น้ำเชี่ยว

I can see you ทั้งๆที่รู้ว่าเธออยู่แสนไกล

ชื่อตอน : Ep.2:ผีผลัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 75

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2560 03:48 น.

แบบอักษร

          ภีมอุ้มร่างไร้สติของปพิชญาไปที่โซฟา ก่อนที่จะค้นหายาดมในโต๊ะทำงานของตัวเอง พอเจอก็เอาไปให้หญิงสาวดม ไม่นานนักเธอก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมามองหน้าเขา

     “เป็นไงบ้าง” ชายหนุ่มถามอย่างเป็นห่วง

     “ฉันไม่เป็นไร” เธอตอบพร้อมกับค่อยๆลุกขึ้นนั่ง

     “ดี เธอเริ่มทำงานพรุ่งนี้ได้เลย วันนี้เธอก็กลับไปได้แล้ว” เขาพูดก่อนที่จะลุกขึ้น

     “เจอคนแบบนี้ ผมไม่ปล่อยไปง่ายๆหรอก” ภูมินทร์พูดก่อนที่จะพยายามผลักพี่ชายของเขาไปทางหญิงสาวที่กำลังจะลุกขึ้น ทำให้พี่ชายของเธอล้มลงไปอยู่บนตักเธอ ดวงตาทั้ง 2คู่สบกันโดยบังเอิญ “แบบนี้สิ เขาถึงจะเรียกว่า‘ผีผลัก’ของจริง” ภูมินทร์ยืนมองพร้อมแสยะยิ้มภูมิใจกับผลงานของตัวเอง

     ภีมมองตาปพิชญาอยู่เนิ่นนานราวกับต้องมนต์สะกดกับดวงตาคู่สวยคู่นี้ ดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ เป็นดวงตาที่เขาเคยเห็นมาก่อน เหมือนกับดวงตาของ...

     “เอ้า! ลุกสิคุณ ตัวเองตัวเบานักรึไง ฉันหนักนะ” หญิงสาวบอกหลังจากที่เห็นชายหนุ่มมองตาเธอจนลืมไปว่าเขานั่งอยู่บนตักเธอ เขาที่ถูกเธอเรียกสติกลับมาก็รีบลุกขึ้นแทบจะทันที พอเขาลุกเธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปหาภูมินทร์ที่ยืนยิ้มอยู่ “คุณก็อีกคน เล่นแบบนี้ได้ยังไง!” เธอชี้หน้าด่าโดยลืมไปว่าที่เธอกำลังว่าเขาอยู่นั้น เขาคือวิญญาณ

     ภีมที่เห็นภาพตรงหน้าก็มองอย่างสงสัย ปพิชญากำลังพูดอยู่คนเดียวพร้อมกับชี้ไปที่ความว่างเปล่า “เธอคุยกับใครน่ะ” เขาถาม

     “ก็น้องชายคุณไง” เธอหันไปตอบ

     “นี่! เธอเลิกพูดถึงน้องชายฉันสักที น้องชายฉันนอนอยู่โรงพยาบาลนู่น” สิ้นคำหญิงสาวก็ลืมตาโตก่อนจะรีบหยิบกระเป๋าของเธอ

     “เจอกันพรุ่งนี้นะคุณ” พูดเสร็จเธอก็รีบวิ่งออกจากห้องเขาไปทันที

 

          ขณะที่เธอกำลังเดินไปตามทางเรื่อยๆเพื่อจะกลับไปที่คอนโดฯของภานรินทร์ เธอเคยผ่านมาแถวนี้ สถานีรถไฟฟ้าอยู่ไม่ไกลนัก ส่วนคอนโดฯของภานรินทร์ก็อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าอยู่แล้ว

     “นี่เธอ!” ภูมินทร์มาจากไหนไม่รู้อยู่ๆก็มาโผล่ตรงหน้าเธอ เล่นเอาเธอเกือบช็อคอีกรอบ

     “นี่! อย่าโผล่มาแบบนี้นะ ถ้าเกิดฉันช็อคไปจะทำยังไง” ปพิชญาแหวใส่ ทำเอาคนที่เดินผ่านไปผ่านมามองที่เธอกับหมด

     “ฉันว่าถ้าเธอไม่อยากให้คนมองว่าเธอบ้า เธอหยิบโทรศัพท์มาแนบหูไว้จะดีกว่า” เขาแนะนำ เธอที่มองไปรอบๆแล้วเห็นผู้คนกำลังมองเธออยู่ก็รีบทำตามที่เขาแนะนำ “ฉันนึกว่าเธอชินแล้วเสียอีก”

     “ไม่ชินย่ะ ฉันเพิ่งเห็นผีครั้งแรกเมื่อวาน จะไปชินได้ยังไง”

     “ทำไมถึงเห็นล่ะ”

     “เปลี่ยนดวงตามา”

     “หู... หลอนเหมือนกันนะ แล้วตอนนี้เธอเห็นอะไรบ้าง”

     “ไม่รู้สิ ฉันแยกไม่ออก เพราะที่ฉันเห็นก็เหมือนคนธรรมดา เหมือนที่เห็นคุณไง” ทั้ง 2เดินคุยกันไปเรื่อยๆก่อนที่เธอจะหยุดชงักแล้วหันไปมองหน้าเขา “เดี๋ยวนะ!... แล้วคุณจะมาตามฉันทำไมเนี่ย”

     “ก็เธอเป็นคนเดียวที่เห็นฉันนี่ ฉันไม่รู้จะไปไหน” ชายหนุ่มตอบ

     “คุณก็ไปหาพี่ชายคุณสิ หรือไม่คุณก็ไปเฝ้าร่างคุณก็ได้”

     “พี่ภีมไม่เห็นฉัน คุยกับฉันไม่ได้ ส่วนร่างฉัน ฉันไปเฝ้าจนเบื่อแล้ว เฝ้าไปร่างฉันก็ไม่ฟื้นขึ้นมาหรอก”

     “แต่คุณจะมาตามติดฉันเป็นเงาแบบนี้ไม่ได้” เธอรีบบอก

     “ทำไมจะไม่ได้ ไม่มีใครเห็นฉันอยู่แล้ว ไม่มีใครคิดว่าเธอกับฉันเป็นแฟนกันหรอก” เขาบอก

     “ขวางโลก!” เธอสบถใส่เขาเบาๆก่อนจะรีบเดินนำไป

     “นี่! ฉันเป็นน้องชายเจ้านายเธอนะ” เขาตะโกนบอก

     “แล้วไง! ไม่มีใครเห็นคุณอยู่แล้วนี่” เธอเอาคำพูดของเขาเมื่อกี้มาย้อนเขา

 

          พอมาถึงห้อง ภูมินทร์ก็เดินสำรวจห้องของปพิชญาไปเรื่อยๆ ห้องเธอก็ไม่ได้เล็กมาก อาจจะใหญ่ไปด้วยซ้ำสำหรับผู้หญิงคนเดียว

     “เธออยู่คนเดียวหรอ” เขาโผล่เข้ามาในห้องเธอในขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง

     เธอสะดุ้งตกใจก่อนที่จะวางหนังสือลง “นี่คุณ! ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าโผล่มาแบบนี้” เธอแหวใส่ “นี่คอนโดเพื่อนฉัน ฉันอยู่กับเพื่อน”

     “ดีเลย อยู่กันหลายๆคน จะได้ไม่เหงา”

     “เดี๋ยว!” เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม “คุณจะมาอยู่ที่นี่หรอ” ซึ่งก็ได้คำตอบเป็นการพยังหน้า “คุณจะบ้าหรอ! บ้านคุณก็มี เผลอๆรวยๆอย่างคุณมีคอนโดด้วยมั้ง แล้วคุณจะมาอยู่ที่นี่ทำไม” เธอแผดเสียงใส่

     “ใช่ บ้านฉันมี คอนโดฉันก็มี แต่ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว” เขาบอกเสียงเศร้า

     “คุณก็เป็นผี คุณจะกลัวอะไร” เธอคิดว่าที่เขาไม่อยากอยู่คนเดียวเพราะเขากลัวผี แต่มันไม่ใช่...

     “กลัวเหงาไง” นั่นต่างหากคำตอบที่แท้จริง “อยู่ที่คอนโดมันก็มีแต่ความเงียบ พอกลับบ้านฉันก็ต้องทนมองพี่ชายฉันเดินผ่านตัวฉันไปมา ฉันหยิบจับอะไรไม่ได้เลย จนกระทั่งได้เจอเธอ ฉันสัมผัสเธอได้ ฉันสัมผัสพี่ชายฉันได้ แต่พอเธอออกมาฉันก็สัมผัสพี่ชายฉันไม่ได้ ฉันคงแตะต้องได้เฉพาะคนที่อยู่ในรัศมีของเธอ” เขาอธิบาย

     “ไม่ใช่เพราะฉันหรอก มันแค่บังเอิญมากกว่า” พูดจบเธอก็เอื้อมมือทะลุผ่านวิญญาณของเขาไป “เห็นไหม น่าจะเป็นบางครั้งบางคราวมากกว่าที่เราจะสัมผัสกันได้” เธอรู้สึกว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนี่ช่างน่าสงสาร ตอนเป็นก็รวยค้ำฟ้า มีทุกสิ่งทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ได้ อยากทำอะไรก็ทำ แต่พอตายก็เอาอะไรมาไม่ได้ จะทำอะไรก็ทำไม่ได้ ขนาดแค่คุยกับพี่ชายตัวเองยังทำไม่ได้เลย เอ๊ะ!...เดี๋ยวนะ!... “เดี๋ยวนะ ตอนนั้นพี่ชายคุณบอกว่าคุณยังไม่ตายนี่ แค่เป็นเจ้าชายนิทราแค่นั้นเอง แปลว่าคุณยังมีโอกาสที่จะกลับเข้าร่างของคุณนะ”

     “ฉันตายแล้ว แค่ยังไม่สมบูรณ์แค่นั้นเอง พี่ชายฉันยื้อเอาไว้อยู่” เขาพูดอย่างหมดหวัง “เธอชื่อเล่นชื่ออะไรนะ ฉันลืมถาม”

     “พีช” เธอตอบสั้นๆ “ถึงยังไงก็เถอะ ฉันจะพยายามทำให้คุณกลับเข้าร่างให้ได้”

     “ฉันชื่อภูมินะ เรียกชื่อเล่นฉันก็ได้ อายุเราคงไม่ห่างกันเท่าไหร่” เขาบอก แอบดีใจแล้วก็มีความหวังเล็กๆว่าปพิชญาจะทำให้วิญญาณของเขากลับเข้าร่างได้จริงๆ ถึงจะเป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆก็ตามเพราะเธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย ดูแล้วเธอไม่น่าจะรู้ด้วยซ้ำว่าทำยังไงเขาถึงจะกลับเข้าร่างของตัวเองได้

     “หึ ไม่เท่าไหร่หรอ ดูหน้าตัวเองด้วย หน้าแก่ขนาดนี้ ไม่ต้องมาทำเป็นเพื่อนฉันเลยนะ” เธอบอก ก็เขาพูดออกมาได้ว่าอายุห่างกันไม่เท่าไหร่ “แล้วนี่วิญญาณคุณออกจากร่างมานานแค่ไหนแล้วเนี่ย”

     “สามปีแล้ว” เขาตอบ

     “แล้วถ้าคุณไม่กลับบ้าน ไม่ไปอยู่คอนโด แล้วคุณไปอยู่ไหน” เธอถามอย่างอยากรู้

     “ที่ผ่านมาฉันเหมือนเป็นวิญญาณเร่ร่อน ไปนู่นไปนี่เรื่อยเปื่อย เบื่อก็กลับบ้านไปสักพักแล้วก็ไปใหม่” เขาเล่า

     “ตอนคุณมีชีวิตอยู่นี่คงเสเพลน่าดู” เธอว่าพลางหัวเราะในลำคอ

     “โอ๊ย!..” อยู่ๆภูมินทร์ก็รู้สึกเจ็บที่หน้าอกขึ้นมา ตลอด 3ปีที่ผ่านมาเขาเป็นแบบนี้บ่อยครั้ง มันคือการปั๊มให้หัวใจเขาเต้นอีกครั้งหลังจากที่มันหยุดไปสักพัก ยิ่งพักหลังๆมานี้ยิ่งเป็นบ่อย สงสัยเขาคงกำลังจะตายอย่างสมบูรณ์

     “คุณ! คุณเป็นอะไรน่ะ! คุณ!” ปพิชญารีบเข้ามาดูอาการเขา

     “โอ๊ย!..มะ...ไม่เป็นไรแล้ว” เขาบอกหลังจากที่อาการเจ็บค่อยๆหายไป

     “นี่คุณเล่นอะไรเนี่ย! ฉันอยู่กะบคุณนี่ไม่หัวใจวายตายก็ช็อคตายใช่ไหม!” เธอบอกอย่างเคืองๆเพราะคิดว่าเขาแกล้งเล่น มีอย่างที่ไหน อยู่ๆก็ลงไปนอนโอดครวญอยู่ที่พื้น สักพักก็บอกว่าไม่เป็นไร เขาจะรู้ไหมนี่ว่าเธอตกใจขนาดไหน

     ภูมินทร์ลุกขึ้นแล้วอธิบาย “นี่ฉันไม่ได้เล่นนะ ที่เป็นแบบเนี่ยเพราะร่างฉันที่โรงพยาบาลอาการทรุด หมอก็เลยมาปั๊มหัวใจให้ แล้วเธอก็จงชินได้เลย เพราะฉันเป็นอย่างนี้ไปอีกนานแน่ ถ้าพี่ภีมยังยื้อชีวิตฉันไว้แบบนี้”

 

          ณ โรงพยาบาล

     “ขอบคุณคุณหมอมากนะครับที่ดูแลตาภูมิอย่างดีเลย” ภีมยกมือไหว้ขอบคุณหมอเจ้าของไข้ที่ดูแลอาการน้องชายของเขา

     “ไม่เป็นไรหรอกครับ แต่หมอยังแนะนำเหมือนเดิมนะครับ ร่างกายคุณภูมิอ่อนแอมาก ยื้อเอาไว้แบบนี้สักวันคุณภูมิเขาคงทนพิษบาดแผลไม่ไหวแล้วก็ต้องจากไปอยู่ดี” หมอบอก เพราะอุบัติเหตุที่เขาประสบนั้นค่อนข้างที่จะรุนแรง เป็นไปได้ยากมากที่ร่างกายของภูมินทร์จะฟื้นฟูสภาพกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

     สีหน้าของภีมเคร่งเครียด เขารู้ว่าน้องชายเขาตายไปแล้วแค่ยังมีลมหายใจและหัวใจก็เต้นอยู่แค่นั้นเอง แต่เขาทำใจที่จะปล่อยน้องชายเขาไปไม่ได้ “ขอเวลาอีกสักพักนะครับคุณหมอ พ่อกับแม่ผมก็ตายกันหมดแล้ว ผมเหลือแค่น้องชายคนเดียว ถ้าน้องชายผมต้องตายไปอีกคนนึงผมคงทำใจอยู่คนเดียวลำบาก”

     “หมอเข้าใจครับ แต่นี่มันสามปีแล้วนะครับ ผมแนะนำว่าคุณภีมควรจะหาแฟนสักคนนะครับ คุณจะได้ไม่เหงาและอีกอย่าง คุณภูมิจะได้ไปอย่างสงบด้วย หมอขอตัวก่อนนะครับ ต้องไปรับลูก อ้อ! รีบมีลูกยิ่งดีครับ คุณภีมจะไม่มีเวลาเหงาเลยล่ะครับ” หมอพูดติดตลกก่อนที่จะเดินออกไป

     “หาแฟน! หมออย่าพูดเหมือนมันง่ายอย่างนั้นสิครับ ผู้หญิงดีๆไม่ใช่ว่านั่งเฉยๆแล้วจะเจอนะ” ชายหนุ่มพูดกับตัวเองเบาๆ “นั่งเฉยๆแล้วเจอหรอ” เขาทวนความคิดของตัวเองก่อนที่ภาพของผู้หญิงคนหนึ่งจะผุดเข้ามา ผู้หญิงตัวเล็กๆที่ป้ำๆเป๋อๆเดินเข้ามาสมัครตำแหน่งเลขาในห้องทำงานของเขา เดี๋ยว! “ไอ้ภีม แกจะไปนึกถึงยัยนั่นทำไมเนี่ย” เขารีบสบัดหัวไล่ความคิดแปลกๆของเขาแล้วหันไปมองร่างของน้องชายเขา “ตื่นสักทีสิวะไอ้ภูมิ แกไม่อยู่ไม่มีใครทำกับข้าว ทำเค้กให้ฉันกินเลย ถ้าแกฟื้นนะ ฉันยอมให้แกหาคู่ให้เลย รีบๆตื่นนะเว้ย” เขาพูดกับน้องชายทั้งๆที่รู้ว่าพูดไปน้องชายเขาก็ไม่ได้ยิน

 

          ณ คอนโดฯ ภานรินทร์

     “คุณเพื่อน! ฉันซื้อข้าวผัดกุ้งของโปรดแกมาฝากด้วยนะ” ภานรินทร์ที่เพิ่งกลับมาจากร้านเสื้อผ้าของเธอตะโกนลั่นห้องจนปพิชญารีบออกมา

     “ขอบใจจ้ะ” ปพิชญาเดินมาเปิดกล่องโฟมที่มีข้าวผัดกุ้งของโปรดเธออยู่ข้างใน

     “เพื่อนเธอนี่สวยดีนะ ฉันจีบได้ไหม” ภูมินทร์ถาม

     “อย่านะ!” เธอบอกเสียงแข็ง แต่คนที่ได้ยินกลับงง

     “อะไรของแก ข้าวผัดกุ้งนู่นของแก ส่วนไข่พะโล้เนี่ยของฉัน” ภานรินทร์ที่กำลังแกะถุงไข่พะโล้บอก เพราะอยู่ๆเพื่อนเธอก็บอกให้เธอหยุด

     “เดี๋ยวเพื่อนเธอก็คิดว่าเธอเป็นบ้าหรอก” ชายหนุ่มบอก

     “เงียบไปเลย ไม่งั้นฉันจะไม่ให้อยู่ที่นี่” เธอพูดไปโดยลืมไปว่าเพื่อนของเธอไม่รู้ว่าเธอคุยกับใคร

     “ฉันพูดไปนิดเดียวเอง แล้วเนี่ยห้องฉันนะยะ” ภานรินทร์บอกเพราะคิดว่าเพื่อนเธอคุยกับเธอ

     ปพิชญาไม่รู้จะทำยังไงเมื่อคนที่เธอคุยด้วยไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด แต่คนที่เธอไม่ได้คุยด้วยกลับย้อนเอาๆ นี่เธอผิดใช่ไหมเนี่ยที่สื่อสารไม่ตรงคน หญิงสาวเอามือปิดหน้าสงบสติอารมณ์ก่อนที่จะปิดกล่องข้าวผัดกุ้งแล้วเอาไปแช่ตู้เย็น “พรุ่งนี้ฉันค่อยกินนะแก” พูดจบเธอก็เดินหนีเข้าห้องไป

     “เธอไม่กินข้าวเหรอ” ภูมินทร์ถาม

     “ไม่กินแล้ว!” เธอตะคอกบอกชายหนุ่ม แต่คนที่ได้ยินกลับเป็นเพื่อนของเธอ

 

          เวลาผ่านไปสักพัก ปพิชญาก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมเข้านอน แต่กลับเจอภูมินทร์ยืนขวางอยู่หน้าประตูห้องน้ำ

     “นี่คุณ ไปไหนก็ไป ไป ฉันจะนอน คุณก็ไปหาที่นอนคุณได้แล้ว” หญิงสาวบอก

     “ฉันขวางเธอไม่ได้อยู่แล้วนี่” พูดจบ หญิงสาวก็เดินผ่านวิญญาณของเขาไป “ฉันเป็นวิญญาณ ฉันไม่นอน แล้วอีกอย่างนะ เธอจะให้ฉันไปไหน ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะอยู่กับเธอ เธออยู่ไหนฉันอยู่นั่น”

     “ห้ะ!? เดี๋ยวๆๆ คุณจะอยู่กับฉันที่นี่ไม่ได้ ฉันเป็นผู้หญิงนะ!” เธอรีบบอก

     “แล้วไง ทำไมฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ไม่มีใครรู้สักหน่อยว่าฉันอยู่ที่นี่ ขนาดเพื่อนเธอที่เป็นเจ้าของห้องยังไม่รู้เลย แล้วอีกอย่าง ฉันเป็นวิญญาณนะ ฉันจะไปทำอะไรเธอได้” เขาพยายามที่จะอยู่ที่นี่

     หญิงสาวเริ่มหัวเสีย ทำไมวิญญาณดวงนี้ถึงได้ดื้อนักนะ “แต่ฉันไม่ให้คุณอยู่ ถ้าคุณจะอยู่ที่นี่ คุณต้องไปอยู่ที่อื่น ไม่ใช่ห้องฉัน”

     “งั้นให้ฉันไปอยู่ห้องเพื่อนเธอไหม” เขาพูดให้เธอคิดไปในทางไม่ดี

     “ไม่ได้!” เธอรีบห้ามโดยลืมไปว่าห้องข้างๆคือห้องของเพื่อนเธอ “คุณไปอยู่ข้างนอกนู่นไป นั่งๆนอนๆอยู่ตรงโซฟาก็ได้”

     “ก็ได้ แต่เธอต้องหลับก่อน”

     “ห้ะ!?”

     “ฉันอุตส่าห์ได้เพื่อนทั้งที เธอจะให้ฉันไปนั่งเหงาอยู่ข้างนอกรึไง ฉันจะคุยกับเธอ จนกว่าเธอจะหลับแล้วฉันค่อยออกไปนอกห้อง” หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันไปเรื่อยๆจนกระทั่งปพิชญาเผลอหลับไป ภูมินทร์จึงยอมทำตามที่บอกคือออกมานอกห้อง แต่เขาได้ยินเสียงภานรินทร์คุยโทรศัพท์กับใครสักคนโดยมีชื่อของปพิชญา เขาเลยเข้าไปแอบฟัง

     “ยัยรัตน์ วันนี้ยัยพีชพูดกับฉันแปลกๆ” ภานรินทร์พูดกับปลายสาย

     ‘แกแน่ใจหรอยัยรินทร์ว่ายัยพีชพูดกับแก’ ภานรินทร์กำลังทาครีมก่อนจะเข้านอน เธอจึงเปิดสปีคเกอร์คุยกับปรียารัตน์ ทำให้ภูมินทร์ได้ยินที่ทั้งคู่คุยกัน

     “เออ! จริงด้วย มิน่าล่ะ เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงมันพูดคนเดียวด้วย”

     ‘เอาน่าแก ทำใจ มีเพื่อนมีสัมผัสพิเศษแกก็พยายามทำตัวให้ชิน แกต้องอยู่กับมันไปอีกนาน แค่นี้นะ ฉันง่วงแล้ว’  พูดจบปลายสายก็วางไป ส่วนภานรินทร์ ทาครีมเสร็จเธอก็ปิดไฟนอน

     ส่วนภูมินทร์ก็เดินไปเดินมา นั่งๆนอนๆอยู่ภายในห้องไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเช้า

 

 

***ฝากติดตามด้วยนะคะ***

ชื่อ
ความคิดเห็น