จันทร์อรุณ

Bloody Moon จันทราล่าปีศาจ (ยูริ )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 สายเลือดแท้แห่งจันทรา

คำค้น : แวมไพร์,แฟนตาซี,ผจญภัย,แอคชั่น,ซูเปอร์ฮีโร่,ยูริ,yuri

หมวดหมู่ : นิยาย แอ็คชั่น,บู๊ล้างผลาญ

คนเข้าชมทั้งหมด : 56

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ม.ค. 2560 00:09 น.

ตอนที่ 2 สายเลือดแท้แห่งจันทรา

แบบอักษร

                                                                                                                                            #

น้องสร CLC คนนี้ ลักษณะเหมือนกับปุ้นในจินตนาการมาก..นึกถึงปุ้นก็คิดถึงนางก็แล้วกันนะคะ...

---------------------------------------------------------------------------------

เวลานี้ ..ฮัล เวสต์ ผู้นำอิคลิปส์ ถึงกับเหงื่อโทรมกาย..

อากาศไม่ได้ร้อน..ความยะเยือกจากหุบเขายังคงโชยแผ่ว..

หญิงชุดขาวเครื่องแต่งกายของศิษย์สูญญตาฝ่ายอารามขาวเดินช้า ๆ มาหาเขา...

ในขณะที่แคท..คิตตี้..และแพคเกจพยายามระงับความตระหนก..

ในที่สุด..แสงนวล..หญิงสาวชุดขาวหน้าตาขี้ริ้วคนนั้นก็พูดว่า..

“..พร้อมจะตายหรือยัง..”

ฮัล เวสต์ แค่นเสียง..

“..ฆ่าผมคงไม่ง่ายนัก..”

เขากรอกตา..สิ่งที่คิดได้ในตอนนี้..คือแผนจับตัวประกัน..และหนี..

แต่จะจับใครล่ะ..แคทนี่น่ะหรือ..ตอแยฝีมือระดับเทพแบบนี้..หาที่ตายชัด ๆ 

คิตตี้..ดูท่าลูกสาวของเจ้าสำนักสูญญตา..คงฝีมือร้ายกาจ..แม้จะด้อยกว่าบุพการีอยู่บ้าง..แต่ก็ใช่จะทำอะไรได้ง่าย

แพคเกจ..ฮาล์ฟบลัดแวมไพร์ผู้ปกป้องสาวเสียงอสูร..อาจจะฝีมือด้อยที่สุด..แต่ระดับฮาล์ฟบลัดแวมไพร์..การฆ่าหรือทำร้ายย่อมยากเย็นแสนเข็ญ..

แต่หากหลอกซ้ายหนีขวา..น่าจะพอทำได้..

ฮัล เวสต์ยิ้มที่มุมปาก..

แล้วปีกอันใหญ่คล้ายค้างคาวก็กางออก..มือทั้งคู่ปรากฏคมมีด..

แต่ไม่ทันจะได้ทำอะไร..ปีกก็ขาดสะบั้น...

ไม่เพียงแค่ปีกขาด..แขน ขา ลำตัว..ก็ขาดออกจากกัน..

ร่างครึ่งท่อนของฮัล เวสต์กลิ้งหลุน ๆ ..แต่ยังไม่ตาย..

ในมือของหญิงสาวชุดขาวที่ชื่อแสงนวลมีดาบเล่มหนึ่ง..

ดาบคมกล้าอาบเลือด..ร่างกายมีเลือดของฮัล เวสต์เปรอะเปื้อน

แคทถึงกับระบายลมหายใจ..มองดูดาบที่คุ้นตา..ก่อนจะพูดขึ้นว่า..

“..ดาบราชินี..นี่เธอจริง ๆ ..”

ฮัล เวสต์พูดขึ้นทั้งที่มีร่างแค่ครึ่งท่อน..

“..เธอฆ่าฉันก็ใช่ว่าจะทำลายอิคลิปส์ได้..ลูนาร์วูแมน..” เหมือนฮัล เวสต์จะเข้าใจแล้วว่าหญิงสาวชุดขาวนี้เป็นใคร..

แสงนวลถอนหายใจ..

“..เข้าใจ..นายเป็นแค่ร่างโคลนร่างหนึ่ง..ไม่ใช่ฮัล เวสต์ตัวจริง..”

“..สำนักสูญญตาจะถูกอิคลิปส์เหยียบจนราบ..”

“..สายตาแก..คงส่งภาพไปยังสำนักงานใหญ่ของอิคลิปส์..ให้ฮัล เวสต์ตัวจริงดูอยู่..”แสงนวลหันมาทางคิตตี้.. “..แสดงให้พวกมันเห็นเถอะว่า..การจะทำแบบนั้น..มันเป็นไปไม่ได้เลย..”

คิตตี้ยิ้ม..เห็นแววตาที่คุ้นเคยก็รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด..

“..ได้สิ..”

แล้วฮัล เวสต์ที่เป็นร่างจำลอง..ก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ..

เงาดำที่ใหญ่โต..

เงาดำที่น่ากลัว..

เงาดำที่เป็นรูปร่างของอสูร...

ไม่มีหน้าตา..มีแต่เงาดำ..

เงาดำเอื้อมมือมาหาร่างของฮัล เวสต์ซึ่งเหลืออยู่ครึ่งท่อน...

และบีบร่างฮัล เวสต์แหลกคามือ...

 

ฮัล เวสต์แหลกเละไปแล้ว...

แสงนวลสะบัดดาบในมือ..ดาบหายวับไปราวปาฏิหาริย์..

ในสายตาของทุกคนแม้มองไม่ทันแต่ก็ทราบว่า..มันถูกซ่อนไว้อย่างดีใต้เสื้อผ้า..

ก่อนจะหันหลัง..พูดขึ้นอีกว่า..

“..ขอโทษนะคะที่ทำให้วุ่นวาย..แต่นี่เป็นภาระกิจของฉัน..”

แคทหรี่ตา..

“..จะไปแล้วหรือ..”

“..ค่ะ..ต้องขอโทษที่แฝงตัวเข้ามาเป็นศิษย์ปฏิบัติธรรมของอารามขาว..”

“..เธอสามารถจะมาได้บ่อย ๆ นะ..”

“..ถ้าไม่มีภาระกิจ..ฉันคงไม่คิดจะมาที่นี่หรอก..ไม่ใช่ว่าที่นี่ไม่ดีนะคะ..เพียงแต่...ไม่ต้องการรบกวนความสงบของสำนัก ..”

“..กัสจัง..”แพคเกจร้อง..เธอเป็นคนที่ไม่มีลีลาอะไร..มีอะไรก็พูดตรง ๆ ... “..เธอคือกัสจังใช่ไหม..กัสจัง..ฉันกับคิตตี้คิดถึงเธอมากนะ..”

“..ไม่ใช่หรอกค่ะ..คุณแพค..ฉันคือแสงนวล..กัสจังของคุณน่ะตายไปแล้ว..คุณก็คงเห็นกับตา..”

แพคจะร่ำร้องอะไร..แต่มือหนึ่งจับบ่า..นั่นคือคิตตี้..

สาวหน้าสวยดุพูดขึ้นว่า..

“..กำลังแม่พระธรณีที่นายแม่อุทานออกมา..มันก็บอกอะไรได้แล้ว..เอาล่ะ..ฉันเข้าใจ..แต่จะพูดกับเธอตรงนี้..ไม่ว่าเธอจะเป็นใครก็ตาม..แต่สำหรับฉัน..กัสจังคือคนที่ฉันรักเสมอ..ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง..”

แพคเกจเช็ดน้ำตา..

“คิตตี้..เธอจะปล่อยให้กัสจังจากเราไปอีกครั้งหรือไง..รั้งเธอไว้สิ..เธอมีอสูร..พลังของอสูรสู้กับกำลังแม่พระธรณีได้แน่..คิตตี้..เธอไม่คิดถึงกัสจังเหมือนฉันใช่ไหม..”

“..แพค..”เสียงคิตตี้พูดขึ้นอย่างนุ่มนวล.. “..ความรักของฉัน..มักจะมาด้วยกันกับความเชื่อมั่น..ความไว้ใจ..ถ้ากัสจังจะทำอะไร..เธอจะมีเหตุผลของเธอเสมอ..ขอแค่รู้ว่า..กัสจังยังอยู่..และยังรักเรา..ฉันคิดว่า..สักวันหนึ่ง..กัสจังจะบอกสิ่งที่เราต้องการรู้ออกมาเอง..”

แสงนวลหัวเราะ..

“..คนที่ชื่อกัสจังคนนั้น..โชคดีจังเลยนะคะ..ที่มีคนที่รักและเข้าใจได้ขนาดนั้น..แต่ฉันไม่ใช่กัสจังหรอกค่ะ..ฉันคือแสงนวล..แต่ถ้าหากคุณจะเรียกฉันว่า..ลูนาร์..หรือลูนาร์วูแมน..ก็ไม่มีปัญหานะคะ..”

แสงนวลสะกิดเท้า..ร่างเหมือนทะยานออกไปจากที่นั่น..ไม่ช้าก็หายวับไปกับความมืด..

แพคหันมาซบหน้ากับคิตตี้..

น้ำตาไหลพราก..

“..ทำไม..คิตตี้..ทำไมกัสจังถึงทำแบบนั้นด้วย..เธอไม่รักเราแล้วใช่ไหม..”

“..เพราะเธอรักเราไงล่ะ..เธอถึงทำแบบนี้..”คิตตี้ยิ้ม “..ให้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่..และเวลานี้อยู่ในโลกเดียวกัน..แค่นี้ฉันก็ดีใจมากแล้ว..ในโลกของเรา..การจะอยู่ด้วยกันสามคนมันคงเป็นไปได้ยาก..แต่ฉันเชื่อนะ..สักวัน..กัสจังจะมาหาเรา..”

แพคมองดูเงามืดที่ปกคลุมทั่วบริเวณ..ร่างของพวกอิคลิปส์ทรูปเปอร์นอนกลิ้งระเกะระกะ..

คนเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากแลบของอิคลิปส์..ทำตามคำสั่ง..ไร้จิตใจ..แสงนวลหรือลูนาร์วูแมน..จึงใช้กำลังแม่พระธรณีสังหารได้เต็มที่..พลังมหาศาลแผ่ผ่านพื้นดิน..ทำลายอวัยวะสำคัญอย่างแม่นยำ..

แคทอดพูดไม่ได้..

“..ทำความสะอาดสำนักก่อนเถอะคิดตี้..”

คิตตี้รับคำ..

แล้วอสูรสีดำก็ขยายร่าง..กวาดมือดำใหญ่โต..หอบร่างของพวกอิคลิปส์ทรูปเปอร์ในครั้งเดียว..และพาออกไปจากที่นั่น...คงไปหาที่กำจัดซากสักที่หนึ่ง..

นี่คือความสามารถของคิตตี้ที่เพิ่มขึ้น..

หลังจากร้องเพลงอสูรกลืนอาทิตย์ช่วยเหลือโลก..แม้จะไม่ได้เป็นคนถือโคมกับพลอยเพื่อเพิ่มพลังให้เทพอสูร..แต่หลังจากนั้น..คิตตี้ก็พบว่า..ตัวเองสามารถเรียกอสูรออกมาได้ทุกเมื่อหากร้องเพลงอสูรกลืนอาทิตย์...

สาวเสียงอสูรก็คือสาวเสียงอสูร..

แต่อสูรที่คิตตี้เรียกจากการร้องเพลง..เหมือนเป็นตัวเธอ..ไม่ใช่เทพอสูรองค์เดิม..

และเมื่อเรียกอสูรออกมา..คิตตี้ก็เหมือนมีสองวิญญาณ..วิญญาณหนึ่งยังอยู่ในที่เดิม..อีกวิญญาณ..เหมือนจะอยู่ในร่างอสูร..แม้พลังของอสูรตนนี้..จะไม่เทียบเท่าอสูรที่ห่อหุ้มท้องฟ้าปกป้องโลก..แต่หากจะกวาดกองทัพอิคลิปส์ที่เคยบุกชุมชนหมาป่าประกายเพชรเมื่อสามปีที่แล้วนั้น..ก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็น..

ดังนั้น..การที่อิคลิปส์จะบุกสำนักสูญญตา..ขอเพียงคิตตี้อยู่เท่านั้น..ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปได้เลย..

นี่เหมือนกับเป็นความสามารถพิเศษของคนที่ร้องเพลงอสูรกลืนอาทิตย์..เฉกเช่นป้อนที่ร้องเพลงเทพส่งวิญญาณ..

 

แสงนวลในชุดขาววิ่งตะบึงไปเบื้องหน้า..ก่อนจะทะยานร่าง..ชุดขาวหลุดออก..รวมถึงใบหน้าและฟันเหยินเกก็หลุดออกไป...กลายเป็นใบหน้าอันงดงามของกัษษากร..เจ้าหญิงหลงมิติแห่งเผ่าจันทรา..

กัษษากรทะยานร่างไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง..และหายวับไปกับตา..

หายวับไปจริง ๆ ..

เหมือนกับว่าหายเข้าม่านมิติ..

และในม่านมิตินั้น..ร่างของคนสองคนรออยู่..

ป้อนกับสอง..สาวเสียงเทพและแวมไพร์บอดี้การ์ดผู้เป็นอมตะ...

“..ทำดีมาก.กัสจัง..”เสียงสองชมเชย.. 

“..แต่ก็ยากจะทำให้อาจารย์ .คิตตี้กับแพคเกจไม่รู้ว่าฉันคือใครนะคะ..”

“..รู้แล้วจะเป็นไรไปเล่า..ขอแค่เข้าใจก็พอ..”ป้อนหัวเราะ..

กัษษากรเองก็ยิ้ม..

“..แต่ก็นะ..คิตตี้ยังน่ารักอยู่เลย..แพคเกจด้วย..”

“..เธอจะทำยังไงกับสองคนนั่นล่ะ..”

“..คิตตี้เข้าใจนะคะ..แต่แพคเกจยังมีอารมณ์ที่ทำใจได้ยาก..พวกเธอแต่งงานกันแล้ว..ในโลกนี้..การอยู่แบบคู่รักสามคน..ไม่ได้รับการยอมรับไม่เหมือนโลกของฉัน..ก็คงต้องปล่อยให้พวกเธออยู่กันแบบนั้นแหละค่ะ..กัสจังควรจะตายไปแล้ว..สำหรับพวกเธอ..มันน่าจะดีที่สุด..”

เสียงของกัษษากรดูหดหู่..แต่ก็เหมือนทำใจยอมรับความจริงได้..

สองกับป้อนเองก็รู้สึกหดหู่ไปด้วย..

“..ลูนาร์วูแมน..จันทราล่าปีศาจ..”สองพูด.. “..เธอต้องทำหน้าที่ของเธอต่อไป..”

“.ค่ะ..”กัษษากรถอนหายใจ.. “..วันนี้เสร็จภาระกิจแล้ว..ขอไปหาปุ้นนะคะ..”

สองพยักหน้า…ป้อนพูดขึ้นว่า..

“..ฉันจะไปส่งนะ..”

กัษษากรยิ้ม..

“..ขอบคุณมากค่ะพี่ป้อน..”

แต่ป้อนที่มีความละเอียดอ่อนก็อดจะเตือนไม่ได้..

“..ถามจริง ๆ ..เธอรู้สึกกับปุ้นแค่ไหน..”

“..บอกยากนะคะ..แต่พี่ป้อนก็รู้นี่คะ..ว่าเพราะปุ้น..ทำให้ฉันยินดีจะเป็นจันทราล่าปีศาจอย่างปัจจุบัน..”

สองกับป้อนมองหน้ากัน..

ใช่..กัษษากร..เจ้าหญิงหลงมิติ..ไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ต้องตามล้างตามล่าแวมไพร์และพวกอิคลิปส์ขนาดนี้..

เพราะแม้แต่คิตตี้หรือว่าแพคเกจ..ก็ยังปล่อยวางต่อทุกอย่าง..แอบเร้นกายในสำนักสูญญตา..ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

เหตุผลในการที่กัษษากรต้องตามล่าแวมไพร์และอิคลิปส์..ควรจะอยู่ที่อะไรสักอย่าง..

และเป็นสิ่งที่สองกับป้อนรู้ดี…

 

…ด้วยอำนาจของเพลงเทพส่งวิญญาณของสาวเสียงเทพอย่างป้อน..ทำให้กัษษากรปรากฏกายหน้าบ้านหลังหนึ่ง

บ้านหลังนี้ดูโดดเดี่ยว..

สองกับป้อนที่ตามมาด้วย..ต่างมองหน้าซึ่งกันและกัน..

“..ถ้ามีภาระกิจใหม่..ฉันจะมาหา..”สองพูด.. 

กัษษากรยิ้มรับ..

“..พี่สองยังไม่บอกฉันเลยนะคะ..ว่า..ตกลง..ภาระกิจต่าง ๆ ของลูนาร์วูแมน..ใครเป็นคนกำหนดแผน..”

“..เรื่องบางเรื่องยิ่งรู้น้อยยิ่งดี..”สองยิ้ม.. “..พักให้สบายก่อนแล้วกัน..กัสจัง..”

ป้อนพาสองหายเข้าม่านมิติไปแล้ว..

กัษษากรถอนหายใจ..แหงนหน้ามองที่ชั้นสองของบ้านที่ตั้งอย่างโดดเดี่ยว..

ก่อนจะไขกุญแจ..และเดินเข้าไปอย่างคุ้นเคย..

เพราะนี่คือบ้านของเธอ..

กัษษากรเดินขึ้นชั้นบน..เปิดประตูห้อง ๆ หนึ่ง..

เด็กสาววัยราว ๆ 15-16 ปี..ผิวคล้ำเล็กน้อย..ตัดผมสั้น..เงยหน้าจากการฟุบหลับบนโต๊ะ..

“..พี่กัสจัง..พี่มาแล้ว..ปุ้นรอพี่อยู่นะ..”

กัษษากรเข้ามาหา..ปุ้นถลาเข้ามากอด..ร่างของปุ้นไม่สูงนัก..ตัวเล็กน่ารักน่าเอ็นดู..

“..นอนก่อนก็ได้นะปุ้น..”

“..นอนไม่หลับหรอกค่ะ..ถ้าไม่เจอพี่..”

“..พี่มาแล้วไง..”

“..งั้นก็หลับได้แล้วใช่ไหมคะ..”ปุ้นหัวเราะ..

แสงจันทร์จากภายนอกสาดส่องเข้ามาในห้อง..

 พระจันทร์บนฟ้าสุกสกาว..

ปุ้นที่ซบกับอกของกัษษากรอยู่..มีแววกระหาย..ทุรนทุราย..และตัวเธอเริ่มมีปฏิกริยาที่เปลี่ยนแปลง..

ในที่สุด..เธอก็ผิวซีดขาว..ตาแดง..และเขี้ยวจากปากงอกขึ้น..

“..ปุ้น..”กัษษากรถอนหายใจ.. “..กระหายใช่ไหม..”

“..พี่กัส..ปุ้น..ปุ้น..ขอ..”

กัษษากรลูบศีรษะเด็กสาวอย่างเวทนา…

“..มันเริ่มรุนแรงขึ้น..”

“..ขอ..ขอ..”ปุ้นยังไม่หยุดร้องคราง..

“..ได้..สำหรับปุ้น..พี่ให้ได้เสมอ..”

กัษษากรยกแขนขึ้น..แขนที่มีรอยเขี้ยวกัด..

ทุกครั้งที่ปุ้นกระหาย..กัษษากรจะให้กินเลือดของเธอ..เลือดที่มีความพิเศษกว่าเลือดของมนุษย์และปีศาจทั่วไป..

แต่ครั้งนี้..ปุ้นกลับไม่กัดแขนตามที่เคยทำ..แต่กลับกัดที่คอ..

กัษษากรชะงักเล็กน้อย..

“..ปุ้น..ทำไมทำแบบนี้..”

“..ขอโทษค่ะ..ปุ้นอยากมากจริง ๆ ..”

“..กัดที่แขนเลือดจะออกน้อยกว่านะปุ้น..”

“...ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพี่กัส..”เสียงปุ้นพูด.. “..ปุ้นไม่ได้กัดตำแหน่งเส้นเลือดใหญ่หรือสำคัญ..”

“..แล้วทำไมถึงกัดคอ..”

ปุ้นยังคงดูดเลือดจากลำคอของกัษษากร..ปากก็พูดพร้อมกับดูดเลือดไปด้วย..

“..อยากจะ..ให้พี่เป็นของปุ้นตลอดไป..”

การกัดดูดของปุ้น..ไม่เหมือนกับการดูดเลือดของแวมไพร์ทั่วไป..ที่เน้นการดูดกินแบบกระหายเลือด…

แต่ปุ้นกลับดูดเลือดในแบบที่ไม่เหมือนดูดเพราะกินอย่างกระหาย..

เป็นความกระหายอีกแบบหนึ่ง..ที่เหมือนกัษษากรจะรู้ความหมาย..

แทนที่กัษษากรจะตระหนก..หรืออะไรอื่น..เธอกลับกอดกระชับอีกฝ่าย..

ร่างของทั้งสองล้มลงบนเตียงที่อยู่ข้าง ๆ …

ไม่ช้า..เครื่องแต่งกายต่างก็กระจัดกระจายข้างเตียง..

เสียงเหมือนจะขาดใจตาย..ครวญคราง..ทรมาณแต่มีความสุขระคนกัน..

กัษษากรยังไม่ทิ้งความเป็นฝ่ายรุกโดยธรรมชาติ..แม้จะถูกกัดคอและดูดเลือด..ตลอดจนซุกไซร้จนอารมณ์ฮือโหม..แต่พอตั้งหลักได้..กลับชิงรุกกลับจนอีกฝ่ายระทวยแทบตาย..

ร่างเล็กกว่า..ผิวเต่งตึง..เย้ายวนอารมณ์ไปอีกแบบ..

ปุ้นหายจากการเป็นปีศาจแล้ว..สีหน้าท่าทางกลายเป็นมนุษย์ธรรมดา ๆ คนหนึ่ง..ที่มีความรักความต้องการ..

กัษษากรที่เอาใจจนอีกฝ่ายฟินไม่หยุด..ก็เริ่มระบายความรู้สึกของตัวเองบ้าง..

บดเบียดแบบนุ่มนวล..แต่หนักและโดนจุดที่ทำให้ฟิน…

เสียงหนักหน่วงของการระบายลมหายใจดังขึ้น..ก่อนที่ร่างคนสูงกว่าจะฟุบกับหน้าอกของคนที่ร่างเล็ก..

“..กัสจัง..”เสียงปุ้นเรียก.. “..รักกัสจังมากเลยนะ..”

สีหน้าของกัษษากรเหมือนกับยังมีอะไรบางอย่างติดค้างอยู่..ผละออกและนอนหงาย..

ความทรมาณกับบางอย่างปรากฏในแววตา..คนสองคนที่เธอนึกถึงตลอดเวลา..ยังคงผุดขึ้นจากห้วงความคิดคำนึงเสมอ..ไม่มีเปลี่ยนแปลง..

น้ำตาหยาดใส ๆ คลอเบ้า..

หญิงสาวเจ้าของฉายาลูนาร์วูแมนพยายามไม่ให้อีกฝ่ายเห็น..

แต่ก็มีเสียงพูดขึ้นจากปากของอีกฝ่าย..

“..พี่กัสจัง..ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ..ที่ดูแลปุ้นเป็นอย่างดี..แต่ไม่ต้องทำเพื่อปุ้นขนาดนั้นก็ได้..”

กัษษากรรั้งร่างปุ้นมาซบ..

“..พูดอะไรแบบนั้น..”

“..แวมไพร์พันธุ์ประหลาดที่ไม่เคยปรากฏขึ้นในโลก..ไม่ใช่ฮาล์ฟบลัด..ไม่ใช่เรียลบลัด..โลกมนุษย์ก็ไม่ต้องการ.โลกแวมไพร์ก็รังเกียจ..ขอแค่พี่ไม่รังเกียจ..ปุ้นก็ดีใจแล้วนะคะ..”

“..พี่ตัดสินใจแล้ว..ไม่ว่ายังไง..พี่ก็จะดูแลปุ้นไปเรื่อย ๆ ..”

“..พี่ไม่ได้รักปุ้นนะคะ..ปุ้นรู้.พี่มีใครที่พี่รักอยู่..แต่อาจจะไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้..ขอบคุณนะคะ..ที่ดูแลปุ้น..แต่ปุ้นก็ไม่ได้ต้องการให้พี่เศร้านะคะ..สักวันหนึ่ง..ถ้าพี่สามารถอยู่ร่วมกับคนที่พี่รักได้..แค่ไม่ลืมปุ้น..ก็ดีใจมากแล้วค่ะ.”

กัษษากรถอนหายใจ...ถึงความลับบางอย่างที่มีแต่เธอรู้เท่านั้น..

ใช่ความลับของปุ้น..

ความลับที่เธอเป็นแวมไพร์..สิ่งมีชีวิตที่มนุษย์เกลียดและกลัวที่สุด..

 

ในมุมมืดที่ไม่มีมนุษย์ล่วงรู้...

ร่างของราชาแวมไพร์คนปัจจุบัน..เดลต้า..ยังคงตระหง่านอยู่..

เขาอยู่เบื้องหน้าตราสัญลักษณ์ประหลาด...

ด้านหลัง...คน ๆ หนึ่งปรากฏขึ้น...

เดลต้าหันมาเผชิญหน้า..

“..อนันตา..มีอะไรรึ..”

อนัตตา..แวมไพร์สาวในชุดดำแยกเขี้ยวที่มุมปาก...

“..ท่านเดลต้า...”นางก้มศีรษะ.. “..ตามที่ดิฉันได้ค้นคว้าตามคำสั่งท่าน..กับตำนานแห่งชาวแวมไพร์เรา..องค์เรนีจะจุติเพื่อดำรงและสร้างความยิ่งใหญ่ให้เผ่าพันธุ์เราในปีนี้แน่นอน..”

“..หมายความว่า..สิ่งที่ฉันรู้..มันคือความจริงสินะ..”

“..ปีนี้..เรนี่ เทพสูงสุดแห่งแวมไพร์เราจะจุติ..แต่ก็น่าหงุดหงิดที่เทพสูงสุดของพวกหมาป่า..ทีวู..และเทพสูงสุดของพวกโซลาร์ที่ต่อต้านเรา..ไอซิส..ก็จะจุติด้วย..”

“..พวกโซลาร์เปลี่ยนไปแล้ว..ไม่มีอยู่แล้ว..”เดลต้าทำมือไพล่หลัง.. “..มันยังจะเชื่อเทพไอซิสของพวกมันอีกหรือ..”

“..หลังจากที่เผ่าพันธุ์ของเราถูกสาวเสียงเทพใช้เพลงเทพส่งวิญญาณทำลายไป..พวกโซลาร์ก็เปลี่ยนไปเป็นพวกแวมไพร์ฮันเตอร์..แต่ก็มีโซลาร์กลุ่มหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจเปลี่ยนองค์กรในครั้งนี้..จนแยกตัวไปใช้กลุ่มโซลาร์เหมือนเดิม...พวกมันก็คาดหวังกับการจุติของเทพไอซิสของพวกมันเช่นกัน..”

เดลต้ายิ้ม..

“..สมัยก่อน..คำว่าจุติ..คือการเกิด..และการเกิดจะคิดว่าเป็นการเกิดจากครรภ์มารดาเท่านั้น..แต่สำหรับความเข้าใจของสิ่งมีชีวิตที่เลิศสติปัญญาที่สุดอย่างแวมไพร์เรา..คำว่าจุติ..อาจจะเป็นการ “..สร้างขึ้นมา..” ..จากไหนก็ได้..”

อนันตาขมวดคิ้ว..

“..ท่านหมายความว่าอย่างไร..ท่านราชาแวมไพร์..”

“..นี่คือสาเหตุที่เราต้องเป็นมิตรกับพวกอิคลิปส์...”เดลต้ายิ้มหยัน.. “..ลำพัง..พวกมนุษย์โสโครก..อย่าหวังว่าแวมไพร์เราจะเป็นมิตรด้วย..”

อนันตาหัวเราะ..

“..นี่คือสิ่งที่ดิฉันเพิ่งทราบเลยนะคะ..นึกแล้ว..เผ่าพันธุ์แวมไพร์อย่างพวกเรา..ทำไมถึงต้องพึ่งพามนุษย์ที่หวังครองมนุษย์อย่างพวกมันด้วย...”

“..สาวเสียงเทพกับแวมไพร์บอดี้การ์ดของเธอ..ทำลายความรู้และเทคโนโลยีของเราที่ค้นคว้ารวบรวมมาเป็นเวลานานไปแทบทั้งหมด..ตอนนี้..เราได้แต่ยืมมือพวกอิคลิปส์..แต่น่าเสียดาย..ที่แลบลับของพวกมันถูกทำลายไปหลายแห่ง..ด้วยฝีมือของลูนาร์วูแมน..”

“...หญิงสาวแห่งจันทราคนนั้น..”อนันตาแค่นเสียง.. “..สักวัน..เราจะเล่นงานเธอให้เจ็บปวดที่สุด..”

“..เจ็บปวดแน่นอน...แต่ก่อนหน้านั้น..เราต้องการตัวเธอมาเป็น ๆ เสียก่อน..”

เดลต้าถอนหายใจ...เดินไปเปิดหนังสือเล่มหนึ่ง...

ก่อนจะยื่นให้อนันตาอ่านในหน้าที่เปิดไว้..

อนันตาอุทานออกมาเบา ๆ ..

“..สายเลือดแท้แห่งจันทรา..”

“..ใช่..เลือดแท้แห่งจันทรา..”เดลต้ายิ้มละไม.. “..สายเลือดแห่งจันทราจะไม่กลัวแวมไพร์อย่างเรา..เราไม่สามารถกัดหรือทำให้เธอเป็นแวมไพร์ได้..พวกหมาป่าได้รับการสืบทอดจากสายเลือดนี้..แต่มีการกลายพันธุ์จนเป็นเผ่าหมาป่า..และเลือดของมันเป็นพิษต่อเรา..”

“..ท่านหมายความว่า..”

“..จากการพิจารณาถึงลักษณะและคุณสมบัติต่าง ๆ ตามที่ได้รับข้อมูล..ฉันเชื่อว่า..ลูนาร์วูแมน..คงเป็นเลือดแท้แห่งจันทราคนนั้นแน่นอน...คนที่เราตามหามานานแสนนาน...”

“..เพื่ออะไรคะ..”อนันตาอดตระหนกไม่ได้..ที่ศัตรูที่ร้ายกาจของแวมไพร์คนนี้..กลับเป็นคนที่แวมไพร์ต้องการตัวมากที่สุด...

“...เพื่อทำให้ท่านเรนีจุติ..”เดลต้าหัวเราะ.. “..การพัฒนาทางพันธุกรรมแวมไพร์ของพวกอิคลิปส์..อาจจะทำให้เราได้สิ่งมีชีวิตชนิดใหม่..แวมไพร์เผ่าพันธุ์ใหม่..เพียงแต่..ต้องมีสักตัวหนึ่ง..ที่มีปฏิกริยากับเลือดของเธอ..เลือดของลูนาร์วูแมน..และถ้าเลือดแท้แห่งจันทรามีผล..เราจะได้สุดยอดแวมไพร์ที่เหมือนเป็นเทพของเราจุติ...นี่แหละคือข้อเท็จจริงแห่งตำนาน”

เดลต้าหัวเราะกังวาน...จนอนันตาถึงกับเคลิบเคลิ้ม..

“..นี่คือความยิ่งใหญ่ของเราจะหวนกลับคืนมาใช่ไหมคะท่าน..”

“..ถูกต้องแล้ว..อนันตา..เมื่อถึงวันนั้น..พวกอิคลิบส์ก็จะไม่มีความหมายกับเราอีกต่อไป..ท่านเรนีเมื่อจุติ..จะมีอานุภาพที่ร้ายกาจซึ่งแม้แต่..จอมปีศาจของสาวเสียงเทพ..ก็สู้ไม่ได้..อานุภาพของท่านจะเหนือกว่าเพลงเทพส่งวิญญาณ..และท่านจะฆ่าสาวเสียงเทพ..ปิดตำนานความกลัวให้เผ่าพันธุ์เราสักที..”

เสียงกังวานที่สะท้านไปทั้งจิตใจของอนันตา...แต่มันก็ทำให้ความหาญฮึกประดังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก..

แวมไพร์สาวที่เหมือนเป็นมันสมองให้เดลต้าคนนี้..ไม่ว่าอย่างไร..ก็มีอุดมการณ์อันแรงกล้าเพื่อเผ่าพันธุ์ของตนเองเช่นกัน..ถ้าวันใดที่แวมไพร์ผงาดขึ้นมาอีกครั้ง..ก็ถือว่าไม่เสียทีที่เกิดมาเป็นแวมไพร์แล้ว...

เสียงฝีเท้า..และเสียงคุกเข่า..

“..ท่านฮัล เวสต์..มาขอพบครับ..”นั่นคือเสียงของทหารแวมไพร์คนหนึ่ง..

เดลต้าขมวดคิ้ว..

“..ไอ้ขี้แพ้นั่นมาทำไมอีก..”เขาพึมพำเบา ๆ .. ก่อนจะร้องสั่งด้วยเสียงที่มีอำนาจ.. “..ให้เข้ามาได้..”

ไม่ช้า..ร่างอันน่าชิงชังของผู้นำองค์กรอิคลิปส์..ก็ก้าวเข้ามา...

ฮัล เวสต์ที่ดูเหมือนกับฮัล เวสต์ที่ถูกฆ่าที่สำนักสูญญตาคนนั้น...

เดลต้ายิ้มที่มุมปาก..

“..นี่ฉันกำลังอยู่กับ ฮัล เวสต์ คนไหนกันแน่..”

“..ท่านราชาแวมไพร์..” ฮัล เวสต์ ก้มศีรษะ.. “..กระทั่งผมเอง..ก็ยังไม่รู้ว่า..ตัวเองมีกี่คนกันแน่..เพราะทุกคนคือตัวผมทั้งหมด...และผมก็ไม่เคยทราบว่า..ร่างไหนของผมเป็นร่างที่แท้จริง..ทุกคนคือร่างจริงหมด..”

“..รวมทั้งร่างที่ตายเพราะฝีมือลูนาร์วูแมนด้วยใช่ไหม..”

“..การเสียสละชีวิตไปแค่ชีวิตเดียว..และแถมยังเป็นชีวิตผมด้วย..มันคุ้มค่าเสมอ..”

“..อะไรคือความคุ้มค่าของนาย..ฮัล...”

ฮัล เวสต์หัวเราะ..

“...ก่อนอื่นผมจะบอกในสิ่งทีท่านอาจจะไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ออกมาเสียก่อน..”เขามีท่าทีเจ้าเล่ห์.. “..นั่นคือ..ผมโคลน(จำลอง)ร่างตัวเองไว้หลายร่าง..จนกระทั่งผมเองตอนนี้..ก็ไม่รู้ว่าร่างไหนคือร่างที่แท้จริง..ตรงนี้..ท่านก็คงจะทราบ..”

“..มันประหลาดตรงไหน..เทคโนโลยีของแวมไพร์ชัด ๆ ..”

“..แต่ที่มันไม่ปรากฏในเทคโนโลยีเดิม..คือ..การที่ทุกร่าง..จะสามารถเชื่อมโยงการรับรู้..ความคิด..ความรู้สึก..ถึงกันได้หมด..อย่างเช่น..ที่ผมคุยกับท่านตรงนี้..ร่างอื่น ๆ ที่ผมจำลองไว้..ก็จะรับทราบได้ในทันที..”

เดลต้าฝืนยิ้ม..ฝ่ามือเย็นเฉียบ...

“..ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ไม่เลวนัก..”

“..นอกจากนั้น..เซลส์ทุกเซลส์ในแต่ละร่าง..ก็ยังมีความรู้สึก..และเซลส์แต่ละเซลส์..ก็ไม่ใช่จะตายง่าย ๆ ...เอาเป็นว่า อึดกว่าเซลส์ทั่วไป...”

“...แล้วมีอะไรอีก..”

“..ลูนาร์วูแมนฟันร่างผมขาดเป็นหลายท่อน..แต่เธอคงไม่รู้ว่า..เลือดของผม..ซึ่งก็นับว่าเป็นกลุ่มเซลส์ที่ดูเหมือนจะไร้ค่า..แต่มันก็ยังไม่ไร้ค่าเสียในทันที..เลือดส่วนหนึ่งที่เปรอะเปื้อนติดตัวเธอ..มันทำให้ผมรู้สึกได้ว่า..เธอกำลังไปที่ไหน..อย่างไร..ใช่..เพราะเลือดมันเป็นแค่เซลส์..มันจึงไม่สามารถมองเห็น..ได้ยิน.ได้กลิ่นอะไร..มันสามารถรับรู้ได้แค่ความรู้สึก”

เดลต้าขมวดคิ้ว..

ฮัล เวสต์ พูดต่อ..

“..ผมรู้สึกถึงความหดหู่ของตัวเธอ..ซึ่งตรงนั้น..ก็คงเป็นความรู้สึกส่วนตัว..รู้สึกถึงการเคลื่อนไหว..รู้สึกถึงสภาพแวดล้อมที่แปลกประหลาด.รู้สึกถึงการได้กลับบ้าน..และรู้สึกถึง...”

ฮัล เวสต์ ยิ้มอย่างมีเลศนัย 

“..โปรโตไทป์..เรนี เดอะโปรโตไทป์..แวมไพร์พันธุ์ใหม่ที่หายไปของเรา..”

เดลต้าถึงกับสะท้านกายด้วยความตระหนก ..

“..นี่อะไร ฮัล แกหมายความว่ายังไง..”

“..อ้าว นึกว่าบอกคุณแล้ว ..แลบของผมได้พัฒนาสายพันธุ์แวมไพร์..โดยใช้คุณลักษณะของเทพีเรนีของแวมไพร์เป็นต้นแบบ..มันก็พัฒนาจนได้เรนีเดอะโปรโตไทป์..แม้ว่ายังไม่สมบูรณ์..เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ..แต่มันก็ใกล้เคียงกับเทวีสูงสุดของแวมไพร์มากขึ้นทุกทีแล้ว..แต่ลูนาร์วูแมนทำลายแลบของผม..ทำลายข้อมูลทั้งหมดในการวิจัย..โปรโตไทป์หายไป..เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย..และผมก็โกรธมากด้วย..เพราะมันทำให้เราต้องเริ่มต้นกันใหม่..”

เดลต้าสีหน้าเปลี่ยน..แม้กระทั่งอนันตาก็ดูจะโกรธแค้นไม่น้อย ..

“..นี่ ..นี่แกกล้า..กล้าดีขนาด..จะสร้างพระเจ้าของเราขึ้นมาเชียวรึ..ไอ้สารเลว..”

“..อ้าว..นึกว่ารู้แล้วเสียอีก..”

เดลต้าค่อยสงบลงโบกมือให้อนันตาเงียบ

“..คุณฮัล ..นี่หมายความว่า ..เราสามารถเอาตัวโปรโตไทป์ของเราคืนมาได้ใช่ไหม..”

“..น่าเสียดาย..เซลส์เม็ดเลือดที่ติดในร่างของลูนาร์วูแมน.ได้ตายไปหลังจากรับรู้ถึงความรู้สึกสุดวิเศษนั้นได้ไม่นาน..แต่ไม่ว่าอย่างไร..ผมก็สามารถระบุพิกัดโดยประมาณของที่อยู่โปรโตไทป์นั้นได้..ดูท่า ..ลูนาร์วูแมนคงยังไม่รู้ว่า..”เธอ”คนนั้นมีความสำคัญระดับไหนสำหรับเรา..”

ฮัล เวสต์..ยิ้มที่มุมป่ก

“..แต่อย่างน้อย..ผมก็รับรู้ถึงอะไรอีกอย่างหนึ่ง..”

เดลต้าหรี่ตา 

“..อะไร..”

“..ความรัก..ดูเหมือนโปรโตไทป์..กับลูนาร์วูแมนจะมีความรู้สึกต่อกันอยู่นะ..”

“..หือ..”

“..มันจะเป็นทั้งจุดอ่อนสำคัญของเธอ..และผลประโยชน์ของเรา..ได้ทั้งโปรโตไทป์คืน..พร้อมทั้งได้โอกาสฆ่าลูนาร์วูแมนในครั้งเดียว..”

เดลต้าเขม้นมองอีกฝ่าย ..มีแววสงสัยใจ..

“..ว่าแต่ ..เรื่องแค่นี้ ..อิคลิปส์ของคุณก็จัดการได้นี่..ไม่น่าจะมาบอกผม..”

ฮัล เวสต์ หัวเราะกังวาน 

“..ท่านราชาแวมไพร์..ท่านมีความลับบางอย่างยังไม่บอกผม..ความลับสำคัญซะด้วย..”

เดลต้าขมวดคิ้ว 

“..หมายความว่ายังไง..”

“..ถ้าเราจะร่วมมือกัน..ก็ไม่ควรจะปิดบังอะไร..ท่านรู้ในสิ่งที่ผมไม่รู้เกี่ยวกับเทพีสูงสุดของท่าน ..องค์เรนี่..”

เดลต้านิ่ง..ชั่งใจชั่วขณะ..

ก่อนจะเอามือไพล่หลัง..แหงนหน้า..ถอนหายใจ..

“..คงปิดบังอะไรคุณไม่ได้สินะ..ฮัล..ได้ ..ผมจะบอก..สิ่งที่ผมรู้..คือ..องค์เรนี่เกี่ยวกับสายเลือดแท้แห่งจันทรา..ซึ่งก็คือ..” เดลต้านิ่งชั่วขณะ..”..ลูนาร์วูแมน..เราแน่ใจว่า..เธอคือสายเลือดแท้แห่งจันทรา..คนที่เราตามหา..และถ้าอยากจะให้องค์เรนี่จุติ..เราต้องใช้เลือดของเธอ..”

“..เลือดที่มาจากร่างที่ทรงพลังที่สุด..” ฮัล เวสต์ อุทาน.. “..นี่หมายความว่า..ศัตรูที่ร้ายกาจของเรา..กลับกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างพระเจ้าแห่งแวมไพร์หรือนี่..”

เดลต้าแค่นเสียง..

“..รู้แล้วเราก็ควรรีบจะเร่งจัดการ..จับกุมมาให้ได้ทั้งโปรโตไทป์..และลูนาร์วูแมน..นายรีบระบุตำแหน่ง..ฉันจะให้อนันตาคุมแวมไพร์นิวไทป์จำนวนหนึ่งไปกับนาย..”

ฮัล เวสต์โค้งศีรษะ..แต่ในสายตาของเดลต้าและอนันตา..ดูแล้วกลับรู้สึกไม่พอใจผู้นำแห่งอิคลิปส์คนนี้ลึก ๆ ..

 

สองกับป้อนปรากฏกายอีกครั้ง..ในสถานที่แห่งหนึ่ง..

สถานที่ซึ่งอยู่ใต้ดิน ..กว้างขวาง..และใครจะทราบว่านี่คือฐานลับขององค์กรต่อต้านแวมไพร์ที่ชื่อ..โซลาร์..

แต่มันไม่ใช่สถานที่ที่เรียกว่า ..ซีโร่พอยน์..ซึ่งเป็นฐานบัญชาการแต่เดิมของโซลาร์..เพราะนับแต่ที่รัฐบาลใช้ฐานซีโร่พอยน์เพื่อหลบเหตุร้ายแรงครั้งที่ดวงอาทิตย์ประทุความร้อน..เมื่อสามปีก่อน..และคิตตี้ต้องร้องเพลงอสูรกลืนอาทิตย์เพื่อกอบกู้โลก..ซีโร่พอยน์ก็ไม่ใช่ความลับอีกต่อไป

หน่วยโซลาร์ที่ก่อตั้งขึ้นมาใหม่..จึงต้องย้ายมาใช้ฐานลับแห่งใหม่..ที่เรียกว่า.ไมนัสพอยน์..

ฐานที่ลับยิ่งกว่าลับ..และลับกว่าฐานซีโร่พอยน์เสียอีก..

สองป้อนเดินเข้าไปในฐานลับ..หลายคนเห็นสอง..ก็ทำความเคารพ..

เวลานี้..สองคือหัวหน้าของโซลาร์คนใหม่..แน่นอน..วีรกรรมที่ต่อสู้กับแวมไพร์..ปกป้องสาวเสียงเทพ..ล้างแวมไพร์ครั้งใหญ่..ทำให้สองมีบารมีเพียงพอที่จะได้รับการยอมรับ..อย่าว่าแต่..สองนั้น..คือลูกสาวของพนัส อิทธิวงศ์..หัวหน้าโซลาร์คนเก่าที่เสียชีวิตไปในการต่อสู้กับแวมไพร์ในศึกใหญ่ครั้งสุดท้าย..ศึกที่ปกป้องสาวเสียงเทพให้ร้องเพลงเทพส่งวิญญาณ..

และสำหรับป้อน..สาวเสียงเทพ..เธอเหมือนกับราชินีแห่งโซลาร์เลยทีเดียว..

“..หัวหน้า..”ชาวโซลาร์คนหนึ่งรายงาน.. “..มีคนรอพบท่านอยู่ครับ..”

“..หือ..”สองอุทาน.. “..ใคร..เขามาที่นี่หรือไง..”

“..เราคงไม่เสี่ยงพามาที่นี่หรอกครับ..เราให้ท่านผู้นั้นรออยู่ที่บ้านของดร.ถนัด..ริมทะเลสาบครับ..”

“..ใคร..”ป้อนอดถามไมได้.. “..ดูท่าน่าจะเป็นคนที่เราคุ้นเคยนะ..”

“..ราชินีหมาป่าครับ..”

สองป้อนถึงกับยิ้มออกมาได้..

“..นึกว่าใคร..ที่แท้คุณเดือนนี่เอง..”ป้อนอุทาน..

เจ้าหน้าที่โซลาร์คนนั้นยิ้มเพราะรู้ดีถึงความสัมพันธ์ของสองป้อนและเดือน..

“..ตามกฏ..เราจะให้คนนอกเข้ามาไม่ได้..แม้ว่าจะเป็นราชินีหมาป่าก็ตาม..”

“..ไม่เป็นไร..คุณทำตามกฏนั่นแหละถูกแล้ว..”สองพูด.. “..ว่าแต่..เรื่องนั้นน่ะไปถึงไหน..”

“..ท่านหมายถึง..”

“..การวิเคราะห์เลือดของลูนาร์วูแมน..”

“..เป็นเรื่องแปลกมาก ๆ เลยครับ..ตัวอย่างเลือดที่เราได้มา..เหมือนกับเลือดมนุษย์ธรรมดาทั่วไป..แต่มีความพิเศษแบบที่เราเองก็ไม่อยากจะเชื่อ..นั่นคือ..เลือดของลูนาร์วูแมน..ไม่มีปฏิกริยากับเชื้อไวรัสแวมไพร์..นั่นแปลว่า..ลูนาร์วูแมน..จะไม่สามารถติดเชื้อแวมไพร์ได้ทั้งชีวิต..แถมโครงสร้างของเม็ดเลือดก็มีความมหัศจรรย์..การนำออกซิเจนของเลือดเธอ..จะมีปริมาณสูงกว่าคนทั่วไป..นั่นหมายถึง..กำลังมหาศาลที่เหนือคนปรกติ..”

“..แต่ข้อเท็จจริง..เธอก็น่าจะเป็นคนธรรมดานี่..เพียงแต่ไม่ใช่คนในมิติของเรา..”

“..ผมไม่ทราบอะไรมากนัก..แต่จะบอกว่า..ตลอดสามปีที่เราศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับร่างกายเธอ..มันเหมือนกับว่า..ลูนาร์วูแมน..จะเกิดมาเพื่อจะช่วยเราล้างแวมไพร์โดยเฉพาะ..คุณสมบัติหลายอย่าง..เหนือกว่าที่เราคิดมาก..กำลังเหนือกว่าคนธรรมดา..เหนือกว่าแวมไพร์..และยังสามารถพาวเวอร์อัพพลังตัวเองได้อีกขั้นหนึ่ง..เป็นเรื่องที่เราเองก็ไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าทำไม..”

“..แต่ไม่ว่าอย่างไร..การศึกษาร่างกายลูนาร์วูแมนก็ต้องทำต่อไป..เพราะเธอเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของเรา..ในการจัดการกับแวมไพร์..เรามุ่งศึกษา..เพื่อจะช่วยเหลือเธอ..หากเกิดเหตุสุดวิสัย..อย่างน้อย..ก็จะได้ช่วยเหลือได้ทันท่วงที..”สองพูด.. “..และเราต้องแกะรอยการเคลื่อนไหวของแวมไพร์และพวกอิคลิปส์ตลอดเวลา..”

“..ครับ..”

“..โอเค..ฉันกับสาวเสียงเทพจะไปพบกับราชินีหมาป่า..ฝากด้านนี้ด้วยนะ..ถ้ายังไม่มีอะไร..ฉันจะให้ลูนาร์วูแมนพักสักสองสามวันก่อนจะให้เธอปฏิบัติการณ์ในรอบต่อไป..”

สองพูดจบก็พยักหน้า..ป้อนจับมือสอง..แล้วก็หายวับไปจากตรงนั้น..

 

บ้านริมทะเลสาบ..

บ้านหลังเดิมที่สุขสงบของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านแวมไพร์อย่างดร.ถนัด ทำนุอตีตา..

วันนี้..ดร.ถนัดมีแขกมาเยี่ยม..หลังจากที่แขกคนนั้น..ไม่ได้มาที่นี่ยี่สิบกว่าปีแล้ว..

ครั้งนั้น..ต้องร่วมมือกันต่อสู้กับไวท์..หัวหน้าหน่วยคามิลเลี่ยนแวมไพร์..จนบ้านพังพินาศย่อยยับ..และหลังจากเสร็จศึกใหญ่กับแวมไพร์..บ้านหลังนี้ก็ถูกสร้างขึ้นมาใหม่..และเป็นที่พักผ่อนของลูกสาวลูกเขยของดร.ถนัดรวมทั้งหลาน ๆ เป็นครั้งคราว..

ดร.ถนัดนั่งที่เก้าอี้นั่งเล่นชานบ้าน..จิบเครื่องดื่มและอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง..สำหรับคนสูงอายุอย่างเขา..จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว..ได้ศึกษาค้นคว้าในสิ่งที่ตัวเองสนใจ..อยู่ในบ้านที่บรรยากาศที่ดี..สดชื่นสุด ๆ ..

เพียงแต่วันนี้..แขกของเขาคือ หญิงที่ยังดูสาวและสวยมาก ๆ ..สง่ามาก ๆ อย่างราชินีหมาป่า..

เดือนยังคงเหมือนเดิม..กาลเวลาทำร้ายเธอได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น..แม้จะอายุเพิ่มขึ้นมาก..แต่ความที่เป็นชาวหมาป่า..ปีศาจอีกประเภทหนึ่ง..ทำให้เธออายุยืนยาวกว่าคนธรรมดา..รวมทั้งแก่ช้าลงด้วย..

“..การมาเยี่ยมสองป้อน..ทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้นะ..ดีที่ยังติดต่อผ่านดร.ได้..”เดือนพูด..ตรงหน้ามีไก่ย่างสุก ๆ ดิบ ๆ ครึ่งตัว..พร้อมกับไวน์ในแก้วทรงสูง..

ดร.ถนัดหัวเราะ..

“..โซลาร์ได้รับการก่อตั้งขึ้นใหม่..ยังไง..สามีเธอก็เป็นหัวหน้าหน่วยแวมไพร์ฮันเตอร์..กลายเป็นคู่แข่งกันไปแล้ว..เขาก็ต้องระวังเป็นธรรมดา..”

“..ถ้าฉันเดาไม่ผิด..ฐานไมนัสพอยน์ของโซลาร์..คงอยู่ใต้ทะเลสาบนี่ใช่ไหม..”

“..ฮะฮะฮะ..ก็เดาไปเหอะ..ผมเองก็ยังไม่รู้เลย..”ดร.ถนัดหัวเราะ.. “..แต่ก็ไม่สนใจหรอก..ผมจะเข้าไปก็ต่อเมื่อพวกเขาต้องการใช้ผมแค่นั้น..และไปแต่ละที..ก็ไปด้วยวิธีวาร์ปผ่านมิติ..ด้วยเพลงเทพส่งวิญญาณบทที่สามทุกครั้ง..”

“..แย่ชะมัด..พี่น้องกลายเป็นมองหน้ากันไม่ได้..”เดือนถอนหายใจ.. “..พี่เป็นหัวหน้าแวมไพร์ฮันเตอร์..น้องเป็นหัวหน้าโซลาร์..”

“..แหม..หนึ่งกับสองเค้ารักกันจะตาย..เธอก็รู้นี่เดือน..มันคงไม่แย่อย่างที่เธอคิดหรอกน่า..”

ดร.ถนัดพูดพลางจิบเครื่องดื่ม..

“..ว่าแต่..ฉันเองก็ยังไม่คิดว่าเธอจะมาแค่อยากเยี่ยมชมบรรยากาศของบ้านริมทะเลสาบของฉันเท่านั้นหรอก..มีอะไรที่จะคุยกับกันก่อนไหมล่ะ..กว่าที่สองป้อนจะมาหา..”

“..คุยกับดร.ก่อนก็ได้..ฉันคิดว่า..ดร.ก็คงจะสนใจเหมือนกัน..”เดือนถอดสร้อยคอ..วางเหรียญที่คล้องคอตลอดเวลาไว้บนโต๊ะ..

ดร.ถนัดเหล่มองเล็กน้อย..

“..นี่อะไร..เหรียญสัญลักษณ์เทพหมาป่า..กับราชินีหมาป่า..”

“..สัญลักษณ์ของพระเจ้าของเรา..ซึ่งมีส่วนคล้ายกับพระเจ้าของพวกแวมไพร์และพระเจ้าของพวกโซลาร์..”

“..ที่เราเคยใช้มันทำโฆษณาชวนเชื่อ..ทำให้พวกแวมไพร์มันปั่นป่วนน่ะรึ..”

“..มันก็หลายปีแล้วนะคะ..”ราชินีหมาป่าหัวเราะ.. “..แต่ว่า..เรื่องบางเรื่อง..ที่คิดว่าจะเป็นแค่โฆษณาชวนเชื่อไร้สาระ..หากมันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา..เราอาจจะเครียดสุด ๆ ก็ได้..”เดือนพูด.. “..ศักราชนี้..เป็นศักราชที่ชาวหมาป่าถือว่า..จะมีเทพของตัวเองลงมาจุติ..คือเทพทีวูของเรา..แล้วก็ให้ประหลาดที่มันตรงกับตำนานของแวมไพร์..และตำนานของพวกโซลาร์ด้วย..”

“..หมายความว่ายังไง..”

“..เทพไอซิสของโซลาร์..ก็จะจุติเช่นเดียวกับเทพีเรนีของแวมไพร์..”

“..มันมิปั่นป่วนไปใหญ่โตรึ..เดือน..”ดร.ถนัดหัวเราะ.. “..ตบกันมันเป็นละครน้ำเน่าไปเลย..”

เดือนสีหน้าขรึม..

“..ไม่ตลกนะคะดร…นี่คือเรื่องจริง..และเรื่องนี้..ฉันอยากให้ดร.ช่วยศึกษาและหาคำตอบจากปริศนาตำนานเหล่านี้..เราไม่เคยให้ความสำคัญของเพลงอสูรกลืนอาทิตย์..เพราะไม่เคยรู้ว่ามันมีหน้าที่อะไร..จวบจนสามปีก่อน..เราถึงรู้ว่า..มันมีความสำคัญในอีกรูปแบบหนึ่ง..นอกเหนือจากการทำสงครามระหว่างแวมไพร์กับหมาป่าและมนุษย์..”

“..เทพไอซิส..เทพีเรนี..และเทพทีวู..จะจุติพร้อมกัน..เป็นไปได้หรือ..และจะจุติมาทำไม..”

“..เรื่องพวกนั้น..ฉันไม่คิดหรอกว่าจะเป็นเรื่องราวที่คล้ายกับนิทานหรือนิยายปรัมปรา..คำว่าจุติ.อาจจะมีเหตุผลที่แฝงเร้นเป็นนัย ๆ อยู่..ซึ่งอยากจะให้ดร.ช่วยนี่แหละค่ะ..”

ไม่ทันที่ดร.ถนัดจะพูดอะไร..บรรยากาศตรงหน้าก็เกิดการกระเพื่อม..และร่างของสาวเสียงเทพกับแวมไพร์บอดี้การ์ดของเธอก็ปรากฏขึ้น..

สองป้อนเห็นเดือนก็เข้ามากอดด้วยความคิดถึง..

ก่อนจะนั่งลง..และป้อนก็ชะงักกับเหรียญห้อยคอของเดือนที่วางบนโต๊ะ..

“..นี่เธอมาเพราะเรื่องนี้ใช่ไหม..”

เดือนครางอือม์..

“..ไม่นึกว่าจะรู้ด้วย..”

“..เรื่องพวกนี้..ยังไงก็ต้องรู้แหละ..”ป้อนพูด..

“..แล้วเธอคิดยังไง..”เดือนถามเพื่อหยั่งเชิง..ท่ามกลางความงุนงงของสองที่ตามอะไรกับเขาไม่ค่อยจะทัน..

จิตของป้อนเหมือนถูกกระตุ้น..ทำให้ภาพเหตุการณ์ในอนาคตปรากฏขึ้นมาเอง..ด้วยอำนาจของเพลงเทพส่งวิญญาณที่เธอมีอยู่..

สีหน้าป้อนเหมือนซีดลง..

“..ให้ตาย..เรื่องใหญ่แล้ว..เทพเรนีจุติแล้ว..”

สองอดถามไม่ได้..

“..นี่..ป้อน..เดือน..อะไรกัน..ฉันงงไปหมดแล้วนะ..”

“..พระเจ้าของพวกแวมไพร์..หมาป่า..และโซลาร์..จะจุติพร้อมกันในปีนี้..”ป้อนอธิบาย..

“..จุติก็จุติ..แต่มันมีความสำคัญยังไงหรือ..”

“..พระเจ้าคือผู้สร้างและผู้ทำลาย..หากพระเจ้าของแวมไพร์ปรากฏ..สิ่งที่เราจะรู้ได้..ก็คือ..เทพีเรนี่..จะสามารถทำลายวัฏจักรของการร้องเพลงเทพส่งวิญญาณได้..”ป้อนหน้าซีด.. “..นั่นคือ..พวกแวมไพร์จะผงาดขึ้นมาแบบที่ทำให้ทุกเผ่าพันธุ์สิ้นสุดกันเลยทีเดียว..”

สองดูงุนงง..

“..แล้ววัฏจักรจะถูกทำลายได้ยังไงล่ะ..ฉันไม่เข้าใจ..”

“..สอง..ถ้าเทพเรนี่จุติ..ท่านจะมีอำนาจเหนือกว่าเพลงเทพส่งวิญญาณของฉัน..นั่นคือ..ท่านจะฆ่าฉันได้..และเมื่อฉันตายไป..วัฏจักรการร้องเพลงเทพส่งวิญญาณ..ก็จะทอดระยะไปอีกหลายร้อยปี..หรืออาจจะเป็นพันปี..หรืออาจจะไม่เกิดขึ้นเลย..”

ดร.ถนัดถึงกับอุทานออกมา..

“..มันเป็นไปได้ด้วยหรือนี่..แต่เมื่อสักครู่..ฉันคุยกับเดือน..เห็นว่า..นอกจากเทพีเรนี่จะจุติแล้ว..เทพไอซิสกับเทพทีวูก็จะจุติด้วยนี่..เหมือนกับจะมาคานอำนาจของเทพีเรนี่ของแวมไพร์นะ..”

“..ปัญหาคือ..ฉันยังสัมผัสถึงเทพไอซิส..กับเทพทีวูไม่ได้..แต่สำหรับเทพีเรนี่..ฉันรู้สึกได้..”ป้อนหน้าซีด.. “..เทพีเรนนี่จุติก่อน..และจุติแล้วด้วย…ในระหว่างที่เทพอีกสององค์ยังไม่ปรากฏขึ้น..เรื่องนี้จะน่ากลัวสำหรับฉันมากนะสอง..”ป้อนอดเครียดไม่ได้..

สองโอบร่างป้อนไว้..กับคนรักที่ยี่สิบกว่าปีไม่เคยห่างกันไปไหน..ยังไงก็ยังคงมีกำลังใจให้กันเสมอ..

“..ไม่มีใครทำอันตรายเธอได้หรอกป้อน..ฉันสัญญา..”

“..สอง..เธอไม่เห็นภาพที่ฉันเห็น..เทพีองค์นี้จะไม่มีใครหยุดยั้งได้..โชคดีของเรามีแค่เรื่องเดียวเท่านั้น..คือ..เหมือนร่างจุติของเทพีเรนี่..จะยังไม่รู้ตัวเองนะ..”

“..หมายความว่า..เทพีเรนี่ในร่างอวตาร..ยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความสำคัญอย่างไร..เป็นใคร..มีพลังแค่ไหนใช่ไหม.”

ป้อนพยักหน้า..

“..ซึ่งหากเธอรู้ตัว..และใช้พลังของตัวเองได้อย่างเต็มร้อย..แม้แต่จอมปีศาจที่น่ากลัวที่สุดที่อยู่ในร่างสอง..ก็ยังสู้ไม่ได้..แม้แต่กำลังแม่พระธรณีของกัสจัง..ก็ไม่อาจจะเอาชนะ..”

ดร.ถนัดถอนหายใจ..

“..ดีจริง..มีเธอคนนึงนี่ฉันประหยัดเวลาได้เยอะ..ทีแรก..เดือนจะไหว้วานให้ฉันช่วยค้นหาความลับของเทพเทวีทั้งสามองค์..แต่เวลานี้..คงไม่ต้องแล้ว..ป้อนที่มีเพลงเทพส่งวิญญาณ..รู้หมดแล้ว..”

เดือนยิ้มเล็กน้อย..

“..นึกไม่ผิด..กัสจังคนนั้นที่เธอว่า..คงเป็นลูนาร์วูแมนใช่ไหม..และเธอคนนั้นจริง ๆ ก็คือคนของโซลาร์ใช่ไหม.”

ป้อนดูจะกังวลเกินกว่าจะใส่ใจความพลั้งเผลอที่บ่งบอกความลับที่เก็บไว้เกี่ยวกับลูนาร์วูแมนให้เดือนรู้..

“..เดือน..เราต้องลงมือก่อน..ลงมือก่อนที่ร่างอวตารของเทวีเรนี่จะรู้ตัว.ต้องรีบจัดการอวตารของเทวีแวมไพร์ก่อนนะ..สอง..”ตั้งแต่คบหากันมาจนบัดนี้..ผ่านอันตรายมาด้วยกันก็มาก..แต่สองไม่เคยเห็นป้อนมีอาการหวาดผวามากเท่าครั้งนี้มาก่อน… “.สอง..เราต้องทำ..ไม่ว่าร่างอวตารนั้นจะเป็นใคร..อยู่ในรูปลักษณ์ที่ชวนให้สงสารหรืออ่อนแอแค่ไหน..เราจะต้องชิงทำลายก่อนนะสอง..เดือน..เผ่าหมาป่าของเธอต้องช่วยฉัน..และต้องให้หน่วยแวมไพร์ฮันเตอร์ของพี่หนึ่งมาช่วยเราด้วย..ต้องรวมกำลังกันนะ..สอง..รับปากฉัน..ทิ้งความแตกต่างทางความคิดระหว่างหน่วยแวมไพร์ฮันเตอร์กับโซลาร์ไปก่อน..เวลานี้..มีเรื่องใหญ่มากที่เราจะต้องขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย..”

เหมือนป้อนจะสติแตก..ตาเลื่อนลอย..สิ่งที่รู้มาจากจิตที่สื่อถึงอนาคต..ด้วยอำนาจแห่งเพลงเทพส่งวิญญาณ..มันถึงขนาดทำให้สาวเสียงเทพ..แทบจะจับต้นชนปลายไม่ถูก…

ไม่ใช่กลัวตาย..ป้อนผ่านอันตรายมามากจนคำว่าตายสำหรับเธอ..มันไม่ใช่สิ่งน่ากลัว..

แต่สิ่งที่ป้อนกลัว..คือการแตกดับของวัฏจักร..ซึ่งนั่นก็หมายถึงความน่ากลัวที่แท้จริง..

และมีสิ่งเดียวที่จะทำลายวัฏจักรได้..คือเทพีเรนี่ที่จุติใหม่นั่นเอง…

 

คืนที่สองแล้ว..คืนแห่งความสุขของกัษษากร..

วันนี้ทั้งวัน..เป็นวันพักผ่อนของเธอ..การได้คลอเคลียกับปุ้น..ทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ..จัดบ้านช่อง..หาซื้อของมาทำอาหารรับประทานกัน..มันคือความสุขที่หาได้ยากยิ่งนัก…

ทั้งหยอกล้อ..รับประทานอาหาร..ดื่มเครื่องดื่มเข้าแอลกอฮอลส์แสนอร่อย..

และจบลงกับการที่ประกบปากอันแสนหวานชื่น..ในห้องนอนที่สวยงาม…

ระหว่างที่ลิ้นทั้งสองนัวเนียในปาก..ปุ้นก็ผละออก..ยิ้มน้อย ๆ ..

“..พี่กัสจังยังไม่บอกปุ้นเลยนะ..ว่าทำไมถึงดีกับปุ้น..พี่เป็นลูนาร์วูแมนอย่างที่ใคร ๆ เรียก..น่าจะหาสาวที่ดีกว่าปุ้นได้นะ..”

กัษษากรหัวเราะเบา ๆ ..

“..นี่ปุ้น..พี่ไม่ใช่ดารานักแสดงหรือนักร้องที่มีตัวเลือกมากขนาดนั้นนะ..สถานภาพต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าลูนาร์วูแมนเป็นใครอยู่ที่ไหน..มีปุ้นคนเดียวก็ดีอยู่แล้ว..”

“..ปุ้นไม่สวยเลยนะพี่กัส..ไม่สวยเลย..”ปุ้นก้มหน้า.. “..ดำก็ดำ..เตี้ยก็เตี้ย..”

“..อย่าโทษตัวเองเลยน่า..ปุ้นเนี่ย..ดีที่สุดแล้ว..”กัษษากรกอดปุ้นไว้.. “..จำไม่ได้หรือ..วันที่เราเจอกันวันแรก.เราคุยอะไรกัน..”

“..จำได้..ปุ้นลืมตามา..แล้วเจอพี่..สวรรค์..ปุ้นนึกว่าปุ้นจะตายในหลอดอะไรนั่นแล้วเสียอีก..”

“..พี่ก็จำได้..พี่ไปกับหน่วยโซลาร์..ที่วางแผนทำลายแลบทดลองของอิคลิปส์..พวกมันเอามนุษย์มาทดลองอย่างทารุณจนเกินจะรับได้...”กัษษากรถอนหายใจนึกถึงภาพวันเก่า ๆ …จนย้อนความคิดเพื่อระลึกถึง..

หลังจากที่ฟื้นขึ้นจากความตาย..รับรู้ว่าตัวเองมาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง..โลกที่เธอต้องอยู่..และไม่มีทางกลับไปหาราชินีจันทราและเผ่าจันทราได้อีก..

แม้จะเสียใจอยู่บ้าง..แต่กัษษากรก็ตกลงใจว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ให้รอด..และต้องอยู่ให้ได้..

สองเดือน..กัษษากรใช้เวลาไปกับการศึกษาทุกอย่างเกี่ยวกับโลกที่แตกต่าง..ศึกษาสภาพแวดล้อม..ธรรมเนียม..สังคม..ภาษาพูด..เทคโนโลยี..ไม่น่าเชื่อว่า..สมองของเธอจะล้ำเลิศระดับอัจฉริยะ..เพียงแค่สองเดือน..เธอก็เข้าใจและเรียนรู้ทุกอย่างได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง..

รวมถึงภาษาที่คล่องแคล่วถึงสามภาษา..

นี่คือความมหัศจรรย์ของเธอ..

นอกจากนั้น..เธอก็รู้เรื่องราวของสาวเสียงอสูรคิตตี้..และแวมไพร์บอดี้การ์ดรุ่นที่สองอย่างแพคเกจ..ว่าอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขที่สำนักสูญญตา..

มันเป็นความเจ็บปวด..ที่ในที่สุดแล้ว..เธอได้อยู่ร่วมโลกกับทั้งสอง..แต่เมื่อทั้งสองแต่งงานกัน..และธรรมเนียมในโลกนี้ไม่เอื้ออำนวย..กัษษากรก็เลือกที่จะปล่อยวาง..

ปล่อยได้อย่างไร..ในเมื่อใจยังโหยหา..ยังรักตลอดเวลา..ไม่มีวันลืมเลือนลงได้..

เพื่อไม่ให้จิตใจหดหู่..สองกับป้อนช่วยกันพาเธอไปยังสถานที่ต่าง ๆ ..ด้วยการเดินทางผ่านม่านมิติโดยใช้เพลงเทพส่งวิญญาณ..ได้รับรู้อะไรที่กัษษากรไม่เคยเห็น..และไม่มีโอกาสเห็นมาก่อนในชีวิต..

สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้ความคิดของเจ้าหญิงหลงมิติองค์นี้สงบลง..

สองยังใช้เวลาว่าง..สอนวิชาดาบขุนเขาสนธยาซึ่งเป็นวิชาดาบของสำนักสูญญตาให้อีก..แลกเปลี่ยนกับเพลงดาบของเผ่าจันทรา..กัษษากรก็จึงได้แต่ฝึกและเรียนรู้..อาศัยเคล็ดวิชาสูญญตาชั้นสูงที่เคยเรียนมาจากแคท..ฝีมือก็ยิ่งก้าวหน้า..สองถึงกับบอกว่าเพลงดาบที่กัษษากรใช้ในแนวทางตัวเอง..ลีลาท่าทางมีความใกล้เคียงกับแคทมากแล้ว

ในระหว่างนั้น..สองกับหนึ่งก็เริ่มมีความเห็นแตกต่างในแนวทางการทำงานของแวมไพร์ฮันเตอร์..ซึ่งดูจะแตกต่างจากโซลาร์มากจนเกินจะรับ..คนเก่าแก่ของโซลาร์ที่อยู่หน่วยแวมไพร์ฮันเตอร์…ส่วนหนึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการทำงาน…จากหน่วยงานใต้ดิน..ทำงานอย่างอิสระ…กลับต้องมารับใช้รัฐบาล..และนักการเมือง..

ดังนั้น..สองกับชาวโซลาร์จึงมาก่อตั้งหน่วยกันใหม่..

และชักชวนให้กัษษากรช่วยทำงานให้..เพราะเคยเห็นฝีมือเมื่อครั้งที่อยู่ในมิติเร้น..และเป็นเจ้าหญิงแม่ทัพแห่งเผ่าจันทรา..เพียงแต่กัษษากรยังไม่เห็นความจำเป็นว่าจะต้องไปต่อสู้อะไรกับใครเพื่ออะไร..

ดังนั้น..แรก ๆ ..สองจึงขอร้องให้กัษษากร.. “ไปช่วย”..คำว่าช่วย..คือ..ตามไปดู..ไม่ต้องทำตามคำสั่ง..หากเห็นอะไรที่อยากจะช่วยก็ช่วย..เพียงแต่อย่าไปขัดกับเป้าหมายการปฏิบัติการณ์ก็พอ..

กัษษากรเห็นว่า..ตัวเองรอดชีวิตมาได้เพราะสองกับป้อน..จึงยินดี “ไปช่วย”..อย่างเต็มใจ..

แต่การบุกฐานแวมไพร์และฐานลับกับแลบทดลองของอิคลิปส์แต่ละครั้ง..กัษษากรยิ่งพบเห็นอะไรที่สั่นสะเทือนความรู้สึกตัวเองมากขึ้นทุกที..

การทดลองที่โหดร้าย..การฆ่าคนเพื่อการทดลองที่หวังผลอะไรสักอย่าง..การจับสิ่งมีชีวิตมาทดลองในแบบที่ไร้มนุษยธรรม..

และท้ายสุด..กัษษากรก็ถึงกับอดไม่ไหว..เพราะการทดลองเพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตรูปแบบพิเศษของอิคลิปส์..ซึ่งแวมไพร์ก็ให้การร่วมมือ..

กัษษากรเห็นแต่ศพ..ศพที่ตายเพราะการทดลองที่ผิดพลาด…

เห็นสิ่งมีชีวิตที่เหมือนมนุษย์ดิ้นรนทุรนทุรายในหลอดทดลองขนาดยักษ์..และตายคาที่เพราะวัดค่าบางอย่างไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด..อิคลิปส์ก็ฆ่าอย่างโหดร้ายด้วยกลไกในหลอดทดลองขนาดยักษ์นั่นเอง..

และเมื่อเด็กสาวคนนี้..ต้องดิ้นทุรนทุรายไปกับความทรมาณ..กัษษากรที่ซ่อนอยู่ในม่านมิติกับสองป้อน..ก็ทนไม่ได้..ขอออกมาช่วยเด็กสาวที่เป็นตัวทดลอง..

การปรากฏตัวของกัษษากร..กลายเป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งนัก..

สิ่งที่ได้รับจากมิติเร้นบ้านเกิด..ราชินีจันทราเพียงแต่วางดาบราชินีไว้ให้..เพื่อให้เป็นที่ระลึกถึง..รวมทั้งวงแหวนรัดเกล้ารูปจันทร์เสี้ยว..

ส่วนมือของกัษษากรกุมแน่นกับสายรัดเอวแห่งหลักธรณีอยู่แล้ว..นี่คือสมบัติที่เธอหวงแหนที่สุด..

สมบัติที่ติดตัวมา..ไม่นับเสื้อผ้า..มีเพียงเท่านี้..แล้วป้อนก็พาร่างกัษษากรข้ามมิติมายังมิติที่เธอต้องมาอยู่ตลอดกาล..สองป้อนนำกัษษากรไปหาหมออานนท์..เทพเจ้าแห่งการแพทย์ชาวหมาป่า..และขอร้องดร.ถนัดกับเพลินตาที่พาข้ามมิติมาด้วยกันในครั้งนั้น..ให้เก็บเรื่องราวของกัษษากรไว้เป็นความลับ..

ใครจะคิดว่าในวันนี้ ..ชีวิตที่รอดจากความตาย..จะใช้ของที่นำข้ามมิติมาด้วยกัน..ปรากฎเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้กับความชั่วร้ายเป็นวันแรก..เพียงเพราะผู้หญิงในหลอดทดลองขนาดใหญ่คนนั้นคนเดียว..

ในขณะที่พวกอิคลิปส์ที่กำลังทดลองกับร่างในหลอดทดลองอย่างไร้ความปราณี..ใช้ไฟฟ้าจี้กระตุ้นความเจ็บปวดเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนอง

แต่จู่ ๆ ..ม่านมิติก็เปิดออก..กัษษากรปรากฏกายท่ามกลางความตื่นตะลึง..พร้อมกับดาบเล่มหนึ่ง..

หญิงสาวที่สวมรัดเกล้าที่มีตราจันทร์เสี้ยว..ควงดาบจู่โจมใส่คนของอิคลิปส์..ช่วยเหลือร่างทดลองที่ทรมาณในหลอดแก้ว..ร่างของปุ้น..

แม้จะมีเพียงดาบ..แต่ก็ใช้มันอย่างช่ำชอง..สู้กับกองกำลังอิคลิปส์ทรูปเปอร์ที่เฝ้าแลบ..พวกมันอาวุธครบมือ..กราดยิงปืนกลใส่..แต่ทุกคนก็ตื่นตะลึงกับดาบที่เร็วกว่ากระสุน..ปัดกระสุนปืนได้ทุกนัด..

พลังมหาศาล..เร็วกว่าคนธรรมดามากมายนัก..แถมยังมีเพลงดาบที่กราดเกรี้ยว..พริบตาเดียว..อิคลิปส์ทรูปเปอร์ที่คุ้มกันแลบทั้งยี่สิบกว่าคนก็ราบคาบ..

ใช้กำลังแม่พระธรณีที่ได้มาจากสายรัดเอว..ถล่มทำลายทุกอย่างจนพินาศสิ้น...

ตั้งแต่นั้นมา..กัษษากรก็ร่วมงานกับโซลาร์และสองป้อน..สิ่งตอบแทนที่เธอต้องการ..ก็เพียงได้ดูแลร่างทดลองที่เธอช่วยไว้..นี่คือสิ่งที่เธอปราถนา..ขอร้องเพียงแต่อย่าให้สองป้อนบอกใคร..

วันแรกที่ปุ้นลืมตา.และเจอกับกัษษากร..ก็พบกับอ้อมกอด..และเสียงที่นุ่มนวล..

“..ไม่ต้องกลัว..อยู่กับฉันเธอไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น..”

“..พี่..”ปุ้นอดถามไม่ได้.. “..พี่ชื่ออะไร..”

“..พี่ชื่อกัสจัง..”กัษษากรนึกถึงชื่อที่แพคเกจและคิตตี้เรียก.. “..เธอเป็นใคร..มาจากไหน..”

“..ฉันรู้แต่ว่า..ฉันชื่อปุ้น..ปุณยาพร..นามสกุลก็ไม่รู้..ไม่รู้อะไรเลย..รู้แค่นี้ค่ะ..”..ปุ้นดูงงงัน..ความจำว่างเปล่า.. “..เหมือนฉันไม่ได้อยู่ในโลกของฉัน..นี่มันที่ไหน..นี่ฉันเป็นอะไร..”

“..ไม่เป็นไรนะปุ้น..ไม่เป็นไร..เธอไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น..เธออาจจะเป็นคนที่ไม่สามารถกลับไปอยู่ในโลกของเธอได้อีกแล้วเหมือนฉัน..เธออยู่กับฉันนะ..”

ปุ้นพยักหน้า..

ไม่ทราบว่าความรู้สึกของกัษษากรจะเป็นอย่างไร.เวทนาปุ้น..หรือรู้สึกแย่กับตัวเองที่รู้ว่านี่คือโลกของแพคเกจและคิตตี้..แต่ก็ไม่สามารถจะไปแทรกกลางระหว่างสองคนนั้นได้..เพราะขนบธรรมเนียมของโลกใบนี้ไม่ยินยอม..

กัษษากรถึงกับพูดขึ้นว่า..

“..ถ้าหากปุ้นอยู่กับฉันแล้วสบายใจ..ปุ้นจะคบกับฉันเป็นคนรักก็ได้นะ..”

ปุ้นผงะออก..มองหน้ากัษษากรอย่างไม่เข้าใจ..

แม้หัวสมองจะว่างเปล่า..แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่สามารถตัดสินความดีงาม..ถูกผิด..ดีชั่ว..รักเกลียด..ควรไม่ควร..เหมาะไม่เหมาะ…

กัษษากรเอง..แม้จะเรียนรู้โลกใหม่ของเธอมาพอสมควร..แต่การตัดสินใจและแนวคิดหลายเรื่อง..ก็ติดมาจากธรรมเนียมแห่งเผ่าจันทราแห่งโลกมิติเร้น…

ไม่อ้อมค้อม..ไม่มีพิธีรีตรองมาก..รู้สึกอย่างไรก็พูดอย่างนั้น..

สองคนที่แปลกประหลาด..คนหนึ่งว่างเปล่า..แต่อีกคนเป็นคนที่มาจากโลกต่างมิติที่มีแนวคิดและธรรมเนียมที่แตกต่าง..คืนนั้น..ปุ้นกับกัษษากรก็มีสัมพันธ์กัน..และกัษษากรก็ขอให้ปุ้นอยู่กับเธอ..โดยที่สองป้อนไม่อาจจะห้ามปรามได้..มันอาจจะรวดเร็วเกินไปในความรู้สึกของทั้งสอง..แต่สำหรับสองป้อนที่รู้จักเผ่าจันทราดี..ยังไงก็เข้าใจ

เพียงแต่ทั้งสองก็อดห่วงไม่ได้..มีบางอย่างที่เหมือนเป็นลางสังหรณ์ที่ไม่ดี..แต่ก็ยากที่จะบอกกล่าวออกมา..

ไม่ว่าอย่างไร..การเจอปุ้นในวันนั้น..ทำให้กัษษากรยินยอมจะเป็นคนของโซลาร์..เป็นหญิงสาวที่ปรากฏตัวในสภาพที่สวมวงแหวนรัดเกล้ารูปจันทร์เสี้ยว..ถือดาบแห่งราชินี..ออกฆ่าปีศาจ..ออกทำลายพวกอิคลิปส์..

การปรากฏตัวของเธอ..บางครั้ง..ก็ต้องอยู่ในสายตาของสาธารณชน..ภาพและการกล่าวขวัญถึงหญิงสาวสวมรัดเกล้ารูปจันทร์เสี้ยวก็แพร่กระจายออกไป..ทุกคนเรียกเธอว่า..ลูนาร์..สาวแห่งจันทรา..หรือลูนาร์วูแมน..

และเธอไม่เคยแพ้ใคร..มีฝีมือร้ายกาจ..แข็งแรงกว่าแวมไพร์หน้าไหน..รับมือกับคนและปีศาจได้นับสิบนับร้อย..

เธอ..กัษษากร..กัสจัง..เธอคือลูนาร์วูแมน..หญิงสาวแห่งจันทรา…

 

ร่างของปุ้นนอนราบไปกับเตียงนุ่ม..มีกริยาเขินอายเล็กน้อย..

กัษษากรมองดูร่างที่น่าทะนุถนอม..ไม่ได้ผอมมากนัก..แต่เต่งตึงอ่อนนุ่ม..น่ารัก..ไม่สวยแต่ก็ชวนมอง..มีเสน่ห์ที่เย้ายวนใจอย่างบอกไม่ถูก..

ร่างของเจ้าหญิงต่างมิติเอนกายทาบประกบ..

“..วันนี้..ปุ้นไม่กระหายเลือดเลยนะพี่กัส..”

“..ดีแล้ว..พี่ว่าปุ้นเป็นคนธรรมดา..พี่ชอบมากกว่านะ..”เสียงกัสจังงึมงำเพราะกำลังใช้ปากและจมูกซุกไซร้ที่ซอกคอ..หอมจัง..หอมกลิ่นกายกลิ่นเนื้อหนังที่ไม่ปรุงแต่ง..

ปากจมูกรุกไล่จนอีกฝ่ายครางอย่างมีความสุข..

จนถึงทรวงอกที่เอิบอูมสวยงาม..

กัษษากรเริ่มมีอารมณ์ที่ฮือโหม..แต่ขณะจะงับที่ปลายยอดดอกไม้ตูม..ปุ้นก็ผลักร่างเธอ..

กัษษากรดูจะงุนงง..ปุ้นพูดแผ่วเบา 

“..พี่กัส..ปุ้นได้กลิ่น..”

“..หือ ..”กัษษากรสงสัย..

“..กลิ่นเหมือนแวมไพร์..จำนวนมาก..โอ..นี่อะไรกัน..”

กัษษากรผละไปดูที่หน้าต่าง..

บรรยากาศภายนอกดูประหลาด..

“..พวกมันรู้ได้ยังไงว่าพี่อยู่ที่นี่..”กัษษากรพูด..”..พี่รู้ว่ามีการเคลื่อนไหวข้างล่าง..เหมือนหน่วยอิคลิปส์ทรูปเปอร์..มันมักจะเคลื่อนไหวแบบมีแบบแผนของมันซึ่งพี่จำได้..”

ไม่รอช้า ..กัษษากรรีบสวมใส่เสื้อผ้า..สวมรัดเกล้าตราจันทรา..คาดสายรัดเอวแห่งหลักธรณี..และฉวยดาบราชินี

ปุ้นเองก็รีบแต่งตัวเช่นกัน..

“..ทำไงดีพี่กัส..”

กัษษากรค้นหาอะไรบางอย่าง..ปลอกแขนโลหะที่สองให้ไว้..ก่อนจะสวมที่แขนทั้งคู่..

อาวุธของสองนอกจากดาบ..ยังมีปลอกแขนติดสนับ..เปลี่ยนสภาพเป็นโล่ได้..แพคเกจก็ใช้สิ่งนี้เป็นอาวุธประจำตัว..เพราะหากใช้ร่วมกับเพลงหมัดสูญญตา..จะเป็นอาวุธที่อานุภาพร้ายแรง

“..ตีฝ่า..หนีออกไป..”กัษษากรพูด

เงาที่เห็นจากหน้าต่างเริ่มนิ่ง..หน่วยอิคลิปส์ทรูปเปอร์คงพร้อม..รอฟังสัญญาณบุก..

ท่าทางคนควบคุมพวกมัน..คงเป็นฮัล เวสต์ ร่างใดร่างหนึ่ง..

ประกายเหมือนดวงดาวปรากฏบนฟ้า..และใกล้เข้ามา..

สิ่งที่มีปีกบินได้แบบค้างคาว..แต่พวกมันคือปีศาจ..เป็นแวมไพร์นิวไทป์..ที่คล้ายไฮยีน่าแวมไพร์ซึ่งเป็นปีศาจของแวมไพร์ในยุคก่อน..แต่มีสติสัมปชัญญะ..

ผู้ที่บินนำ..คือ..แวมไพร์สาวคนสนิทและที่ปรึกษาคนสำคัญของเดลต้าราชาแวมไพร์..อนันตา ..

ปุ้นมองเห็น..ถึงกับตัวสั่นด้วยความกลัว..

กัษษากรกอดปลอบ..

“..ไม่ต้องกลัว..พี่จะไม่ให้ใครหรืออะไรทำร้ายเธออีก..”

“..พี่กัส..พี่จะสู้ไหวหรือ..มัน..มันมากเกินไปนะ..”

กัษษากรยิ้มแม้ยังกังวล

“..เชื่อพี่นะ..พี่ต้องพาเราหนีไปให้ได้..”

พูดจบก็ดึงดาบราชินีที่สะพายไหล่ออกมาจากฝัก..

ดาบราชินีวาววับ..และมันถูกอาบสารยูวีเมทัลลิคสำหรับฆ่าแวมไพร์เป็นที่เรียบร้อยหลังจากที่กัษษากรตกลงใช้มันเป็นอาวุธคู่กาย..

ปุ้นรู้สึกถึงแรงโอบกอด..

กัษษากรมือหนึ่งโอบร่างปุ้น..มือหนึ่งถือดาบราชินี..

และก่อนที่แวมไพร์จะมาถึง..กัษษากร..หรือลูนาร์วูแมน..ก็ทะลายหน้าต่างกระโดดลงมาจากห้องนอนชั้นสอง

ปุ้นทั้งกอดร่างและอยู่ในอ้อมแขนของคนที่เธอรักที่สุด..

 

เวลานี้..เธอได้แต่เชื่อมั่นในคนรักของเธอ..พี่กัสจังของเธอ..

 

 

ชื่อ
ความคิดเห็น