ลัลน์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ปฐมบท 8 ปล่อยมือ

ชื่อตอน : ปฐมบท 8 ปล่อยมือ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 726

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ม.ค. 2560 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ปฐมบท 8 ปล่อยมือ
แบบอักษร

 

 

ปฐมบท 8 ปล่อยมือ

 

 

สินธุ์ค่อยๆ ลืมตาตื่น เสียงสะอื้นดังขึ้นในความเงียบงัน บางเบาคล้ายลอยมาตามลม แต่เขากลับพบว่ามาจากร่างบางที่นอนหันหลังให้เขานี่เอง

“เป็นอะไร” เสียงนั้นเอ่ยถามด้วยความห่วงใยขณะที่เขาชะโงกหน้ามองเธอ

ทิพย์ทิวาไม่พูด โต้ตอบเขาด้วยท่าทีหมางเมิน ผุดลุกขึ้นจากเตียงแล้วคว้าผ้าห่มคลุมกาย หมายจะเดินเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำแต่กลับต้องชะงัก

สินธุ์มองตามและถามอย่างงงๆ แต่เธอก็ไม่ตอบ กลับเดินเข้าห้องน้ำและลงกลอนแน่นหนา คนตัวใหญ่ร้อนใจจนต้องผุดนั่ง สงสัยอยู่ครามครันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ เมื่อวานเธอยังบอกว่าอยากจะคุยกับเขาอยู่เลยไม่ใช่หรือ ตอนนี้กลับไม่พูดอะไรสักคำ แถมยังร้องไห้เสียอย่างกับว่าไม่เต็มใจนอนกับเขาอย่างไรอย่างนั้น

“คุณเป็นอะไร”

ชายหนุ่มเดินไปเคาะประตูห้องน้ำอยู่นานแต่หญิงสาวก็ไม่ยอมตอบ เขาได้ยินเพียงเสียงสะอื้นของเธอเท่านั้น เธอจะรู้บ้างหรือเปล่าว่าเธอกำลังทำให้เขาใจไม่ดี พลันในสมองก็คิด...หรือเธอจะโกรธเรื่องเมื่อคืน แต่เขาก็ไม่ได้เมาและมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ทำเหมือนสัตว์ร้าย แล้วก็ไม้ได้งัดบ้านเธอด้วยเพราะเขามีกุญแจสำรอง จะเข้าจะออกเมื่อไหร่ก็ได้ทั้งนั้น

“ทับทิม...ออกมาคุยกันก่อน”

มือน้อยของทิพย์ทิวากำปมผ้าห่มที่กลางแก เอนกายพิงประตูอย่างคนอ่อนล้าโรยแรงก่อนจะทรุดลงนั่งแปะกับพื้น ดวงตาสิ้นหวังหลับพริ้มลงอย่างยอมจำนนให้กับความจริงอันแสนเจ็บปวดและทรมานหัวใจที่ว่าสินธุ์ไม่เคยรักเธอ...เขาแค่ต้องการร่างกายของเธอก็เท่านั้น! ผู้ชายอย่างสินธุ์จะเห็นค่าเธอก็ต่อเมื่อเขามีความต้องการอย่างว่า เธอไม่เคยมีความสำคัญมากไปกว่าสัญลักษณ์ทางเพศ

สินธุ์เคาะประตูจนเหนื่อยจึงตัดสินใจเดินกลับไปนั่งรอที่เตียง พลันสายตาไปสะดุดกับยาขวดหนึ่งที่หัวเตียงแล้วทั้งตัวก็ชาวาบเพราะมันคือยาสตรี หรือพูดง่ายๆ ว่ายาขับเลือดที่ถูกใช้ไปแล้วเกือบหมดขวด สินธุ์ถึงกับกลืนน้ำลายลงคอเฝื่อนๆ หลายคำถามผุดขึ้นมาในสมอง

เกิดอะไรขึ้นกับทิพย์ทิวา!? ทำไมเธอจะต้องกินยาขับเลือด แล้วที่ร้องไห้นี่เพราะอะไร ไหนจะเรื่องที่บอกว่าเธอมีเรื่องสำคัญจะคุยกับเขาอีก หรือว่า...

สิ่งหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาในความคิดอันแสนสับสนของสินธุ์ ได้ทำให้ก้อนเนื้อตรงอกซ้ายปวดหนึบ รู้สึกราวกับว่ามีก้อนบางอย่างแล่นขึ้นมาจุกอยู่กลางอก มือหนาคว้ายาขวดนั้นมากำไว้แน่น สายตาที่มองมันราวกับโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน หากมันเป็นคนเขาคงจะบีบคอมันให้ตายลงตรงหน้า และเขาแทบทนรอให้ทิพย์ทิวาออกมาจากห้องน้ำไม่ไหว สินธุ์คนสุขุมเยือกเย็นเวลานี้กลายเป็นพายุร้ายที่หมายจะทำลายประตูให้พังไปเลยหากเธอไม่ยอมออกมาโดยเร็ว

“ออกมาเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นผมจะพังประตูเข้าไป”

“...”

“ทิพย์ทิวา” สินธุ์คำรามลั่นห้องเหมือนคนบ้า บันดาลโทสะถีบประตูเสียงดังสนั่นหวั่นไหวจนคนในนั้นเกรงว่ามันจะพังจริงๆ

แต่หญิงสาวก็ยังไม่คิดจะเปิดให้ เธอยังอาบน้ำช้ำระร่างกายและคราบน้ำตาออกไป รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่ทำให้สินธุ์ร้อนใจได้ขนาดนี้...เพราะเขาจะได้รู้บ้างว่าเธอรู้สึกอย่างไร ส่วนประตูน่ะพังได้พังไป เธอมีเงินซื้อใหม่ก็แล้วกัน

แล้วสิ่งที่ทิพย์ทิวาไม่คิดว่าจะเกิดมันก็เกิดขึ้นเมื่อสินธุ์พังประตูเข้ามาจนสำเร็จในขณะที่ตอนนี้เธอเปลือยอยู่ใต้สายน้ำ หญิงสาวตะลึงงันและกระโดดผางไปซุกตัวอยู่มุมห้องพลางใช้มือปิดของสงวน แต่คนโมโหจัดกลับปราดเข้ามากระชากแขนเธออย่างแรง

“กินยาขับเลือดทำไม” เสียงเหี้ยมกระแทกกระทั้นจนร่างเปียกโชกสั่นเทา

แรกทีเดียวทิพย์ทิวาออกจะงงนิดหน่อยแต่เมื่อเรียบเรียงเหตุการณ์ในสมองแล้วก็เข้าใจว่าทำไม่สินธุ์ถึงคลั่งขนาดนี้

“ไม่ได้กินค่ะ” หญิงสาวตอบเชิดๆ และพยายามจะหันหลังให้เขา แต่สินธุ์ก็จับไหลทั้งสองข้างเธอไว้อย่างมั่นคงก่อนจะพยักพเยิดไปที่ขวดยาซึ่งเขาวางไว้บนเตียง

“นี่มันหมายความว่าไง”

“ก็ขวดยา” เธอบอกหน้าซื่อ

“อย่ากวน” ชายหนุ่มขบกรามจนขึ้นสันนูน สายตาที่มองเธอเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ

ทิพย์ทิวาลอบกลืนน้ำลายลงคอ เอาเข้าจริงแล้วสินธุ์เป็นผู้ชายที่น่ากลัวมากๆ คนหนึ่งเลยทีเดียว แต่คนอย่างเธอน่ะหรือจะยอมละจริต...ผู้ชายแบบสินธุ์ต้องโดนแกล้งให้เข็ดจะได้ไม่กล้าทำร้ายจิตใจเธออีก

“คุณคิดว่าทับทิมกินเพื่ออะไรล่ะคะ”

“แล้วเป็นอะไร”

“เป็นคน” ทิพย์ทิวากระแทกเสียงใส่หน้าเขาก่อนจะออกแรงผลักอกหนาออกไปแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวบนราวมากะจะนุ่งกันอุจาดตาแต่สินธุ์ก็ฉุดแขนเธอไว้อีกจนได้ “ฉันจะนุ่งผ้าเช็ดตัวค่ะ”

“ไม่ให้นุ่ง และจะทำให้ไม่ได้นุ่งอีกเลยทั้งวันทั้งคืนถ้าคุณทำให้ลูกของผมต้องตาย” แววตาของสินธุ์จริงจังเสียจนน่ากลัว

“จะทำไมคะ” หญิงสาวยื่นหน้าท้าทายอย่างไม่ยี่หระ สินธุ์โน้มใบหน้าลงจ้องตาเธอด้วยความดุดันก่อนจะกระซิบชัดถ้อยชัดคำให้มันกระแทกอัดลงไปในใจของเธอว่า

“จะทำให้คุณเป็นแม่พันธุ์ผลิตลูกให้ผมไง! ถ้าคุณทำแท้งผมก็จะทำให้คุณท้อง เป็นอย่างนี้ไม่จบไม่สิ้นจนกว่าคุณจะยอมปล่อยให้ลูกของเราคลอดออกมา”

“ไม่คิดว่าที่ทับทิมกินยาขับเลือดมันเป็นธรรมดาของผู้หญิงที่เลือดลมมาไม่ปกติบ้างหรือคะ” เธอยังไม่หยุดเล่นลิ้น ทั้งที่ในใจกลัวแสนกว่าว่าเวลานี้สินธุ์จะทำอย่างที่พูด

“ผมไม่ได้โง่”

ก็เมื่อวานเธอบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับเขา อีกทั้งเช้านี้ยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขาพอจะเข้าใจแล้วว่าเพราะเขามาช้าเลยทำให้เธอโกรธและอาจจะน้อยใจจนฆ่าลูกตัวเอง ชายหนุ่มเผลอบีบข้อมือน้อยแน่นขึ้นตามแรงโทสะ

“คุณท้องใช่ไหม”

“ท้องแล้วไงคะ”

นั่นไง...เธอท้องจริงๆ สินธุ์คิดด้วยความลิงโลด

“ท้องแล้วจะทำไม...ลูกเป็นของทับทิม”

“ของเรา” สินธุ์แย้งขึ้น เผื่อเธออาจจะลืมไปว่าเขามีสิทธิ์ในตัวเด็กอย่างเต็มเปี่ยมในฐานะพ่อ!

“ยังกล้าใช้คำว่าเราอีกเนอะ” ทิพย์ทิวาตัดพ้อเสียงสั่นเครือ

สินธุ์ชะงักไปชั่วขณะเป็นผลให้หญิงสาวสามารถสะบัดมือออกจากเขาและนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินออกมาจากห้องน้ำได้ ส่วนสินธุ์ก็ตามมาติดๆ หญิงสาวผ่อนลมหายใจบรรเทาอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายในก่อนจะเสมองไปยังเศษแก้วที่แตกกระจายอยู่ตรงพื้นอีกมุมของห้อง ทำให้คนที่เดินตามมาหยุดเท้าไว้และคิดปะติดปะต่อเรื่องราวในสมอง

“ถ้าทับทิมกิน เมื่อคืนคุณเอาเปรียบทับทิมแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ ป่านนี้ก็คงนอนอ้างว้างอยู่โรงพยาบาลคนเดียวแล้ว...ทั้งที่ความเป็นจริงเด็กมันไม่ควรจะเกิดมาด้วยซ้ำเพราะพ่อมันไม่สนใจ เอาแต่ขลุกอยู่กับผู้หญิงคนอื่นจนลืมแม่มัน”

สินธุ์ดีใจมากที่เธอไม่ได้เป็นคนใจไม้ไส้ระกำถึงขนาดฆ่าลูกตัวเอง หากข้อหาที่เธอปรักปรำก็ทำให้ต้องนิ่วหน้าไม่เข้าใจพลางสาวเท้าเดินไปเผชิญหน้ากับเจ้าหล่อน อยากรู้เหมือนกันว่าอะไรทำให้เธอคิดแบบนี้

ทิพย์ทิวาเหมือนจะรู้ความต้องการของเขา เธอตรงไปที่หยิบหมอนใบที่เธอหนุนนอนทั้งคืนขึ้นมา ออกแรงเขย่านิดหนึ่งรูปภาพในนั้นก็ร่วงกราวลงเต็มพื้นแล้ว

“ชัดเจนพอไหมคุณสินธุ์” หญิงสาวเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างเจ็บปวดหัวใจ

“ได้มาจากไหน” สินธุ์ขบกรามแน่น รู้สึกไม่พอใจมากเมื่อคิดว่าทิพย์ทิวาไม่ไว้ใจเขาถึงขั้นที่จ้างนักสืบตามติดเขาขนาดนี้...เขาไม่ใช่คนใต้อาณัติของใคร!

“ได้มาจากไหนไม่สำคัญ มันสำคัญที่ว่าคุณใช้เวลาไปกับหล่อนแล้วมาอ้างกับทับทิมว่าไม่ว่าง! ถ้าคุณสินธุ์ไม่ได้รักทับทิมจริงๆ ก็บอกกันตรงๆ สิคะ อย่าปิดกั้นโอกาสกันแบบนี้ทั้งที่คุณก็มีคนของคุณอยู่แล้ว เราจะได้ไปทางใครทางมัน”

“ไม่!

“จะรั้งทับทิมไว้ทำไมคะ หรือเพื่อจะใช้เป็นเครื่องสนองความต้องการทางเพศของคุณต่อไป” หญิงสาวพรั่งพรูออกมาทั้งน้ำตา

“คิดอะไรบ้าๆ” สินธุ์ตำหนิเสียงเข้ม หัวใจปวดร้าวเหลือเกินยามที่เห็นเธอนั่งลงบนเตียงแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น

คุณเห็นฉันเป็นอะไร คิดจะมาก็มาจะไปก็ไป คุณปล่อยให้ฉันต้องเผชิญเรื่องราวเลวร้ายเพียงลำพังในขณะที่คุณก็ไปมีความสุขอยู่กับคุณพราวคนนั้น พอมีโอกาสได้เจอกันคุณก็ทำเหมือนทับทิมเป็นที่ระบายอารมณ์ความใคร่ของคุณ...ถามจริงๆ เถอะคุณสินธุ์ คุณเคยรักทับทิมบ้างหรือเปล่า

“ทับทิม

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ร้าวรานหลุดออกจากลำคอของชายหนุ่ม ตัดสินใจสาวเท้าเข้านั่งใกล้ร่างบางที่สะอื้นไห้อยู่บนเตียงแล้วดึงเธอเข้ามากอด ที่ผ่านมาเขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอรู้สึกอย่างไร...เขาก็แค่ไม่อยากให้จินตปาตีอ้างว้างเลยต้องอยู่กับลูกให้มากที่สุด แต่น่าแปลกเหลือเกินที่ลูกสาวเขาให้ความสนิทสนมกับพราวพิศอย่างรวดเร็วจึงกลายเป็นว่าต้องมีฝ่ายนั้นตามติดไปไหนมาไหนตลอดเวลา แต่สินธุ์เพิ่งรู้ตัวเดี๋ยวนี้เองว่าอีกด้านหนึ่งเขากำลังทอดทิ้งความรู้สึกของทิพย์ทิวา

“คุณสินธุ์คะ” น้ำเสียงเศร้าสร้อยเรียกชื่อเขาแผ่วเบา แรงสะอื้นแทบทำให้หัวใจของสินธุ์หยุดเต้น รู้สึกเสียวปลาบในอกและใจคอไม่ค่อยจะดีเสียอย่างนั้น

“ครับ” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคอ ไล่ความกลัวออกไปก่อนจะประคองดวงหน้างามมน มือหนาไล้น้ำตาบนแก้มตอบแผ่วเบา เพิ่งได้สังเกตว่าเธอผ่านผอมมากเพียงใด

ทิพย์ทิวาหลุบสายตาลงต่ำ บางอย่างย้ำเตือนอยู่ในใจ ก่อนจะร่ำไห้แล้วกอดเขาแน่นขึ้นราวกับนี่จะเป็นกอดสุดท้าย

“เราเลิกกันเถอะค่ะ” น้ำเสียงแหบพร่าแสดงถึงอารมณ์เจ็บปวดที่ซึมลึก

สินธุ์ก็รู้สึกไม่ต่างกัน เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ วงแขนกว้างโอบกระชับไหล่มนของหญิงสาวมืออีกข้างจับมือน้อยแล้วบีบแน่น ราวจะใช้มันแทนคำตอบที่มีในใจ

“คุณควรได้อยู่กับผู้หญิงที่คุณรัก...ทับทิมไม่อยากรั้งคุณไว้” ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งกอดเขาแน่นขึ้นอีก ยากเหลือเกินที่จะปล่อยให้คนที่เรารักเดินจากไป...แต่เธอก็ไม่อาจปฏิเสธความจริงอันเจ็บปวดที่ว่าเขาไม่ได้รักเธอไปได้เลย

“คุณพูดถูกที่ว่าผมควรได้อยู่กับผู้หญิงที่ผมรัก” สินธุ์กล่าวเสียงสั่น พยายามกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหล ทิพย์ทิวาสะอื้นไห้...ไม่ต้องย้ำเธอก็รู้ว่าเขาไม่ได้รักเธอ คืนนั้นเขาก็แค่เมา

“ขอให้คุณสินธุ์โชคดีนะคะ” เธอพยายามผละออกจากอกกว้าง แต่ท่อนแขนใหญ่กลับรั้งให้แนบชิด

“ผู้หญิงคนนั้นก็คือคุณ” เสียงนุ่มทุ้มเปล่งออกมาทำให้คนฟังถึงกับชะงักงัน แล้วประโยคถัดมาก็ทำให้หัวใจของทิพย์ทิวาแทบหยุดเต้น “ผมรักคุณ”

เขาบอกรักเธอ นี่เธอหูฝาดไปหรือว่าสินธุ์เมากันแน่

“คุณพราวเธอเป็นแค่พี่เลี้ยงของลูกผม...เป็นได้แค่นั้น” น้ำเสียงของสินธุ์หนักแน่นราวกับจะตอกย้ำในใจตัวเองด้วย “ส่วนคุณ...ต่อให้จะท้องหรือไม่ท้องผมก็รักคุณ”

ชัดเจนแล้ว...คำว่ารักของเขามันซึมลึกเข้าไปจนถึงหัวใจดวงน้อยที่เคยอ่อนแรง ความน้อยเนื้อต่ำใจแต่คราแรกถูกแทนที่ด้วนความรู้สึกปีติจนแทบจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ทิพย์ทิวาโอบกอดร่างใหญ่แนบแน่น ปล่อยเสียงร้องไห้แห่งความยินดีออกมาอย่างสุดจะกลั้น

แล้วสินธุ์ก็ดันคนตัวเล็กออก ขยับลงไปนั่งคุกเข่าต่อหน้าเธอตรงพื้น รวบมือน้องทั้งสองข้างขึ้นจูบ ความอ่อนโยนที่ได้รับทำให้หัวใจของทิพย์ทิวาพองโต

“แต่งงานกับผมนะ” ดวงตาคมแกร่งเป็นประกายระยิบระยับ

ทิพย์ทิวายิ้มทั้งน้ำตาก่อนที่ใบหน้าจะสลดเศร้าลง เธอไม่อาจจินตนาการไปถึงวันแต่งงานได้เลยในเมื่อลูกสาวเขาเกลียดเธอเสียขนาดนี้

“ทำไมครับ”

“ลูกสาวคุณคงไม่ยอมรับทับทิมหรอกค่ะ” เสียงเศร้าสั่นสะท้าน

“เราจะสู้ไปด้วยกัน...คุณเชื่อใจผมนะ ผมจะทำมุกอย่างให้เราสามคนพ่อแม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน...ผมอาจจะเป็นแฟนที่ไม่ดีเท่าไหร่ แต่เรื่องนอกใจรับรองได้ว่าไม่มี” มือหนาบีบมือเล็กเพื่อย้ำความหนักแน่นให้กับคำพูดของตัวเอง

คนตัวบางพยักหน้ารับโดยไม่ลังเล ความเคลือบแคลงใจที่มีต่อตัวเขาบินล่องลอยหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ตอนนี้เธอรู้แต่เพียงว่าเธอรักเขาและจะไขว่คว้าทุกวินาทีเพื่อให้ได้อยู่กับเขา แม้ว่าวันข้างหน้าเขาจะกลายเป็นผู้ชายที่ทำให้เธอต้องทนทุกข์ทรมานเหมือนตายทั้งเป็นก็ตาม

 

กรี๊ดดดดดดดด!!!

เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูของจินตปาตีซึ่งกำลังเต้นเร่าๆ ไม่ต่างจากวิญญาณร้ายถูกข้าวสารเสกในละครทำให้ทุกคนในบ้านถึงขั้นต้องยกมือขึ้นมาปิดหูหลังจากที่คนเป็นพ่อบอกกับเธอว่าเขาจะแต่งงานใหม่

“เข้าใจพ่อหน่อยสิ” 

“ไม่! ลูกไม่ยอม กรี๊ดดดดดดดด ลูกไม่ยอม...กรี๊ดดดดด ลูกเกลียดคุณพ่อ ลูกเกลียดคุณพ่อ”

เด็กสาวไม่ยอมฟังเหตุผลของคนเป็นพ่อเลยสักนิด เธอกรีดร้องสุดเสียงก่อนจะตัดสินใจวิ่งเข้าไปในห้องนอน ขังตัวเองแล้วร้องไห้อยู่ในนั้น สินธุ์ถึงกับต้องตบหน้าผากตัวเองหลายๆ รอบด้วยความโมโห

เขาตามใจลกสาวมากเกินไปจนกลายเป็นว่าไม่ว่าเขาจะพูดอะไรฝ่ายนั้นก็ไม่ฟัง และมักจะลงท้ายด้วยการที่เขาต้องเป็นฝ่ายยอมเธอเสมอ

แต่ครั้งนี้สินธุ์ยอมไม่ได้จริงๆ เพราะทิพย์ทิวากำลังตั้งท้องลูกของเขาซึ่งก็คือน้องของจินตปาตี เขาไม่มีทางปล่อยให้เธอท้องโตเป็นที่อับอายชาวบ้านชาวช่องแบบนั้นแน่

“ให้พราวจัดการเองนะคะ” พราวพิศเข้ามาจับมือเขาแล้วอาสารับผิดชอบเรื่องนี้เอง

สินธุ์ซาบซึ้งในน้ำใจของเธอเหลือเกิน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอคนนี้ก็คอยอยู่เคียงข้างเขาตลอด แล้วแบบนี้จะให้ทอดทิ้งเธอลงได้อย่างไรเล่า ตรงข้ามับนายผันผู้ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างกลับมองท่าทีของพราวพิศแล้วขบคิดก่อนจะสั่นศีรษะเบาๆ

“หนูพีชคะ ออกมาคุยกับคุณพราวก่อนได้ไหม” พราวพิศเดินเข้าไปเคาะประตูห้องฝากระดานของจินตปาตีแล้วพูดกับเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ไม่! อย่ามายุ่งกับฉัน ออกไปให้พ้น ฉันเกลียดทุกคน...ฉันเกลียดทุกคน”

“โธ่หนูพีชอย่าพาลใส่คุณพราวสิคะ”

“ไม่มีใครรักฉัน คุณพ่อก็ไม่รัก คุณยายก็ไม่รัก...ฉันจะไม่ฟังใครทั้งนั้น”

“แต่คุณพราวรักหนูพีชนะคะ” พราวพิศใจเย็นอย่างถึงที่สุดขณะที่ส่งเสียงหวานเสนาะหูผ่านแผ่นประตูเข้าไปหาเด็กหญิง

จินตปาตีหน้างอง้ำกำมือแน่น กรามเล็กบดเข้าด้วยกันอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ที่จะปะทุแหล่ไม่ปะทุแหล่ เธออยากจะทำร้ายตัวเองเหมือนทุกครั้ง แต่ไม่ละ...เธอไม่ได้โง่ขนาดนั้น ตอนนี้นี้อยู่ในห้องเพียงลำพัง ไม่มีใครเห็น ทำไปก็เจ็บฟรีนะสิ

“พ่อก็รักลูกนะ” สินธุ์ขยับเข้าไปใกล้ประตูแล้วบอกพอให้ได้ยินเข้าไปถึงในห้อง แต่ทว่านั่นเองทำให้เด็กสาวกรีดร้องเสียงหลงและตอบกลับมาด้วยประโยคที่กรีดหัวใจคนเป็นพ่อ

“กรี๊ดดดดด ลูกเกลียดคุณพ่อ ไปให้พ้นหน้าลูกเลย ไป!!!

เสียงข้าวของที่ปากระปบแผ่นประตูทำให้สินธุ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันไปสบตากับหญิงสาวราวกับต้องการความคิดเห็น พราวพิศคว้ามือหนาขึ้นมากุมอีกครั้งแล้วบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจก่อนจะกล่าว

“คุณออกไปก่อนเถอะนะคะ เดี๋ยวพราวจะพูดกับแกเอง”

สินธุ์ลังเลนิดหนึ่งยามมองหน้าเธอสลับกับประตูห้องลูกสาวก่อนจะยอมเดินออกไปในที่สุด

“ตอนนี้ไม่มีแค่เราสองคนแล้วนะคะ คนของคุณพ่อก็ออกไปหมดแล้ว หนูพีชให้คุณพราวเข้าไปนะ” เมื่อสินธุ์เดินออกไปแล้วพราวพิศพูดกับคนในห้องด้วยเสียงหวานน่าฟัง

“ไม่ได้โกหกใช่ไหม” จินตปาตีถามกลับมา ทำให้คนนอกห้องอมยิ้ม น้ำเสียงแบบนี้นั่นแล้วที่ทำให้เธอรู้ว่าจินตปาตีเริ่มใจอ่อน

“จริงๆ ค่ะ” พราวพิศยืนยันแล้วเริ่มได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา ชั่วอึดใจหนึ่งประตูก็เปิดออก ปรากฏให้เห็นเด็กสาวอ้าแขนขวางประตูเอาไว้ขณะที่ทำห้าบูดตาขวางมองนิดหนึ่งก่อนจะมองไปรอบๆ เพื่อความแน่ใจ พราวพิศยิ้มแล้วยักไหล่ให้ แล้วฝ่ายนั้นก็ยอมให้เธอเข้าไปแต่โดยดี

 

วินาทีแรกที่เห็นพราวพิศเดินมาสินธุ์ที่ยืนเท้าแขนกับราวระเบียงกว้างโดยมีนายผันและลูกน้องอีกหลายคนยืนอารักขาก็แทบจะวิ่งเข้าไปหาเธอด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึก ชั่วโมงกว่าๆ กับการนั่งรอคำตอบ

“เธอขอเวลาคิดก่อนค่ะ” ร่างเล็กที่เดินมานั้นตอบเขาอย่างรู้ใจ

แววตาของมีแววเป็นกังวล คำว่าขอเวลา...เขาตีความได้ว่าอาจเป็นการถ่วงเวลา

“ให้เวลาเธอหน่อยนะคะ หนูพีชกำลังสับสน”

คนตัวโตคลึงขมับเบาๆ พร้อมผ่อนลมหายใจ ในสมองก็คิด...หากเขาไม่ไปงานแต่งงานของพิมฐาก็คงไม่ต้องปวดหัวอย่างนี้...แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเขารักทิพย์ทิวาไปแล้ว และเขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้อยู่กับเธอ

 

 ริมบึงใหญ่ในสวนสาธารณะของหมู่บ้าน ร่างเล็กนั่งอยู่เพียงลำพังที่ม้านั่งตัวยาว ดวงตาหม่นเศร้ามองหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยด้วยแววตาเป็นกังวล สี่เดือนแล้วที่เด็กเจริญเติบโตอยู่ข้างใน และสองอาทิตย์ผ่านไปที่สินธุ์ขอเธอแต่งงาน แต่ทิพย์ทิวาไม่อาจหาญพอจะจินตนาการไปถึงวันที่ได้อยู่ด้วยกัน นั่นเพราะลูกเขาเกลียดเธอ! รอยแผลเป็นจางๆ เหนือคิ้วซ้ายช่วยยืนยันความจริงไปเป็นอย่างดี

“พี่ของลูกเกลียดแม่...แล้วแบบนี้เราจะได้อยู่กับพ่อของลูกหรือเปล่านะ”

เปลือกตาบวมช้ำเพราะผ่านการร้องไห้มาหลายคืนปิดลงอย่างช้าๆ แล้วเอนหลังพิงพนักบรรเทาความอ่อนล้า เวลานี้เธออดคิดถึงแม่ไม่ได้เลย เพราะหากมีแม่อยู่ด้วยท่านคงช่วยให้เธอสบายใจได้มากกว่านี้

ระยะหลังมาเธอไม่สามารถออกไปตระเวนหาท่านได้เหมือนก่อนเพราะแพ้ท้องหนักเหลือเกิน จึงไม่รู้ว่าป่านนี้ท่านจะไปอยู่ที่ไหน จะมีคนให้ที่พักพิงหรือเปล่าแล้วจะกินอิ่มนอนอุ่นเช่นที่คนเป็นลูกอย่างเธอเป็นไหม

ข้างฝ่ายสินธุ์ที่บอกว่าจะช่วยตามหาท่านอย่างสุดความสามารถเขาได้ทราบความคืบหน้าเรื่องนี้บ้างหรือไม่ หรือว่าที่พูดมาก็แค่ต้องการทำให้เธอสบายใจเท่านั้น

 

“ทับทิมคิดถึงคุณแม่จังเลยค่ะ” 

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น