AshuLa

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 เหยื่อมาร (NC)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เหยื่อมาร (NC)

คำค้น : อีโรติก, ต่างโลก, ปีศาจ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ม.ค. 2560 08:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เหยื่อมาร (NC)
แบบอักษร

ตอนที่ 4 เหยื่อมาร

 

            อย่า

 

            ได้โปรด

 

            อย่าทำฉันเลย

 

            “ช่วย...ด้วย” เสียงหวานฟังแหบแห้ง ร่างบางกระตุกอย่างแรงก่อนที่จะค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมา

 

            ที่ไหน...

 

            “ท่านหญิงฟื้นแล้ว” เมดสาวร้องบอกหัวหน้าเมดอย่างยินดีขณะที่คนบนเตียงนอนได้สติ เงาดำชะโงกเข้ามาใกล้กะทันหันทำให้กีอาน่าฝืนตัวลุกอย่างหวาดผวา แขนเรียวพาตัวเองถดถอยกรูด ละล่ำละลึกเสียงหลง

 

            “อ..ออกไป...อย่าเข้ามา” สตรีแปลกหน้าตรงหน้าเธอก็ไม่ใช่มนุษย์ ดวงตาสีเหลืองคล้ายตาของสัตว์ป่าจำพวกแมวจ้องมองเธอเป็นประกายวาววับ รอยยิ้มนั้น...ไม่น่าไว้ใจ ห่างออกไปมีสตรีอีกคนยืนอยู่อย่างสุขุม พวกเธอใส่ชุดดกระโปรงยาวถึงแข้งสีดำสนิท คอตั้ง แขนยาว ปกปดมิดชิด “พ...พวกคุณ...เป็นใคร”

 

            หัวหน้าเมดรับใช้เห็นอาการก็รับรู้ได้ทันทีว่าโฉมงามผู้นี้ไม่ได้เต็มใจมากับนายของเธอ เพราะความใจเย็นผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าลูกน้อง เธอจึงมีทีท่านุ่มนวลและน่าไว้ใจยิ่ง “เลติส...ได้โปรดถอยออกมาก่อน ท่านหญิงตกใจไม่เห็นหรือ”

 

            เจ้าของนามเลติสหน้าม่อยลง มองสลับระหว่างคุณหัวหน้าเมดและท่านหญิงผู้งดงามอย่างเสียดาย เธอไม่เคยเห็นเผ่าพันธุ์ใดงามหยาดฟ้าเช่นนี้มาก่อนเลยเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่ไหว ยิ่งเห็นนางได้สติก็ยิ่งอยากเข้าไปพูดคุยใกล้ๆ “เจ้าค่ะ หัวหน้ามิวเรียล”

 

            หัวหน้าเมดมิวเรียลมองร่างบอบบางที่ผ่อนลมหายใจลงแต่ยังนั่งกระถดหลังชนหัวเตียงอย่างระแวง เมื่อนางลืมตาเธอจึงเห็นว่าดวงเนตรของร่างนั้นเป็นสีทองอ่อนราวแก้วผลึก...มิวเรียลไม่เคยเห็นดวงตาสีนี้มาก่อน ท่านยูรอสไปพาเผ่าพันธุ์ใดมากันแน่...ถึงอยากรู้แต่ก็ไม่ใช่สิทธิที่เธอควรถามหรือควรทราบ

 

            “ข้าน้อยมิวเรียล ส่วนเด็กคนนั้นเลติส พวกเราได้รับมอบหมายจากท่านยูรอสให้ดูแลท่านหญิงเจ้าค่ะ”

 

            “ย...ยูรอส” ชื่อนั้นเหมือนเป็นนามต้องสาปสำหรับเธอ กีอาน่าตัวสั่นสะท้าน เหลียวซ้ายแลขวาเหมือนคนมีอาการทางจิต “ย...อยู่ไหน...เขา...อยู่ไหน”

 

            ร่างบางผุดลุก งึมงำกับตัวเองคล้ายเสียสติ “ต้องหนี...ต้องหนี...เขาจะมา”

 

            “ท่านหญิง?” เลติสถลาเข้าไปคว้าตัวกีอาน่าที่เดินลงจากเตียงโงนเงน หญิงสาวดิ้นสุดแรงจนลงเอยด้วยการล้มคว่ำทั้งคู่

 

            “ต...ต้องหนี...หนี” กีอาน่าล้มลุกคลุกคลาน ไม่ได้สังเกตว่าเสื้อผ้าและร่างกายของตัวเองถูกทำความสะอาดจนหมดจด ไม่ได้สนใจแม้แต่ความโอ่อ่าของสถานที่ เธอสนใจเพียงเอาตัวเองออกไปให้ห่างจากเขามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

 

            “ท่านหญิง?” ครั้งนี้เป็นหัวหน้าเมดที่กระโจนเข้ามากอดปล้ำหญิงสาวที่กำลังเสียสติไว้ หันไปสั่งงานลูกน้องโดยเร็ว “ไปตามท่านลอร์ดเร็ว!

 

            “จ...เจ้าค่ะ” เลติสรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหายออกไปจากห้อง

 

            ...

 

            “ท...ท่านลอร์ด...ขออภัยเจ้าค่ะ” เลติสเคาะประตูและแทรกร่างเข้ามาในห้องทำงานพลางยืนหอบอย่างร้อนใจ

 

            ร่างของบุรุษผู้กำลังนั่งตรวจทานเอกสารและขีดเขียนคำสั่งต่างๆ ตามปกติทุกวันไม่ขยับ เพียงแต่ส่งดวงตาสีฟ้าเย็นเฉียบมองสำรวจเป็นเชิงตำหนิอย่างที่รู้กันดีว่าเขาไม่ชอบให้รบกวนเวลาทำงาน “มีเรื่องอันใด”

 

            น้ำเสียงนั้นเย็นเฉียบคลับคล้ายว่าถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญมากพอเธออาจตกที่นั่งลำบาก เลติสกลืนน้ำลายอึกหนึ่งพลางเอ่ยรายงาน “ท่านหญิงคนงามฟื้นแล้วเจ้าค่ะ...แต่นางกำลังอาละวาด”ร่างสูงเพียงเลิกคิ้วข้างหนึ่งให้กับสรรพนามแปลกประหลาดที่เมดน้อยนางนี้ใช้เรียกหญิงสาวที่เขาพามา

 

            ชั่วขณะที่เลติสกำลังอุทานในใจว่าแย่แล้วและเตรียมพร้อมรับชะตากรรม พลันสายลมก็พัดผ่านข้างแก้มไปวูบหนึ่ง “ท..ท่านยู...รอส” เขาเดินนำเธอออกไปแล้ว เดินไปแบบไม่รั้งรอและไม่แม้แต่จะตอบรับอะไร

 

            ...

 

            “ปล่อยฉันไปเถอะ” กีอาน่าดิ้นรนขณะที่หัวหน้าเมดต้องเรียกเมดคนอื่นๆ มาช่วยจับเธอเอาไว้ เส้นผมสีทองราวกับกลุ่มไหมแผ่กระจายยุ่งเหยิง น้ำตาลเอ่อคลอเต็มดวงตาคู่สวย จนสาวๆ ที่ออกแรงจับอดสงสัยในชะตากรรมของหญิงสาวผู้งดงามคนนี้ไม่ได้

 

            ท่านยูรอสเอาใจใส่ปานนี้สมควรเป็นโชคดีมิใช่หรือ...

 

            “ขอร้องล่ะ...ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ” หญิงสาวอ้อนวอน เธอเริ่มควบคุมสติและอารมณ์ของตัวเองได้มากยิ่งขึ้นเมื่อพยายามดิ้นรนให้หลุดจากวงล้อมของเหล่าเมดอยู่พักหนึ่ง

 

            เธอรู้แล้วว่าเขามีอำนาจมากพอที่จะสั่งการพวกเมดเหล่านี้...เขาต้องเป็นคนสำคัญหรือชนชั้นสูงคนหนึ่ง...แต่อย่ากระนั้นเลย ยังไงก็ต้องหนี

 

            “มีแรงแล้วนิ” เสียงทุ้มที่ทักขึ้นทำให้ร่างบางชะงักราวกับต้องคำสาป ลมหายใจอ่อนระโหยกลายเป็นติดขัด เสียงรองเท้าหนังชั้นดีกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะจังโคนชวนสั่นสะท้าน ความกลัวครอบงำทั้งขั้วหัวใจยามหวนระลึกถึงเหตุการณ์ที่ลานหิน

 

            “ไม่!...อย่าเข้ามา!” กีอาน่าแผดร้อง ยิ่งถอยกรูดเธอยิ่งรู้ว่าพวกเมดสลายตัวและทยอยออกไปจากห้องนี้แล้ว มีเพียงเธอและเขาที่กำลังสืบเท้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

            “แล้วถ้าข้าจะ...เข้าไป” รอยยิ้มชั่วร้ายพร้อมเน้นคำลงท้ายแบบนั้นชวนให้หญิงสาวเข้าใจความหมายอันลามกได้ในทันที “เจ้าจะต่อต้านได้?”

 

      น้ำตาร้อนไหลอาบแก้มลงมาทันที เธอเกรงกลัวเขาจนถึงขั้นหวาดผวา ยิ่งดูภายใต้แสงสนธยาม่วงสลัวที่ส่องผ่านเข้ามาในห้องแบบนี้แล้ว ดวงตาสีฟ้าของเขายิ่งเรืองแสงตัดกับความโพล้เพล้ย่ำอนธกาล...ร่างนั้นสูงกว่าเธอถึงศอกหนึ่ง ไหล่กว้าง เอวสอบได้รูป...ได้รูปเหมือนคนที่เกิดมาเพื่อเป็นผู้ล่าและเป็นผู้ฆ่าเท่านั้น!

 

            “ข...ขอร้องล่ะปล่อยฉันไปเถอะ” หญิงสาวยกมือขึ้นกอบกุมคล้ายอ้อนวอนต่อพระเจ้า หากทว่าเบื้องหน้าของเธอคือปีศาจร้าย

 

            “ข้าไม่ปล่อย” ร่างสูงก้าวถึงตัวเธอแล้วออกแรงกระชากจนคนตัวเล็กกว่าลอยหวือ รอยยิ้มเยาะอย่างพึงใจยามเมื่อจ้องมองสิ่งของถูกใจ ฉายแววสำรวจร่างบางที่ถูกทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน

 

            ผิวขาวเนียนละเอียดเปล่งแสงกระจ่างตาราวกับหยาดอรุณหล่นจากฟ้า เส้นผมสีทองที่ทอประกายงดงามยิ่งกว่าเมื่อวานซืนถูกหวีจนนุ่มเหมือนแพรไหม ดวงตา...ของนาง ยิ่งมองยิ่งรู้สึกแปลกประหลาด...สิ่งมีชีวิตเช่นนี้เองหรือที่พวกมอยเรกล่าวถึง

 

            เขาทอดสายตาจาบจ้วงไปยังสัดส่วนคอดโค้งขณะที่จับตรึงเธอแนบเสาเตียง ราวเหล็กและม่านมุกไหวระริก เช่นเดียวกับไออุ่นของลมหายใจหวานหอมจากร่างบางที่ติดขัด ทรวงอกที่เขาสัมผัสแล้วว่าอ่อนนุ่มเพียงไรกำลังขยับขึ้นลงรัวเร็วเพราะผู้เป็นเจ้าของกำลังหวาดกลัว มันแทบล้นทะลักออกมาจากแนวกระดุมซึ่งปริไปแล้วเม็ดหนึ่ง

 

            “อื๋อ” กีอาน่าเบิกตากว้างกับริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ประกบลงกะทันหัน ลิ้นร้อนสอดลึกลงมาแล้วดูดดึงจนเกิดเสียงอย่างหยาบคาย ฝ่ามือใหญ่กดท้ายทอยจนเธอเงยหน้าแหงนหงาย ทำให้เข้ายิ่งแทรกลึกมากยิ่งขึ้น เรียกร้องมากยิ่งขึ้น ดูดกลืนเอาทั้งน้ำหวานและลมหายใจจนแทบเหือดแห้ง

 

            มือเล็กทั้งทุบทั้งผลัก นอกจากร่างนั้นจะไม่สะเทือนแล้วยังกอดรัดเธอจนกระดูกแทบหัก หน้าอกอ่อนนุ่มกดแนบชิดกับแผงอกแกร่งพานให้อึดอัดหายใจไม่ออกเข้าจริงๆ

 

            เขาไม่คิดจะยั้งอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเลยแม้แต่น้อย ทุกส่วนในร่างกายของเธอนาบสนิทกับเขาไม่มีช่องว่าง มือร้อนเลื่อนลงไปบีบขยำแก้มก้นอย่างเรียกร้อง นาทีนั้นเองที่เธอรู้สึกได้ถึงแก่นกลางลำตัวของเขาที่ผงาดชนกางเกงอยู่ขณะนี้

 

            “อย่า...พอแล้ว” กีอาน่าหอบ พยายามดิ้นรนหาอิสระทั้งที่ตัวสั่นงันงก เธอยังคงกลัวเขาและมันไม่ดีแน่ๆ ที่เอาแต่สั่นเป็นเจ้าเข้าจนไร้เรี่ยวแรงหนี

 

            ร่างบางถูกตวัดอุ้มลอยหวือและอีกวินาทีต่อมาก็...

 

            ตุ่บ

 

            เขาโยนเธอลงบนเตียงนอน แม้เตียงจะนุ่มมากแต่ก็จุกมากเช่นกัน กีอาน่านอนงอตัว รู้สึกคล้ายว่าเธอจะต้องตายเร็วๆ นี้อย่างน่าอัปยศอดสูแน่นอน

 

            ปีศาจร้ายขึ้นคร่อม บีบคางได้รูปไว้ในมือแล้วก้มลงไปจนจมูกแทบชนกัน “ว่าอย่างไร...ไม่อยากบอกชื่อแนะนำตัวหน่อยหรือ”

 

            ยิ่งรับรู้แววเยาะหยันเธอยิ่งรังเกียจเขาสุดทน

 

            ถุ่ด

 

            ฝ่ามือใหญ่ลูบใบหน้าตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาปาดน้ำลายที่ร่างเล็กถ่มใส่ แววตาของเขาคล้ายกำลังคลั่ง “ดีมาก”

 

            “อื๊อออออ” กีอาน่าดิ้นพล่านทันทีเมื่อเขากดจูบลงมาอีกครั้งอย่างหนักหน่วง ข้อมือทั้งสองของเธอถูกมือใหญ่กำไว้แน่นแต่ละด้าน เหมือนว่าเขาใช้ร่างกายตัวเองขึงพืดเธอเอาไว้ ไม่มีที่ไหนในโพรงปากหอมหวานที่เขาไม่สัมผัส เขากลืนน้ำหวานจากเธอเหมือนคนกระหายหิว เสียงลมหายใจสองร่างสลับกันผกผัน หนึ่งนิ่งสงบสม่ำเสมอ หนึ่งขาดห้วงคล้ายจะหมดลม

 

            หญิงสาวหายใจไม่ทัน เธอได้แต่ยกศีรษะตามติดในจังหวะที่เขาเกี่ยวปลายลิ้นเข้าหาตัวเองเพื่อสูดลมหายใจมาบ้าง อาการตามติดแบบนั้นราวกับเชื้อไฟที่จุดให้เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าคุกรุ่น ทั้งถลกทั้งฉีกทึ้งเสื้อผ้าของร่างเล็กอย่างไม่ใยดี

 

            แคว่ก

 

            เสียงฉีกขาดดังต่อเนื่องกระตุ้นสติของหญิงสาว มือข้างที่กลายเป็นอิสระพยายามผลักร่างที่ทับทาบออก  “บอกชื่อ” เขายังตามคาดคั้นไม่ปล่อย ส่วนเธอก็ไม่คิดจะอ้อนวอนอะไรอีกแล้ว ทางเดียวที่จะพาตัวเองออกไปได้คือสู้สุดใจเท่านั้น

 

            “ไปตายซะ...อึ่ก”

 

            ร่างสูงกัดขย้ำหน้าอกนุ่มที่ไร้อาภรณ์ปกปิดเป็นการลงโทษ ยอดอ่อนสีชมพูชูชันอย่างเย้ายวนให้กลืนกิน เขาเองไม่ปฏิเสธค้ำเชื้อเชิญนั้น ครอบครองเอาไว้ทั้งหมดจนร่างเล็กครางหวิว

 

            “อ๊ะ...อ...ไอ้บ้า...ปล่อยนะ” เธอหอบแฮ่ก แทบกรีดร้องกับเรี่ยวแรงของตนเองที่ใกล้จะหมดลงทุกที น้ำตาซึมเล็ดออกมาเรื่อยๆ ไม่ขาดสาย ได้แต่ทุบ จิก ตีเขาอย่างไร้ทางสู้

 

            ริมฝีปากช่ำชองดื่มกินความอ่อนนุ่มทั้งบีบเคล้นทั้งไล้เลียสลับไปมา ร่างเล็กบิดกายอย่างกระสัน เธอรังเกียจเขาแทบบ้า แต่เขาก็พยายามปลุกอารมณ์ของเธอให้ได้อับอาย

 

            ปลายลิ้นสากแตะลงที่แอ่งสะดือ พร้อมประโยคตอกย้ำความน่ารังเกียจของเขา “บอกชื่อได้หรือยัง?”

 

            “อ๊ะ...ชื่อเดียวกับแม่แกไง”

 

            “หึๆ” ร่างสูงรวบข้อมือบางไปตรึงไว้ที่หัวอีกครั้ง กระชากกางเกงในตัวจิ๋วติดมือในครั้งเดียว กลีบเนื้ออ่อนปรากฏเบื้องหน้า ความขาวเนียนนุ่มทำให้ปลายนิ้วยาวแตะอย่างสั่นสะท้าน ครางฮือในลำคออย่างพึงพอใจเมื่อนึกถึงรสสัมผัสและการตอดรัดที่เคยได้รับ

 

            “ย...อย่านะ” เธอเห็นสายตาลามกหยาบโลนจ้องมองอย่างหื่นกระหาย

 

“จ..เจ็บ...เอาออกไป”

 

            นิ้วหนากดลงในร่องอุ่นชื้น เขี่ยผิวด้านนอกเล่นอย่างสนุกสนาน

 

            “อึก” กีนาอ่ากัดฟัน  พยายามเบี่ยงตัวหนีอีกฝ่าย

 

            “ฟู่”

 

            จ...เจ้าบ้านี่ กำลังหยอกเธอ

 

            เขาเป่าล่มร้อนๆ รดใบหูที่กลายเป็นสีแดงจัด

 

            ไม่รอให้หญิงสาวได้ตั้งสติพลันมือใหญ่ทั้งสองข้างก็เปลี่ยนมาคว้าต้นขาขาวพาดคอแล้วซุกไซ้ลงไปยังกลีบดอกไม้ที่กำลังบานฉ่ำ เลียวนลิ้มรสน้ำหวานจนร่างเล็กทั้งสะดุ้งทั้งครางไม่เป็นภาษา เขาเลียกินทุกหยาดหยดของร่างกายเธอราวกับเป็นอาหารอันโอชะ เสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ลงปอดราวกับชอบใจหนักหนา ไม่นานหลังจากนั้นการรุกรานจากปลายลิ้นสากก็ทำให้กีอาน่าหวีดร้อง เธอไม่รู้เลยว่าภาพที่เข้าเห็นเป็นแบบไหน แต่ที่แน่ๆ มือเล็กพยามทึ้งเส้นผมและบ่าของเขาเอาเป็นเอาตาย ต่างจากอีกฝ่ายที่จ้องมองเนื้ออ่อนที่ขมิบตอบสนองถี่ๆ...จนอยากฝังตัวเข้าไปเจียนคลั่ง

 

            “ม..มันเจ็บ...อื้อ...เจ็บ...พอแล้ว” เสียงหวานร่ำร้องพยายามงอตัวขด ลิ้นสากสอดใส่ล่วงล้ำโพรงหวานซ้ำๆ จนดอกไม้เริ่มผลิบานพร้อมรับการรุกราน

 

            โดยไม่รู้ตัว เขาหยัดกายขึ้นจ้องมองเธอด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ออก ประกายทรงอำนาจที่เห็นทำให้ร่างบางแข็งค้าง จ้องมองเขาถอดเสื้อและกางเกงนิ่งงัน

 

            ม่านน้ำตาของเธอพร่ามัวชั่วขณะ กล้ามเนื้อของเขาเด่นชัดเจนผ่านแสงตะเกียงยามค่ำจากนอกหน้าต่าง มันสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ในยามนี้เธอตระหนักว่ารอบกายของเธอแปดเปื้อนไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษเพศ แก้มนวลขึ้นสีแดงเรื่อสั่นสะท้านในอกอย่างอธิบายไม่ถูก

 

            แก่นกายของเขาเหยียดตั้ง ขนาดของมันบอกชัดถึงความต้องการที่ตื่นตัวเต็มที่ เมือกใส่เริ่มรินไหลจากส่วนปลาย เจ้าของร่างครางต่ำในลำคอ มือใหญ่กดขาของเธอให้แยกค้างไว้ หญิงสาวสะอื้นแผ่วกับเรื่องจวนตัวที่ยากจะหนีพ้น

 

            “อย่า...ไม่...อย่าเข้ามา”

 

            เขารีบร้อน สีหน้าคลุ้มคลั่ง สายตาหยาบโลนจ้องมองเนินอวบอูมที่คลี่ฉ่ำอย่างปรารถนาโดยไม่คิดจะช่วยใช้นิ้วขยายช่องทางนั้นต่อแม้แต่น้อย ราวกับว่าเขากระหายจนไม่แยแสแล้วว่าอะไรจะเกิดขึ้น

 

            “อา” มือใหญ่กดส่วนหัวของมันแตะช่องทางร้อนพลางถูไถความเปียกชื้นไปมาอย่างบ้าคลั่ง ท่าทีคล้ายจะสอดใส่แหล่มิใส่แหล่ทำให้กีอาน่าเครียดหนัก เธอพยามเกร็งขาและขมิบไว้แน่นไม่ให้เขาแทรกกดเข้ามายามที่เธอเผลอ

 

            หญิงสาวไม่รู้เลยว่าภาพนั้นเชิญชวนมากแค่ไหน ปีศาจหนุ่มเลียริมฝีปากตัวเองอย่างเสียวกระสัน กระชากสะโพกมนจนขึ้นมาวางเกยอยู่บนตัก ดวงตาสีทองเบิกกว้างแทบถลนด้วยความตกใจ ปราการที่คิดว่าแน่นหนาพังทลายเพราะความพลั้งเผลอง่ายดาย

 

      “อย่า!

 

            เขากดเอ็นร้อนลงไปในช่องทางชื้นแฉะที่ยังบอบช้ำไม่หาย เพราะผ่านการรุกรานมาหนักหน่วงไม่นานผิวบริเวณนั้นจึงอ่อนยวบ แม้เจ้าของร่างจะฝืนแรงต้นทานเขาแค่ไหนกายใหญ่ก็กดแทรกลงไปได้เรื่อยๆ ผิวเข้มของมันค่อยๆ หายลึกไปในกลีบเนื้อที่กำลังกลืนกิน โอบล้อมเอาไว้ด้วยความอบอุ่น ตอดรัดรอบๆ ตลอดเวลา เรียกอารมณ์กำหนัดของเขาให้พุ่งขึ้นสูง เส้นเลือดโปนขึ้นริ้วชัดบนท่อนเอ็นเรื่อยๆ สายธารแห่งชีวิตวิ่งหล่อเลี้ยงจนอวัยวะส่วนนั้นแข็งจัดและปวดหนึบ

 

            เขาต้องหาทางปลดปล่อยให้เร็วที่สุด

 

            กีอาน่ารู้สึกคับแน่นในตัวถึงที่สุด รู้สึกถึงตัวตนของเขาที่อยู่ในท้อง เธอครางระงมเมื่ออีกฝ่ายขยับแรง

 

            ปึกๆๆๆๆ

 

            เตียงกว้างและโครงเหล็กรวมถึงม่านมุ้งสั่นสะเทือน  มือใหญ่ยกเอวของเธอไว้แล้วขยับสวนรุนแรงแบบไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น หญิงสาวน้ำตาไหลพรากหายใจหอบแรงจนพูดอะไรไม่ออก ได้ยินเพียงเสียงร่างกายเสียดสี เสียงคำรามจากเขา และเสียงกระดูกลั่นยามที่ร่างสูงขยับและกัดฟันกรอดอย่างบ้าคลั่ง

 

            “อา...”

 

            เขาทิ้งตัวกอดรัดเธอแน่น พาร่างบางเกลือกกลิ้ง ไถลทับและกระโจนจ้วง เชิงกรานแข็งแกร่งดันกดเรียวขาให้ยิ่งแบะออกกว้าง ร่างเล็กจัดตัวเองไม่ถูก แม้ไม่อยากอำนวยความสะดวกให้แต่ความเมื่อยขบที่เล่นงานทำให้เธอต้องยกขาแล้วพาดไขว้วางไว้บนบั้นเอวของเขา กลายเป็นว่าเธอยิ่งรัดร่างนั้นให้สนิทแน่นเข้าไปอีก

 

            กีอาน่าสะอื้นจนไม่มีน้ำตา เสียงหวานแหบแห้งแม้แต่เสียงครางก็สั่นครืองึมงำ ปล่อยให้เขาเติมเต็มตัวเองในร่างกายของเธอซ้ำๆ ไม่รู้จบจนกระทั่งจังหวะกระแทกเร็วกระทั้นเข้ามาพร้อมร่างสูงที่หยัดตัวขึ้นอีกครั้ง

 

            ครั้งนี้เขาปลดปล่อยอยู่นานกว่าจะสุด เสียงคำรามในลำคอแผ่วลึก  พักใหญ่กว่าลมหายใจของเขาจะสงบลงแล้วถอนตัวออก ตัวของกีอาน่าสั่นระริก เรียวขาขาวแทบหุบไม่ลงจนเธอตัดสินใจพลิกทั้งตัวนอนตะแคง ไม่มีทางให้เขาล่วงรู้เรื่องน่าอดสูแบบนี้เด็ดขาด

 

            เธอปล่อยให้น้ำตาอีกระลอกไหลลงมาเงียบๆ ไม่นานหลังจากนั้นแรงบีบที่ต้นแขนพร้อมน้ำเสียงเผด็จการคาดคั้นก็ตามมาหลอกหลอนอีก “ชื่อ?”

 

            เขาต้องทำให้เธอยอมอ่อนให้ได้ใช่มั้ย...ยังจะเอาอะไรอีก

 

            ความอัปยศทำให้หญิงสาวได้แต่กลืนก้อนสะอื้นลงคอ “กีอาน่า” เธอตอบไปด้วยเสียงแหบโหยแทบจะคล้ายคนวิกลจริตที่โดนถามซ้ำๆ ตั้งแต่เย็นจนตลอดคืน

 

            “ยูรอส” เขาว่า พลางดึงพลิกเธอกลับมา

 

            ร่างบางหวาดผวา ทั้งตัวของเธอยังเต็มไปด้วยร่องรอยของเขา

 

            เขากดเธอไว้ใต้ร่างอีกครั้งแล้วสอดใส่ความแข็งแกร่งที่แข็งขืนขึ้นมาจนสุด

 

            “อึ่ก...อือ” กีอาน่าไม่มีโอกาสได้ร้องขอ เปลือกตาลงอย่างยอมจำนน

 

            เอวสอบขยับกดเอาไว้นิ่งๆ แล้วซุกลงที่ต้นคอ ลมหายใจร้อนค่อยๆ แผ่วลงสม่ำเสมอ...เขานิ่งไปแล้ว...หลับไปทั้งที่ยังสอดใส่อยู่ในตัวของเธอ

 

 

            ริมฝีปากบางสะอื้นโดยไร้เสียง...นึกกลัวและกังวลในชะตากรรมของตนเองจับใจ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น