พีรัช-ชาดา

เม้นต์ได้ เรียกร้องได้...ไม่เรียกร้อง ไรท์จะเรียกเองเลยเดี๋ยว (อ้าวเอ้ย!) ^^ ติดตามกันไปจร้า พอใจก็บอก ไม่พอใจก็ไปวอร์มรอก่อนพลางๆ เดี๋ยวตามไปเคลียร์ รักนะ จุ๊ฟๆ

ชื่อตอน : ความลับ +Until you touched me

คำค้น : พีรัช,ร้อยรสรัก

หมวดหมู่ : นิยาย ทั่วไป

คนเข้าชมทั้งหมด : 273

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ส.ค. 2560 17:57 น.

ความลับ +Until you touched me

แบบอักษร

ข้าวหอมออกจากโรงพยาบาลได้แล้วแต่ก็ยังต้องนั่งรถเข็นไปก่อนเพราะโดนแม่อ้อนบังคับ อาการภายนอกดีขึ้นมากแล้วทุกอย่าง เหลือเพียงอาการปวดเล็กๆ น้อยๆ ที่เหลือร่องรอยไว้ให้ระวัง

โชเซฟ หรือ โจ เป็นหมอจริงอย่างที่สัตตบุษย์บอกน้องชาย แต่เขาก็เป็นเพียงหมอโรคทั่วไปไม่ใช่หมอเฉพาะทางอย่างที่แม่อ้อนต้องการ โจมาดูแลข้าวหอมในฐานะคนรู้จักที่เป็นห่วงเป็นยัยกัน แม้จะรู้ข่าวช้าไปกว่าคนอื่นแต่เมื่อรู้เขาก็บินตรงมาพร้อมดูแลข้าวหอมทันที ยิ่งรู้ว่าหมอที่ข้าวหอมจะไปรักษาเฉพาะทางอยู่ที่ฮ่องกงด้วย เขาก็ขันอาสาเป็นเจ้าถิ่นดูแลให้หายห่วง แม้จะต้องปรับกันเรื่องการสนทนาเพราะข้าวหอมพูดออกเสียงไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนก็ตาม

“อยากให้ไปที่นู้นเร็วๆ ป๊ะป๋าอยากเจอหอมตั้งนาน คราวนี้จะได้เจอซะที...จำป๊ะป๋าเราได้รึป่าว”

ข้าวหอมพยักหน้ารับไวๆ ก่อนจะรีบเอาสมุดที่เดี๋ยวนี้ต้องมีติดตัวไปไหนมาไหนออกมาแล้วเขียนหยุกหยิกๆ ลงไป ไม่นานก็ส่งให้โจ

‘ป๊ะป๋าบอกว่าอยากได้เราเป็นลูกสะใภ้...เราจำได้’

ท้ายประโยคยังมีปากยิ้มโชว์สามสิบสองซี่ให้ด้วยอย่างที่กำลังส่งให้ โชเซฟส่ายหน้าแล้วส่งคืนให้

“ป่านนี้ป๊ะป๋าเปลี่ยนใจไปแล้ว ป๊ะป๋าชอบคนที่พูดเยอะๆ อ้อนเก่งๆ เราไม่มีเสียงอย่างนี้จะเอาอะไรไปอ้อนป๊ะป๋าฮึ? ”

สิ้นคำเขาก็ได้ขนมตุ๊บตั๊บไปกิน เสียงโวยเสียงหัวเราะดังสลับไปมากับความเงียบในห้องนั่งเล่น ข้าวหอมอารมณ์ดีขึ้นเกือบจะเป็นคนเดิมถ้าไม่ติดกับว่าต้องขัดใจกับบ้างครั้งที่สือสารไม่ทันใจอย่างที่ต้องการ แต่ก็เพราะมีโจอยู่ด้วย ค่อยกวน คอยเป็นล่ามให้ในบางโอกาส นานเข้าก็กลายเป็นว่าทั้งสองตัวติดกัน ไปไหนมาไหนก็ต้องไปเป็นคู่ แรกๆ อัพรูปลงโซเชียลก็เพื่อเรียกเรทติ้ง แต่คราวนี้หลายคนจิ้นจริงๆ ไปไหนมาไหนเลยโดนแฟนคลับถ่ายรูปคู่กันบ่อยๆ เม้นให้กำลังใจกันให้หายไวๆ บ้าง อวยพรให้ทั้งสองคู่กันไปนานๆ บ้าง ล้วนแล้วก็ดูเป็นที่น่าพอใจ...เว้นแต่ของใครบางคน 

ทรรศน์ยืนมองท้องฟ้าอยู่เงียบๆ ผ่านกระจกห้องทำงาน สัตตบุษย์บอกว่าวันนี้แล้วที่ข้าวหอมต้องไปรักษาตัวที่ฮ่องกง เขาเห็นภาพแล้ว แม่ดาวยั่วของเขาดูดีขึ้นมากจากครั้งล่าสุดที่เขาได้เจอ แอบดีใจที่เมื่อสังเกตภาพแล้วยังเห็นว่านิ้วนางข้างซ้ายของเธอยังมีแหวนของเขาอยู่...ตอนนี้ต้องจากกันไปไกลทั้งๆ ที่อยากอยู่ใกล้ๆ

คงต้องขนทุกอย่างมาไว้ที่นี่เสียแล้ว...

ครึ่งปีผ่านไปทุกๆ อย่างผ่านเข้ามาและจากไปเร็วอย่างกับเป็นเรื่องโกหก ข้าวหอมร่างกายกลับมาแข็งแรงดี ข้างกายเธอยังคงเป็นโจที่อยู่เคียงข้าง ข้าวปุ้นมีเจ้าตัวเล็กเป็นผู้ชายสมใจคุณพ่อ ส่วนทรรสน์ก็ยังคงเป็นคุณชายผู้โดนโลกลืมคนเดิม ที่ตอนนี้เพิ่มเติมคือบ้างานมากขึ้น จากลุคเพลย์บอย ตอนนี้เขากลายมาเป็นคนสุขุมเยือกเย็นมากขึ้น จนเลขาคนเดิมเริ่มดูเป็นเลขาจริงๆ ไม่ใช่เพียงคนคอยตีสายเข้าของสาวๆ และแคนเซิลนัดประจบของนักธุรกิจเพียงอย่างเดียว คนที่ปลื้มกับความเปลี่ยนแปลงนี้ที่สุดคงเป็นพี่ชายผู้คอยเป็นแบ็คให้

ทุกอย่างดูลงตัว เป็นไปด้วยดีเว้นแต่ยังมีบางเรื่องที่ทุกคนไม่รู้...

‘แหวนนี้เราได้มาจากไหนนะโจ?’

ระหว่างทานมื้อเที่ยงกันอยู่จู่ๆ ข้าวหอมก็ส่งกระดาษคำถามมาให้ เสียงของข้าวหอมยังคงเหมือนเดิมแต่จากการตรวจหมอก็บอกว่าต้องให้เวลาเป็นตัวช่วย

“ของสามีเรารึปล่าว...สวยดีน่ะ”

โจเองก็ชมจากใจจริง เขาเห็นข้าวหอมสวมแหวนวงนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปเยี่ยม แต่ก็ไม่รู้ว่าใครคือผู้ชายคนนั้นเพราะทุกคนไม่เคยพูดถึง และเขาก็ไม่เคยเห็นว่าจะมีใครแสดงท่าทางเข้าเค้า

ข้าวหอมนิ่งไป...เธอพยายามนึกว่าได้มันมาตั้งแต่ตอนไหนแต่ก็นึกไม่ออก ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกดีที่มีมันติดตัวอยู่ด้วยตลอดเมื่อโดยเฉพาะยามที่วางมันลงบนหน้าท้องโป่งนูนของตัวเอง

Until you touched me

“เฮ้ย!!...จะไปไหนว่ะไอ้คุณชาย”

ภูวดลผละจากสาวสวยในอ้อมกอดหันกลับมาทันเห็นเพื่อนที่นั่งดื่มนิ่งๆอยู่นานแต่ตอนนี้เขากลับเห็นหลังมันเดินไวๆไปไม่สนใจเสียงอะไรอย่างกับคนหูหนวก

ช่วงนี้คุณชายทรรศน์มาแปลกนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เห็นคนอย่างทรรศน์นั่งนิ่งในบาร์ในผับ ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่รู้สึกเพื่อนคนอื่นๆก็รับรู้แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดกล้าถาม...คนอย่างนายทรรศน์ถ้าไม่อยากพูดถามให้ตายไงก็ง้างปากไม่ขึ้น

เสียงตะโกนของเพื่อนดังตามหลังมาต่อๆ กันไม่รู้เสียงใครเป็นเสียงใครบ้าง แต่ทรรศน์ไม่มีอารมณ์มาสนใจใคร เขาสนแต่เรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ต่างหาก ถ้าเขาตามไปไม่ทันเขาต้องบ้าตายแน่ๆ!

ทรรศน์จ้องอยู่นานถึงแม้จะคลาดสายตาบ้างเพราะคนในผับในบาร์ก็ใช่ว่าจะอยู่กันนิ่งๆแต่ก็พอเห็นว่าเด็กนั่นทำงานอยู่ตรงนั้นตลอดจนกระทั้งเมื่อสักครู่...เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่หล่อนดื่มเข้าไปเป็นอะไรแต่น้ำใสๆที่ดูเหมือนจะเป็นน้ำเปล่าก็ใช่ว่าจะไว้ใจได้เสมอไป...วินาทีแรกที่เห็นว่าหล่อนวูบไปเหมือนจะล้มเขาก็ชะงักแล้ว แขกหน้าบาร์ก็เหมือนจะตกใจเหมือนกันแต่ก็ไม่มีใครอื่นสนใจมากนัก จนบริกรสองคนมาช่วยประคองนั่นแหละเขาถึงยิ่งกว่าชะงัก

...เด็กนั้นตัวอ่อนตัวเหลวหมดแรงแต่ดวงตาฉายแววตื่นตระหนกอย่างคนที่มีสติอะไรดีทุกอย่าง!...

เขาเดินฝ่ากองทัพซอมบี้ดิ้นกระแด่วๆออกมาถึงทางออกประตูหลังที่เชื่อมกับลานจอดรถบุคคลภายใน บริกรที่เขาเห็นทั้งสองคนเดินสวนทางกลับมาแต่ไร้ร่างยัยเด็กยั่ว ทรรศน์เดินออกมาจนกระทั้งเห็นว่าร่างอ่อนแรงนั่นโดนจับให้นอนตรงเบาะหลัง ปลายเท้ายังอยู่นอกรถจึงไม่สามารถปิดประตูได้ ถ้าไม่เป็นแบบนี้เขาคงคลาดกับมันไปแล้ว

“ไอ้เวรเอ๊ย!! สัสทำไรผู้หญิงว่ะ!?”

ผลัก!!

หมัดหลุนๆซัดเข้าใส่ผู้ชายที่พยายามจะเอาร่างยัยเด็กนั้นเข้ารถเต็มๆแรงก่อนจะตามมาด้วยอีกหลายหมัด ชวินที่ไม่ทันตั้งตัวไม่ทันได้ยกมือป้องกันตัวเองก็ล้มโครมลงไปอยู่กับพื้นโดน ทรรศน์จัดปลายเท้ากระทืบใส่เต็มๆแรงอีกสี่ห้าครั้งก็นอนโอดครวญกุมท้องอยู่ตรงนั้น

“ฉันมาช่วย...”

ทรรศน์ชะโงกตัวเข้าไปในรถก็เห็นว่าอีกฝ่ายนอนแววตาสั่นระริกด้วยความกลัวน้ำตาคลอเบ้าแต่ก็ไม่หยดไหลออกมา เขาจจัดการโทรเพื่อนให้มาช่วยก่อนจะยืนคอยอยู่ตรงนั้น กะเฝ้าชวินไปด้วยในตัวแต่หันกลับไปมองอีกทีก็ไม่เห็นเจ้าตัวการณ์แล้ว

“มีเรื่องอะไรว่ะ เฮ้ย! ใครว่ะ?”

ป้อมที่วิ่งตามคำสั่งออกมาด้วยความไม่รู้เห็นเพื่อนยืนอยู่มีสาวขาวอึ้มอยู่ในอ้อมแขนก็อดตกใจไม่ได้...นั่งอยู่ตั้งนานไม่ยอมให้ใครมาคลอเคลีย ห่างสายตาแป๊บเดียวมันก็ได้สาวมาเคลียคลอ

“ไม่ต้องถามมากหรอกน่า ไปเอารถให้หน่อยสิว่ะ เอามารับข้าหน่อยจะกลับละ...”

ป้อมพยายามจะมองหน้าสาวในอ้อมอกเพื่อนที่ผมยาวๆปิดใบหน้าสียหมดอย่างกับจงใจไม่ให้เห็นหน้า

“ไปสิเว้ยเฮ้ย!!...เอ็งจะจ้องอีกนานไหมไอ้ท่านป้อม!”

ทรรศน์โวยใส่ เขาไม่ได้ร้อนตัวถึงขั้นต้องรีบกลับแต่เขาร้อนตัวเรื่องเพื่อนจะจำหน้าเด็กนี่ได้มากกว่า...มันเป็นคนหาข้อมูลให้ถ้าจำไม่ได้บ้างก็สมองปลาทองเกินไปแล้ว

“เออๆ รอแป๊บ...”

ทรรศน์ส่งกุญแจให้ด้วยมือข้างเดียวก่อนจะมองตามหลังเพื่อนไปจนอีกฝ่ายพ้นหัวมุมไปแล้วจึงก้มลงมองคนที่ยังอ่อนแรงแข้งขาพับ ดวงตาคู่กลมโตสบกลับมาแต่ด้วยฤทธิ์ยาเธอยังยกขยับร่างไม่ได้แม้แต่ริมฝีปาก ไม่นานรถคันคุ้นตาก็วิ่งเข้ามาจอด ป้อมลงจากรถโดยไม่ต้องบอกเพราะรู้ว่าเพื่อนคงหาทางไล่ให้เขาลงมาโดยไม่ให้เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแน่

ทรรศน์ประคองร่างอรชรนุ่มนิ่มขึ้นไปนั่งเบาะหน้า ปรับลดเบาะให้เอนนอนคาดเข็มขัดให้แล้วปิดประตู

“ขอบใจมากมึง...ข้ากลับก่อนละฝากบอกพวกด้านในด้วย...”

“เออ มีอะไรที่พร้อมจะสารภาพก็โทรมาหาข้าเป็นคนแรกละกัน ไม่งั้นข้าเปิดปากเล่าเป็น

ฉากๆแน่...”

ทรรศน์พยักหน้ารับคำขู่เพื่อนก่อนจะเข้าประจำที่คนขับ นิ่งคิดอยู่สักครู่ก็เบนเส้นทางตรงไปคอนโดฯ ตัวเอง

...รู้ว่าบ้านอยู่ไหนก็ใช่ว่าจะไปส่งได้ เวรกรรมจริงๆไอ้ทรรศน์เอ้ย...

....

ระยะเวลาจากผับถึงห้องคอนโดฯ หรูที่เป็นปลายทางก็กินเวลานานโข แต่ร่างของข้าวหอมก็ยังขยับเขยือนอะไรไม่ได้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตายังไงยังงั้น เขาหยิบฉวยมือให้โอบรอบคอก็ต้องวางไว้อย่างนั้น เขาวางลงให้นั่งก็กลายเป็นนอน อ้อมแขนแข็งแรงโอบรัดตัวเธอเพื่อพยุงตลอดเวลาบางครั้งก็เฉียดโดนนู้นบ้างนี่บ้างแต่ก็ถือว่าเป็นเหตุจำเป็นเพราะดูท่าทางแล้วเขาแทบจะไม่มีความคิดอย่างว่ากับเธอแม้แต่น้อยทั้งๆที่กระดุมเสื้อหลุดลุ้ยจนเห็นร่องอกอวบอิ่มตามธรรมชาติที่เจ้านายเธอแอบมองนักแอบมองหนาเขาก็ยังไม่เหลียวมอง

...ท่าทางจะเป็นเกย์หรือไม่ก็กามตายด้าน...

“นอนพักก่อนละกันกว่ายานั่นจะหมดฤทธิ์ก็ไม่รู้ว่าจะอีกนานแค่ไหน...”

เขาวางเธอไว้บนเตียงนอนกว้าง ข้าวหอมใช้สายตากวาดมองเท่าที่จะมองเห็นได้ก็เห็นว่าห้องสะอาดเรียบร้อยดี

“นี่ห้องฉัน นอนพักห่อนละกันขออาบน้ำก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยมาคุยกัน...”

เขาบอกเพียงแค่นั้นก็เดินหายไป ข้าวหอมมองตามจนเขาเข้าหายไปในห้องๆหนึ่ง ไม่นานก็ได้ยินเสียงน้ำข้าวหอมจึงรู้ว่านั่นคือห้องน้ำ

ระหว่างรอเจ้าของห้องข้าวหอมก็พยายามลองบังคคับร่างกายตัวเองให้ขยับ เธอเพียงไม่มีเรี่ยวแรงแต่ก็รับรู้สัมผัสทุกอย่าง รับรู้อุณหภูมิในห้องที่ค่อยๆเย็นขึ้น รับรู้ความนุ่มของเตียงและความนิ่มของผ้าห่ม ได้กลิ่นสบู่อาบน้ำสำหรับผู้ชายโชยมาอ่อนๆ ...เธอรับรู้ทุกอย่างแต่ก็ไม่สามารถพูดได้ ขยับได้

อย่างน้อยเธอก็โชคดีที่ไม่ได้โดนยาปลุกเซ็กส์ ไม่อย่างนั้นป่านนี้ก็คงโดนบี้ไปนานแล้ว...

สักพักใหญ่เสียงล็อกประตูห้องน้ำก็ดังขึ้น เขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำโดยมีเสื้อคลุมอาบน้ำห่อตัวเหนือผ้าขนหนูที่พันรอบเอว ข้าวหอมอยากหลับตาแต่อีกใจก็บอกให้มองเขาไว้จึงกลายเป็นว่าเธอจ้องตามการเคลื่อนไหวของผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่คลาดสายตา

เป็นการกระทำที่หากพี่สาวเธอรู้คงโดนเทศนาไปสามวันเจ็ดวัน

“จ้องขนาดนี้ฉันไม่ก็ไม่อายหรอกน่ะ...เธอเองนั่นแหละจะอายรึปล่าว”

ข้าวหอมยังมองเขานิ่งก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเขาถอดเสื้อคลุมออกตามด้วยผ้าขนหนู!

เปลือยต่อหน้าผู้หญิงอย่างนี้ก็ได้ด้วย!?

ทรรศน์หัวเราะในคออย่างขำๆ เขาก็นึกว่าจะแน่เห็นมองตาไม่กระพริบ ที่ไหนได้เปลือยกายให้ดูเสียหน่อยเท่านั้นแหละปิดตาเสียแน่นยิ่งกว่าเห็นผี... เขามันพวกฟิตแอนด์เฟิร์ม งานก็ส่วนงานสิ แต่หล่อและดูดีอันนี้ก็ต้องมีด้วย กล้าพูดอย่างเต็มปากเต็มมคำว่าสี่พี่น้องวรินทราฯ เขานี่แหละหุ้นเฟิร์มสุดสัดส่วนร่างกายเป๊ะเวอร์จนถ่ายแบบขึ้นปก ถอดเสื้อโชว์สาวได้ไม่อายแน่นอน

และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องมาโชว์ร่างต่อหน้าผู้หญิง...มีดีก็ต้องภูมิใจสิ เก็บไว้คนเดียวทำไม

เขาจัดการแต่งตัว ลูบแป้งหอมแป้งเย็นนิด แล้วใส่ชุดนอน ...ชุดนอนเขาก็ง่ายๆ แค่กางเกงผ้าแพรตัวเดียวเท่านี้ก็เรียบร้อย ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันแต่เขาก็แค่อยากทำตัวปกติที่เป็นตัวเขาเองก็เท่านั้น หากอยู่กับผู้หญิงอื่นเขาคงเลือกเสื้อยืดบางๆใส่นอนอีกสักตัว...

“เริ่มขยับได้รึยัง มาคุยกันหน่อยซิ...”

เตียงยุบยวบลงตามน้ำหนักคนนั่งจนข้าวหอมตกใจเพราะไม่คิดว่าเขาจะอยู่ใกล้ขนาดนี้ เธอนอนอยู่กลางเตียงพอเขานั่งลงก็กลายเป็นว่าร่างเอียงเอนมาหาเขา ...ทรรศน์ใช้มือเกลี่ยผมออกจากใบหน้าจนข้าวหอมจนหมดก่อนจะจ้องมองอย่างติดใจ

หนึ่งปีที่ผ่านมาเขาเฝ้ามองเด็กนี่อยู่เสมอ เห็นแต่ไกลๆแต่ก็รู้ว่าสวยรู้ส่าสวยทั้งร่างสวยทั้งใบหน้า มาวันนี้พอได้เห็นใกล้ๆก็ยิ่งเห็นว่าเธอสวยจริงๆนั่นแหละ...เสียดายที่เธอเหมือนจะไม่เห็นค่าความสวยที่มี ตาเอย จมูกเอย ปากเอย ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยเสียหมดจด เด็กบาร์นั่นคงหวงน่าดู...มีของน่าหวงอย่างนี้ทำไมถึงปล่อยให้คลาดสายตา

“ลืมตา...ปิดตาอย่างนี้เกิดฉันคิดจะปล้ำขึ้นมาจะรู้ไหมเนี้ย...”

เขาแกล้งบ่นไปงั้น จริงๆ ก็แค่อยากเห็นดวงตาที่เขาติดใจ

คิ้วโก่งได้รูปแม้จะมีโครงเขียนคิ้วทับแต่ก็เพิ่มเพียงความเข้ม ทรงรูปคิ้วเดิม ดวงตากลมโตที่ตอนนี้ยังกรีดอาไลนเนอร์มันก็ยิ่งดูโต หางตาข้างขวาเขียนรูปดวงดาวไว้ ไล่ขนาดจากใหญ่ไปเล็ก นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มใสไม่ต้องพึ่งคอนเท็กเลนส์แต่งเติ่ม ขนตางอนกระพือพริบก่อนที่ดวงตากลมจะเปิดกว้าง เมื่อเห็นภาพใบหน้าเขาที่อยู่ใกล้มากจนเผลอกั้นลมหายใจ ทรรศน์จึงส่งยิ้มให้อีกรอบแล้วค่อยๆถ่อยห่างคราวนี้ดวงตาสวยยิ่งไหวระริก

เห็นแค่ท่อนบนจะกลัวอะไรนักหนา...

“เลิกทำหน้าตกใจแล้วมาคุยกันดีกว่าฉันง่วงแล้ว...”

เขาลุกขึ้นอีกรอบ ข้าวหอมแอบผ่อนลมหายใจอยากจะเอามือขึ้นมาทาบอกตัวเองวัดอัตราการเต้นของหัวใจเสียเหลือเกิน...เขาเดินกลับมาพร้อมอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดเครื่องสำอาง มันก็ไม่ใช่ของเขาอยู่แล้วแต่ก็เห็นผู้หญิงทำบ่อยๆจนลักจำมาได้บ้าง หลังๆเวลาพาสาวไปห้างเขายังช่วยเลือกเครื่องสำอางกับพวกเธอได้เลย

...เห็นแล้วหรอกว่ากระดุมเสื้อมันลุ้ยออกอีกเม็ด ยัยเด็กยั่วคงคิดอะไรอยู่สักอย่างถึงไม่ยอมคุยกับเขาดีๆ เล่นแผลงๆถ้าเขาแผลงกลับเจ้าตัวนั่นแหละจะยุ่ง เขายิ่งเป็นชายวัยตกมันง่ายๆอยู่ด้วย เห็นอะไรสวยๆงามๆแล้ว น้ำมันจะออก แล้วดูนั่นสาบเสื้อเปิดลงยันเห็นร่องอกเห็นรูปร่างเต้ากลมๆที่เขารู้ว่าเต็งตึงจริงๆ

หึ!...

อุปกรณ์คงต้องวางไว้ก่อน คิ้วหนาขมวดเหมือนจะคิดหนักก่อนจะยืนมือออกไปเหนือหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่เกินตัวเมื่อเห็นเต็มๆตา

“ขยับไม่ได้อย่างนี้จะทำไงดีล่ะ?...”

มือเย็นๆวางโปะบนเนื้อเต้างามที่ล้นบราออกมารับลมแอร์จนเย็นไม่ต่างจากคนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จ ขนอ่อนสาวลุกชันด้วยความกลัว เธอตั้งใจจะทดสอบอะไรบางอย่างแต่ไม่คิดว่าเขาจะแตะต้องขนาดนี้ เพียงแค่เขาลูบผ่านๆเธอก็ใจเต้นรัวแต่เหมือนเขาจะเป็นเด็กขี้สงสัย มือเขาล่วงเข้าไปในเสื้อ นิ้วเย็นกางออกกอบกุมทั้งเต้า ทั้งๆ ที่ยังมีบราเซียกั้นแล้วขยับบีบคลายอย่างชะล่าใจ สายตาพร่าวสบตากับเธอที่ตอนนี้ตัวแข็งทื้อไปแล้วก่อนจะถามอย่างใส่ใจ

“เต็งตึงเต็มไม้เต็มมือดีจัง...คับซีอย่างนี้ผ่านมือหมอรึปล่าว แต่เท่าที่จับน่าจะของแท้เนอะ”

ข้าวหอมสะดุ้งเพราะแรงบีบของมือหนาที่ยังคงคลึงๆอยู่กับหน้าอกเธอเหมือนจะทดสอบความมั่นใจท้ายประโยค... เธอเองก็มั่นใจแล้วเหมือนกัน

“กรี๊ดดดด! ไอ้ผู้ชายบ้า!ๆๆๆ”

ตุบๆ โครม!

ทรรศน์มองตามคนที่เมื่อกี้นอนหมดแรงอยู่ตาพราว ประตูห้องน้ำเขาจะต้องซ่อมไหมก็คงต้องตรวจดูสักหน่อยปิดเอาสิ้นแรงขนาดนั้น

“เข้าไปก็อย่ามัวแต่กรี๊ดละยัยเด็กยั่ว...อาบน้ำซะแล้วเดี๋ยวออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง! ”

ทรรศน์เดินไปพูดหน้าประตูห้องน้ำ เสียงเหมือนอะไรสักอย่างปาใส่ประตูอย่างแรงทำเอาเขา

ต้องส่ายหน้า ถ้าเขาคิดจะคุยกับเด็กนี่จริงๆคงต้องปราบพยศกันหนักแน่ๆ

เสียงน้ำเงียบไปนานแล้วทรรศน์เหลือบมองนาฬิกาครั้งแล้วครั้งเล่า ตอนนี้จะตีสาม

อยู่แล้ว...เขาง่วงสุดจะทนแต่คนที่อยู่ข้างในห้องน้ำก็ยังไม่ออกมาง่ายๆ ห้องน้ำเขาบุฝาผนังด้วยหินอากาศด้านในเย็นสบายแค่ไหนเขารู้ดีแต่ อยู่ในนั้นนานคนตัวร้อนรุมๆจะไข้ขึ้นเอาได้ง่ายๆนะสิ

“จะอยู่ในห้องน้ำอีกนานไหม ออกมาได้แล้วน่า...ห่าววว ผมง่วงแล้วนะ”

เสียงในห้องน้ำดังกุกๆกักๆเหมือนแต่สักพักก็เงียบ เป็นอย่างนี้มาซักพักใหญ่

“นี่...นี้มันห้องฉันน่ะยัยเด็กยั่ว จะให้ฉันเข้าไปลากออกมาเองไหม ออกมา...”

เขาไม่ชอบทำแบบนี้เลย ปกติก็ถ้าไม่อยู่ด้านในด้วยก็หน้าห้องน้ำมันนี่แหละ(?) แต่นี่ให้มารอหน้าห้องน้ำทั้งๆที่ไม่มีสาระ ทั้งยังเสียเวลาอีก ไอ้ที่อยากคุยอยากเคลียร์ตอนนี้หายไปหมดแล้ว

เป็ก!

กริ๊ก!

ทรรศน์ยืนอึ้งอยู่กับที่เขาแค่เผลอไปเอนตัวทับสวิตซ์ไฟห้องน้ำเข้า ไฟดับปุ๊บ ประตูเปิดปั๊บ...เออ ดีจริงๆ รอมาเป็นชั่วโมงแต่แค่เผลอหลับนิดเดียวสถานการณ์เปลี่ยนเลย...ยัยตัวดีออกมายืนทำหน้ายักษ์ใส่เขาอยู่ตรงหน้านี่ไง

“ไม่ต้องมาทำหน้ายักษ์ใส่ ฉันไม่กลัว ไปนอนเลยไปไม่ต้องคงต้องคุยมันแล้ว...”

ทรรศน์ดึงเสื้อชุดเก่าที่เด็กยั่วถืออยู่เขวี้ยงไปลงตะกร้าผ้าใช้แล้วของตัวเอง เด็กนี่ใส่เสื้อยืดเขากับกางเกงขาสั้นของตัวเอง เนื้อตัวซีดๆใบหน้าไร้เครื่องสำอางเกลี้ยงหมดจด ทรรศน์ไม่มีอารมณ์มาพินิจว่าสวยหรือไม่สวย ใช้วิธีง่าย...ดึงยัยเด็กยั่วไปที่เตียงแล้วกดปิดสวิตซ์ไฟทั้งห้องบังคับให้นอนนิ่ง เท่านั้นแหละไม่มีหือมีอือ ข้าวหอมเงียบกริบสะบัดตัวดิ้นๆต้านเล็กน้อยเมื่อเจ้าของห้องดึงผ้าห่มมาห่มให้แล้ววางมือพาดกอดเอวเธอกอดแน่นไว้อย่างนั้น

กว่าข้าวหอมจะหลับเพราะรอให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ทำอะไรก็เกือบเช้าแล้ว ถึงจะมั่นใจแล้วว่าเขาหลับไปแล้วเรียบร้อย แต่ห้องก็มืดอยู่ดี ทั้งเพลียทั้งกลัว ทั้งระแวง เธอจะกล้าลุกไปไหนล่ะ...สุดท้ายก็นอนหลับไปโดยไม่รู้ตัว

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/1158925_4598997.gif

TBC....ใครติดโหมดนิสัยคู่พี่อยู่ปรับนะค่ะ ปรับ มารับมือกับคู่นี้กัน อิ อิ

ชื่อ
ความคิดเห็น