น้ำมิ้ม

ความรักต่างวัยท่ามกลางความไม่เห็นด้วยจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย #นิยายเรื่องนี้ไม่หวานนะคะ ขมจัดเป็นอย่างมาก ไรท์เตอร์ขอเตือนด้วยความหวังดี ^^ แต่สายดราม่าห้ามพลาดเด็ดขาด ครบรสสุดๆค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาจนถึงเรื่องนี้นะคะ และหวังว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกันไปนานๆ >< รักคนอ่าน #น้ำมิ้มคนเดิม

ตอนที่ 6 : คนแพ้ไม่มีน้ำตา (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 : คนแพ้ไม่มีน้ำตา (2/2)

คำค้น : ภาคต่อ , ทวิกมล , แองจี้ , โทมัส , เอกกุล , Precious , แก้แค้น , เลี้ยงต้อย , กินเด็ก , ลูกครึ่ง , หล่อรวย , ใจดี , NC

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 561

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2560 02:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 : คนแพ้ไม่มีน้ำตา (2/2)
แบบอักษร

“ทำไมจู่ๆหนูถึงถูกจับแต่งงานแบบนี้คะแม่”

แคทเธอรีนหันกลับมาถามมารดาหลังจากที่เข้ามายังห้องพักเรียบร้อยแล้ว หากนางเทเรซ่ากลับทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาหนังพลางเอ่ยกับลูกสาวหน้าบาน

“มันก็เหมือนตอนที่แม่แต่งกับปีเตอร์นั่นแหละ ผู้ใหญ่ของทั้งสองครอบครัวตกลงทางธุรกิจกันได้ ลูกมีหน้าที่แค่แต่งงานเท่านั้นแหละแคท ถ้าโทมัสรักลูกมันก็ถือว่าเป็นโชคดียิ่งกว่าถูกหวย แต่ถ้าไม่ลูกต้องพยายามผูกมัดเขาเอาไว้ให้ได้มากที่สุด”

“แม่คะ เรื่องแต่งงานมันไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจอย่างเดียวนะคะ แล้วชีวิตของหนูล่ะ หนูไม่มีโอกาสที่จะได้อยู่กับคนที่หนูรักเพราะแค่คำสั่งของคุณปู่เดวิดอย่างนั้นหรือคะ”

“แคทเธอรีน! หยุดเพ้อเจ้อเรื่องความรักได้แล้ว มันไม่เคยมีอยู่จริง! เงินเท่านั้นที่จะสามารถทำให้แกมีชีวิตรอดได้ ไม่ใช่ความรักที่ไร้ตัวตน”

นางเทเรซ่าเอ่ยตวาดเสียงสั่น ก่อนที่จะลุกขึ้นมาจับแขนลูกสาวคนเดียวของตนเองไว้แน่นจนแคทเธอรีนนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

“จำเอาไว้แคทเธอรีน ไม่ว่ายังไงแกก็ต้องแต่งงานกับโทมัส นังแอนนามันได้สมบัติจากหลุยส์มาตั้งเท่าไหร่ สุดท้ายสมบัตินั้นมั่นจะไปให้ใครได้นอกจากน้องชายของมัน และแกก็จะต้องได้ทั้งหมดนั่นในฐานะเมียของโทมัส!

“แต่หนูไม่ต้องการ หนูแค่อยากเข้าไปทำงานในโอวีกรุ๊ป หนูอยากขึ้นเป็นบอร์ดบริหารของที่บริษัทด้วยความสามารถของหนู ไม่ใช่ในฐานะเมียของโทมัส!”

เพี๊ยะ!!! ....เสียงฝ่ามือที่กระทบแก้มเนียนของหญิงสาวพร้อมๆกับที่ใบหน้าของแคทเธอรีนมีรอยแดงเป็นปื้นให้เห็นชัดเจน นางเทเรซ่าเงื้อมือตบสุดแรงก่อนที่จะตวาดใส่ลูกสาวเสียงลั่น

“ฉันเลี้ยงแกมาเพื่อให้แกตอบแทนฉัน  อย่างน้อยแกก็ควรจะต้องรักและตามใจฉันในฐานะที่ฉันเป็นแม่ และไม่ได้ทิ้งแกไปเหมือนปีเตอร์พ่อของแก!

“แม่เลิกพูดแบบนี้กับหนูสักทีเถอะค่ะ ตอนนี้หนูโตแล้วไม่ใช่เด็กผู้หญิงที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อีกต่อไป หนูจะไม่แต่งงานกับโทมัส!

“ถ้าอย่างนั้นแกก็เลิกหวังที่จะเข้าไปทำงานที่โอวีกรุ๊ปได้เลย เพราะถ้าแกปฏิเสธการแต่งงาน แกคิดเหรอว่าคุณปู่เดวิด กับไอ้แก่จอห์นจะยอมให้แกก้าวเข้าไปเผยอหน้าในบริษัทนั้น ...จำใส่หัวแกไว้เสียบ้างแคท ว่า เดวิด โวลฟอร์ด กับ จอห์น โอลเชสเตอร์ คือ บอร์ดบริหารสูงสุดของโอวีกรุ๊ป!

นางเทเรซ่าเอ่ยตะคอกใส่วงหน้าเรียวที่บัดนี้หม่นหมองซีดเซียวหากไม่มีแม้น้ำตาสักหยด ...แคทเธอรีนเจ็บจนไม่รู้จะเจ็บอย่างไรแล้วกับสภาพคนที่ไร้ทางไปอย่างเธอ ตอนเด็กๆเธอไม่สามารถหนีไปไหนได้เพราะอ่อนแอเกินไป ได้แต่ยอมทนอยู่ที่คอนแวนต์และไม่ยอมกลับบ้านไปหานางเทเรซ่าที่วุ่นวายอยู่กับสามีใหม่อย่างนายแอนเดอร์สัน และลูกติดผู้ชายของเขา

ครั้นพอเรียนจบตั้งใจจะยืนด้วยลำแข้งตัวเอง แต่สุดท้ายครอบครัวที่ไม่เคยเหลียวแลเธอเลย ก็กลับจะมาใช้อำนาจบีบบังคับให้เธอทำตามอย่างที่พวกเขาต้องการ

“แล้วทำไมต้องเป็นหนูคะ ทายาทของโอลเชสเตอร์ก็มีอีก แองจี้ไงคะ ลูกของคุณอาหลุยส์”

“แกนี่โง่จริงๆ ทำไมถึงจะยอมให้คนอื่นชุบมือเปิบไป แกคิดดูว่าอะไรที่รอแกอยู่บ้าง บริษัทโอวีกรุ๊ป แล้วยังสมบัติเก่าแก่ของทั้งสองตระกูล แกจะให้แองจี้ได้ไปหรือยังไง?  คิดให้ดีๆนะแคทเธอรีน ทุกสิ่งทุกอย่างที่แกจะได้มาหลังจากแต่งงานกับโทมัส จะทำให้แกอยู่เหนือทุกคนที่เคยดูถูกพวกเรามาตลอด แกจำไม่ได้แล้วหรือไงที่ญาติๆของเราเคยเหยียดหยามเราเอาไว้อย่างไรบ้าง แกไม่แค้นใจบ้างเลยเหรอแคท”

นางเทเรซ่าเปลี่ยนเป็นใช้ไม้อ่อนค่อยตะล่อมลูกสาวดูบ้าง คนเป็นแม่ถึงอย่างไรก็ยังพอรู้จักนิสัยของลูกสาวตัวเองอยู่บ้าง และเธอเองก็ไม่พลาดที่จะจับเอาจุดอ่อนของแคทเธอรีนมาเป็นเครื่องมือ

“แกไม่อยากไปหยามน้ำหน้าพ่อของแกบ้างหรือ จอห์นกับเดวิดกำลังมองหาทายาทจากทั้งสองตระกูลมารับช่วงต่อ ถ้าแกแต่งงานกับโทมัส สมบัติทุกชิ้นของตระกูลโอลเชสเตอร์แกจะเป็นคนรับช่วงต่อมาทั้งหมด มันจะไม่สะใจเหรอถ้าพ่อแกจะรู้สึกเสียใจที่ทิ้งพวกเราเอาไว้ที่นี่แล้วก็หนีไปเมืองไทย”

“หนูตัดขาดกับปีเตอร์ไปแล้วค่ะ พวกเราไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องอะไรกันอีก”

แคทเธอรีนเอ่ยคอแข็ง หากนางเทเรซ่าที่เห็นอาการแล้วก็รู้ว่าตัวเองตีถูกเป้า จึงยังคงเอ่ยต่อไปอย่างพยายามโน้มน้าวให้อีกฝ่ายทำตามความต้องการของตน

“อย่างนั้นหรือ น่าเสียดายนะทั้งๆที่ตำแหน่งบอร์ดบริหารนี้เคยจะต้องเป็นของปีเตอร์มาก่อน แต่แล้วเขาก็ต้องทิ้งมันไปเพราะไปหลงนังเมียใหม่จนทิ้งสมบัติไปหมด ลูกจะยอม เดินซ้ำรอย กับปีเตอร์ ให้คนอื่นด่าว่า โง่ ที่ยอมทิ้งสมบัติทุกอย่างเพื่อเลือกความรักอย่างนั้นเหรอแคท”

“หนูไม่ได้มีความรัก!” หญิงสาวหันมาเอ่ยย้ำกับมารดาเสียงหนักแน่นทั้งๆที่ในใจแปลบปลาบ ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกดีที่ได้อยู่กับเอกกุล แต่หญิงสาวปฏิเสธกับตัวเองทันควัน

ระยะเวลาสั้นๆที่ได้อยู่กับชายหนุ่มคงจะยังไม่ทันให้เธอถลำตัวตกลงไปในบ่วงรักใช่หรือไม่ ...

แคทเธอรีนเก็บคำตอบเอาไว้ในส่วนลึกสุดของตัวใจ ก่อนจะหันไปตอบมารดา

“หนูจะไปพบโทมัสที่สำนักงานใหญ่พรุ่งนี้เช้า ... หนูจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าหนูใช้สมองตัดสินใจทุกอย่าง ไม่ได้ตาบอดโง่งมเหมือนอย่างที่ปีเตอร์เคยทำ!

 

 

เอกกุลนอนลืมตาโพลงในความมืดโดยไม่คิดที่จะเปิดไฟ หากแสงไฟยามค่ำคืนใจกลางมหานครลอนดอนก็ทำให้ในห้องมีแสงสลัวลอดผ่านเข้ามารางๆ

 ชายหนุ่มเหลือบตาไปมองผ่านกระจกระเบียงที่เปิดกว้างให้เห็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนของเมืองหลวงในแดนผู้ดี แสงไฟหลากสีที่เปล่งแสงออกมาจากตึกอาคารต่างๆทำให้ชายหนุ่มตาพร่าพลางหลับตาลงอย่างรู้สึกปวดร้าวที่กระบอกตาลึกลงไปจนถึงกลางอก ...

เอกกุลรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็นแมงเม่า ที่หลงแสงสีและเสน่ห์ของดวงตาสีเทาคู่สวยร่ายมนตร์ใส่ จนทำให้เขาไม่ทันได้ระวังและไม่คิดว่าแสงสว่างที่ตัวเขาเองคิดว่าเป็นสิ่งล้ำค่าที่หัวใจรอคอยมานาน จะกลับกลายเป็นกองไฟที่แผดเผาหัวใจเขาให้บอบช้ำยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องปล่อยมือจากปานดวงใจเสียอีก

เพราะเขาไม่คิดว่าความรักครั้งนี้จะมีอุปสรรคใด

เพราะเขาไม่คิดว่าความรักครั้งนี้จะต้องจบลงทั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น

และเพราะเขาคิดว่า ...เธอเองก็ยังไม่มีใคร และกำลังจะเปิดใจรับเขาเข้าไปเป็นคนแรก!

“หนูต้องแต่งงานกับโทมัส // เขาเป็น เพื่อน ของหนูค่ะแม่”

เอกกุลแค่นยิ้มให้กับเสียงในสมองที่ยังคงดังก้องอยู่ไม่จางหายไป ชายหนุ่มได้แต่ถามหัวใจตัวเองดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า ...เขาควรจะปล่อยให้ทุกอย่างผ่านเลยไปทั้งๆแบบนี้ หรือว่าจะลองยื้อหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของดวงตาสีเทาคู่นั้นดูอีกสักครั้ง...

 

แคทเธอรีนก้าวออกจากห้องมาด้วยชุดเดรสสีเทาพร้อมกับเสื้อโค้ทตัวยาวสวมทับเรียบร้อยสำหรับการเตรียมพร้อมไปเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่สำนักงานใหญ่ของโอวีกรุ๊ป หากแล้วหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นพร้อมๆกับที่ร่างสูงของเอกกุลก้าวออกมาจากข้างลิฟต์

“คุณไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ผมฟังบ้างหรือ แคทเธอรีน...”

หญิงสาวหันไปมองใบหน้าอิดโรยราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืนแล้วก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ หากเธอก็ยังฝืนยิ้มให้อีกฝ่ายได้ราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฉันคิดว่าไม่จำเป็นหรอกค่ะคุณเอกกุล เพราะเมื่อวานคุณเองก็ได้ยินเหมือนที่ฉันได้ยิน”

“หมายความว่าคุณกำลังจะแต่งงานจริงๆหรือแคท”

เอกกุลเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขณะที่จ้องลึกไปยังดวงตาคู่สีเทาที่หลบวูบไม่ยอมสบตา ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือใหญ่ทั้งสองข้างไปแตะประคองใบหน้าเรียวของหญิงสาวเอาไว้พลางเอ่ยถามเสียงแห้งโหย

“คุณตอบผมมาได้ไหมแคท  ตอบผม...ให้ผมได้รู้ว่าผมควรจะทำอย่างไรกับความรู้สึกที่ผมมีให้คุณในตอนนี้แคทเธอรีน”

“ฉันไม่ตกลงค่ะ”

แคทเธอรีนกลั้นใจเงยหน้ามองสบประสานดวงตาสีนิลคู่นั้นพลางเอ่ยย้ำอย่างหนักแน่น

“ที่คุณเคยถามฉันว่า ฉันจะตกลงคบกับคุณหรือเปล่า? ฉันไม่ตกลงค่ะคุณเอกกุล  เพราะฉันกำลังจะแต่งงานกับผู้ชายคนอื่น!

 

..........................................................................

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น