Fey Fahrenheit

นิยายเรื่องที่สองก็ใกล้จะเข้าสู่บทสุดท้ายแล้ว... ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะคะ

บทที่ 11 ผลิดอก

ชื่อตอน : บทที่ 11 ผลิดอก

คำค้น : แฟนตาซี เจ้าชาย วาย ซึนเดเระ หมาป่า ตลกดราม่า BL นิยายBLแฟนตาซี ผจญภัย sm

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 02:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 ผลิดอก
แบบอักษร

บทที่ 11

ผลิดอก

“นี่มันอะไรกันครับ!” ฟรอยโยนเอกสารในมือลงบนโต๊ะไม้ตัวงามพร้อมกับส่งหมัดหนักๆ ของเขาลงกับโต๊ะเพื่อระบายโทสะ

ทว่าอีกฝ่ายที่โดนตะโกนใส่หน้ากลับนั่งนิ่งเยือกเย็น พลางส่งสายตาเฉียบใต้กรอบแว่นสีเงินไปให้ เรียวปากบางเผยยิ้มที่ยากจะได้ยลเพียงชั่วครู่ราวกับการเย้ยหยันยั่วอารมณ์ที่ครุกรุ่นของราชองค์รักษ์ผมเทา

“ส่งมอบงานพิธีมาให้ผมรับผิดชอบผมไม่คิดจะเกี่ยงเลย ผมเข้าใจว่ามันคือหน้าที่โดยตรง แต่ไอ้งานจิปาถะราวกับผมเป็นคนส่งสารนี่มันอะไรกัน แล้วยังมีงานเอกสารที่ควรเป็นงานของคุณ! นี่คุณคิดว่าผมว่างมาสะสางงานให้คุณหรือไง!”

“ท่านโรฮานรับสั่งให้ข้าจัดแจงเบ่งงาน หากมีอะไรขัดข้องเชิญเจ้าไปเอ่ยโดยตรงกับท่านโรฮานเอง เป็นถึงราชองค์รักษ์ก็ควรจะรู้จักแจงงานให้ลูกน้องทำไม่ใช่หรือ อีกอย่างข้าติดภารกิจพิเศษที่ท่านโรฮานมอบหมายมาให้ ไม่ว่างมาทำงานเอกสารหรอกนะ”

คำตอบจากปากชายตรงหน้ายิ่งทำให้ฟรอยแทบระงับอารมณ์ตนไม่อยู่ ความเฉยชาและการกลั่นแกล้งราวกับเขาเป็นลูกหนูในกรงแบบนี้ มันจะมากไปแล้ว!

“นี่มันแกล้งกันชัดๆ” ฟรอยกัดฟัดกรอด จ้องมองพื้นโต๊ะราวกับว่ามันคือศัตรูคู่แค้น แม้ในใจจะสั่นระริกเพราะรู้ดีว่าไม่อาจต่อกรหรือสบกับนัยนืตาสีมรกตนั่นได้ แต่ตอนนี้เขาก็แทบจะอดกลั่นอารมณ์ตนไม่อยู่

‘ต้องไม่เอาเรื่องส่วนตัวปนกับเรื่องงาน!’

ฟรอยเหลือบมองอีกฝ่ายที่จับจ้องเขาราวกับจะมองทะลุเข้าไปในร่าง ชายผู้นี้หากเป็นมิตรก็ดีใจหายแต่หากได้อยู่อีกฝากฝั่งก็เป็นตัวร้ายที่แสนเย็นชา

“ต่อจากนี้เจ้าต้องเอารายงานเอกสารต่างๆ มาให้ข้าที่ห้องทุกวัน และเรื่องอาหารของท่านฟาเรน ข้าจะเป็นคนจัดการเอง ท่านโรฮานต้องการทายาทโดยเร็ว”

“นี่คุณ! ท่านฟาเรนเป็นมนุษย์นะ ร่างกายรับภาระหนักขนาดนั้นได้ที่ไหน ขนาดปีศาจอย่างเราก็มีโอกาสน้อยที่จะสำเร็จ นี่คิดจะฆ่าพระชายาของเจ้าชายรึไง!” ฟรอยกล่าวอย่างเหลืออด

“นั่นเป็นรับสั่งจากท่านโรฮาน ข้าขัดอะไรไม่ได้ และอีกอย่าง การตั้งครรภ์จากเพศเดียวกันนั้น ตอนนี้เราได้ศึกษาไปไกลจนมีผลข้างเคียงน้อยมาก ว่างๆ ก็ไปที่คฤหาสน์ของข้าสิ” คาโรลเอ่ย พลางตบบ่าและเอ่ยกระซิบประโยคสุดท้ายให้คนผมเทาต้องหน้าขึ้นสีระเรือ ก่อนจะทิ้งร่างที่สั่นระริกด้วยความโกรธของฟรอยไว้เบื้องหลัง

คาโรลแอบหลบมุมมองเจ้าของผิวสีน้ำผึ้งเดินออกจากห้องทำงานของตน หัวใจที่กำลังเต้นระรัวแทบจะหยุดเต้นทันที เมื่อหยาดหยดน้ำตาที่ไหลปริ่มของอีกฝ่ายหล่นลงบนพื้นพรม แขนเสื้อที่เปียกชื้นของฟรอยราวกับน้ำเดือดที่กำลังพุ่งเข้าปะทะใบหน้าแสนเย็นชาของเขา

ฟรอยเดินปึงปังออกจากห้องทำงานของคาโรลด้วยความรู้สึกบีบคั้น ความเจ็บแปลบที่แล่นอยู่ในอกย่ำเตือนให้ระวังชายผู้นี้  ผู้ที่เคยทำร้ายหัวใจเขา และครานี้ยังพยายามทำให้เขาหวั่นไหวและโอนอ่อน

‘ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้มีหรือที่ผมจะไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร’

“ผมไม่ได้อ่อนแอเหมือนแต่ก่อนแล้วนะ” ฟรอยเอ่ยกับตนเอง ดั่งพยายามดึงสติตนให้อยู่กับความเจ็บภายในใจที่ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้น

***

ราชองครักษ์ผมเทาเริ่มการแจกแจงแบ่งงานอย่างเร่งรีบ ทั้งยังต้องคอยไปรอรับใช้เจ้านายจอมเอาแต่ใจทั้งสอง และยังมีงานพิธีอภิเษกที่ถูกโยนมาให้เขารับผิดชอบแบบเต็มรูปแบบ โดยไม่สนเจ้าของงานคนเก่าอย่างคาร์ลอสเลยว่าจะโอดครวณเสียดายแค่ไหน

และที่น่าปวดหัวกว่าคือท่านเจ้าชายและพระชายาที่เห็นเขาเป็นเหมือนไม้ท้าววิเศษสั่งอะไรต้องได้อย่างนั้น แล้วยังต้องมาเจอกับบรรยากาศรักขุ่นๆ ของเจ้านายทั้งสองอีก มันยิ่งทำให้ฟรอยอดที่จะนึกถึงคุณชายมาดนิ่งที่แสนเย็นชาไม่ได้

“ท่านเรดิอาเข้านอนแล้ว?” คนที่ไม่อยากคิดถึงโผล่มาในบัดดลทำเอาคนผมเทาลนลานจนกุญแจที่ถือไว้หลุดมือ

“ชะ..ใช่ บอสสั่งห้ามใครรบกวนจนกว่าบอสจะตื่นครับ”

“เจ้าควรตามใจเจ้าชายให้น้อยลง และนี่ในพระราชวังควรเรียกท่านเรดิอาหรือเจ้าชาย ไม่ใช่ใช่ศัพท์ที่เคยตัวในป่าแบบนั้นนะ” คาโรลขยับแว่น พร้อมกับก้มหยิบกุญแจให้คนผมเทาตรงหน้า นิ้วเรียวแอบสัมผัสแผ่วบนมืออีกฝ่าย แม้ในใจจะอยากจับรั้งและดึงเข้าสู่อ้อมกอด แต่คาโรลต้องคงมาดนิ่งเพื่อลอบสังเกตความรู้สึกของอีกฝ่ายที่กำลังหวั่นไหวเพราะเขา

“ขอบคุณ” ฟรอยตอบเสียงเรียบ รับกุญแจมาโดยเร็วและรีบเดินสวนออกไป

“เดี๋ยวก่อน ดูเหมือนเจ้าจะไม่สบาย อย่าหักโหมงานหนักนัก ถ้าทำไม่ไหวก็บอกข้าได้” คาโรลคว้าแขนฟรอยเอาไว้เมื่อเขาสังเกตเห็นสีหน้าแดงๆ ของอีกฝ่าย ทั้งยังความอิดโรยที่แสดงออกชัดเจนว่าโหมงานหนักแค่ไหน

“ผมไม่เป็นไรครับ คุณคาโรลไม่จำเป็นต้องมาเป็นห่วงลูกน้องผู้ต่ำต้อยอย่างผมหรอกครับ” ฟรอยสะบัดแขนออก และตอบด้วยท่าทีเย็นชา ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกห่างจากคนที่เขาไม่ได้อยากเจอตอนนี้เลย

ทั้งที่คาโรลเองเป็นคนสั่งงานมาให้เสียมากมาย ทว่าในใจฟรอยเองกลับเต้นระรัวกับความห่วงใยที่ดูอย่างไรก็น่าจะเป็นหนึ่งในแผนการแกล้งเขา ฟรอยพยายามเก็บกลั่นอารมณ์และสาวเท้าออกจากการอยู่ด้วยกันสองต่อสองที่เขาอาจจะเสียเปรียบ

“ฟรอย เดี๋ยว... หยุดก่อน” สิ้นเสียงเรียก ผู้ที่กำลังหนีก็หยุดฝีเท้า เพื่อรอฟังว่าอีกฝ่ายจะสั่งงานอะไรอีก

“ไม่สบายแบบนี้ วันนี้กลับมานอนที่ห้องด้วย” การแสดงความห่วงใยกึ่งคำสั่งของคาโรลดูเหมือนจะทำให้ฟรอยที่หยุดฟังหนีหายไปไม่เหลียวกลับมามอง ทำเอาคนที่แสดงความเป็นห่วงต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่

การกะเทาะเปลือกหุ้มของอีกฝ่ายดูเหมือนจะยิ่งส่งผลต่อตัวผู้กระทำเอง คาโรลถอนหายใจยาวเมื่อเขาเองได้รับรู้ชัดแจ้งแล้วว่าคนผมเทาตรงหน้าไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย อีกทั้งหัวใจที่ปิดกั้นเขานั้นก็ด้วย แต่การกระทำของเขานี่สิที่มันอาจจะทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนไป

‘ไม่ได้การต้องรีบลงมือ!ก่อนที่ฟรอยจะหนีหายไปอีก’

***

อีกด้านเจ้าของเรือนผมสีเทาที่รีบวิ่งออกมา กอบกุมหัวใจเต้นระรัวด้วยความเหนื่อย หยาดเหงื่อโทรมกายและน้ำตาที่คลอเบ้าตาที่ไม่ได้มาจากฤทธิ์ของหัวหอม เริ่มปริ่มจะไหล ด้วยความรู้สึกที่อยากจะระเบิดออกแต่ไม่สามารถพูดออกไปได้ คืนนี้เขาคงต้องนอนในห้องหนังสืออีกเช่นเคย ในเมื่อห้องนอนที่เป็นที่พักในวังของเขามีคนที่เขาไม่อยากเจอ ไม่อยากเจอเพราะกลัว กลัวที่จะเก็บสิ่งที่อยู่ในใจไว้ไม่ได้

“ฮึก... ฮือ ไอ้บ้าเอ้ย!”

“เดี๋ยวนี่ พูดจาแบบนี้เป็นด้วยเหรอ” เสียงทุ้มที่คุ้นหูทำให้ฟรอยหันควับไปทางต้นเสียง แม้ในใจจะไม่อยากพบ แต่บางทีอาจจะดีกว่าต้องเจอกับคนที่เขาเพิ่งหนีมา

“ขอโทษที่ทำให้ตกใจ ไม่เจอกันนานดูดีขึ้นเยอะเลยนี่”

“ผมจะถือเป็นคำชม คุณเองก็เหมือนกันนะครับ ไม่ค่อยเหมือนกับอับบาสที่ผมรู้จัก” ฟรอยยิ่มอ่อนให้อีกฝ่าย อับบาส อาร์มันโด ชายที่เคยทำให้เขาต้องทะเลาะกับคาโรลและยังเป็นต้นต่อทำให้เขาตาสว่าง

อับบาสทำให้เขารู้ว่าตนนั้นไม่ได้มีความสำคัญต่อคาโรลเลยแม้แต่น้อย

“สิบปีอะไรๆ มันก็เปลี่ยนไป แต่เรื่องของเจ้ามันยังคาใจข้าถึงทุกวันนี้  ได้ข่าวว่ายังโกรธคาโรลอยู่อย่างนั้นหรือ?” อับบาสยิงคำถามกลับ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายแย้มยิ้มฉันท์มิตร แม้อาจจะไม่ใช่รอยยิ้มพราวเสน่ห์เพื่อล่อใจ แต่ฟรอยกลับสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ส่งมา

“คุณคาโรลใช้ให้คุณมากล่อมผม?”

“ไม่ใช่ๆ ข้าแค่อยากมาทักทายสหายเก่า ว่างๆ ก็ไปดื่มกันบ้างสิ ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้าเยอะแยะไปหมด" อับบาสตบบ่าคนตรงหน้า ถึงแม้ฟรอยจะดูแตกต่างในสายตาเขา แต่ทว่ายามเมื่ออยู่ใกล้ก็ยังอุ่นใจกว่าอยู่กับเจ้าคุณชายน้ำแข็งเป็นไหนๆ

ฟรอยชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง หากคาโรลจะลงทุนไปยืมมือใครมากล่อมเขา ผู้นั้นต้องไม่ใช่อับบาสอย่างแน่นอน และอีกอย่าง ยังมีข่าวลือว่าท่านอับบาสหัวหน้าตระกูลอาร์มันโดกำลังจะได้เป็นพ่อคน ความรักของคนเป็นพ่อเป็นแม่อาจจะทำให้แรงพยาบาทในใจอาร์มันโดลดลงแล้วก็เป็นได้

“ผมไม่มีเวลาว่างตายตัว เอาเป็นว่าถ้าผมว่างจะติดต่อไป รับนี่ไว้ด้วยครับ” ฟรอยส่งซองกระดาษที่มีลวดลายแปลกตาให้อีกฝ่าย แต่ดูเหมือนอับบาสกำลังงงกับสิ่งที่รับมา ฟรอยจึงจำต้องอธิบายพลางยืนและยัดใส่มือให้

“นี่เป็นซองเปล่า ถ้าผมว่าง จะเขียนข้อความส่งไป มันจะโผล่ในซองจดหมาย เป็นเวทย์เคลื่อนย้ายชนิดหนึ่งครับ”

“สุดยอดไปเลย! นี่เจ้าทำได้ขนาดนี้เชียวเหรอ!?” อับบาสตาโต เมื่อเขาไม่เคยพบเจอคนที่ใช้เวทย์ที่ซับซ้อนได้แบบสบายๆ ราวกับเป่าขนนกเช่นนี้

“ก็ลองผิดลองถูกอยู่นานครับ ไว้เจอกันครับ” ฟรอยแย้มยิ้ม ก่อนจะสวมก่อนอีกฝ่ายด้วยมิตรไมตรี จนผู้ถูกสวมกอดได้แต่นิ่งอึ้ง กับการกระทำที่ดูไม่เข้ากับนิสัยอีกฝ่าย

อับบาสมองแผ่นหลังของฟรอยที่จากไปด้วยสีหน้างุนงงกับท่าทางของอีกฝ่าย ชายผู้มีแต่รอยยิ้มและความใสซื่อ ทั้งยังถือเนื้อถือตัวกับเขา กลับกลายเป็นฝ่ายโอบกอดเขาเสียเอง

แต่ทว่าไม่นานอับบาสก็รับรู้ว่า ชายผมเทาไม่ได้ใสซื่ออย่างที่เขาคิด

พลั๊ก**!**

หมัดตรงพุ่งมาด้วยความเร็วเข้าข้างแก้มของเป้าหมายผู้ที่ไม่ทันตั้งตัว

"อุ๊ก... เจ็บนะเฮ้ย! "

"เจ้าทำอะไร!? ไหนเคยบอกข้าว่าจะไม่ยุ่งเรื่องของข้ากับฟรอยอีก!!" คาโรลเอ่ยเยือกเย็น แววตากราดเกรี้ยวราวกับหมาป่าที่กำลังจะฆ่าเหยื่อ

"พวกเจ้าเล่นอะไรกันข้าไม่รู้หรอกนะ ฟรอยเข้ามาหาข้าก่อนเจ้าก็เห็น โอ้ย! นี่มันเป็นกรรมเป็นเวรอะไรวะเนี่ย" อับบาสหัวเสีย ซับเลือดที่เริ่มไหลรินจากมุมปาก เขาอยากสวนหมัดคืนแต่ดูท่าว่าครานี้คงต้องเก็บไว้ก่อน

ผู้ถูกกระทำเดินโซเซจากไป ทิ้งให้ราชองครักษ์ประจำองค์ราชาต้องยืนสงบสติอารมณ์

คาโรลมองแผ่นหลังอีกฝ่ายจากไป ในสมองพยายามจะทบทวนเรื่องราว แม้อับบาสจะเคยแค้นเคืองเขา แต่เมื่อไม่นานมานี้พวกเขาสองตระกูลได้ชื่อว่าเป็นมิตรต่อกันแล้ว และเป็นมิตรที่รู้จักเขาดีกว่าใคร ทั้งยังช่วยเรื่องภาระงานได้ดีเยี่ยม ถึงจุดเริ่มต้นจะไม่สวยหรูเพราะทางอับบาสมาฉุดคนในตระกูลเขาไป แต่กลับกลายเป็นผลดีที่ทำให้ศึกความบาดหมางของพวกเขายุติลงได้

“ฟรอย เจ้าเริ่มก่อนนะ!” คาโรลกัดฟัน ในใจไม่อยากคิดทำร้ายอีกฝ่าย แต่ทว่าบางทีการหวดก้นให้สำนึกก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเด็กก้าวร้าว

***

รังสีทมึนแผ่ปกคลุมตลอดทางเดินที่มุ่งตรงไปยังห้องพักของตน มือที่สัมผัสมือจับประตูชะงักเล็กน้อยกับความอุ่นที่ยังคงอยู่ แสดงให้เห็นว่าเจ้าของห้องอีกคนเพิ่งเข้ามาในห้องนี้

นัยน์ตาสีมรกตหยุดมือพร้อมกับหันหลังกลับออกไปยังทางที่เพิ่งจากมา แววตาสีมรกรฉายวาบลุกโชน คืนนี้คาโรลจะต้องเร่งทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาให้สำเร็จ และอย่างน้อยการที่เขาไม่อยู่ในห้องพักแห่งนี้อาจจะทำให้เจ้าคนผมเทาเข้าพักได้อย่างสบายใจ

คาโรลตรงไปยังโรงเพาะชำสมุนไพรอันเป็นพื้นที่ในครอบครองของตระกูลเรนเดล ซึ่งในขณะนี้ถือเป็นพื้นที่ต้องห้ามที่หากไม่มีคำสั่งอนุญาตจากคาโรลโดยตรงก็ไม่มีใครสามารถผ่านเข้าออกได้

ต้นไม้ลำต้นเขียวมีใบที่แผ่กิ่งก้านเล็กๆ ลำต้นที่สูงจากกระถางไม่ถึงครึ่งเมตรเรียงรายหลายต้น บ้างเริ่มผลัดใบ บ้างก็ดูแห้งเหี่ยวจนน่าใจหาย

เจ้าของสวนเล็กๆ เดินตรงไปยังห้องที่กั้นไว้จดรายละเอียดการเพาะเลี้ยงอย่างละเอียด ก่อนจะจดการสังเกตเมื่อสักครู่ลงไป และหยิบสมุดเล่มเล็กบนโต๊ะขึ้นมาเพื่อออกตรวจตราเหล่าพันธุ์ไม้แสนรักยามค่ำคืน

ต้นไม้แห่งการกำเนิด สรรพคุณทางยามากมายตั้งแต่ใบจนถึงราก หากแต่ว่าการเสาะหานั้นยากยิ่ง ละการที่จะเพาะเลี้ยงให้ได้ใกล้เคียงธรรมชาติเพื่อให้ได้ผลลัพท์ทางยาที่ดีเลิศนั้นเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้ แต่ชายมาดนิ่งที่มีงานอดีเรกเป็นการทำงานอย่างคาโรลนั้นกำลังเพาะปลูกมัน และมันคือหนทางที่จะเปิดสู่โลกใหม่ในการช่วยขยายเผ่าพันธุ์ที่มีปัญหาในการสืบทายาท

คาโรลหยุดมองต้นไม้ที่อยู่ในกระถางแก้ว ดอกสีชมพูเมื่อวันวานเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งนั่นแสดงให้เห็นว่าอีกไม่นานมันกำลังจะออกผล รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้านิ่งเรียบ

“babyseed เจ้าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าได้ฟรอยกลับคืนมา”

***

อากาศที่เริ่มหนาวเย็นในยามค่ำคืนกระตุ้นในร่างกายของหมาป่าผมเทาต้องขดงอ ผืนผ้าห่มที่มีก็พอทำให้หายหนาวได้ แต่พื้นโซฟาในหน้องหนังสือและมุมห้องที่ไม่ได้ทำมาเพื่อใช้นอนพักนั้นไร้ซึ่งความอบอุ่นใดๆ

ฟรอยตัดสินใจพาเปลือกตาหนักๆ ลุกจากที่นอนที่เขาอุสาเสาะหาได้ ในสมองที่กำลังงัวเงียพร่ำคิดถึงสถานที่ที่เขาจะหลับได้อย่างสบายเนื้อสบายตัวและสบายใจ นัยน์ตาสีนิลมองกองกระดาษที่เกลื่อนพื้นจากลมหนาวที่พัดผ่าน ฟรอมหยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่นก่อนจะตวัดเขียนข้อความและใช้เวทเคลื่อนย้ายส่งไปยังปลายทาง

‘ช่วยจัดหาห้องพักให้ด้วย ผมจะไปในอีกห้านาที’

ทว่าไม่ทันที่ผู้รับข้อความจะเปิดซองจดหมายดู เจ้าของข้อความก็โผล่พรวดเข้ามาสู่ใจกลางห้องนอนแสนสุขที่กำลังอบอวลด้วยไอรักหวานฉ่ำ

“เฮ้ย! ฟะ  ฟรอยเจ้ามาได้ยังไง!” อับบาสแทบจะตกเตียง ทั้งยังลนลานรวบกองผ้าห่มมาคลุมร่างของผู้ร่วมเรียงเคียงหมอนที่ทำตัวสั่นระริกภายใต้ผ้าห่มผืนหนาด้วยความตกใจ

“ผมส่งข้อความาบอกคุณแล้วนะ ตอนนี้ผมง่วงมาก ขอที่พักด่วนครับ” ฟรอยไม่ว่าเปล่า เขาเดินโซเซทิ้งตัวลงกับเตียงหนานุ่มของเจ้าบ้านตระกูลอาร์มันโดทันที

“ทะ..ท่านฟรอย? อับบาสทำไมท่านฟรอยมาอยู่ที่นี่” ผู้อยู่ใต้ผ้าห่มมุดหน้าออกมา แต่ก็ต้องตกใจเมื่อราชองค์รักที่ควรจะนอนสบายในวังมาซุกหมอนของพวกเขาแบบนี้

“เดี๋ยวข้าอธิบายให้ฟัง ตอนนี้เราคงต้องไปนอนที่ห้องรับแขกก่อนล่ะนะ” อับบาสเอ่ย พลางจัดแจงท่าทางให้คนผมเทาที่ดูจะเหนื่อยอ่อนให้เป็นที่เป็นทาง ก่อนจะไปประคองคนข้างกายที่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกกับสถานการณ์ที่ยากจะเข้าใจ

“ดูท่าทางท่านฟรอยจะเหนื่อยน่าดู รู้สึกว่าช่วงนี้จะทำงานแทนท่านคาโรลเกือบทั้งหมดเลย”

“คาโรลมันก็ใจร้ายไป ทำกับคนรักกันแบบนี้ได้ ถ้าเป็นข้านะ จะจับขังไว้ในห้องซะยังดีกว่าปั่นหัวกันแบบนี้” อับบาสว่าพลางอุ้มคนข้างกายขึ้น

“ปล่อยนะ ข้าเดินเองได้” คนในอ้อมกอดหน้าขึ้นสี แต่สองมือกลับโอบกอดคนอุ้มไว้แน่น

“ให้ข้าอุ้มไปน่ะดีแล้ว เดี๋ยวเซ่อซ่าเดินไปสะดุดอะไรอีกหรอก”

อับบาสอุ้มคนในอ้อมกอดไปยังห้องรับแขกที่ห่างออกไป ในใจหวังว่าการเอื้อเฟื้อครั้งนี้จะช่วยลบล้างสิ่งที่เขาเคยสร้างรอยร้าวเอาไว้ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าการที่ต้องห่างจากคนรักนั้นทรมาณเพียงใด

***

รุ่งอรุณต้อนรับพิธีมงคลของเจ้าชายแห่งเผ่าหมาป่าปีศาจอันเกรียงไกรก็มาถึง เหล่าแขกต่างแดนมากมายหลากหลายด้วยปีศาจน้อยใหญ่ต่างรอคอยการปรากฏตัวของพระชายาที่เป็นที่เลื่องลือไปทั่ว เหล่าคนรับใช้และทหารต่างทำงานกันจาระหวั่น ด้วยเพราะท่านราชองค์รักษ์ฟรอยยังไม่มีทีท่าว่าจะมาจัดการงานที่กำลังจะเริ่ม

“คาร์ลอสเจ้ารีบไปจัดการงานแทนฟรอย ข้าจะไปรายงานเจ้าชาย” คาโรลเร่งรีบออกคำสั่ง ในใจครุ่นคิดไม่ตกว่าคนผมเทาหายไปที่ใด แม้แต่ในห้องหนังสือที่อีกฝ่ายควรพำนักอยู่ก็ไม่มีวี่แววว่าฟรอยได้เข้ามาพักผ่อน

คาโรลเดินผ่านลานงานพิธีพร้อมตรวจเช็คอาหารคาวหวานและความพร้อมจิปาถะ นัยน์ตาสีมรกตมุ่งตรงไปยังห้องบรรทมของเจ้าบ่าวคนสำคัญที่ตอนนี้คงนอนอุดอู้อยู่กับพระชายาหนุ่ม

“ท่านเรดิอา วันนี้กำหนดการงานพิธีมีในช่วงตอนเย็น ท่านจะพักผ่อนต่อก็ได้นะขอรับ” คาโรลโค้งรับเจ้านายที่ตื่นเช้าอย่างผิดปกติ ก่อนจะสั่งลูกน้องนำชุดของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้ามาไว้

“ข้ามีเรื่องจะสั่งให้ฟรอยทำ ฟรอยไปไหน ปกติจะรออยู่แถวนี้นี่” เรดิอามองคาโรลด้วยความสงสัย ในความผิดปกติของลูกน้องข้างกาย

“กระผมเห็นว่าฟรอย....”

“ผมตื่นสาย ขออภับด้วยครับบอส..เออ..ท่านเรดิอา” ฟรอยที่โผล่พรวดมาพร้อมชุดน้ำชาที่เตรียมมาให้เจ้านายมองจิกคนที่เสนอตัวมาทำหน้าที่แทนเขาโดยที่เขาไม่ได้ร้องขอ

“อืมม...ข้าไม่เอาเรื่องกับแค่นี้หรอก เจ้าบอกว่าฟรอยเป็นอะไรนะ?”

“ไม่มีอะไรหรอกครับบอส คุณคาโรลคงว่างมากเลยต้องมาแย่งงานคนอื่นทำ” ฟรอยเบือนหน้าหนีคนที่คิดจะแย่งงานของเขา

“เมื่อวานนี้กระผมสังเกตว่าฟรอยไม่สบาย เลยอาสาทำหน้าที่แทน แต่หากเป็นการรบกวนต้องขออภัยด้วยขอรับ” คาโรลตอบอย่างนอบน้อม แต่ไม่ทันที่เรดิอาจะถามคาโรลต่อ ลูกน้องเจ้าปัญหาก็รีบขัดคอทันที

“ยุ่งไม่เข้าเรื่องน่ะสิครับ”

“...และฟรอยก็ไม่ได้มาพักที่ห้องพักเลย กระผมเป็นห่วงขอรับ” คาโรลรีบรายงานการกระทำที่น่าเป็นห่วงของลูกน้องผมเทาคนสนิทของเจ้าชายทันที ทำเอาฟรอยต้องหันไปส่งสายตาเย็นชาให้คนที่ทำหน้านิ่งยิ่งกว่าปลาตาย

“พวกเจ้าจะมีปัญหาอะไรกันข้าไม่รู้หรอกนะ รีบๆ หันหน้าคุยกัน ฟรอยเจ้าก็กลับไปพักในห้องของเจ้าซะ หรือว่าห้องที่ท่านพ่ออุสาจัดให้เจ้า เจ้าไม่พอใจ?” คำแนะนำกึ่งคำสั่งของเจ้าชานทำเอาฟรอยสะอื้นในใจแต่ต้องจำยอมน้อมรับ ตรงข้ามกับคู่กรณีอีกคนที่เผยรอยยิ้มที่มุมปาก และโค้งอย่างนอบน้อมก่อนจะจากไปให้เจ้าของหน้าที่รับใช้เจ้าชายทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่

“วันนี้ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่า เออ ข้าเกือบลืม ก่อนที่ฟาเรนจะตื่นเจ้าไปเอาของบางอย่างมาให้ข้าที” เรดิอายิ้มอย่าพอใจ เขาไม่เคยรู้สึกมีความสุขขนาดนี้มาก่อนในชีวิต

“อะไรเหรอครับบอส”

“ยาทา ยากิน เอ้ย! ไม่ดีๆ ฟาเรนไม่ชอบกินยา เอาเป็นว่าเอาอะไรก็ได้ที่จะทำให้เจ้าสาวของข้าสามารถลุกจากเตียงมาร่วมพิธีได้” เรดิอาสั่งลูกน้องเสร็จ ก็ลุกกลับเข้าห้องนอนอีกครั้ง ทิ้งให้ลูกน้องผมเทาต้องกุมขมับกับเรื่องยุ่งๆ ของเจ้านายทั้งสอง

***

ฟรอยระลึกนึกไปถึงสิ่งที่เขาเคยใช้ แต่จะให้บากหน้าไปถามเจ้าคนเย็นชาว่ายาที่เคยให้เขาอยู่ไหนก็กระดากปาก ทั้งยังไม่แม้แต่จะกล้าสบนัยน์ตาสีมรกตนั้นอีกด้วย

“ท่านฟรอย เมื่อคืนหลับสบายดีไหมครับ?”

“คะ..คุณ?” ฟรอยเพ่งพินิจมองผู่ที่เข้ามาทักทายเขา หากให้นึกถึงว่าเมื่อคืนไปนอนที่ห้องของอับบาสได้อย่างไรเขาเองก็ยังเบลอๆ แล้วนี่คือลูกน้องของอับบาสอย่างนั้นหรือ?

“เออ...ขอโทษที่ลืมแนะนำตัวครับ ผมชื่อ มาคัส เป็นภรรยาของคุณอับบาสครับ” ใบหน้าเปื้อนยิ้มพราวเสน่ห์เอ่ยอย่างเป็นมิตร

“คะ..ครับ” ฟรอยยังฉงนไม่หาย หากคนตรงหน้าคือภรรยาของอับบาส ถ้าเป็นอน่างนั้นเรื่องที่อับบาสกำลังจพมีลูกนั้นก็...

สายตาของฟรอยจับจ้องไปยังรูปร่างที่ดูผิดแปลกของชายหมาป่าเรือนผมสีแสดแสนสะดุดตาตรงหน้า ท้องที่ดูอวบอ้วนออกมานั้นไม่ใช่ความอ้วนลงพุงอย่างคนมีอันจะกินเป็นกัน กล้ามเนื้อส่วนอื่นนั้นยังคงความกระชับสมชายชาตรี เพียงผิวพรรณกลับดูเรียบเนียนราวสตรีเพศ

เมื่อครุ่นสังเกตอู่สักครู่ ความคั่งค้างใจของฟรอยก็ปลดออก ทั้งเรื่องที่อับบาสเปลี่ยนไปจากหลังเท้าป็นหน้ามือ และเรื่องที่เขาจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร

“คุณมาคัสครับ คือผมมีเรื่องให้ช่วยหน่อย จะให้ผมไปหาเองก็ยังไงๆ อยู่”

“ได้สิครับ ผมยินดีรับใช้อยู่แล้ว” มาคิสกล่าวพลางทำท่าโค้งคำนับ

“เออ....คือแบบนี้ครับ เอาหูมา” ฟรอยขยับไปกระซิบใกล้ใบหูสีสดใสของอีกฝ่าย

ถึงแม้จะทั้งอายทั้งเขินที่ต้องมาขออะไรที่เขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าไปหาได้จากที่ใด แต่ก็ยังดีกว่าไปให้เจ้าคนหน้าตายนั่นช่วยเขาแล้วกัน

“เรื่องแค่นี้เอง เดี๋ยวผมจะส่งคนเอาไปให้นะครับ”

“ขอบคุณคุณมาคัสมากๆ เลยครับ ตอนนี้ผมคงต้องขอตัวก่อน มีงานอีกเยอะให้สะสาง” ฟรอยส่งยิ้มให้อีกฝ่ายก่อนจะโค้งขอบคุณอีกครั้งในความน้ำใจงามของหนุ่มอารมณ์ดีตรงหน้า

***

พิธีอภิเษกของเจ้าชายเรดิอากับนักดาบผู้เป็นมนุษย์หนึ่งเดียวในงานผ่านพ้นไปด้วยดีโดยไม่มีการประท้วงคัดค้านแต่อย่างใดจากเหล่าผู้นำเผ่าปีศาจที่มาร่วมงาน แต่ก็ยังคงสังเกตได้ว่ามีอีกหลายเผ่าที่หลีกเลี่ยงการเข้าร่วมงานนี้ ทว่าก็ยังส่งของกำนัลมาให้แทนการเข้าร่วมงาน ซึ่งยังถือว่าเป็นการไว้หน้าท่านราชาโรฮานอยู่มาก เพราะการที่จะยอมรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้เข้ามาร่วมอาศัยกับปีศาจนั้นเป็นไปได้ยากยิ่งนัก

“คาโรล จัดเตรียมของตามที่ข้าสั่งไว้หรือยัง” ท่านราชาร่างเล็กเอ่ย หลังจากสรวลเสเฮฮากับเหล่าสหายที่เดินทางมาจากแดนไกล

“ขอรับ กระผมจัดเตรียมส่งให้ถึงห้องหอแล้วขอรับ”

“แล้วมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่เจ้าหนุ่มนั่นจะสามารถตั้งท้องหลานข้าได้”

“ร่างกายมนุษย์ผิดแผกและมีพลังกายภายในแตกต่างจากเราเผ่าหมาป่าปีศาจขอรับ เพียงการรับประทานคงต้องใช้เวลาเพื่อกระตุ้นไปเรื่อยๆ ขอรับ” คาโรลเอ่ย พลางคิดถึงของว่างสูตรพิเศษต่างๆ ที่เขาคิดค้นปรุงขึ้นเพื่อเจ้าสาวจอมตะกละของเจ้าชาย

“มีน้อยยังดีกว่าไม่มี ว่าแต่เจ้าพอหาทางอื่นได้บ้างไหมล่ะ ได้ข่าวว่าเจ้าปลูกต้นไม้ที่ว่านั่นจนมีผลแล้วนี่”

ราชาโรฮานเอ่ย พลางจิบชาอย่างอารมณ์ดี แม้ข่าวการจะได้หลานของเขาจะไม่ค่อยสู่ดี แต่ท่านราชาก็เชื่อในฝีไม้ลายมือของลูกชายอยู่มาก

“ขอรับ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทดลอง อาสาสมัครที่รับมาได้ถูกดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่นานคงได้รู้ผลขอรับ”

“ดีมาก! ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าจะให้เรดิอามันปั๊มหลานสักโหล!”ราชาโรฮานหัวเราะร่าอย่างมีความสุขกับกองทัพหลานในฝัน

คาโรลยิ้มกริ่มในใจ หากการทดสองผลของเมล็ด babyseed สำเร็จ ไม่เพียงแค่ช่วยให้เผ่าพันธุ์หมาป่าที่มีปัญหาในการสืบเผ่าพันธุ์ให้มีการสืบทายาทได้ง่ายขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านทรัพยาการปีศาจของเผ่าอีกด้วย

ที่สำคัญกว่านั้นคือการสร้างโซ่ทองคลองใจคนรัก!

‘รอก่อนเถอะฟรอย ข้าจะเอาเจ้ากลับมาให้ได้!ง

***

*ขายของ* The Devil Wolf Series มีฉบับรมเล่มแล้วนะคะ ไปอุดหนุนกันได้ ภายในเล่มจะมีตอนพอเศษที่ไม่ได้ลงในเว็บด้วยนะ >___<

ช่องทางการสั่งซื้อ usypublishing.lnwshop.com

หรือ เพจของเฟย์ Fey Fahrenheit หรือ เพจ สนพ.USY  USY Publishing

***

เรื่อง: Covenant od love พันธสัญญารักเจ้าชายหมาป่า

Series : The Devil Wolf

ผู้แต่ง: Fey Fahrenheit

จำนวน: 300 หน้า/เล่ม (โดยประมาณ)

ราคา: 620 บาท /ชุด  // Boxset 870 บาท/ชุด //          Box เปล่า 250 บาท

ภายในเล่มมี:

- ตอนพิเศษ 11 ตอน

- การ์ตูนแถมท้ายเล่ม

- โปสการ์ด/ที่คั่น ลายปก

***

เรื่อง: The Devil's Ruse เล่ห์รักร้ายคุณชายหมาป่า

Series : The Devil Wolf

ผู้แต่ง: Fey Fahrenheit

จำนวน: 300 หน้า/เล่ม (โดยประมาณ)

ราคา: 620 บาท /ชุด  // Boxset 870 บาท/ชุด //          Box เปล่า 250 บาท

ภายในเล่มมี:

- ตอนพิเศษ 7 ตอน

- การ์ตูนแถมท้ายเล่ม

- โปสการ์ด/ที่คั่น ลายปก

***Fey Fahrenheit


ติดตามผลงานและการอัพเดทต่างๆ ได้ที่เพจ Fey Fahrenheit

www.facebook.com/fey013  ll @fey013

Twitter  @Fey013


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}