที่สุด และฉันเองก็เห็นด้วยกับคุณลุงเดวิด แองเจลิน่าไม่สามารถเทียบกับแคทเธอรีนลูกสาวของฉันได้ ต่อให้มีสมบัติพ่วงท้ายแต่ถ้าต่อไปโอวีกรุ๊ปต้องตกอยู่ในมือของแองจี้ พวกคุณจะวางใจอย่างนั้นหรือเดวิด จอห์น เรื่องนี้มันไม่ควรสรุปจบแค่ความเห็นของพวกเราแต่มันเป็นอนาคตของโอวีกรุ๊ปด้วย ฉันเสนอให้กรรมการบริษัททุกคนโหวต!”

นางเทเรซ่าเอ่ยขึ้นอย่างค้านหัวชนฝา เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาชุบมือเปิบผลประโยชน์มหาศาลให้หายวับไปต่อหน้าต่อตาแน่

“ชีวิตคู่ของผมไม่ใช่ การเลือกตั้ง ส.ส. นะครับ ผมต่างหากที่มีสิทธิ์ที่จะเลือกคนรักของผมไม่ใช่เหรอ ผู้หญิงที่จะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ผมควรต้องเป็นคนเลือก ไม่ใช่ให้คนอื่นมาเลือกแล้วสุดท้ายคนที่ต้องทนทรมานก็คือผมที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักเลย!

โทมัสโพล่งขึ้นมาบ้างอย่างเหลืออด เพราะดูเหมือนกับว่าทุกคนในห้องนี้ไม่มีใครสักคนเลยที่จะสนใจความรู้สึกของเขาหรือแม้กระทั่งแคทเธอรีน

“เอาละ เพื่อเป็นการสร้างความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย เราจะชะลอเรื่องแต่งงานของโทมัสเอาไว้ก่อน ถ้าหากแองจี้อายุครบ 20 ปี และเธอสามารถเรียนจบและทำผลงานที่ยอดเยี่ยมได้ไม่แพ้แคทเธอรีน เราจะยอมกลับมาพิจารณาเรื่องนี้กันอีกครั้ง คุณเห็นด้วยกับผมใช่ไหมเดวิด”

นายจอห์นเอ่ยขึ้นพลางหันไปถามบุรุษชราอีกผู้หนึ่งที่ยืนทำหน้าไม่พอใจอยู่ข้างๆ หากนางเทเรซ่ายังคงยืนกรานปฏิเสธเช่นเดิม

“ฉันไม่เห็นด้วย! แคทเธอรีนไม่ควรถูกหมิ่นเกียรติแบบนี้ ลุงปล่อยให้แอนนากับโทมัสทำเหมือนพวกเราสองแม่ลูกไร้ศักดิ์ศรีมากเกินไปแล้วนะคะเดวิด”

“ฉันจะให้แคทเธอรีนเข้ามาเป็นผู้ช่วยฉันระหว่างนี้ และหวังว่าเธอคงจะรอเงียบๆได้สักทีนะเทเรซ่า”

เดวิดเอ่ยปรามอีกฝ่ายเสียงเข้ม พลางหันไปมองสบตาแคทเธอรีนที่นิ่งเงียบมาตลอด หญิงสาวก้าวขายาวๆมาตรงหน้าผู้สูงวัยก่อนจะเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

“ดิฉันยินดีรับข้อตกลงทั้งหมดนี้ค่ะ และยินดีที่จะได้ร่วมงานในฐานะผู้ช่วยกรรมการบริหารสูงสุดของโอวีกรุ๊ปค่ะ”

.....................................................................

 

นางเทเรซ่าปราดเข้ามากระชากแขนลูกสาวอย่างแรงทันทีที่เดินทั้งคู่เดินออกมายังลานจอดรถ แคทเธอรีนนิ่วหน้าพลางเม้มปากแน่นอย่างพยายามอดทนอดกลั้นเมื่อมารดาพรั่งพรูคำต่อว่าที่รุนแรงออกมาอย่างไม่คิดจะเห็นใจเธอ

“แกบ้าไปแล้วหรือไงแคท ทำไมถึงไปยอมไอ้แก่สองคนนั่นง่ายๆ แกไม่รู้หรือไงว่าไอ้จอห์นมันอยากได้สมบัติของตระกูลคืนจนตัวสั่น ถึงขนาดยอมกลืนน้ำลายตัวเองที่จะไม่ยอมรับนังเด็กลูกครึ่งนั่น”

“แม่ก็เห็นว่าแอนนากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อยกเลิกการแต่งงาน แล้วเรามีอะไรไปสู้เขาได้อย่างนั้นเหรอคะ สู้ให้หนูทำงานกับเดวิด ไต่เต้าตัวเองจนมีตำแหน่งมีบทบาทในโอวีกรุ๊ปก่อนไม่ดีกว่าหรือคะ กว่าที่แองจี้จะเรียนจบตอนนั้นก็คงไม่มีใครเลือกเด็กกะโปโลมากกว่าผู้บริหารอย่างหนู”

แคทเธอรีนเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดในขณะที่พยายามแกะมือมารดาที่บีบแขนเธอแน่นจนเจ็บ

“แล้วแกคิดว่านังแอนนามันจะอยู่เฉยๆรอให้แองจี้เรียนจบหรือไง นังอสรพิษนั่นไม่รู้เห็นดีเห็นงามอะไรกับนังเด็กนั่นนักหนาก็ไม่รู้ นี่ถ้ามันได้สมบัติจากแอนนาคืนไปจริงๆ ต่อให้แกได้เป็นผู้บริหาร แต่ไอ้จอห์นมันก็จะเลือกสมบัติ”

“แต่เดวิดก็จะเลือกเรายังไงคะ ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ โทมัสก็ไม่มีสิทธิ์จะปฏิเสธอะไรได้ถ้าสุดท้ายแล้ว การแต่งงานจะต้องถูกบรรจุเข้าไปในวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัท แล้วแม่คิดว่าจะมีใครโหวตให้แองจี้มากกว่าหนูอย่างนั้นเหรอคะ”

แคทเธอรีนเอ่ยขึ้นอย่างต้องการประชดประชันมารดา หากนางเทเรซ่ากลับยอมคลายมือที่บีบแน่นนั้นลงก่อนจะเปลี่ยนท่าทีทันควัน

“จริงด้วย ....ลูกของแม่รอบคอบจริงๆ เอาเถอะอยู่ทางนี้แม่จะคอยช่วยเหลือลูกเองนะแคท ถึงยังไงตอนนี้โทมัสก็ต้องย้ายไปประจำเมืองไทยแล้ว พวกเราต้องฉวยโอกาสนี้จัดการนังแอนนากับนังเด็กแองจี้นั่นให้เด็ดขาด”

แคทเธอรีนมองมารดาที่กระหยิ่มยิ้มย่องอย่างเจ็บปวดใจก่อนที่จะก้าวขึ้นรถของมารดาไปเงียบๆ พลางพยายามกล้ำกลืนก้อนแข็งๆที่แล่นขึ้นมาจุกที่คออย่างยากลำบาก ...แม่มักจะทำดีกับเธอเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วเท่านั้น นอกจากนั้นแล้วนางเทเรซ่าไม่เคยจะใส่ใจหรือแม้แต่จะทำเพื่อเธอเหมือนอย่างที่แอนนาสู้เพื่อแองจี้เลยด้วยซ้ำ

 

............................................

 

“แอนนา... ขอบคุณพี่มากที่มาช่วยออกหน้าให้ผมในวันนี้”

โทมัสเอ่ยกับพี่สาวในขณะที่อีกฝ่ายตามมาส่งถึงสนามบินฮีทโธรว์ ชายหนุ่มถอนหายใจพลางก้มลงไปกอดร่างแบบบางของพี่สาวเอาไว้พลางเอ่ยกระซิบเสียงเศร้าซึม

“ผมเองก็ไม่รู้ว่าแองจี้จะเข้าใจเรื่องทั้งหมดนี่มากน้อยแค่ไหน แต่ผมก็ได้แต่หวังว่าพอแกโตขึ้นแล้ว แกจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามอธิบายให้แกฟังมาตลอด”

“ตอนนี้แองจี้ยังเด็กมากเกินไป เธอไม่ควรจะไปคาดคั้นเอากับแกนะทอม”

“ระหว่างที่ผมไปเมืองไทย ฝากพี่ดูแองจี้ให้ผมด้วย ผมจะพยายามบินกลับมาเยี่ยมพี่บ่อยๆ”

“อย่าเป็นห่วงทางนี้เลย พี่เองรักแองจี้มากกว่าเธอแน่ๆล่ะทอม ไม่ว่ายังไงพี่จะไม่ยอมเสียแองจี้ไปอีกแล้ว ถ้าแองจี้เรียนจบเมื่อไหร่พี่จะทำทุกอย่างเพื่อให้แองจี้กลายมาเป็นครอบครัวของเราอย่างสมบูรณ์ให้ได้”

แอนนาเอ่ยอย่างหนักแน่นกับร่างสูงที่ยังคงกอดเธอเอาไว้อย่างต้องการคนปลอบใจ โทมัสคลายอ้อมแขนพลางจูบแก้มลาพี่สาวอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะตัดใจเดินเข้าเกทไป  หวังว่าระหว่างที่เขาไปอยู่เมืองไทย 5 ปีนี้ อะไรๆคงจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากกว่าแย่ลงกว่าเดิม!

 

.............................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น